ตอน 1

เสียงลมหายใจหอบกระชั้นดังฝ่าความมืดมิดจนแทบมองไม่เห็นสิ่งใดในค่ำคืนที่หนาวเหน็บ อวัยวะเบื้องต่ำกระทบผืนดินแตกระแหงในจังหวะถี่รัว

เด็กสาวอายุเพียง 18 ปี ผมเผ้ารุงรัง เหงื่อกาฬไหลท่วมตัวผสมกับหยาดน้ำตาที่เอ่อนองเต็มใบหน้าเปรอะเปื้อนมอมแมมแทบดูไม่ได้

เธอเม้มปากแน่นกลั้นเสียงสะอื้นจากความเจ็บปวดที่ได้รับบริเวณฝ่าเท้าเปลือยเปล่าที่แตกยับจากการวิ่งหนีใครบางคนอย่างไม่คิดชีวิต

แสงสว่างเป็นดวงๆ ลอยอยู่ด้านหน้าไม่ไกลจากจุดที่เธออยู่นัก จึงกลั้นใจฝืนทนต่อความเจ็บแสบปวดแปลบแล้วใช้แรงเฮือกสุดท้ายพุ่งทะยานไปข้างหน้าตามแสงไฟที่ลอดผ่านแนวพุ่มไม้นั้น

อีกนิด อีกเพียงนิด ในที่สุด..เธอพุ่งตัวพ้นแนวพุ่มไม้ขนาดใหญ่ แสงไฟบนท้องถนนสว่างวาบขึ้นตรงหน้าพร้อมกับเสียงห้ามล้อดังสนั่น

คนตัวบางที่น้ำตาไหลอาบแก้มเบิกตากว้างด้วยความตกใจ ขาเรียวไร้ซึ่งเรี่ยวแรงจะขยับไปไหนอีกแล้ว จึงยกมือทั้งสองข้างขึ้นมาบังแสงไฟ ก่อนความสว่างวาบนั้นจะถูกแทนที่ด้วยความมืดมิดราวกับเมื่อไม่กี่นาทีก่อนหน้านี้ไม่มีผิดพร้อมๆ กับสติสัมปชัญญะสุดท้ายของสาวน้อยผู้แสนโชคร้ายนี้จะวูบดับลงไป

“เห้ยยยยย”

ชายหนุ่มหล่อเหลาเรือนร่างใหญ่โตที่อยู่เบื้องหลังพวงมาลัยรถยนต์คันหรูราคาแพงที่การันตีสมรรถนะในการขับขี่ร้องลั่น เมื่ออยู่ๆ ก็มีผู้หญิงตัวบางๆ วิ่งทะเล่อทะล่าออกมายืนขวางหน้ารถของเขาในระยะไม่ไกลนัก

เขาเหยียบเบรกและประคองพวงมาลัยเพื่อหักหลบไปอีกเลนหนึ่งของถนนขนาดเล็กนอกเมือง โชคดีเหลือเกินที่เวลานี้ไม่มีการสัญจรขวักไขว่เหมือนช่วงหัวค่ำจึงไม่มีรถสวนมาให้เกิดอุบัติเหตุซ้ำ

รถยนต์สัญชาติยุโรปสมรรถนะดีเยี่ยมหยุดตัวเองลงได้หลังจากต้องไถลเปลี่ยนเลนไปไกล ผู้ชายที่นั่งอยู่หลังพวงมาลัยถอนหายใจเฮือกใหญ่ แล้วรีบมองกระจกหลังเพื่อดูว่าผู้หญิงที่เห็นเมื่อครู่ยังมีตัวตนอยู่ไหม ก็เห็นว่าผู้หญิงคนนั้นนอนแน่นิ่งอยู่บนพื้นถนน จึงรีบขับรถกลับมาอยู่ในเลนปกติของตัวเองแล้วขยับเข้าจอดชิดริมขอบทาง ก่อนจะรีบวิ่งไปดูคนที่นอนอยู่กับพื้นถนนนั้นอย่างรวดเร็ว

“คุณ คุณครับ คุณ”

เขากวาดสายตามองหาร่องรอยบาดแผลแล้วคลำหาชีพจรก็พบว่าเธอยังมีสัญญาณชีพปกติ และไม่มีร่องรอยการถูกเฉี่ยวชน คาดว่าน่าจะตกใจจนเป็นลมเสียมากกว่า

ดวงตาคมกริบกวาดมองโดยรอบบริเวณอีกครั้ง ก็ไม่อาจทำใจเย็นโทรเรียกรถโรงพยาบาลมารับผู้หญิงคนนี้ได้ เพราะบริเวณนี้คือถนนเลี่ยงเมืองที่ค่อนข้างเปลี่ยว ไม่มีบ้านผู้คน จึงไม่ใช่เรื่องปกติเลยที่จะมีผู้หญิงไม่ใส่รองเท้าวิ่งทะเล่อทะล่าออกมาจากชายป่าข้างทางจนเกือบจะโดนรถชนแบบนี้

เมื่อประเมินจากสถานการณ์แล้วว่าน่าจะมีอันตรายมากกว่าปลอดภัย จึงรีบอุ้มผู้หญิงตัวบางที่ร่างกายเบาดุจปุยนุ่นเข้าไปในรถของตัวเองแล้วรีบขับออกจากบริเวณนี้ด้วยความรวดเร็วทันที

ดวงตากลมโตค่อยๆ เปิดปรือขึ้นมาทีละนิด จนเบิกกว้างแล้วลุกขึ้นนั่งด้วยความตกใจสุดขีด

“กรี๊ดดดดดดด”

นี่คือเสียงแรกที่เล็ดลอดออกมาหลังจากเหตุการณ์เฉียดตายที่ผ่านมาทั้งหมด

คนตัวบางหลับหูหลับตากรีดร้องและนั่งกอดเข่าตัวสั่นสะท้าน ประตูห้องพักถูกเปิดเข้ามาพร้อมด้วยชายหนุ่มในชุดกาวน์พุ่งตัวมากอดกระชับเธอเอาไว้

“ไม่ต้องร้อง ตอนนี้เธอปลอดภัยแล้ว”

สาวน้อยที่ดูแสนเปราะบางราวตุ๊กตากระเบื้องค่อยๆ ขยับตัวออกมาจากอ้อมกอด มองเขาด้วยดวงตาสั่นระริกดั่งนกน้อยหลงทางดูน่าสงสารจนใจแกร่งกระตุกวูบ

“ตอนนี้เธอปลอดภัยแล้ว จำเบอร์โทรของครอบครัวได้ไหม ฉันจะโทรให้มารับเธอกลับบ้าน”

“มะ ไม่ค่ะ คุณหมออย่าบอกใครนะคะ หนูขอร้อง”

