ตอน 1

“คุณจะให้นางอยู่ในฐานะนี้อีกนานแค่ไหนคะ...”

อังศณาตัดสินใจพูดออกไปซึ่งคำถามของเธอทำให้คนที่กำลังเลาะเล็มพรมจูบไปตามแก้มเนียนชะงักแล้วมองหน้าเธอนิ่ง อังศณากลืนน้ำลายลงคออย่างยากเย็นเมื่อเห็นแววตาของเขา

“ถามทำไม หรืออยากจะไปหาผัวใหม่...” ชายหนุ่มถามเสียงแข็งเมินหน้าหนีแล้วลุกขึ้นด้วยท่าทางหงุดหงิด

“นางก็แค่... อยากรู้ว่าเวลาของนางบำเรออย่างนางจะสิ้นสุดลงเมื่อไหร่เท่านั้น นางไม่อยากอยู่ในสภาพนี้...”

“เธอต้องการอะไรที่มากกว่านี้ล่ะ เราสนุกกันแล้วก็จบ เงินฉันก็มีให้เธอ อะไรที่เธออยากได้มากกว่านี้ล่ะ”

เขาถามเสียงเย็นแววตาคมเข้มมองหยันจนอังศณาหน้าร้อนด้วยความอับอาย... ร่างสูงผละไปโดยที่ไม่ได้สวมเสื้อผ้า ร่างแกร่งแข็งแรงล่ำสันงดงามไปด้วยกล้ามเนื้อทำให้หญิงสาวใจแกว่งได้ทุกยามที่เห็น แต่เธอก็เขินอายเกินกว่าจะมองเขาในสภาพนี้ได้จึงหันหน้าหนีภาพชายหนุ่มที่แสนเร้าใจด้วยใบหน้าแดงก่ำ...

“เปล่าค่ะ เพียงแต่ได้ยินพนักงานพูดกันว่าอีกไม่นานคุณจะต้องแต่งงานกับคู่หมั้นของคุณ... นางก็เลยคิดว่าเรา เอ่อ.. ควรจะยุติความสัมพันธ์แบบนี้เสียที...”

“แค่นี้เหรอที่ต้องการ”

“ค่ะ...” เธอตอบเขาเสียงเบาแทบหาเสียงตัวเองไม่เจอด้วยซ้ำ

“เรื่องนี้ฉันจะเป็นคนตัดสินใจเองว่าเราควรจะมาสนุกกันต่อเมื่อต้องการหรือว่าเราควรจะต่างคนต่างไป” เขาพูดอย่างเลือดเย็นแต่กรีดใจของเธอให้เลือดไหล...

“แต่นางไม่อยากอยู่ในสภาพนี้อีกต่อไปแล้ว นางไม่อยากอยู่ในสภาพนี้คุณเข้าใจมั้ย...” อังศณาตัดสินใจพูดออกไปด้วยน้ำเสียงดังชัดถ้อยชัดคำ ปฐวินหันมามองด้วยแววตาที่ทำให้อังศณาหายใจติดขัดและขื่นขมในลำคอ

“ฉันว่าเธอต้องการอย่างอื่นมากกว่าล่ะมั้งนาง คราวก่อนก็แอบปล่อยข่าวเพื่อหวังเรียกร้องบางอย่างจากฉัน คราวนี้ก็มาทำเรียกร้องอิสระเพื่อให้ฉันผูกมัดเธอไว้หลอกล่อฉันเพื่อให้ฉันหลงกล เธอยากให้ฉันรับผิดชอบด้วยการแต่งงาน นี่ใช่ไหมล่ะที่เธอต้องการ...”

