ตอน 1

รัฐซาล...

ฮิจเราะห์ศักราช (ฮ.ศ.) ที่ 1350 เดือนซอฟัร

ชีคอัสมิน วัย 50 ปี หัวหน้าเผ่าโซธานปกครองชนเผ่าทางตอนใต้ ซึ่งเป็นดินแดนอยู่ติดชายฝั่งทะเล ตั้งอยู่บนคาบสมุทรขนาดเล็กที่แตกมาจากคาบสมุทรอาหรับ

พระองค์ได้ถูกสถาปนาขึ้นครองราชย์เป็นชีคปกครองรัฐซาล มีชื่อเต็มว่า ชีคอัสมิน อาลี โซมาลหลังจากก่อรัฐประหารชีคฮามัด เหม็ด ซาเฮ็ด คอลิฟ ผู้นำรัฐที่โหดเหี้ยมป่าเถื่อนปกครองบ้านเมืองอย่างไร้มนุษยธรรมจนเกิดความระส่ำระสายและเกิดโจรก่อการร้ายดักซุ่มโจมตีเส้นทางค้าขาย ชนเผ่าใหญ่น้อยต่างๆ แข็งข้อตั้งตัวเป็นใหญ่ ไม่ยินยอมตกอยู่ภายใต้อำนาจอีกต่อไป

ในอดีต...

ทางตอนใต้ของซาลคือชนเผ่าโซธาน อุดมด้วยแร่ทองคำมหาศาล มีชนเผ่าขนาดกลางสองชนเผ่าที่ยอมอยู่ใต้การปกครองคือ ชนเผ่ามัลมาเลีย ซึ่งเป็นชนเผ่าขนาดกลางอยู่ทางทิศตะวันออก พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นที่ราบสูงมีภูเขาสลับซับซ้อนมากมาย ส่วนชนเผ่าที่สองคือจาปง พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นที่ราบลุ่ม เป็นดินแดนที่อยู่ส่วนกลางรอยต่อระหว่างโซธาน, มัลมาเลีย เมืองหลวงและกัวลา และถัดไปเป็นชนเผ่าทั้งห้าในดินแดนทะเลทราย

...และทางตอนเหนือของซาลเป็นชนเผ่ากัวลา มีชนเผ่าขนาดเล็กอยู่ใต้การปกครองคือ มุฟาลาล,อัลกุเดา,อัชชาเดา, อัดวะเดา และจะยะลาล ซึ่งเป็นดินแดนทะเลทรายแทบทั้งสิ้น

ทางตะวันออกของกัวลาต่อติดกับรัฐซาลาล ดินแดนแห่งดาราศาสตร์ ฤกษ์ยาม การทำนาย พยากรณ์ การเสี่ยงทาย อันอุดมไปด้วยสินค้าหลายชนิดสำหรับทำการค้า ทางตะวันตกติดต่อกับรัฐมุไซ ทางเหนือติดต่อกับรัฐซามาล ซึ่งทั้งสองรัฐมีพ่อค้าชาวอาหรับนำสินค้ามาขายในทะเลทรายจนเกิดการค้าและการแลกเปลี่ยนมากมายขึ้น ณ ดินแดนแห่งนี้

ซาลเป็นรัฐเล็กๆ ที่เกิดจากชนเผ่าต่างๆ รวมตัวกัน แต่ยังไม่มั่นคงเพราะผู้นำขาดคุณธรรมและเผด็จการ ชนเผ่าต่างๆ ที่อยู่ภายใต้อำนาจจึงแข็งข้อมากยิ่งขึ้นเรื่อยๆ

ผู้นำสำคัญสองคนคือ ชีคอัสมินหัวหน้าเผ่าโซธานอยู่ทางตอนใต้ และชีครอมาลีซึ่งเป็นหัวหน้าเผ่ากัวลาอยู่ทางตอนเหนือ จึงคิดการใหญ่ ทั้งสองรวมอำนาจโดยเข้ายึดครองชนเผ่าขนาดกลางและขนาดเล็กที่อยู่ใกล้เคียง จึงเกิดสงครามชนเผ่ายาวนานหลังจากยึดอำนาจจากชีคฮามัด เหม็ด ซาเฮ็ด คอลิฟ

ทั้งสองกระทำการใหญ่ได้สำเร็จ... เนื่องด้วยเป็นชนเผ่าที่มีขนาดใหญ่สามารถกุมกำลังไพร่พลมากมายจนยึดครองชนเผ่าเล็กๆ ไว้ภายใต้การปกครองได้ทั้งหมด แม้คราแรกจะเกิดสงครามระหว่างชนเผ่าก็ตามที แต่สุดท้ายชนเผ่าเล็กๆ เหล่านั้นก็ยอมสวามิภักดิ์ในที่สุด

เผ่าไฟยาห์...เดิมทีเป็นเมืองหลวงซึ่งเป็นชนเผ่าขนาดใหญ่อยู่ตอน กลางของรัฐ แต่เพราะผู้นำที่คลั่งไคล้ในอำนาจ ปกครองด้วยความไม่เป็นธรรมเก็บภาษีขูดรีดขูดเนื้อคนในรัฐ ชนเผ่าต่างๆ จึงเกิดการต่อต้าน ประกอบกับชีคฮามัดไร้ทายาทเพราะไม่เคยถูกใจหญิงใดมากพอที่จะแต่งตั้งให้มาครองบัลลังก์คู่กายได้ หญิงสาวมากมายต่างฆ่าตัวตายหรือไม่ก็ถูกตัดหัวเพราะทนความป่าเถื่อนและไม่เป็นที่ถูกพระทัย

