ตอน 1

“หนึ่งจะทำให้ได้ค่ะคุณย่า”

วันหนึ่งพูดด้วยแววตาและน้ำเสียงที่แน่วแน่ดูซิทั้งสาวทั้งสวยอย่างเธอหรือจะมัดใจชายชาวไร่ไม่ได้ก็ให้มันรู้กันไป

คุณหนูนักเรียนนอกที่พึ่งเรียนจบอย่าง วันหนึ่ง พิวัฒน์วรวงค์ ลูกสาวคนเดียวของสิทธิเดชและวิริยา พิวัฒน์วรวงค์เจ้าของธุรกิจจิวเวอร์รี่เพชรพลอยรายใหญ่ของประเทศเลือกที่จะเดินทางขึ้นเหนือมาตามคำทำนายที่ว่าเธอจะต้องรีบมีสามีภายในเวลาหกเดือนหลังเรียนจบ

วันหนึ่งเป็นหญิงสาวตัวกระเปี๊ยกหุ่นบางร่างน้อยผิวขาวอมชมพูผมลอนฟาร่าสีน้ำตาลยาวถึงกลางหลังใบหน้ารูปไข่คิ้วบางได้รูปดวงตากลมโตมีแก้มเล็กน้อยปากนิดจมูกหน่อย นิสัยค่อนข้างเป็นยัยคุณหนูที่แอบซนเชื่อมั่นในตัวเองสูง เธอรักในการดูดวงและการที่ดำเนินชีวิตตามดวงเธอไม่ได้มีความเชื่อมาจากพ่อหรือแม่แต่ได้มาจากคนเป็นย่าอย่างนฤดีที่เชื่อเรื่องนี้มากและเป็นคนเลี้ยงหลานเองวันหนึ่งจึงได้รับการปลูกฝังมาเช่นนี้

ณ บ้านไม้ยกสูงสองชั้นหลังขนาดกลางข้างบ้านเป็นสวนผักร่มรื่นน่าอยู่แห่งนี้อยู่ที่แถวชนบทของจังหวัดน่านเป็นบ้านของอุไรและไออุ่นสองแม่ลูกที่เคยอยู่กับนฤดีเมื่อครั้งที่วันหนึ่งยังเล็กๆ

“คุณท่านแน่ใจนะคะว่าจะปล่อยให้คุณหนูทำตามแผนจริงๆ”

อุไรมองไปยังวันหนึ่งที่กำลังคุยอยู่กับไออุ่นลูกสาวของเธอที่หน้าบ้านเสียงดังแม้นเธอจะรับปากว่าจะช่วยให้วันหนึ่งได้ใกล้ชิดกับพ่อเลี้ยงหนุ่มเจ้านายคนปัจจุบันของเธอ แต่อุไรเองก็กังวลอยู่ดีที่วันหนึ่งจะเลือกคู่ชีวิตเพราะคำทำนายอีกอย่างเธอก็ไม่อยากโกหกพ่อเลี้ยงคนที่มีบุญคุณกับเธอด้วยแต่อีกใจก็ทำใจไม่ช่วยวันหนึ่งไม่ได้เพราะชีวิตเธอและลูกของเธอมีอยู่มีกินมาได้ไม่ลำบากในตอนนั้นก็เพราะเงินของนฤดี

“ดูหลานฉันสิแม่ไรท่าทางแน่วแน่ขนาดนั้นอะไรก็ขัดไม่ได้หรอก”

นฤดีมองไปยังหลานสาวที่ยืนหน้าบานยึดมั่นในอุดมการณ์อยู่หน้าบ้านของอุไรด้วยแววตาที่เป็นกังวลอยู่เหมือนกันเธอเองก็เป็นคนที่เชื่อในเรื่องดวงเพราะชีวิตก็เดินตามดวงมาตลอดแต่เรื่องการเลือกคู่ของหลานสาวเธอก็มีแอบเป็นกังวลใจเพราะมันคือเรื่องใหญ่ของชีวิตแต่หลานเธอก็น่าจะเลือกแล้วถึงได้มั่นใจเช่นนี้และเธอเลี้ยงหลานสาวคนนี้มากับมือดูออกว่าหากวันหนึ่งมั่นใจที่จะทำอะไรขนาดนี้เธอคงห้ามไม่ได้แล้วคงได้แต่เอาใจช่วยเท่านั้น

