ซ่าาา.. ซ่าาา....
เสียงคลื่นซัดเข้าฝั่งบนเกาะเล็กๆทางตอนใต้ของประเทศไทยบรรยากาศยามค่ำคืนนี้ท้องฟ้าโปร่งเดือนหงายมีดาวระยิบระยับอยู่เต็มท้องฟ้าแสงของดวงจันทร์กลมโตสะท้อนกับน้ำทะเลเป็นภาพที่สวยงามในสายตาของชายหนุ่มที่นอนอยู่บนเตียงผ้าใบริมชายหาดไม่น้อย
ภูมิไท ทักษาธาราชายหนุ่มวัยสามสิบสองทายาทกิจการโรงแรมหมื่นล้านและธุรกิจอื่นๆของเครือทักษาธาราเพียงคนเดียวของตระกูลเพราะย่าของภูมิไทก็มีลูกชายคนเดียวส่วนพ่อกับเม่ชายหนุ่มก็มีแค่ภูมิไทเป็นลูกชายคนเดียวเท่านั้น
สถานะของภูมิไทคือโสดมีรูปร่างหน้าตาหล่อเหลาคมเข้มคิ้วหนาดวงตาคมจมูกโด่งเป็นสันริมฝีปากหนาเป็นกระจับอมชมพูปล่อยผมยาวหยิกหยักศกประบ่ามีไรหนวดเคราเล็กน้อยสูง180ร่างกายกำยำบึกบึนเพราะออกกำลังกายเป็นประจำ
เขากำลังนอนมองท้องฟ้าด้วยรอยยิ้มอ่อน....แทบทุกคืนของวันพระจันทร์เต็มดวงเขาจะต้องมานอนสัมผัสบรรยากาศแทบทุกครั้งเพราะมันทำให้เขาผ่อนคลายเหมือนล่องลอยอยู่ในอากาศเขาชอบความสงบนอนฟังเสียงคลื่นไปเพลินๆเสมือนธรรมชาติกำลังบำบัดขัดเกลาความขุ่นมัวในใจออกไปได้เป็นอย่างดี
เกาะที่นี่เป็นเกาะส่วนตัวของภูมิไทที่สัมปทานไว้ได้ตั้งแต่รุ่นปู่จนมาถึงมือของชายหนุ่มเกาะที่นี่เป็นเกาะที่ไม่ใหญ่มากแต่มีทรัพยากรที่อุดมสมบูรณ์ผู้คนที่นี่ก็ล้วนผ่านการคัดกรองจากภูมิไทให้มาดูแลทุกคน
เพราะย่าของเขาอยู่ที่นี่ประจำเขาจึงต้องไว้ใจว่าคนที่เขาจ้างมาดูแลเกาะและดูแลย่าของเขาจะต้องเป็นคนที่ไว้ใจได้
เมื่อก่อนชายหนุ่มมาที่นี่เป็นบางครั้งบางคราวเมื่อต้องการพักผ่อนจากการทำงานหลังจากที่พ่อกับแม่ของเขาเสียไปเขาก็แทบจะอยู่ที่นี่ถาวรกับย่าด้วยเบื่อผู้คนที่คอยเข้าหาไม่เคยหยุดหย่อนแต่ละคนก็หวังแต่ผลประโยชน์จากเขากันทั้งนั้น
ขณะนี้ชายหนุ่มในชุดเสื้อลินินสีงาช้างแขนยาวกับกางเกงเลยาวคลุมแค่เข่าเริ่มลุกจากเตียงผ้าใบเดินเล่นเตะน้ำทะเลอยู่ริมชายหาดยามค่ำคืนเขาเดินไปเรื่อยๆเพื่อเป็นการทำสมาธิผ่อนคลายความเครียด
เบื่อที่วันๆจะต้องมีคนติดต่อกับเลขาเพื่อที่จะขอโอกาสคุยเจรจาขอซื้อที่ดินของพ่อเขาหลังจากที่มันกลับกลายมาเป็นของเขาตามพินัยกรรมที่พ่อของเขาได้ทำเอาไว้ก่อนที่ท่านจะเสีย