ชายหนุ่มพูดด้วยความทระนงตัว คนอย่างเขาไม่จำเป็นต้องผูกมัดนางบำเรอด้วยการแต่งงาน เขาจะหาผู้หญิงที่สวยกว่าดีกว่าอังศณาได้เป็นร้อย... ชายหนุ่มคิดอย่างมั่นใจในตนเอง

“ไม่จริง... ฉันไม่เคยอยากเรียกร้องอะไรจากคุณแม้แต่น้อย ไม่เคยอยากอยู่ใกล้ๆ คุณด้วยซ้ำอย่าหลงตัวเองนักเลย สาเหตุที่ฉันต้องตกอยู่ในสภาพนี้ก็เพราะอะไรคุณก็น่าจะรู้ดี...”

“แล้วที่ครางระงมเรียกร้องเอาจากฉันทุกครั้งที่ฉันอยู่ในตัวเธอมันคืออะไรล่ะอังศณา...”

“หยาบคาย... จิตใจคุณทำด้วยอะไรกัน ทำไมต้องคิดว่าคนอื่นเขาอยากจะได้คุณนักจะบอกอะไรให้นะ ต่อให้คุณมากราบกรานให้ฉันรับคุณเป็นสามีฉันก็ไม่มีวันเอาคุณมาเป็นสามีแน่นอน...”

หญิงสาวกรีดร้องใส่เขาเมื่อคำพูดหยาบคายร้ายกาจนั้นมันทำให้เธอดูไร้ศักดิ์ศรีเหลือเกิน...

“ฉันก็ไม่มีวันคว้าเธอมาเป็นเมียหรอกอังศณา... ที่เห็นว่าฉันยังนอนกับเธอก็เพราะฉันยังไม่เบื่อก็เท่านั้น เธอเองก็อย่าสำคัญตัวเองนักเลย” ปฐวินเองก็ตอบกลับมาด้วยความกราดเกรี้ยว

ผู้หญิงอะไรชวนหาเรื่องได้อย่างน่าทึ่งทั้งที่เมื่อครู่เธอยังครางกระเส่าเร่าร้อนอยู่ใต้ร่างเขา แต่ดูตอนนี้สิเธอกลับมาตะโกนใส่หน้าเขา หาเรื่องทะเลาะกับเขาได้อย่างเป็นเรื่องเป็นราว ซ้ำยังพูดว่าเธอไม่มีวันจะยอมรับเขาเป็นสามีเธออีกด้วยจะอวดดีเกินไปแล้ว...

ปฐวินรู้สึกหงุดหงิดอย่างบอกไม่ถูก เขาไม่เคยรู้สึกว่าถูกลบเหลี่ยมมากขนาดนี้มาก่อน อังศณาก็แค่ผู้หญิงตัวเล็กๆ ที่เขาอยากจะได้เธอเท่านั้น เธอไม่มีค่าอะไรมากกว่านั้นเลย แต่ทำไมแค่คำพูดของเธอที่ว่าไม่อยากได้เขาเป็นสามีถึงได้ทำให้เขารู้สึกเจ็บจี๊ดๆ ในใจได้อย่างไม่น่าเชื่อ

“ถ้าอย่างนั้นเราก็ไม่ต้องมาพบกันอีก นับจากวันนี้เราจบกัน” อังศณาแหวกลับยังไม่ยอมแพ้

“เธอจะไม่มีวันได้ในสิ่งที่ต้องการตราบใดที่ฉันยังต้องการเธออยู่อังศณา คนที่จะพูดว่าเราจบกันได้มีแค่ฉันเท่านั้น เธอไม่มีสิทธ์มาชิ่งหนีฉันไม่ว่าฉันจะแต่งงานกับใคร หรือมีใครกี่คนก็ตาม...” ปฐวินเดินมายังคนตัวเล็กที่ตะโกนใส่เขาด้วยความฉุนเฉียว มือหนาขยุ้มไหล่เปล่าเปลือยแล้วเขย่าแรงๆ จนอังศณาหัวสั่นหัวคลอนเลยทีเดียว...

“คนทุเรศ คุณมันคนไม่มีหัวใจ...”