เรื่องราวก่อนหน้านี้หลังจากที่วันหนึ่งกลับมาจากต่างประเทศหลังจากเรียนจบเธอก็ปรี่เข้าไปตรวจดวงชะตากับหมอดูที่ใช้ญาณสัมผัสหมอดูเจ้าประจำของคนเป็นย่าและเธอก็ได้รู้ว่าเธอนั้นจะต้องรีบหาสามีภายในหกเดือนไม่อย่างนั้นชีวิตของเธอหลังจากนั้นก็อาจจะเจอแต่คนไม่จริงใจใครเข้ามาก็จะมีแต่หลอกลวงและชีวิตของเธอก็จะหาความสุขไม่ได้

หากอยากจะได้สามีดีตามดวงชะตาจะต้องขึ้นมาที่ทางเหนือและผู้ชายคนที่จะเป็นเนื้อคู่ของเธอจะต้องอายุประมาณ30เกิดวันที่5เดือน5เป็นคนที่เข้าถึงยากรูปร่างหน้าตาดี หากขึ้นเหนือไปแล้วโชคชะตาจะนำพาให้เธอมาเจอกับผู้ชายคนนั้นเอง วันหนึ่งได้โจทย์มาเพียงเท่านี้หลังจากดูดวงเรียบร้อยอีกไม่กี่วันสองย่าหลานก็เดินทางขึ้นเหนือโดยที่บอกกับสิทธิเดชและวิริยาว่าจะไปพักผ่อน ที่แรกที่ทั้งสองมาก็เป็นบ้านของอุไรและไออุ่นคนสนิทของนฤดีที่เคยทำงานด้วยกันในตอนที่วันหนึ่งยังแบเบาะนฤดีตั้งใจจะมาเยี่ยมทั้งสองหลังจากที่ไม่ได้เจอกันหลายปีและแล้วเรื่องบังเอิญที่เหมือนโชคชะตาเป็นใจก็ได้เกิดขึ้น

เพราะหลังจากที่นฤดีและวันหนึ่งมาที่บ้านของอุไรก็ได้รู้ว่าเจ้านายของอุไรที่เป็นพ่อเลี้ยงของไร่เพชรพนากำลังจะจัดวันเกิดและเป็นวันที่5เดือน5นฤดีจึงมีโอกาสได้ถามถึงอายุอานามจนได้รู้ว่าผู้ชายคนนี้น่าจะเป็นคนที่ตรงกับคำทำนายจึงได้เล่ารายละเอียดสิ่งที่ไปดูดวงมาให้อุไรและไออุ่นฟัง ให้ทั้งสองช่วยวันหนึ่งให้ได้เข้าไปรู้จักกับพ่อเลี้ยงน่านน้ำเมื่ออุไรและไออุ่นได้ยินเรื่องแปลกแบบนี้คราแรกก็อึกอักที่จะช่วยแต่สุดท้ายแล้วก็ตอบรับที่จะช่วยโดยดีเพราะเห็นแก่บุญคุณที่นฤดีเคยมีให้แต่ในใจก็ไม่ได้เห็นด้วยเท่าไรนัก

อีกอย่างพ่อเลี้ยงน่านน้ำก็เป็นคนที่เข้าถึงยากไม่ใช่ว่าใครจะขอเข้าไปรู้จักก็ได้เพราะแม้แต่คนงานในไร่เองก็ยังไม่ค่อยได้เห็นหน้าค่าตาเจ้านายของตัวเองเลยเว้นแต่อุไรที่เคยเป็นแม่ครัวให้พ่อเลี้ยงหนุ่มเท่านั้นที่ได้เห็นหน้าเขาทุกวันแต่ตอนนี้อุไรก็ลาออกมาแล้วเพราะทำงานไม่ไหวด้วยโรคร้ายอย่างเบาหวานกำเริบ

เมื่อนฤดีรู้ดังนั้นจึงได้นั่งปรึกษากันว่าจะทำอย่างไรให้วันหนึ่งได้ใกล้กับพ่อเลี้ยงหนุ่มให้มากที่สุดจนได้ข้อสรุปว่าวันหนึ่งต้องรีบไปสมัครงานเป็นแม่ครัวของน่านน้ำก่อนที่น่านน้ำจะเลือกแม่ครัวคนใหม่มาและแผนนี้วันหนึ่งก็เห็นด้วยเป็นที่สุด

