หลังจากเดินทางมาพักอยู่กับน้องชายที่ออสเตรเลียได้ไม่ถึงสองสัปดาห์ มินทราภา สุรารักษ์ ก็ได้รับแจ้งด่วนจากทางบ้านให้กลับมาร่วมสัมมนาวาระสำคัญที่มีวิทยากรรับเชิญระดับสูงจากต่างประเทศมาให้ความรู้เกี่ยวกับการพัฒนาดิน และพืชไร่เขตร้อน จึงต้องรีบเร่งเดินทางกลับอย่างเร่งด่วน
มินทราภามาถึงโรงแรมเป็นเวลาค่ำมืดพอดี โดยได้รับรายงานว่าผู้จัดการและผู้ช่วยกำลังต้อนรับแขกพิเศษอยู่ จึงให้พนักงานยกกระเป๋าขนสัมภาระของเธอไปยังห้องชุดที่เธอเคยพักอยู่ประจำทันที หลังจากเก็บข้าวของเข้าที่เรียบร้อยแล้ว เธอเพิ่งนึกได้ว่าต้องโทรบอกทางบ้านตามที่มารดาสั่งไว้ด้วยความเป็นห่วงเป็นใยบุตรสาวคนเดียว แล้วอาบน้ำเข้านอนด้วยความเหน็ดเหนื่อยและอ่อนล้าจากการเดินทางไกล
ขณะที่มินทราภากำลังนอนหลับลึกจากความฝันน่าสะพรึงกลัวด้วยลำตัวยาวของพญานาคราชสีเขียวคล้ำจนเกือบดำพันล้อมอยู่รอบปราสาทหินทราย เศียรใหญ่ชะโงกเงื้อมเห็นหงอนแดงต้องแสงอาทิตย์ร้อนสะท้อนเลื่อมพราย ต่างจากสีดำสนิทของดวงตารียาวกะพริบไหว ปากใหญ่อ้าแยกกว้างเห็นเขี้ยวยาวโง้งขาววับวาวแหลมคมชวนหวาดหวั่น
ในความฝันร่างของมินทราภาถูกพันธนาการด้วยโซ่ตรวนสีทองอร่ามยืนโดดเดี่ยวอยู่ท่ามกลางผืนทรายกว้างไกลสุดสายตา อากาศรอบกายร้อนแรงด้วยแสงแดดแผดกล้าราวกับจะเผาร่างเธอกับเจ้าพญานาคให้มอดไหม้เป็นเถ้าธุลี
มินทราภากรีดร้องสุดเสียง เมื่อเศียรใหญ่โตผงกโฉบลงมาหายังร่างของตน พลางดิ้นรนจนสุดแรงกำลังอย่างไม่ลืมหูลืมตา ฉับพลันกลับรู้สึกเสมือนจริงว่าสิ่งที่โถมลงมาทาบทับร่างของตนไม่ใช่ลำตัวพญานาคราช แต่เป็นร่างมนุษย์
หญิงสาวลืมตาตื่นขึ้นมองดูของหนักที่บ่งบอกชัดว่าเป็นร่างกายบุรุษตัวสูงใหญ่ชะโงกง้ำอยู่เหนือร่างของเธอที่ถูกพันธนาการไว้ด้วยผ้าห่มผืนหนาจากลำตัวจรดปลายเท้า
“กรี๊ดดด...ว้ายอะไรเนี่ย !" มินทราภาเพ่งสายตามองเห็นใบหน้ามนุษย์ผู้ชายตัวโตด้วยใจก็เต้นระทึกรู้สึกกลัวมากขึ้น
“อะไรกัน...คุณเป็นใคร...เข้ามาได้ยังไง"
มินทราภาร้องถามพร้อมกับกิริยาดิ้นขลุกขลักและออกแรงผลักไสคนที่ล้มหงายลงพาดทับด้วยน้ำหนักที่ทำให้จุกแน่นในอกอยู่เกือบหนึ่งอึดใจ เมื่อเห็นเขายังนอนตะลึงจ้องมองนิ่งไม่ขยับหรือเคลื่อนกายออกก็ยิ่งอกสั่นขวัญหาย เริ่มทุบแรงผลักแรงมากขึ้นจนคนบนกายส่งเสียงร้อง
