ผลั๊วะ!!!!
“ต้าเซียน!”
“อืม”
“ทำไม...ทำไมพี่ถึงอยู่ละ” สุ่ยถิงหรือนาเดียร์ แปลกใจที่เห็นต้าเซียนหรือต้าเทียนเซียนตอนนี้ และดวงตาเหลือบมองไปที่โต๊ะอาหาร มื้อเย็นถูกจัดเตรียมแล้ว นั่นก็หมายความว่าเขาต้องกลับมานานแล้ว
“ทำไมพึ่งกลับ วันนี้ตามตารางและระยะทางควรต้องถึงตั้งแต่ครึ่งชั่วโมงที่แล้ว” นาเดียร์หลบสายตาที่จับจ้องมอง จะให้บอกว่าไงละ ก็ถ้ารู้ว่าพี่ชายจะกลับมาเร็วแบบนี้ ก็คงกลับมานานแล้ว นาเดียร์ขยับเดินเข้ามาข้างในขณะที่กำลังใช้ความคิดว่าจะตอบคำถามจับผิดนี้ดีมั้ย หรือว่าเปลี่ยนเรื่องไปเลย จะบอกว่าแวะซื้อของก็ไม่ได้ ในมือเธอไม่มีของอะไรเลย
แต่ดูจากท่าทางของพี่ชายแล้ว คงต้องมีคำตอบสินะ กอดอก นิ่งทั้งตัวไม่เว้นแม้แต่ดวงตา จดจ้องมาที่เธออย่างแน่วแน่
“วันนี้ฉันไม่ได้ไปห้องสมุดตามที่ได้บอกพี่ไว้ค่ะ” นั่นไงละคิ้วเข้มของพี่ชายเข้าหากันแล้ว คร่อกกก!!!! เสียงท้องร้องของนาเดียร์เป็นดั่งระฆังช่วยชีพจริงๆ เพราะพี่ชายเห็นเรื่องกระเพาะของเธอสำคัญกว่า
“ไปนั่ง...” นาเดียร์แอบยิ้มอย่างโล่งอก รอยยิ้มปรากฎขึ้นบนใบหน้าหวานเมื่อมองจานอาหารบนโต๊ะ อาหารจีน คิดถึงจังเลย ไม่ง่ายเลยที่ต้าเซียนจะมีเวลาทำอาหาร ฝีมือเขาไม่ธรรมดาด้วยละ...
“ขอบคุณพระเจ้าที่ให้ข้าวเรากิน...ขอบคุณค่ะต้าเซียน” คำพูดที่นาเดียร์ปฎิบัติมาโดยตลอดตั้งแต่เล็กจนโต ‘ขอบคุณค่ะพ่อ’ เปลี่ยนเป็น ‘ขอบคุณค่ะต้าเซียน’ มาหนึ่งปีแล้ว บรรยากาศตามความเคยชินนาเดียร์ย้อนคิดมื้อแรกที่เป็นแบบนี้ เมื่อหนึ่งปีก่อน หลังจากที่พ่อของเธอและแม่ของต้าเซียนประสบอุบัติเหตุขณะเดินทางกลับจากร้านอาหารที่พวกเขาไปฉลองครบรอบ ซึ่งพวกเขาแค่ไปดูการแสดงบร์อดเวย์ที่นิวยอกร์แค่นั้น แต่ใครจะคิดว่านั้นเป็นการเดินทางครั้งสุดท้ายของพวกเขา ตามความเข้าใจของสุ่ยถิง
“สุ่ยถิง...” เสียงเรียก ดึงสาวน้อยตรงหน้ากลับสู่ปัจจุบัน
“อ้า! ขอโทษค่ะ” ต้าเซียนแค่มอง แววตาและสีหน้าแบบนั้นของเธอมีอย่างเดียว คิดถึงพ่อของเธออีกแล้ว สุ่ยถิงคือชื่อจีนของเธอ สำหรับที่นี่คงมีแต่เขาเท่านั้นที่เรียกเธอด้วยชื่อจีน
