ตอน 2

ธีรกานต์มาถึงโรงเรียนก็พบว่าบนโต๊ะของตนเองนั้นมีของขวัญอยู่เต็มไปหมดมีทั้งตุ๊กตา ดอกไม้ หนังสือการ์ตูนการ์ดอวยพรและเค้กวันเกิดก้อนเล็กๆ อีกหลายก้อนซึ่งเขาก็แบ่งให้เพื่อนและอาจารย์ทานจนไม่เหลือกลับบ้าน ซึ่งเป็นเรื่องปกติแต่ที่แปลกไปจนเพื่อนต้องมองหน้ากันด้วยความสงสัยก็คือปีนี้เขาบอกว่าจะเอาตุ๊กตาเหล่านั้นกลับไปที่บ้านด้วย

“มึงไม่สบายหรือเปล่าวะกานต์” โกสินทร์ถามเพื่อนด้วยความเป็นห่วง

“สบายดี ถามทำไมวะ”

“ก็ปกติมึงไม่ชอบตุ๊กตา”

“กูเอาไปให้เด็กข้างบ้าน”

“หลังที่มึงบอกว่าเพิ่งย้ายมาอยู่เหรอ”

“อือ หลังนั้นแหละน้องเขาเกิดวันเดียวกับกูพอดี”

“เด็กผู้หญิงเหรอ”

“อือ”

“สงสัยจะเป็นเนื้อคู่มึงแน่เลยวะเกิดวันเดียวกัน” ภัทรดนัยพูดแล้วก็หัวเราะ

“มึงก็พูดเรื่อยน้องตัวกะเปี๊ยกเดียวเอง”

“เด็กผู้หญิงโตวัยนะเว้ย เผลอแป๊บเดียวเป็นสาวแล้วนะ ถ้าสวยมึงก็จองไว้ก่อนเลย”

“มึงก็ช่างจะคิดนะไอ้โก้” ธีรกานต์ส่ายหัวกับความคิดของเพื่อน จากนั้นเพื่อนของเขาก็ช่วยกันถือตุ๊กตามาส่งที่รถซึ่งมาจอดรออยู่ก่อนแล้ว

“พวกมึงไม่ไปแน่นะ” เขาถามย้ำอีกครั้ง

“ไม่ล่ะ เจอกันเสาร์นะ”

“อือ” เขาบอกเพื่อนก่อนจะปิดประตูรถ

งานวันเกิดถูกจัดขึ้นอย่างอบอุ่นบริเวณสนามหน้าบ้านของธีรกานต์ แขกที่มาร่วมงานก็มีแต่ครอบครัวของเพื่อนบ้านไม่กี่หลัง

หลังทานอาหารแล้วก็ถึงขั้นตอนของการเป่าเค้ก ธีรกานต์ยืนคู่กับเด็กหญิงตัวเล็กที่ต้องเอาเก้าอี้มายืนเพื่อให้ความสูงเท่ากัน

พอเสียงเพลงแฮปปี้เบิร์ธเดย์จบเด็กหญิงก็เปาเค้กก้อนของตนเองจนเทียนดับจากนั้นเธอก็หันไปมองหน้าธีรการต์แล้วยิ้มก่อนจะเป่าเทียนจากเค้กของเขาจนดับ เสียงหัวเราด้วยความเอ็นดูของผู้ใหญ่ทำให้เด็กหญิงวัยหกขวบยิ้มด้วยความดีใจ

“เอวา ไปเป่าของพี่เข้าทำไม” มารดาของเด็กน้อยพูดด้วยความตกใจ เด็กน้อยหน้าเสียและกำลังจะร้องไห้เพราะโดนดุ

“ไม่เป็นไรครับอา” ธีรกานต์รีบบอกเพราะเขาไม่ชอบเห็นใครร้องไห้โดยเฉพาะเด็ก

“ขอบใจนะกานต์ที่ไม่โกรธน้อง”

“หนูเอวาน่ารักแบบนี้ใครจะโกรธลงล่ะใช่ไหมกานต์

“ครับแม่” เด็กหนุ่มยิ้มแต่ไม่ใช่เพราะใจดีแต่เพราะการเป่าเค้กมันไม่ได้สำคัญสำหรับเขาเท่าไหร่

“พี่กานต์ใจดีที่สุดเลยคะ ปีหน้าเอวาขอเป่าเค้กพร้อมพี่กานต์อีกได้ไหมคะ”

