February 25, 2009
กรุงเทพมหานคร, ประเทศไทย
มันไม่ใช่เรื่องแปลกประหลาดอะไรเลย หากนักธุรกิจที่ในหัวอัดแน่นไปด้วยคำว่า ‘ความสำเร็จ’ จะยอมแลกทุกสิ่งทุกอย่างเพียงเพื่อจะปีนป่ายขึ้นไปให้ถึงเป้าหมายอันหอมหวาน
เนโลคลิส ซาเวลลาส มังกรดำลำดับที่ 2 แห่ง Black Dragon ชายหนุ่มหล่อ รวย และสุดแสนจะอหังการ นัยน์ตาสีน้ำเงินเข้มจัดร้อนแรงราวกับเปลวไฟ ในหัวทระนงมีแต่คำว่าบงการและไร้การผ่อนปรนเสมอมา แต่กระนั้นผู้ชายที่มีสายเลือดซาตานอยู่เต็มตัวเช่นเขา ก็ยังต้องยอมแลกบางอย่างเพื่อให้ได้สิ่งที่ปรารถนามาครอบครองเฉกเช่นเดียวกัน
“คุณชายรองครับ คนของเราพึ่งแจ้งกลับมาว่าเจ้าของที่ดินไม่ยอมตกลงขายที่ดินให้เราครับ”
ใบหน้าหล่อจัดปานเทพบุตรเงยขึ้นช้าๆ นัยน์ตาสีน้ำเงินเข้มกลายเป็นสีมืดดำ เสียงลมหายใจผ่อนออกมาจากลำคอสีแทนกำยำแผ่วเบา
“งั้นปรับราคาซื้อให้สูงขึ้นอีก”
ผู้ชายร่างสูงใหญ่หกฟุตสามนิ้วลุกขึ้นจากเก้าอี้ เดินอ้อมโต๊ะทำงานออกมาเผชิญหน้ากับเลขาคนสนิท
“คุณก็รู้ว่าผมต้องการที่ดินผืนนี้มาก แบล็คดาร์กอนจะต้องสร้างโรงแรมตรงนั้นเท่านั้น มันคือทำเลทองที่ผมไม่อาจจะปล่อยให้หลุดมือไปได้”
“ผมทราบครับคุณชายรอง แต่...”
“ไม่มีแต่ ถึงแม้ว่าเราจะถูกปฏิเสธมาแล้วสิบสองครั้งก็ตาม”
สีหน้าของเนโลคลิสเรียบเฉย แต่กระนั้นความหล่อเหลาคมเข้มตามแบบฉบับของหนุ่มกรีกผู้เลอโฉมก็ยังคงสะท้อนออกมามากมาย จมูกโด่งเป็นสันงาม จนน่าตกใจว่าในโลกนี้จะมีมนุษย์คนไหนอีกบ้างที่มีจมูกโด่งสวยพอเหมาะพอเจาะแบบเนโลคลิส แต่ไม่ใช่แค่นั้นหรอก เพราะดวงตารียาวใต้ขนคิ้วดกหนาก็มีมนต์เสน่ห์ไม่แพ้กัน จอกอร์ส ซานพิซิดิส ที่รับใช้ในฐานะเลขาคนสนิทที่ดูแลทั้งเรื่องงานและเรื่องส่วนตัวมานานมาก อดทึ่งในความสมบูรณ์แบบของเจ้านายหนุ่มไม่ได้ บนใบหน้าของเนโลคลิสไม่มีส่วนใดเลยที่ไม่น่าดึงดูดใจ แม้กระทั่งผู้ชายเช่นเขาก็มีบางครั้งที่หวั่นไหวเช่นกัน
“จ้องหน้าผมทำไม จอร์ส”
“เอ่อ เปล่าหรอกครับ ผมก็แค่... แปลกใจว่าทำไมคุณชายรองถึงต้องการที่ดินนั้นหนักหนา”
“เพราะมันคือทำเลทอง และเหมาะที่จะสร้างแบล็คดาร์กอน โฮเทลสาขาที่เก้าสิบแปดที่สุด”
“แต่ยังมีที่ดินตรงอื่นที่น่าสนใจอยู่อีกมากมายนะครับ ถึงแม้ทำเลจะไม่ดีเท่าที่ดินของตระกูลสวัสดิกุล แต่มันก็ไม่ได้ไกลกันสักเท่าไหร่ ผมว่าคุณชายรองน่าจะ...”