คนตัวบางละล่ำละลักปฏิเสธความหวังดีของหมอหนุ่มที่มีใบหน้าหล่อเหลาราวกับเทพบุตร โชคดีเหลือเกินที่เธอไม่มีเอกสารแสดงตัวใดๆ ติดอยู่กับตัวเลย ไม่อย่างนั้น ป่านนี้คนใจร้ายนั่น ต้องมาลากเธอกลับไปขายชายแดนอีกรอบแน่ๆ

“ทำไม มีอะไร บอกฉันได้นะ ฉันเป็นคนที่เธอวิ่งมาตัดหน้ารถเมื่อคืนนี้และเป็นคนพาเธอมารักษาเอง เธอไว้ใจฉันได้ ฉันจะไม่ทำร้ายเธอ หรืออยากให้ฉันแจ้งความเรียกตำรวจมาร่วมรับฟังปัญหาของเธอด้วยก็ได้”

“มะ ไม่ต้องค่ะคุณหมอ หนะ หนู หนูไม่ต้องการกลับไปอยู่ที่บ้านอีก ขอร้อง อย่าบอกคนที่บ้านหนูเลยนะคะว่าหนูอยู่ที่นี่”

“เกิดอะไรขึ้นกับเธอ”

คนตัวบางห่อไหล่ลู่ลงจนน่าสงสาร เธอมองเขาด้วยแววตาลังเล ไม่แน่ใจว่าจะไว้ใจชายแปลกหน้าคนนี้ได้หรือเปล่า แม้ว่าเขาจะคือคนที่ช่วยชีวิตของเธอก็ตามที

“บอกฉันได้ แล้วเธอจะปลอดภัย ฉันสัญญา”

เธอยกมือขึ้นปาดน้ำตาลวกๆ แล้วพรั่งพรูเรื่องราวที่เกิดขึ้นทั้งหมดให้กับผู้มีพระคุณที่ช่วยชีวิตของเธอฟัง

“หนูหนีออกมา น้าจิน แม่เลี้ยงของหนู ขายหนูให้กับเจ้าของบ่อนที่น้าจินติดหนี้ มันกำลังจะเอาหนูไปขายที่ชายแดน แต่หนูหนีออกมาจากรถตอนที่พวกมันลงไปฉี่ข้างทาง”

“ถึงว่า เธอวิ่งออกมาที่ถนนทั้งๆ ที่ไม่มีรองเท้า รู้ไหมเท้าเธอแตกยับเลย แล้วพ่อของเธอล่ะ เขาอาจจะไปแจ้งความแล้วก็ได้นะ”

“พ่อหนูเสียไปหลายเดือนแล้วค่ะ พอพ่อเสีย แม่เลี้ยงก็ติดการพนัน”

“แจ้งความไหม ฉันจัดการให้”

“ไม่ค่ะ คุณหมอไม่รู้หรอก ว่าเจ้าของบ่อนนั่นมีอิทธิพลขนาดไหน ถึงแม้เขาจะไม่เคยเห็นหน้าหนู แต่ถ้าเขารู้ว่าหนูแจ้งความ เขาต้องตามมาฆ่าหนูแน่ๆ หนูต้องการให้คนพวกนั้นคิดว่าหนูตายหรือหายสาบสูญไปแล้ว หนูจะมาเริ่มต้นชีวิตใหม่ที่นี่ ไม่กลับไปเจอหน้าคนพวกนั้นอีก”

“แล้วเธอจะทำอะไร มีญาติพี่น้องคนอื่นอีกหรอ”

“มะ ไม่มีค่ะ หนูไม่มีใครแล้ว”

คนตัวบางก้มหน้าลง ความสะเทือนใจกลั่นออกมาเป็นหยาดน้ำตาใสๆ ไหลอาบใบหน้านวลที่ต่างจากเด็กมอมแมมเมื่อคืนราวฟ้ากับดิน

หมอหนุ่มรูปหล่อถอนหายใจออกมาเบาๆ ด้วยความสงสารคนตัวบางที่มีชะตาแสนอาภัพ มือใหญ่ทั้งสองข้างจับใบหน้าเรียวๆ นั้นให้เงยหน้าขึ้นมามองเขา แล้วใช้นิ้วหัวแม่มือเกลี่ยหยาดน้ำตานั้นจนแห้งสนิท

ดวงตาคมกริบกวาดมองใบหน้าเรียวเล็ก ดวงตากลมโตหวานฉ่ำ คิ้วถูกกันแต่งเป็นทรงสวย จมูกโด่ง ริมฝีปากอวบอิ่มสีแดงเรื่อ ผิวพรรณขาวผ่องราวน้ำนม เรือนร่างบอบบางแต่อวบอิ่มไปด้วยวัยสาวที่เขาได้เห็นมาแล้วเพียงชั่ววินาที เมื่อคืนตอนที่เหล่านางพยาบาลตรวจร่างกายของเธออย่างรีบเร่งก่อนที่หมอผู้หญิงที่ถูกตามตัวอย่างเร่งด่วนจะมาถึง จึงหมดหน้าที่ของหมอผู้ชายอย่างเขา

เขายืนรอหมอผู้หญิงตรวจร่างกายของเธออย่างละเอียดทุกซอกทุกมุมอยู่ด้านหลังผ้าม่าน ใจแกร่งเต้นระทึกระหว่างรอลุ้นผลการตรวจร่างกายบอบบางขาวโพลนนั้น

แล้วก็ต้องลอบถอนหายใจอย่างโล่งอกเมื่อหมอที่ทำการรักษาเดินออกมารายงานผลว่าเธอตกใจจนช็อกและเป็นลมหมดสติไป แถมร่างกายยังอ่อนเพลีย มีแผลแตกที่เท้า ส่วนร่างกายส่วนอื่นๆ ไม่ได้รับการกระทบกระเทือนอะไรและที่สำคัญไม่มีร่องรอยการถูกล่วงละเมิด

“ไม่มีใคร ก็อยู่กับฉัน ฉันจะดูแลเธอเอง”

“คุณหมอ..”