“พรุ่งนี้ออกเร็วหน่อยนะ ดอกไม้ พวกเราต้องแวะไปเอาเอง”
“ค่ะ” นาเดียร์ตอบรับอย่างเศร้าๆ พรุ่งนี้เป็นวันครบรอบการจากไปของพวกท่าน แต่สำหรับนาเดียร์แล้วเธอจะได้ไปเยี่ยมแม่ที่เสียไปตั้งแต่ที่เธอยังเด็กๆด้วย ส่วนต้าเซียนเขาทำความเคารพได้แค่แม่ของเขาเท่านั้น เมื่อพ่อของเขาท่านก็เสียไปแล้วเช่นกันเท่าที่เธอรู้ท่านเสียไปตั้งแต่ต้าเซียนอายุสิบขวบประมาณนั้นท่านอยู่เซี่ยงไฮ้ ต้าเซียนย้ายมาจากเซี่ยงไฮ้ได้สองปีแล้ว
...จะว่าไปเธอยังรู้สึกทึ่งกับต้าเซียนมาก เพราะเขาเป็นนักศึกษาแพทย์เรียนอยู่ในมหาวิทยาลัยที่เซี่ยงไฮ้ แต่ต้องย้ายมาเรียนที่มหาวิทยาลัยชิคาโก ซึ่งไม่ง่ายเลย แต่ใครจะเชื่อว่าเขาจะทำได้ และทำได้ดีมาโดยตลอดเลยด้วย รวมถึงในฐานะพี่ชายด้วย
“ฉันเปลี่ยนเบอร์ใหม่แล้วนะ”
“อื้ม!” นาเดียร์รับสั้นๆ สำหรับเรื่องนี้...เชื่อเขาเลย พี่ชายของเธอเปลี่ยนเบอร์โทรศัพท์ไปกี่ครั้งแล้วนะ จนตอนนี้เธอแค่รับฟัง ไม่ได้เปลี่ยนหรือแก้ไขหมายเลขในเครื่องโทรศัพท์เพราะเธอลบรายชื่อเขาทิ้งไปนานแล้ว แค่เห็นว่าเป็นเบอร์โชว์โทร.เข้ามา ให้คาดการณ์ไว้เลยว่าเป็นต้าเซียนเก้าสิบเก้าเปอร์เซ็นต์
สาเหตุก็มาจากรูปร่างหน้าตาของเขา เธอเองยังไม่อยากเชื่อเลยว่า บนโลกนี้จะมีมนุษย์แบบนี้มาจุติ ‘จุติ’ เป็นคำที่เขาใช้กับเทพ เทพเจ้าที่มีภารกิจหรือถูกลงโทษให้มาจุติหรือต้องมาเกิดบนโลกมนุษย์...เฮ้ยยยไร้สาระไปแล้วนาเดียร์
นาเดียร์จึงเลี่ยงที่จะไม่ถามว่าทำไมเขาถึงไม่โทร.หาเธอทุกครั้ง สาเหตุก็คงเพราะการเปลี่ยนเบอร์ละมัง...คงน่าจะเป็นช่วงบ่ายวันนี้แน่ๆ ซึ่งเธอเคยถามเขาครั้งหนึ่งเมื่อตอนที่เขาเปลี่ยนเบอร์ครั้งที่สามเห็นจะได้ ว่าทำไมเขาถึงสามารถเปลี่ยนซิมได้เร็วปานสายฟ้า ทั้งๆที่เขาออกจะยุ่งวุ่นวายในเรื่องที่มีสาระซะขนาดนั้น และตอนนั้นเขาก็ตอบออกมาได้อย่างน่าเหลือเชื่อว่าทำไมเธอถึงคิดไม่ได้นะ!
“แกะฝาเครื่อง ดึงซิมเก่าออกมา และใส่ซิมใหม่เข้าไป”
“วิธีการเปลี่ยนซิม ฉันรู้ แค่ว่าทำไมมันถึงเปลี่ยนได้ทันทีต่างหาก...อ๊ะ! อย่าบอกนะว่าพี่มีซิมสำรองติดตัวอยู่แล้ว...”