ดังนั้นหลังจากโซธานซึ่งแบ่งกำลังออกยึดอำนาจทางตอนใต้สำเร็จ อัสมินที่ได้สมคบคิดซ่องสุมกำลังกับรอมาลีเพื่อนรักมาหลายปี จึงได้ส่งคนสนิทคือ เนาฟัลไปปกครองไฟยาห์เอาไว้

หลังจากยึดอำนาจโดยการรวมรัฐได้แล้ว... ความไม่พอใจก็เกิดขึ้นในชนเผ่ากัวลา

“ท่านพ่อ เหตุใดท่านจึงได้ทำเช่นนี้” อับดุลอาซิบุตรชายคนเล็กวัย 20 ปี ถามบิดาด้วยน้ำเสียงฉุนเฉียวสะกดกลั้นอารมณ์ขุ่นเคืองเอาไว้ไม่มิด

“พ่อรู้ว่าเจ้าหมายความถึงเรื่องใด แต่อัสมินมีบุญคุณช่วยชีวิตพ่อเอาไว้ เขาเหมาะสมที่จะปกครองซาล” ชีครอมาลี หัวหน้าเผ่ากัวลาวัย 49 ปีกล่าวกับบุตรชาย

“เพราะบุญคุณ ท่านพ่อถึงยอมสละตำแหน่งประมุขครองรัฐให้ลุงอัสมิน คนของเราไม่พอใจเป็นอย่างยิ่ง ความจริงต้องให้ประชาชนเป็นผู้เลือกว่าจะให้ใครเป็นประมุข และเราก็มีคนมากกว่าโซธานรวมกันถึงหกชนเผ่า ท่านพ่อจะต้องได้ขึ้นครองราชย์อย่างแน่นอน” คำพูดของบุตรชายคนเล็กทำให้รอมาลีนิ่งเงียบ

“อาซิ เจ้าอย่าได้กดดันท่านพ่ออีกเลย สำหรับพี่ ยังไงก็เชื่อในการตัดสินใจของท่านพ่อ” อับดุลอาเหม็ด บุตรชายคนโตวัย 30 ปี มองสบตากับบิดาอย่างเข้าใจ

คำพูดของพี่ชายทำให้อับดุลอาซิหงุดหงิดยิ่งขึ้น

“แล้วท่านพ่อจะบอกคนของเราว่าอย่างไรกัน พวกเขายอมเสียสละเพื่อท่าน แต่ท่านยอมสละอำนาจให้เผ่าโซธาน ต่อไปเราจะต้องลำบาก แล้วท่านพ่อจะต้องเสียใจที่ไม่เชื่อข้าในวันนี้” อับดุลอาซิพูดทิ้งท้ายเอาไว้ให้บิดาและพี่ชายได้คิดด้วยความไม่พอใจยิ่งยวด ก่อนเดินจากไป

“ท่านพ่อ” อับดุลอาเหม็ดเรียกบิดาเสียงขรึม

“พ่อจะพูดกับคนในเผ่าของเราและเผ่าอื่นๆ เอง เจ้าอย่าได้กังวลไปเลย” ผู้นำของกัวลาวัยกลางคนพูดด้วยน้ำเสียงมั่นคง คิดว่าการตัดสินใจครั้งนี้ดีแล้ว และจะไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงอย่างเด็ดขาด

เสียงวิพากษ์วิจารณ์แสดงถึงความไม่พอใจของคนในชนเผ่ากัวลาและผู้สนับสนุนจากชนเผ่าอื่นๆ หนาหูขึ้น แต่ทุกเสียงก็เงียบสงบลงเมื่อหัวหน้าเผ่าประกาศถึงเจตนารมณ์อันแน่วแน่ในครั้งนี้

“รอมาลีสหายรัก แม้เจ้าจะสละตำแหน่งอันทรงเกียรตินี้ให้แก่ข้า แต่ข้าจะไม่ลืมน้ำใจของเจ้าในครั้งนี้เลย เราเปรียบเสมือนพี่น้องร่วมสายโลหิต ลูกหลานของเราจงเป็นพี่น้องกันตลอดไป กัวลาถือว่าเป็นมิตรที่ดีต่อเราไม่เสื่อมคลาย” ชีคอัสมินกล่าวกับสหายรักด้วยความชื่นชม

“หามิได้อัสมินเพื่อนรัก กัวลาถือว่าเป็นชนเผ่าในปกครองของซาล ขอให้ท่านจงดูแลราษฎรให้อยู่เย็นเป็นสุขตามเจตนารมณ์ในการรวมแผ่นดินครั้งนี้ อย่าให้เหมือนชีคฮามัด เช่นไรเสีย เรายินดีเป็นราษฎรที่จงรักภักดีตลอดไป และจะช่วยเหลือพัฒนารัฐให้เจริญรุ่งเรืองต่อไปในภายภาคหน้า”

“ท่านเป็นคนดีเหลือเกิน ข้าซาบซึ้งในการเสียสละครั้งยิ่งใหญ่ของท่าน หากท่านไม่รังเกียจข้าจะสู่ขอนูรไอรินดาหลานสาวของท่านให้แก่ คาลิฟบุตรชายคนเดียวของเรา เพื่อกระชับสัมพันธไมตรีให้เราทั้งสองแน่นแฟ้นยิ่งขึ้น และถ้าจะให้ดีข้าอยากให้ลูกชายของท่านได้รับราชการทหารในซาล”