ภูมิไทเอ่ยปากปฏิเสธพวกนักธุรกิจนายทุนหลายรอบตั้งแต่ยังคงบริหารบริษัทที่กรุงเทพมหานครจนเขาหนีมาอยู่ที่เกาะก็ยังคงปฏิเสธคนที่นายทุนส่งมาไม่หยุดหย่อน
เขารู้ว่าพื้นที่ตรงนั้นที่หลายคนอยากจะได้มีมูลค่าหลายพันล้านแต่เขาก็ไม่เคยคิดจะขายเพราะที่ดินผืนนั้นเป็นที่ดินผืนแรกที่พ่อของเขาซื้อเป็นของขวัญวันแต่งงานให้กับแม่แถมตอนนี้ก็ยังเป็นที่พักพิงแก่คนที่ไม่มีบ้านหากเขาขายไปคนเหล่านั้นก็จะไม่มีที่อยู่
ณ.โรงแรมหรูริมทะเลตอนนี้ชั้นบนสุดของโรงแรมมีงานเดินแบบโชว์เครื่องเพชรของแบรนด์เครื่องประดับชื่อดัง
ในงานมีไฮโซและนักธุรกิจมากมายรวมถึงนางแบบนายแบบมากหน้าหลายตาและนักข่าวอีกหลายสำนักที่มาถ่ายบรรยากาศในงานเพื่อเอาไปทำข่าว
หนึ่งในงานก็มีเปมิกานางแบบสาวที่ไม่ค่อยมีชื่อในวงการนักมาร่วมเดินแบบในงานนี้ด้วยเปมิกาหรือปลาดาวเธอเป็นนางแบบที่รับแค่งานที่ไม่โชว์เนื้อโชว์หนังมากนักจึงไม่ค่อยได้มีงานเท่าไรอาศัยเป็นเด็กน่ารักกับโมเดลลิ่งจึงมีคนป้อนงานให้แต่ก็ต้องเลือกรับเพราะส่วนมากจะเป็นถ่ายโชว์วาบหวิวเสียมากกว่างานถ่ายแฟชั่นหรือเดินแบบทั่วไป
หญิงสาวอายุ24เป็นคนที่หน้าตาสะสวยคิ้วเข้มเรียวได้รูปดวงตากลมโตขนตางอนยาวปากนิดจมูกหน่อยผมสีดำยาวตรงสลวยถึงกลางหลังผิวขาวอมชมพูรูปร่างสูงเพรียวถึง175หุ่นนาฬิกาทรายเรียกได้ว่าเป็นโมเดลที่เพอร์เฟคตามที่ลูกค้าต้องการที่เธอไม่ดังเพราะเสียอย่างเดียวคือเลือกรับงานนั่นเอง
หญิงสาวเป็นคนที่สู้ชีวิตอยู่พอสมควรเพราะช่วงมหาลัยจากมีแม่คนเดียวแม่ก็ดันมาเสียจนทำงานส่งตัวเองเรียนเรื่อยมาแถมพอถึงช่วงวัยทำงานพอจะได้มีเงินเก็บจู่ๆพี่สาวที่หายหน้าไปหลายปีก็โผล่เอาลูกสาวมาฝากแล้วก็หายไปเลยแถมหลานสาววัยห้าขวบของเธอตอนนี้ก็ดันป่วยเป็นโรคร้ายต้องใช้เงินรักษาจำนวนมากเงินที่หามาได้ก็ลงไปกับการรักษาหลานจนหมด
แต่เธอก็ไม่คิดย่อท้อต่อโชคชะตายังคงทำงานทุกอย่างที่ทำได้เพราะเธอเป็นคนสนุกกับการทำงานหากไม่ได้มีงานเดินแบบเธอก็เร่งออกแบบเสื้อผ้าขายออนไลน์กับของขวัญเพื่อนสาวของเธอที่เช่าบ้านอยู่ด้วยกันเพื่อหาเงินกินใช้ในชีวิตประจำวันเพราะเงินก้อนจากการเดินแบบส่วนมากจะหมดไปกับค่ารักษาหลานสาว
