“คนนี้น่ะเหรอ?”
สายตาคมกริบกำลังมองประเมินผู้หญิงในห้องสอบสวนภายใต้กระจกนิรภัยที่มองเห็นได้ด้านเดียว หญิงสาวตัวเล็กๆ ที่ดูเหมือนไม่มีพิษไม่มีภัยคนนี้น่ะเหรอ ที่กล้าใช้กลโกงคาสิโนบนเรือสำราญของเขา คำถามคือเธอทำได้อย่างไร
“เอายังไงต่อครับนาย”
“ได้ประวัติรึยัง” สายตาเขายังคงจับจ้องหญิงสาวตัวเล็กที่นั่งก้มหน้างุด เขาเห็นเธอบีบมือตัวเองตรงซีดขาวไปหมด ท่าทางไม่น่าใช่โจรมืออาชีพ
“นี่ครับนาย”
เจ้านายหนุ่มรับแฟ้มข้อมูลไปดูเธอชื่อ ปานฟ้า เฮนเดอร์สัน เขาขมวดคิ้วเล็กน้อยเมื่อสะกดชื่อของหญิงสาว จากการที่ล่องเรือมาแล้วทั่วโลกเขาเลยรู้จักหลากหลายภาษารวมถึงภาษาไทยด้วย เธอน่าจะเป็นลูกครึ่งไทยอายุยี่สิบสามปีจบ Community College สายงานช่าง เขาอ่านถึงตรงนี้ก็ปิดแฟ้มลง
“ส่งคนเข้าไปคุยกับเธอ” เขาไม่จำเป็นต้องออกหน้าเองในเรื่องแบบนี้ ไม่ใช่เธอคนแรกที่หาวิธีโกงเกมคาสิโน แต่ไม่เคยมีใครทำได้สำเร็จเพราะโดนจับได้เสียก่อน เธอเป็นกรณีพิเศษที่โกงได้อย่างแนบเนียน แต่ความผิดพลาดคือเธอทำมันซ้ำอีกครั้งจึงทำให้โดนจับได้
เลขาหนุ่มรับคำสั่งเรียกให้เจ้าหน้าที่เข้าไปคุยกับเธอในห้องสอบสวน หญิงสาวสะดุ้งเมื่อได้ยินเสียงเปิดประตู เธอใจเต้นไม่เป็นจังหวะเพราะไม่รู้ว่าจะโดนลงโทษอย่างไร ตอนนี้ในหัวสมองคิดไปต่างๆ นาๆ เจ้าของเรือลำนี้คือ ริชาร์ด คาล์เวิร์ต มันไม่ใช่เรือธรรมดาแต่เป็นเรือสำราญที่มีอบายมุขครบวงจร มีข่าวลือมากมายเกี่ยวกับตระกูลของเขา ซึ่งข่าวที่เธอได้ยินมาคือตระกูลนี้เป็นมาเฟียที่โหดเหี้ยม ธุรกิจถูกส่งต่อมายังรุ่นของริชาร์ดและเขาก็ขึ้นชื่อเรื่องความเพลย์บอย เธอเคยเห็นเขาตามหน้าข่าวหนังสือพิมพ์ ส่วนใหญ่จะเป็นข่าวเกี่ยวกับผู้หญิง
เธอกำลังจินตนาการถึงโทษทัณฑ์ในครั้งนี้ การโกงไม่ใช่เรื่องดีแม้จะมีความจำเป็น แต่ก็ถือว่ามีความผิดและหากตระกูลนี้เป็นมาเฟียจริงๆ เธอคงได้รับการลงโทษที่แสนทารุณ หรือหากเขาส่งเธอเข้าคุกก็คงทรมานไม่ต่างกัน ไม่ว่าจะเป็นแบบไหนก็ไม่อยากโดนลงโทษทั้งนั้น แต่มันเลือกได้ซะที่ไหนล่ะ
“สวัสดีครับคุณปานฟ้า”
“เอ่อ สวัสดีค่ะ” เธอไม่รู้ว่าคนตรงหน้าทราบชื่อเธอได้อย่างไร เพราะเธอแอบขึ้นมาโดยที่ไม่ได้ลงทะเบียนดังนั้นจึงไม่มีชื่อของเธออย่างแน่นอน
“คุณขึ้นมาโดยที่ไม่ได้ลงทะเบียน และยังใช้กลโกงกับเกมคาสิโนด้วย”
“ฉันทราบค่ะว่าทำผิด ฉันสารภาพทุกอย่าง ถ้าจะกรุณาลดโทษให้ฉันได้ไหมคะ” เธอไม่ขอให้ยกโทษทั้งหมด แต่ขอเป็นลดโทษแทนเผื่อหนักจะกลายเป็นเบา
