ตอน 2

เอิงเอย...

สวัสดีค่ะฉันชื่อนางสาวศิรภัทรมีชื่อเล่นว่าเอิงเอยชื่อนี้แม่เป็นคนตั้งให้ค่ะแต่พ่อกับแม่หรือคนรู้จักก็จะเรียกสั้นๆว่าเอยเฉยๆ บ้านเกิดของฉันอยู่ที่จังหวัดน่านครอบครัวของฉันตอนนี้ถ้านับจริงๆก็คงมีเพียงแค่พ่อคนเดียวเท่านั้นญาติคนอื่นๆไม่มีหรอกค่ะ  เรื่องราวชีวิตในวัยเด็กของฉันมันน่าเศร้าราวกับนิยายน้ำเน่าที่ฉันเคยอ่านแต่มันคือเรื่องจริงที่เกิดขึ้นกับชีวิตของฉันจนบางครั้งฉันคิดว่าน่าจะเอามาทำเป็นนิยายได้

  ชีวิตของฉันตั้งแต่จำความได้ฉันมีความสุขมากฉันอาศัยอยู่กับพ่อกับแม่บ้านจนกระทั่งวันที่แม่จากฉันไปด้วยโรคมะเร็งความสุขของฉันที่เคยมีก็ได้หายไปพร้อมกับแม่ ตอนนั้นฉันอายุได้เพียงแค่เจ็ดขวบเท่านั้นพ่อของฉันหลังจากแม่เสียไปได้ไม่ถึงเดือนพ่อก็พาน้าพรพรรณเข้ามาในบ้านพ่อบอกกับฉันว่าน้าพรพรรณคือเมียใหม่ของพ่อซึ่งถามว่าฉันรู้จักน้าพรพรรณไหมฉันรู้จักดีเพราะน้าพรพรรณเองก็เคยมาที่บ้านของฉันบ่อยๆน้าพรพรรณเป็นเพื่อนสนิทของแม่ฉันเองค่ะน้าพรพรรณกับแม่เคยทำงานโรงงานด้วยกันส่วนพ่อของฉันเป็นช่างบำรุงในโรงงงานเดียวกันฉันยังจำได้ว่าตอนที่แม่ฉันป่วยจนต้องลาออกมาพักรักษาตัวอยุ่ที่บ้านน้าพรพรรณยังมาเยี่ยมมาให้กำลังแม่ฉันอยู่เลยแต่ใครจะไปคิดว่าเพื่อนของแม่ที่ฉันเคยรักนับถือตอนนี้ได้กลายมาเป็นแม่เลี้ยงของฉันแต่เรื่องนั้นฉันยังไม่ช็อคเท่ากับการที่พ่อพาเด็กผู้หญิงอีกคนนึงเข้ามาในบ้านพร้อมกับน้าพรพรรณจนกระทั่งพ่อบอกว่าเด็กคนนี้คือลูกสาวของพ่อกับน้าพรพรรณเธอชื่อว่าสายพิน ตอนนั้นฉันยอมรับว่าฉันช็อคมากฉันไม่รู้ว่าเรื่องของพ่อกับน้าพรพรรณแม่เคยรู้หรือเอะใจมาก่อนบ้างหรือเปล่าที่เพื่อนสนิทของแม่กับสามีของแม่แอบมีอะไรกันจนมีลูกด้วยกันหนึ่งคน แต่ฉันก็หวังว่าแม่คงจะไม่รู้เรื่องนี้เพราะถ้าแม่รู้แม่คงจะเสียใจมากแน่ๆ