"สวยมากเลยน้องดาว"
แน็ตตี้โมเดลลิ่งสาวใหญ่มายืนรอเปมิกาที่ห้องแต่งตัวหลังจากหญิงสาวเสร็จจากการเดินโชว์ในครั้งนี้
"คืนค่ะพี่"
เปมิกาในชุดเดรสเกาะอกรัดรูปสีดำยาวจนถึงข้อเท้ารวบผมตึงเป็นหางม้าแต่งหน้าโทนนู้ดที่คอมีชุดเครื่องเพชรราคาหลายสิบล้านหญิงสาวรีบถอดคืนบอดี้การ์ดที่กำลังเดินตามเธอมาติดๆเพราะไม่อยากให้ของราคาแพงอยู่บนตัวเธอนานเกิดอะไรหายไปจะต้องมารับผิดชอบมันจะไม่คุ้ม
"ขอบคุณนะคะพี่แน็ตงานหน้าอย่าลืมโทรตามดาวนะคะงานเล็กงานน้อยดาวรับหมดดาวจะทำงานให้เต็มที่เลยค่ะ"
เมื่อบอดี้การ์ดเดินถือกล่องชุดเครื่องเพชรกลับไปแล้วหญิงสาวก็รีบเข้ามาขอบคุณแนตตี้ที่เป็นคนเลือกเธอมาเดินงานนี้ไม่ได้ยากอะไรมากมายแถมยังได้เงินค่าตัวตั้งเกือบครึ่งแสนแบบนี้เธอได้ค่าโรงพยาบาลของโลมาหลานสาวเธอหลายคืนเลย
"แน่นอนจ่ะน้องดาวงานหน้าถ้าพี่เห็นว่าดาวพอจะทำได้เดี๋ยวพี่จะโทรเรียกนะจ้ะ"
แน็ตตี้เธอเอ็นดูเปมิกามากพอสมควรเพราะรู้ว่าเธอทำงานหนักเพราะมีภาระใหญ่เมื่อมีงานอะไรที่เห็นว่าเปมิกาจะทำได้เธอก็รีบเรียกหญิงสาวให้มาทำงานทันทีเพราะชอบในความสู้ชีวิตและเป็นคนที่มีความรับผิดชอบงานสูงต่างจากนางแบบคนอื่นๆที่สายบ้างทิ้งงานกะทันหันบ้างแต่เปมิกาไม่เคยมีข้อเสียตรงนี้เลยสักนิด
"ขอบคุณค่ะ"
ดาวว
เปมิกายกมือไหว้แน็ตตี้ก่อนจะเหลือบไปเห็นของขวัญที่ยืนกระโดดกวักมือเรียกเธอให้ไปหา
"เดี๋ยวดาวขอตัวกลับก่อนนะคะ"
"จ้ากลับดีๆนะ"
"ค่า.."
เปมิการีบขอตัวจากแน็ตตี้ทันทีเพราะเห็นเพื่อนเธอมีท่าทีร้อนรนจนเธอรู้ว่าน่าจะมีเรื่องไม่ดีเกิดขึ้นแน่นอน
เปมิกาเปลี่ยนชุดแล้วจึงมาคุยกับของขวัญที่ลานด้านนอกของโรงแรม
หลังจากรู้ข่าวจากของขวัญว่าโลมาหลานสาวของเธอที่นอนรักษาอยู่ในโรงพยาบาลที่กรุงเทพนั้นอาการไม่ดีขึ้นและต้องรีบผ่าตัดภายในเดือนสองเดือนนี้เพื่อเปลี่ยนไขกระดูกสันหลังด่วนไม่อย่างนั้นก็จะยิ่งแย่ลง
"เงินฉันตอนนี้ก็มีแค่สองแสนเองไหนจะค่าโรงพยาบาลทุกวันนี้อีก... เห้อฉันจะหาเงินล้านจากที่ไหนดีเนี่ย...”
เปมิกานั่งหน้าห่อเหี่ยวยกมือเรียวกุมขมับตอนนี้เธอมืดแปดด้านไปหมดไม่รู้ว่าจะหาเงินล้านที่ไหนผ่าตัดหลานสาวเธอ
"..เฮ้อ.."