“ได้สิ ป้าว่าเราจัดพร้อมกันแบบนี้ทุกปีเลยดีไหมคะ”

“ดีค่า เอวาชอบที่สุดเลย” เด็กหญิงดีใจเพราะเธอชอบที่มีคนมาร่วมงานเยอะแบบนี้ซึ่งแต่ก่อนก็จะเป่าเค้กกันแค่สามคนพ่อแม่ลูกเท่านั้น

ผู้ใหญ่ต่างพากันอวยพรและมอบของขวัญให้กับทั้งสองคน เอวาริณยิ้มแป้นเมื่อได้ของขวัญมากจนถือเองไม่ไหว

“พี่กานต์ขาเอวามีของขวัญให้พี่กานต์ด้วยค่ะ แม่บอกว่าวันนี้ก็วันเกิดพี่กานต์เอวาก็เลยซื้อมาจากโรงเรียนค่ะ” เด็กหญิงหยิบอมยิ้มที่เอาเงินค่าขนมไปซื้อจากโรงเรียนมาส่งให้เขาพร้อมกับยิ้มจนตาหยี

“ขอบใจนะ” เขารับไว้แล้วหย่อนลงกระเป๋ากางเกง

“กานต์ล่ะมีของให้น้องไหม” มารดากระซิบถามเพราะไม่เห็นลูกชายถืออะไรติดมือมาเลย

“มีสิแม่แต่อยู่ในรถ”

“ก็รีบไปเอามาสิ คนอื่นเขาให้กันหมดแล้วนะ”

“ครับแม่” ธีรกานต์เดินมาที่รถและกลับไปที่บริเวณสนามหน้าบ้านพร้อมกับตุ๊กตาสี่ตัวซึ่งเขาได้มาจากสาวๆ ที่โรงเรียน เด็กหนุ่มรู้สึกผิดที่ตนเองไม่ได้ซื้อของขวัญให้กับเอวาริณในขณะเด็กน้อยซื้อให้ตนเองแม้จะเป็นแค่อมยิ้มก็ตาม

“ให้เอวาหมดเลยเหรอคะพี่กานต์”

“ใช่สิ ให้หมดเลย”

“พี่กานต์ใจดีจังค่ะ เอวารักพี่กานต์ที่สุดเลย” เด็กหญิงให้มารดาของตนเองถือตุ๊กตาไว้จากนั้นตัวเองก็กระโดดกอดพี่ชายข้างบ้านด้วยความดีใจจนอีกฝ่ายแทบจะล้ม

“ตัวหนักเหมือนกันนะเอวาหนักเท่าไหร่แล้ว” เด็กหนุ่มถามคนตัวเล็กที่เขาอุ้มอยู่

“25 กิโลแล้วค่ะ เอวาน้ำหนักเยอะกว่าเพื่อนผู้หญิงหลายคนเลยค่ะ” เด็กหญิงตัวกลมบอกด้วยความภาคภูมิใจทำให้ผู้ใหญ่ที่ฟังอยู่ยิ้มให้กับความไร้เดียงสา

“ถึงว่าละพี่ชักจะเมื่อยแล้ว”

“พี่กานต์เมื่อยเหรอคะ ทำไมพ่อยังอุ้มเอวาได้ตั้งนานไม่บนว่าเมื่อยเลย”

“เพราะพ่อของเอวาอุ้มหนูจนชินค่ะเลยไม่เมื่อยแต่พี่กานต์ไม่เคยอุ้มก็เลยเมื่อยแม่ว่าหนูลงมาเถอะนะคะ”

“อ๋อ เอวาเข้าใจแล้ว ต่อไปพี่กานต์ต้องอุ้มเอวาบ่อยๆ นะคะจะได้ไม่เมื่อยเหมือนคุณพ่อ” เอวาริณพูดกับเด็กหนุ่มที่ยืนทำหน้าไม่ถูกเพราะเขาไม่คิดว่าจะอุ้มเด็กหญิงตัวกลมคนนี้อีกแน่

“ถ้าหนูอยากให้พี่กานต์อุ้มบ่อยๆ หนูก็ต้องมาเล่นที่บ้านป้าบ่อยๆ”

“ได้ค่า เอวาจะไปเล่นกับพี่กันต์และพี่กานต์ที่บ้านคุณป้าทุกวันเลย” เธอดีใจเพราะปกติอยู่ที่บ้านก็เล่นกับมารดาแค่สองคน

