ไม่กี่วันต่อมา...
@ Treatise University
‘เอาล่ะ ถึงคิว Myztery Girl ที่เกิดในลัคนาราศีสิงห์แล้วจ้า ชีวิตช่วงนี้มีเกณฑ์จะวุ่นวายน่าดู ได้พบเจอเหตุการณ์ที่โชคชะตาเล่นตลกอะไรก็ไม่รู้ เรื่องอุบัติเหตุเล็กน้อยยังคงมีอยู่ ดวงความรัก...คนโสดมีโอกาสได้เจอเนื้อคู่ แต่กว่าจะถึงตอนนั้นต้องระวังบุคคลกวนใจประเภทนี้ไว้ให้ดี!
...จับตาดูผู้ชายหล่อ Handsome กล้ามเป็นมัด ร่างสูง ผิวขาวจัด ท่าทางอวดดี แถมยังกวนบาทา ปากพล่อย เป็นลักษณะของคนที่ไม่ถูกโฉลกกับเราอย่างแรงเลยล่ะค่ะช่วงนี้
ปล. ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อ ไม่เชื่อก็ไม่เข้ามาฟังหรอกแม่หมอขอการันตี! เพราะเราคือเจ้าแห่งคำทำนาย! เพราะเรารวบรวมศาสตร์ต่างๆมากมายไว้ที่... Myztery Horo!!!’
“ไงอ๊อง ทำไร”
จังหวะที่ฉันกำลังนั่งฟัง Myztery Horo ศาสตร์ดูดวงตามราศีสิงห์ของตัวเองที่ม้านั่งข้างตึกคณะ IST เฮียบีทก็โผล่มาด้วยบุคลิกที่น่าระมัดระวังแบบตรงเป๊ะเข้าไปอีก
“Shut up ค่ะ Bro! หนูไม่คุยกับผู้ชายหล่อ ร่างสูง ผิวขาวนะคะ เค้าว่าจะหาเรื่องกวนใจมาให้ เราไม่ถูกโฉลกกันอย่างแรงเลยช่วงนี้ เพราะงั้น…ด้วยรักและเคารพ เฮียจะไปไหนก็ไป”
“เจริญล่ะน้องกู อยู่เมกาไม่หนักขนาดนี้ -_-”
ฟุ้บ!
เฮียบีทบ่นๆแล้วทิ้งตัวนั่งลงมาเลย ไม่ได้สนใจฉันที่ยกมือห้ามเพราะไม่อยากเสวนาด้วยสักนิดอ่ะ เฮ้อ...ลำบากคนดวงดีต้องย้ายก้นหนีไปนั่งไกลๆอีก กลัวรังสีโชคร้ายจะแพร่กระจายมาเกาะแขนเสื้อน่ะสิ
“เอ้าเฮีย ใครให้นั่ง -_-? แล้วก็ไม่ต้องมาคุย ตอนนี้หนูไม่ว่าง เดี๋ยวจะเช็คดวงตามกรุ๊ปเลือด ปีนักษัตรกับเดือนเกิด วิเคราะห์เส้นลายมือ แล้วก็ทำนายเบอร์มือถือที่ใช้อีก”
“ยัง -.- ถ้าจะขนาดนั้นหาแฟนเป็นหมอดูไปเลยดีกว่ามั้ง สินสอดไม่ต้อง ให้มันหักลบกับค่าดูดวงตลอดชีวิตมาเลยละกัน”
โอ้โหวววว...โอ้โหครั้งที่ล้านนนน
“นี่ไงๆ คนปากพล่อย! อย่ามาขัดอานุภาพแห่งความรักจากเนื้อคู่หนูสิคะ ก็บอกไปแล้วตอนทำนายวันเกิดว่าหนูจะไปเป็นคุณนายตำรวจไงเล่า! ทำไมเฮียต้องประชดประชัน แบบนี้พระเจ้าก็สับสนพอดีกัน =_=^”
“เรื่องนั้นช่างเหอะ แล้วนี่จะไปเมื่อไหร่? ได้ยินแว่วๆว่า Freshy IST เค้ามีไปแคมป์กัน”
เออแฮะ...ลืมไปซะสนิทเลยเนี่ย พอเฮียบีทพูดมาฉันก็เพิ่งนึกได้ เพราะมหาลัยที่ฉันเรียนอย่าง Treatise เราไม่มีการรับน้องกัน แต่ ม. เราจะมี Community ภายในสำหรับนักศึกษาเรียกว่า ‘Know more’ เอาไว้พูดคุย แชร์ประสบการณ์ ตั้งกระทู้ถามตอบแจ๋วๆสำหรับคนที่มีมุมมองคล้ายกัน
ที่สำคัญ...ในนั้นมันมีแคมเปญเจ๋งๆ มีกิจกรรมพิเศษที่แต่ละคณะจัดขึ้นมาแบบแทบจะไม่ซ้ำกัน และอย่างที่เฮียบีทบอก คณะ IST ของฉันก็มี ‘IST Campimg’ ที่จะจัดขึ้นเสาร์นี้นี่แหละ ซึ่งเท่าที่ฟังมาทางคณะก็จะพา Freshy ไปทำประโยชน์ให้สังคม แม้ว่าเราจะเพิ่งเปิดเทอมไปได้ไม่เท่าไหร่ด้วยซ้ำ แต่...