จอกอร์สยังพูดไม่ทันจบก็ถูกเนโลคลิสยกมือขึ้นห้าม ดวงตาสีน้ำเงินเข้มเต็มไปด้วยความกระหายอยากได้ความสำเร็จเป็นที่สุด
“ผมต้องการที่ดินตรงนั้นครับ และทางสวัสดิกุลจะต้องขายที่ดินให้ผมด้วย”
“ที่ดินแค่แปดไร่เศษ แต่เราเสนอไปถึงพันห้าร้อยล้านแล้วนะครับ แถมคุณอรณีก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะยอมขายง่ายๆ ด้วย” คนพูดอ่อนอกอ่อนใจจนสัมผัสได้อย่างชัดเจน
“สองพันล้านผมก็จะซื้อครับ คุณไปแจ้งทางเจ้าของได้เลย”
จอกอร์สแสดงสีหน้ากระอักกระอ่วนใจอย่างที่สุด แต่สุดท้ายก็จำต้องพูดในสิ่งที่เก็บไว้ออกมา
“คุณอรณีแจ้งความประสงค์มาว่า... ต้องการพบคุณชายรองครับ”
คิ้วเข้มหนาดกเลิกสูง มุมปากหยักสวยราวกับอิสตรียกขึ้นเล็กน้อยด้วยความแคลงใจ
“ต้องการพบผม?”
“ใช่ครับ เธอบอกว่าต้องการพบคุณชายรอง”
ไหล่กว้างผึ่งผายไหวน้อยๆ “ก็เอาสิ หากการพบหน้ากันแล้วจะทำให้ผมได้ที่ดินผืนนั้นง่ายขึ้น”
“คุณชายรอง... ตกลงหรือครับ”
“ใช่ แจ้งเจ้าของที่ดินได้เลยว่าผมจะเข้าไปพบที่บ้านในเย็นวันนี้”
“ครับ คุณชายรอง”
คนตัวโตเดินอ้อมโต๊ะทำงานไม้กลับไปนั่งบนเก้าอี้เช่นเดิม มือหนาหยิบปากกาด้ามทองหมุนไปมา
“อ้อ แล้วเตรียมกระเช้าของขวัญให้ผมด้วยล่ะ”
“รับทราบครับคุณชายรอง”
%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%
ซุปเปอร์คาร์สุดหรูแล่นเข้ามาจอดภายในคฤหาสน์โบราณที่ปลูกสร้างอยู่บนที่ดินแปดไร่เศษใจกลางเมืองกรุง เนโลคลิสก้าวลงจากรถหรู หยุดยืนมองไปรอบๆ สถานที่ตรงหน้าด้วยความแคลงใจ
เขาไม่คาดคิดมาก่อนเลยว่าคฤหาสน์โบราณของตระกูลสวัสดิกุลจะทรุดโทรมขนาดนี้
ชายหนุ่มละสายตาจากตัวคฤหาสน์เก่าแก่มาที่รถ เปิดประตูหยิบกระเช้าผลไม้ที่จอกอร์สเตรียมเอาไว้ให้ขึ้นมาถือ กำลังจะก้าวเท้าเข้าไปภายใน แต่แล้วก็ต้องเซเมื่อถูกวัตถุนุ่มนิ่มบางอย่างชนเข้าอย่างจังที่ด้านหลัง ด้วยสัญชาตญาณของนักล่า มือใหญ่ตวัดคว้าวัตถุที่พุ่งเข้าใส่แผ่นหลังของตัวเองเข้ามากอดเอาไว้แน่น ก่อนที่วัตถุนั้นจะกระเด็นกระดอนหรือลอยหายไป
“ว๊ายยย...”