ของขวัญเองก็ได้แต่ยืนถอนหายใจเพราะเงินที่เธอมียังไงก็รวมกับเปมิกาไม่ถึงที่จะเป็นค่าใช้จ่ายใช้ผ่าตัดให้โลมาอยู่ดี
ของขวัญหญิงสาวตัวเล็กผอมแห้งวัยยี่สิบสี่ใบหน้าจิ้มลิ้มปากนิดจมูกหน่อยคิ้วบางได้รูปตาคมเหมือนลูกแมวผิวขาวอมชมพูผมหยักศกสีน้ำตาลยาวถึงกลางหลังเธอเป็นเพื่อนกับเปมิกาตั้งแต่เข้ามหาลัย
หญิงสาวมีชะตาชีวิตที่ค่อนข้างเหมือนกับเปมิกาจึงเข้าอกเข้าใจกันและสนิทกันมากทำงานหาเงินเรียนแฟชั่นด้วยกันจบมาก็ช่วยกันออกแบบเสื้อผ้าขายและติดตามเป็นคนช่วยเหลือเปมิกาทุกครั้งที่เพื่อนเธอต้องมาเดินแบบหรือถ่ายแบบให้โมเดลลิ่งที่จ้าง
แต่ช่วงหลังมานี้ไม่ค่อยติดตามเพื่อนเธอเท่าไรเพราะต้องช่วยดูแลโลมาหลานสาวของเปมิกาอีกอย่างแบรนด์เสื้อผาที่พวกเธอทำก็ค่อนข้างขายได้เยอะกว่าแต่ก่อนส่วนมากจึงจะทำงานอยู่กับบ้านมากกว่า
"ฉันขอคุยกับเธอหน่อยได้หรือเปล่า"
"คุณอรนิชา...เอ่อ...ได้ค่ะ"
ขณะที่สองสาวนั่งเครียดกันอยู่จู่ๆก็มีอรนิชาไฮโซสาววัยสามสิบลูกสาวเจ้าของงานเดินแบบโชว์เครื่องเพชรวันนี้เข้ามาขอคุยกับเปมิกาทำเอานางแบบสาวตกใจพอสมควรไม่รู้ว่าเธอทำเพชรเม็ดไหนของเจ้าของงานหลุดไปหรือเปล่าถึงตามมาคุยกับเธอถึงตรงนี้
อรนิชาเป็นไฮโซสาวที่กำลังถูกสื่อจับตามองเป็นอย่างมากเพราะเธอเป็นทายาทเพียงคนเดียวของตระการเจ้าของแบรนด์จิวเวอรี่ยักษ์ใหญ่ที่จัดงานในวันนี้แถมยังเป็นนักเรียนนอกที่ได้เกียรตินิยมนับว่าทั้งสวยรวยเก่งครบในตัวของเธอเลยทีเดียว
เธอกลับมาที่เมืองไทยเพื่อช่วยครอบครัวบริหารงานในบริษัทและตอนนี้เป้าหมายของเธอที่ต้องการก็คือที่ดินผืนงามของตระกูลทักษาธาราที่เจ้าของปฏิเสธการขายกับทุกคนแม้จะให้ราคาแสนงามเพียงใด
เธอเห็นว่าพ่อของเธอทำไม่เคยสำเร็จสักครั้งในการติดต่อขอซื้อที่ดินผืนงามทางเหนือของประเทศไทยกับภูมิไทว่ากันว่าใต้ผืนดินแห่งนั้นมีแร่อัญมณีมากมายที่มูลค่าประเมิณไม่ได้หากพ่อเธอเจรจาไม่เคยสำเร็จตอนนี้เธอจึงขอใช้วิธีของเธอในการทำเรื่องนี้ให้สำเร็จเลยแล้วกัน
อรนิชาคิดเอาไว้แล้วว่าเธอจะจ้างนางแบบโนเนมให้เข้าไปตีสนิทกับภูมิไทและคนที่เข้าตาของเธอเห็นจะเป็นเปมิกาหลังจากที่เธอดูนางแบบเดินแบบในงานมีเปมิกาที่ดูสะดุดตาเธอที่สุดแถมยังเป็นคนที่ยังไม่มีชื่อเสียงเปมิกาจึงตกเป็นที่ต้องการที่อรนิชาจะให้ทำงานใหญ่นี้ให้
งานที่เธอจะให้เปมิกาได้ทำก็คือต้องเข้าไปตีสนิทกับภูมิไทให้ได้เร็วที่สุดและตะล่อมให้เขานั้นยอมขายที่ให้ได้แล้วเปมิกาก็จะได้ค่าตอบแทนอย่างงามเมื่องานสำเร็จ
เปมิกานั่งฟังความต้องการของอรนิชาและข้อเสนอของเธอพักใหญ่หญิงสาวก็ไม่คิดจะปฏิเสธอรนิชาแม้แต่น้อยด้วยเห็นเม็ดเงินมันล่อตาล่อใจเสียเหลือเกินหากงานสำเร็จเธอก็จะได้มีเงินผ่าตัดหลานสาวเธอเสียที
กว่าสองสาวจะกลับมาถึงโรงแรมได้ก็เกือบตีหนึ่งเพราะมัวแต่นั่งคุยกับอรนิชาพักใหญ่ถึงรายละเอียดที่อรนิชาอยากจะให้เปมิกาจัดการ
"แกจะทำจริงหรอดาว"
ของขวัญมาถึงโรงแรมเธอก็รีบถามเปมิกาให้แน่ใจอีกรอบว่าเพื่อนเธอจะรับงานนี้จริงหรือไม่
"อืม.."