ริชาร์ดยังคงยืนดูเหตุการณ์จากด้านในกระจก เธอยังไม่ทันรู้ว่าโทษคืออะไรก็เอ่ยปากขอลดโทษเสียแล้ว เขาจะเก็บไว้พิจารณาหลังจากทราบเรื่องราวทั้งหมดก่อน
“คุณขึ้นมาได้อย่างไร” เขามีหน้าที่ถามตามคำสั่งของเจ้านาย แต่ไม่ได้มีหน้าที่ตัดสินใจในการลดโทษหรือเพิ่มโทษใคร
“ฉันจ้างแฮคเกอร์เจาะระบบการลงทะเบียนมาค่ะ” เธอใช้คำว่าแฮคเกอร์เพราะไม่อยากให้เพื่อนสนิทเดือดร้อนไปด้วย เพื่อนของเธอเก่งเรื่องซอฟต์แวร์และไม่ค่อยเต็มใจอยากช่วยสักเท่าไหร่นัก เป็นเธอเองที่บังคับเพื่อนให้ทำ
“เยี่ยมเลย แล้วคุณใช้วิธีไหนในการโกง”
“ฉันเรียนจบด้านอิเล็กทรอนิกส์ค่ะ ใช้เครื่องมือเล็กน้อยก็ทำเครื่องรวนได้” เธอสารภาพตามตรงเพื่อหวังว่าจะถูกลดโทษอย่างน้อยก็ไม่ต้องติดคุก
ริชาร์ดตั้งใจฟังคำสารภาพทุกคำ แน่นอนว่าเครื่องเกมคาสิโนบนเรือนั้น มีทั้งระบบอิเล็กทรอนิกส์และระบบที่เป็นซอฟต์แวร์ เห็นทีเขาต้องโละเครื่องอิเล็กทรอนิกส์ทั้งหมดทิ้ง และใช้แบบที่เป็นซอฟต์แวร์ทั้งหมดแทน มันไม่ใช่เรื่องยากเพราะเพื่อนของเขาเป็นเจ้าของบริษัทซอฟต์แวร์ชื่อดังระดับโลก
“เอายังไงต่อครับนาย”
ปานฟ้าไม่ได้ที่เขาถามแต่ทว่าคำถามนั้นไม่ได้ถามเธอ เขาถามใครสักคนที่อยู่ในหูฟังอันจิ๋วที่เขาใส่อยู่ น่าจะเป็นคนที่มีอำนาจบนเรือ แต่คงไม่ใช่ริชาร์ดหรอกมั้งแค่เรื่องโกงเกมคาสิโนเอง จริงอยู่เธอได้เงินไปหลายล้านแต่ก็คงไม่ทำให้ขนหน้าแข้งร่วงถึงขนาดที่ต้องมาจัดการเอง
“คุณมีแรงจูงใจอะไร” เขาหันหน้ากลับมาที่เธออีกครั้ง
“ฉันต้องการเงินค่ะ” เธอตอบอย่างตรงไปตรงมา สาเหตุที่ขึ้นมาบนเรือก็เพราะเงินนี่แหละ ความสุขของแต่ละคนไม่เหมือนกัน แต่สำหรับเธอเงินซื้อความสุขได้
“ทำงานก็ได้เงิน ทำไมเลือกวิธีโกง” คราวนี้ไม่ใช่เสียงที่มาจากคนตรงหน้าเธอ แต่เสียงออกมาจากลำโพงที่ดังก้องไปทั่วห้อง ริชาร์ดขี้เกียจจะออกคำสั่งผ่านเจ้าหน้าที่ เขาเลยเปิดไมค์แล้วถามเองไม่ให้เสียเวลา
“เอ่อ เพราะว่าการโกงเกมของคุณทำให้ฉันได้เงินเร็วค่ะ” เธอไม่รู้จะมองไปทางไหน เลยมองไปรอบๆ ห้อง ที่มีแค่ผนังแล้วก็หน้าต่างบานหนาที่มองแล้วไม่เห็นอะไรด้านนอกเลย
“หึ ตรงไปตรงมาดี ถ้าคุณหิวเงินขนาดนั้น ทำไมไม่เลือกวิธีอื่น”
“ฉันไม่ได้ทำเพราะหิวเงิน” เธอเริ่มหัวเสียเล็กน้อย น้ำเสียงที่ออกมาจากลำโพงเต็มไปด้วยความดูถูกดูแคลน เธอไม่ได้หิวเงินเธอแค่ต้องการเงิน
“แล้วเพราะอะไร”
“อิสรภาพ ฉันต้องการเงินเพื่อซื้ออิสรภาพ ซื้อความสุขของฉันคืน”