สามวันต่อมา

หลังจากที่ผ่านพ้นงานเลี้ยงวันเกิดพ่อเลี้ยงหนุ่มไปได้สองสามวันวันนี้ไออุ่นขับมอเตอร์ไซสีแดงคันเก่งพาวันหนึ่งซ้อนท้ายมาจอดที่ใต้ต้นไม้ใหญ่หน้าบ้านของน่านน้ำตั้งแต่เช้าตรู่ วันหนึ่งลงจากรถได้ก็ยืนมองภาพเบื้องหน้าด้วยแววตาแห่งความชื่นชมเพราะรู้สึกชอบบริเวณบ้านของพ่อเลี้ยงหนุ่มเป็นพิเศษเพราะบ้านนี้เป็นบ้านไม้สักสไตล์โมเดริ์นสองชั้นสีไม้สวยงามดึงดูดสายตาชั้นบนยังมีชานบ้านกว้างแถมยังทำคอกปลูกดอกไม้ไว้ด้านบนอีกบริเวณหน้าบ้านก็กว้างไปด้วยสนามหญ้าลาบลงต่ำมาจากตัวบ้านจนถึงต้นไม้ใหญ่ที่ไออุ่นจอดรถเธอจินตนาการไปถึงวันที่ลูกของเธอมาวิ่งเล่นไม่อยากจะนึกว่าวันนั้นจะมีความสุขขนาดไหน

"คุณหนึ่งคะ"

"อ.. เอ่อค่ะ"

คนที่กำลังจินตนาการวาดฝันถึงวันข้างหน้าเริ่มได้สติเมื่อคนข้างๆสะกิด

"ไปเถอะค่ะเดี๋ยวพ่อเลี้ยงจะออกไปซะก่อน"

ไออุ่นรีบหยิบปิ่นโตเถาเล็กออกมาจากตระกร้าหน้ารถเดินนำหน้าวันหนึ่งตรงไปยังหน้าบ้านของน่านน้ำ

“แม่เป็นไงบ้างอุ่น”

พ่อเลี้ยงหนุ่มที่แต่งตัวเตรียมออกไปทำงานเอ่ยทักทายไออุ่นที่หิ้วปิ่นโตมาที่บ้านเขาแต่เช้าดวงตาคมเหลือบมองสาวน้อยตัวเล็กที่เดินตามหลังไออุ่นต้อยๆด้วยแววตาสงสัยแต่ก็มีมารยาทมากพอที่จะไม่ถามด้วยรู้ว่าคนพามาน่าจะแนะนำตัวคนแปลกหน้ากับเขาเอง

ตอน 2

“ปิ่นโตค่ะพ่อเลี้ยง..ตอนนี้แม่ยังเดินไม่ค่อยไหวค่ะแต่ก็กินอะไรได้มากกว่าเดิมค่ะ”

ไออุ่นวางปิ่นโตที่แม่เธอฝากเอามาให้น่านน้ำที่โต๊ะไม้สักใหญ่หน้าบ้านของพ่อเลี้ยงหนุ่มทั้งทักทายเจ้านายด้วยรอยยิ้มกว้างนับว่าวันนี้เธอโชคดีที่มาทันก่อนที่เขาจะออกไปข้างนอก

“ว่างๆผมจะเข้าไปเยี่ยม”

วันหนึ่งชะเง้อมองชายหนุ่มเบิกดวงดวงตากลมโตจ้องมองคนหล่อร่างกำยำทั้งริมฝีปากบางยังยกยิ้มเล็กน้อยปลื้มใจที่ผู้ชายในคำทำนายดูดีราวกับดารานายแบบแม้นเขาจะมีผิวคล้ำดำแดดบ้างก็ยังดูดีอยู่ดีแบบนี้เธอค่อยมีกำลังใจที่จะพิชิตหัวใจของเขาหน่อย

“ขอบคุณค่ะ…เอ่อ..พ่อเลี้ยงคะนี่วันหนึ่งญาติห่างๆอุ่นเองค่ะว่าจะพามาสมัครเป็นแม่ครัวแทนแม่ไม่ทราบว่าพ่อเลี้ยงได้แม่ครัวใหม่หรือยังคะ”

คนที่ถูกแนะนำยืนยิ้มหน้าบานเป็นจานเชิงเธอพยายามทำตัวเป็นมิตรที่สุดเท่าที่จะทำได้ทั้งท่องภาวนาในใจว่าให้เขานั้นรับเธอเข้าทำงานได้อย่างง่ายดายเรื่องทุกอย่างต่อจากนี้จะได้ง่ายขึ้น

“อ่อ..ก็..”

พ่อเลี้ยงหนุ่มมองไปยังคนที่ยิ้มไม่หุบแอบทั้งที่เขาก็หลบสายตาของเธออยู่หลายหนคิดในใจว่าเธอยังเป็นคนปกติดีอยู่หรือเปล่า

“หนึ่งทำกับข้าวได้ทุกอย่างเลยนะคะพ่อเลี้ยงแถมยังทำงานบ้านเก่งด้วย”