สีหน้าของเปมิกาดูมุ่งมั่นไม่โลเลแม้แต่น้อยเพราะหากงานนี้สำเร็จโดยเร็วเท่าไรเท่ากับว่าเธอก็จะได้เงินมาช่วยชีวิตโลมาได้เร็วเท่านั้น
"อืม..ถ้าแกจะทำจริงๆฉันช่วยแกสุดตัว"
"ขอบใจนะขวัญ"
สองสาวกอดกันกลมของขวัญเห็นเพื่อนเธอมั่นใจว่าจะทำงานนี้ให้สำเร็จเธอเป็นเพื่อนที่ร่วมทุกขร่วมสุขกันมาจนถึงวันนี้ยังไงก็ต้องช่วยเพื่อนจนสุดตัวอยู่แล้ว
เช้าของวันต่อมาทิพย์เกสรหญิงชราร่างเล็กวัยเกือบจะแปดสิบแต่เธอยังเดินเหินได้คล่องแคล่วเพราะเป็นคนที่ดูแลสุขภาพมาตั้งแต่สมัยสาวๆทิพย์เกสรเดินเข้ามาหาหลานชายเธอในห้องทำงานเพื่อจะถามไถ่หลานชายเธอว่าเมื่อไรเขานั้นจะกลับไปดูแลบริษัทเสียทีเพราะทำงานอยู่ที่นี่เป็นครึ่งค่อนปีแล้ว
"ใจคอจะนั่งทำงานที่นี่ทุกวันเลยหรือไงลูก"
"ครับคุณย่าที่บริษัทไม่ได้มีอะไรน่าห่วง"
ภูมิไทหันมายิ้มอ่อนให้ย่าตนก่อนจะลุกขึ้นไปกดอหอมอย่างเช่นที่เคยทำตั้งแต่เด็กยันโต
"ได้ข่าวว่ามีคนไปเจรจาขอซื้อที่ตรงนั้นทุกวันเลยใช่มั้ย"
ทิพย์เกสรได้ข่าวมาเหมือนกันว่าที่ดินทางเหนือที่ทัดเทพลูกชายเธอเคยซื้อไว้เมื่อนานมาแล้วตอนนี้มีคนอยากได้มากพอสมควรเธอคิดว่านี่คงจะเป็นสาเหตุที่ทำให้หลานชายเธอไม่ยอมออกจากเกาะนี้ไปเป็นแน่
"ครับ...แต่ยังไงผมก็ไม่ยอมขายอยู่แล้วเราไม่ได้เดือดร้อนเรื่องเงิน"
"ย่าว่าเรามาอยู่ที่นี่ไม่ใช่เพราะบริษัทไม่มีอะไรน่าห่วงแต่เพราะอยากหนีคนมากกว่าถ้าย่าเดาไม่ผิด"
"คุณย่าก็เดาใจผมถูกทุกอย่างอยู่แล้วนี่ครับ"
ภูมิไทหลี่สายตามองย่าตนทั้งยิ้มร่าเพราะไม่มีอะไรที่เขาจะปิดบังคนเป็นย่าได้เลย
หลังจากวันงานเปมิกาและของขวัญยังไม่ได้กลับไปที่กรุงเทพเพราะตั้งใจว่าจะรีบทำแผนการตีสนิทกับภูมิไทให้สำเร็จ
สองสาวเมื่อได้รับข้อมูลของภูมิไทมาบางส่วนจากอรนิชาก็มานั่งปรึกษากันว่าจะวางแผนเพื่อไปตีสนิทกับภูมิไทอย่างไรและตอนนี้ทั้งสองสาวก็นั่งกุมขมับหนึงด้วยข้อมูลของภูมิไทนั้นน้อยเสียเหลือเกินแถมใบหน้าค่าตาเป็นเช่นไรพวกเธอก็ไม่รู้เพราะชายหนุ่มไม่ออกสื่อแถมยังไม่ยอมให้สื่อเปิดเผยใบหน้าตนแม้แต่นิดเดียว