“รู้ก็ดีแล้ว... อย่าได้มาพูดเรื่องนี้กับฉันอีก ฉันจะเป็นคนบอกเองว่าเราจะจบกันเมื่อไหร่...”

ปฐวินพูดจบก็เดินเข้าห้องน้ำไปอย่างฉุนเฉียว อังศณามองตามแผ่นหลังแกร่งเปล่าเปลือยไปด้วยความเจ็บปวด... เธอต้องตกอยู่ในสภาพนี้นานแค่ไหน เขาจะรู้ไหมว่ายิ่งเธออยู่ในสภาพนี้นานเท่าไหร่เธอก็ยิ่งเจ็บปวดและยิ่งตัดใจจากเขายากมากขึ้น

หนุ่มสาวต่างตกอยู่ในภวังค์ความคิดของตนเอง โดยไม่รู้ว่าต่างฝ่ายต่างทำร้ายจิตใจกันและกันโดยไม่รู้ตัว...

ตอน 2

ณ หน้าผับหรูชื่อดังใจกลางเมืองท่องเที่ยวขึ้นชื่อของภาคตะวันออกที่คลาคล่ำไปด้วยนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ ทั้งหญิงชายต่างก็เดินขวักไขว่ไปตามท้องถนนหลากสีแสงจนบางครั้งมันดูน่าเวียนหัวเสียเหลือเกินในความรู้สึกนึกคิดของ นาง หรือ อังศณา หญิงสาววัยยี่สิบสามพนักงานบัญชีของห้างหรูชื่อดัง แกรนด์เจนเซ่น ซึ่งเป็นของไฮโซตระกูลดังที่ร่ำรวยมหาศาลติดอันดับโลกเลยทีเดียว...

“เฮ้ย จีจี้ ฉันว่าเรากลับเหอะ ฉันไม่อยากเข้าไปแล้ว...”

หญิงสาวบอกเพื่อนรักซึ่งได้ผ่าตัดแปลงเพศจากหนุ่มน้อยรูปร่างอ้อนแอ้นจนเป็นหญิงสาวแสนสวยแล้วเรียบร้อยด้วยความประหม่าและเริ่มไม่มั่นใจว่าตนทำถูกหรือไม่ ก็ตั้งแต่เล็กจนโตเธอเคยเที่ยวผับเที่ยวบาร์กับเขาเสียที่ไหน เพราะวันๆ เธอมีแค่งานกับเรียน เรียนแล้วก็ทำงานเท่านั้น...

“แกจะกลัวทำไมวะ แกมากับฉันไม่ต้องกลัวอะไรทั้งสิ้น โน่นไง ร็อบยืนอยู่ตรงนั้น ไปๆๆ”

จีจี้ หรือ แจ็กเกอร์รีน คือชื่อของเธอ และแจ็กเกอร์รีนก็เป็นเพื่อนสนิทเพียงคนเดียวที่อังศณามักจะไปไหนมาไหนด้วยเป็นประจำเพราะรู้จักและเติบโตมาด้วยกัน ร่างบางของอังศณาเดินตามแรงรั้งของเพื่อนสาวไปอย่างเสียไม่ได้แม้แข้งขาจะสั่นขึ้นมาอย่างควบคุมไม่อยู่...

