กิ๊ก... เสียงกดรีโมตรถเพื่อเปิดประตูดังขึ้น
ดาวประดับเปิดประตูรถสปอร์ตสีขาวคันเก่งของตัวเองและกำลังจะก้าวขึ้นไปนั่งบนรถ ทันใดนั้นผ้าสี
ขาวชื้น ๆ ก็ลงมาประกบที่จมูกและปากของเธอ ลมหายใจที่สูดเข้าไปแรง ๆ กลิ่นฉุนกึกที่เข้าไปเต็มปอดของเธอ ทำให้แข้งขาของเธอเริ่มอ่อนแรง ดาวประดับรับรู้ได้ถึงร่างของผู้ชายตัวใหญ่ที่สอดมือปิดปากเธออยู่ด้านหลัง แล้วยังสอดแขนอีกข้างรั้งร่างของเธอเอาไว้ สติของเธอดับวูบลงไปในทันที
ชายคนนั้นพาร่างของเธอเข้าไปไว้ในรถของเธอ แล้วตัวเขาขึ้นไปนั่งประจำคนขับรถชายหนุ่มสตาร์ตรถก่อนจะขับออกไปจากตรงนั้น
“ขอโทษนะคุณดาว ผมจำเป็นต้องทำแบบนี้ เพื่อให้การแต่งงานของคุณพ่อของคุณผ่านไปซะก่อน” เขากับพูดกับร่างที่ไร้สติ ดาวประดับนั่งคอพับคออ่อนอยู่ที่เบาะข้าง
จังหวัดภูเก็ต ห้องแต่งตัวเจ้าสาว สิราณี ทรัพย์สมุทร เธอมีสีหน้าเคร่งเครียด จ้องมองตัวเองในกระจก ชุดแต่งงานสีขาวยาวปกคลุมคร่อมไปถึงปลายเท้า ช่างกำลังบรรจงติดดอกไม้บนผ้าคลุมผมสีขาว ช่างคนนั้นส่งยิ้มให้อย่างพึงพอใจในผลงานของตัวเอง
“สวยมากเลยนะคะคุณต้า”
สิราณียังคงมีสีหน้าเศร้าสร้อย ไม่มีใครมาร่วมงานแต่งงานของเธอเลยสักคน ไม่ว่าจะเป็นลุง ป้า น้า อา หรือว่าญาติ ๆ คนไหน เพราะไม่มีใครสนับสนุนและเห็นดีไปกับเธอด้วย
คุณเภา ราษฎร์บูรณะ เจ้าบ่าวของเธอ เป็นผู้ชายที่อายุมากกว่าสิราณีเกือบยี่สิบห้าปี ถึงแม้จะฐานะดีมาก ทุกคนต่างเตือนให้เธอหาคนที่อายุไล่ ๆ กันมาเป็นคู่ชีวิต และนั่นเป็นเหมือนจุดแตกหักที่ทำให้ทุกคนตัดขาดจากสิราณี
ยกเว้นพี่ชายของเธอเท่านั้น พี่อีวาน เขาเท่านั้นที่อยู่เคียงข้างและคอยเป็นกำลังใจให้เธอเสมอ คุณเภาไม่ใช่ผู้ชายที่จะฉกฉวยเอาแต่ผลประโยชน์ของตัวเอง อีวานเชื่ออย่างหมดใจว่า คุณเภารักสิราณีจริง ๆ และทั้งคู่ได้แสดงออกมาว่าอยากจะอยู่ด้วยกันจนลมหายใจสุดท้ายของชีวิต
“พี่ ๆ มีใครเห็นพี่เต็ม พี่ชายของต้าบ้างไหมคะ”
“ยังไม่เห็นมาในงานเลยนะคะคุณต้า” หทัยคนรับใช้ที่คุณเภาจ้างให้มาเป็นคนดูแลส่วนตัวของสิราณีตอบขึ้น
“ไปไหนของเขานะ ต้าโทรหาพี่เต็มตั้งหลายรอบแล้วก็ไม่รับสาย ก็รู้อยู่ว่าเป็นวันสำคัญของต้าแท้ ๆ ไหนรับปากว่าจะมางานนี้ด้วย พี่เต็มนะพี่เต็ม”
น้องสาวบ่น เพราะรู้สึกขาดความมั่นใจลงไปนิดหนึ่ง คุณเภาเดินเข้ามาในห้องแต่งตัวของเธอ
“เสร็จหรือยังจ๊ะ” เขาถามด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล ส่งยิ้มมาให้กับสิราณี แววตาของเขาแสดงออกมาว่าทั้งยินดีและดีใจมาก ๆ
“เสร็จแล้วค่ะ” แทนที่จะยิ้มตอบเขาแต่เธอกลับทำหน้ายุ่งเหยิง
“เป็นอะไรไปละจ๊ะ ทำไมต้าจึงทำหน้ายุ่ง ๆ แบบนี้ ฮึ...”