คำตอบของเธอทำให้เขาประหลาดใจ ริชาร์ดหยิบแฟ้มประวัติของเธอขึ้นมาดูอีกครั้ง เธอเป็นคนธรรมดาไม่ได้มีชื่อเสียงทางสังคม กว่าคนของเขาจะหาประวัติของเธอมาได้ใช้เวลาเกือบสามชั่วโมง เขาไล่ดูอีกครั้งอย่างละเอียดและพบว่าครอบครัวของเธอไม่ได้สมบูรณ์พร้อม มารดาเสียตั้งแต่เธออายุสิบขวบ เมื่อสามปีที่แล้วบิดาเสียชีวิตด้วยโรคประจำตัว และปัจจุบันเธออยู่กับแม่เลี้ยง สรุปได้ว่าเธอมีปัญหาครอบครัว
“ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลอะไร สิ่งที่คุณก็ผิดอยู่ดี” ชีวิตดราม่าของเธอดูน่าสงสาร แต่ก็นำมาใช้เป็นข้ออ้างในการทำความผิดไม่ได้
“ฉันทราบค่ะ ฉันสารภาพทุกอย่างแล้ว กรุณาลดโทษให้ฉันด้วยเถอะนะคะ”
“คุณคิดว่าใครมีสิทธิ์ตัดสินใจ”
“ไม่ทราบค่ะ คุณริชาร์ดมั้งคะ” เพราะเขาเป็นเจ้าของเรือ เธอเลยคิดว่าเขามีอำนาจและมีสิทธิ์ขาดบนเรือนี้
“งั้นถ้าคุณเป็นริชาร์ด คุณจะตัดสินอย่างไร”
ถ้าเป็นคุณริชาร์ดเหรอ?
“ฉันจะยกโทษให้หมดเลยค่ะ แหมก็ถ้าฉันเป็นคุณริชาร์ด ฉันก็ต้องรวยมาก รวยมหาศาล เงินแค่ไม่กี่ล้านถือว่าให้ค่าขนมเด็ก” เธอไม่ได้นึกตลกอะไรเอาตอนนี้ แต่นั่นเป็นสิ่งที่คิดจริงๆ ก็คุณริชาร์ดรวยติดอันดับต้นๆ ของประเทศ คนระดับนั้นไม่น่าจะคิดเล็กคิดน้อยกับเงินแค่นี้หรอก
“หรือบางทีคุณริชาร์ดก็อยากให้คุณไปนอนคุก”
“ไม่ๆ ไม่ค่ะ กรุณาด้วยนะคะ ฉันไม่ยังไม่อยากติดคุก ให้ฉันทำงานก็ได้นะคะ ได้ข่าวว่าขาดช่างไม่ใช่เหรอคะ ฉันทำงานนี้ได้นะคะ” ก่อนขึ้นเรือเธอลองหาตำแหน่งงานในเรือมาก่อนแล้ว และก็ขาดช่างหลายอัตราเพียงแค่ต้องการช่างผู้ชายเธอเลยไม่ตรงกับคุณสมบัติข้อนี้
ริชาร์ดกุมขมับทันทีเธอมาโกงเขา ยังกล้ามาขอทำงานแลกแล้วเขาจะไว้ใจได้อย่างไร แต่แผนกช่างคนไม่พออย่างหนักได้มาไม่ถึงครึ่งที่รับสมัครเลยด้วยซ้ำ กว่าเรือจะเทียบท่าก็อีกสี่วัน ซึ่งจุดที่เทียบท่ามีช่างขึ้นมาเพิ่มแต่ในระหว่างนี้ก็ต้องการคนงานเพิ่มเช่นกัน เมื่อสองวันก่อนห้องเครื่องมีปัญหาและช่างไม่พอ เมื่อคิดทบทวนดูแล้วการรับเธอเพิ่มอีกคน อาจจะช่วยเบางานของส่วนช่างได้บ้าง
“คุณริชาร์ดตัดสินใจรับคุณเข้าทำงาน แต่...เราจะจับตาดูคุณอย่างใกล้ชิด”
“ขอบคุณมากค่ะ ฝากขอบคุณคุณริชาร์ดด้วยค่ะ เป็นเจ้านายที่ใจดีมีเมตตามาก” จะว่าเธอยกย่ออวยเขาเต็มที่ก็ได้ เพราะเธอไม่ต้องติดคุกแถมยังได้งานทำอีก
“คุณจะได้เงินเดือนในตำแหน่งช่าง ส่วนเงินที่คุณโกงไปจะริบคืนทั้งหมด”
“ตกลงค่ะ”