ในตอนที่แม่ฉันเสียฉันเรียนอยู่ชั้นปอหกพอน้าพรพรรณพอเข้ามาอยู่ในบ้านน้าพรพรรณก็บอกกับฉันว่าถ้าฉันเรียนจบปอหกแล้วไม่ต้องเรียนต่อให้อยู่บ้านช่วยทำงานบ้านแทน น้าพรพรรณบอกว่าเรียนไปก็เท่านั้นเสียดายเงินสู้เอาเงินที่พ่อต้องหามาจ่ายค่าเทอมให้ฉันเก็บไว้ให้พินได้เข้าเรียนปีหน้าเสียยังจะดีกว่าน้าพรพรรณบอกเหตุผลกับพ่อว่าปีหน้าจะพาสายพินไปเข้าโรงเรียนเอกชนในเมืองใครๆจะได้ไม่มาดูถูกซึ่งพ่อก็เห็นด้วยทุกอย่างส่วนฉันน่ะตั้งแต่จำความได้ฉันก็เรียนอยู่โรงเรียนประจำตำบลมาตลอดตั้งแต่อนุบาลค่าเล่าเรียนไม่ได้แพงอะไรเลยแต่น้าพรพรรณก็ยังบังคับให้ฉันลาออกจากโรงเรียนโดยที่พ่อก็ไม่ได้ปกป้องฉันเพราะพ่อตามใจน้าพรพรรณทุกอย่างน้าพรพรรณว่ายังไงพ่อก็ว่าตามไม่เคยเถียงไม่เคยว่า

ตอนนั้นฉันเสียใจมากที่ไม่ได้เรียนจนถึงเวลาเปิดเทอมฉันก็เห็นเด็กๆคนอื่นที่เดินผ่านหน้าบ้านต่างพากันใส่ชุดนักเรียนไปโรงเรียนกันฉันอดน้อยใจตัวเองไม่ได้ ถ้าแม่ยังอยู่ฉันคงได้เรียนต่อคงได้ใส่ชุดนักเรียนไปโรงเรียนจนกระทั่งเย็นวันนึงคุณครูก็ได้มาหาที่บ้านท่านคงจะเห็นว่าฉันไม่ได้ไปเรียนเลยตั้งแต่เปิดเทอมคุณครูก็เลยมาถามถึงสาเหตุและก็เจอน้าพรพรรณซึ่งน้าพรพรพรรณก็บอกกับคุณครูว่าฉันไม่อยากไปเรียนเพราะขี้เกียจบวกกับไม่มีเงินส่งเสียให้ฉันเรียนก็เลยไม่ให้ไปเรียนซึ่งคุณครูรู้ดีว่าฉันรักการเรียนมากแค่ไหนคุณครูก็เลยกลับไปที่โรงเรียนแล้วเขียนคำร้องขอทุนเรียนฟรีให้ฉัน นั่นก็เลยทำให้ฉันได้กลับมาเรียนอีกครั้งฉันไม่รู้จะตอบแทนบุญคุณของคุณครูได้ยังไงเพราะถ้าไม่มีท่านฉันคงจะจบแค่ปอหกเท่านั้น คุณครูบอกกับฉันว่าถ้าอยากตอบแทนบุญคุณของท่านก็ให้ฉันตั้งใจเรียน ฉันสัญญากับคุณครูทันทีว่าฉันจะตั้งใจเรียนจะไม่ทำให้ท่านผิดหวัง และด้วยเหตุนี้ทำให้น้าพรพรรณไม่พอใจเพราะไม่มีใครทำงานบ้านน้าพรพรรณจะคอยกลั่นแกล้งฉันตลอดเวลามีหลายครั้งที่ฉันไปเข้าแถวเคารพธงชาติไม่ทันจนโดนลงโทษบางครั้งก็เกือบจะขาดสอบเพราะน้าพรพรพรรณบังคับให้ฉันซักผ้าถูบ้านให้เสร็จก่อนไปโรงเรียนซึ่งฉันต้องปั่นจักรยานไปเกือบยี่สิบนาทีกว่าจะถึงโรงเรียนแต่ฉันก็อดทนมาตลอดจนกระทั่งฉันเรียนจบมอหกน้าพรพรรณก็บอกให้ฉันหยุดเรียนแค่นี้และบอกให้ฉันไปทำงานที่โรงงานเพื่อหาเงินเป็นค่าเทอมให้สายพินเนื่องจากตอนนั้นพินกำลังจะขึ้นมอสี่น้าพรพรรณก็เลยจะให้สายพินย้ายจากโรงเรียนประจำอำเภอไปเรียนโรงเรียนเอกชนมีชื่อเสียงในตัวเมืองซึ่งค่าเทอมเทอมนึงก็หลายหมื่นแต่เงินเดือนของพ่อคงไม่พอน้าพรพรรณก็เลยบังคับให้ฉันไปทำงานที่ฏรงงานไม่ต้องเรียนต่อแม้ว่าฉันจะขอร้องอ้อนวอนยังไงก็ไม่เป็นผล 