“ก็พี่เต็มนะสิคะ ยังไม่มาอีก” ทำเสียงน้อยอกน้อยใจ
“เต็มอาจจะติดงานหรือเปล่า” คุณเภาจับมือของเธอไปกุมเอาไว้
“ก็นัดกันแล้วนี่คะ พี่เต็มรับปากกับต้าอย่างหนักแน่น รับปากว่าจะยกเลิกทุกงานเพื่อจะมางานแต่งของต้า ทำไมถึงได้เบี้ยวกันก็ไม่รู้ เรามีกันแค่สองคนพี่น้องค่ะ” เธอถอนหายใจออกมาเสียงดัง
“ข้อนั้น ผมรู้แล้ว ตอนนี้พวกเราจะรอพี่เต็มคนเดียวไม่ได้แล้วนะ เพราะว่ามันจะเสียฤกษ์ อีกอย่างแขกผู้ใหญ่ก็มาคอยกันเต็มไปหมด” เขาชี้ให้เธอดูนาฬิกาที่ข้อมือของตัวเอง
“ค่ะ ต้าทราบค่ะ” เธอลุกขึ้นตามแรงฉุดของคุณเภา คล้องแขนเขาพร้อมที่จะเดินออกมาจากห้อง
ก๊อก ก๊อก ก๊อก บริกรเคาะอยู่ที่หน้าประตู หทัยรีบเดินไปเปิดในทันที
ช่อดอกไม้ช่อใหญ่ถูกยื่นเข้ามาในห้อง หทัยรีบรับเอาไว้ แล้วหยิบการ์ดที่เสียบอยู่ขึ้นมาดู
“อ่านสิหทัย” คุณเภาเอ่ยปากอนุญาต
“ค่ะคุณเภา” เธอก้มหน้าลงไปอ่านการ์ดใบนั้น
“ยินดีกับต้า น้องรักของพี่ด้วย ขอให้วันนี้เป็นวันที่ต้ามีความสุขที่สุดนะครับ รักน้องสาวของพี่มาก พี่เต็ม”
“อ้าว แค่นี้หรือ” สิราณีพูดขึ้น
“มีอีกค่ะ” หทัยรีบพลิกกระดาษแผ่นเล็ก ๆ ที่พับมาด้วยกันคลี่ออกอ่าน
“พี่ติดงานด่วนมาก งานด่วนจริง ๆ เลี่ยงไม่ได้จริง ๆ พี่ขอโทษต้าด้วยนะ แล้วเมื่อพี่เสร็จธุระ พี่จะกลับมาให้ต้าเลี้ยงข้าวครับ พี่เต็ม”
“ดูสิคะคุณเภา พี่เต็มทำกับต้าอีกแล้วนะคะ เบี้ยว ไม่มางานนี้จริง ๆ ด้วย”
“คงเป็นเรื่องงานจริง ๆ ละมั้งที่เป็นเหตุผลให้พี่เต็มของต้ารีบยกต้าให้ผมตอนที่ผมไปขอ เพราะเขายุ่งมากจนไม่มีเวลาดูแลคุณ” คุณเภาออกอาการหัวเราะ
สิราณีหันมายิ้มหวานให้เขา ยังไม่ทันที่จะก้าวออกไปจากห้อง ชมนาถเดินเข้ามาหาด้วยหน้าตาตื่น
“คุณเภาคะ” ออกอาการสั่น สบตากับผู้เป็นเจ้านายแบบกริ่งเกรง
“มีอะไรหรือ ฉันบอกแล้วไงว่า ฉันไม่อนุญาตให้ใครที่บ้านมาร่วมงานนี้”
คุณเภาดูไม่ชอบอกชอบใจนักที่เห็นชมนาถมาที่นี่ สิราณีรีบขยับมือบีบมือของคุณเภาเพื่อปราม สีหน้ายิ้มแย้มของคุณเภาเมื่อกี้หายไปแล้ว