“อืม เพราะไม่มีเวลาไปซื้อบ่อยๆนะ”
“ว้าว!...พี่มีสต็อคทีละกี่ซิมอ๊ะ?” นาเดียร์ยิ้มออกมาเมื่อมีแต่คำถามของเธอ แต่ไร้ซึ่งคำตอบจากเขา พี่ชายคงอยากเก็บไว้เป็นความลับแน่ๆ แต่ให้เธอเดาก็คงครั้งละไม่ต่ำว่าสามซิมแน่ๆ ก็เบอร์ของเขานะมันมีค่าหัวด้วยนี่น่าเท่าที่เธอรู้มา...ไม่ธรรมดาจริงๆ พี่ชายเทพของเราคนนี้
อ๊ะ!ตะเกียบของเธอกับเขาชนกัน เมื่อเธอเอาแต่คิดเรื่อยเปื่อย และเป็นไปตามคาดต้าเซียนจะถอยให้เธอในทันทีเหมือนทุกๆครั้ง เธอเกิดและเติบโตที่ชิคาโก พ่อมาจากเซี่ยงไฮ้ ท่านก็มาเรียนต่อที่ชิคาโกและได้พบรักกับแม่...แล้วไง! ก็มีเธอไง แต่แม่ท่านจากไปเร็วนัก ซึ่งตอนนั้นพ่อยังต้องเรียนต่อแพทย์เฉพาะทางอยู่เลย ฉันรักพ่อฉันมาก เพราะพ่อเป็นผู้ชายที่น่าทึ่งมากคนหนึ่งเลยเช่นกัน ท่านเลี้ยงลูกเล็กๆ เพียงลำพัง ในขณะที่ยังเรียนต่อ และยังทำงานเป็นแพทย์โรงพยาบาลในชิคาโกด้วย แม้ฉันจะต้องไปอยู่สถานรับเลี้ยงเด็กยามที่พ่อต้องเข้าเรียนและทำงาน ช่วงเวลานั้นเท่านั้นที่ฉันและพ่อห่างกัน ฉันก็ยังรักพ่อและรับรู้ถึงความรักที่พ่อมอบให้อย่างอบอุ่น
พ่อมีแต่ฉัน และ ฉันมีแต่พ่อ แล้วต้าเทียนเซียนกับแม่เขามาได้อย่างไรเหรอ ฉันเองก็ยังงงๆ เหมือนกัน แค่วันหนึ่งพ่อเข้ามาถามว่า ถ้าพ่อมีใครสักสองคนมาเป็นสมาชิกในครอบครัวฉันจะว่าอะไรมั้ย? ตอนนั้นฉันอายุสิบหกเท่านั้น แต่เมื่อเห็นดวงตาและใบหน้าที่มีความสุขของพ่อในตอนนั้น
“บ้านเราคงครึกครื้นมากขึ้นเลยนะคะ...หนูแทบจะรอไม่ไหวเลยค่ะ...” คำตอบแบบนั้น ทำให้พ่อมีความสุขมากขึ้น นั่นแหละที่ฉันต้องการ เพราะฉันเชื่อใจพ่อ พ่อซึ่งท่านต้องเลือกคนดีเหมือนแม่ของฉัน ฉันไม่รู้จักแม่ เพราะท่านจากไปเร็วเหลือเกิน แต่จากที่พ่อไม่มีใครมาตลอดสิบหกปี นั้นคงเพราะแม่ฉันเป็นหญิงสาวที่วิเศษมากๆไงล่ะ
“สุ่ยถิง ต้องเตือนอีกกี่ครั้ง ว่าเวลานี้คือเวลากิน” นาเดียร์ก้มหน้าก้มตากินต่อทันที พี่ชาย พี่ชายเป็นหนึ่งในสมาชิกใหม่ที่ฉันบอกพ่อไปว่าบ้านเราคงครึกครื้นมากขึ้น...แล้วนะต้าเซียนนอกจากจะเป็นคนเดียวบนโลกใบนี้ที่เรียกชื่อจีนของฉัน เขาก็พูดจีนกับฉันตั้งแต่วันแรกที่ได้เจอกัน แต่ที่แปลกกับคำพูดของเขามาก ตอนที่เจอกันครั้งแรกเมื่อสองปีก่อน
“…เธอเข้าใจผิดแล้ว ไม่ใช่ครั้งแรกที่เราเจอกัน ยินดีที่ได้เจอกันอีกครั้ง” คำทักทายตอบกลับของเขา หลังจากที่เธอมีมารยาทในฐานะเจ้าบ้าน เมื่อพ่อพาต้าเซียนและแม่เขามาบ้านครั้งแรก ประโยคแรกที่เขาทักทายเธอเป็นภาษาจีนกลาง แน่นอนว่าเธอพูดภาษาจีนกลางได้ ก็พ่อเป็นคนเซี่ยงไฮ้ พ่อไม่มีทางปล่อยให้ฉันไม่รู้ภาษาจีนไปได้แน่ๆ ว่าแล้วเรื่องนี้เธอก็อยากจะถามต้าเซียนหลายครั้งแล้วเหมือนกัน
“ต้าเซียน”
“หืม?”