ชีคอัสมินพูดด้วยน้ำเสียงแสดงถึงความจริงใจและฉลาดหลักแหลม เขามองการณ์ไกลถึงปัญหาในอนาคต หากคาลิฟบุตรชายเพียงคนเดียววัย 30 ปีที่เกิดจากภรรยาเอกได้ดองกับชนเผ่ากัวลา ก็ถือเป็นสิ่งที่ดีแก่บังลังก์และความมั่นคงในอนาคต

“ไม่มีปัญหา ถือว่าเป็นเกียรติยิ่งนักที่เราจะได้เป็นทองแผ่นเดียวกัน ถือเป็นเกียรติแก่นูรไอรินดาหลานสาวเพียงคนเดียวของข้า”

รอมาลีตกปากรับคำด้วยใบหน้ายินดีปรีดา ที่หลานสาวเพียงคนเดียวเลือดเนื้อเชื้อไขของฟาตีล๊ะผู้เป็นน้องสาวจะได้ออกเรือนเพราะหญิงสาวในกัวลาหากมีชายใดมาสู่ขอจะได้รับการพิจารณาจากผู้ใหญ่ก่อนเสมอ ว่าเห็นดีเห็นงามด้วยหรือไม่ โดยธรรมเนียมอันนี้ทำให้หญิงสาวทั้งหลายไม่มีสิทธิ์เลือกคู่ครองเอง ไม่มีสิทธิ์ลักลอบคบหาดูใจกับชายใดหรือได้เสียก่อนเวลาอันสมควร

ฮิจเราะห์ ศักราช (ฮ.ศ.) ที่ 1351 เดือนรอบิอุล เอาวัล

ชีคอัสมินได้ส่งสาส์นไปยังหัวหน้าเผ่าต่างๆ เพื่อให้ส่งบุตรสาวเข้ามาบรรณาการ รวมถึงส่งบุตรชายเข้ารับราชการทหารเพื่อป้องกันการแข็งข้อและกบฏทำให้ชนเผ่าต่างๆ มีความคิดแตกต่างกัน ส่วนใหญ่เป็นการคิดมักใหญ่ใฝ่สูง เพราะหากบุตรสาวถูกตาต้องใจก็เป็นผลดีกับชนเผ่า ที่สำคัญการให้บุตรชายได้รับราชการในวังก็เป็นสิ่งดีที่จะได้มียศถาบรรดาศักดิ์ รวมถึงกำลังไพร่พล แต่ชีคประมุขผู้ครองรัฐมองการณ์ไกลกว่านั้นมากมายนัก

ในปีต่อมาชีครอมาลีเสียชีวิตลง ตำแหน่งหัวหน้าเผ่าจึงตกเป็นของอับดุลอาเหม็ด ในวัย 31 ปีเขามีภรรยาหนึ่งคนและลูกชายหนึ่งคน

...และหลังจากชีคอัสมินครองราชย์ได้สิบปีก็ทรงสวรรคต ในวัย 60 ปี ชีคคาลิฟบุตรชายเพียงคนเดียวจึงขึ้นเป็นประมุขของซาลต่อจากพระราชบิดา ในวัย 40 ปี มีบุตรชายคนโตที่กำเนิดจากภรรยาเอกตอนอายุ 29 ปี มีนามว่าอัฟฟาน

ตอน 2

อีกห้าปีอับดุลอาเหม็ดหัวหน้าเผ่ากัวลา มีภรรยาสาวอีกคนพร้อมให้กำเนิดบุตรสาว นามว่า มาราตี ซูไรละห์ ก่อนที่จะเสียชีวิตเพราะถูกลอบสังหารทั้งครอบครัวรวมถึงบุตรชายเพียงคนเดียวก็เสียชีวิตไปด้วย เหลือเพียงบุตรสาวเท่านั้นที่รอดชีวิต

ชีคอับดุลอาซิ ผู้เป็นน้องชายจึงสืบทอดการดูแลชนเผ่าต่อจากพี่ชายคนเดียว รวมถึงรับดูแลบุตรสาวคนเดียวในวัยแบเบาะที่ยังรอดชีวิตอยู่

อีกหลายปีต่อมาเขาจึงส่งบุตรสาวที่เกิดจากภรรยาคนที่สอง คือ ซูไรดาและมาราตีผู้เป็นหลานสาว ไปอยู่รัฐซาลาล ดินแดนแห่งโหราศาสตร์และคำทำนาย โดยมีผู้ดูแลคือยะห์นาคนสนิทของกอมารียะห์ภรรยาคนที่สองของอดีตหัวหน้าเผ่า

ชีคคาลิฟ อาลี โซมาล ครองราชย์ได้สิบปีก็ทรงสวรรคต ด้วยวัย 55 ปี ทรงมีบุตรชายและบุตรสาวที่เกิดจากหญิงสาวในฮาเร็มรวมสิบสามคน เป็นบุตรชายหนึ่งคนกำเนิดจากนูรไอรินดามีนามว่าอัฟฟาน และบุตรสาวอีกสิบสองคนที่กำเนิดจากภรรยาอีกสามคน

ฮิจเราะห์ ศักราช (ฮ.ศ.) ที่ 1370

ชีคอัฟฟาน อาลี โซมาล วัย 26 ปี ขึ้นครองราชย์ต่อจากพระราชบิดา หลังจากนั้นอีกสามปีมารดาก็เสียชีวิต