“ที่ถามนี่จะไปเป็นเพื่อนหรอ เอาสิ ลิซยังไม่ค่อยรู้จักใคร เย้ ดีใจจัง ^_^”
ฉันละสายตาจากมือถือแล้วหันไปยิ้มร่าให้เฮียบีทที่ถึงจะเป็นตัวโชคร้าย แต่ก็ยังพึ่งพาได้อยู่เหมือนกัน เพราะเฮียก็น่าจะรู้อยู่แล้วว่าฉันมาเรียนคณะนี้แบบตัวคนเดียว ส่วนโรสก็ไปอยู่วิศวะโลจิสฯนู่น
แต่เอาจริงจะว่าตัวคนเดียวก็ไม่ถูกนักหรอก บอกตามตรงฉันตามรุ่นพี่ที่เทิดทูนให้เป็นไอดอลด้าน IT กลับมาเรียนที่นี่เชียวนะ รุ่นพี่ที่ว่าก็ไม่ใช่ใครที่ไหนอ่ะ ‘เฮียพาย’ หรือ ‘พายุ Nightshade’ หนึ่งในสมาชิกแก๊งค์เทพเจ้าประจำมหาลัยที่โด่งดังขึ้นหลายเท่าเลยมั้งตั้งแต่บินกลับมาเมื่อปีก่อนอ่ะ
“ไม่ไป มีนัดยาวถึงวีคหน้า”
ง่ะ...แล้วระหว่างที่ฉันมานั่งนึกย้อนเจตนารมณ์อันแน่วแน่ที่ตามพวกเฮียๆกลับมา เฮียบีทก็ดันมาดับฝันกันซะงั้นเลย ทั้งที่เกือบจะเท่เพราะได้ดูแลน้องที่ยังไม่มีเพื่อนสักคนเนี่ยนะ =[]=!
“นัดยาวคือนัดสาว หนูรู้หรอกค่ะ”
ฉันพูดออกไปอย่างรู้ทันแล้วเฮียบีทก็ขำ ถ้าเป็นเมื่อก่อนที่เมกา บอกเลยนิสัยพวกเฮียๆคือโคตรจะเจ้าชู้ ควงผู้หญิงไม่ซ้ำหน้า แล้วก็ชอบชวนกันไป... เอ่อ ในทีวีบางทีเค้าก็เรียก ‘สะมะดุ๋ยลุ่ยกุ้ย’ กันอะ แบบว่า...หมายถึง...ไปจุ๊กจิ๊กมุกมิกกันจนดึกดื่น แถมยังทำหน้าระรื่นไม่เกรงใจฉันที่นั่งมองพฤติกรรมชวนจั๊กกะจี๋พวกนั้นในปาร์ตี้ทุกครั้ง
โอ๊ะ! แล้วมันมีวลีสำคัญอย่าง… เอ๋? ว่าไงนะคำนั้น... อ๋อ ‘ได้กัน’ ใช่!!
เอาจริงนะ ทุกวันนี้ยังไม่รู้เลยว่า ‘ได้กัน’ มันคืออะไร? ถามกี่ครั้งพวกเฮียก็เอาแต่ขำ ว่าฉันอ่อนต่อโลกอยู่ได้ -.- ส่วนโรสก็ดุตลอดเวลาเลยนะตอนฉันถามออกไป
แล้วสรุปได้กันมันใช่สะมะดุ๋ยลุ่ยกุ้ยที่ในละครชอบพูดมั้ย โอ๊ย ไม่คิดละ เฮียๆเคยบอกว่า ถ้าถึงเวลาจะได้เดี๋ยวก็ได้เองอ่ะ ไอ้...ได้กันอะไรเนี่ย ลักษณะจะเป็นพฤติกรรมประหลาดสินะ ชิชิ =_=^
“IST Camping คงสู้ Ztudio ไม่ได้สินะคะเนี่ย -3-”
ฉันพูดออกแบบเซ็งๆพอคิดว่าต้องไปแคมป์คนเดียวแบบไม่มีใคร ส่วน Ztudio ที่ว่าก็เป็นผับชื่อดังของรุ่นพี่เตโช เพื่อนในแก๊งค์เทพเจ้า Nightshade ของเฮียพาย
แต่เท่าที่เคยไปครั้งนึงตอนกลับมาไทยวันแรก บอกเลยที่นั่นนี่เปิดโลกฉันมากเลยนะ ก้าวขาเข้าไปนี่คิดว่าหลุดไปอีกโลกนึงอ่ะ แสงสีเสียงอลังการยิ่งกว่างานวัดกับงานประจำปีที่มีปาโป่ง 7 วัน 7 คืนรวมกันซะอีก =[]=^
แล้วไม่ต้องเดาเลยที่พวกเฮียไปบ่อย เพราะคงจะไป... ‘ได้กัน’ กับผู้หญิงที่แต่งตัวโป๊แบบเห็นแล้วต้องเอามือปิดตาพวกนั้นอ่ะ แล้วสิ่งที่การันตีว่าฉันคิดถูกก็คือเฮียบีทที่พอได้ฟังก็ส่งยิ้มและยักคิ้วแบบมีแผนร้ายออกมานั่นน่ะ
“^_^”
“ดีเลย เป็นรุ่นพี่เตโชนี่คงรวยตาย ไม่ต้องหารายได้จากที่ไหนไกล ได้จากพวกเฮียนี่แหละ โอ๊ะ! รุ่นพี่เตโชไง O_O!!!”