เสียงหวีดร้องตกใจของผู้หญิง ไม่สิ... เด็กผู้หญิงต่างหากดังขึ้นสนั่นแก้วหู พร้อมกับมือเล็กที่ทุบลงบนต้นแขนล่ำเต็มแรง
“ปล่อยนะ ไอ้คนบุกรุก”
เนโลคลิสปล่อยมือจากเจ้าวัตถุนุ่มนิ่มที่พุ่งเข้ามาใส่ตามคำสั่งแหลมเล็ก แต่ดวงตาคมกริบยังไม่ได้ละไปจากดวงหน้าละมุนอ่อนเยาว์ของสตรีวัยแรกสาวตรงหน้า
เขาพบว่านอกจากใบหน้าที่อ่อนเยาว์ของเจ้าหล่อนแล้ว ไม่มีส่วนไหนของแม่คุณที่บ่งบอกว่ายังเป็นเพียงแค่เด็กหญิงอยู่เลย สัมผัสนุ่มนิ่มที่แนบชิดเมื่อครู่ทำให้เขาอดอมยิ้มเอ็นดูไม่ได้
“ฉันไม่ได้บุกรุกหรอกสาวน้อย”
ดวงตากลมโตขุ่นขวางหรี่แคบมองมาที่เขาอย่างพิจารณา “ไม่ได้บุกรุก แล้วเข้ามาในบ้านของฉันทำไม”
“บ้านของเธอหรือ”
“ก็ใช่น่ะสิ”
แม่เจ้าประคุณเชิดหน้าจนปลายผมยาวๆ ที่ถักเป็นเปียสวยแทบแตะถึงบั้นท้ายงอน
เนโลคลิสระบายยิ้มน้อยๆ โน้มตัวต่ำลงมาหาแม่เด็กสาวที่ความสูงห่างกันลิบลับ และพูดเสียงนุ่ม
“งั้นเธอก็คงพาฉันไปพบคุณอรณี สวัสดิกุลได้สินะ”
คนตัวเล็กทำหน้าย่นใส่ “มีอะไรกับคุณย่าของฉันล่ะ ท่านไม่พบใครมั่วซั่วหรอกนะ”
เนโลคลิสยืนตัวตรง พลางยกตระกร้าผลไม้ในมือขึ้นเล็กน้อย เพื่อให้คู่สนทนาต่างวัยได้เห็น
“ฉันไม่ได้มาร้าย เห็นไหม”
แม้จะไม่อยากเชื่อ แต่เด็กสาวก็ไม่มีทางเลือก “ก็ได้ฉันจะพาไปพบคุณย่า แต่ถ้าคุณคิดไม่ดีเมื่อไหร่ ฉันจะชกให้คว่ำเลย บอกไว้ก่อนนะว่าฉันน่ะเป็นมวย” ว่าแล้วก็ชูสองมือขึ้นแล้วกำหมัด
เนโลคลิสหัวเราะเบาๆ “ทราบแล้วครับ แม่นักมวยคนเก่ง”
เข็มหอมเชิดหน้าสูงภาคภูมิใจกับคำเยินยอ “ตามมา แต่อย่าตุกติกล่ะ ไม่งั้นชกคว่ำแน่”
“ครับ”
เนโลคลิสอมยิ้มเดินตามร่างเล็กไซส์มินิของเด็กสาวที่อายุอานามไม่น่าจะเกินสิบห้าสิบหกเดินลึกเข้าไปภายในอาณาเขตของคฤหาสน์หลังทรุดโทรม
ทางเดินทอดยาวจากลานจอดรถเข้าสู่ตัวตึกใหญ่สีขาวหมองมัวไม่ไกลมากนัก แต่กระนั้นเขาก็สามารถมองเห็นความทรุดโทรมของทุกสิ่งได้ชัดเจนมากยิ่งขึ้น