สาวเจ้าไม่ปล่อยให้ว่าที่เจ้านายได้ตั้งคำถามอะไรเธอก็โพร่งนำเสนอตัวเองเสียงดังฟังชัดแต่ดูท่าจะผิดมารยาทเล็กน้อยจนไออุ่นต้องหันมาขยิบตาปรามให้วันหนึ่งเงียบลงก่อนด้วยกลัวว่าพ่อเลี้ยงหนุ่มจะไม่พอใจที่สาวเจ้าโพร่งตัดหน้าเจ้าตัวที่ยังพูดไม่จบ

“คุณทำงานบ้านงานครัวไหวแน่นะ”

น่านน้ำถามย้ำคนตัวเล็กเก้งก้างให้แน่ใจอีกรอบด้วยดูรูปร่างผิวพรรณแล้วเหมือนจะเป็นคนที่ทำอะไรไม่เป็น

“แน่นอนค่ะ”

พ่อเลี้ยงหนุ่มพยักหน้ารับเบาๆเป็นอันเข้าใจว่าที่เธอยืนยันน่าจะทำได้จริงๆและหากเป็นญาติของอุไรเขาก็ไม่มีข้อกังขาเรื่องความไว้เนื้อเชื่อใจ

“งั้นพรุ่งนี้ก็มาเริ่มงานได้เลย..ฝากอุ่นบอกเธอด้วยว่าต้องทำอะไรบ้างเดี๋ยวผมต้องเข้าไร่ก่อน”

“ค่ะพ่อเลี้ยง”

น่านน้ำหมดธุระตรงนี้เขาก็เดินไปหยิบปิ่นโตพร้อมหมวกที่แขวนไว้ข้างเสามาสวม

“เย่..”

ยังไม่ทันที่น่านน้ำจะได้เดินออกไปไกลก็ต้องสะดุ้งเพราะเสียงของแม่ครัวคนใหม่จนต้องหันหลังกลับมามองด้วยสีหน้าที่ตกใจ

“เบาๆสิคะ”

ไออุ่นรีบปรามคนที่กระโดดโลดเต้นให้อยู่นิ่งไม่อยากจะคิดเลยว่าสาวเจ้าจะอยู่บ้านนี้ได้นานเท่าไรเพราะพ่อเลี้ยงหนุ่มค่อนข้างจะรักความสงบ

“ไม่มีอะไรค่ะพ่อเลี้ยงวันหนึ่งแค่ดีใจที่ได้งานน่ะค่ะ”

ไออุ่นรีบเปรยกับพ่อเลี้ยงหนุ่มว่าไม่ต้องห่วงทางนี้ น่านน้ำรู้เช่นนั้นก็หันหลังเดินออกจากบ้านไปได้แอบคิดในใจว่าเขาคิดถูกหรือไม่ที่รับแม่ครัวคนใหม่มาทำงานใกล้ชิดโดยที่ไม่เคยรู้จักนิสัยกันมาก่อน

“คุณหนึ่งต้องสำรวมกว่านี้หน่อยนะคะพ่อเลี้ยงค่อนข้างรักสงบรักความเรียบร้อย”

ไออุ่นหน้าเสียเมื่อเห็นว่าพฤติกรรมความเป็นเด็กซนของวันหนึ่งจะทำเสียเรื่องที่หญิงสาวนั้นตั้งใจไว้

“โอเคค่ะหนึ่งจะระวังมากกว่านี้”

สาวเจ้าพยักหน้าหงึกหงักทั้งทำท่ายืนตัวตรงสำรวมที่สุดเท่าที่จะทำได้ริมฝีปากบางยังคลี่ยิ้มตลอดเวลาด้วยคืดว่าด่านแรกของแผนผ่านฉลุยไปได้ง่ายแผนพิชิตใจชายหนุ่มภายหน้าคงง่ายเหมือนๆกัน

"ผมรู้สึกว่ามันผิดปกติแล้วสิครับพ่อเลี้ยงไฟอะไรมันจะมาไหม้แค่สวนป่าของเราสองครั้งติดกันได้"

คำอ้ายผู้จัดการไร่วัย60กว่าเห็นพ่อเลี้ยงหนุ่มขับรถมาถึงหน้าสวนป่าก็รีบปรี่เข้ามารายงานสิ่งที่น่าสงสัยเพราะดูๆแล้วอาจจะมีใครบางคนแกล้งเผาสวนป่าของไร่นี้มากกว่าที่จะเกิดจากภัยธรรมชาติ

"ครับลุงคำอ้ายมันผิดปกติจริงๆนั่นแหละครับ"

น่านน้ำพอจะเดาออกว่าใครเป็นคนทำสิ่งนี้และรู้อีกว่าอีกฝ่ายจงใจให้รู้ไม่เช่นนั้นคงไม่ทำให้ไฟไหม้ติดต่อกันเช่นนี้เห็นทีเขาจะต้องจัดการกับพวกจอมป่วนอย่างจริงจังเสียแล้ว