พอได้เอ่ยชื่อสมาชิก Nightshade ผู้เงียบขรึมและเป็นหนึ่งในขวัญใจของสาวๆใน ม. อย่างรุ่นพี่เตโชออกไป ก็มีบางอย่างแว๊บเข้าหัวฉันมาอย่างน่าอัศจรรย์ใจ
งื้ออออ...บังเอิญเกินไปแล้ว บังเอิญเกินไป >_<!
“?” เห็นแบบนั้นเฮียบีทก็มองมาด้วยท่าทางสงสัย
“ง่ะ -*- อย่าบอกว่าเฮียลืมอีกละ ก็แม่หมอบอกว่าหนูจะมีเนื้อคู่เป็น…”
“ตำรวจ... ไม่ลืม แต่ยังไม่เลิกประสาทแดกเรื่องนี้อีกไง๊ -_-?”
โห...ประสาทแดกเลยหรอ หยาบคายมากมาย ชัดแล้วชัดอีกจ้ะโรบิ้นให้ตาย! บอกแล้วผู้ชายปากพล่อยไม่ใช่ใครที่ไหน เฮียบีทนี่แหละ! ยืนหนึ่งเรื่องความเป็นกาลกิณีในช่วงนี้ของฉันไง =_=^
“เปล่าซะหน่อย ที่จริงเค้าบอกว่าหนูจะมีเนื้อคู่เป็นผู้ชายถืออาวุธ แล้วก็....เดี๋ยวน้า เดี๋ยวนะแป๊บนึงดูนี่สิ!!”
พรึ่บ!
พูดไปฉันก็รีบกดเข้า Know more ซึ่งเป็น Community ของชาว Treatise อย่างที่บอก แล้วหาประวัติส่วนตัวของรุ่นพี่ ‘เตโช Nightshade’ ที่แว๊บเข้ามาในหัวด้วยความรู้สึกตุ๊มๆต่อมๆที่หัวใจ >////< ก่อนจะหันหน้าจอมือถือให้เฮียบีทที่รู้จักรุ่นพี่อยู่แล้วแบบพูดไปเขินไป
“หรือว่าข่าวลือจะเป็นจริงอ่ะ เห็นข้อความตัวเล็กๆตรงนี้มั้ย ที่ว่ารุ่นพี่เตโชเป็นสมาชิกแก๊งค์มาเฟีย เพราะถ้าเป็นมาเฟียก็ต้องมีอาวุธน่ะสิ ^_^ เอ๊ะ! มิน่าล่ะ หนูเกิดวันเสาร์ คราวก่อนแม่หมอบอกว่า ดาวเสาร์ส่งยิ้มให้ดาวยูเรนัสที่กำลังกิ๊กกั๊กกับดาวพุธพอดี เนี่ย! แล้วนี่ไงงงงง.... ดูสิ รุ่นพี่เตโชก็เกิดวันพุธด้วยนี่!!!”
ฉันเชื่อมโยงความเป็นไปได้ของความสัมพันธ์ที่ซับซ้อนซ่อนเงื่อนและขับเคลื่อนไปด้วยพลังแห่งกาแล็คซี่ที่ยากเกินกว่าที่พ่อหนุ่มกาลกิณีตรงหน้าจะเข้าใจ... และแน่นอน เฮียบีททำหน้าท้อแท้ออกมาจนได้
“Have สตินิดนึงเถอะอ๊อง -_-”
“ไม่รู้แหละ หนูว่ารุ่นพี่เตโชคนนี้นี่แหละ คือเทพบุตรดาวพุธที่ลงมาจุติเป็นเนื้อคู่ที่เราสองเฝ้ารอกันอยู่ และเนื่องในโอกาสนี้! หนูขอประกาศตัวเป็นแฟนคลับที่อนาคตจะกลายเป็นแฟนตัวจริงของรุ่นพี่ไปเลยนะครับ! เย้! >/////<”
“เดี๋ยวๆ แล้วจากคำทำนายง้องแง้งนั่น ไม่เกรงใจดาวยูเรนัสที่แม่หมอบอกว่ากำลังกิ๊กกั๊กกับดาวพุธอยู่เลยเร๊อะ -_-?”
เอ๋...ดาวยูเรนัสมาจากไหนอ่ะ O_o? ฉันข้ามช็อตนั้นไปหรอ ในหัวมีแต่วันเสาร์ วันพุธ ดาวเสาร์ ดาวพุธอะไรเทือกนั้น ดาวอื่นจำไม่ได้อ่ะ ?_?
“อ๋อ นึกออกละ ดาวยูเรนัสที่กำลังกิ๊กกั๊กกับดาวพุธนี่เอง ฮะ =[]=! นี่รุ่นพี่เค้ามีแฟนแล้วหรอ O_o?”