เอวาริณกลับมาที่บ้านของตนเองพร้อมกับของขวัญอีกมากจนธีรกานต์และน้องชายต้องพากันถือมาส่งที่บ้าน

“ขอบคุณค่า พี่กันพี่กานต์”

“พี่ไปนะ พรุ่งนี้เย็นไปหาพี่ที่บ้านนะ” พีรกันต์บอกเพราะช่วงเย็นเขาก็จะเหงาอยู่ที่บ้านคนเดียวการมีเอวาริณไปเล่นด้วยก็ทำให้คลายเหงาไปบ้าง

พอพี่ชายข้างบ้านกลับไปแล้วเอวาริณก็เริ่มจะง่วงนอนเพราะปกติแล้วเด็กหญิงจะเข้านอนไม่เกินสองทุ่มครึ่ง

“แม่ขาเอวาขอเอาตุ๊กตาขึ้นไปนอนด้วยได้ไหมคะ”

“ได้สิ หนูจะเอาตัวไหนไปล่ะคะ”

“ขอเอาไปหมดเลยได้ไหมคะ”

“เอาตุ๊กตาไปเยอะขนาดนี้แล้วหนูจะนอนตรงไหนล่ะ แม่ว่าเลือกสองตัวไปนอนด้วยแล้วที่เหลือก็เก็บเข้าตู้ดีไหม”

“น้องจะเสียใจนะคะถ้าต้องอยู่ในตู้”

“เราสลับกันออกมาดีไหมค่ะ”

“ยังไงคะ”

“คืนนี้หนูเอาน้องสองตัวไปนอนด้วยก่อน พอครบหนึ่งอาทิตย์ก็เอาน้องที่อยู่ในตู้ออกมาวนไปแบบนี้เรื่อยๆ น้องแต่ละตัวก็จะได้ไม่เหงา”

“เอวาขอเอาไปอวดเพื่อนที่โรงเรียนได้ไหมคะ”

“ได้สิคะ แต่ถ้าเอาไปแล้วต้องแบ่งให้เพื่อนๆ เล่นด้วยนะคะ”

“ไม่เอาค่ะ”

“ทำไมล่ะคะ”

“ก็บุ้งกี๋เอาไปเล่นที่โรงเรียนแล้วเพื่อนแย่งกันเล่นตุ๊กตาของบุ้งกี๋ตัวดำปี๋เลยค่ะ เอวาไม่อยากให้น้องตุ๊กตาของเอวาตัวดำ”

“ถ้าเราเอาไปที่โรงเรียนก็ต้องแบ่งเพื่อนค่ะ”

“เอวาเปลี่ยนใจแล้วค่ะ ไม่เอาไปดีกว่าแต่ขอเอาน้องนั่งรถไปโรงเรียนด้วยได้ไหมคะ”

“ได้ค่ะ ทีนี้ก็เลือกมาเลยค่ะว่าตัวไหนจะได้ไปอยู่บนเตียง ตัวไหนใส่ตู้และตัวไหนจะได้ขึ้นรถไปโรงเรียน”

“พ่อขา เอวาเอาตัวนี้นั่งรถไปโรงเรียนพรุ่งนี้คุณพ่อเอาใส่รถให้เอวานะคะ”

“ได้จ้ะ”

พอบิดาตกลงเด็กสาวก็ยอมเดินตามมารดาขึ้นมายังห้องนอนขณะที่กำลังอาบน้ำเธอก็ชวนมารดาคุยไปด้วย

“แม่ขาพี่กานต์ใจดีมากๆ เลยค่ะให้ตุ๊กตาเยอะเลยเอวาชอบทุกตัวพี่เขาใจดีที่สุดเลยค่ะ”

“พี่เขาใจดีกับหนู หนูก็ต้องทำตัวน่ารักๆ อย่าดื้ออย่าซนเวลาไปที่บ้านก็อย่ากวนพี่เขามากนะคะ” วาสิการ์เตือนลูกสาวเพราะเอวาริณชอบไปเล่นที่บ้านนั้นบ่อยๆ

“เอวาไปเล่นกับพี่กันต์ค่ะ”

“แล้วพี่กานต์ไม่มาเล่นด้วยเหรอคะ”