“...โอ้ย...นี่...หยุดทุบผมเดี๋ยวนี้นะ"
เสียงพูดด้วยภาษาอังกฤษสำเนียงชัด ทำให้คนออกแรงทุบระรัวหยุดชะงัก แล้วต่างคนต่างจ้องหน้ามองตากันอย่างตกตะลึงพรึงเพริด
“ คุณมาทำอะไรในห้องนอนผม"
“ คุณมาทำอะไรในห้องนอนฉัน"
เสียงทุ้มกับเสียงหวานถามออกมาพร้อมกันราวกับนัด แล้วฝ่ายเสียงหวานก็เพิ่มแรงผลักให้เจ้าของเสียงทุ้มที่ตัวโตกว่าพลิกออกไปพ้นจากร่างอย่างทุลักทุเล และรีบหดขาขยับตัวเอื้อมมือไปเปิดไฟหัวเตียง พร้อมกับหยิบปืนขนาดเหมาะมือที่มักจะพกติดตัวจากชั้นข้างหัวเตียงออกมา พลางกระโดดผลุงลงไปยืนจังก้าแบบแม่เสือสาวปักหลักมั่น ปากก็ร้องขู่คนตัวโตที่กำลังนอนเค้เก้อยู่ปลายเตียง
“...อย่าขยับนะ...ถ้าขยับฉันยิงจริงๆ...บอกมาว่าคุณเข้ามาในห้องของฉันทำไม"
คริสตินได้สติคืนมาจากแรงผลักแรงทุบจากเสียงผู้หญิงที่ไพเราะที่สุดเท่าที่เคยได้ยินมา เบิ่งตามองหญิงสาวสวยร่างเพรียวบางในชุดนอนเนื้อบางที่ต้องแสงไฟสว่างเผยเรือนร่างที่มีส่วนเว้าส่วนโค้งสมส่วนเย้ายวนตาชวนมองด้วยความพึงพอใจ
เขายิ้มให้เจ้าของใบหน้าสวยคลาสสิกที่ติดจะบึ้งเคียดขึงเอาจริงเอาจังในสภาพผมยาวสลวยยุ่งเหยิงรุ่ยร่ายที่ยิ่งมองก็ยิ่งดูเซ็กซี่สะดุดใจ ขนาดอยู่ในสถานการณ์คับขันเขายังแทบจะอดใจคว้าตัวเธอลงมานอนกอดก่าย แล้วจูบปากอิ่มสีกุหลาบที่เอ่ยเอื้อนคำขู่คำถามตามใจปรารถนาไม่ได้
ช่วงเวลาที่ผ่านมากว่าสองปี คริสตินยังไม่เคยเจอผู้หญิงสวยมากพอที่จะทำให้หัวใจเต้นระทึกอย่างนี้ ตอนที่ล้มตัวลงนอนทับตัวเธอยังรู้สึกได้ถึงความอ่อนนุ่มละมุนละไม เขาไม่รู้ว่าเธอเป็นใคร ทำไมจึงมานอนในห้องชุดที่เขาสั่งจองกับทางโรงแรมไว้ ดูสถานการณ์แล้วคงไม่ใช่อภินันทนาการพิเศษจากทางโรงแรมส่งมาให้อย่างแน่นอน
“...โอ๊ะ...โอ...ทางที่ดี...ผมคิดว่าเราสองคนมาพูดกันดีๆโดยไม่ต้องใช้อาวุธอันตรายดีกว่า สภาพผมคงไม่ทำให้คุณคิดว่าเป็นโจรหรือเป็นขโมยที่ไหนหรอกนะ”
คริสตินพูดอยู่ในท่าเอนกายเค้เก้ยกสองมือหรา สายตาจ้องจับอยู่กับอาวุธในมือหญิงสาวอย่างทึ่งจัด คิดว่าผู้หญิงสวยจัดกับอาวุธร้ายแรงในมือช่างไม่เข้ากันเสียเลย
เขาเลื่อนสายตามองพินิจใบหน้างามกับเรือนร่างอรชรสวยสมส่วนด้วยใจเต้นแรงระทึก แล้ววกกลับมามองปากอิ่มจิ้มลิ้มน่าจูบ ตอนได้ยินเสียงหวานร้องขู่ฟ่อ