"แกไม่ต้องไปเรียนแล้วนะจบแค่มอหกก็พอฉันจะให้แกไปทำงานที่โรงงานฉันรู้จักกับผู้จัดการฝ่ายบุคคลฉันจะฝากแกเข้าไปเองแกจะได้ไม่ต้องเสียเวลายื่นใบสมัครหรือรอเขาเรียกสัมภาษณ์"

"แต่น้าพรคะเอยยังอยากเรียนต่อจนจบมหาลัยน้าให้เอยเรียนต่อเถอะนะคะ" ฉันทั้งขอร้องอ้อนวอนพร้อมกับสัญญาว่าจะหางานทำหลังเลิกเรียนเพราะการที่ฉันเรียนจบปริญญามันคือความฝันของแม่ก่อนที่แม่จะเสียแม่เคยบอกกับฉันว่าแม่อยากเห็นฉันใส่ชุดครุยรับปริญญาซึ่งฉันก็สัญญากับแม่ไว้ก่อนที่ท่านจะจากฉันไปว่าฉันจะทำให้สำเร็จให้ได้ฉันจะเอาใบปริญญามาให้แม่ให้ได้ แต่พอมาถึงตอนนี้ความฝันของแม่ฉันไม่รู้ว่าจะทำมันได้สำเร็จหรือเปล่า

"นะคะน้าพรเอยขอร้องเอยกราบล่ะค่ะ" ฉันก้มลงกราบแทบเท้าของน้าพรพรรณโดยมีสายพินนั่งอยู่ข้างๆมองฉันด้วยสายตาเยาะเย้ยสมน้ำหน้า

"เอ๊ะนังนี่พูดไม่รู้เรื่องฟังภาษาคนไม่ออกหรือยังไงแกจะเรียนอะไรนักหนาคนอย่างแกจบแค่มอหกก็ดีถมเถไปแล้ว แกก็รู้ตอนนี้น้องแกกำลังจะขึ้นมอสี่ฉันต้องการให้พินมันได้เข้าเรียนโรงเรียนเอกชนในตัวเมืองแต่ลำพังเงินเดือนพ่อแกมันไม่พอ เพราะฉะนั้นแกก็ต้องไปทำงานที่โรงงานหาเงินมาส่งน้องแกเรียน"

"แต่ว่า..."

"ไม่มีแต่อะไรทั้งนั้น แกเป็นพี่แกมีหน้าที่หาเงินมาให้น้องแกได้เรียนเข้าใจไหมที่พูดน่ะ ห๊ะนังเอย" ฉันไม่รู้จะพูดคำไหนให้น้าพรพรรณเห็นใจฉันได้แต่นั่งก้มหน้าเหมือนยอมรับชะตากรรมที่กำลังจะเกิด

"ใช่แม่ อย่างพินน่ะต้องเรียนโรงเรียนเอกชนในตัวเมืองเท่านั้นที่นั่นนะมีแต่ลูกคนรวยเรียนกันทั้งนั้น พวกเพื่อนในห้องที่มันจนๆที่โรงเรียนเก่าพินน่ะถ้ามันรู้ว่าพินย้ายเรียนที่นั่นมันทุกคนต้องอิจฉาพินแน่ๆเลยแม่พวกเพื่อนรวยๆของพินที่พินสนิทด้วยก็พากันไปเรียนที่นั่นกันหมด ถ้าจะให้พินไปเรียนโรงเรียนเก่าพินไม่เอาหรอกนะพินพวกอายมัน ยังไงแม่ก็ต้องให้พินไปเรียนที่นั่นนะแม่ไม่งั้นพินไม่เรียนต่อแล้ว" ฉันรู้ว่าน้องสาวต่างแม่ของฉันมีนิสัยเอาแต่ใจมาตั้งแต่เด็กเพราะถูกพ่อแม่ตามใจทุกอย่างอยากๆได้อะไรก็ต้องได้และที่มากไปกว่านั้นก็คือสายพินเป็นเด็กโมโหร้ายเพราะฉันเคยโดนมาแล้วนับครั้งไม่ถ้วน