เธอไม่มีอะไรจะเสียอยู่แล้ว ปานฟ้าต้องการเงินเพื่อเอาไปซื้ออิสรภาพจากแม่เลี้ยงของเธอ ที่เป็นหนี้ก้อนโตใช้เท่าไหร่ก็ไม่หมดสักที นี่จึงเป็นสาเหตุที่เธอต้องเข้ามาโกงเกมเพื่อเอาเงินไปใช้หนี้ และเธอจะได้ไปให้พ้นๆ จากแม่เลี้ยงใจร้าย แต่ทว่าการที่เธอทำงานบนเรือพวกเจ้าหนี้ก็ตามไม่ได้ และแม่เลี้ยงของเธอก็ไม่สามารถติดตามมาได้เช่นกัน ฉะนั้นตราบใดที่เธอยังทำงานอยู่บนนี้เธอก็มีอิสระ ไม่ต้องหวาดระแวงว่าจะมีเจ้าหนี้มาข่มขู่หรือไม่ เธอเสียดายอย่างเดียวคือบ้าน
เป็นบ้านที่พ่อกับแม่ของเธอเก็บเงินซื้อ มันคือสมบัติชิ้นเดียวที่เธอมี แต่หลังจากพ่อเสียบ้านก็ไม่ได้กลายเป็นของเธออีกต่อไป เพราะแม่เลี้ยงเอาโฉนดไปค้ำประกันกู้เงินนอกระบบมาจากหลายแห่ง และในโฉนดมันเป็นชื่อเธอพวกเจ้าหนี้ทั้งหลายเลยมาทวงที่เธอ ที่ผ่านมาปานฟ้าพยายามไกล่เกลี่ยและใช้หนี้ เพราะไม่อยากให้บ้านถูกยึด แต่ครั้งนี้คงต้องยอมเพราะเธอต้องทำงานที่นี่อีกหลายเดือน
“ถ้าคุณตุกติกแม้แต่น้อย คุณได้นอนคุกแน่ผมสัญญา”
“ฉันจะตั้งใจทำงานค่ะ และต้องขอโทษจริงๆ ในความผิดครั้งนี้” ปานฟ้ารู้สึกผิดจริงๆ แต่หากย้อนกลับไปได้เธอก็ทำมันอีกอยู่ดี เพราะมันเป็นทางเดียวที่ได้เงินเร็วมาก นี่หรือเปล่าที่เขาบอกกันว่า ‘รู้ว่าผิดก็ยังทำ’
“สตีฟ พาเธอไปที่พักและบอกสิ่งที่เธอต้องรู้เกี่ยวกับงาน” ริชาร์ดหันไปบอกเลขาคู่ใจ ฟังจากที่เธอสารภาพผิดน่าจะมีฝีมือเรื่องงานช่าง หวังว่าเขาคงคิดไม่ผิดที่รับเธอเข้าทำงาน
“ครับนาย”
เลขาหนุ่มรับคำแล้วเดินเข้าไปในห้องสอบสวน เพื่อพาปานฟ้าไปยังส่วนที่พักของแผนกงานช่าง เขาลองสังเกตเธอไปด้วย หน้าตาของเธอไม่เหมือนคนอเมริกันทั่วไป แถมตัวก็เล็กนิดเดียวดูแล้วไม่น่าจะรับมือกับงานช่างไหว แต่เอาเถอะเจ้านายรับมาแล้ว ขอแค่เธอไม่สร้างปัญหาให้ก็พอ
“เอ่อ คุณ..?”
“ผมสตีฟ เลขาของคุณริชาร์ด ผมจะพาคุณไปที่พัก ระหว่างนี้ก็แนะนำไปด้วยว่างานของคุณมีอะไรบ้าง” สตีฟแนะนำตัวบอกกล่าวระหว่างพาเดินไป
“ค่ะ คุณสตีฟ”
“คุณมีของส่วนตัวมาหรือเปล่า”
“มีแค่กระเป๋าใบเดียวค่ะ” เธอตอบพร้อมเดินไปหยิบกระเป๋าที่อยู่ตรงมุมห้อง กระเป๋าของเธอถูกตรวจค้นอย่างละเอียด และไม่พบเจอสิ่งที่เป็นอันตรายใดๆ เลยอนุญาตให้เธอนำติดออกมาด้วย
สตีฟประหลาดใจอยู่พอสมควร กว่าเรือจะเทียบท่าจอดพักก็อีกประมาณสองเดือน แล้วเธอมีของติดตัวมาแค่กระเป๋าใบเดียวเท่านั้น ซึ่งเขาตรวจค้นดูแล้วมีแค่เสื้อผ้าไม่กี่ชุด เธอช่างต่างจากผู้หญิงทั่วไปที่มักจะกังวลในเรื่องการแต่งกาย แต่มันก็ไม่ใช่งานของเขาที่จะต้องไปสงสัยหรือตั้งคำถามใดๆ เขามีแค่หน้าที่พาเธอไปส่งให้ถึงที่พัก