“ไม่ค่ะ คุณป้าบอกว่าพี่กานต์อ่านหนังสือ แต่หนูอยากเล่นกับพี่กานต์บ้าง” เพราะคิดว่าได้ของขวัญจากธีรกานต์เยอะก็เลยอยากจะผูกมิตรด้วย

ตอน 3

งานวันเกิดถูกจัดขึ้นขึ้นพร้อมกันทุกๆ ปี ถึงแม้ธีรกานต์จะไปอยู่ที่หอพักระหว่างเรียนแพทย์เขาก็ถูกบังคับให้กลับมาฉลองวันเกิดที่บ้านและก็เป็นเช่นเคยที่เขาจะมีของขวัญมาให้กับเด็กน้อยตลอด แม้ช่วงหลังจะเรียนและทำงานอย่างหนักเขาก็โอนเงินให้เธอไปเลือกซื้อของขวัญเอง ตอนนี้เอวาริณโตขึ้นกว่าเดิมมากและไม่ใช่เด็กน้อยที่เขาอุ้มได้อีกต่อไปแล้ว

ธีรกานต์เรียนจบแพทย์และกำลังใช้ทุนอยู่ที่โรงพยาบาลในต่างจังหวัดขณะที่เอวาริณก็เรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 แล้ว

“พี่กานต์จะอยู่กรุงเทพกี่วันคะ”

“อยู่ถึงวันอาทิตย์”

“เช้าวันเสาร์พี่กานต์พาเอวาไปกินไอติมได้ไหมคะ เอวาชวนพี่กันต์แล้วพี่กันต์ไม่ว่าง”

“แล้วทำไมพี่ต้องไปกับเธอด้วยล่ะ”

“ก็พี่กานต์เป็นคนใจดีที่สุด เอวาจะให้พี่กานต์ไปเลือกของขวัญวันเกิดด้วยค่ะ เอวาเก็บตังไว้แล้ว”

“พี่ไม่อยากได้อะไรหรอก เอวาเก็บเงินไว้เถอะ”

“แต่เอวาตั้งใจแล้วนี่คะ”

“เรายังเรียนอยู่เลยนะ”

“ไม่ซื้อของขวัญให้ก็ได้ค่ะ แล้วเรื่องไปกินไอติมล่ะคะ พาเอวาไปหน่อยนะ เอวาอยากกินจริงๆ” ตั้งแต่เขาไปเรียนเด็กสาวก็ไม่ค่อยได้ออกไปไหนกับเขาเหมือนแต่ก่อนพอมีโอกาสก็เลยอยากจะอ้อนพี่ชาย

“ก็ได้ แต่ต้องรีบไปรีบกลับนะ ตอนเย็นเราต้องกลับมางานวันเกิด”

“ได้ค่ะ เอวาเรียนพิเศษเลิกเที่ยงพี่กานต์ไปรับที่โรงเรียนได้ไหม เรียนเสร็จก็ไปกินไอติมกันเลย” เธอวางแผนอย่างเสร็จสรรพเพราะนี่อาจจะเป็นครั้งสุดท้ายที่ได้ออกไปกับธีรกานต์

“แล้วเรียนที่ไหนล่ะ”

“สยามค่ะ”

“อือ”

เช้าวันเสาร์ธีรกานต์และเอวาริณตื่นตั้งแต่เช้าเพื่อมาตักบาตรหน้าบ้านจากนั้นเด็กสาวก็ไปเรียนพิเศษขณะที่ชายหนุ่มก็นอนพักอยู่บ้านจนกระทั่งถึงเวลาไปรับเอวาริณ

“ไม่ต้องรีบกลับนะกานต์ งานเริ่มหกโมงเย็น พาน้องไปเดินเที่ยวให้สนุก ถ้าน้องอยากได้อะไรก็ซื้อให้น้องด้วยนะ” มารดาของชายหนุ่มสั่ง

“ผมไม่เข้าใจเลยว่าทำไมแม่ต้องตามใจเอวาตลอด” ภาพที่ธีรกานต์จำได้คือมารดาของตนเองนั้นรักและตามใจลูกสาวของเพื่อนบ้านคนนี้มาก

“ก็หนูเอวาน่ารักช่างอ้อน อีกอย่างก็นานแล้วนะที่กานต์ไม่ได้พาน้องออกไปเที่ยว”

“ผมต้องทำงานนี่ครับแม่”