“พี่จำตอนที่พี่มาบ้านฉันครั้งแรกเมื่อสองปีก่อนได้มั้ย?”
“ให้จำอะไร” ตาเซียนวางตะเกียบ และย้ายสายตามามองฉัน
“ก็ตอนนั้นที่พี่บอกว่า ยินดีที่ได้เจอกันอีกครั้ง พี่หมายความว่าอย่างไร เจอกันอีกครั้ง ฉันสงสัยมาตั้งนานแล้ว”
“ก็นานอยู่ สองปีแล้ว” นาเดียร์มองบน เฮ้ยยย! นี่แหละพี่ชายเธอ ธรรมดาน้อยเสียที่ไหน
“เราสองคนเคยเจอกันมาก่อนเหรอคะ?”
“แล้วเธอคิดว่าไง?”
“แล้วทำไมพี่ถึงกลายมาเป็นฝ่ายตั้งคำถาม ฉันละ?”
“มันก็เป็นสิทธิที่ฉันจะต้องประเมินความเป็นไปได้ของคำถามก่อนที่ฉันจะให้คำตอบ...”
“ประเมินความเป็นไปได้ของคำถาม...เฮ้ยยยย! ทำไมนะ ฉันก็รู้จักพี่มาเกือบสองปีแล้ว ฉันถึงไม่ชินหรือตั้งรับความเป็นเทพของพี่ไม่ได้สักที” ต้าเซียนยิ้มออกมา และคีบเนื้อปลาให้กับนาเดียร์
“วันนี้ไปไหนมา” คำถามที่มาแบบไม่คาดคิด ทำเอานาเดียร์แทบสำลักข้าวที่กำลังกลืนลงคอ ต้าเซียนวางตะเกียบและยื่นแก้วน้ำให้กับเธออย่างใจเย็นและนิ่งสงบตามแบบฉบับของเขา พร้อมด้วยดวงตามองที่เธออีกแล้ว เธอยังไม่ได้ตัดสินใจเรื่องนี้ เรื่องที่เธอแอบไปมาวันนี้
“เอ่อ! คือว่าฉันไป ไปดูหอใน ในมหา’ลัย มาค่ะ” ตาเซียนสงบนิ่งกับคำตอบของนาเดียร์ “แต่ว่า...ฉันยังไม่ได้ตัดสินใจนะคะ แค่จะไปดูก่อนว่าเป็นไง แล้วจะมาปรึกษากับพี่อีกทีค่ะ”
“อยากอยู่หอ”
“ไม่รู้ค่ะ” นาเดียร์ตอบกลับเสียงเบาๆ ในใจรู้สึกโหวงๆ ขึ้นมาทันทีกับคำถามที่ดูจะไม่มีอะไรของต้าเซียน “แต่คิดว่า ถ้าฉันไปอยู่หอ พี่จะสบายมากขึ้น พี่ยังต้องเรียน และเรียนอย่างหนัก ไหนจะต้องไปดูงาน ไปฝึกงานอีก...ถ้าฉันไป...”