ฉันหันขวับไปส่งสายตาชิ้งๆใส่เฮียบีทอย่างคาดคั้นด้วยอินเนอร์ระดับรางวัลออสก้าถอดแบบนางเอกพันล้านมาเลยนะ
“ไม่รู้ แต่ถ้าไม่ใช่แฟนก็เยอะอยู่ แล้วคิดสิคิด ดาวเสาร์ยิ้มให้ดาวยูเรนัสเว้ย ไม่ได้ยิ้มให้ดาวพุธ เรื่องเทพบุตรนี่ตัดไปเลย ทำเป็นเซียน ฟังทุกวันคิดว่าเป็นกูรูแต่เรื่องแค่นี้ไม่รู้”
คราวนี้เฮียบีทกลอกตาบ่นออกมาซะยาว โถ๊ คนเค้าฟังหลายศาสตร์หลายคำทำนาย มันก็สับสนกันได้ แต่ช่างเถอะ
“หนูว่าเราอย่าไปยึดติดเลย เรื่องกาแล็คซี่พวกนั้นมันงมงายนะเฮีย ฟังดูน่าหดหู่ เอางี้ เพื่อความชัวร์หนูจะลองโทรถามเฮียพายดู เผื่อว่าโชคชะตาอาจจะลิขิตมาให้รุ่นพี่เตโช Nightshade เค้ารอหนู คิกๆๆ”
“ดี ลองโทรไปงมงายให้มันด่าดู”
เอ๊ะ -*- ก็บอกอยู่เมื่อกี๊ว่าไม่ได้งมงาย แต่ก็เป็นไปได้แฮะ เป็นไปได้ที่ถ้าโทรไปถามเรื่องไร้สาระ เฮียพายที่อาจจะกำลังยุ่งคงจะดุ โอ้...
“งั้นโทรหาเฮียโยก็ได้”
“โอเลย ถ้ายัยนั่นไม่ถลึงตาใส่ตอนกำลังคุยอยู่”
พูดจบเฮียบีทก็ชี้ไปที่ทางเดินแถวสนามหญ้าข้างตึก พอฉันหันไปก็เห็นโรสกำลังเดินชมนกชมไม้ตรงมาทางนี้อยู่
“งั้นเฮียบีททททท ไปสืบให้หนูหน่อยได้รึป่าวว่ารุ่นพี่เตโชเค้า....”
“…ไม่เอาเด็กเอ๋อหรอก จาก Sense of เฮียเลย เชื่อดิเฮียรู้”
ฉันยังพูดไม่ทันจบเฮียบีทก็ขัดขึ้นมาซะก่อน ...โอ่ยยย! คำก็เอ๋อ สองคำก็อ๊อง พี่แกนี่ขัดโชคขัดลาภ ขัดทุกสิ่งทุกอย่างที่กำลังเจริญรุ่งเรืองของฉันน่าดู =_=^
“พอๆตื่นๆ เอาเวลาไปเก็บของเตรียมตัวไปแคมป์นู่น”
แล้วไม่ปล่อยให้ฉันโฟกัสสถานภาพความรักของรุ่นพี่เตโชนานเลย เฮียบีทก็เอามือมายีหัวฉันจนผมเผ้ากระเซิง
“ไม่คิดอีกทีหรอ เผื่อเฮียอยากไปกับหนู”
“ไม่คิด ถึงคิดก็ไม่รู้จะไปทำไมอยู่ดี เฮียไม่ได้เรียน IST นี่”
“ก็จริง แต่เฮียพายก็ไม่ไป หนูไม่มีเพื่อนก็เหงาตายเลยดิ”
ฉันพูดแล้วหันไปมองคนรอบข้างรุ่นเดียวกัน อย่างน้อยพวกนั้นก็มีเพื่อนนั่งกันสองสามคน แต่ดูฉันดิ ต้องไลน์ไปเรียกโรสมาหาทุกที เศร้าาา T_T
“ถ้าไอ้พายไปเราอ่ะจะซวย ส่วนนึงที่ไม่มีใครยุ่งกับเราอาจเพราะมันด้วย เฮียแอบได้ยินโต๊ะนั้นเม้าท์ ฮ่ะๆ”
พูดจบเฮียบีทก็ลุกขึ้น แล้วหมุนตัวเดินหัวเราะร่าเหมือนสะใจเบาๆ อะไรกันเล่า! ฉันแค่ปรึกษาเฮียพายเรื่องเรียนบ้างตรงที่นั่งริมระเบียงในตึก แล้วเพื่อนคลาสเดียวกันก็ชอบเอาไปเม้าท์ว่าฉันอ่อยเฮียเขา -*- แต่เอ๊ะ!
“เดี๋ยวเฮียบีท! อย่าลืมเรื่อง....”
“ชู่ววว ปล่อยเฮียเค้าไปเหอะอ๊อง อย่าไปดึงลงมาให้ปวดประสาทกับเราเลย เสียดายของ ฮ่ะๆๆๆ”
คราวนี้เฮียบีทยิ่งขำใหญ่ แต่สิ่งที่ดึงความสนใจไปจากฉันไม่ใช่เฮียบีทที่เดินล้วงกระเป๋าชิลๆนั่นหรอก แต่เป็นรถ Supercar ที่แว๊บแรกเห็นจากหางตาก็รู้แล้วว่าแพงในแพงมาจอดเทียบหน้าตึก IST แบบมากี่วันสีก็ไม่เคยซ้ำกันสักที
และแน่นอน...คนที่เดินลงมาจากรถน่ะ ก็เท่อย่างกับพระเอกมาเฟียในนิยาย แถมยังหล่อออร่าราวกับเจ้าชายในภาพวาด ถึงขนาดนี้ยังต้องให้บอกอีกหรอว่าเป็นใครรรร...
รุ่นพี่เตโช Main ฉันไง! บอกเลยพึ่งเป็นเมื่อกี๊ เป็นสามนาทีก็อินมาก งู้ยยยย พ่อเทพบุตรดาวพุธ เนื้อคู่อยู่นี่ค่าาา รุ่นพี่เห็นหนูมั้ย >_<!
หลายวันต่อมา...