บทนำ

ชนเผ่ากัวลา: ดินแดนทะเลทรายทางตอนเหนือของซาล

(ฮ.ศ.) ที่ 1378 เดือนรอบิอุซ อาร์เคร

“พี่ยูดาผ้าผืนนี้สวยจัง” มาราตี หญิงสาววัย 18 ปี หยิบผ้าผืนสวยสีเขียวใบตองขึ้นมองด้วยดวงตาเป็นประกาย ผ้าพวกนี้ส่งมาจากทางตอนใต้ของรัฐ

ซูไรดา ซูไรละห์ วัย 20 ปี มองน้องสาวผู้มีศักดิ์เป็นลูกพี่ลูกน้อง ซึ่งเป็นบุตรสาวคนเดียวของอับดุลอาเหม็ดอดีตหัวหน้าเผ่ากัวลาผู้เป็นลุงด้วยความเอ็นดู

“สวยจ้ะ เป็นสีที่เจ้าชอบด้วยนี่”

หญิงสาวยิ้มแย้มชื่นชมกับผ้าคลุมผืนสวยที่เป็นงานฝีมือประณีตสลับกับลูกปัดสีสวยลวดลายงดงาม ยิ่งเมื่อน้องสาววางทาบกับหลังมือยิ่งขับผิวให้ผุดผ่องยิ่งขึ้น เพราะมาราตีเป็นหญิงสาวที่มีผิวขาวเนียนละเอียดงดงามเหมือนมารดาของนาง

นอกจากผ้าแล้วยังมีสิ่งทออย่างอื่นเป็นผ้าฝ้าย ผ้ายก ผ้าไหม ผ้าขนแกะอีกมากมายวางขายให้หาซื้อกันในโอกาสต่างๆ

ในตลาดคลาคล่ำไปด้วยร้านค้า ผู้คนจับจ่ายใช้สอยกันอย่างคับคั่งหนาตา ช่วงนี้เป็นปลายฤดูใบไม้ผลิอันอุดมสมบูรณ์และมีฝนตกชุกมากกว่าเดือนอื่นๆ แต่เพราะเป็นดินแดนทะเลทรายจึงทำให้ฝนมีปริมาณน้อยเมื่อเปรียบเทียบกับพื้นที่ต่างๆ ในรัฐ

ท้องตลาดของชนเผ่ามีสินค้าต่างเมืองมากมาย ได้แก่ ผ้าแพรภัณฑ์ เครื่องปั้นดินเผา หม้อไหวางเรียงรายจนสุดทางรวมถึงของใช้อื่นๆ เช่นลูกปัดสี เครื่องแก้ว เครื่องโลหะ ตะเกียง ตะปู เข็ม บังเหียน ลูกบิดประตู กุญแจคล้องสายยู อาวุธ เครื่องหนัง กระเป๋า พรม เบาะ ฯลฯ

“เจ้าไม่เอารึ” ซูไรดาเลิกคิ้วถามน้องสาวเมื่อเห็นมาราตีวางผ้าผืนสวยลงดังเดิม

“สวยดีค่ะพี่ยูดา แต่ข้าขอดูของอีกหลายอย่างก่อน” สีหน้าของน้องสาวทำให้รู้ว่านางต้องการสินค้าชนิดอื่นอีก เพราะกลัวอัฐที่นำติดตัวมาจะไม่พอ

ตอนนี้บิดากำลังเจรจาเรื่องการค้าขายอยู่ด้านใน ทั้งสองจึงปลีกตัวออกมาเดินเล่นชมตลาด ข้าวของส่วนใหญ่ที่วางขายในตลาด ชนเผ่ากัวลาจะเป็นผู้ผูกขาดแต่เพียงผู้เดียว แล้วค่อยนำมาจำหน่ายให้พ่อค้าคนกลางที่มีฐานะในรัฐออกวางขายให้ประชาชนอีกทีหนึ่งดังนั้นเม็ดเงินมหาศาลจึงไหลเข้ากัวลาแต่เพียงเผ่าเดียว

“พี่มีอัฐเพียงพอ เอาเถอะเดี๋ยวมีคนซื้อไปหรอก” ซูไรดาพูดเสียงหวาน

“งั้นข้าจองผืนนี้ไว้ก่อนเดี๋ยวกลับมาเอา ขี้เกียจถือ” มาราตีหันไปกำชับแม่ค้า

แม่ค้าพยักหน้ารับ

“งั้นไปกันเถอะ ดีเหมือนกันค่อยกลับมาเอา เพราะต้องเดินซื้อของอีก เดี๋ยวจะไปลืมทิ้งไว้ที่ร้านใดร้านหนึ่ง”

ซูไรดาจับมือน้องสาวเดินดูของไปเรื่อยๆ มีร้านขายสินค้าจำพวกอาหาร ได้แก่ เครื่องเทศ เกลือ อินทผลัม ผลไม้แห้ง ลูกเกด มะเดื่อ น้ำผึ้ง เนื้อตากแห้ง ธัญพืช ข้าวชนิดต่างๆ และสมุนไพรมองแล้วละลานตาไปหมด จนเลือกไม่ถูกว่าจะเอาสิ่งไหนดี

“เจ้าอยากกินอีกละสิ”