แจ็กเกอร์รีนซึ่งเมื่อก่อนนั้นชื่อ จักรินทร์ เพื่อนข้างบ้านหลังเล็กๆ ของเธอในชุมชนแออัดแห่งหนึ่ง ในอดีตเด็กชายจักรินทร์นั้นผอมบาง มีผิวที่ขาวซีด ขี้อายและค่อนข้างเก็บตัว บิดามารดานั้นประกอบอาชีพรับจ้างและไม่ค่อยมีเวลาดูแลเด็กชายมากนัก จึงมักเอาเด็กชายจักรินทร์ไปฝากเพื่อนที่ทำอาชีพหมอนวดให้ช่วยเลี้ยงบ่อยๆ และด้วยความที่บ้านหลังนั้น เป็นที่พักของหญิงสาวหลากหลายอาชีพ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นหญิงสาวที่ทำงานในผับหรือไม่ก็งานในโรงแรมหรือสถานบันเทิง ทำให้เด็กชายซึมซับและมีพฤติกรรมที่ค่อนไปทางสตรีเพศ ความที่ร่างกายบอบบางอ้อนแอ้น กิริยาก็ชดช้อยและจิตใจที่โอนเอียงมาทางอิสตรี จึงไม่แปลกที่เขาจะกลายเป็นผู้หญิงเต็มตัวในวันนี้ และยังมีความมั่นใจเพิ่มมากขึ้นจากชีวิตที่อยู่ท่ามกลางแสงสีและมายาแห่งเมืองที่เต็มไปด้วยความเจริญด้านวัตถุแห่งนี้

“รอจีจี้นานไหมคะร็อบ...”

แจ็กเกอร์รีนตรงเข้าไปเกาะแขนแข็งแรงของแฟนหนุ่มนามว่า ร็อบ หรือโรบิน แสตนลี่ ชายหนุ่มวัยสามสิบผู้หล่อเหลานักธุรกิจชาวอังกฤษที่มาทำธุรกิจในเมืองไทยแล้วบังเอิญถูกใจและหลงรักแจ็กเกอร์รีนสาวเทียมผู้นี้หมดใจ ซึ่งร็อบก็รับได้ในสิ่งที่แจ็กเกอร์รีนเป็นซึ่งทั้งสองก็มีแผนการจะวิวาห์กันในเร็ววันนี้ด้วย

“นี่ นาง เพื่อนรักของจีจี้ที่เคยเล่าให้คุณฟังบ่อยๆ ไงคะ คืนนี้เธอจะไปกับเราด้วย”

“สวัสดีค่ะ คุณร็อบ”

“สวัสดีครับนาง คุณน่ารักมาก สวยน่ารักกว่าที่ผมนึกไว้เสียอีก จีจี้พูดถึงคุณบ่อยๆ และยังชมว่านางเป็นเพื่อนรัก ที่ทั้งสวยและใจดีที่สุดด้วย...”

ร็อบทักทายอังศณาอย่างสนิทสนมเป็นกันเองในเวลาอันรวดเร็ว เขารู้สึกถูกชะตากับหญิงสาวตรงหน้านี้นัก เนื่องจากแจ็กเกอร์รีนพูดถึงอังศณาให้เขาฟังบ่อยๆ นั่นเอง แต่วันนี้หญิงสาวที่แสนชืดเชยอย่างที่แจ็กเกอร์รีนชอบกล่าวถึงนั้น ไม่มีแววของความเฉิ่มเชยจืดชืดเลยสักนิด อังศณาดูสวยเซ็กซี่เย้ายวนโดยธรรมชาติ เดรสสั้นเกาะอกสีน้ำตาลมันวาวรัดรูปแนบไปเนื้อนวลโชว์สัดส่วนแห่งวัยสาวลออตาชวนให้คนมองหลงใหลได้ไม่ยาก ใบหน้าเรียวรูปไข่แต่งแต้มสีสันด้วยเครื่องสำอางที่แจ็กเกอร์รีนประทินให้ อย่างไม่กลัวเสียของดูงดงามสะดุดตายิ่งนักในค่ำคืนนี้

“จีจี้ชอบพูดเกินความเป็นจริงค่ะ จริงๆ แล้วนางไม่ได้สวยน่ารักขนาดนั้นหรอกค่ะ”

อังศณาพูดคุยกับโรบินอย่างสนิทสนมหลังจากที่ทั้งสามเข้ามาในผับหรูและเลือกมุมสงบนั่งดื่มกันเรื่อยๆ สบายๆ