วันเวลาล่วงเลยผ่านไปไวมาก จนถึงวันเสาร์ที่ฉันต้องไปแคมป์แล้วล่ะ ลืมบอกไปว่า IST Camping เราจัดที่ชายหาด...อะไรน้า แถวๆภาคใต้จังหวัดภูเก็ตนี่ล่ะ แล้วจะว่าไป เช้าวันหยุดแบบนี้มันช่างสดใสจริงๆเลยน้า เพียงแต่...
“พี่คะ!! ไปภูเก็ตเท่าไหร่ หนูรีบมากเลยค่าาา =[]=!!!”
ใช่! ฉันตื่นสาย! เพราะลืมตั้งนาฬิกาปลุก แถมพอตื่นมาก็ยังสโลว์ไลฟ์นั่งดื่มด่ำกับซุปข้าวโพดอยู่ ก็ใครมันจะไปรู้มองนาฬิกาแขวนผนังมันตีห้าครึ่ง รู้ตอนโรสเปิดประตูออกมาดังตึง!
‘ขึ้นเครื่อง 8 โมงไม่ใช่ ทำไมยังอยู่นี่?’
แล้วตอนนั้นแหละที่เพิ่งรู้ว่านาฬิกาที่ห้องตายอ่ะ แหะๆ ตัดภาพไประหว่างที่ฉันกำลังเลิ่กลั่กแบบออกแนวโวยวายจะไปภูเก็ตให้ได้ พี่โชเฟอร์แท็กซี่ก็ทำหน้าเอือมๆ
โอ้...พี่เค้าต้องตำหนิในใจที่เราเป็นสาวเป็นแส้แต่ตื่นสายแน่นอน ช่างเป็นเรื่องน่าอับอาย
“ภูเก็ตพี่ไม่ไปหรอกน้อง ภูเก็ตนะไม่ใช่ระยอง -.-”
พี่โชเฟอร์ตอบมาแบบเซ็งๆ แถมยังส่งสายตาตำหนิฉันที่พอได้ฟังก็...
“เอ้า แค่ภูเก็ตทำไม.... อุ่ย ลืมไปค่ะจากนี่ไปภูเก็ตมันหลายร้อยโลเห็นจะได้ =_=^ งั้นไปสนามบินค่ะพี่ ไปสนามบินนะ ไม่ไปภูเก็ตและไม่ไประยอง อ้อ! หนูขอแบบล้อฟรี ถ้าถึงใน 10 นาทีจ่ายสองเท่าไปเล้ยยย!”
พูดจบฉันก็โดดขึ้นรถ แถมยังปิดประตูไม่ทันสนิทดี พี่แกก็ออกรถเร็วเว่อร์ล้อฟรีตามที่รีเควสแบบไร้ซึ่งความปลอดภัยเลยล่ะทีนี้
“เอ่อ...หนูยังจ่ายสองเท่าแบบเดิมก็ได้ค่ะ แต่ขอลด Speed ลงนิด”
“ไม่ได้หรอกน้อง ผลประโยชน์ของลูกค้าต้องมาก่อน เราต้อง Win-Win สองฝ่าย ถ้ากลัวก็ปิดตาไว้อย่ามอง”
บรื๊นนนนน....
แล้วพี่แกก็ยิ่งเร่งความเร็วรถปาดทุกคันที่ขวางหน้าจนฉันเอามือปิดตาจริงๆเพราะไม่กล้ามอง แป๊บเดียวรถก็จอดนิ่งสนิท ม่ายยยย...อย่าบอกนะว่าพี่แกแหกโค้ง ความจริงฉันได้ตายจากโลกนี้ไปแล้ว
“เอ้าน้อง ไม่ลงไง๊ ถึงแล้ว”
...เอ๊ะ? อะจ๊ากกก! ถึงจริงด้วยบ้าบอ!! คุณพระคุณเจ้า โชเฟอร์ตรงหน้าเราโคตรตีนผีเลย แต่นี่มันใช่เวลาชมพี่เค้ามั้ยเล่า!
“ขอบคุณนะคะพี่ นี่คะ”
ฉันคว้ากระเป๋าสตางค์หยิบเงินมายัดใส่มือพี่โชเฟอร์แล้ววิ่งผ่านประตูมาอย่างล่องลอยและตัวเบา ซึ่งแน่นอน...ฉันมาไม่ทัน
เอาจริงไม่ต้องบอกก็รู้ว่าไม่ทัน ไฟล์ทบินตอน 8 โมงตรง ฉันยังนั่งซดซุปข้าวโพดอยู่เล้ย ที่ติด Speed มาก็คิดว่าจะมีปาฏิหาริย์เท่านั้น แล้วทำไมต้องไปทำประโยชน์ให้สังคมไกลถึงภาคใต้ด้วยล่ะนั่น -.- ฉันรักคณะ IST มากนะ แต่ทำไมคณะถึงได้กลั่นแกล้งฉัน =O=
ว่าแต่ตัวมันเบาๆเกินไปรึเปล่าน่ะ เบาราวกับนุ่น เบาเหมือนขนนกที่ล่องลอยในสายลมราวกับว่า...
....กระเป๋า!!!