ฉันกับสายพินเราอายุห่างกันสามปีแม้ว่าสายพินจะมีศักดิ์เป็นน้องสาวของฉันแต่เธอไม่เคยนับถือฉันเป็นพี่ในสายตาของเธอฉันมันก็แค่คนรับใช้ในบ้านเพราะทุกอย่างในบ้านฉันเป็นคนทำทั้งหมดไม่เว้นแม้แต่ซักกางเกงในให้น้าพรพรรณกับสายพินซึ่งฉันก็ทำอย่างไม่เคยปริปากบ่นเพราะไม่อยากมีปัญหาทั้งสองให้ฉันทำอะไรฉันก็ทำแต่ถึงฉันจะทำดีมากแค่ไหนแต่ก็ไม่เคยเห็นค่าไม่เคยมองว่าฉันเป็นคนในครอบครัวเลยสักครั้งหาเรื่องด่าหาเรื่องแกล้งฉันแทบจะทุกวันมีอยู่บ่อยครั้งที่ฉันไม่ได้กินข้าวเย็น ถ้าเย็นวันไหนเงินเดือนพ่อออกหรือค่าคอมออกหรือพ่อถูกหวยพ่อมักจะพาน้าพรพรรณกับพินออกไปกินข้าวนอกบ้านกันสามคนพ่อแม่ลูกซึ่งในวันนั้นทั้งบ้านก็จะไม่มีอะไรให้ฉันกินได้เลยแม้แต่ไข่ฟองนึงยังไงมี ฉันรู้ว่าน้าพรพรรณกับสายพินแกล้งแต่ฉันก็พูดอะไรไม่ได้ทำได้เพียงแค่กล้ำกลืนฝืนทนไปในแต่ละวันเพียงหวังว่าสักวันนึงเมื่อฉันเรียนจบปริญญาฉันจะหางานทำฉันจะออกไปจากที่นี่ไปหาบ้านเช่าอยู่เพียงลำพังแต่ตอนนี้ฉันไม่สามารถทำอะไรได้

ตอน 3

เอิงเอย...

"เอยขอโทษด้วยนะคะแม่ที่เอยไม่สามารถทำตามความฝันของแม่ได้ เอยคงไม่ได้เรียนต่อแล้ว แม่อย่าโกรธเอยเลยนะคะ" ฉันนั่งร้องไห้อยู่ในห้องนอนมองรูปแม่ที่เหลือเพียงใบเดียวอย่างรู้สึกผิด แต่ในขณะที่ฉันกำลังท้อแท้สิ้นหวังที่จะได้เรียนต่อก็เหมือนกับมีพระมาโปรดเหมือนสวรรค์เห็นใจฉัน ในวันต่อมาขณะที่ฉันกำลังกวาดใบไม้รดน้ำต้นไม้อยู่หน้าบ้านคุณครูที่ปรึกษาของฉันได้มาแจ้งข่าวดีกับฉันถึงที่บ้านว่าทางโรงเรียนได้ส่งเอกสารการเรียนของฉันตั้งแต่มอหนึ่งจนถึงมอหกไปให้กับทางมหาลัยในกรุงเทพหลายแห่งเผื่อว่าจะมีสักแห่งที่รับฉันเป็นนักเรียนทุนจนกระทั่งทางโรงเรียนได้รับหนังสือตอบรับจากมหาลัยซึ่งเป็นมหาลัยอันดับหนึ่งของประเทศว่าฉันเป็นผู้โชคดีเพียงหนึ่งเดียวที่ได้รับทุนเรียนฟรีจนกว่าจะจบหลักสูตร ตอนนั้นฉันทั้งดีใจทั้งสับสนเพราะไม่รู้ว่าจะมีโอกาสได้ไปเรียนไหมเนื่องจากว่าน้าพรพรรณได้พาฉันไปหาผู้จัดการโรงงานและเขาก็รับฉันเข้าทำงานเรียบร้อยแล้วด้วย ฉันจะทำยังไงดีจะเลือกอนาคตของตัวเองหรือของน้องสาว