ซึ่งที่พักของฝ่ายงานช่างอยู่ที่ชั้นล่าง บริเวณโดยรอบของชั้นนี้เป็นส่วนของพนักงานทั้งหมด บนเรือมีส่วนของพนักงานกับแขกแยกกัน และบางโซนก็ไม่อนุญาตให้พนักงานเข้าถึงถ้าไม่ใช่พนักงานในหน่วยนั้นๆ อย่างเช่นพนักงานบริการจะเข้ามายุ่งกับส่วนของฝ่ายช่างไม่ได้ หรือฝ่ายช่างก็ไม่สามารถขึ้นไปเพ่นพ่านบนส่วนบริการได้ หากไม่ได้ขึ้นไปซ่อมบำรุงงาน
สตีฟพาเธอมายังด้านหน้าสุดของหัวเรือ ซึ่งเป็นที่พักของฝ่ายช่างที่พนักงานทั้งหมดเป็นผู้ชาย ดังนั้นโซนนี้มีเธอเป็นผู้หญิงเพียงคนเดียว ถนัดออกไปอีกฝั่งเป็นส่วนพักของพนักงานบริการ โดยพนักงานบริการก็จะได้รับที่พักแตกต่างกันไปตามหน้าที่ ปานฟ้าไม่กลัวการทำงานกับผู้ชาย เพราะตอนเรียนเพื่อนเธอก็เป็นผู้ชายเสียส่วนใหญ่ และเธอก็พอมีฝีมือเรื่องศิลปะป้องกันตัวอยู่บ้าง ฉะนั้นจึงคิดว่าสามารถอยู่รอดปลอดภัยได้
“นี่ห้องของคุณ” ปานฟ้าได้ห้องที่อยู่ด้านนอกสุด อันที่จริงยังมีห้องว่างอีกมาก แต่ห้องที่เธอได้นั้นอยู่ห่างจากห้องที่มีเจ้าของมากพอสมควร
“ขอบคุณค่ะ ฉันเริ่มงานได้เลยไหมคะ” ไม่ใช่ว่าเธอกระตือรือร้นอยากทำงานใจจะขาด แต่กลัวเจ้าของเรือจะเปลี่ยนใจพาเธอจับเข้าตาราง
“วันนี้หัวหน้าช่างจะพาคุณไปเรียนรู้งานก่อน เริ่มงานจริงวันพรุ่งนี้”
“รับทราบค่ะ”
“ถ้างั้นผมขอตัวก่อน” เมื่อเขาทำหน้าที่เสร็จสมบูรณ์แล้ว ไม่มีเรื่องที่ต้องอยู่ต่อ สตีฟต้องกลับไปรายงานให้เจ้านายทราบ และหวังว่าเธอจะอยู่รอดปลอดภัยบนเรือนี้
เมื่อสตีฟเดินไปแล้วเธอจึงเปิดประตูเข้าไปในห้อง ที่พักของเธอเล็กแต่ทว่ามันพอดีกับเธอ มีเตียงนอนกับโต๊ะอเนกประสงค์ที่พักเก็บได้ ห้องของเธอไม่มีหน้าต่างเพราะเป็นส่วนด้านล่างสุด ซึ่งก็ไม่ใช่ปัญหาใหญ่อะไร ไม่ว่างานจะหนักแค่ไหนเธอก็ต้องทน เพราะไม่มีทางให้เลือกแล้ว
เดิมทีเธอแอบขึ้นมาและทำตัวเร่ร่อนไม่มีหลักแหล่ง สิงอยู่ในคาสิโนเธอจึงเอาแต่ของที่จำเป็นเพราะคิดว่าจะอยู่แค่เพียงสิบวัน เรือลำนี้ล่องทะเลสิบวันสิบคืน จึงเอามาให้น้อยที่สุดนั่นก็คือกระเป๋าหนึ่งใบ เธอมีเสื้อผ้ามาด้วยประมาณห้าถึงหกชุด แล้วก็ของใช้ที่จำเป็นอีกนิดหน่อย เธอสำรวจเรือมาพอสมควร มีร้านค้าที่ขายของใช้ มีร้านเสื้อผ้าที่แพงหูฉี่ มีสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ซึ่งบางโซนเธอก็ไม่ได้เข้าไปเพราะมีเจ้าหน้าที่คอยตรวจตราอยู่
ครั้งแรกที่ปานฟ้าโกงเงินจากคาสิโนมาได้ เธอคิดว่าจะไปใช้สอยฟุ่มเฟือยเสียหน่อย แต่ทว่ามันยังไม่ครบเท่ากับจำนวนที่เธอต้องการเลยกลับไปโกงอีกครั้ง เพราะอีกสี่วันเรือจะเทียบท่า จะได้หลบอยู่ส่วนของโรงหนังซึ่งไปดูลู่ทางเอาไว้แล้วแต่เธอดันโดนจับได้ เป็นที่มาให้ชวดเงินทั้งหมดแต่เธอก็ยังได้งานทำ แถมยังได้เงินเดือนอีกต่างหาก ความจริงเธอควรทำงานให้เขาฟรีๆ เยี่ยงทาสก็ยังได้ เพราะเธอทำผิด เธอมาโกงเขา มาหาผลประโยชน์จากเขา ไม่โดนฆ่าหรือเข้าคุกก็ดีเท่าไหร่แล้ว