ว้ากกกก ฉันลืมกระเป๋าสัมภาระเอาไว้บนรถพี่แก แถมเห็นแว้บๆว่าพอได้ตังค์พี่แกก็ดริฟท์ล้อฟรีตามคอนเซ็ปต์ไปอย่างไวซะด้วย
เฮ่ออออออ! วันเสาร์ควรเป็นวันนำโชคของฉันสิ นี่มันอะไรกัน =3=^
อีกด้านหนึ่ง ย้อนกลับไปหนึ่งวันก่อนหน้านั้น
@ Dark Shadow Castle (JAPAN)
‘ท่านย่าฮะ เจ้าบ้าน้องติณณ์แย่งของเล่นพี่คินอีกแล้วฮะ’
‘หืม...ผิดแล้วจ้ะ เฮียติณณ์เค้าเป็นพี่ น้องคินเป็นน้องนะลูก’
‘ไม่! คินจะเป็นพี่ฮะ’
‘ก็ท่านแม่เพิ่งบอกว่าเป็นน้อง’
‘เงียบเดี๋ยวนี้นะยัยแม่มด พวกขี้โกง’
‘เฮียไม่ได้แย่ง’
‘ก็บอกว่าแย่ง’
‘เฮียไม่ได้แย่ง’
‘คนนี้เป็นเฮียต่างหากเล่า!’
พรึ่บ!
ปัง! ปัง! ปัง! ปัง! ปัง!
‘ท่านพ่อ! ท่านแม่!’
‘คิน! อย่าออกมานะลูก คิน! หมอบลง คุณคะ กรี๊ดดด!!’
ปัง! ปัง! ปัง! ปัง! ปัง!
ปัง! ปัง! ปัง! ปัง! ปัง!
เฮือกกกก O_O!!!
ภาพสองเหตุการณ์จากต่างสถานที่ที่ตัดสลับไปมาทำให้ร่างสูงของคิระที่นอนทอดตัวอยู่บนโซฟาถึงกับลุกพรวดขึ้นมาอย่างหวาดผวาท่ามกลางสายตาของมาโครที่หันมาจับจ้องปฏิกิริยานั้นอย่างไม่ละสายตา
“Nightmare?”
“(- -)(_ _)”
สีหน้าซีดเซียวของคิระพยักหน้าออกมาเบาๆอย่างไม่ปิดบัง ในหัวยังวนเวียนคิดเรื่องราวเหล่านั้นซ้ำๆราวกับเป็นเรื่องหลอนหนึ่งเดียวที่ไม่เคยลบออกจากความทรงจำ
คนพวกนั้น...สั่งฆ่าพ่อแม่ของเขา
...พ่อแม่ของมัน!
“ก็บอกว่าควรพักร้อนบ้าง”
มาโครพูดออกมาด้วยสีหน้านิ่งเรียบ แต่แฝงไปด้วยความหวังดี ก็แหงล่ะนะ พวกเขา...เป็นเพื่อนสนิทกัน ก่อนมาโครจะกระตุ้นคิระด้วยคำพูดบางอย่างออกมาอีกครั้ง
“คิดซะว่าไปศึกษาคู่ต่อสู้ ยังไงก็ต้องสะสางไม่ใช่? กับไอ้เวรนั่น”
พรึ่บ!
ได้ฟังแบบนั้นคิระก็ลุกขึ้นแบบไม่พูดไม่จา ก่อนจะเดินออกจากห้องมาเจอจอภาพขนาดใหญ่ในศูนย์บัญชาการ Dark Shadow แก๊งค์มาเฟียที่ถึงวาระต้องเปลี่ยนผู้นำคนปัจจุบัน
ซึ่งหากเป็นก่อนหน้านี้ รูปและข้อมูลของ ‘Next Generation’ (คำที่ใช้เรียกผู้มีสิทธิ์เข้ารับตำแหน่งผู้นำ หรือเหล่า DS Member เรียกว่า ‘ว่าที่ผู้นำ’) อาจเคยมีเขาปรากฏอยู่ในนั้น เพราะมีสิทธิ์ในตำแหน่งอย่างเท่าเทียม หรืออาจจะมากกว่าในเชิงคุณสมบัติด้วยซ้ำ
แต่ปัจจุบันมีเพียงข้อมูลของ ‘เตโช’ หรือ ‘ติณณวัชร์ ภัทรเดชา’ ปรากฏอยู่ในจอแค่คนเดียวเท่านั้น เหตุผลที่เป็นแบบนั้น และนึกถึงทีไรก็ชวนให้หัวร้อน คือไม่กี่วันก่อน Next Generation ทั้งสองคนที่มีคะแนนการทดสอบทุกด้านตามมาตรฐาน Dark Shadow คือเขากับมัน ถูกเปิดโหวตความเห็นชอบของ DS Member ว่าใครเหมาะสมที่จะดำรงตำแหน่งผู้นำวาระปัจจุบัน
เปอร์เซ็นต์คะแนนออกมาแบบสูสี คือครึ่งต่อครึ่งนับเป็น 50% เท่ากัน แต่เพราะไอ้เวรนั่น! มีท่านปู่ที่ดำรงตำแหน่ง Dark Shadow’s Leader คนปัจจุบันคอยให้ท้ายแบบไม่สนใจว่ามันจะเหมาะสมกับตำแหน่งนี้แค่ไหน ด้วยการออกตัวว่าตัวเองเป็น DS Member คนหนึ่งและโหวตให้มัน!