“แม่ถึงบอกไงล่ะว่าวันนี้มีเวลาก็พาน้องเที่ยวด้วยอีกหน่อยถ้าเรียนเฉพาะทางเราคงยุ่งกว่านี้”

ตอนนี้ชายหนุ่มกำลังเป็นแพทย์ใช้ทุนอยู่ที่โรงพยาบาลรัฐบาลและวางแผนเอาไว้ว่าใช้ทุนจนครบแล้วจะเรียนต่อแพทย์เฉพาะทาง

“ก็ได้ครับ แม่อยากได้อะไรไหมผมจะซื้อมาฝาก”

“ถ้านึกออกแม่จะโทรไปบอกจ้ะ กานต์รีบไปเถอะเดี๋ยวน้องจะรอนาน”

“ครับแม่”

“นัดเจอกันที่ไหนน้องได้บอกหรือเปล่า”

“หน้าโรงเรียนครับแม่”

“ไปกับน้องก็อย่าทำหน้าบึ้งนะเดี๋ยวน้องจะไม่สนุก”

“หน้าผมก็เป็นแบบนี้ตลอด”

“แม่รู้แต่ก็อยากให้เรายิ้มบ้าง ลูกชายของแม่เวลายิ้มแล้วหล่อมาก”

“แล้วปกติไม่หล่อเหรอครับแม่”

“ปกติก็หล่อแต่มันไม่มีเสน่ห์แล้วสาวๆ ที่ไหนเขาจะกล้าเข้าใกล้ ตั้งแต่เลิกกับแฟนคนสุดท้ายก็เกือบสองปีแล้วนะที่ลูกชายแม่โสด”

“ก็ช่วงนี้งานผมยุ่งครับแม่ จะเอาเวลาที่ไหนไปจีบสาว รอเรียนจบเฉพาะทางผมคงมีเวลามากกว่านี้”

“กว่าจะเรียนจบก็สามสิบกว่าแล้วนะกานต์แล้วอย่างนี้เมื่อไหร่แม่จะได้อุ้มหลานกับเขาสักทีล่ะ”

“แม่ก็ลองถามนายกันต์ดูสิครับ ผมว่าถ้าแม่บอกเขาก็คงพร้อมที่จะมีแน่ๆ” ธีรกานต์หมายถึงพีรกันต์น้องชายของตนเองที่ตอนนี้กำลังคบหาอยู่กับแฟนสาว

“แม่ไม่อยากจะหวังหรอกนะกานต์น้องชายเราเจ้าชู้อย่างนั้นแม่ไม่เห็นจะจริงจังกับใครสักคน”

“มันก็ต้องมีสักคนที่นายกันต์อยากใช้ชีวิตด้วย ผมว่าแม่ต้องให้เวลาพวกผมหาคนที่เหมาะสม”

“แม่ให้เวลาถึงอายุ 30 นะกานต์ถ้าเกินนี้แม่จะหาผู้หญิงให้” มารดาของชายหนุ่มยื่นคำขาดเพราะบรรดาเพื่อนของตนเองนั้นมีหลานให้อุ้มกันแล้ว

“ขอ 35 นะครับแม่แล้วผมจะตามใจแม่ทุกอย่าง แต่ตอนนี้ผมว่าผมคงต้องไปจริงๆ แล้ว เดี๋ยวหนูเอวาของแม่จะบ่นถ้าผมไปถึงช้า”

“ตายจริงแม่ลืมไปเลย กานต์รีบหน่อยนะแม่ไม่อยากให้น้องรอนาน”

แม้ธีรกานต์จะรีบขับรถมายังโรงเรียนกวดวิชาซึ่งตั้งอยู่บนห้างสรรพสินค้ากลางใจเมืองแต่ก็เลยเวลาไปเกือบครึ่งชั่วโมงเพราะวันหยุดแบบนี้ที่จอดรถแทบไม่มี พอมาถึงเขาก็เห็นเอวาริณกำลังนั่งคุยอยู่กับเพื่อนที่บริเวณที่นั่งรอหน้าโรงเรียน

เมื่อเอวาริณเห็นก็รีบเดินเข้ามาหาด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยรอยยิ้มสดใส

“เอวานึกว่าพี่กานต์จะลืมแล้วนะคะ”

“ไม่ลืมหรอกแต่พี่มัวแต่หาที่จอดรถอยู่น่ะ”

“ไปกันเลยนะคะเอวาหิวแล้ว”

“อือ จะไปกินไอติมเลยหรือจะหาข้าวกินก่อนล่ะ”