“ฉันชื่อน่านฟ้า เรียกหมอน่านก็ได้ แล้วเธอล่ะชื่ออะไร อายุเท่าไหร่”

น่านฟ้า อธิพัฒน์โภคิน หมอหนุ่มวัย 30 ปี เจ้าของโรงพยาบาลเอกชนชื่อดังแห่งนี้ส่งยิ้มอบอุ่นให้ลูกนกปีกหักตรงหน้า

คนตัวบางมองสบตากับชายหนุ่มรูปหล่อที่กำลังส่งยิ้มอ่อนให้กับเธอด้วยหัวใจเต้นระรัว ใบหน้าขาวสะอาด ดวงตาคมกริบสีดำขลับ คิ้วเข้มดกดำ จมูกโด่งจัด ริมฝีปากหยักได้รูปสีแดงสดราวกับผลเชอร์รี่ คางเหลี่ยมกำลังดีรับกับสันกรามโค้งมน ผมรองทรงไถข้างสั้นแสกกลางปล่อยปลายผมลงมาปรกหน้าผาก ภายใต้เสื้อกาวน์สีขาวสะอาด เขามีรูปร่างสูงใหญ่ผิวพรรณขาวจัดเนียนละเอียดราวผิวเด็กยิ่งทำให้เขาดูหล่อเหลากร้าวใจ

“หนูชื่อมะลิ อายุ 18 ปีค่ะ”

มะลิ ชื่อช่างเหมาะสมกับตัว ผิวพรรณที่ขาวผ่องหอมกรุ่นด้วยวัยสาวของเธอ แถมท่าทางบอบบางราวกับกลีบของดอกมะลินั่นช่างเหมาะสมกับเจ้าของชื่อจริงๆ

“ว่าไง ตกลงจะไปอยู่กับฉันไหม มะลิ ฉันจะส่งเธอเรียนเอง”

“แล้วครอบครัวหมอน่านไม่ว่าเอาหรอคะ หนู..”

“คิดมาก ไม่มีใครว่าอะไรหรอก พ่อกับแม่ฉันใจดี”

สาวน้อยครุ่นคิดอีกครั้ง เพราะไม่อยากที่จะเป็นภาระของใคร แต่จะให้เด็กอายุ 18 อย่างเธอที่ไม่มีญาติที่ไหนอีกแล้วมีชีวิตรอดในสังคมต่อไป มันเป็นไปไม่ได้เลย

“ก็ได้ค่ะ หนูจะไปอยู่บ้านหมอ ขอบคุณมากนะคะ ถ้ามีอะไรที่หนูตอบแทนหมอได้ขอให้หมอรีบบอกมาเลยค่ะ หนูยอมทำทุกอย่าง”

“ทุกอย่างเลยหรอ”

คนหล่อเลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่ง ดวงตาที่มองสบกับสาวน้อยสว่างวาบขึ้นชั่ววินาที ก่อนจะมอดดับลงเป็นปกติดังเดิมโดยที่เธอไม่ทันได้เห็น

“ค่ะ ทุกอย่าง เพราะหมอช่วยชีวิตหนูเอาไว้ ไม่อย่างนั้นหนูอาจจะถูกพวกมันฆ่าตาย หรือไม่ก็ถูกส่งไปขายกลายเป็นโสเภณีที่ชายแดน หนูติดหนี้บุญคุณหมอ ต่อให้ยากเย็นแค่ไหน ถ้าหมอต้องการ หนูก็จะทำให้ค่ะ”

“หึหึ เอาไว้ก่อนแล้วกัน ตอนนี้ฉันยังคิดไม่ออกว่าต้องการอะไร ไว้ถ้านึกได้ จะบอกเธอแล้วกันนะ”

“ค่ะ ขอบคุณหมอมากค่ะ”

สาวน้อยตัวบางยิ้มหวาน ก่อนจะพนมมือก้มลงไหว้ผู้มีพระคุณอย่างนอบน้อมสวยงามตามที่คนเป็นพ่อได้สั่งสอนมา มันน่าเอ็นดูจนหมอหนุ่มต้องส่งมือไปลูบศีรษะทุยนั้นเบาๆ

“อุ๊ย ขอโทษค่ะ ไม่คิดว่าหมอจะอยู่ในห้อง”

นางพยาบาลสาวสวยเดินเข้าห้องมาพร้อมเสื้อผ้าคนไข้ชุดใหม่และรถเข็นใส่อาหาร

“อืม พอดีผมมาดูคนไข้น่ะ ยังไงฝากด้วยแล้วกันนะครับ ผมมีไปดูคนไข้ห้องอื่นอีก ฉันไปก่อนนะมะลิ เดี๋ยวค่ำๆ จะแวะมาดูอีกรอบ”

“ขอบคุณมากค่ะ หมอน่าน”

ตอน 2

ช่วงค่ำหลังจากที่นางพยาบาลมาวัดไข้รอบสุดท้าย มะลิก็แอบเข้าไปอาบน้ำเพราะรู้สึกเหนียวเนื้อเหนียวตัว แม้ว่านางพยาบาลจะเช็ดตัวให้แล้วก็ยังไม่รู้สึกดีขึ้น

เธอใช้เวลาในห้องน้ำนานกว่าปกติเพราะร่างกายที่ยังอ่อนเพลียทำให้เธอไม่กล้าที่จะขยับตัวหรือทำอะไรอย่างรวดเร็วเกินไปนัก

น่านฟ้าเปิดประตูห้องพักแบบวีไอพีเข้ามาแล้วก็ต้องแปลกใจเมื่อบนเตียงไม่มีคนไข้นอนอยู่ เสียงน้ำจากฝักบัวในห้องน้ำดังเล็ดลอดออกมาแว่วๆ ทำให้รู้ว่าเด็กดื้อแอบเข้าไปอาบน้ำเสียแล้ว จึงได้แต่ส่ายหน้าระอา ทั้งๆ ที่เขาสั่งนางพยาบาลหลายรอบแล้วว่ายังไม่ให้เธออาบน้ำเพราะแผลที่เท้าของเธอจะเปียกจนติดเชื้อได้

เขารีบออกไปหยิบอุปกรณ์ทำแผลชุดใหญ่กับกระเป๋าเป้ใบโตแล้วเข้ามานั่งรอเด็กดื้อที่โซฟาข้างเตียงผู้ป่วย ไม่นานประตูห้องน้ำก็เปิดออกพร้อมด้วยคนตัวบางในชุดคนไข้ชุดใหม่ที่ค่อยๆ เดินโขยกเขยกออกมาเพราะเริ่มรู้สึกตึงๆ ที่บาดแผล

“อูยยย เจ็บแผลเหมือนกันนะ”

“ก็ใช่น่ะสิ แผลยังไม่แห้ง ทำไมถึงเข้าไปอาบน้ำ ฉันสั่งแล้วไม่ใช่หรอว่ายังไม่ให้อาบ”

“อุ๊ย หมอ”

มะลิตกใจสะดุ้งโหยงที่แอบลักลอบทำความผิดแล้วโดนจับได้ จึงรีบกลั้นใจเดินไปที่เตียง แต่สังขารไม่อำนวยเท่าไหร่ เดือดร้อนหมอหนุ่มต้องลุกมาประคองเด็กดื้อไปนั่ง ทั้งๆ ที่เขาอยากจะจับมาตีก้นมากกว่าแท้ๆ

“เอ่อ หนูขอโทษค่ะที่ขัดคำสั่ง หนูเหนียวตัว”

“แล้วพยาบาลไม่ได้เช็ดตัวให้หรือไง”

“เช็ดแล้วค่ะ แต่มันไม่เหมือนอาบน้ำ หนูก็เลย..”