ครืนนนน เสียงเก้าอี้ของต้าเซียนเลื่อนถอยหลัง เมื่อเขาขยับลุกขึ้น ขัดจังหวะเหตุผลที่ยังไม่หมดของเธอ
“วันนี้เธอเก็บล้างคนเดียวนะ...ฉันอิ่มแล้ว” นาเดียร์ก้มมอง ถ้วยตรงหน้าต้าเซียน เขากินข้าวในถ้วยของเขาหมดแล้ว ตั้งแต่ตอนไหนนะ ของเธอพึ่งจะหมดไปแค่ครึ่งเดียวเองแท้ๆ ซึ่งเรื่องนี้ไม่ต้องสงสัยหรือให้เดา ต้าเซียนไม่พอใจ ท่าทางแบบนี้แหละของเขาที่เรียกว่าเขาโกรธ
นาเดียร์มองไปรอบๆ แมนชั่นที่มีสองห้องนอน เป็นของเขา เป็นที่อยู่ของเขากับแม่ของเขาตอนที่ทั้งสองย้ายมาอยู่ที่ชิคาโกด้วยกัน เธอต้องย้ายออกมาจากบ้านของเธอ แน่นอนเธอมีบ้าน บ้านของเธอกินพื้นที่สามไร่เลยล่ะ ไม่ต้องบอกว่าพ่อของเธอมีฐานะและความสามารถมากมาย แต่เธอย้ายออกมา เพราะบ้านอยู่ไกลมหา’ลัย และใหญ่เกินไปสำหรับต้าเซียนและเธอที่จะอยู่กันตามลำพัง
“เฮ้ยยยย!...ก่อนจะปรึกษาต้าเซียน เราน่าจะปรึกษาตัวเองก่อนเสียดีกว่า ว่าอยากจะไปอยู่หอมั้ย?” นาเดียร์ถอนหายใจ และนั่งกินข้าวตามลำพังต่อ อาจจะแปลกๆเสียหน่อย เพราะให้ต้าเซียนอิ่มก่อนเธอ เขาก็จะนั่งเป็นเพื่อนเธอจนเธอกินอิ่ม ในยามปกตินะนะ...
นาเดียร์เก็บจานไปล้างเมื่อเธอทานอิ่มแล้ว และอาหารทุกอย่างหมด ต้าเซียนสมเป็นต้าเซียน เขาทำอาหารได้พอดีทาน ไม่เคยเหลือทิ้งเลยสักครั้ง อ๊ะอ๊ะ ถึงแม้พ่อของเธอและแม่ของต้าเซียนจะเสียไปแล้ว แต่พวกท่านไม่ได้ทำให้ชีวิตของคนที่ท่านทิ้งไว้บนโลกมนุษย์อย่างพวกเธอสองคนต้องลำบากเลย พ่อมีเงินเก็บมาก มากเสียจนฉันเรียกว่าเป็นมรดก เงินสดในธนาคาร บ้าน หุ้น หุ้นของโรงพยาบาลที่จะทำให้ฉันมีรายได้ไปตลอดชีวิต และเงินประกันก้อนใหญ่อีก ทำให้ฉันห่างไกลคำว่าลำบากหรืออดมื้อกินมื้อเลย ส่วนต้าเซียนฉันไม่รู้หรอกว่าเขาเป็นไง แต่เท่าที่อยู่ด้วยกันมา เขาก็น่าจะห่างไกลความลำบากเช่นกัน แต่พวกเราทั้งสองเลือกที่จะอยู่แบบใช้เมื่อควรใช้