คำพูดรู้ใจทำให้มาราตียิ้มแก้มปริ แค่มองเห็นอินทผลัมเธอก็กลืนน้ำลายด้วยความหิว

ทั้งสองซื้ออินทผลัมก่อนเดินชมตลาดต่อไป อีกด้านของตลาดเป็นสินค้าพวกเครื่องสำอาง ขี้ผึ้ง ยาสูบ ธูป น้ำหอม คราม ซูไรดาหยิบเฮนน่าขึ้นมาดูก่อนซื้อเพื่อนำไปบำรุงผม

ทั้งสองซื้อของมากมายอย่างเพลิดเพลิน ก่อนที่ซูไรดาจะถามน้องสาวอีกครั้ง

“กลับไปซื้อผ้าคลุมผืนนั้นก่อน เดี๋ยวเจ้าจะลืม”

มาราตีหัวเราะเบาๆ เพราะเมื่อได้ของหลายอย่างถูกใจเธอก็ชักจะลืมเลือนไปเหมือนกัน

ซูไรดามองรอบกายที่พวกเธอยืนอยู่ จึงรู้ว่าเดินมาจนเกือบสุดตลาดซึ่งเป็นการค้าขายสัตว์ต่างๆ ที่ใช้เป็นพาหนะ เช่น ม้า อูฐ และเพื่อบริโภค เช่น แพะ แกะ พูดได้ว่าแม้กัวลาจะอยู่ในดินแดนทะเลทราย แต่ช่างเป็นดินแดนที่เป็นแหล่งการค้า เรียกได้ว่าขุมทรัพย์แห่งทะเลทรายเลยก็ว่าได้

“ข้าอยากได้ ไปเถิดพี่” มาราตีจูงมือพี่สาวกลับไปยังร้านขายผ้าร้านเดิม แต่ต้องผิดหวังเมื่อมีคนซื้อตัดหน้าไปเสียแล้ว เพราะแม่ค้าขัดคนที่มาขอซื้อไม่ได้ อีกอย่างเธอก็ไม่มั่นใจว่าลูกค้าที่จองไว้จะกลับมาเอาหรือไม่ ซึ่งมาราตีก็ไม่โทษแม่ค้าเพราะเข้าใจดีว่าอยากขายสินค้าให้ได้

แม่ค้าขายผ้าชี้ไปยังชายหนุ่มร่างสูงประมาณ 190 เซนติเมตร รูปร่างสูงใหญ่ บึกบึน แต่เธอเห็นเพียงด้านหลังเท่านั้น

“นั่นไง พี่บอกเจ้าแล้วว่าให้รีบซื้อ มีคนซื้อตัดหน้าไปแล้ว เขาคงซื้อไปให้คนรักหรือญาติที่เป็นหญิง” ซูไรดามองร่างสูงตามน้องสาวไปอีกคน

“ข้าเสียดายมากพี่ยูดา แต่ไม่เป็นไรหรอก วันหลังข้าอาจถูกใจผ้าผืนใหม่ ค่อยซื้อก็ได้” มาราตีทำหน้าผิดหวัง ก่อนจะหันไปเห็นชายฉกรรจ์สามคนกำลังลากหญิงสาวร่างบอบบางสามคนด้วยกิริยาฉุดกระชากลากถู

“พี่ยูดา ทำแบบนี้ได้อย่างไร ดูผู้หญิงพวกนั้นสิ ท่าทางพวกนางจะไม่เต็มใจ ไม่ได้แล้ว ข้าต้องไปช่วยนาง” มาราตีรีบเดินเข้าไปหาชายฉกรรจ์กลุ่มดังกล่าว

“อย่าเลยรตี เรื่องของเค้าอย่าไปยุ่งเลย”ซูไรดาดึงแขนน้องสาวเอาไว้

“ไม่ได้พี่ยูดา ดูสิ... ใช้กำลังกับผู้หญิงได้ยังไง” มาราตีแทบทนไม่ไหวที่เห็นชายหนุ่มกลุ่มดังกล่าวทำรุนแรงกับหญิงสาวที่เธอก็ไม่รู้ว่าทั้งหมดเป็นอะไรกัน แต่ในซาลผู้ชายจะมีอำนาจมากกว่าผู้หญิง ไม่เหมือนรัฐซาลาล ดินแดนที่เธอไปอาศัยอยู่ จะให้เกียรติผู้หญิงพอสมควร

“รตีอย่าไปยุ่งเลย” ซูไรดาห้ามอีก แต่ไม่ทันเสียแล้ว เมื่อน้องสาวคว้าคันธนูที่วางขายรวมกับสินค้าชนิดอื่นอันได้แก่ หนังแพะ หนังแกะ และงาช้าง

มาราตียิงธนูโดยใช้ลูกธนูสามดอกพร้อมกัน

...ธนูดอกแรกถูกที่มือของชายหนุ่มที่กำลังจะเงื้อมือตบหญิงสาวที่กำลังหวาดกลัวร้องไห้สุดชีวิต แต่ไม่มีใครกล้าเข้าไปช่วย เพราะคงคิดว่าเป็นทาสที่โดนนำมาขาย นอกจากสินค้ามากมายแล้ว ในดินแดนทะเลทรายแห่งนี้ยังมีการค้าขายทาสอีกเป็นจำนวนมาก

...ลูกธนูดอกที่สองปักที่ขาของชายหนุ่มอีกคน เพราะมาราตีคิดว่านอกจากตบยังจะกระทืบหญิงสาวที่กำลังร้องไห้ซ้ำ ส่วนลูกธนูดอกที่สามปักไปที่ผ้าโพกศีรษะของชายหนุ่มคนสุดท้ายที่กำลังกระชากแขนของหญิงสาวคนอีกคน จนผวาไปติดกับกำแพงร้านค้า

ด้วยความแม่นยำทำให้ชายหนุ่มกลุ่มดังกล่าวร้องโอดโอยอย่างน่าสงสาร!!!