“คุณนาถมีอะไรหรือคะ ถึงได้มาที่นี่” สิราณีถามแทน
“เอ่อ...” ชมนาถอึกอัก
“อ้ำอึ้งอยู่ได้ รีบพูดเข้านาถ งานแต่งงานของฉันกับคุณต้ากำลังจะเริ่มแล้วนะ” เสียงกร้าวและนัยน์ตาดุส่งไปถึงชมนาถ
“ค่ะ คะ... คือ คุณเภาคะ คุณหนูดาวไม่ได้กลับมานอนที่บ้าน ตั้งแต่เมื่อคืนค่ะ” ท่าทีร้อนใจด้วยความเป็นห่วงดาวประดับมาก ๆ
คุณเภาสั่นหน้าแบบระอาใจ นัยน์ตาไม่มีความกังวลใจเกี่ยวกับเรื่องที่ได้ยินเลย
“ฮึ... มันจะไปไหนได้ล่ะ ก็คงทำเพื่อจะเรียกร้องความสนใจนะสิ แผลงฤทธิ์เดชให้ฉันเป็นห่วงมั้ง นี่นาถทำเหมือนไม่รู้จักยายดาวเสียแล้ว ยายดาวไม่อยากให้ฉันแต่งงานกับคุณต้า นาถก็รู้ และใคร ๆ ก็รู้” น้ำเสียงไม่ค่อยดีนัก คุณเภาพูดในเรื่องที่ทุกคนก็ทราบกันดี
“แต่ถึงยังไง แม้ว่าคุณดาวจะทะเลาะกับท่านหนักแค่ไหน คุณดาวก็ไม่เคยออกไปจากบ้าน แล้วไปค้างคืนที่อื่นนะคะ” ชมนาถทำน้ำตาคลอแล้ว ยืนจับมือตัวเองแน่น
“แล้วจะให้ฉันทำอย่างไง ต้องยกเลิกงานแต่ง ไปตามลูกสาวเอาแต่ใจของฉันคนนั้นนะหรือ” คุณเภาทำท่าอารมณ์ไม่ดีออกมา ตวาดและทำตาเขียวเข้าใส่
“คุณเภาคะอย่าอารมณ์เสียเลยค่ะ” สิราณีจับมือ เขาหันมามองเธอแล้วตบมือของสิราณี แล้วถอนหายใจ เรื่องของดาวประดับทำให้ท่านอารมณ์ขุ่นอีกแล้ว
ชมนาถนางเข้าใจความรู้สึกของคุณหนูดาวประดับมาก ถ้าคุณหนูมาเห็นภาพเหล่านี้เธอก็คงเจ็บปวด คุณแม่ของเธอเพิ่งจะเสียไปได้แค่ปีเดียว คุณพ่อก็มาแต่งงานใหม่เสียแล้ว แถมยังเป็นสาวรุ่น ๆ อายุห่างจากคุณหนูไม่กี่ปี เป็นใคร ใครก็ทนไม่ได้
“หึ-หึ นาถ แกก็เห็น ยายดาวมันประกาศออกมาปาว ๆ แล้วนี่ว่า มันจะไม่มาดูดำดูดีฉัน แล้วมันก็จะไม่มาร่วมงานแต่งงานของฉันด้วย คงจะทำประชด เรียกร้องความสนใจเหมือนเดิมนั่นแหละ” พูดแบบมีน้ำโหออกมาอีก
“แต่ นาถเป็นห่วงคุณดาวจริง ๆ นะคะ รู้สึกใจคอไม่ค่อยดีเลย นาถนั่งคอยคุณหนูทั้งคืน” ชมนารถยกมือขึ้นทุบไปที่หน้าอกของตัวเอง