“อย่าขยับนะ แต่ไม่ว่าคุณจะเป็นอะไร เอ้อ เป็นใคร ก็ไม่สมควรเข้ามาในห้องของฉัน”
มินทราภารับรู้ถึงสายตาคมปราบอาบความชื่นชมที่กวาดมองโลมไล้ส่งกระแสวาบหวามไปทั่วร่าง หญิงสาวถอยหลังก้าวห่างออกมาจนชิดข้างฝาใกล้ประตูห้องนอน ยกมือสั่นกดเปิดสวิตช์ไฟกลางห้องที่เอื้อมถึง ทำให้เห็นชัดว่าเขาเป็นชายหนุ่มต่างชาติหน้าตาหล่อคมคายมากคนหนึ่ง
เมื่อมองจับจ้องกันอยู่ในระยะใกล้ท่ามกลางแสงไฟส่องสว่าง เห็นชัดถึงไรเคราเขียวครึ้มกับคางผ่ายิ่งช่วยให้ใบหน้าชายหนุ่มดูหล่อมีเสน่ห์ชวนมองและสามารถเรียกร้องความสนใจจากหญิงสาวมาหลงใหลได้ปลื้มอย่างง่ายๆ
โดยเฉพาะท่านอนเค้เก้ยกมือหราในสภาพที่สวมเสื้อผ้าเพียงเชิ้ตสีขาวสะอาดปล่อยชายและปลดกระดุมลงมาเกือบถึงสะเอวจนมองเห็นไรขนดำบางๆที่พาดผ่านจากแผงอกลงมาอย่างน่าระทึกใจ และมีอิทธิพลทำให้หน้าตาเนื้อตัวของมินทราภาร้อนผ่าวขึ้นมาอย่างมหัศจรรย์
...เขาเป็นใคร ท่าทางดูมีสง่าราศีแบบที่หายากในบุรุษทั่วไป...และความรู้สึกนี้ก็ไม่เคยเกิดกับการมองผู้ชายหล่อคนไหน แต่จะดูดีอย่างไรมินทราภาก็ไม่คิดจะวางใจ อดหวาดระแวงไม่ได้เพราะสมัยนี้โจรผู้ร้ายรูปร่างหน้าตาดีแฝงตัวอยู่ในคราบผู้ดีมีเยอะแยะไป
“แต่ควรจะเป็นผมนะ ที่ต้องถามว่าคุณเข้ามาทำอะไรในห้องนอนผม"
คริสตินพูดพร้อมขยับกายทำน่าจะลุกนั่งให้สบายตัวขึ้น แต่ต้องชะงักกึกทิ้งตัวลงในท่าเดิมจากคำร้องขู่
“หยุดนะ อย่าขยับนะ ฉันยิงจริงๆด้วย"
มินทราภาร้องเตือนเสียงดัง กระชับสองมือกุมอาวุธมาดมั่นจริงจังเตรียมพร้อมที่จะลั่นไกทุกขณะ
“อ่ะ อ่ะ ผมจะไม่ขยับ คุณจะเอายังไงก็ว่ามา”
คริสตินเห็นท่าเอาจริงยิ่งนึกชื่นชมในใจ เขาไม่ได้หวั่นกลัวความร้ายแรงของอาวุธในมือนั่นสักเท่าไร เพราะเขารู้จักการเซฟตัวเองให้รอดจากคมกระสุนได้ แต่การที่เขายอมตามง่ายๆ เพราะไม่อยากให้แม่เสือสาวแสนสวยตรงหน้าหวั่นกลัวตัวเขาไปมากกว่านี้
“ห้องนี้จะเป็นของคุณได้ยังไง ปกติทางโรงแรมไม่เคยเปิดให้ใครเข้ามาใช้...มันเป็นห้องชุดส่วนตัวของครอบครัวฉันนะทางคุณจะมาอ้างลอยๆไม่ได้"
“ฉันมีกุญแจ/ผมก็มีกุญแจ"
ราวกับนัดหมายเมื่อสองหนุ่มสาวกล่าวขึ้นพร้อมกันและเบนสายตาไปยังโต๊ะใกล้หัวเตียงที่เพิ่งจะเห็นว่ามีพวงกุญแจสองพวงวางอยู่ไม่ห่างกันมากนัก
“...เอ๊ะ...”