น่านน้ำ เสธวัฒน์สกุล พ่อเลี้ยงหนุ่มวัย30หยกๆ หน้าตาหล่อเหลาร่างกายสูงโปร่งกำยำผิวขาวมีกระดำกระด่างเพราะตากแดดทำงานในไร่เขาเป็นคนที่ค่อนข้างสุขุมนุ่มลึก รักความเป็นส่วนตัวเป็นที่สุดชายหนุ่มเป็นหลานของพ่อเลี้ยงเพชรพนาเมื่อเพชรพนาเสียเมื่อหกเดือนก่อนเขาก็เข้ามาบริหารงานในไร่แทน

เดิมทีน่านน้ำเป็นคนกรุงเทพมหานครตั้งแต่เด็กๆเขามักจะขอร้องให้ครอบครัวมาส่งในช่วงปิดเทอมเพราะชอบการอยู่กับปู่และป่าเขาแห่งนี้เป็นที่สุดหลังจากเรียนจบเขาก็ช่วยบริหารงานครอบครัวมาโดยตลอดโดยที่ไม่ค่อยได้กลับมาที่นี่

แต่เมื่อรู้ข่าวว่าปู่ของเขาเสียด้วยอุบัติเหตุรถเบรกแตกตกเขาน่านน้ำจึงเลือกที่จะขอครอบครัวมาบริหารงานที่นี่เพราะจุดประสงค์ของเขาคือการที่จะรักษาไร่นี้เอาไว้และอีกอย่างก็ไม่เชื่อว่าการตายของปู่จะเป็นเพียงเรื่องอุบัติเหตุเพราะรู้ดีว่าปู่นั้นเก่งเรื่องเครื่องยนต์เพียงใดไม่ว่าจะเดินทางใกล้หรือไกลปู่ก็จะเช็กรถอย่างดีมาโดยตลอดเรื่องที่มีเงื่อนงำเช่นนี้เขาต้องการจะสืบให้รู้ความจริงให้ได้ว่าเรื่องจริงๆแล้วมันเป็นอย่างไรกันแน่

"จำได้หมดแล้วใช่มั้ยคะว่าอะไรอยู่ตรงไหนบ้างแล้วหนึ่งวันต้องทำอะไร"

ไออุ่นมานั่งทวนกับวันหนึ่งอีกรอบถึงสิ่งที่ได้บอกสิ่งที่ต้องทำไปพักใหญ่

"ค่ะ.. เช้าลุกมาตอนตี5มาทำอาหารเช้าสายก็ซักผ้าเสร็จแล้วก็ทำความสะอาดภายในบ้านส่วนห้องนอนของพ่อเลี้ยงจะทำความสะอาดอาทิตย์ละครั้งค่ะ"

"ไหวแน่นะคะคุณหนึ่ง"

ไออุ่นรู้ว่าชีวิตของวันหนึ่งถูกโรยด้วยกลีบกุหลาบมาโดยตลอดจึงค่อนข้างห่วงเธออยู่พอสมควรถึงตำแหน่งหลักของหญิงสาวจะแค่แม่ครัวแต่ก็มีทำงานบ้านอื่นร่วมด้วยเพราะน่านน้ำไม่ค่อยชอบให้ใครมาวุ่นวายที่นี่เยอะ

"แน่สิคะพี่อุ่นหนึ่งบอกแล้วไงคะว่าตั้งใจแน่วแน่"

คนตัวเล็กยืนเท้าเอวส่งสายตาแน่วแน่ยืนยันกับไออุ่นอีกครั้งว่าเธอนั้นต้้งทำได้อย่างที่ตั้งใจเดี๋ยวนี้มือถือก็มีสื่อการสอนเกี่ยวกับการทำอาหารและงานบ้านมากมายเธอไม่เห็นว่ามันจะมีอะไรยากเพราะเธอพร้อมเรียนรู้อะไรใหม่ๆอยู่แล้ว

"มาที่นี่ทำไมอุ่น"

เอื้องฟ้าสาวสวยแห่งไร่เพชรพนาลูกสาวคำอ้ายและดอกสร้อยแม่ครัวของไร่เธอเดินถือปิ่นโตเข้ามาที่หน้าบ้านของพ่อเลี้ยงหนุ่มช่วงใกล้เที่ยงก็เห็นสองสาวยืนคุยกันอยู่ที่นี่จึงไม่ค่อยพอใจกับภาพที่เห็นนักเพราะรู้ว่าไออุ่นเป็นแค่คนทำบัญชีในไร่วันๆต้องอยู่ที่สำนักงานในไร่แต่ตอนนี้ดันมาเสนอหน้าอยู่พร้อมผู้หญิงน่าตาน่ารักน่าชังตรงนี้