ความรักหลานไม่เท่ากันในมุมมองของใครต่อใคร ทำให้ผลการตัดสินออกมาว่าเตโชชนะไป สร้างความไม่พอใจให้กลุ่มคนที่ Support และเลี้ยงดูคิระมาตลอดอย่างฝั่งสภากฎมาก ถึงขั้นเห็นดีเห็นงามที่จะให้คิระชิงตำแหน่งว่าที่ผู้นำคนปัจจุบันมาให้ได้ ก่อนการสถาปนาจะเกิดขึ้นในระยะเวลาไม่กี่เดือนถัดไป
แต่ท่านปู่ก็ยังไม่วาย เร่งรัดวันสถาปนาให้ใกล้เข้ามา แสดงออกอย่างโจ่งแจ้งว่าต้องการยกตำแหน่งผู้นำที่อยู่เหนือ DS Member ทุกคนให้มัน ทั้งที่ Backgroud ของไอ้เตโช ก็แทบไม่มีตัวตนในแก๊งค์เลย มันปลีกวิเวก และไม่ได้ใช้ชีวิตใน DS Castle เหมือน Member ทุกคนด้วยซ้ำ มันใช้ชีวิตนอกกรอบ และไร้ซึ่งคุณสมบัติของ Dark Shadow ตั้งแต่พ่อแม่มันตาย! ฟังดูเหมือนจะน่าสงสาร แต่คนแบบพ่อแม่มันก็สมควรจะตายเพื่อชดใช้สิ่งที่ตัวเองทำ!
ใช่... เพราะพ่อแม่มันนั่นแหละที่ฆ่าพ่อแม่เขา!
น้องชายและน้องสะใภ้ของพ่อคิระ... คนที่มีศักดิ์เป็นอานั่นแหละที่พังครอบครัวเขาแบบไร้ซึ่งความสัมพันธ์พี่น้อง ครอบครัว และศีลธรรม!
และเหี้ยที่สุดตรงที่จงใจเหลือเด็กที่ไม่รู้อีโหน่อีเหน่อย่างเขาทิ้งไว้ตามลำพัง! แน่นอนเมื่อไม่ใช่หลานรัก คิระเลยไม่เคยได้รับการเอาใจใส่จากท่านปู่สักนิด จนบางทีก็อดคิดไม่ได้ว่าท่านปู่คงดีใจที่พ่อแม่เขาตายด้วยซ้ำ!
“จองตั๋วให้ละ”
เสียงมาโครที่เดินตามหลังคิระมาตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้ ทำให้คิระเหลือบตาไปมองนิดหน่อยก่อนจะผุดความคิดที่ค้างคากับเตโชขึ้นมาอย่างนึกสนุกในคำพูดนั้น
หึ...ไปศึกษาคู่ต่อสู้งั้นหรอ? ก็ดี...คนที่ไม่เคยทำอะไรเพื่อ Dark Shadow เลยอย่างมัน ดีแต่เสเพลไปวันๆ กับแก๊งค์เพื่อนปัญญาอ่อนพวกนั้น อยากรู้เหมือนกันว่าจะแน่แค่ไหนพอได้เจอกันนอกรอบแบบนั้น!
@ ท่าอากาศยานภูเก็ต
ฉันลงจากเครื่องและเดินโดดเดี่ยวงงๆในดงนักท่องเที่ยวแบบไม่รู้จะไปทางไหนต่อเหมือนกัน ที่รู้ตอนนี้คือโรสที่ติดตามสถานการณ์ตกเครื่องและคลาดกับเพื่อนๆในคณะของฉัน กำลังส่งเสียงบ่นผ่าน Video Call ยาวมากกกกก งื้อออ ดุเก๊าไมอ่ะ >_< แค่บินตามมาเพราะลงชื่อไว้แล้วว่าจะมา เก๊าแค่เป็นคนซื่อตรงและรับผิดชอบการกระทำก็เท่านั้น
[กลับมาเดี๋ยวนี้เลยนะลิซ ไม่ทันก็ไม่ทันดิ จะดันทุรังไปทำไมถึงนั่น]
“หึ๊ย ไม่เอาๆ ลิซจะมาทำความดีนะเนี่ย โรสอย่าดุยาวสิฟังไม่ทัน”
บอกเลยตั้งแต่รู้ตัวว่ามีพี่สาว ฉันก็มีสกิลใจดีสู้เสือ และตีมึนเก่งอย่างน่าเหลือเชื่อเลยเหมือนกัน
[เอาเวลาไปตามหากระเป๋าสัมภาระยังดีกว่ามั้ง แล้วจะไปอยู่ยังไงตัวคนเดียว ไปหาดถูกหรอ รู้หรอว่าเค้าไปที่ไหนกัน]
โอ๊ะโอววว.... นั่นสิเค้าไปที่ไหนกัน
[ทำหน้างี้แปลว่าไม่รู้]
“รู้สิโรส อุ๊ยนั่นไงรถไปหาดเยอะแยะเลย แค่นี้ก่อนนะ ลิซจะเซฟแบตไว้ พรุ่งนี้เจอกัน”
ตริ๊ด!
ฉันรัวคำพูดออกไปมั่วๆ ไม่มีหรอก รถไปหาดอะไร สภาพรอบข้างตอนนี้นอกจากนักท่องเที่ยวเดินไปเดินมา ฉันก็ไม่รู้ว่าต้องต่อรถจากที่นี่ไปลงที่ไหน
อ๋อ! รู้ละ เข้าไปดูรายละเอียดใน Know more ก็ได้
หืม...แล้วพอกดเข้า Know more เท่านั้นแหละ แทนที่สัญญาณมือถือจะลื่นปรื๊ดๆ ก็ดันหมุนติ้วๆ เป็นไปได้ไง -*- เมื่อกี๊เพิ่งวางสายจากโรสเองนะหรือเพราะฉันก้าวเดินเลยทำให้สัญญาณเหวี่ยง น่าจะใช่ งั้นถอยหลังหน่อยเผื่อสัญญาณจะกลับมาใหม่
กระดึ๊บ... กระดึ๊บ...