“นางน่ะเขาชอบถล่มตัวค่ะร็อบทำตัวเป็นแม่พระเป็นนางเอก จึงถูกผู้ชายชั่วๆ คนหนึ่งหลอกอยู่ได้เป็นปีๆ” แจ็กเกอร์รีนพูดขัดเพื่อนรักอย่างหมั่นไส้

“แหมจีจี้ แกก็คอยแต่จะว่าฉันแบบนี้เสมอแหละ”

“ก็มันจริงนี่ แกน่ะมันโง่ๆๆ แล้วเป็นไงล่ะโดนไอ้แมงดานั่นมันหลอกยังไม่พอ มันยังจะปล้ำรวบหัวรวบหางซะด้วย”

แจ็กเกอร์รีนพูดออกมาอย่างเหลืออด ยิ่งเมื่อพูดถึง ก้องกรุณ ยิ่งทำให้แจ็กเกอร์รีนไม่สบอารมณ์ แต่อังศณาก็หาได้โกรธเพื่อนรักไม่ กลับรู้สึกว่าหากในวันนั้นไม่มีแจ็กเกอร์รีนเธอเองยังคงเป็นคนโง่งมอยู่และอาจจะเสียทีให้กับผู้ชายเลวๆ อย่างก้องกรุณก็เป็นได้

“เอาเถอะน่าจีจี้ ที่รัก มันก็ผ่านไปแล้วนี่แล้วนางเองก็ไม่ได้เป็นอะไรมากไม่ใช่เหรอ ที่รักทำหน้าแบบนี้ไม่สวยนะรู้ไหมครับ...”

โรบินซึ่งรู้ทุกอย่างดีเพราะแฟนสาวเล่าเหตุการณ์ให้ฟังพูดเบาๆ พลางยิ้มให้หญิงสาวที่นั่งตาแป๋วอยู่อย่างอ่อนโยน... อังศณายิ้มให้กับภาพความน่ารักหวานแหววของเพื่อนรักกับแฟนหนุ่มแล้วก็นึกถึงเรื่องของตัวเองขึ้นมาทันที

เธอทำงานเป็นพนักงานฝ่ายบัญชีของห้างสรรพสินค้าแกรนด์เจนเซ่นห้างหรูชื่อดัง ส่วนก้องกรุณนั้นเป็นรุ่นพี่ที่ทำงานในเครือห้างหรูเช่นเดียวกันกับเธอ เขาเป็นหัวหน้าแผนกฝ่ายขายเครื่องใช้ไฟฟ้าแต่อยู่กันคนละสาขาก้องกรุณประจำสาขาในกรุงเทพฯ ขณะที่เธออยู่สาขาต่างจังหวัดซึ่งเป็นจังหวัดแหล่งท่องเที่ยวขึ้นชื่อของเมืองไทยแห่งนี้ ก้องกรุณเป็นชายหนุ่มรูปหล่อพูดจาไพเราะอ่อนหวาน และเป็นที่หมายปองของสาวๆ ห้างแกรนด์เจนเซ่นแต่เขากลับมาขอคบเธอเป็นแฟน จนเป็นที่ฮือฮาในสังคมที่ทำงานของเธอที่ใครๆ ต่างก็ไม่อยากเชื่อว่าก้องกรุณจะมาคบกับเธอผู้หญิงแสนธรรมดาหน้าตาจืดชืดเช่นนี้...

ตอน 3

เธอกับก้องกรุณคบหากันในฐานะคนรักมากว่าสองปีแต่ด้วยความที่ก้องกรุณนั้นมีรูปร่างหน้าตาหล่อเหลาและเจ้าคารม ทำให้มีสาวๆ มากหน้าหลายตาวนเวียนเข้ามาสานสัมพันธ์ไม่ขาดสาย และเขาก็ไม่ปฏิเสธที่จะสานสัมพันธ์แบบชั่วข้ามคืนกับสาวๆ เหล่านั้น ซึ่งแจ็กเกอร์รีนเองกลับเป็นคนที่ทนไม่ได้เสียเองที่เพื่อนรักเอาแต่ทำงานและหลับหูหลับตาไว้เนื้อเชื่อใจแฟนหนุ่มจอมกะล่อนอยู่อย่างนั้น

“พี่ก้องเขาบอกฉันว่า เขารักฉันคนเดียวคนอื่นแค่ทางผ่าน เมื่อแต่งงานแล้วเขาจะเลิกยุ่งเกี่ยวกับผู้หญิงพวกนั้น...”