"แกไปบอกกับนังครูจอมจุ้นของแกเลยนะนังเอยว่าแกขอสละสิทธิ์ที่จะไปเรียนต่อที่กรุงเทพ ไม่ว่ายังไงฉันก็จะไม่ยอมให้แกไปเรียนต่อเด็ดขาดแกต้องอยู่ที่นี่ทำงานที่โรงงานเข้าใจมั้ย!!!" น้าพรพรรณพอรู้ว่าฉันได้ทุนเรียนต่อที่กรุงเทพก็เกิดความโมโหไม่พอใจบอกให้ฉันไปสละสิทธิ์

"ไม่ต้องสละสิทธิ์เอยไปเรียนต่อเถอะลูก"

"พ่อ" ฉันไม่ได้หูฝาดใช่ไหมที่ได้ยินพ่อพูดแบบนี้ พ่ออนุญาติให้ฉันไปเรียนต่อจริงๆใช่ไหมฉันไม่ได้หูฝาดไม่ได้ฝันไปใช่ไหม

"พี่องอาจ!!" น้าพรพรรณเหมือนจะโกรธพ่อมากที่พ่อพูดแบบนั้น

"พ่อเป็นพ่อแกพ่ออนุญาตให้แกไปเรียนต่อได้ แกเตรียมตัวเก็บข้าวของเครื่องใช้ที่จำเป็นเข้ากรุงเทพได้เลย"

"ขอบคุณนะคะพ่อ" ฉันก้มกราบพ่อด้วยความรู้สึกขอบคุณ ฉันไม่รู้ว่าทำไมพ่อถึงกล้าขัดใจน้าพรพรรณแต่ฉันดีใจที่พ่อยอมให้ฉันไปเรียนต่อ

สองอาทิตย์ต่อมา...

สถานีขนส่งจังหวัดน่าน

"นี่เงิน พ่อมีให้เอยได้เท่านี้เก็บเอาไว้ใช้นะลูก" พ่อยื่นเงินจำนวนนึงมาให้ฉันฉันเงยหน้ามองพ่อก่อนจะยื่นมือออกไปรับแล้วยกมือไหว้พ่ออย่างขอบคุณ ถ้าฉันมีเงินฉันคงไม่รบกวนพ่อแต่นี่ฉันไม่มีถ้าพ่อไม่ให้ฉันก็คงจะมีเงินติดตัวไปกรุงเทพแค่ไม่กี่ร้อย ฉันยังคิดอยู่ว่าถ้าฉันไปถึงที่โน่นแล้วฉันจะไปอยู่ที่ไหนหอพักมหาลัยก็คงจะแพงฉันคงไม่มีปัญญาจ่ายฉันคิดว่าไปหาดาบหน้าละกันอย่างมากก็นอนแถวสถานีขนส่งไปก่อนจนกว่าจะหางานทำหาห้องเช่าได้

"เงินพ่อมีไม่มากนี่พ่อก็ไปขอเบิกล่วงหน้ามาจากเถ้าแก่โรงงาน ยังไงเอยก็ใช้อย่างประหยัดนะลูก"

"เอยขอบคุณพ่อมากๆเลยนะคะที่ยอมให้เอยได้เรียนต่อ"

"พ่อรู้ตัวว่าพ่อเป็นพ่อที่แย่เป็นพ่อที่ไม่ดีไม่เคยปกป้องเอยเลย พ่อรู้ว่าเอยลำบากมาตลอดตั้งแต่แม่เสียไป พ่อผิดต่อแม่ของเอยมามากแล้ว พ่อไม่อยากผิดต่อเอยไปมากกว่านี้ พ่อขอโทษนะลูก" ฉันร้องไห้ก่อนจะเข้าไปกอดพ่อ นานแค่ไหนกันนะที่ฉันไม่ได้กอดพ่อแบบนี้ น่าจะตั้งแต่แม่เสียไปพ่อไม่เคยกอดฉันเลย ก่อนที่ฉันจะขึ้นรถฉันถามพ่อถึงสิ่งที่ยังค้างคาใจ