“รตี” ซูไรดาอุทานเมื่อเห็นน้องสาวยิงชายฉกรรจ์สามคนแม่นยำทุกจุดเหมือนจับวาง และดูเหมือนว่าพวกเขาจะไม่ใช่คนของซาล แต่มาจากรัฐอื่น

หญิงสาวที่ถูกทุบตีตัวสั่นรีบวิ่งเข้ามาหลบหลังมาราตีพร้อมกันด้วยความหวาดกลัว

สายตาคมสีเหล็กกล้ามองดูเหตุการณ์ด้วยความชื่นชม ร่างอรชรแต่ซุกซ่อนความอวบอิ่มเอาไว้ภายใต้เสื้อผ้างดงามที่ดูบอบบางน่าทะนุถนอมแต่เก่งกาจเกินชายทำให้เขามองอย่างทึ่งๆ ถูกตาต้องใจจนต้องยืนปักหลักมองตาไม่กะพริบ

“ท่านถูกใจนางรึ” คนสนิทที่ตามติดและเป็นสหายรักทั้งสองมองตามสายตาของนายเหนือหัวด้วยความชื่นชมไม่ต่างกัน

ผู้มีศักดิ์สูงกว่าเพียงแต่หัวเราะเบาๆ ดวงตาเปล่งประกายประหลาด

ตอน 3

..ถ้าเขาจะมีเมียเก่งแบบนี้คงดีมิใช่น้อย คงดีว่าหญิงสาวมากมายที่รายล้อมรอบกาย มีเพียงเรือนกายน่าปรารถนาและการเอาอกเอาใจดีเยี่ยม ทำตามทุกคำสั่งไม่คิดขัดใจ จนบางครั้งก็นึกระอาในมารยาพวกนั้น

“มีเหตุอันใดกัน” ฮาฟิซคนสนิทของโมฮัมหมัดบุตรชายของชีคอับดุลอาซิหัวหน้าเผ่ากัวลารีบมาดูเหตุการณ์ด้วยความตระหนก ยิ่งเห็นหญิงสาวทั้งสาม ด้วยแล้วก็ยิ่งตกใจใหญ่

“พี่ฮาฟิซ ท่านเอาทหารมาจัดการมันพวกนี้ทีที่กล้าใช้กำลังกับผู้หญิงในดินแดนของเรา นำมันไปไต่สวนให้รู้ความว่าเหตุใดจึงทำการทรามเช่นนี้” มาราตีมองชายหนุ่มที่ร้องโอดโอยด้วยดวงตาแข็งกร้าว

“ได้ เดี๋ยวพี่จะให้ลูกน้องจัดการ เจ้าไม่เป็นอันใดใช่ไหม”

“ข้าไม่เป็นอันใด” มาราตีหันไปยิ้มให้ชายหนุ่มที่นับถือดั่งพี่ชาย

“กลับกันเถอะ ท่านอาซิเจรจาการค้าเสร็จสิ้นแล้ว” ฮาฟิซบอกหญิงสาวทั้งสองผู้มีศักดิ์เป็นนายและน้องสาวที่รักยิ่ง

เมื่ออับดุลอาซิกับโมฮัมหมัดตกลงเจรจากับพ่อค้าที่มาจากรัฐต่างๆ เสร็จสิ้นลง ทำให้ได้สินค้ามากมาย เพื่อให้พ่อค้าคนกลางมาซื้อต่อและขายในทางตอนเหนือรวมถึงส่งไปขายทางตอนใต้และวังหลวง แค่นี้กัวลาก็มีเม็ดเงินไหลบ่าเข้ามามหาศาลจากการค้าเสรีเช่นนี้

“นางเป็นบุตรสาวของอดีตหัวหน้าเผ่ากัวลา นามว่ามาราตี”

คำกระซิบของคนสนิทเรียกรอยยิ้มจากใบหน้าคมเข้มแค่เพียงกระตุกริมฝีปากหยักลึกเท่านั้นก็กระชากใจสาวทุกคนที่ได้พบเห็น ดวงตาสีเหล็กวาววับทอดมองร่างงามที่เดินจากไปด้วยประกายตาประหลาด แม้แต่คนสนิททั้งสองก็หาได้คาดเดาความคิดได้

“ไปเถอะ เราคงต้องไปเจรจาการค้าขายกับรัฐมุไซ ซาลาลและ ซามาลอีกนาน” ร่างสูงเดินจากไปพร้อมกับผ้าคลุมสีเขียวใบตองที่ยื่นให้คนสนิท ก่อนจะกระตุกยิ้มอีกครั้งอย่างมีเสน่ห์ชวนหลงใหล

ร่างสูงใหญ่ทุรนทุรายเมื่อโดนงูรัดจนแทบหายใจไม่ออก ตะเกียกตะกายด้วยความตกใจ ก่อนที่มันจะคลายตัวออกจากการรัดรึง เขาก้มมองเจ้างูสีขาวที่ยังรัดกายอย่างหลวมๆ ด้วยความประหลาดใจ มันไม่มีท่าทีดุร้ายแต่อย่างใด แถมยังดูเชื่องกว่าตอนที่รัดครั้งแรกขณะหลับอยู่บนเตียงเสียด้วย