ปานฟ้าหยิบเสื้อผ้าออกจากกระเป๋า เอาไปใส่ไว้ในตู้เสื้อผ้าเล็กๆ ที่อยู่ข้างประตู เธอพอมีเงินติดตัวมาอยู่บ้างกะว่าเทียบท่าแล้วจะขึ้นไปซื้อของเพิ่ม เธอศึกษาเส้นทางของเรือลำนี้มาแล้ว แต่มันผิดแผนตรงที่โดนจับ ดังนั้นเธอจึงต้องอยู่บนเรือลำนี้ไปอีกสามเดือน ซึ่งเรือจะเทียบท่าทุกสิบวันเมืองละสามรอบ เท่ากับว่าเทียบท่าเมืองละเดือนด้วยเหตุนี้เองน่าจะทำให้ต้องการช่างเทคนิคหลายอัตรา
เธอกะว่าระหว่างที่รอหัวหน้าช่างมาเรียก จะนอนเอนหลังสักหน่อยหลังจากผ่านเรื่องน่าตื่นเต้นมาได้ แต่คงไม่ทันเพราะมีคนเคาะประตูอยู่หน้าห้องของเธอ คงเป็นหัวหน้าช่างที่จะพาเธอไปดูงาน ปานฟ้าเอื้อมมือไปเปิดประตู เธอพบกับเทพบุตรสุดหล่อเหมือนมีแสงเจิดจร้าออกมาจากตัว เขาหล่อจนเธอแทบเป็นลม
นี่หัวหน้าช่างแน่เหรอ?
“สวัสดี ผม....”
“สวัสดีค่ะ คุณคงเป็นหัวหน้าช่างใช่ไหมคะ ฉันชื่อปานฟ้า เฮนเดอร์สัน เรียกว่าแองเจิ้ลก็ได้ค่ะ” ยังไม่ทันที่หนุ่มหล่อหน้าห้องแนะนำตัวเสร็จ เธอก็รีบชิ่งพูดก่อนด้วยความตื่นเต้น
“โอเคแองเจิ้ล เดี๋ยววันนี้ผมจะพาคุณไปดูงานก่อน พร้อมหรือยัง?” เขาถามพรางมองสำรวจเธอไปในตัว หญิงสาวตรงหน้าในตอนนี้ค่อนข้างต่างจากคำว่า ‘แองเจิ้ล’ เธอดูมอมแมมอยู่ในชุดเสื้อยืดกางเกงยีน กับรองเท้าผ้าใบที่เขรอะมาก
แองเจิ้ลเห็นสายตาของเขาที่มองสำรวจก็เกิดอาการเขินขึ้นมาทันที เธอไม่ได้อาบน้ำมาสามวันแล้ว ตั้งแต่ขึ้นเรือมาก็แอบอยู่ตรงนู้นทีตรงนี้ที ส่วนใหญ่จะอยู่ในคาสิโนที่นั่นมีแต่ห้องน้ำไม่มีห้องอาบน้ำ โชคดีที่บนเรือนี้แอร์เย็นฉ่ำเหงื่อเลยไม่ออกมากนัก เอาเป็นว่าเธอไม่รู้สึกว่าตัวเองสกปรก แม้จะไม่ได้อาบน้ำมาหลายวันก็ตาม
“พร้อมค่ะ ฉันกะว่าเดี๋ยวค่อยมาอาบน้ำทีเดียว” พูดไปก็เขินไป เขาคงคิดว่าเธอซกมกแน่ๆ เลย
“โอเค งั้นไปกัน งานช่างส่วนใหญ่เป็นเรื่องเกี่ยวกับการซ่อมแซม”
ปานฟ้าฟังไปด้วยและมองเขาไปด้วยในเวลาเดียวกัน หัวหน้าช่างเดินนำหน้าเธอเลยมีโอกาสได้สำรวจเขาบ้าง ยิ่งมองก็ยิ่งเคลิ้มเขาเป็นผู้ชายที่ดูดี แผ่นหลังกว้าง ตัวสูงใหญ่ ช่วงขายาว หุ่นเขาไม่ต่างจากนายแบบในนิตยสาร ขนาดมองจากด้านหลังยังรู้เลยว่าหล่อ แองเจิ้ลเรียนช่างเจอผู้ชายมากหน้าหลายตา แต่ไม่เคยพบเจอใครที่หล่อราวเทพบุตรแบบนี้มาก่อน
“เฮ้ ฟังอยู่ไหม?”