“ข้อมูลบอกว่าอยู่ที่เกาะXXXเป็นคนชอบเก็บตัวตอนนี้อายุน่าจะประมาณสามสิบกว่า...เฮ้อเค้าท่าจะโลกส่วนตัวสูงม๊ากกกก...จริงๆนะข้อมูลถึงได้มีน้อยนิดเสียเหลือเกิน...นี่เค้าเรียนโรงเรียนไหนอะน่าจะมีรูปติดบัตรให้ดูซะหน่อยก็ยังดี”
ของขวัญเห็นท่าว่างานนี้จะเป็นงานยากของเปมิกาเสียแล้ว
“เค้าเรียนต่างประเทศตั้งแต่เด็ก..แกจะไปหามั้ยล่ะ”
เปมิกานั่งอ่านข้อมูลที่มีน้อยนิดวนไปวนมาก่อนจะหันมาทำหน้าเซ็งกับเพื่อนสาว
“ไหนขออ่านอีกรอบซิ”
ของขวัญเลื่อนโน๊ตบุ๊คของมาตรงหน้าตนเพื่ออ่านข้อมูลจากอีเมลที่อรนิชาส่งมาอีกรอบ
“อืม..อยู่กับย่าที่เกาะ..ส่วนที่เกาะก็จะมีเรือประมงออกมาหาปลาเป็นประจำโอ้ย..ย่าชื่ออะไรก็ไม่มีข้อมูล...เออดาว..แกว่าถ้าเราติดเรือคนที่ออกหาปลากลับไปที่เกาะเค้าจะให้เราไปป่ะวะแก”
“นั่นสิ...ฉันคิดอะไรออกแล้ว”
เปมิกายิ้มร่าเพราะเธอรู้แล้วว่าจะเข้าไปที่เกาะนั้นได้อย่างไรแล้วเรื่องตามหาว่าใครคือภูมิไทค่อยว่ากันอีกที
ช่วงเย็นของวันรัชนนท์หนุ่มหล่อร่างสูงบึกบึนหน้าคมผมยาวรวบมัดตึงวัยสามสิบห้าในชุดเสื้อลินินสีงาช้างกางเกงเลสีดำใส่รองเท้าแตะหูหนีบเดินดุ่มๆแบกถังน้ำมันมาหาภูมิไทที่ท่าเรือก่อนจะวางมันลงที่เรือประมงของตัวเอง
“ทำไมวันนี้อยากจะใช้เรือพี่ล่ะ”
รัชนนน์เอ่ยถามกับชายหนุ่มเจ้าของเกาะที่นั่งรอเขาอยู่ที่ในเรือ
“ผมอยากนั่งเรือเล่นยืมคืนนึงนะครับพี่นนท์”
“ตามสบายเลย”
รัชนนท์รู้ดีว่าภูมิไทคงอยากหาอะไรทำแก้เบื่อเขาก็ไม่ติดอะไรที่ชายหนุ่มจะใช้เรือของเขาไปหาความสนุกเพราะภูมิไทก็ให้ที่พักอาศัยแก่เขาฟรีๆโดยที่ไม่ได้เรียกร้องอะไรแถมยังคอยดูแลอย่างดีอีกต่างหาก
เช้าตรู่วันต่อมา
และแล้วเช้าของวันใหม่หลังจากที่สองสาววางแผนกันมาดิบดีแล้วทั้งสองก็มายืนอยู่ที่หน้าผาชันไม่ใกล้ไม่ไกลกับเกาะของภูมิไทมากนัก
สองสาวยืนรับลมทะเลกันมาพักใหญ่เพื่อรอดูเรือประมงว่าจะมีหันหัวแล่นเข้าเกาะเมื่อไหร่เพราะเมื่อมีเรือมาเปทิกาก็จะรีบกระโดดจากหน้าผาลงไปที่ทะเลทันทีตามแผนที่วางเอาไว้คิดว่ายังไงคนบนเรือก็ต้องลงมาช่วยเธอจังหวะนั้นเธอจะได้ออกอุบายเพื่อเข้าไปที่เกาะส่วนตัวของภูมิไทได้