"ทำไมพ่อถึงยอมให้เอยเรียนต่อคะ"

"ครูของเอยไปหาพ่อที่โรงงานไปขอร้องพ่อบอกว่าให้เห็นแก่อนาคตของเอย ครูบอกกับพ่อว่าแม่ของเอยเคยไปหาคุณครูที่โรงเรียนไปขอร้องครูว่าถ้าหากว่าแม่ของเอยไม่อยู่แล้วขอให้ครูช่วยดูแลเอยเรื่องการเรียนแม่ของเอยอยากให้เอยได้เรียนสูงๆได้รับปริญญาแม้ว่าแม่จะไม่ได้อยู่ดูความสำเร็จของเอยก็ตาม" ฉันถึงกับกลั้นน้ำตาไว้ไม่ไหวมันอัดอั้นตันใจมันบีบหัวใจของฉัน แม่ห่วงฉันมากจริงๆท่านรู้ว่าท่านจะไม่ได้อยู่จนถึงวันนั้นท่านก็เลยไปขอร้องคุณครู

"เอยจะไม่ทำให้แม่ผิดหวังค่ะเอยสัญญา" ฉันพูดพร้อมกับมองไปบนท้องฟ้าขณะนั่งอยู่บนรถทัวร์เพื่อมุ่งหน้าเข้าสู่กรุงเทพฯ

ตอนนี้ฉันอยู่ที่มหาลัยK ซึ่งเป็นมหาลัยชื่อดังและมีคุณภาพมากที่สุดและมีค่าเทอมแพงที่สุดในประเทศ เท่าที่ฉันเคยถามคุณครูท่านบอกว่าค่าเทอมแต่ละเทอมของที่นี่ก็หลายแสนบาทอยู่แต่เจ้าของท่านก็ใจดีให้ทุนฉันเรียนฟรีจนกว่าจะจบหลักสูตร และวันนี้คือวันที่ฉันต้องมารายงานตัวแต่ฉันไม่รู้ว่าฉันต้องไปรายงานตัวที่ไหนตรงไหนตึกไหนเพราะฉันเพิ่งมาที่นี่เป็นครั้งแรก ฉันเดินเข้ามาเรื่อยๆพร้อมกระเป๋าเดินทางสีซีดใบไม่เล็กไม่ใหญ่แต่ก็หนักเอาเรื่องเพราะทุกสิ่งทุกอย่างอยู่ข้างในนั้นไม่ว่าจะเป็นเสื้อผ้าข้าวของเครื่องใช้ที่จำเป็น ฉันเดินจนเมื่อยขาปวดแขนปวดไหล่ก็เหมือนจะยังไม่ถึงไหนเพราะมหาลัยแห่งนี้มันกว้างมาก มองไปทางไหนก็เห็นแต่ตึกมากมายหลายสิบตึกซึ่งแต่ละตึกก็จะมีชื่อคณะติดอยู่ส่วนฉันเลือกเรียนคณะบริหารธุรกิจ ขณะที่ฉันกำลังมองหาคนที่พอจะบอกทางฉันได้พี่รปภของมหาลัยก็ปั่นจักรยานผ่านมาพอดีฉันก็เลยรีบวิ่งเข้าไปถามว่านักศึกษาใหม่รายงานตัวที่ไหน พี่รปภบอกให้ฉันไปติดต่อที่ตึกอำนวยการซึ่งพี่เขาก็บอกทางฉันเรียบร้อยว่าต้องเลี้ยวไปทางไหนตึกสีอะไรฉันขอบคุณพี่รปภจากนั้นฉันก็รีบเดินหาตึกอำนวยการต่อจนกระทั่งเจอ ฉันยืนพักหายใจอยู่หน้าตึกด้วยอาการเหนื่อยหอบเพราะเดินมาไกลพอสมควร ซึ่งพอมองเข้าไปในตึกก็เห็นนักศึกษาเดินไปเดินมาหลายสิบคนฉันเดาเอาว่าคงจะมารายงานตัวเหมือนกับฉันแต่คงจะมีแค่ฉันคนเดียวที่เป็นนักเรียนทุน