กระถางต้นไม้วางเรียงรายตามทางเดิน แต่ต้นไม้ภายในนั้นแห้งเหี่ยวราวกับขาดน้ำมาแรมเดือน ราวกับแม่เด็กสาวข้างหน้าจะรู้ได้ถึงความสงสัยของเขา หล่อนหยุดเดิน และหันหน้ามามอง
“ฉันไม่ได้ขี้เกียจรดน้ำหรอกนะ”
“หือ?” เนโลคลิสครางเบาๆ ในลำคอ
“แต่ฉันต้องช่วยคุณย่าประหยัดน้ำน่ะ ค่าใช้จ่ายในบ้านเยอะมาก เงินเก็บของคุณย่าก็เจียนจะหมดเต็มทีแล้ว”
เนโลคลิสนิ่งเงียบฟังแม่สาวน้อยที่เขาเองก็ยังไม่รู้จักแม้แต่ชื่อเล่าเรื่องต่อไป
“คุณไม่ต้องมาทำหน้าเวทนาฉันแบบนั้นเลย เพราะจริงๆ แล้วฉันน่ะเป็นคุณหนูผู้ร่ำรวยเชียวนะ เมื่อก่อนฉันอยากได้อะไรก็ได้ ใช้เงินซื้อได้ทุกอย่างที่ต้องการ งานบ้าน งานสวนไม่เคยแตะเลยด้วยซ้ำ นี่ฉันจะบอกอะไรให้ ฉันน่ะเคยมีต้นห้องถึงสามคนเชียวนะ แถมยังมีพี่เลี้ยงอีกสองคนด้วย แต่ตอนนี้ไม่มีเงินจ้างแล้วล่ะ”
“เกิดอะไรขึ้นหรือ”
“นี่คุณไม่ทราบจริงๆ เหรอ ข่าวออกจะดัง”
สีหน้าหยิ่งทระนงของเด็กสาวตรงหน้าหม่นหมองลง
“ฉันไม่รู้หรอก ฉันไม่ได้อยู่ที่เมืองไทย” เนโลคลิสส่ายหน้าน้อยๆ น้ำเสียงยังคงเรียบเฉย
เข็มหอมถอนใจเบาๆ ฝืนยิ้มกว้างๆ “นั่นสินะ คุณเป็นฝรั่งนี่ โชคดีนะว่าฉันเรียนโรงเรียนนานาชาติมาตั้งแต่เด็ก ไม่อย่างนั้นคงฟังคุณพูดไม่รู้เรื่องแน่ๆ”
แม่สาวน้อยพูดไปก็เริ่มจับจ้องมองเขาไป “คุณไม่ใช่ฝรั่งยุโรปนี่ อิตาเลี่ยน หรือกรีกคะ”
“ผมเป็นคนกรีก”
นิ้วเรียวดีดกันจนเกิดเสียงดัง
“ว่าแล้วเชียวถ้าไม่ใช่อิตาเลี่ยนก็ต้องเป็นคนกรีก หน้าเข้มๆ คมคาย ชอบไว้หนวดหร็อมแหร็มแบบนี้ มองไม่ยากหรอก”
เนโลคลิสไม่ได้โต้ตอบยืนนิ่ง
“แต่ว่าภาษาอังกฤษคุณน่ะสุดยอดเลยนะคะ ไม่มีแปร่งหรือเพี้ยนเลยค่ะ”
“ขอบใจที่ชม แต่เธอยังไม่ตอบฉันเลยนะว่าเกิดอะไรขึ้นกับที่นี่”
สีหน้าสดใสกลับไปสลดอีกครั้ง “ฉันว่าจะไม่เล่าแล้วน่ะเนี่ย”
“ถ้าไม่อยากเล่าก็ไม่ต้องเล่า ฉันไม่บังคับหรอก”
“ได้ที่ไหนกันล่ะ เผลอตัวไปแล้วก็ต้องพูดให้จบ จริงไหม” เจ้าหล่อนพูดเองเออเองจนน่าขบขัน
“พ่อฉันล้มละลายน่ะ ท่านเอาเงินไปทุ่มกับหุ้นจนหมด สุดท้ายก็ไม่เหลืออะไรเลย ยกเว้นบ้านหลังนี้”
“แล้วตอนนี้พ่อของเธอไปไหนเสียแล้วล่ะ”