เฮ้ยยยย...อีกแล้ว เงินค่าใช้จ่ายของนักศึกษาแพทย์ปีหนึ่งของเธอ เธอยังไม่ถามต้าเซียนเลยว่าเขาเอาเงินก้อนไหนไปจัดการให้เธอ ไม่มีโอกาสได้ถามเขาเลย แม้แต่ใบเสร็จเธอยังไม่เห็นด้วยซ้ำ มรดกของพ่อ หนึ่งปีมานี้เธอยังไม่ได้ใช้เลยสักนิด ทุกเดือนต้าเซียนจะนำเงินเข้าบัญชีให้เธอสำหรับการจับจ่าย เธอเคยบอกเขาแล้วว่าไม่ต้อง
“เป็นหน้าที่ของฉัน” คำตอบของเขา
เฮ้ยยยย....นาเดียร์ได้แต่ถอนหายใจ ไม่ใช่ครั้งแรกที่ต้าเซียนเป็นแบบนี้ แต่เธอไม่ต้องทำอะไร แค่นิ่งๆ ไม่เคยง้อ ไม่ใช่ไม่อยากง้อ แต่ไม่เคยทำมาก่อน การปรับตัวไม่ได้ง่ายเลย แต่ความเงียบไม่ใช่เรื่องใหญ่สำหรับเธอ การอยู่เพียงลำพังสองชีวิต เธอเป็นมาตั้งแต่เกิดแล้ว แค่เปลี่ยนจากพ่อเป็นพี่ชายก็เท่านั้น
เมื่อการเก็บล้างเสร็จแล้ว ดวงตาเหลือบมองนาฬิกา หนึ่งทุ่ม เอาผ้าไปซักดีกว่า แต่เธอยังไม่ได้ไปเอาเสื้อผ้าในห้องต้าเซียน เพราะปกติวันนี้เขาจะกลับค่ำๆ
ก็อกก็อก เสียงเคาะประตูทำให้ต้าเซียนที่นั่งอ่านหนังสือ ลุกขึ้นเดินไปเปิดประตู ด้วยใบหน้าเรียบเฉย
"ฉันมาเอาเสื้อผ้าไปซัก" ต้าเซียนพยักหน้า
"เดี๋ยวไปหยิบให้" นาเดียร์พยักหน้า และยืนรอหน้าห้อง ต้าเซียนคงกำลังอ่านหนังสือ เพราะเขาสวมแว่นตาเวลานี้กับขับรถเท่านั้น
"ต้าเซียน พรุ่งนี้ ใส่สีขาวนะ" นาเดียร์พูดพร้อมรับตะกร้ามา เขาพยักหน้า เธอเคยชิน ยามที่ทั้งสองต้องออกไปไหนด้วยกัน เธอมักจะชอบให้พ่อและตัวเองสวมเสื้อผ้าที่เข้ากัน แต่หนึ่งปีมานี้เป็นต้าเซียน อืม!...ครั้งแรก ไปไหนนะ อ๋อ!นึกออกแล้ว ไปพบเจ้าหน้าที่พร้อมทนายความของพ่อ ให้เขาจัดการเรื่องการอยู่ต่อจากนี้ ว่าเธอกับต้าเซียนไม่ต้องการผู้ปกครอง พวกเธอสามารถดูแลตัวเองกันได้ ตอนนั้นอยู่ๆ ฉันก็พูดกับต้าเซียนแบบนี้เหมือนกัน “พรุ่งนี้เราสวมเสื้อผ้าสีขาวนะ” พ่อแม่ของเราพึ่งจะจากไปได้ไม่นาน ฉันไม่ชอบสวมชุดสีดำ มันทำให้ฉันหดหู่ แต่ตอนนั้นต้าเซียนไม่ได้ถามอะไรเขาแค่บอกว่า “ขอกางเกงเป็นสีดำได้มั้ย?”