...แต่อยู่ดีๆ มันก็คลายตัวออกจากร่างเขาลงไปนอนขดอยู่แทบเท้าก้มหัวให้อย่างเชื่องๆ คล้ายถูกคนเลี้ยง ดูแล้วไม่มีพิษมีภัยอันใด แถมดูท่าจะประจบเสียมากกว่า มันเลื้อยมาพันแข้งพันขาแบบน่าเอ็นดู เขารู้สึกประหลาดใจ...ที่ไม่กลัวงูขาวตัวนี้สักนิด แต่กลับรู้สึกเอ็นดูเสียมากกว่า เขาวางมือบนหัวตอนที่มันผงกหัวขึ้นมา ก่อนที่มันจะเข้ารัดเขาอีกครั้งแนบแน่นเหมือนเป็นพันธนาการที่ไม่มีวันหลุดได้อีกตลอดชีวิต

เขารู้สึกเช่นนั้น!!!

อัฟฟานสะดุ้งตกใจตื่นจากความฝัน เขาลูบหน้าที่ชุ่มโชกไปด้วยเหงื่อแรงๆ มองรอบกายที่ยังมืดมิดเสียงลมหายใจหอบเหนื่อยปลดปล่อยออกมาจนอกกว้างสะท้อนขึ้นลง

“เราฝันไปเหรอนี่ ทำไมเหมือนจริงแบบนี้” ร่างสูงเดินไปยืนทอดอารมณ์ที่ริมหน้าต่าง สายลมเย็นพัดโชยมาปะทะผิวกายทำให้รู้สึกหนาวเหน็บ

“กอร์เด” ชายหนุ่มเรียกเหยี่ยวคู่ใจที่บินถลาตรงมาที่ริมหน้าต่าง “ออกสำรวจความเรียบร้อยรึ” ชีคหนุ่มคุยกับเหยี่ยวสีขาวที่แวะเข้ามาทักทายอย่างคุ้นเคย “ข้านอนไม่หลับ เลยออกมาตากลม ข้าฝันอะไรบางอย่าง” อัฟฟานคุยกับกอร์เดเรื่อยๆ เหมือนว่ามันรับฟังเพื่อผ่อนคลายอารมณ์“ข้ากำลังจะนอนเจ้าไปเถอะ” ชายหนุ่มลูบหัวของมันก่อนยื่นมือให้มันเกาะและโยนมันขึ้นไปบนท้องฟ้าอีกครั้ง

ร่างสูงเดินไปทิ้งกายลงนอนเพื่อข่มตาให้หลับ เพียงไม่นานก็เข้าสู่ห้วงนิทรารมย์อันแสนสุข

“เหตุใดท่านจึงยิ้มเล่า” ชีคอัฟฟานถามอาริฟีนพ่อเฒ่าคนสนิทที่เลี้ยงดูเขามาตั้งแต่เด็ก

“ไม่ใช่เรื่องเลวร้ายอันใดหรอก อย่าได้เป็นกังวลไปเลย ท่านจะได้พบเจอกับเนื้อคู่ในเวลาอันใกล้นี้ต่างหากเล่า”

“เนื้อคู่รึ” อัฟฟานได้ยินก็หัวเราะ คล้ายสิ่งที่รับฟังเป็นเรื่องขบขันเสียเต็มประดา

อาริฟีนเพียงแต่ยิ้มไม่ปริปากคัดค้านหรือสนับสนุนความคิดเห็นอันใดอีก ด้วยรู้นิสัยของชีคหนุ่มดีว่าหากต้องการปรึกษาก็เพียงแค่อยากรู้ แต่จะปักใจเชื่อหรือไม่นั้นอีกเรื่องหนึ่ง

“ท่านควรดูฤกษ์ยามเรื่องการออกรบให้ข้าจะดีกว่า ว่าควรยกกำลังทหารไปปราบพวกโจรก่อการร้ายทางตอนเหนือในวันเวลาใด พวกมันเหิมเกริมไม่เกรงกลัว ข้าอยากสังหารพวกมันให้สิ้นซาก ส่วนเรื่องเนื้อคู่เหลวไหลสิ้นดี”

แม้จะเชื่อคำทำนายการดูฤกษ์ยามดวงดาวของอาริฟีนอยู่บ้าง แต่เรื่องที่ได้รับฟังจากการทำนายฝันเมื่อครู่นี้... เขาคิดว่ามันไร้สาระ เพราะยังไม่เคยมีผู้หญิงคนไหนทำให้จิตใจเขาสั่นไหวได้เลยแม้แต่คนเดียว

ไม่สิ... ยกเว้น หญิงคนหนึ่งที่อยู่ในห้วงความคิดของเขาตลอดเวลา ถ้าจะให้ดีทุกลมหายใจเข้าออกเลยก็ว่าได้

“แต่ตอนนี้ยังไม่ควรออกรบหรือกระทำการอันใดทั้งนั้น เพราะมีแต่จะเสียไพร่พลโดยใช่เหตุ บางครั้งในอนาคตท่านอาจปราบพวกมันได้โดยไม่ต้องเสียเลือดเนื้อ”

คำเตือนของพ่อเฒ่าสูงวัยทำให้อัฟฟานนิ่งเงียบ ขมวดคิ้วเป็นปม แม้จะเป็นคนใจร้อน แต่ก็ฟังคำเตือนทุกครั้ง