“ไม่ต้องมาเอ๊ะ...ผมจองห้องพักบนชั้นนี้เอาไว้...แล้วทางโรงแรมก็จัดเป็นห้องชุดทางปีกขวาให้”
ชายหนุ่มเปลี่ยนมาพูดภาษาไทยชัดแจ๋ว แล้วบอกชั้นกับเลขที่ห้องแก่หญิงสาวที่กำลังยืนจ้องในอาการตะลึงงัน
“เราพลาดอะไรไปหรือเปล่า" มินทราภารำพึงในใจ
แต่เมื่อเขามีกุญแจไขเข้ามาในห้องนอนของเธอได้ก็แสดงว่าทางโรงแรมต้องให้กุญแจมา...เกิดผิดพลาดอะไร?...ทำไมทางผู้จัดการโรงแรมถึงให้กุญแจห้องชุดนี้แก่แขกผู้เข้ามาพัก เพราะปกติห้องพักชั้นนี้จะเป็นที่พักประจำของครอบครัวและไม่เคยมีปัญหาแบบนี้
โรงแรมนี้ เป็นโรงแรมสร้างใหม่ทรงยุโรปผสมผสานกับทรงไทย ภายในห้องชุดวีไอพีจะมีกุญแจคีย์การ์ดเปิดปิดเหมือนกับโรงแรมทั่วไป แต่ห้องนอนของโรงแรมนี้ จะมีกุญแจอีกอันเอาไว้เปิดปิดห้องนอนอีกชั้นหนึ่ง เพื่อความเป็นส่วนตัวและป้องกันภัยจากบุคคลที่ไม่ใช่เจ้าของห้อง และการไขกุญแจเข้ามาของคริสตินก็เป็นสิ่งยืนยันว่าเขาได้รับสิทธิ์เข้ามาใช้ห้องนี้
แต่ปกติห้องชุดพิเศษสุดบนชั้นที่ยี่สิบของโรงแรมจะเปิดให้ครอบครัวของมินทราภาหรือญาติสนิทเข้าพักประจำอยู่เท่านั้น เพราะทางโรงแรมมีห้องพักหรูระดับวีไอพีไว้รองรับแขกสำคัญที่ชั้นถัดลงไป นอกจากจะมีแขกระดับสูงมากๆหรือห้องพักของโรมแรมเต็มจริงๆ จึงจะเปิดให้แขกวีไอพีเข้าใช้ห้องบนชั้นนี้
“ฝ่าบาท...กระหม่อมได้ยินเสียง...มีอะไรให้กระหม่อมรับใช้ กระหม่อม"
แต่ความคิดของมินทราไม่ทันจะจบดี ก็มีเสียงเคาะประตูที่ทำให้หญิงสาวถึงกับสะดุ้งผวาด้วยความตกใจ คิดไม่ถึงว่าจะมีใครอยู่ข้างนอกอีกคน
เสียงแว่วเข้ามาเป็นภาษาท้องถิ่นที่มินทราภาไม่คุ้นหูและฟังไม่เข้าใจ กลัวจนขนบนตัวลุกชัน หญิงสาวกระชับสองมือจับปืนมั่น เล็งจ้องไปยังคนบนเตียง เธอไม่อยากเสี่ยงวางใจผู้บุกรุกแปลกหน้าที่มีพรรคพวกรอยู่ข้างนอกและอาจจะเข้ามาสมทบอีกคนก็ได้ แต่กลับได้รับรู้จากเสียงตอบเป็นภาษาอังกฤษจากเจ้าของเสียงทุ้มน่าฟังดังชัด
“ไม่มีอะไร ทาซิม นายช่วยโทรตามผู้จัดการโรงแรมให้ขึ้นมาบนห้องชุดบนชั้นนี้หน่อย"