อังศณามักบอกแจ็กเกอร์รีนเช่นนี้เสมอยามที่เพื่อนรักนำข่าวเกี่ยวกับแฟนหนุ่มมาบอกให้รู้ ด้วยกลัวว่าเธอจะกลายเป็นคนโง่งมให้คนกะล่อนและเจ้าเล่ห์เช่นก้องกรุณหลอกลวงและสวมเขาให้ แต่เธอเองก็ยังไว้ใจคนรักอยู่เช่นเดิมและคิดว่าคงจะเป็นเพียงข่าวลือเท่านั้นเพราะเท่าที่ผ่านมาก้องกรุณให้เกียรติและไม่เคยล่วงเกินเธอเลยสักครั้ง จะมีบ้างก็แค่จับมือกันเท่านั้น อีกทั้งเขายังสุภาพอ่อนโยนกับเธอและคุณยายของเธอซึ่งทำให้เธอไว้เนื้อเชื่อใจเขาและเมินเฉยกับข่าวลือของเขา...

และแล้วในวันที่หน้ากากอันแสนดีของชายเจ้าเล่ห์ก็มาถึงเมื่ออังศณาเกิดอยากจะไปอวยพรวันเกิดให้ก้องกรุณแบบเงียบๆ เพื่อให้เขาตื่นเต้น แต่กลายเป็นว่าเธอพบชายหนุ่มกำลังเริงสวาทอยู่กับสาวสวยรุ่นน้องซึ่งทำงานเป็นพนักงานแนะนำสินค้าอยู่ห้างสรรพสินค้าที่เธอประจำอยู่ และเธอเองก็รู้จักสนิทสนมกับผู้หญิงคนนั้นพอสมควร ซึ่งการที่ได้เจอกับตาตนเองแบบคาหนังคาเขาเช่นนี้ทำให้เธอตัดสินใจบอกเลิกก้องกรุณทันที แต่ชายหนุ่มไม่ยอมเลิกราและคอยตามสร้างความรำคาญใจให้กับอังศณา จนถึงขั้นหลอกลวงหญิงสาวด้วยการบอกว่าจะขอปรับความเข้าใจและขอพบเป็นครั้งสุดท้ายก่อนเลิกรากัน และบอกว่าจะคืนเงินที่เขาหลอกว่าจะเอาไปดาวน์บ้านซึ่งจะใช้เป็นเรือนหอก่อนหน้านี้จำนวนห้าแสนบาทคืนให้อังศณาด้วย ซึ่งอังศณาก็ซื่อก็หลงเชื่อไปพบเขาตามเวลายังสถานที่นัดหมายกันไว้

แจ็กเกอร์รีนซึ่งไม่เคยไว้ใจก้องกรุณเลยสักครั้งแอบสะกดรอยตามอังศณาไปเมื่อเพื่อนรักบอกว่าก้องกรุณนัดพบ เพื่อตกลงเคลียร์ปัญหากันเป็นการพบกันเป็นครั้งสุดท้าย ซึ่งแจ็กเกอร์รีนไม่คิดจะเชื่อใจผู้ชายอย่างก้องกรุณเลยสักนิด และมันก็เป็นอย่างที่แจ็กเกอร์รีนคิดไว้เมื่อก้องกรุณกำลังปลุกปล้ำจนอังศณาจนเกือบจะเสียที หากว่าแจ็กเกอร์รีนไปช้ากว่านั้นสักนิดอังศณาก็อาจจะเป็นเหยื่อผู้โชคร้ายของก้องกรุณไปแล้ว...