“นาถจะมานั่งเป็นห่วงทำไม คงไปไหนได้ไม่ไกลหรอก ยายดาวมีเพื่อนสนิทไม่กี่คน ใครจะไปทนนิสัยเอาแต่ใจแบบนั้นได้ เฮ้อ... ยายดาวก็คงจะไปกับเพื่อน ๆ ของเธอนั่นแหละ คงจะหนีหน้าไปสักสองสามวัน ประเดี๋ยวหมดสนุก หรือเงินหมด ก็คงจะกลับมาเอง” คุณเภาพูดด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลง รู้สึกท้อใจกับลูกสาวคนเดียวของท่านเหลือเกิน ดาวประดับไม่รู้จักโตสักที
“ไม่โทร. มาบอกหรือคะ ว่าเธอไปอยู่ที่ไหน” สิราณีถามด้วยความเป็นห่วง
“ไม่ค่ะ” ชมนาถส่ายหน้า
“เอาเถอะน่า ถึงนาถจะเป็นห่วงยายดาวมากแค่ไหน นาถจะทำอะไรได้ ทำไมนาถไม่กลับไปรอยายดาวอยู่ที่บ้านล่ะ คนอย่างยายดาวจะไปไหนได้สักกี่น้ำ ไม่แน่นะ ตอนนี้ยายดาวอาจกลับไปนั่งอยู่ที่บ้านแล้วก็ได้”
“ค่ะ” ชมนาถพยักหน้าช้า ๆ พยายามจะเข้าใจอยู่ เห็นสีหน้าและท่าทางที่ไล่ให้นางไปพ้น ๆ แล้ว ชมนาถก็รีบเดินหายหน้าไปจากตรงนั้นทันที
สิราณีถอนหายใจยาว ๆ จ้องสบตากับคุณเภา
“นี่ก็เป็นอีกเรื่องนึงนะคะที่ต้าไม่ค่อยสบายใจเลย ที่คุณดาวลูกสาวของคุณเภาไม่ชอบหน้าต้า” ความรู้สึกข้างในเจ็บปวด
“ต้า เราสองคนคุยเรื่องนี้กันจบไปแล้วนะ ต้าอย่าเอาเรื่องของยายดาวมาเป็นประเด็น และเอามาเป็นเรื่องทำลายบรรยากาศความสุขของเราเลย วันนี้เป็นวันดีของผมกับคุณนะ” ท่านยิ้มให้เจ้าสาวอย่างอ่อนโยน
“ค่ะ” เธอถอนลมหายใจออกมาหนัก ๆ อีกที
“คุณรักผมไหม และคุณพร้อมที่จะอยู่เคียงข้างผมตลอดไปไหม” คุณเภาสบตา และถามสิราณีตรง ๆ อีกครั้ง
“พร้อมค่ะ ต้ารักคุณ” เขายิ้มให้เธอเต็มใบหน้า
“นี่แหละเป็นคำตอบที่ดีที่สุดสำหรับผม ไปเถอะแขกเหรื่อรออยู่” ทั้งคู่พากันเดินออกมาจากห้องนั้น
ชมนาถที่ยืนแอบอยู่ตรงมุมหนึ่งของระเบียงนั้น มองตามด้านหลังของสองคนด้วยความรู้สึกปวดใจ ‘คุณหนูของนาถคงไม่อยากจะมาเห็นอะไรแบบนี้ นี่ขนาดเป็นนาถ นาถยังรู้สึกเจ็บแทนคุณหนูเลยค่ะ” นางนึกไปถึงความรู้สึกของดาวประดับ รู้สึกน้อยอกน้อยใจแทนหญิงสาว แต่คงไม่มีใครไปเปลี่ยนใจของคุณเภาท่านได้หรอก