“ท่านยิงตัวตายไปแล้วล่ะ”
เขาเห็นดวงตากลมโตมีหยาดน้ำใสๆ เอ่อคลอ ก่อนที่เจ้าหล่อนจะหันหน้าหนีไป และปั้นเสียงหัวเราะ
“ท่านคงคิดถึงคุณแม่มาก เลยรีบตามไปอยู่ด้วย แต่ท่านคงลืมไปว่าฉันกับคุณย่าก็คิดถึงคุณแม่เหมือนกัน”
เข็มหอมชำเลืองมองท่อนแขนกลมกลึงของตัวเองที่ถูกมืออบอุ่นแตะแผ่วเบาเชิงเตือนสติ
“คิดถึงได้ แต่ไม่ใช่การคิดสั้นและตามไปอยู่ด้วย เอาล่ะ ฉันจะไม่ถามอะไรเธอแล้ว พาฉันไปพบคุณย่าของเธอเถอะ”
คนตัวเล็กเงยหน้าขึ้นเล็กน้อย กะพริบตาเร็วๆ สามสี่ครั้ง ก็ยิ้มกว้างออกมา
“นั่นสิ ทำไมฉันต้องมาบ้าเล่าเรื่องนี้ให้คนแปลกหน้าอย่างคุณฟังด้วยก็ไม่รู้”
แล้วแม่คุณก็ทำหน้ายักษ์ใส่เขาเหมือนเดิม
“เดินตามมาค่ะ เดี๋ยวก็ถึงแล้ว”
เนโลคลิสออกเดินตามร่างอรชรของคู่สนทนาอีกครั้ง โดยไม่รู้ว่าการพบกันในครั้งนี้จะทำให้ชีวิตหนุ่มถูกจองจำไปตลอดกาล
%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%%
เสื้อไหมพรมสีม่วงตัวใหญ่ไม่อาจจะซ่อนความชราภาพของคุณอรณี สวัสดิกุลเอาไว้จากสายตาของเนโลคลิสได้ ชายหนุ่มโค้งคำนับตามมารยาทเมื่อเผชิญหน้า
“สวัสดีครับ ผมเนโลคลิส ซาเวลลาส ผู้ที่ติดต่อขอซื้อที่ดินจากคุณอรณีครับ”
“นั่งลงสิ”
น้ำเสียงแหบพร่าดังแค่เพียงในลำคอ ก่อนที่หญิงชราร่างกายผ่ายผอมจะหันไปสั่งหลานสาวที่ยืนกัดกินแอปเปิ้ลที่หยิบออกมาจากตะกร้าของฝากอย่างเอร็ดอร่อย
“หอมไปยกน้ำมาต้อนรับแขกสิ”
“ค่ะ คุณย่า”
เด็กสาวรับคำเสียงสดใส เดินออกไปพร้อมกับตะกร้าผลไม้ในมือที่แสนจะหวงแหน
อรณีมองตามหลังของหลานสาวไปจนลับตา ก่อนจะหันมาประสานสายตากับแขกหนุ่มผู้หล่อเหลา
“ก็อย่างที่คุณเห็น ที่นี่อัตคัดมาก หลานสาวของฉันเลยต้องออกมาจากโรงเรียนทั้งๆ ที่ยังไม่จบ Grade 10 ด้วยซ้ำ แต่จะให้ฉันทำยังไงได้ล่ะ ในเมื่อเสาหลักของครอบครัวชิงตายไปเสียก่อนนี่”
“ขอแสดงความเสียใจด้วยครับ”
อรณียิ้มบางๆ พลางพินิจบุรุษต่างชาติตรงหน้าอย่างละเอียดลออ “คุณมาจากที่ไหนหรือคะ”
“ผมเป็นคนกรีกครับ”
“กรีก?”