เขาอยากปฏิเสธว่าไม่ค่อยอยากเชื่อเรื่องพวกนี้นัก แต่เพราะทุกครั้งที่อาริฟีนทำนาย มักถูกต้องแม่นยำเสมอ แม้จะมีความเชื่อมาแต่ครั้งโบราณว่า โหราศาสตร์เป็นศาสตร์ที่เต็มไปด้วยความงมงาย เป็นการสุ่มเดา เป็นการเชื่อว่าดวงดาวมีอิทธิพลกับชีวิตมนุษย์ ดั่งคำพูดที่ว่า

“โหรโกหกแม้ว่าจะทำนายถูกต้องก็ตาม”

...คำทำนายที่ถูกต้องก็ช่วยเหลือในการตัดสินใจของมนุษย์ แต่อย่างไรเสียพระผู้เป็นเจ้าก็คือผู้สร้างทุกสิ่งทุกอย่างบนโลกใบนี้

...ดึกคืนหนึ่งที่ชนเผ่ากัวลา...

“พี่ขอบใจเจ้ามากรตีน้องรัก” ซูไรดากอดรัดน้องสาวแนบอก

“ไม่เป็นไรพี่ยูดา ข้าขออวยพรให้พี่โชคดี แคล้วคลาดปลอดภัย” มาราตีกอดรัดพี่สาวด้วยความรักไม่ต่างกัน

“รีบไปเถอะ หากชักช้าจะมีคนจับได้” ฮาฟิซรีบเร่งซูไรดาหญิงสาวอันเป็นที่รัก

“แล้วพี่จะส่งข่าวกลับมาหาเจ้า พี่ฝากเจ้าดูแลท่านพ่อด้วย”

ซูไรดาฝากฝังบิดาอันเป็นที่รัก มองน้องสาวด้วยความรู้สึกผิด ลางสังหรณ์บางอย่างบอกว่าการไปครั้งนี้อาจทำให้น้องสาวต้องลำบาก แต่เธอก็เลือกหนีไปเพราะความขลาดกลัวและเห็นแก่ตัว

“ไม่ต้องเป็นห่วง ข้าจะดูแลท่านอาเป็นอย่างดี ท่านรีบไปเถิด ชักช้าจะเสียการ” มาราตีรีบเร่งผู้เป็นพี่สาว

เธอคิดว่าวิธีนี้คงเป็นหนทางที่ดีที่สุด ชีคอัฟฟานทราบอาจกริ้วโกรธ แต่หากคิดว่าอีกฝ่ายไม่ยินดีคงเลิกราไปเอง รวมถึงอับดุลอาซิกับโมฮัมหมัดต่างก็มีความดีความชอบ คงไว้หน้ากันบ้าง ทั้งสองก็ไม่ได้ช่วยเหลือให้ซูไรดาหนีในครั้งนี้ด้วยซ้ำ ที่สำคัญความสัมพันธ์แต่เก่าก่อนคงพอที่จะทำให้ชีคอัฟฟานเกรงใจกันพอควร

ฮาฟิซโอบเอวคอดของคนรักขึ้นนั่งบนหลังม้า ก่อนจะพาควบออกไปในกลางดึกขณะที่ทุกคนกำลังหลับใหลในราตรีกาล เป้าหมายของเขาคือชายแดนรอยต่อระหว่างชนเผ่ากัวลา

เพียงไม่นานก็มีชายหนุ่มกับหญิงสาวมารอรับทั้งสองอยู่ก่อนแล้ว

“พี่ฮาฟิซ ท่านไม่ไปกับข้าหรอกรึ” ซูไรดามองผู้ที่มารับสลับกับมองหนุ่มคนรัก

“ยูดา เจ้าจงล่วงหน้าไปก่อน ข้าจะตามไปในภายหลัง ท่านพี่กิมรอกับรานีจะพาเจ้าไปซ่อนตัว เจ้าจะไม่มีอันตรายเด็ดขาด ข้าต้องกลับไปรับหน้าท่านอาซิ บิดาของเจ้า หากมิเช่นนั้นจะเป็นที่สงสัยได้ อย่ากังวลไปเลย พี่ของข้าทั้งสองเป็นคนดี พวกเค้าจะนำเจ้าไปสู่ที่ปลอดภัย” ฮาฟิซบอกคนรักด้วยน้ำเสียงอบอุ่น พยักหน้าให้ญาติผู้พี่ที่ไว้ใจซึ่งอยู่ต่างเผ่าพาซูไรดาล่วงหน้าไปก่อน

“ท่านต้องรีบตามข้ามาในเร็ววันนะ ข้าจะรอ” ซูไรดาขึ้นนั่งบนหลังม้ามองคนรักด้วยสายตามีความหวัง

อ่านต่อเลย
ร่วมสนับสนุนนักเขียนเพื่อเป็นกำลังใจในการสร้างสรรค์ผลงานสุดสนุกต่อไป Moboreader
ปลดล็อกทุกตอน
ตอน
ปรับแต่ง
บทถัดไป
Minishorts Logo
อ่านนิยายออนไลน์ นิยายเว็บ และเรื่องราวโรแมนติกสุดฮิตบน MiniShorts พบกับนิยายโรแมนติกท่านประธาน นิยายแฟนตาซีมนุษย์หมาป่า ดราม่า และแฟนตาซี พร้อมคอนเทนต์ซีรีส์สั้นคัดสรรพิเศษที่สร้างจากเทรนด์เรื่องราวยอดนิยม
MiniShorts YouTube
©2026 MiniShorts All Rights Reserved. CHASINGTOP HK LIMITED