"อ๋อ..พอดีอุ่นพาน้องอุ่นมาสมัครเป็นแม่ครัวจ่ะ"

ไออุ่นรีบอธิบาย

"น้อง..มีน้องตั้งแต่เมื่อไร"

สายตาของเอื้องฟ้ามองจ้องคนข้างๆไออุ่นตั้งแต่หัวจรดเท้ายิ่งเห็นหญิงสาวน่าตาสวยน่ารักผิวพรรณดีมากเท่าไรเธอก็ยิ่งไม่ชอบใจมากเท่านั้นเพราะที่แห่งนี้มีแค่เธอเป็นคนสวยที่สุดมาโดยตลอด

ตอน 3

"ญาติห่างๆอุ่นเองจ่ะพี่เอื้องชื่อวันหนึ่ง"

"แล้วพ่อเลี้ยงรับทำงานแล้วหรือไงถึงได้มาป้วนเปี้ยนที่นี่ก็รู้นี่ว่าพ่อเลี้ยงไม่ชอบให้ใครมายุ่มย่ามที่นี่"

คำพูดคำจาจีบปากจีบคอของเอื้องฟ้าทำวันหนึ่งเริ่มขมวดคิ้วเพราะดูออกว่าผู้หญิงหน้าสวยผิวน้ำผึ้งคนนี้ไม่มีความเป็นมิตรแม้แต่น้อย

"ใช่จ่ะ"

"ฝากปิ่นโตไว้ให้พ่อเลี้ยงด้วยละกัน"

เอื้องฟ้ายื่นปิ่นโตให้ไออุ่นพร้อมตวัดหางตามองวันหนึ่งแสดงออกให้หญิงสาวรู้ว่าตนไม่ชอบหน้าก่อนจะหันหลังสะบัดก้นเดินออกไป

"ใครอะพี่อุ่นหน้าตาก็สวยนะแต่สายตาดูไม่เป็นมิตรเลย"

"พี่เอื้องฟ้าน่ะลูกลุงคำอ้ายผู้จัดการไร่ส่วนแม่เธอคือป้าดอกสร้อยแม่ครัวที่ไร่"

"อ๋อ..ก็เหมือนใหญ่ในไร่นี้งี้หรอ"

"ก็ไม่ถึงขนาดนั้นแต่แค่เธอน่าจะชอบพ่อเลี้ยงเท่าที่พี่ดูแล้วเธอก็ไม่น่าจะชอบให้สาวๆมาอยู่ใกล้พ่อเลี้ยงล่ะมั้ง"

ประโยคนี้ไออุ่นต้องกระซิบกระซาบกับวันหนึ่งด้วยรู้ว่าชนบทแห่งนี้หน้าต่างมีหูประตูมีช่อง

"อย่างนี้นี่เอง"

"ห่างเธอได้ก็ให้ห่างไว้เพราะน้อยคนที่นี่ที่จะชอบนิสัยเธอที่ทุกคนเกรงใจก็เห็นว่าเป็นลูกลุงคำอ้ายกับป้าสร้อยเท่านั้น"

วันหนึ่งรู้แบบนี้คนที่เธอจะมองเป็นคู่แข่งคนแรกก็เห็นจะเป็นเอื้องฟ้าแต่ยังไงตอนนี้เธอก็เป็นต่อเพราะได้ใกล้ชิดน่านน้ำมากกว่า

"อ่อ..อีกเรื่องพี่อุ่นกับป้าไรไม่รู้จริงๆหรอคะว่าครอบครัวพ่อเลี้ยงเป็นใคร"

"พ่อเลี้ยงน่านเป็นคนกรุงเทพชอบมาที่นี่ช่วงปิดเทอมตั้งแต่เด็กๆหลังจากพ่อเลี้ยงเรียนจบก็น่าจะทำงานที่กรุงเทพเลยไม่ค่อยได้มาที่นี่..เมื่อหกเดือนก่อนพ่อเลี้ยงเพชรเสียไปหลังจากนั้นทุกคนคิดว่าจะไม่มีใครมาบริหารไร่แล้วแต่ก็มีพ่อเลี้ยงน่านที่เข้ามาดูแลที่นี่"

"อ๋อ..ถึงว่าเค้าดูดี๊ดูดีไม่เหมือนคนอยู่ป่าอยู่เขาแล้วเค้ามีพี่มีน้องมั้ยคะ"

"น่าจะมีนะแต่พวกเค้าก็ไม่ค่อยได้มาที่นี่ถึงมาก็อยู่กันแค่ในครอบครัวคนในไร่ไม่ค่อยได้เห็นหน้าค่าตาครอบครัวพ่อเลี้ยงเท่าไรหรอกแล้วก็ไม่มีใครรู้ด้วยว่าครอบครัวพ่อเลี้ยงที่กรุงเทพทำกิจการอะไร"