“ครับ ผมเดินทางมาที่กรุงเทพฯ ครั้งนี้ก็เพราะต้องการจะซื้อที่ดินของคุณอรณีครับ”
สีหน้าของหญิงชรายังคงเจือจางไปด้วยรอยยิ้ม “จะซื้อเอาไปทำอะไรล่ะ ขายต่อเหรอ”
“ผมจะสร้างโรงแรมตรงนี้ครับ”
“ก็เข้าท่าดีนะ ตรงนี้คือใจกลางเมืองของกรุงเทพฯ คุณนี่ตาถึงไม่เบานะ”
“ขอบคุณครับ”
เนโลคลิสถ่อมตน ขณะหันไปรับแก้วน้ำเย็นฉ่ำจากมือเรียวเล็กของเข็มหอม
“ขอบคุณครับ”
“ดื่มให้หมดนะ ไม่อย่างนั้นฉันจะคิดเงินคุณจริงๆ ด้วย” เข็มหอมทำเสียงดุ เนโลคลิสจึงอมยิ้ม และดื่มน้ำจนหมดแก้ว คนออกคำสั่งอมยิ้มหน้าบาน รับแก้วเปล่ามาถือเอาไว้
“คุณนี่ก็ขี้เหนียวไม่หยอกเลยนะ กลัวเสียเงินสิท่า”
“ออกไปเล่นข้างนอกก่อนไป หอม ย่าจะคุยธุระกับคุณเนโลคลิส”
“เนโลคลิส? ชื่อแปลกจัง ฉันชื่อเข็มหอมนะ ยินดีที่ได้รู้จักค่ะ”
เด็กสาวแนะนำตัวเองเสร็จสรรพ พร้อมกับยื่นมือออกไปข้างหน้าเพื่อทักทาย เนโลคลิสลุกขึ้นยืน และสัมผัสกับมือนุ่มของคู่สนทนาอย่างสุภาพตามแบบบุรุษที่ถูกปลูกฝังเรื่องมารยาททางสังคมมาตั้งแต่เกิด
“ยินดีที่ได้รู้จักครับ”
“ถ้าคุณไม่รีบร้อนอะไร เดี๋ยวคุณคุยกับคุณย่าเสร็จ ฉันจะพาเที่ยวรอบๆ บ้าน เอาไหม”
“หอม ย่าบอกให้ออกไปรอข้างนอกไงจ๊ะ”
“คุณย่า” เด็กสาวทำหน้าย่น เสียงอ่อย
“ย่าไม่ใจอ่อนหรอก ออกไปก่อน”
“ก็ได้ค่ะ”
เข็มหอมเดินออกไปจากห้องกว้างแล้ว อรณีจึงหันมาพูดกับแขกหนุ่มอีกครั้ง
“หลานสาวของฉันเป็นยังไงบ้างคะ”
เนโลคลิสเลิกคิ้วสูงประหลาดใจกับคำถาม
“คุณฟังไม่ผิดหรอกค่ะ เข็มหอมเป็นยังไงบ้างคะในสายตาของคุณน่ะ”
แม้จะแปลกใจกับคำถามแต่เนโลคลิสก็ตอบออกไป “น่ารักสดใสดีครับ แม้ว่าภายใต้ความสดใสจะซ่อนความเศร้าหมองเอาไว้ก็ตาม”
อรณียิ้มพึงพอใจ “แล้วถ้าคุณจะเลือกผู้หญิงสักคนในชีวิต คุณจะชอบแบบเข็มหอมหรือเปล่าคะ”
เป็นอีกครั้งที่เนโลคลิสประหลาดใจ แต่เขาก็ระบายยิ้ม และตอบออกไปเหมือนเคย
“ใครๆ ก็ชอบผู้หญิงสดใสครับ อยู่ด้วยแล้วคงจะมีแต่เสียงหัวเราะ”
“นั่นสินะ ใครๆ ก็พูดเหมือนกันแบบนี้แหละ แต่ยังไม่มีผู้ชายคนไหนที่ฉันถูกใจเท่าคุณมาก่อนเลย คุณเนโลคลิส”
“คุณอรณีหมายความว่าอะไรครับ” เขางงจริงๆ
รอยยิ้มจากริมฝีปากแห้งผากจนน่าเวทนาของคุณอรณียิ่งทำให้ชายหนุ่มประหลาดใจ
“ฉันน่ะอายุแปดสิบสี่แล้ว คงอยู่บนโลกใบนี้ได้อีกไม่กี่ปี สิ่งเดียวที่ฉันเป็นกังวล ก็คืออนาคตของเข็มหอม”
เนโลคลิสฟังแล้วก็พอจะเข้าใจ หญิงชราคงต้องการให้เขายื่นมือเข้ามาอุปการะหลานสาวสินะ
“เงินที่จะได้จากการขายที่ดินผืนนี้จะสามารถทำให้หลานสาวของคุณอรณีใช้ได้ไปตลอดชีวิตครับ”
“ฉันไม่ได้ต้องการแค่นั้นหรอก”
“ครับ?”