“คะ ค่ะๆ ฟังอยู่ค่ะ คุณ....เอ่อ” เธอนึกขึ้นมาได้ว่ายังไม่รู้จักชื่อเขาเลยนี่นา ตอนเขาแนะนำตัวเธอก็ชิ่งพูดขัดขึ้นก่อน คิดแล้วก็รู้สึกอายขึ้นมา นอกจากเขาจะมองว่าเธอซกมกแล้วยังคิดว่าเธอไร้มารยาทอีกด้วยแน่เลย
“เรียกผมว่าริค”
“ค่ะคุณริค ฉันเห็นพนักงานที่นี่มีเครื่องแบบ แผนกช่างมีเครื่องแบบไหมคะ” เธอไม่เห็นเขาใส่เครื่องแบบเลยเอ่ยถาม เพราะถ้ามีก็จะประหยัดเงินไม่ต้องซื้อชุดเพิ่มหลายชุด
“มี เตรียมไว้ให้คุณเรียบร้อยแล้ว แต่ผมจะพาคุณไปดูที่ทำงานก่อน”
ริคยังคงเดินไปเรื่อยๆ ผ่านชั้นล่างลงไปในส่วนของเครื่องยนต์ ในนี้ค่อนข้างร้อนเพราะมีเครื่องจักรมากมายที่ขับเคลื่อนเรือลำนี้ให้แล่นผ่านน่านน้ำได้อย่างราบรื่น แองเจิ้ลคุ้นเคยกับความร้อนเหล่านี้ดี แม้จะไม่เคยดูแลเครื่องยนต์กลไกของเรือ แต่คิดว่าคงไม่ต่างกับเครื่องยนต์รถมากนัก
“ส่วนนี้ไม่ค่อยมีปัญหาอะไร ผมแค่พามาดูว่าเครื่องยนต์กลไกอยู่ตรงไหน หากมีปัญหาฉุกเฉินจะได้ลงมาถูก” นอกจากเขาพาเธอมาดูแล้ว ยังพามาเช็คด้วยว่าเธอมีปัญหากับความร้อนหรือเปล่า เพราะผู้หญิงส่วนใหญ่มักจะจุกจิกในหลายๆ เรื่อง เป็นเหตุให้เขารับแต่ช่างผู้ชายมาทำงาน แต่ดูแล้วเธอไม่น่าจะมีปัญหาอะไร ไม่บ่น ไม่ได้ทำท่าเหนื่อยหน่ายหรือรังเกียจที่ต้องอยู่ในที่ร้อนๆ แบบนี้
“แล้วมีส่วนไหนที่ต้องตรวจตราทุกวันไหมคะ”
“มีสิ ตามผมมา”
ริคพาเธอขึ้นมายังชั้นบนในส่วนของที่พักผู้โดยสาร ระหว่างนี้เขาก็อธิบายรายละเอียด งานประจำวันให้เธอทราบว่าต้องทำอะไรบ้าง ตรวจตราตรงไหนอะไรยังไง หลังจากที่ได้ฟังเธอก็ไม่แปลกใจเลยที่ทำไมเรือลำนี้ถึงต้องการช่างจำนวนมาก ก็งานยิบย่อยที่แบบคนอื่นคิดไม่ถึงมันมีมากมายเลย งานช่างไม่ใช่แค่คอยเช็คเครื่องยนต์กลไกต่างๆ เพียงอย่างเดียว แต่รวมถึงงานซ่อมต่างๆ ด้วย ในแต่ละวันก็ต้องแบ่งส่วนกันไปเช็คตามห้องแขก ตามที่ได้รับแจ้งจากพนักงานบริการว่ามีส่วนใดเสียหายบ้าง ช่างมีหน้าที่เข้าไปซ่อมแซมให้อยู่ในสภาพดีเยี่ยม
“เตียงพวกนี้น่ะเหรอคะ?” ปานฟ้านึกสงสัย เตียงพวกนี้ดูแข็งแรงทำไมถึงเป็นส่วนที่มีการแจ้งซ่อมเยอะที่สุด เธอไม่เข้าใจพวกเขานอนกันอย่างไร
“ใช่ เตียงพวกนี้ทำจากอลูมิเนียมก็จริง แต่ถ้าทำกิจกรรมกันหนักๆ ก็รับไม่ไหวเหมือนกัน” เขาพูดพร้อมกับเข้าไปชี้จุดที่หักให้ปานฟ้าดู