“หัดดื้อกับฉันตั้งแต่วันแรกที่ตกลงจะไปอยู่ด้วยกันเลยหรือ”

“มะ ไม่ใช่อย่างนั้นนะคะ หนูไม่ได้ตั้งใจจะดื้อกับหมอ หนูขอโทษค่ะ”

เสียงที่สลดลงอย่างน่าสงสารทำเอาคนตัวโตที่อยากจะกำราบเด็กดื้อให้กลัวเกรง เพื่อที่ต่อไปจะได้ดูแลควบคุมกันง่ายหน่อย ต้องถอนหายใจยาวอย่างยอมจำนน

“ครั้งนี้จะยกโทษให้ก่อน นอนลงไปสิ เดี๋ยวฉันทำแผลที่เท้าให้ใหม่ แล้วต้องเป่าผมด้วยนะ ในลิ้นชักมีไดร์ เดี๋ยวจะป่วย”

“ค่ะหมอ”

หมอหนุ่มปรับเตียงให้ส่วนเท้าของคนตัวบางสูงขึ้น แล้วเริ่มทำแผลที่เปียกชื้นอย่างเบามือที่สุด

“เสร็จแล้ว อย่าให้แผลเปียกน้ำอีก นี่อุตส่าห์ใจดียอมให้ลุกเดินไปเข้าห้องน้ำเองนะ ถ้าดื้อจะให้นอนนิ่งๆ ใส่สายฉี่แทน เอาไหม”

“มะ ไม่ค่ะ หนูกลัวแล้ว ไม่กล้าดื้อแล้วค่ะ”

“อืม ดี ลุกขึ้นมานั่งสิ ฉันจะเป่าผมให้”

เธอลุกขึ้นมานั่งแต่โดยดีไม่กล้ามีข้อโต้แย้งอะไรอีก หมอหนุ่มเห็นดังนั้นก็อมยิ้มมุมปาก เดินไปหยิบไดร์เป่าผมในลิ้นชักมาเป่าผมให้เธอด้วยท่าทีอ่อนโยนจนคนตัวบางเอาแต่ก้มหน้าซ่อนแก้มแดงปลั่งเอาไว้ให้พ้นจากสายตาของเขา

“เสร็จแล้ว ทีนี้ก็นอนได้”

บริการเป่าและหวีผมจากหมอหนุ่มเจ้าของโรงพยาบาลเสร็จสิ้นลง คนตัวบางที่ก้มหน้างุดเอ่ยขอบคุณงุบงิบเสียงเบา เธอไถลตัวลงนอนก่อนจะดึงผ้าห่มขึ้นมาคลุมร่างกายแล้วพลิกตัวนอนตะแคงหันหลังหนีผู้มีพระคุณเอาเสียดื้อๆ

“ฮะ เมื่อกี้เธอว่าอะไรนะ ฉันไม่ได้ยิน”

ที่นอนด้านหลังของคนตัวบางยุบยวบลงเพราะคนตัวโตถือวิสาสะขึ้นมานั่ง แล้วยื่นหน้าไปใกล้ใบหน้าแดงก่ำที่ถูกผ้าห่มผืนหนาปิดบังไว้จนเหลือแต่ลูกตากลมๆ ทั้งสองข้าง

“ขะ ขอบคุณค่ะ”

“อ๋อ ขอบคุณหรอกหรือ อืม เธอติดหนี้บุญคุณฉันอีกเรื่องแล้วนะ จะชดใช้หมดหรอ”

“เอ่อ หมดค่ะ หนูจะชดใช้ให้นะคะ”

“เรื่องนี้ฉันขอแค่เธอหายไวๆ เป็นเด็กดีเชื่อฟังฉันก็พอ ทำได้ไหม”

“ทำได้ค่ะ”

“ดีมาก”

หมอหนุ่มลุกขึ้นเปิดกระเป๋าเป้ใบโตของตัวเองแล้วหยิบเอาเสื้อผ้าสำหรับใส่นอนแบบสบายออกมาแล้วเดินหายเข้าห้องน้ำไป ไม่นานก็ออกมาจัดการหอบหิ้วผ้าห่มและหมอนในตู้เก็บของเอามาวางบนโซฟาข้างเตียงนั้น

“หมอน่าน ทำอะไรคะ”

“อ้าว ทำไมยังไม่หลับอีก”

“หนูนอนหลับมาทั้งวันแล้วค่ะ ตอนนี้ไม่ง่วงเลย”

“เอายานอนหลับไหม เดี๋ยวฉันฉีดให้”

“มะ ไม่ค่ะ หนูกลัวเข็ม”

“หึหึ เจ็บแค่นิดเดียวเท่านั้นแหละน่า ทำใจเสาะไปได้ รอแป๊บนึงนะ เดี๋ยวไปเอายามาฉีดให้”

“มะ ไม่เอาไม่ได้หรอคะ นี่แค่สองทุ่มเอง นอนดูละครไปเรื่อยๆ เดี๋ยวหนูก็หลับเอง นะคะหมอ”

“ต่อรองเก่งนักนะ ตามใจ แต่ถ้าละครจบแล้วยังไม่ง่วงอีก เธอโดนฉันจับฉีดยาแน่”

“ค่ะ”

เสียงนุ่มนวลตอบออกมาอย่างแผ่วเบา ชอบทำตัวน่าสงสาร ช่างเรียกร้องความเห็นใจเก่งจริงๆ แม่คุณ

“จริงสิ มะลิ”

“คะ”

“แล้วเอกสารส่วนตัวของเธอล่ะ บัตรประชาชน ไม่มีอะไรติดตัวมาเลยใช่ไหม”

“ไม่ค่ะ ทุกอย่างอยู่ที่บ้าน”

“เธอจบ ม.6 หรือยัง”

“จบแล้วค่ะ เพิ่งสอบเสร็จไปแค่ไม่กี่วันเอง แต่ยังไม่ทันได้รับหลักฐานเลย หนูก็โดนหลอกมาขายเสียก่อน”

“เรื่องบัตรประชาชนเดี๋ยวแจ้งหายแล้วทำใหม่ ส่วนใบเกรดและหลักฐานจบการศึกษา เธอรีบโทรไปหาครูประจำชั้น ให้รบกวนส่งมาที่บ้านของฉันนะ เธอจำเบอร์โทรของใครได้บ้างหรือเปล่า ถ้าไม่อย่างนั้นฉันจะพาเธอไปหาครูของเธอเอง”

“หนูจำเบอร์เพื่อนสนิทได้ค่ะ เดี๋ยวหนูให้เพื่อนช่วยจัดการให้”

“ดี ฉันจะส่งเธอเรียนมหาวิทยาลัย จะรัฐบาลหรือเอกชนก็ได้ อยากเรียนคณะอะไร คิดเอาไว้บ้างหรือยัง”