แต่ยังไม่ทันที่คนอยู่นอกห้องจะรับคำก็มีเสียงโทรศัพท์ภายในที่วางอยู่บนโต๊ะใกล้หัวเตียงกรีดเสียงดังขึ้น คนยืนจังก้าถือปืนจ้องต้องสะดุ้งเฮือกอีกครั้ง ทำให้คนนอนเมื่อยอยู่ในท่าเค้เก้กลั้นยิ้มไม่อยู่ พลางนึกเอ็นดูสาวสวยน่ารักตรงหน้า ดูเอาเถอะ แม้จะมีท่าทีหวั่นกลัวอย่างไร มือเธอก็ยังคงถือปืนเล็งมั่น ไม่เบนจากเป้าหมายเลยสักนิด
คริสตินมองหน้าคนสวยที่อยู่ในอาการหวาดผวามากกว่าจะคุกคามอย่างรู้สึกเห็นใจ พยักหน้าไปทางโทรศัพท์เป็นการบอกใบ้ให้เธอไปรับ แต่เธอยังไม่ยอมเขยื้อนขยับ ยืนจ้องมองเขาตาไม่กะพริบ
พอเขาเลิกคิ้วเป็นเชิงถาม เธอจึงยอมถอยก้าวย่างไปอย่างระวังระไวโดยไม่ยอมลดปืนลงแบบคนมีทักษะการใช้ปืนอยู่พอตัว แม้จะนึกกลัวความใจเด็ดของแม่เสือสาวแสนสวยอยู่บ้าง แต่คริสตินก็อยากจะหาทางทำความรู้จักเธอ
ระหว่างการพูดคุยโทรศัพท์กับปลายสาย คริสตินสังเกตเห็นใบหน้าซีดขาวยิ่งเฝื่อนและเผือดสีลงมากกว่าเก่า พอมองสบตาเบิกกว้างด้วยอาการตกใจ ก็พอจะเดาได้ว่าเธอคงรู้แล้วว่าเขาเป็นใคร เขารอเธอวางโทรศัพท์ลดปืนลง และเปล่งเสียงสั่นไหวออกมา
“ผู้จัดการใหญ่ของโรงแรมโทรมา...เอ้อ...มีการผิดพลาดเกิดขึ้น...ต้องขอประทานอภัย หม่อมฉันไม่ทราบว่ามีการจัดห้องชุดนี้เอาไว้ เชิญฝ่าบาทประทับรอที่ห้องรับรองข้างนอกก่อน หม่อมฉันขอเวลาเก็บของสักครู่"
เมื่อรับทราบจากปากคำของผู้จัดการโรงแรม มินทราภาทั้งตกใจทั้งอับอาย เธอไม่คิดว่าเหตุการณ์จะกลับตาลปัตรเป็นเช่นนี้ เธอกำลังยืนถือปืนขู่แขกสำคัญของโรงแรมที่เป็นถึงเจ้าชายรัชทายาทแห่งประเทศที่ร่ำรวยอันดับต้นๆของกลุ่มอาเซียนและเป็นคนสำคัญของการสัมมนาวันพรุ่งนี้
“ไม่เป็นไร เดี๋ยวผมจะขอผู้จัดการให้หาห้องใหม่ก็ได้"
คริสตินลดแขนแข็งแรงที่ค่อนข้างจะเมื่อยล้าด้วยการยกมานานลงข้างกาย แล้วขยับลงจากเตียงลุกขึ้นยืนเต็มตัว ความสูงข่มร่างอรชรที่ยืนทำหน้าเฝื่อนดูเล็กกระจ่อยร่อยลงถนัดตา ทั้งที่มินทราภาก็เป็นหญิงสาวที่ตัวสูงคนหนึ่ง
“แต่ฝ่าบาท...เอ้อ...”