“เอาแบบนี้จริงหรอดาว”
ของขวัญที่ยืนอยู่ข้างๆเปมิกาตอนนี้เธอมีสีหน้าไม่สู้ดีนักไม่รู้ว่าเพื่อนเธอไม่คิดแผนใหม่ที่ดีกว่านี้แล้วจริงๆหรือ
“ก็จริงน่ะสิ..ฝากดูแลโลมาด้วยล่ะเดี๋ยวฉันจะหาทางติดต่อกลับไปบ้าง”
“โอเคไม่ต้องห่วง...นั่น..เรือมาแล้ว”
ของขวัญรับปากเปมิกาให้เธอนั้นไม่ต้องห่วงเพราะอย่างไรเธอก็เอ็นดูโลมาเหมือนหลานคนนึงอยู่แล้วระหว่างที่คุยกับเพื่อนเธออยู่สายตาของเธอก็เหลือบไปเห็นเรือประมงแล่นเข้ามาที่หน้าเกาะจึงรีบชี้มือชี้ไม้ให้เปมิกาได้เตรียมตัว
ภูมิไทที่กำลังขับเรือกลับที่เกาะยามเช้าตรู่หลังจากที่ออกไปล่องเรือเล่นยามค่ำคืนไม่ไกลจากเกาะนักแถมเขายังตกหมึกมาได้ถังใหญ่อีกด้วย
ตู้มมม..
“หา..”
ชายหนุ่มที่กำลังขับเรืออยู่เขาก็หน้าตาตื่นเบิกตาโพรงตกใจรีบจอดเรือกะทันหันเมื่อเห็นร่างของใครบางคนหล่นลงมาในทะเลคิดในใจว่าไม่พ้นคงมาฆ่าตัวตายตรงนี้แน่เพราะหน้าผาชันใกล้ๆกับเกาะของเขาน้อยคนนักที่จะมาเที่ยวที่นี่คิดได้ดังนั้นก็รีบกระโดดลงทะเลทันที
“อึก..อึก..”
ตอนนี้เปมิกาที่ปล่อยร่างจมลงไปในทะเลครู่หนึ่งแล้วเธอก็เริ่มหมดลมแถมเมื่อลืมตามองใต้น้ำเธอก็ยังไม่เห็นมีใครสักคนกระโดดลงมาช่วยแต่เธอก็ไม่ยอมคิดแพ้เพราะหากว่ายน้ำขึ้นไปรับอากาศจะดูไม่น่าเชื่อว่าเธอกำลังจะฆ่าตัวตาย
“อึก..”
สาวเจ้าในตอนนี้เริ่มจะไม่ไหวปล่อยทิ้งตัวนิ่งแต่ไม่นานนักเธอก็เห็นผู้ชายรางใหญ่เข้ามาดึงตัวเธอขึ้นไปและแล้วสิ่งที่เธอคิดเอาไว้ก็สำเร็จนึกในใจว่าเกือบจะต้องมาตายเพราะแผนบ้าๆของตัวเองเสียแล้ว
“โอ้ย..โล่งอก”
ของขวัญที่นอนหมอบเฝ้าดูอยู่บนหน้าผาเห็นผู้ชายร่างใหญ่ลากเพื่อนเธอขึ้นเรือไปได้เธอก็โล่งใจต่อจากนี้ไปหน้าที่ของเธอก็คือกลับไปดูแลโลมาและคอยยื่นมือช่วยเหลือเมื่อเพื่อนเธอขอความช่วยเหลือมาก็เท่านั้นภาวนาว่าให้เปมิกาทำภารกิจให้สำเร็จโดยไม่มีอุปสรรคอะไรก็แล้วกัน
“คุณ..”