หญิงสาวพยายามคิดประมวลผลในสิ่งที่เขาบอกเล่า กิจกรรมอะไรบนเตียง? เมื่อคิดได้ว่าเขาพูดถึงอะไรก็รู้สึกอายขึ้นมา พวกลูกค้าทำไมรุนแรงกันจัง ยิ่งคิดภาพมันก็ยิ่งฉายชัดบนหัว จินตนาการของเธอก็ช่างทำงานได้ดีเยี่ยมจริงๆ โดยเฉพาะเรื่องเซ็กส์ เธอไม่เคยมีประสบการณ์จริง เคยดูแต่ในหนังที่แบบว่ารักกันอย่างเร่าร้อน แค่คิดก็ขนลุกไปหมดแล้ว
“ไม่เห็นจะต้องทำรุนแรงกันเลย แบบนุ่มนวลก็ได้รึเปล่า” เธอพูดกับตัวเองแต่ทว่าเสียงดังเกินไปจนทำให้คนในห้องได้ยินไปด้วย
“ไม่ใช่ทุกคนจะชอบแบบนุ่มนวลเหมือนคุณนี่” เขาตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบ แต่มันทำให้หน้าของปานฟ้าเห่อร้อน เธอไม่ได้หมายถึงตัวเองเสียหน่อย และที่สำคัญเธอไม่ได้คุยกับเขา
“เอ่อ ข้ามเรื่องเตียงเถอะค่ะ มีเรื่องที่ฉันควรทราบอีกไหม” เธอไม่ถนัดคุยเรื่อง 18+ กับผู้ชาย แม้แต่เพื่อนผู้หญิงก็ไม่ค่อยคุยเรื่องนี้กันเท่าไหร่นัก
“มีส่วนที่พนักงานห้ามไปยุ่มย่ามยกเว้นได้รับคำสั่ง มีคู่มืออยู่ในห้องคุณลองไปอ่านเพิ่มเติมดู”
“ค่ะคุณริค แล้วแผนกช่างกินข้าวกันที่ไหนคะ”
“ใกล้ๆ กับที่พัก เดี๋ยวผมจะพาไปดู”
หัวหน้าช่างสุดหล่อพาปานฟ้าเดินกลับลงไปในส่วนแผนกช่าง ข้างๆ กันนั้นเป็นส่วนครัวและที่รับประทานอาหาร เขาอธิบายให้เธอฟังในเรื่องเวลากินข้าวเช้า ข้าวกลางวันและข้าวเย็น นอกเหนือจากเวลาเหล่านี้จะไม่ได้รับอนุญาตยกเว้นเป็นกรณีพิเศษ อย่างเช่นวันนี้ซึ่งเป็นเวลาประมาณบ่ายสองโมง ซึ่งเลยเวลาอาหารกลางวันมาแล้ว แต่เขาจะให้เธอกินเพราะดูท่าน่าจะหิวโซไม่น้อย
“หลังข้าวเย็นไปแล้วถ้าหมดกะของคุณ สามารถเข้ามากินอะไรรองท้องได้ พวกขนมในตู้กับเครื่องดื่ม” ริคบอกพร้อมกับวางอาหารสำเร็จรูปไว้ตรงหน้าเธอ
“ฉันกินได้เหรอคะ?” เธอถามให้แน่ใจพลางกลืนน้ำลายลงคอ อันที่จริงวันนี้ยังไม่มีอะไรตกถึงท้องเลย เธอโดนสอบสวนตั้งแต่เช้าและลากยาวมาจนถึงตอนนี้
“ให้เป็นกรณีพิเศษ กินซะ”
“ขอบคุณค่ะริค”
ปานฟ้าไม่รอช้ารีบกินอาหารตรงหน้าทันที เป็นอาหารแช่แข็งสำเร็จรูปแต่ก็รสชาติดี อาจเป็นเพราะเธอหิวละมั้งกินอะไรก็อร่อยไปหมด เธอคิดว่าการทำงานที่นี่ก็ไม่เลวนัก มีที่อยู่ มีที่กินแถมได้เงินอีกต่างหาก แม้จะทำงานเยอะไปเสียหน่อยแต่จะเป็นไรไป ที่ผ่านมาก็ไม่ได้ทำงานน้อยๆ เลย ก่อนหน้านี้ปานฟ้ารับจ้อบซ่อมแซมทั่วราชอาณาจักรเพื่อหาเงินมาใช้หนี้ รายได้ก็ไม่ค่อยดีเท่าไหร่สู้ทำงานบนเรือเดือนเดียวยังไม่ได้เลย
“ได้ข่าวว่าคุณเป็นหัวขโมย”
แองเจิ้ลแทบสำลักเมื่อได้ยิน ถ้าทุกคนรู้ว่าเธอก่อวีรกรรมอะไรไว้ แบบนี้แล้วจะมีใครอยากเข้ามาคุยกับเธออีกไหมเนี่ย ทุกคนไม่คอยจับตาดูเธอหรอกเหรอ แบบนี้ก็อึดอัดแย่น่ะสิ