“พี่กานต์หิวไหมคะ”

“หิวสิ”

“งั้นก็ไปหาอะไรกินก่อนก็ได้ค่ะ”

เอวาริณเดินนำชายหนุ่มไปยังชั้นที่เป็นร้านอาหารแต่ก็ยังไม่ยอมแวะร้านไหน

“จะกินอะไรล่ะเอวา นี่เราเดินวนมาหลายรอบแล้วนะยังเลือกไม่ได้อีกเหรอ” เขาเริ่มจะหิวมากแล้วเพราะวันนี้ทานข้าวต้มไปตั้งแต่เจ็ดโมงเช้า

“ก็มีหลายอย่างที่เอวาอยากกิน”

“เลือกมาสักอย่างเถอะพี่หิวจนตาลายแล้ว”

“พี่กานต์เลือกดีกว่าค่ะ” เพราะไม่รู้จะกินอะไรจึงให้คนที่บอกว่าหิวเป็นคนเลือก

“เอาอาหารญี่ปุ่นนะ จังหวัดที่พี่ไปอยู่หาร้านอาหารญี่ปุ่นอร่อยยาก” เขาตัดสินใจอย่างรวดเร็วเพราะร้านตรงหน้าเป็นร้านโปรดของตนเอง

“ได้ค่ะ เอวาตามใจพี่กานต์เพราะพี่กานต์เป็นคนจ่าย”

“ชวนพี่มาพี่ก็นึกว่าเอวาจะจ่าย”

“เดี๋ยวเอวาเลี้ยงไอติมเองค่ะ” เด็กสาวรีบบอก

“วันนี้หิมะต้องตกแน่เอวาจะเลี้ยงพี่” ธีรกานต์พูดพลางหัวร่วนก่อนจะเดินไปยังร้านอาหารญี่ปุ่น

ยังไม่ทันได้เลือกว่าจะนั่งโต๊ะไหนก็มีผู้หญิงคนหนึ่งเดินเข้ามาหาเสียก่อน

“กานต์”

“อ้าว รุ้ง”

“ไม่นึกว่าจะเจอกันที่นี่ กานต์อยู่ต่างจังหวัดไม่ใช่เหรอ”

“วันหยุดเลยเข้ามาทำธุระ แล้วรุ้งล่ะ”

“รุ้งมากับเพื่อนๆ นั่นไง ไปนั่งด้วยกันไหม แล้วนี่กานต์มากับใคร”

“น้องสาวข้างบ้านน่ะ”

“ไปกินด้วยกันนะคะน้อง ว่าแต่ชื่ออะไรคะ พี่ชื่อรุ้งค่ะ”

“หนูชื่อเอวาค่ะ”

“ไปนั่งกินด้วยกันนะคะ”

“เอวาแล้วแต่พี่กานต์ค่ะ” เอวาริณไม่แน่ใจถึงความสนิทของธีรกานต์กับเพื่อนจึงยกให้เขาเป็นคนตัดสินใจ

“ไปกินกับเพื่อนพี่ก่อนแล้วเราไปกินไอติมด้วยกันนะ”

“ได้ค่ะพี่กานต์” เอวาริณตอบตกลงเพราะอยากจะรู้เหมือนกันว่าเวลาที่ธีรกานต์อยู่กับเพื่อนจะเป็นแบบไหน เนื่องจากปกติแล้วเขาจะเป็นคนที่พูดน้อยและค่อนข้างมีโลกส่วนตัวสูง

อ่านต่อเลย
ร่วมสนับสนุนนักเขียนเพื่อเป็นกำลังใจในการสร้างสรรค์ผลงานสุดสนุกต่อไป Moboreader
ปลดล็อกทุกตอน
ตอน
ปรับแต่ง
บทถัดไป
Minishorts Logo
อ่านนิยายออนไลน์ นิยายเว็บ และเรื่องราวโรแมนติกสุดฮิตบน MiniShorts พบกับนิยายโรแมนติกท่านประธาน นิยายแฟนตาซีมนุษย์หมาป่า ดราม่า และแฟนตาซี พร้อมคอนเทนต์ซีรีส์สั้นคัดสรรพิเศษที่สร้างจากเทรนด์เรื่องราวยอดนิยม
MiniShorts YouTube
©2026 MiniShorts All Rights Reserved. CHASINGTOP HK LIMITED