‘กลับไปรอคุณหนูอยู่ที่บ้านดีกว่า ประเดี๋ยวคุณหนูกลับมาไม่เจอใคร จะคิดมากอีก ถึงไม่มีใครรักคุณหนู พี่นาถนี่แหละค่ะ คือ คนที่รักคุณหนูที่สุด’
ชมนาถเดินออกไปจากตรงนั้น มุ่งตรงกลับบ้าน น้ำตาไหล คิดถึงแต่ใบหน้าของดาวประดับที่มีน้ำตาอาบทั้งสองแก้ม เมื่อวันที่ทราบข่าวว่าคุณพ่อของเธอจะแต่งงานใหม่กับคุณสิราณีที่อายุห่างกันมากและอายุมากกว่าเธอแค่สามปี
เมื่อเดือนก่อน ทั้งพ่อทั้งลูกยืนโต้เถียงกันอยู่กลางห้องโถงของคฤหาสน์หลังใหญ่
“คุณพ่อจะแต่งงาน”
“ใช่”
“กับยายผู้หญิงคนนั้นหรือคะ” สีหน้าบึ้งตึงไร้รอยยิ้ม และใบหน้าขาว ๆ แต่งมาสวย ๆ แดงก่ำด้วยความรู้สึกโกรธข้างใน
“แล้วยังไง ถ้าพ่อจะแต่งงานกับหนูต้า” คุณเภาโต้ลูกสาวไป
“มันน่าสมเพชค่ะคุณพ่อ ยายนี่อายุมากกว่าหนูแค่สามปี คุณพ่อแต่งงานกับมัน ก็เหมือนกับแต่งงานกับหนู” ดาวประดับนึกอาย ทั้งกระดากปากที่จะพูดออกมาแบบนี้อีกด้วย
“คุณพ่อไม่คิดเลยหรือว่า ผู้หญิงที่อายุน้อยกว่า และมาแต่ตัวแบบนั้น สมบัติพัสถานอะไรก็ไม่มีมาสักชิ้น เธอจะรักกับคนแก่ ที่แก่คราวพ่อได้อย่างไง คุณพ่อเชื่ออย่างนั้นจริง ๆ หรือคะ ว่าแม่นั่นรักคุณพ่อจริง ๆ ไม่ได้รักเงินของเรา”
ทั้งดูถูกและหยามหยัน
“ยายดาวจะดูถูกพ่อมากเกินไปแล้วนะ”
“เชอะ... ดาวไม่ได้ดูถูกค่ะ ดาวพูดความจริง ดาวไม่เชื่อหรอกค่ะ ว่ายายนั่นมันรักที่ตัวคุณพ่อไม่ได้รักเงินของเรา ยายนั่นมันไม่ได้รักคุณพ่อจริง ๆ หรอกค่ะ คงจะหลงรักเงินของคุณพ่อมากกว่า คิดจะมาเกาะและปอกลอกคุณพ่อ คุณพ่อแค่หลงไปเท่านั้นค่ะ คุณพ่อเชื่อคำพูดของผู้หญิงคนนั้นลงไปได้ยังไง ผู้หญิงอะไรไร้ยางอาย ทุเรศสิ้นดี” สายตาดูแคลนคุณพ่อของเธอสุด ๆ
“ยายดาว” น้ำเสียงขุ่นเขียว คุณเภาโกรธลูกสาวจนตัวสั่น ดาวประดับกำลังปรามาสว่าที่ภรรยาคนใหม่ของท่าน และกำลังดูถูกความรักของท่านกับสิราณีด้วย
“ค่ะ ดาวเองค่ะพ่อ พ่อเพิ่งจำได้หรือคะว่ามีดาวเป็นลูกของคุณพ่อ และดาวยังยืนอยู่ตรงนี้”
“ฉันคิดว่า แกจะรักฉัน และอยากเห็นฉันมีความสุขจริง ๆ ซะอีก แกมัน...”