อังศณาช็อกทั้งเสียใจและเสียขวัญกับเหตุการณ์ที่เกิดกับตนเอง เนื่องจากไม่เคยเห็นด้านมืดของแฟนหนุ่มที่คบกันมาเกือบสองปีว่าเลวร้ายเพียงใด ก้องกรุณจงใจปลุกปล้ำเธอเช่นผู้ชายที่เห็นแก่ตัวและไม่ละอายใจ และอังศณารู้ดีว่าหากเธอตกเป็นของเขาแล้ว ก้องกรุณจะต้องบีบบังคับให้เธอยักยอกเงินของห้างมาให้เขาแน่นอน ซึ่งเรื่องนี้เธอได้รู้มาจากรุ่นพี่อีกคนหนึ่งที่บอกเรื่องนี้กับเธอว่าเขาเคยทำแบบนั้นกับพนักงานบัญชีคนก่อนที่ลาออกไปแล้ว เมื่อได้รู้ถึงความเลวร้ายของเขายิ่งทำให้อังศณาขยะแขยงเขามากขึ้นจนยากจะทำใจได้ และมันทำให้เธอยิ่งเสียใจที่เขาทำเช่นนี้กับเธอได้ลงคอ...

แจ็กเกอร์รีนโทรศัพท์หาโรบินและพาเพื่อนรักออกมาจากที่นั่นได้อย่างปลอดภัย แต่ก้องกรุณก็ยังไม่สำนึกที่กับการกระทำอันชั่วร้ายของตน เขาขู่จะเอาเรื่องแจ็กเกอร์รีนกับพรรคพวกที่ทำร้ายร่างกายเขาให้ถึงที่สุดและยังคุยโวว่าตนนั้นรู้จักคนมีอิทธิพลมากมาย คนที่ทำร้ายเขาจะต้องเจอดี แต่จนแล้วจนรอดเรื่องก็เงียบเพราะด้วยนิสัยหน้าตัวเมียอย่างก้องกรุณไม่กล้าเอาเรื่องนี้ไปโพทะนาแน่นอน เพราะนั่นมันหมายถึงผลกระทบต่อหน้าที่การงานของเขาเอง และโรบินเองก็ได้ยื่นมือเข้ามาช่วยด้วยการให้บอดีการ์ดของเขาไปจัดการสั่งสอนก้องกรุณเล็กๆ น้อยๆ ว่าอย่าทำเป็นเก่งกับสตรีที่อ่อนแอกว่า

เมื่อเจอของแข็งเข้าก้องกรุณก็ไม่กล้ามาวอแวกับอังศณาอีกเลยและหลังจากนั้นก้องกรุณก็ถูกจับด้วยข้อหามีสิ่งเสพติดในครอบครองและข่มขืนกระทำชำเราเยาวชนอายุต่ำกว่าสิบแปดปี เมื่อมาถึงจุดนี้แล้วอังศณารู้สึกว่าตนเองนั้นโชคดีนัก ที่ไม่ตกเป็นเหยื่อของก้องกรุณและนึกขอบคุณโชคชะตาที่ยังเมตตาเธออยู่บ้างให้มีเพื่อนที่ดีอย่างแจ็กเกอร์รีนเคียงข้าง

“นี่แก คิดถึงไอ้แมงดานั่นอีกล่ะสิ...”

แจ็กเกอร์รีนหันมาถามคนที่นั่งเงียบอย่างอ่อนใจที่อังศณายังคงดูเศร้าสร้อยไม่หายทั้งที่เรื่องร้ายๆ มันผ่านไปแล้ว

“เปล่าเสียหน่อยแค่คิดไปเรื่อยเปื่อย...”