"แสดงว่าบ้านนี้เค้ารักความเป็นส่วนตัวกันจริงๆ"

วันหนึ่งพนักหน้าเม้มริมฝีปากครุ่นคิดหากเป็นอย่างที่ไออุ่นบอกเธอก็เท่ากับว่าพ่อเลี้ยงหนุ่มคงโลกส่วนตัวสูงมากกว่าที่เธอคิดแบบนี้ต้องรีบหาอ่านกลยุทธ์ตีตัวเข้าหาคนโลกส่วนตัวสูงเยอะๆแล้ว

"อืม..เรารีบกลับไปเก็บเสื้อผ้ากันเถอะค่ะเดี๋ยวจะได้กลับมาที่นี่ก่อนจะเย็น"

"ค่ะ"

สองสาวรีบกลับมาที่บ้านของอุไรพร้อมกับข่าวดีที่ว่าวันหนึ่งได้เป็นแม่ครัวให้พ่อเลี้ยงหนุ่มสมใจแล้ว

"พ่อเลี้ยงรับคุณหนึ่งง่ายขนาดนั้นเลยหรอ"

อุไรเข้ามาคุยกับไออุ่นขณะที่ลูกสาวเธอทำอาหารเย็นอยู่ในครัวแปลกใจพอสมควรที่น่านน้ำรับวันหนึ่งเข้าทำงานโดยง่ายทั้งที่ก่อนหน้ายังไม่ตกปากรับใครเข้ามาเป็นแม่บ้านหรือแม่ครัวคนใหม่หลังจากเธอลาออกเพราะเหตุผลที่ไม่ค่อยไว้ใจใครง่ายๆ

"อุ่นบอกไปว่าเธอเป็นญาติเราจ่ะแม่ตอนแรกก็ดูจะไม่ค่อยเชื่อว่าคุณหนึ่งจะทำอะไรได้แต่ก็ยอมรับเอาไว้เพราะน่าจะเห็นว่าไว้ใจได้"

"อืม.. แล้วคุณหนึ่งรู้หรือยังลูกว่าต้องทำอะไรบ้าง"

เท่าที่ฟังไออุ่นพูดอุไรก็แอบกังวลใจถึงเรื่องที่ต้องหลอกลวงน่านน้ำที่เชื่อใจพวกเธอแต่บุญคุณที่นฤดีมีให้เธอกับลูกสาวก็ค้ำคอไว้เยอะเสียเหลือเกินจะไม่ช่วยทั้งสองก็ทำไม่ลงเพราะลูกสาวเธอได้ที่เรียนดีๆจนจบมาได้ก็เพราะเงินของนฤดีทั้งนั้น

"อุ่นบอกแล้วล่ะจ่ะแต่ดูคุณหนึ่งเธอก็มั่นใจว่าจะทำทุกอย่างได้ไม่มีบ่นว่ายากสักอย่างเลย..แม่ว่าเรื่องดวงที่คุณหนึ่งกับคุณย่าเชื่อมันจะจริงมั้ย"

ไออุ่นยังคงคาใจเรื่องความเชื่อของนฤดีและวันหนึ่งพอสมควรว่าอะไรที่ทำให้สองย่าหลานเชื่อเรื่องดวงกันจนทำตามได้ถึงขนาดนี้

"อืม..อันนี้แม่ก็ไม่ลบหลู่นะลูกแม่คิดว่าคุณท่านกับคุณหนูคงพบเจอกับเรื่องตามคำทำนายมาหลายเรื่องพอสมควรถึงได้ดูเชื่อกันขนาดนี้แต่มันก็เป็นสิทธิ์ของเค้าเราช่วยผู้มีพระคุณเท่าที่เราจะช่วยได้ก็พอลูก"

อุไรว่าไปตามความเห็นของตัวเอง

"จ่ะแม่"

"เค้าเป็นยังไงบ้างล่ะลูก"

นฤดีนั่งมองหลานสาวที่กำลังเก็บเสื้อผ้าคิดว่าหลานเธอกลับมาอารมณ์ดีขนาดนี้แสดงว่าต้องถูกใจผู้ชายในคำทำนายอยู่พอตัว

"จากที่เห็นเค้าก็หล่อดูดีมากเลยนะคะคุณย่าดูดีซะจนหนึ่งคิดว่าน่าจะเป็นลูกผู้ดีไม่น่าจะเป็นชาวไร่แถมยังดูสุภาพด้วย"