"ขอโทษนะคือเรามารายงานตัวนักศึกษาใหม่น่ะไม่รู้ว่าต้องไปตรงไหนเหรอ" ฉันเดินเข้าไปถามนักศึกษาหญิงกลุ่มหนึ่งที่กำลังเดินออกมา แต่ทำไมทุกคนถึงมองฉันด้วยสายตาแปลกๆ พร้อมกับก้าวถอยหลังไปเหมือนฉันเป็นตัวน่ารังเกียจล่ะ คือทุกคนมองฉันตั้งแต่หัวจรดเท้าบางคนก็มองด้วยสายตาเหยียดๆฉันก้มมองตัวเองที่อยู่ในชุดที่ใส่มาจากบ้านเป็นเสื้อเชิ๊ตสีขาวที่ตอนนี้ไม่ขาวแล้วเพราะผ่านการใช้งานมานานหลายปีส่วนกางเกงที่ฉันใส่ก็เป็นกางเกงผ้าขายาวสีดำส่วนรองเท้าที่ใส่เป็นรองเท้าผ้าใบสีขาวซีดไม่ต่างจากเสื้อที่ใส่ซึ่งก็ใช้มาหลายปีแล้วเหมือนกัน คือชุดนี้เป็นชุดที่สุภาพที่สุดเท่าที่ฉันมีตอนนี้ เพราะก่อนที่ฉันจะมารายงานตัวฉันอ่านกฎระเบียบของทางมหาลัยที่ส่งไปพร้อมจดหมายตอบรับ บอกว่าถ้ายังไม่มีชุดนักศึกษาก็ให้สวมชุดที่สุภาพมารายงานตัวได้ซึ่งฉันก็คิดว่าชุดที่ฉันใส่อยู่ตอนนี้ก็สุภาพที่สุดแล้วในสายตาของฉันแต่ทำไมทุกคนถึงมองฉันด้วยสายตาแบบนี้ แต่พอฉันมองไปที่เสื้อผ้าของแต่ละคนฉันก็ไม่แปลกใจแล้วเพราะเสื้อผ้าที่แต่ละคนสวมใส่มันทั้งสวยและดูดีและมันคงจะมีราคาแพงมากๆ

"นี่เธอมารายงานตัวนักศึกษาหรือมาสมัครเป็นแม่บ้านกันแน่ยะ" หนึ่งในกลุ่มเอ่ยขึ้นมาด้วยน้ำเสียงเยาะเย้ย

"เรามารายงานตัวจริงๆนี่ไงใบนัดรายงานตัวของเรา" ฉันยื่นใบรายงานตัวให้กับทุกคนดูแต่ไม่มีใครรับไปดูทุกคนมองกระดาษในมือฉันเหมือนมันคือเชื้อโรคแต่ก็ยังมีเหล่มองดูตัวหนังสือที่ปรากฏอยู่บนจดหมาย

"แกๆยัยนี่มารายงานตัวนักศึกษาใหม่จริงๆเป็นนักเรียนทุนด้วยอ่ะ"

"นักเรียนทุน?? พวกไม่มีเงินพวกจนๆแต่สะเออะอยากมาเรียนมหาลัยดีๆแพงๆ"

"ว๊ายอยู่คณะบริหารด้วยแก"

"ห๊ะ งั้นพวกเราก็ต้องเรียนคณะเดียวกับยัยนี่อ่ะดิ อี๋รับไม่ได้"

"พวกจนแต่ไม่เจียมไม่มีปัญญาหาเงินจ่ายค่าเทอมแต่ก็ยังอยากที่จะมาเรียนที่นี่คงอยากยกระดับตัวเองขึ้นมาให้อยู่ระดับเดียวกับพวกเราสินะ"