“ขอให้จริงเถอะ”

“จริงสิแก ฉันจะคิดถึงคนเลวๆ แบบนั้นทำไม แกบอกฉันเองว่าคนแบบนั้นอย่าใส่ใจให้รกสมอง...” อังศณาตอบยิ้มๆ แต่ก็เป็นยิ้มที่ไม่ค่อยสดใสนักแต่มันก็ดีว่าไม่ยิ้มเลย...

“ถ้างั้นเราไปเต้นกันเถอะเพลงสนุกๆ แบบนี้แกต้องไปเต้นกับฉัน”

แจ็กเกอร์รีนชวนเพื่อนรักเมื่อจังหวะดนตรีเริ่มเร้าใจ และเธอเองก็ดื่มไปแล้วหลายแก้วแล้ว

“แกก็รู้ว่าฉันเต้นไม่เป็น แค่ดื่มไปสามแก้วนี่ฉันก็จะแย่แล้ว กลับบ้านไปยายอังตีตายเลย”

หญิงสาวบ่นเพื่อนรักแต่ก็ลุกขึ้นตามแรงดึงรั้งของแจ็กเกอร์รีนที่ตอนนี้ไม่สนใจอะไรนอกจากไปแด๊นซ์กระจาย...

“ร็อบ.. จีจี้ขอตัวพาแม่นางรักล่มไปปลดปล่อยหน่อยนะคะที่รัก”

“ตามสบายเลยจ้ะที่รัก ผมจะนั่งรอตรงนี้ขอให้สนุกนะครับนางปล่อยให้สุดๆ ไปเลย ไม่ต้องห่วงคืนนี้ผมจะดูแลพวกคุณเอง...”

โรบินเอ่ยสำทับและเขาก็หมายความตามที่พูดจริงๆ ด้วยความที่เขารู้จักกับแจ็กเกอร์รีนมาพอสมควร หญิงสาวไม่เคยโกหกปิดบังเขา และมันทำให้เขารู้ว่าคนที่แฟนสาวเขารักและแคร์มากคือหญิงสาวหน้าหวานที่น่าสงสารคนนั้นทำให้โรบินรู้สึกผูกพันกับเธอไปด้วย ยิ่งรับรู้เรื่องเลวร้ายและชีวิตที่น่าสงสารของเธอจากปากแฟนสาว เขาก็ยิ่งอยากให้เพื่อนรักของแจ็กเกอร์รีนพบกับความสุขสมหวังบ้างเหมือนที่เขาพบรักกับแจ็กเกอร์รีนแม่สาวเทียมที่มีจิตใจงดงามน่าชื่นชม

แม้แจ็กเกอร์รีน ไม่ใช่สาวแท้มาตั้งแต่กำเนิด แม้ว่าเธอเป็นหญิงที่ปรุงแต่งขึ้นมา แต่ความดีงามของแจ็กเกอร์รีนคือสิ่งที่เขาไม่อาจจะละเลยหรือปล่อยเธอไป... โรบินคิดอย่างภูมิใจที่เขาได้พบกับคนดีๆ อย่างแจ็กเกอร์รีน

อ่านต่อเลย
ร่วมสนับสนุนนักเขียนเพื่อเป็นกำลังใจในการสร้างสรรค์ผลงานสุดสนุกต่อไป Moboreader
ปลดล็อกทุกตอน

ดวงใจปฐวิน

ตอนที่ 1
ตอน
ปรับแต่ง
บทถัดไป
Minishorts Logo
อ่านนิยายออนไลน์ นิยายเว็บ และเรื่องราวโรแมนติกสุดฮิตบน MiniShorts พบกับนิยายโรแมนติกท่านประธาน นิยายแฟนตาซีมนุษย์หมาป่า ดราม่า และแฟนตาซี พร้อมคอนเทนต์ซีรีส์สั้นคัดสรรพิเศษที่สร้างจากเทรนด์เรื่องราวยอดนิยม
MiniShorts YouTube
©2026 MiniShorts All Rights Reserved. CHASINGTOP HK LIMITED