“หนูอยากเรียนบริหารฯ ค่ะ”

“ดีเหมือนกัน เตรียมหาที่เรียนได้เลย”

“ขอบคุณมากค่ะ”

“อืมมม”

เสียงทุ้มที่เบาแสนเบาทำเอาเธอหันกลับไปมองยังต้นเสียง ก็เห็นว่าหมอหนุ่มที่นอนคุยกับเธอเป็นตุเป็นตะ ตอนนี้หลับตาพริ้ม เข้าสู่ห้วงนิทราอันแสนสุขไปแล้ว จึงขยับตัวนอนตะแคงหันหน้ามานอนมองใบหน้าหล่อเหลาราวเทพบุตรของเขาอยู่พักใหญ่ ก่อนความเพลียจะทำให้เธอหลับสนิทตามเขาไปติดๆ

เมื่อเธอตื่นมาตอนเช้า ก็ไม่พบกับหมอหนุ่มที่นอนเป็นเพื่อนเธอมาทั้งคืนแล้ว ทิ้งไว้เพียงกระดาษโน้ตแผ่นน้อยที่มีเนื้อหาสั้นๆ บนนั้น

“ฉันกลับบ้าน ไปจัดการธุระนิดหน่อย เดี๋ยวบ่ายๆ จะเข้ามาหา อย่าดื้อ เชื่อฟังที่พยาบาลสั่ง เข้าใจนะ”

คนตัวบางย่นจมูกใส่กระดาษแผ่นน้อยที่มีลายมือหวัดๆ บ่งบอกอาชีพของคนเขียน อะไรกัน แค่เธอขัดคำสั่งของเขาแอบอาบน้ำแค่ครั้งเดียว เขาก็มองเธอเป็นเด็กดื้อไปเสียแล้ว

น่านฟ้า กลับมาถึงบ้านได้ก็ตรงดิ่งมาที่ห้องนั่งเล่น ที่ตอนนี้พ่อกับแม่ของเขากำลังนั่งดูข่าวยามเช้า โดยมี เหนือเมฆ น้องชายฝาแฝดนอนหนุนตักแม่ของเขาเพื่อออดอ้อนอีกตามเคย

“ผมมีเรื่องขอปรึกษาพ่อกับแม่หน่อยครับ”

“ว่าไงลูก มีอะไรหรอจ๊ะ”

ณิชา อธิพัฒน์โภคิน คุณแม่แสนสวยยอดดวงใจของพ่อ รวมถึงเขาและน้องชาย เอ่ยถามอย่างใจเย็น

“คือเมื่อคืนตอนตี 2 ผมเกือบขับรถชนเด็กผู้หญิงคนหนึ่งครับ”

“ตายจริง แล้วเด็กคนนั้นเป็นยังไงบ้างลูก”

นอกจากแม่ของเขาจะร้องลั่นด้วยความตกใจ เหนือเมฆน้องชายฝาแฝดก็ลุกขึ้นมานั่งทันทีด้วยความตกใจไม่แพ้กัน มีเพียงพ่อของเขาที่ยังมีท่าทีนิ่งๆ แต่ดวงตาเต็มไปด้วยความเป็นห่วง

“เด็กคนนั้นไม่เป็นอะไรครับแม่ เธอถูกแม่เลี้ยงที่ติดหนี้พนันเอาไปขายที่บ่อน แล้วกำลังจะโดนทางบ่อนส่งไปขายชายแดน เธอวิ่งหนีออกมาที่ถนน ผมหักหลบได้ทัน แต่ไม่ยอมให้ติดต่อแม่เลี้ยง เพราะพ่อเธอตายไปหลายเดือนแล้วครับ ไม่มีญาติที่ไหนเหลือแล้ว ผมเลยตั้งใจจะรับอุปการะเธอ ตอนนี้เธออายุ 18 เพิ่งเรียนจบ ม.6 พ่อกับแม่ว่าไงครับ”

ทุกคนในห้องนิ่งเงียบไปชั่วอึดใจเพราะกำลังคิดตามเรื่องที่เขาเล่า เพียงครู่ ปราณนต์ พ่อของเขาก็เอ่ยทำลายความเงียบของทุกคนขึ้นมาก่อน

“เราเชื่อเด็กคนนั้นได้หรือเปล่าน่าน ลูกมีข้อมูลอื่นๆ ของเด็กคนนั้นหรือเปล่า ให้พ่อส่งให้ลูกน้องเช็กประวัติดูก่อนดีไหม สมัยนี้ไว้ใจใครไม่ได้ง่ายๆ แล้วนะ”

“ได้ครับพ่อ ผมให้เธอกรอกข้อมูลส่วนตัวใส่ฐานข้อมูลของโรงพยาบาลไว้แล้ว เดี๋ยวผมส่งให้นะครับ”

เขากดส่งข้อมูลทั้งหมดให้กับคนเป็นพ่อ ซึ่งก็โทรสั่งงานลูกน้องคนสนิทในทันทีเหมือนกัน

“พี่ปราณต์ คิดมากไปหรือเปล่าคะ เด็กอายุแค่ 18 เอง เหลือตัวคนเดียว ไม่มีพ่อไม่มีแม่ ไม่มีญาติ น่าสงสารจะตายไป”

ณิชา ที่ครั้งหนึ่งเคยสูญเสียทุกคนในครอบครัวไปอย่างไม่มีวันกลับ จึงเข้าใจความรู้สึกของเด็กสาวผู้น่าสงสารคนนั้นดี เลยอดที่จะรู้สึกสะเทือนใจและสงสารเด็กสาวคนนั้นไม่ได้

“พี่ก็สงสารครับณิชา แต่พี่ขอเช็กให้ชัวร์ก่อนนะครับ มันเพื่อความปลอดภัยของลูกๆ เรานะที่รัก”

ชายวัยกลางคนที่ยังคงหล่อเหลาไม่มีที่ติแม้แต่ไขมันส่วนเกินยังไม่มีให้เห็น ออดอ้อนภรรยาสุดที่รักเสียงหวาน แม้ว่าปีนี้ เธอจะมีอายุเข้าสู่เลข 5 แล้วก็ตาม แต่เธอก็ยังสวย หุ่นดี และดูสาวตลอดกาลสำหรับเขา

“ค่ะ แต่ถ้าเด็กคนนั้นเป็นแบบที่น่านบอกจริงๆ ณิชาจะให้น่านรับอุปการะเอาไว้นะคะ ณิชาไม่มีลูกสาว มีเด็กผู้หญิงมาอยู่ด้วยก็น่าจะดี”

“ครับที่รัก พี่ตามใจณิชาอยู่แล้ว ณิชาก็รู้”