สาวเจ้าว่าไปยิ้มไปชมเปราะชายหนุ่มที่ได้เจอวันนี้ให้คนเป็นย่าฟังอย่างไม่เคอะเขินเพราะร่ำเรียนอยู่ต่างประเทศจนกลายเป็นคนที่ตรงไปตรงมาทุกเรื่องเว้นเรื่องที่จะไม่ตรงไปตรงมาก็เรื่องต้องปลอมตัวไปเป็นแม่ครัวเพื่อที่จะทำแผนพิชิตใจผู้ชายในคำทำนายนี่แหละ

"ยังยืนยันคำเดิมใช่มั้ยว่าจะเดินตามดวงในเรื่องนี้"

นฤดีเชื่อเรื่องคำทำนายมากก็จริงแต่คิดไปคิดมาเรื่องการเลือกคู่เป็นเรื่องใหญ่จึงอยากถามหลานสาวเธอให้แน่ใจอีกครั้งว่าจะทำตามเจตนารมณ์แรกจริงๆหรือเปล่า

"แน่นอนค่ะถ้าหนึ่งได้พ่อเลี้ยงเป็นพ่อของลูกเพื่อนๆนับคงอิจฉากันน่าดูที่ได้สามีหล่อปานนายแบบขนาดนี้"

คนตัวเล็กว่าด้วยสีหน้าแววตาวาดฝันถึงความสุขในวันข้างหน้าเพราะรู้สึกประทับใจน่านน้ำตั้งแต่แรกเห็น

"ความรักไม่ใช่แค่ความสวยหล่อนะลูก"

นฤดียกมือลูบหัวทุยของวันหนึ่งเธอมองหลานที่ยังไร้เดียงสาเรื่องหัวใจด้วยสายตาเอ็นดูเพราะเลี้ยงหลานมากับมือและคอยอยู่ด้วยตลอดจึงรู้ว่าหลานเธอไม่เคยมีความรักแบบหนุ่มสาวเลย

"ยังไงหรอคะคุณย่าคนเราก็ต้องมองหน้าตากันก่อนไม่ใช่หรอคะ"

ดวงตากลมโตเริ่มเหลือบมองคนเป็นย่าด้วยแววตาสงสัยในคำพูดเมื่อครู่

"เอาเป็นว่าวันนึงหนูมีความรักเกิดขึ้นมาจริงๆก็จะเข้าใจเอง"

คนที่อาบน้ำร้อนมาก่อนอย่างนฤดีรู้ดีว่าจะอธิบายเรื่องรักๆไคร่ๆของหนุ่มสาวให้คนที่ไม่เคยมีความรักได้เข้าใจคงจะยากคงต้องปล่อยให้หลานของเธอไปเผชิญเสียก่อนวันนั้นถึงจะคุยกันเข้าใจ

"อ๋อ..ค่ะ..เอ่อคุณย่าคะแล้วถ้าคุณพ่อคุณแม่ถามหาหนึ่งล่ะคะ"

วันหนึ่งไม่ได้กังวลเรื่องความรักอะไรมากนักเพราะคิดว่าเดี๋ยวเธอทำดีกับพ่อเลี้ยงหนุ่มเรื่อยๆเค้าก็รักเธอเองที่กังวลตอนนี้ก็คือจะอยู่ที่นี่นานๆได้อย่างไรให้พ่อกับแม่ของเธอไม่สงสัยมากกว่า

"ย่ารับหน้าเองไม่ต้องห่วง"

"โอเคค่า...รู้แบบนี้สบายใจเลย"

สาวเจ้ายิ้มร่ามีแววตาเป็นประกายออกมาได้หลังจากสบายใจเรื่องปัญหานี้ไปหนึ่งเปราะหลังจากนี้เธอก็จะได้ตั้งหน้าตั้งตาทำแผนของเธอให้สำเร็จ

อ่านต่อเลย
ร่วมสนับสนุนนักเขียนเพื่อเป็นกำลังใจในการสร้างสรรค์ผลงานสุดสนุกต่อไป Moboreader
ปลดล็อกทุกตอน
ตอน
ปรับแต่ง
บทถัดไป
Minishorts Logo
อ่านนิยายออนไลน์ นิยายเว็บ และเรื่องราวโรแมนติกสุดฮิตบน MiniShorts พบกับนิยายโรแมนติกท่านประธาน นิยายแฟนตาซีมนุษย์หมาป่า ดราม่า และแฟนตาซี พร้อมคอนเทนต์ซีรีส์สั้นคัดสรรพิเศษที่สร้างจากเทรนด์เรื่องราวยอดนิยม
MiniShorts YouTube
©2026 MiniShorts All Rights Reserved. CHASINGTOP HK LIMITED