ในขณะที่ฉันยืนฟังคำดูถูกจากกลุ่มคนที่เพิ่งเจอหน้ากันครั้งแรกจู่ๆพวกเธอเหล่านั้นก็เลิกสนใจหาเรื่องดูถูกฉันแล้วหันไปสนใจใครอีกคนที่กำลังเดินตรงเข้ามามันทำให้ฉันต้องหันไปมองตามอย่างช่วยไม่ได้แม้จะไม่ได้ตั้งใจหันไปมองเลยก็ตาม

"อ๊ายยย นั่นธีร์ใช่มั้ยอ่ะพวกแกดูซิ"

"ใช่ ใช่ธีร์จริงๆด้วย กรี๊ดดดด"

"โอ๊ยดีใจจังที่ได้เจอ ไม่คิดว่าจะได้เจอวันนี้ สงสัยมารายงานตัวนักศึกษาใหม่เหมือนกัน"

"อย่างธีร์เค้าไม่ต้องมารายงานตัวก็ได้มั้งพวกแกอย่าลืมสิว่ามหาลัยนี้เป็นของครอบครัวธีร์เค้านะ"

"เออ นั่นสิลืมไปเลย ว่าแต่เค้ามาทำไมก็ไม่รู้นะ"

ส่วนชายหนุ่มที่กำลังถูกพูดถึงกำลังเดินหน้าตึงบอกบุญไม่รับเข้ามายังตึกอำนวยการโดยไม่สนใจอะไรทั้งนั้นเขาเดินผ่านกลุ่มนักศึกษาสาวที่พากันจ้องมองเขาราวกับว่าเขาคือดารานักร้องไอดอลเกาหลี ตอนนี้อารมณ์ของเขาไม่ค่อยดีเพราะถูกบังคับให้มารายงานตัวนักศึกษาใหม่เหมือนนักศึกษาคนอื่นๆทั้งที่จริงๆแล้วเขาไม่จำเป็นต้องมาก็ได้เพราะถึงยังไงมหาลัยแห่งนี้ก็เป็นของครอบครัวเขาแต่เพราะคำสั่งของคุณย่าเจ้าของตัวจริงบังคับให้เขามาเขาก็เลยต้องมาเพราะไม่งั้นเขาจะถูกยึดรถคันโปรดที่เพิ่งได้มาไม่กี่วัน

"แม่งเอ้ยมองเหี้ยอะไรกูนักหนาวะรำคาญชิบหาย" เขาสถบในใจเพราะตั้งแต่ลงจากรถมาจนเดินขึ้นตึกมีแต่คนจ้องมองเขาตลอดเวลาบางคนมีเดินตามบางคนส่งเสียงกรี๊ดกร๊าดตามหลังจนน่ารำคาญเขาถึงกับต้องหันไปมองด้วยสายตาเอาเรื่องจนนักศึกษาผู้หญิงเหล่านั้นถอยห่างออกไปเมื่อเจอสายตาดุดัน

พี่ธีร์คนดีมาแล้วค่าาาทู๊กกกโคนนนนนน

อ่านต่อเลย
ร่วมสนับสนุนนักเขียนเพื่อเป็นกำลังใจในการสร้างสรรค์ผลงานสุดสนุกต่อไป Moboreader
ปลดล็อกทุกตอน

โซ่ผูกรัก

ตอนที่ 2
ตอน
ปรับแต่ง
บทถัดไป
Minishorts Logo
อ่านนิยายออนไลน์ นิยายเว็บ และเรื่องราวโรแมนติกสุดฮิตบน MiniShorts พบกับนิยายโรแมนติกท่านประธาน นิยายแฟนตาซีมนุษย์หมาป่า ดราม่า และแฟนตาซี พร้อมคอนเทนต์ซีรีส์สั้นคัดสรรพิเศษที่สร้างจากเทรนด์เรื่องราวยอดนิยม
MiniShorts YouTube
©2026 MiniShorts All Rights Reserved. CHASINGTOP HK LIMITED