“หืม หวานกันจังเลยนะครับ ผมแปลกใจจริงๆ ว่าทำไมพ่อกับแม่ถึงมีผมกับไอ้น่านแค่สองคน ทำไมไม่มีลูกสักโหลให้สมกับความหวาน”

“น้อยหน่อยเจ้าเหนือ แค่พ่อเห็นแม่แก คลอดแกสองคนออกมาต่อหน้าต่อตา พ่อก็ทำใจให้แม่แกเจ็บอีกรอบไม่ได้แล้ว พวกแกไม่เคยมีเมีย ไม่เข้าใจหรอก ว่าตอนเมียแกปวดท้องคลอดลูก มันบีบหัวใจเราขนาดไหน”

นั่นจึงเป็นเหตุผลให้คุณพ่อลูกแฝดในตอนนั้น เข้าโรงพยาบาลเพื่อทำหมันในทันที เพราะถึงแม้จะอยากมีลูกสาวแค่ไหน แต่คิดไปคิดมาก็ทำใจอดทนเห็นภรรยาสุดที่รักเจ็บปวดทรมานไม่ได้อยู่ดี

“หึหึ ครับ ถึงผมจะเป็นหมอ เห็นความเจ็บปวดของคนไข้มามาก แต่ถ้าเป็นเมียของตัวเองจริงๆ ก็คงสงสารมากเหมือนกัน”

ตอน 3

ด้วยเส้นสายที่มีมากมาย เวลาผ่านไปเพียงแค่ชั่วโมงเดียวเท่านั้น ลูกน้องคนสนิทก็โทรมารายงานผลการตรวจสอบประวัติของเด็กสาวผู้โชคร้ายคนนั้นแล้ว

“อืม มะลิไม่ได้โกหก เรื่องที่เล่าให้เจ้าน่านฟังทั้งหมดคือเรื่องจริง เธอเป็นเด็กดี เรียนเก่ง พ่อเธอเป็น ผอ.โรงเรียนที่เธอเรียนนั่นแหละ แม่เธอเสียตั้งแต่เธออยู่อนุบาล อยู่กับพ่อแค่สองคนมาตลอด จนไม่กี่ปีมานี่ พ่อเธอดันแต่งงานใหม่ ผู้หญิงคนนั้นมีลูกสาวที่แก่กว่ามะลิติดมาคนหนึ่ง พอพ่อเธอเสีย แม่เลี้ยงก็ผลาญสมบัติไม่มีเหลือ ติดการพนัน สุดท้ายก็ขายมะลิให้กับเจ้าของบ่อน”

“ตายจริง เด็กอายุแค่นั้นเอง ต้องเจอเรื่องเลวร้ายขนาดนี้เลยหรือคะ”

ณิชายกมือขึ้นทาบอก สะเทือนใจที่ชะตาชีวิตของสาวน้อยมะลิไม่ต่างจากเธอเท่าไหร่นัก ชีวิตต้องเกือบพังเพราะคนในครอบครัวติดการพนัน แต่เธอยังโชคดีที่เจ้าหนี้ของพี่ชายเธอคือปราณนต์ มาเฟียเซินเจิ้นผู้เป็นสามีของเธอ ที่เน้นแต่การทำธุรกิจ ไม่เน้นฆ่าฟันอย่างโหดร้ายเหมือนมาเฟียคนอื่นๆ และเขาก็ตกหลุมรักเธอจริงๆ ทำให้เธอกับเขาได้สร้างครอบครัวอันอบอุ่นมาจนถึงทุกวันนี้

“เอาล่ะ อย่างน้อยมะลิก็โชคดีที่เจอน่าน ตอนนี้ชีวิตเธอก็เหมือนกับตายแล้วเกิดใหม่ พามาอยู่ด้วยกันที่บ้านนี่แหละน่าน พ่อกับแม่จะดูแลมะลิให้ ไม่ต้องห่วง”

“ขอบคุณมากครับพ่อ”

“สวยไหมวะน่าน”

“มึงนี่ เลิกคิดถึงเรื่องใต้สะดือซักนาทีจะตายไหมไอ้เหนือ”

หมอหนุ่มหันขวับไปทางคู่แฝดของตัวเอง มองชายหล่อเหลาที่ใบหน้าเหมือนตนเองอย่างกับแกะอย่างกับจะกินเลือดกินเนื้อ

“เหอะ ทำอย่างกับมึงคิดเรื่องไกลสะดือนัก แค่ถามเองว่าสวยไหม แค่นี้ก็ต้องหวงด้วยหรอวะ”

เหนือเมฆ เลิกคิ้วข้างหนึ่งขึ้นอย่างจงใจกวนประสาทพี่ชายที่ออกมาลืมตาดูโลกก่อนเขาแค่เพียง 5 นาทีเท่านั้น

“ไม่ได้หวงโว้ย เด็กนั่นอายุแค่ 18 มึงอย่าเที่ยวไปวุ่นวายให้เด็กมันใจแตกเด็ดขาด ไม่งั้นกูต่อยมึงแน่”

“พอๆ สองหนุ่ม แม่ปวดหัวกับเราสองคนจริงๆ เลย ไม่ต้องมีใครมายุ่งกับมะลิทั้งนั้นแหละ ถ้าใครมายุ่งกับน้องนะ แม่จับแต่งงานกับน้องจริงๆ ด้วย”

“โหย แม่ครับ แม่ก็รู้ว่าผมล้อเล่น เด็กขนาดนั้นจะเอามาทำลูกสาวหรือครับ ไม่ใช่สเปคเลย”

เหนือเมฆจอมเจ้าชู้ร้องโอดครวญ ต่อให้สาวน้อยนี่จะสวยหยาดฟ้าขนาดไหน แต่ของใกล้ตัวแบบนี้คือของต้องห้าม คนที่ไม่เคยอดอยากเรื่องผู้หญิงอย่างเขาไม่ยุ่งด้วยแน่นอน

ระวังไว้ก็แต่ไอ้ผู้ยื่นมือไปรับอุปการะนั่นแหละ ไปว่าพิรัชย์ เพื่อนรักของเขาทั้งคู่เอาไว้มาก จะเข้าตัวเองเสียหรือเปล่าก็ไม่รู้ แหม ทำตัวเป็นคนดีมีคุณธรรมไม่ยุ่งกับไก่วัด ไม่ว่าจะเป็นไก่วัดที่โรงพยาบาลหรือที่ผับ แต่ถ้ามีเด็กสาว สวยๆ เอ๊าะๆ อยู่ใกล้มือแค่นี้จะอดใจไหวหรือ

“ระวังไอ้หมอน่านเอาไว้ให้ดีเถอะครับแม่ ไปด่าไอ้พีทเอาไว้มาก จะแอบกินเด็กในอุปการะแบบไอ้พีทหรือเปล่าก็ไม่รู้นะครับ”