“ค่ะ ดาวอยากเห็นพ่อมีความสุข แต่ความสุขของพ่อต้องไม่มีผู้หญิงคนนั้น และพ่อรู้ไหมคะ ถ้าแม่รู้ แม่จะเสียใจมากแค่ไหน หากแม่รู้ว่าพ่อกำลังจะแต่งงานใหม่ กำลังนอกใจคุณแม่” เธอย้ำให้ท่านได้คิด
“ยายดาว แม่ของแกนะตายไปแล้ว แม่ของแกไม่มีลมหายใจอยู่บนโลกใบนี้อีกต่อไปแล้ว”
เธอน้ำตาไหลและหยดลงมาแบบพรั่งพรู เจ็บปวดหนึบอยู่ในหัวใจ
“แม่ตายไปแค่ปีเดียว คุณพ่อก็ลืมคุณแม่ซะแล้ว และยังไปมีความรักครั้งใหม่กับเด็กสาวคราวลูก หึ-หึ นี่หรือคะ คนรักกัน หนูไม่อยากจะเชื่อเลย พ่อทำให้ศรัทธาในรักแท้ของหนูหมดลงไป พ่อเป็นคนทำลายความเชื่อมั่นของหนูทั้งหมด พ่อไม่รักหนูกับแม่แล้ว คุณพ่อใจร้าย ทำแบบนี้กับหนูกับแม่ได้ยังไง” เธอยังตัดพ้อต่อว่าคุณเภามากมาย
“แม่แกก็ไปสบายแล้ว มันไม่เกี่ยวอะไรกับหนูต้าทั้งนั้น พ่อแค่อยากได้คนดูแลพ่อก็เท่านั้น”
“ดาวก็อยู่ พี่นาถก็อยู่ และบ้านเราก็มีคนรับใช้อีกเยอะแยะ ทุกคนดูแลคุณพ่อได้ค่ะ”
“มันไม่เหมือนกัน” ผู้เป็นพ่อเถียง
“ไม่เหมือนกันยังไงคะ” เธอก็ต้องการเอาชนะท่านให้ได้ คุณเภาส่ายหน้าและก็เดินหนี ดาวประดับเข้าไปดึงแขนของคุณพ่อ
“คุณพ่อจะไปไหน เราสองคนยังคุยกันไม่จบ ยังไงก็ตาม จะไม่มีการแต่งงานใหม่อะไรทั้งนั้น ถ้าคุณพ่อแต่งงานกับมัน ก็เท่ากับคุณพ่อเป็นคนแก่ตัณหากลับ”
“ยายดาว แกจะหยาบคายมากเกินไปแล้วนะ ฉันเป็นพ่อแก” คุณเภาสะบัดมือลูกสาวออก แรงสะบัดนั้นทำให้ร่างเล็ก ๆ ของดาวประดับเซไปเกือบล้ม ชมนาถรีบเข้ามารับร่างและประคองเธอเอาไว้ พ่อลูกหันมาจ้องตากันด้วยแววตาเจ็บแค้น ดาวประดับน้ำตาไหล ไร้เสียงสะอื้น ได้แต่สะท้อนความเจ็บปวดอยู่ในทรวงอก ขบเม้มริมฝีปากแน่นจนรับรู้ได้ถึงความเจ็บตรงนั้น
“ยังไง ฉันก็จะแต่งงานกับหนูต้า เราสองคนรักกัน”
ดาวประดับหัวเราะออกมาด้วยความคับข้องใจ พร้อมกับมีรอยยิ้มหยัน ๆ บนใบหน้าที่มองจ้องสบตากับบิดาแบบไม่ลดละ
“ก็เอาสิคะ ถ้าคุณพ่ออยากจะมีเมียใหม่ เชิญคุณพ่อแต่งงานกับมันเลย และให้มันย้ายเข้ามาอยู่ที่นี่ก็ได้ แต่ที่อยู่ของมันก็คือ เรือนหลังเล็กในสวนหลังบ้านนั้น ดาวไม่อนุญาตให้มันมาอยู่ใต้ร่มชายคาเดียวกันกับดาว ยายนั่นมันไม่มีสิทธิ์ที่จะอยู่ในบ้านหลังนี้ เพราะบ้านหลังนี้เป็นบ้านของแม่และบ้านของดาว บ้านหลังนี้เป็นบ้านที่คุณแม่หมดลมหายใจลงไปค่ะ บ้านที่คุณแม่นอนตายค่ะ” เธอตอกย้ำ