ภูมิไทวางร่างบางลงที่หัวเรือก่อนจะเขย่าตัวเรียกเธอให้มีสติในใจตอนนี้คิดว่าหญิงสาวที่กำลังอยู่ในวัยแรกรุ่นแบบนี้ทำไมถึงคิดสั้นคงไม่พ้นอกหักคิดแล้วเขาก็ส่ายหัวไปมาก่อนจะประสานมือกดไปที่กลางหน้าอกของหญิงสาวเพื่อทำการปฐมพยาบาล
“..อืม..”
ตอนนี้เปมิกาเริ่มรู้สึกตัวขึ้นมาบ้างแล้วหญิงสาวต้องรีบพลิกหน้าหนีเมื่อเห็นว่าชายหนุ่มกำลังก้มลงมาจะจูบเธอ
“แอ้กๆ...”
สาวเจ้าลุกนั่งก่อนจะไอเอาน้ำทะเลที่กลืนลงไปเสียเยอะให้ออกมารู้สึกแสบคอแสบหูแสบตาพอสมควรแต่ก็คุ้มค่าเพราะตอนนี้เธอได้อยู่บนเรือประมงที่น่าจะเป็นของคนบนเกาะสมใจแล้ว
“ฟื้นแล้วก็ดีครับ..ผมนึกว่าจะช่วยคุณเอาไว้ไม่ได้ซะอีก”
ภูมิไทโล่งอกเมื่อหญิงสาวไม่มาเสียชีวิตใกล้ๆที่นี่เพราะเขาไม่อยากให้ระแวกนี้มีข่าวว่ามีใครมาตายเท่าไร
“มาช่วยฉันทำไม...ฉันอยากตาย”
เปมิกาเริ่มทำทีสะอึกสะอื้นบีบน้ำตา
“อกหักใช่หรือเปล่า”
“ฮือๆๆ...ฉันรักเค้ามากขนาดนั้นแต่เค้ากลับทิ้งฉันลง...ฮือๆๆ”
เปมิกาเริ่มบีบน้ำตาสะอื้นเล่นใหญ่แต่ในใจยิ้มร่าที่ชายหนุ่มเข้าใจว่าเธออกหักโดยที่ไม่ต้องพูดหรืออธิบายอะไรมากนัก
“ชีวิตคนเรามีค่ามากกว่าจะมาตายเพราะผู้ชายทิ้งนะครับ...นี่ถ้าพ่อแม่คุณรู้เค้าจะเสียใจแค่ไหนทำไมทำอะไรไม่คิดเลย”
ภูมิไทนั่งขมวดคิ้วมองหน้าหญิงสาวก่อนจะสอนเธอให้เห็นค่าในตัวเองมากกว่านี้
“ฮือๆๆๆ..”
เปทิมานั่งทำทีปาดน้ำตาไม่ยอมหยุด
“ฉันแค่อยากหาที่เงียบๆอยู่ให้สบายใจแต่ไม่มีเลย...ฉันคิดว่าใต้ทะเลคงเงียบสุดสำหรับฉัน..ฉันเลยพร้อมที่จะมอบชีวิตให้ทะเล...ฮื่อๆๆ”
ดวงตาคมมองหญิงสาวด้วยความกลุ้มใจกับอาการของเธอครู่หนึ่งก่อนจะเสนอให้เธอไปอยู่ที่เกาะของเขาหากที่เกาะทำให้หญิงสาวอาการดีขึ้นได้เขาก็เขาก็ยินดี
“ถ้าผมมีที่สงบๆให้คุณอยู่เพื่อพักใจ..สัญญากับผมได้หรือเปล่าว่าจะไม่คิดสั้นแบบนี้อีก”
“คุณจะให้ฉันไปอยู่ที่ไหน”
“เกาะนั่นไง”
ชายหนุ่มชี้มือไปที่เกาะส่วนตัวของเขาที่อยู่ไม่ไกลจากตรงนี้นัก
“เอ่อ..จะดีหรอ”
แม้นตอนนี้อยากจะกระโดดกรีดร้องดีใจออกมาดังๆแต่สาวเจ้าก็ยังคงต้องเก็บอาการเอาไว้ทั้งยังต้องทำสีหน้าหมดอาลัยตายอยากตลอดเวลาเพื่อให้อีกฝ่ายได้เห็นว่าเธอพร้อมที่จะคิดสั้นได้ตลอดเวลา
“ดีสิ..ถ้าคุณไว้ใจผม..ผมก็จะพาคุณไป”