“ไอ้เหนือ หุบปากไปเลย บอกแล้วไงวะ ว่าคนอย่างหมอน่าน ถึงแม้จะชอบเอา แต่ไม่ไร้ศีลธรรมเหมือนไอ้พีทหรอกเว้ย เด็กในปกครองก็ไม่เว้น”

“เออๆ แล้วกูจะคอยดู”

“หึ ไม่ต้องมายุ่ง เอาเวลาไปวุ่นวายกับสาวๆ ของมึงเถอะ สับรางแทบไม่ทันเลยนี่เดี๋ยวนี้”

“ธรรมดา คนหล่อ ของตัวเองเถอะก็เยอะไม่ต่างกันนี่ ทั้งขาจรขาประจำ”

“คนโสดโว้ย พูดมาก เดี๋ยวไม่ไปช่วยดูผับให้เลย”

“โอ๊ยๆๆ ขอโทษครับพี่หมอน่าน ผมผิดไปแล้ว อย่าใจร้ายกับน้องชายสุดที่รักแบบนี้เลยนะครับพี่ชาย แค่เทียวไปเทียวมาที่กาสิโนกับที่ผับ ผมก็ใกล้ตายแล้วครับ”

คนที่ได้รับมอบหมายให้บริหารกาสิโนและผับร้องโอดครวญทันทีที่พี่ชายขู่ว่าจะไม่เข้ามาช่วยดูแลความเรียบร้อยของผับชื่อดังให้ เพราะหลังจากที่รับตำแหน่งแทนพ่อ เขาก็ขยายสาขาออกไปอีก ลืมประเมินความสามารถของร่างกายตัวเอง จนตอนนี้แทบไม่มีเวลาไปวอแวกับผู้หญิงที่ไหนเพื่อหาความสุขใส่ตัวเองแล้ว ดีที่พี่ชายยื่นมือเข้ามาช่วย ทำให้ภาระของเขาเบาบางลง ได้มีเวลาไปหาความสุขกับดารานางแบบและลูกหลานไฮโซทั้งหลายตามที่เขาชอบ

“ถ้าไม่ไหว แม่ว่าขายทิ้งให้หมดดีไหม เหลือแค่โรงพยาบาลบ้านเราก็ไม่รู้จะเอาเงินไปทำอะไรหมดแล้วนะลูก”

นั่นไง สบโอกาสของคุณนายณิชา ที่พยายามเกลี้ยกล่อมตั้งแต่คนเป็นพ่อ จนถึงคนเป็นลูก และถ้าวันหนึ่งมีหลานๆ สืบทอด นางก็ต้องเกลี้ยกล่อมให้ขายกาสิโนและผับทิ้งแน่นอน

“ผมยังไหวครับแม่ ไม่ต้องเป็นห่วงนะครับ ยังไงก็ต้องรักษาสิ่งที่พ่อสร้างมาด้วยความยากลำบากเอาไว้ให้อยู่ชั่วลูกชั่วหลานอยู่แล้ว”

“ธุรกิจบาป แม่ไม่สนับสนุน”

คนสวยเชิดหน้าขึ้น นี่เป็นเรื่องเดียวที่คนเป็นสามีไม่ยอมตามใจภรรยาคนสวยที่รักปานดวงใจ

“อย่างอนเลยที่รัก พี่ยกให้ลูกไปหมดแล้ว ที่เหลือปล่อยให้ลูกๆ เราตัดสินใจกันดีกว่านะ น่านกับเหนือ ถ้าลูกเหนื่อยหรือไม่มีความสุข ลูกจะขายกิจการไหน แม้แต่กาสิโน พ่อก็ไม่ว่านะลูก พ่อแก่แล้ว เลิกยึดติด แค่ที่ผ่านมาเกือบ 40 ปี พ่อก็มีความสุขและภาคภูมิใจกับมันเต็มที่แล้ว”

“ครับพ่อ ถ้าผมไม่ไหว หรือมันสร้างความเดือดร้อนให้คนในครอบครัวเราอีก ผมค่อยคิดดูอีกรอบครับ”

“ดี ถ้าวันไหนธุรกิจนี้ หรือผู้คนที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจเหล่านี้สร้างความเดือดร้อนให้บ้านแล้วเรา คราวนี้แม่ไม่ยอมจริงๆ แล้วนะ ถ้าไม่มีคนสนใจความรู้สึกของแม่อีก แม่จะหอบเสื้อผ้าไปอยู่กับคุณย่า จะไม่กลับมาอยู่ที่นี่อีก”

“ได้ไงครับที่รัก อย่าเพิ่งงอนสิครับ ยังไม่ได้มีเรื่องอะไรเกิดขึ้นซะหน่อย เจ้าเหนือก็มีบอดี้การ์ดดูแลอีกเป็นโขยง ลูกน้องมือซ้ายมือขวาก็เป็นลูกๆ ของคนที่ไว้ใจได้ทั้งนั้น ผ่านมาเท่าอายุลูกของเราแล้วนะที่รัก ยังไม่เห็นมีเรื่องราวอะไรเกิดขึ้นเลย อย่าคิดมากสิครับ นะ เชื่อพี่นะ”

ปราณนต์โอบไหล่บอบบางของภรรยาสุดที่รักให้เข้ามาสู่อ้อมอก ก่อนจะจูบหน้าผากโหนกนูนนั่นอย่างรักใคร่เต็มหัวใจ

“หืม พ่อกับแม่จีบกันโชว์พวกผมอีกแล้วนะครับ เห็นใจคนโสดบ้างสิ”

น่านฟ้าเอ่ยแซวพ่อกับแม่นับครั้งไม่ถ้วน ตั้งแต่จำความได้ ก็มักจะเห็นพ่อผู้น่าเกรงขามของลูกน้อง แสดงความรักและความอ่อนโยนต่อผู้หญิงที่รักสุดหัวใจเพียงคนเดียวเท่านั้น ซึ่งเอาจริงๆ ทั้งเขาและน้องชายก็อยากที่จะมีผู้หญิงที่เป็นสุดยอดดวงใจคนเดียวเท่านั้นแบบพ่อ เพียงแต่ว่าตอนนี้ ผู้หญิงที่จะทำให้เขาหยุดอยู่ได้ที่เธอคนเดียว มันยังไม่เกิด เลยต้องใช้ชีวิตหนุ่มโสดให้สุดเหวี่ยง แค่นั้นเอง

“ไม่ต้องมาแซวพ่อกับแม่เลย เราก็คบใครจริงจังสักคนสิ เลือกคนที่เข้ากับเราได้ อยู่ด้วยแล้วมีความสุข พ่อกับแม่ไม่เกี่ยงว่าผู้หญิงคนนั้นจะเป็นใคร มาจากไหน”

“มันติดแค่ว่ายังไม่มีสิครับ”