น้ำเสียงมินทราภาไม่คลายอาการสั่นพร่า ยืนหรุบตาต่ำ ไม่กล้าสบตาวาววามของเขาตรงๆ เพราะรู้สึกอับอายจนอยาก จะมุดหน้าลงใต้เตียงหรือใต้พื้นที่ยืนอยู่
“ไม่เป็นไร”
คริสตินพูดด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล กวาดตามองไปทั่วห้อง แล้วหันมามองหญิงสาวสวยที่กำลังยืนเม้มปากหน้าแดงระเรื่อ แล้วตัดสินใจ
“ไหนๆข้าวของเครื่องใช้ของคุณก็จัดเก็บที่ห้องนี้แล้ว เดี๋ยวผมจะขอห้องใหม่จากผู้จัดการก็แล้วกัน"
เขาบอกกับหญิงสาว แล้วบอกต่อไปยังคนข้างนอกห้อง ที่รู้ว่าต้องยังยืนรอฟังคำสั่งอยู่หลังประตู
“ทาซิมเชิญผู้จัดการเข้ามาที่ห้องรับรองทีนะ”
โดยสายตาคมปราบอาบแววชื่นชมกลับมองจับจ้อง หญิงสาวตรงหน้าอย่างไม่วางตา
“ผมขอใช้ห้องรับรองสักครู่ แล้วจะออกไปทันที่"
แต่ก่อนจะก้าวผ่านหน้าหญิงสาวออกไป คริสตินอดใจไม่ได้ที่อยากจะปลอบขวัญคนขวัญเสียสวยสะพรั่งถูกตาถูกใจที่กำลังเงยหน้ามองเขาตาโต เขาเดินเข้าไปหาร่างบางที่อยู่ในอิริยาบถยืนเก้ๆกังๆเหมือนทำอะไรไม่ถูก แล้วปลดปืนที่เธอยัง กำอยู่ออกมาจากมือเรียวบางโยนไปบนที่นอน แล้วดึงร่างงามเข้ากอดโยกตัวไปมาเหมือนปลอบโอ๋เด็กเล็กๆ
การกระทำของคริสตินมีพลังโน้มน้าวให้อีกฝ่ายไร้การต่อต้าน ความอบอุ่นแผ่ซ่านในหัวใจของทั้งสอง สิ่งที่รู้สึกเป็นสิ่งแปลกใหม่ที่ไม่เคยได้รับจากใครหรือไม่เคยรู้สึกกับใคร แรงอารมณ์ที่ผสมผสานระหว่างความซาบซึ้งกับแรงปรารถนากำลังดึงดูดทั้งสองเสมือนลอยวนอยู่กลางกระน้ำแห่งความพึงใจในกันและกัน
คริสตินก้มหน้าลงมาพร้อมกับมินทราภาที่เงยหน้าขึ้น หญิงสาวตั้งใจจะร้องประท้วงการกระทำของเขา ทำให้ริมฝีปากของทั้งสองแนบบรรจบกันได้ง่ายขึ้น ริมฝีปากของคริสตินลูบไล้ปากอ่อนนุ่มของมินทราภาอย่างนุ่มนวลในลักษณะปลอบประโลมค่อยเป็นค่อยไป
มินทราภาประหลาดใจเมื่อพบว่าสัมผัสของเขาช่วยคลายความหวาดหวั่น พลันเปลี่ยนเป็นกระแสความอบอุ่นแผ่ซ่านไปทั่วกาย เธอไม่เคยใกล้ชิดกับผู้ชายคนใดในลักษณะเช่นนี้มาก่อนเลยในชีวิต
ร่างกายและริมฝีปากของทั้งสองแนบชิดกัน ลำแขนแข็งแรงของคริสตินโอบรัดสะเอวคอดบอบบาง พลางลูบไล้อย่างถนอม เขาเริ่มรับรู้ความรู้สึกที่ชวนหลงใหล จากสัมผัสบนริมฝีปากอิ่มอุ่นช่างให้รสแตกต่างแทบทุกวินาที นุ่มนวล อ่อนหวาน ไร้เดียงสา ซาบซ่าน และเชิญชวน เป็นรสชาติเย้ายวนแปลกใหม่ที่ชายหนุ่มไม่เคยพานพบมาก่อน
...กลีบปากนุ่มคู่นี้...รสชาติแบบนี้...เป็นสิ่งที่เขาไม่เคยรู้สึกกับหญิงใด...ช่างถูกใจนัก...