เอ๊ะทางนี้ไม่ได้ ทางนั้นได้มั้ยนะ อุ๊ยยังไม่มา อ๊ะหรือว่าทางนี้เป็นไง
กระดึ๊บ... กระดึ๊บ...ชึ้บ ชึ้บ ดึ๊บ ดึ๊บ
โอ๊ะไม่ได้อยู่ดี หรือต้องถอยกลับไปตั้งหลักตั้งแต่ก้าวแรกที่เหยียบเข้ามาที่นี่ใหม่ อ๊ะๆๆๆ สัญญาณมาแล้วขีดนึง อุ๊ย หายอีกละ อุ๊ยๆๆๆ มาแล้ว หืม...จะมาก็ต้องเมื่อ...เดินวนครบรอบพอดีหรอ?
โอ๊ะโอว…ปิ๊งป่องงง! ถ้าวนหนึ่งรอบได้สัญญาณหนึ่งขีด งั้นเคล็ดลับคือต้องฟูลเทิร์นอีกสามรอบน่ะสิ เย้! ในที่สุดเราก็จะเป็นผู้บุกเบิกเคล็ดลับนี้ งั้นจัดเล้ย!
แต่...คนเยอะนะลิซ เยอะมากเลยแหละ จะเอางี้จริง ?_?
....หู้ยยย แต่ช่างเหอะ ไม่ต้องไปอายหรอก แค่สายตานักท่องเที่ยวมองมาเองไม่เห็นต้องซี โอเค! หนักแน่นไว้! งั้นเริ่มเลยนะคะซิสสส...
ด้วยอำนาจแห่งจันทราาาา.... อุ๊ย ผิดๆ (อย่าไปเป็นภาระของเซเลอร์มูน เดี๋ยวโดนลิขสิทธิ์) จะหมุนซ้ายหรือหมุนขวาก่อนดี จะซ้ายหรือขวา ขวาหรือซ้าย ลังเลอ่ะทำไงดี
“ซ้ายๆๆๆ หลบทางนิดหนึ่งนะครับ ขอพื้นที่ทางซ้าย”
โหยยย โชคชะตาส่งมารึป่าวเนี่ย ในช่วงเวลาที่ลูกกำลังลังเล พระเจ้าก็ส่งพนักงานสนามบินมาเคลียร์ทางรถเข็นกระเป๋าของนักท่องเที่ยวข้างๆแบบนี้ งั้นซ้ายนี่แหละ ไว้ใจพระเจ้าแล้วเราจะได้ดี ...ไป!!
หวืดดดด พรึ่บ!
“ว๊ายยยย!”
ตายแล้วๆๆๆ เพราะพื้นมันลื่น จังหวะฟูลเทิร์นฉันเลยพลาดอ่ะ ทำให้เสียหลักเกือบหงายท้องตึง ดีที่ได้แขนแกร่งของใครก็ไม่รู้มารับไว้พอดี แต่ไม่ดีตรงที่มือถือ...
แกร๊ก! แกร๊บ!
งื้ออออ เห็นคาตา! ชอกช้ำคาตา! มือถือฉันร่วงจากมือลงพื้น แล้วผู้ชายที่มารับไว้ก็เหยียบมันจนแตกละเอียด ท่ามกลางแววตาที่อาลัยอาวรณ์แม้จะเสียวที่ร่างตัวเองลอยล่องขาไม่ติดพื้นแบบนี้
ม่ายยยยย.... มือ ถือ เก๊าาาาา ทำไมพ่อหนุ่มถึงทำกับเราแบบเน้ T[]T! หืม...แต่ใส่แว่นดำซะด้วย หรือพี่แกจะตาบอด นี่พี่แกรับร่างเราไว้ด้วย Sense of blind สินะ โอ้วม่าย...นี่เรากำลังโทษคนตาบอดที่มาปกป้องไม่ให้เราหัวฟาดพื้น หัวจิตหัวใจของเราไม่อยู่กับเนื้อกับตัวแล้วหรืออออ
“อะแฮ่ม!”
“เอ่อ ขะ...ขอโทษค่ะ”
พอได้ยินเสียงกระแอมของคนตรงหน้า ฉันก็ดีดตัว 360 องศาขึ้นมา แม้ว่าเท้าจะแตะพื้นแล้ว แต่หัวใจข้างในก็ยังกรีดร้องราวกับคนบ้า
ว้ากกก.... โท รา ศาพพท์ ของ ข้าาา... โท รา ศ้าพพพพท์!!!
ฉันเอามือปิดหน้า สักพักก็เลื่อนไปยีหัวตัวเอง และหวีดร้องในหัวอย่างทำอะไรไม่ได้สักอย่างเลยอ่ะ ถ้าไม่มีมือถือแล้วจะไปที่ไหนต่ออ่ะ ยังเข้า Know more ไปดูไม่ได้เลยว่าเค้าไปที่ไหนกันว้า =_=^ นี่ความพยายามทั้งหมดของเราสูญเปล่า ความตั้งใจของคนทำความดีหนึ่งคนต้องมาล่มสลายเพราะ...
“บ้าป่ะวะ -.-”
เอ๊ะ... ว่าไงนะ =[]=!!!