“บ้านหลังนี้ก็เป็นบ้านของฉัน ฉันจะให้ใครมาอยู่ หรือจะไล่ใครให้ออกไปจากบ้านหลังนี้ก็ได้” ท่านพูดพร้อมชี้หน้าลูกสาวด้วยอาการเดียวกัน คือโกรธจนหน้าเขียว
“คุณพ่อหลงมันจนตามืดตามัว”
“ยายดาว แก...” คุณเภาชี้หน้าลูกสาวของท่านด้วยอาการสั่น
ดาวประดับกัดฟันข่มความรู้สึกน้อยใจและโกรธขึ้งจนเลือดห้อ
“ฉันประกาศให้ทุกคนได้ยิน ต่อไปแกอยู่ส่วนแก ฉันอยู่ส่วนฉัน ฉันได้เลือกและตัดสินใจลงไปแล้ว ฉันจะแต่งงานกับคุณต้า และต้าจะมาอยู่ที่นี่ในฐานะเมียของฉัน รู้เอาไว้ซะด้วย” เสียงกร้าวและแข็งกระด้าง พร้อมกับชี้นิ้วไปที่ใบหน้าของทุกคนที่อยู่ตรงนั้น
ชมนาถเห็นท่าไม่ดี นางรีบฉุดรั้งแขนของดาวประดับเอาไว้
“คุณหนูคะ อย่าเลยค่ะ พอเถอะค่ะ” ชมนาถเอ่ยเตือน หญิงสาวที่ร้องไห้น้ำตาอาบแก้มไปหมดแล้ว ดาวประดับมองหน้าของคุณเภาเหมือนเขาไม่ใช่คุณพ่อของเธออีกต่อไป
“ไม่ค่ะ พี่นาถ ไม่ค่ะ ปล่อยแขนของดาว” เธอหันไปพูดกับชมนาถ นางรีบปล่อยแขนของดาวประดับ ถอยออกไปยืนห่าง ๆ และเงียบเสียงลงไป
สิราณีที่แอบฟังอยู่นานแล้ว เดินออกมาจากห้องหนังสือของคุณเภา เธอนั่งอยู่ในนั้นตั้งนานแล้ว และได้ยินในสิ่งที่พ่อลูกกำลังโต้เถียงกันอย่างเผ็ดร้อน
ดาวประดับหันไปมองสิราณีดวงตาเหมือนเปลวไฟที่พร้อมจะแผดเผาร่างของสิราณีให้กลายเป็นผงฝุ่น ดาวประดับยกมือขึ้นชี้หน้าของสิราณีโดยไม่เกรงใจพ่อของเธออีกต่อไป
“อยากรวยทางลัด จะหาจับแต่คนแก่ตัณหากลับเพราะอยากจะเป็นคุณนาย แกอย่าฝันไป พอแกเข้ามา แกก็ทำให้ฉันกับพ่อมีปัญหากัน ผู้หญิงอะไร หน้าด้าน ไร้ยางอาย”
“ยายดาว” เสียงพ่อดังขึ้นอีกครั้ง คราวนี้ส่งมือมากระชากแขนลูกสาวที่กำลังชี้หน้าสิราณีให้ลดลง และบีบแขนน้อย ๆ ของลูกสาวเอาไว้แน่น
“คงอยากจะได้พ่อของฉันจนตัวสั่นนะสิ ได้ข่าวว่าพ่อก็ตาย แม่ก็ตาย อยู่แบบไร้ญาติขาดมิตร ใคร ๆ ก็ทิ้ง เพราะเขารับกันไม่ได้ที่เธออยากได้ผัวแก่ สาบานออกมาสิ ให้ตายโหงตายหาว่าเธอรักพ่อของฉันจริง ๆ ไม่ใช่แค่อยากได้เงินพ่อของฉันเท่านั้น และฉันอยากจะบอกเธอว่า สิ่งที่เธอกำลังทำอยู่นี่ มันทุเรศ”