คริสตินคิดอย่างคลั่งไคล้ เพียงจุมพิตไร้เดียงสาก็พาความรู้สึกนึกคิดของเขาเตลิดไกลถึงการสัมผัสนวลเนื้อทั่วร่างงาม โดยเฉพาะความลี้ลับในตัวเธอที่เขาปรารถนาค้นคว้าให้ได้รู้ว่าสาวสวยน่ารักมีอะไรดึงดูดใจเขาได้มากขนาดนี้
มินทราภารับรู้ความรู้สึกไม่คุ้นเคยหากชวนหลงใหลในจูบแรกของชายแปลกหน้าที่เปลี่ยนปรับสลับกันไปในทุกจูบรุกราน จากอ่อนนุ่มละเมียดละไม บดย้ำหยอกเย้าเคล้าคลอเรียกร้อง และสั่งการให้เพลิดเพลินเผลอไผล
“...อึ้ม...”
มินทราภาร้องอยู่ในลำคอ ตื่นตะลึงต่อความรู้สึกรุมเร้าชวนหลงใหลที่ไม่อาจขัดขืน ยืนตัวแข็งต่อการกระทำอย่างถือสิทธิ์ด้วยใจเต้นไม่เป็นส่ำ พอเขาย้ำจุมพิตสนิทสนมที่เกือบจะเป็นการรุกรานมาอีกครั้งจึงเปล่งเสียงทักท้วงแสดงอาการไม่พอใจ
“...ฝ่าบาท...”
คริสตินชะงักกึก เพิ่งรู้สึกตัวว่ากำลังทำในสิ่งไม่เหมาะสม แต่ปล่อยร่างนุ่มนิ่มน่าถนอมเป็นอิสระอย่างทันควันทำให้ร่างหญิงสาวซวนเซยืนไม่อยู่ เขาจึงกลับเข้าประคองพาไปนั่งที่ขอบเตียงในอาการที่มินทราภาพยายามเบี่ยงตัวหนี คราวนี้เลยกลายเป็นเขาเซซวนพาร่างของมินทราภาล้มหงายลงไป
ต่างคนต่างตกใจตะลึงนิ่งงันด้วยกิริยาที่ร่างสูงของคริสตินทาบทับอยู่บนร่างนุ่มนิ่มของมินทราภา ก่อให้เกิดความรู้สึกเหมือนมีกระแสไฟวิ่งไหลเวียนแปลบปลาบบนเรือนกายหนุ่มสาวเป็นแรงกระตุ้นเร้าให้คริสตินเผลอไผลกอดกระชับร่างงามเข้าสู่อ้อมแขน และจูบจุมพิตดูดดื่มอย่างลืมตัว
มินทราภาเผลอไผลไปกับจูบสำรวจเรียกร้องของคนที่บังเอิญมาเจอะกัน เป็นจูบแรกจูบเดียวที่หญิงสาวไม่สามารถต้านทานได้ และกลับรู้สึกชื่นชอบจนลืมตัวยอมตามการชี้นำให้รู้จักการจูบลึกซึ้งที่ไม่เคยได้พานพบมาก่อน
คริสตินดื่มด่ำกับความสุขจากรสชาติหวานหอมในจูบของหญิงสาวสวยคนแรกคนเดียวที่เขาจูบโดยไม่รู้จักชื่อเสียงเรียงนามของเธอ และอยากจูบอยู่อย่างนี้อย่างไม่มีวันเลิกรา แต่เขาต้องหักห้ามใจ เพราะไม่ได้อยู่ในสถานการณ์ที่จะมีความสุขเพลิดเพลินกับสิ่งที่ปรารถนามากกว่านี้ได้
ชายหนุ่มพยุงกายหญิงสาวให้ลุกตามขึ้น พาร่างงามมาจับนั่งอยู่ริมขอบเตียง แล้วทรุดกายคุกเข่ากับพื้นยื่นหน้าเข้ามากระซิบชิดมุมปากก่อนจุมพิตแผ่วอีกครั้ง
“ผมขอโทษที่ทำให้คุณตกใจ”
กล่าวจบเขาก็ลุกขึ้นหันหลังเดินก้าวยาวๆออกไปด้วยเกรงว่าจะอดใจไม่อยู่ โดยไม่รู้ว่ในความคิดของหญิงสาวที่นั่งงงงันอยู่ เห็นว่าเขาทำเหมือนการจูบเธอไม่ได้มีความหมายอะไร และเขาปิดประตูได้ทันที่หมอนใบหนึ่งถูกปาลอยมากระทบบานประตูดังบึ้ก โดยที่ผู้ปานึกอยากให้เป็นตัวเขานัก