“อย่ามาทำพูดดีกว่าไอ้หมอ ลินดานั่นไง มึงสองคน ไปถึงไหนๆ กันมาตั้งนานแล้ว แต่เสือกให้สถานะกันแค่เพื่อน กูล่ะเชื่อมึงสองคนจริงๆ”

“มึงพูดอะไร เรื่องที่เกิดขึ้นมันก็แค่ความผิดพลาด ลินดาไม่ได้อยากคบกับกูในสถานะนั้น จะให้กูทำไง ไปบีบคอให้มาคบด้วยหรือไง”

“แหม ผิดพลาด ผิดพลาดของพวกมึงสองคนนี่หลายครั้ง หลายปีเชียวนะ”

ใช่ เรื่องคืนนั้น ครั้งแรกที่เกิดขึ้นระหว่างเขา กับลินดา เพื่อนผู้หญิงที่สนิทที่สุดของพวกเขา มันแค่เรื่องผิดพลาด เธอและเขาเมา และเธอเองก็เพิ่งอกหักจากคนรักคนแรกของเธอ คนที่แอบรักมานานกับคนที่กำลังจิตใจอ่อนแอใกล้ชิดกันจนเลยเถิดเกิดมีค่ำคืนร้อนแรงที่ตราตรึงใจของเขาตลอดมา

และมันไม่ได้เกิดขึ้นแค่เพียงครั้งเดียว หลังจากคืนนั้น มันก็เกิดขึ้นซ้ำๆ ยาวนานมาหลายปี โดยที่ลินดาปฏิเสธการรับผิดชอบจากเขาทุกทาง ไม่แม้แต่จะคบกันในสถานะอื่น ที่ไม่ใช่เพื่อนรัก

น่าแปลกที่เธอกับเขาอยู่ร่วมกันในฐานะเพื่อนไม่จริงนี้มาได้หลายต่อหลายปี แรกๆ เขาที่แอบรักเธอมาตลอดก็เจ็บปวดในหัวใจไม่น้อย อยากจะเดินออกมาจากจุดๆ นี้ใจจะขาด แต่ทุกครั้ง ลินดาจะเป็นฝ่ายยื้อเขาเอาไว้ และเขาก็ไม่สามารถทำใจแข็งกับผู้หญิงคนนี้ได้เลยสักครั้ง เพราะตลอดเวลาหลายปีที่ผ่านมา จนถึงปัจจุบันนี้ พื้นที่ในหัวใจของเขา ก็มีแค่ลินดาคนเดียวเท่านั้นที่ได้เข้าไปอยู่

เธอบอกว่าเขากับเธอมีอิสระต่อกัน อยากที่จะมีใครหรือคบกับใคร ก็ห้ามหึงหวงหรือตามรังควาน ซึ่งเขาที่อยากจะออกจากจุดๆ นี้ เคยทำถึงขั้นพาผู้หญิงมาหยามน้ำหน้าเธอถึงพื้นที่ส่วนตัวที่เธอกับเขาเคยอยู่ด้วยกัน แต่เธอกลับไม่โกรธ เธอมองเขากับผู้หญิงคนนั้นด้วยสายตาว่างเปล่า แล้วเดินออกจากห้องนั้นไป

เขาจึงตัดสินใจ ใช้ชีวิตในแบบที่เขาต้องการ อยากจะนอนกับใคร ที่ไหน เมื่อไหร่ เขาก็ทำตามใจตัวเองเสมอ ในขณะที่ลินดาเอง ก็ไม่ได้คบกับใครด้วยสถานะแฟนอีก

เธอให้เหตุผลว่า เธอยังไม่พร้อมจะรักใคร และก็ยังไม่ยอมปล่อยเขาไป ด้วยคำพูดที่เป็นเสมือนเชือกตรวนร้อยรัดขาของเขาเอาไว้ ว่า ถ้าวันหนึ่งเธอต้องการจะรักใคร หรือแต่งงานสร้างครอบครัวกับใคร คนๆ นั้น จะคือเขา คนเดียวเท่านั้น

แค่คำพูดนี้คำพูดเดียว มันทำให้เขาติดอยู่ในหลุมสวาทที่เธอขุดดักเอาไว้มาเป็นสิบปี ยังไม่เคยหาทางปีนขึ้นมาได้เลย

แต่เขาก็ไม่ได้เจ็บปวดหัวใจอะไรนักหรอกนะ เขามีความสุขเต็มที่ตามประสาหนุ่มโสด ใช้ชีวิตสุดเหวี่ยงอย่างหนักหน่วงทุกท่วงท่า เพียงแค่ในใจลึกๆ ยังมีความหวังว่าวันหนึ่ง เธอคนนั้น จะหันกลับมามองเขา ตามคำพูดแสนหวานหูนั้นของเธอเสียที

“เออ เสือกเหลือเกิน กูยังโสดโว้ย ไม่ได้สนใจอะไรขนาดนั้น เป็นแบบนี้ก็ดีอยู่แล้วป่ะ อยากจะนอนกับใครก็ได้ สบายใจ”

“หึหึ ถ้าวันหนึ่ง ลินดาประกาศแต่งงานกับผู้ชายคนอื่นขึ้นมา อย่ามานั่งร้องไห้ให้กูปลอบล่ะ”

“ไม่มีทาง”

ไม่มีทางของเขา ไม่ได้หมายถึงว่า เขาจะไม่มีทางนั่งร้องไห้ด้วยความเสียใจหรอกนะ แต่ไม่มีทางของเขาคือ ไม่มีทางที่ลินดาจะไปแต่งงานกับผู้ชายคนอื่น ในเมื่อเธอสัญญากับเขาเอาไว้แล้ว ว่าวันหนึ่งถ้าเธอพร้อม เธอจะกลับมาหาเขาเอง ตราบใดที่เธอยังวนเวียนอยู่ในชีวิตของเขาแบบนี้ ไม่ว่ากี่ปีที่เธอบอกให้เขาต้องรอ เธอไม่มีทางผิดสัญญากับเขาแน่

อ่านต่อเลย
ร่วมสนับสนุนนักเขียนเพื่อเป็นกำลังใจในการสร้างสรรค์ผลงานสุดสนุกต่อไป Moboreader
ปลดล็อกทุกตอน
ตอน
ปรับแต่ง
บทถัดไป
Minishorts Logo
อ่านนิยายออนไลน์ นิยายเว็บ และเรื่องราวโรแมนติกสุดฮิตบน MiniShorts พบกับนิยายโรแมนติกท่านประธาน นิยายแฟนตาซีมนุษย์หมาป่า ดราม่า และแฟนตาซี พร้อมคอนเทนต์ซีรีส์สั้นคัดสรรพิเศษที่สร้างจากเทรนด์เรื่องราวยอดนิยม
MiniShorts YouTube
©2026 MiniShorts All Rights Reserved. CHASINGTOP HK LIMITED