“ซักเสร็จแล้วมาตามนะ เดี๋ยวจะไปช่วยตาก” ต้าเซียนบอกก่อนที่เธอจะเดินแยกไป ซึ่งเธอแค่พยักหน้าและยิ้ม การซักผ้าเธอบอกว่าจะเป็นคนทำเอง แต่เรื่องการทำความสะอาด ก็ผลัดกันทำ แล้วแต่ว่าใครจะอยู่บ้านช่วงไหน แต่ฉันขอไว้ว่าห้องนอนฉันเขาไม่ต้องทำ แต่ห้องนอนเขาฉันเข้าไปทำความสะอาดได้ เขาพยักหน้ารับข้อตกลงแต่...“ ขอเรื่องการเปลี่ยนผ้าปูที่นอนไว้แล้วกันจะช่วยเปลี่ยนให้” เขาว่าแบบนั้นในตอนนั้น จะว่าไปตลอดหนึ่งปีที่อยู่ด้วยกันมาก็ราบรื่นดี เพราะเราสองคนจะต้องระมัดระวังตัว ถ้าต้องการอยู่แบบนี้ไม่ง่ายกว่าจะได้มา เพราะฉะนั้นเราสองคนต้องเป็นเด็กดีกันมากๆเลย
นาเดียร์ชำเลืองมองต้าเซียนที่ยืนอยู่ข้างๆ ช่วยกันตากผ้าในห้องซักผ้าที่ทุกอย่างมีพร้อมในนี้ หลังจากกลับมาจากไปทำความเคารพพ่อกับแม่แล้ว เธอจะค่อยกลับมารีดเสื้อผ้าทั้งหมดตอนนั้น
จริงสิ! ถ้าฉันตัดสินใจไปอยู่หอ แล้วเรื่องเสื้อผ้าและทำความสะอาดใครจะช่วยเขา แต่ถ้าฉันกลับมาช่วงวันเสาร์อาทิตย์ก็ได้อยู่นะ แต่จะกลับมาได้ทุกอาทิตย์เหรอ ดูจากต้าเซียนที่เขาเองก็ไม่เป็นเวลาไม่เป็นวันเลย นักศึกษาแพทย์ไม่ง่ายเลยจริงๆ และอีกไม่นานเธอคงได้เข้าไปสัมผัสกับมันโดยตรงแล้ว
“เสร็จแล้ว ไปนอนได้แล้ว”
! เสียงของต้าเซียน เรียกสติ เธอหันไปมองเสื้อผ้าในตะกร้าที่ส่วนใหญ่เป็นต้าเซียนที่เป็นฝ่ายเอามาแขวนเสียมากกว่า
เฮ้ยยย! นาเดียร์ก็เบื่อตัวเอง เธอเป็นแบบนี้ไปตั้งแต่เมื่อไหร่ เหม่อลอย พอคิดอะไรอยู่ทำให้สิ่งที่ทำในปัจจุบันดูล่าช้าไปเลย
“ต้าเซียน” นาเดียร์เอ่ยเรียกต้าเซียนไว้ ขณะที่เขากำลังจะเดินกลับห้อง
“หืม?” ต้าเซียนฮัมเสียงในคอเป็นเชิงถาม เมื่อจู่ๆนาเดียร์ก็เงียบไป
“คือว่า...เรื่องหอฉันยังไม่ได้ตัดสินใจ แค่อยากลองไปดูว่าเป็นอย่างไรบ้างที่นั่น เพราะเฟย่าเขาได้ห้องที่นั่น เขาต้องการหารูมเมท เมื่อวานนี้เขาโทร.มาคุย ฉันไม่เคยคิดเรื่องนี้มาก่อน เอ่อ!...หวังว่าพี่จะเข้าใจ” นาเดียร์ตัดสินใจเล่าเรื่องจริงทั้งหมดให้ต้าเซียนฟัง
“แล้วตัดสินใจได้ยัง?” ต้าเซียนถามกลับ หลังจากที่ยืนฟังเงียบๆ
“ยังค่ะ ฉันบอกเฟย่าว่าขอคิดและปรึกษาพี่ดูก่อน”
“ปรึกษาหรือว่าให้เคารพการตัดสินใจของเธอ” นาเดียร์คิ้วขมวด ทำไมเธอถึงรู้สึกแปลกๆกับคำถามนี้นะ นาเดียร์ใช้เวลาคิดสักหน่อย
“ฉันต้องขออนุญาตพี่ก่อนไม่ใช่เหรอ?”
อื้มมมม...ต้าเซียนพยักหน้าพร้อมเสียงคำรามในคอ ดวงตาหลี่ลง นาเดียร์หลบตาเพราะเธอได้โยนเรื่องนี้ให้กับเขาเป็นคนตัดสินใจไปแล้ว
“ต้องให้คำตอบเมื่อไหร่?”
อ้า!...เอ่อ! “อาทิตย์หน้าค่ะ” นาเดียร์อ้ำอึ้ง
“งั้นไปนอน เพราะเราต้องออกกันตั้งแต่เช้า” ต้าเซียนพูดจบก็เดินกลับห้องไป
“สมเป็นต้าเซียน ไม่เคยผลีผลามกับอะไรเลย...” นาเดียร์พึมพำกับตัวเองเบาๆ เมื่อพี่ชายหายเข้าห้องของเขาไปแล้ว... ^^