“สมมติว่าถ้าฉันเกิดตายไปในปีสองปีนี้ เข็มหอมพึ่งอายุสิบหกแต่มีเงินเป็นพันล้านจากมรดกที่ดินผืนนี้ คุณคิดว่าฉันจะวางใจได้ยังไงที่ต้องปล่อยหลานสาวเอาไว้กับเงินก้อนโต ผู้ชายไม่ดีก็คงจะกระโจนเข้ามาใส่อย่างแน่นอน และด้วยอายุที่ยังน้อยของเข็มหอม คุณคิดหรือว่าจะรอดพ้นปากเหยี่ยวปากกาพวกนี้ไปได้”
เนโลคลิสหยุดคิดเล็กน้อย ก่อนจะพูดออกมา “คุณอรณีคงต้องการให้ผมดูแลเรื่องเงินของเข็มหอม หลังจากซื้อที่ดินผืนนี้ไปแล้วใช่ไหมครับ ถ้าใช่ คุณอรุณีก็ไม่ต้องกังวลนะครับผมจะดูแลให้ดีที่สุด และจะช่วยคัดเลือกคนที่จะเข้ามาในชีวิตของเข็มหอมอย่างละเอียด ผมทำได้แน่นอนครับ”
“ฉันต้องการมากกว่านั้นค่ะ”
“ยังไงหรือครับ”
“ถ้าคุณอยากได้ที่ดินผืนนี้ คุณก็ต้องแลกด้วยการ...”
เนโลคลิสโน้มตัวออกไปข้างหน้าเล็กน้อย ตั้งใจฟังทุกพยางค์ที่จะหลุดรอดออกมาจากปากแห้งผากของคู่สนทนา
“รับเข็มหอมเป็นภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมาย”
“ห๊ะ?” เนโลคลิสได้ยินเสียงตัวเองครางแผ่วเบาด้วยความเหลือเชื่อ “คุณอรณีพูดอีกครั้งสิครับ ผมคิดว่าผมน่าจะหูฝาดไปเอง”
“ฉันต้องการให้คุณจดทะเบียนสมรสกับเข็มหอม”
คราวนี้ได้ยินชัดเจนเต็มสองหูเลยทีเดียว เขาไม่ได้หูฝาดไปเอง แต่เขาแค่ไม่คาดคิดมาก่อนว่าจะได้ยินคำนี้จากปากของหญิงชราหน้าตาซื่อๆ ตรงหน้าเท่านั้นเอง
“เพื่อแลกกับที่ดินทั้งหมดของสวัสดิกุล”
“เอ่อ ผมคิดว่าน่าจะมีการเข้าใจผิดกันนะครับ ผมมาที่นี่เพื่อเจรจาต่อรองซื้อขายที่ดินด้วยเงินครับ”
ชายหนุ่มพยายามควบคุมเส้นเสียงที่หลุดออกไปจากลำคอให้ราบเรียบที่สุดเท่าที่จะทำได้
“ด้วยเงิน...” เสียงห้าวย้ำชัดเจนอีกครั้ง “ไม่ใช่ด้วยการเสียสละอิสรภาพของตัวเองครับ”
อรณียิ้มบางๆ นัยน์ตาที่เต็มไปด้วยฝ้าขาวจ้องมองมา “ฉันไม่ได้ต้องการเงิน แต่ต้องการความมั่นคงให้กับเข็มหอม”
“งั้นผมก็คงทำให้คุณอรณีไม่ได้หรอกครับ” เนโลคลิสผุดลุกขึ้นยืน สีหน้าเย็นชาดุกระด้าง