ฉันเฌอริมา ผู้ซึ่งเกิดมามีพร้อมทุกอย่าง ฉันถามตัวเองว่ารักบลูไหม หึ นึกแล้วก็สมเพชตัวเอง ฉันพยายามบอกตัวเองว่าฉันรักเขา ฉันพยายามทำตัวให้เขารัก แต่ฉันรู้ รู้มาตลอด รู้มาตั้งแต่ต้น ว่าใจเขาอยู่ที่ใคร...อาย…เพื่อนรัก เพื่อนสนิท เพื่อนที่ดีที่สุดของฉันเอง และนั่นเป็นเหตุให้ฉันจงใจทำให้บลูเป็นของฉัน เหตุผลเดียวคือฉันอิจฉาอาย
อายเป็นคนที่ด้อยกว่าฉันทุกอย่าง แต่เธอกลับมีความสุขกับชีวิต คนรอบตัว เพื่อน ๆ หรือใครต่อใครต่างคบกับเธอด้วยความจริงใจ ผิดกับฉันที่ไม่ว่าใครหน้าไหนล้วนเข้าหาเพราะผลประโยชน์ ฉันเคยชินกับคำป้อยอหลอกลวงทั้งหลาย ฉันมองคนรอบกายเหมือนอากาศธาตุที่เพียงแค่ผ่านไปมาราวกับไม่มีตัวตนเท่านั้น พวกเขาพูดกรอกหูฉันเสมอว่า ฉันสวยอย่างนั้น ฉันเก่งอย่างนี้ ฉันได้ยินแล้วสะอิดสะเอียนจนแทบจะกระอักออกมา เห็นจะมีก็แต่อายที่ไม่เคยมองเปลือกนอกของฉันเลย เธอจริงใจกับฉันทุกอย่าง จนฉันนึกสงสัยว่า โลกใบนี้มีคนแบบนี้ด้วยเหรอ แต่ถึงเธอจะดีแค่ไหน มันก็ไม่ทำให้ความอิจฉาของฉันลดลงแม้แต่น้อย อายดีเกินไปจนน่าหมั่นไส้ นั่นคือสิ่งที่ฉันคิดกับเธอ
และแล้ววันนั้นก็มาถึง วันที่ฉันต้องไปติดต่องานกับบลูบ่อย ๆ อายเป็นเพื่อนฉัน ทำไมฉันจะไม่รู้ว่าเพื่อนรู้สึกยังไงกับเจ้านายตัวเอง และการที่ฉันเป็นคนช่างสังเกตและพบเจอคนมากหน้าหลายตา ฉันก็มองออกอีกเช่นกันว่าบลูคิดไม่ซื่อกับเลขาฯ ตัวเอง
ฉันเลยคิดแผนการอะไรบางอย่างได้ ฉันพึงพอใจบลูพอควรถึงแม้จะไม่มีความรัก แต่พวกเราเหมาะสมกัน และฉันก็คิดว่าสักวันฉันอาจจะรักเขาได้ แต่ทว่า...แต่เหนืออื่นใดคือความสะใจ ฉันอยากรู้ว่าอายจะทนเฉยอยู่อีกได้มั้ยถ้าคนที่ตัวเองแอบชอบได้กลายเป็นของเพื่อนสนิทไปแล้ว อายต้องมีข้อเสียบ้างสิ
แต่ก็นั่นแหละ อายก็คืออาย ยังคงปั้นหน้ายิ้มกับฉันทุกครั้งที่เห็นฉันทำตัวสวีตกับบลู หรือบางครั้งที่ฉันจงใจเล่าเรื่องความสัมพันธ์ของฉันกับบลูให้อายฟัง
ฉันคงเลวมากสินะ ในขณะที่ฉันพยายามบังคับใจให้รักบลูแทบตาย แต่การบังคับใจไม่ให้รักกลับยากกว่า
เวธัส…ผู้ชายเลวที่ฉันแสนเกลียด คนที่ทำลายอนาคตของฉันกับบลู ฉันแค้นเขา ชิงชังเขา แต่ทำไม…ทำไมฉันต้องรักเขาด้วยก็ไม่รู้
ตอนนี้ฉันคงกำลังรับกรรมที่ก่อเอาไว้อย่างสาสม คำพูดของคนใจร้ายที่ชอบย้ำเตือนฉันทุกครั้งดังแล่นอยู่ในหัว จนฉันไม่อาจสลัดมันออกไปได้ แม้อยากจะปฏิเสธแต่ก็ทำไม่ได้เสียทีเพราะสิ่งที่เขาพูดมันถูกต้องทุกประการ เพียงแต่...
“คุณเป็นของผมริมา จำเอาไว้”
“แต่คุณไม่ได้เป็นของฉัน”
‘ความรู้สึกแบบนี้มันคืออะไรนะ? อิจฉาเหรอ หรือหมั่นไส้ ไม่ ๆ นั่นเพื่อนเรานะ แต่....ก็มันรู้สึกนี่’
ความในใจที่ดังก้องในหัวของเฌอริมาสาวสวยระยับจากตระกูลใหญ่ที่เป็นที่นับหน้าถือตาในแวดวงธุรกิจ นอกจากความสวยที่ตราตรึงแล้วเฌอริมายังฉลาดเป็นกรดแบบที่หาตัวจับยาก ทั้งคนรุ่นเดียวกันหรือผู้หลักผู้ใหญ่ก็มักจะชื่นชอบเธอได้ไม่ยาก เธอไม่ใช่สาวสวยแบบลูกคุณหนู แต่เป็นคนสวย เก่งและแกร่งในสายตาของคนทั่วไป
เธอสร้างตัวตนภายนอกที่สุดแสนเพอร์เฟกต์ แต่ทว่าภายในใจกลับมีความรู้สึกประหลาดเกิดขึ้นอย่างเงียบเชียบ แบบที่ไม่มีใครรู้ ซึ่งมันดังอยู่ภายในลึก ๆ แบบที่เธอเองก็ไม่อยากรู้สึก
ครั้งหนึ่งเธอมีโอกาสได้ไปติดต่องานกับบริณัย ที่ต่อมากลายเป็นแฟนหนุ่มพ่วงด้วยสถานะคู่หมั้นที่กำลังคบกันอยู่ในขณะนี้ บังเอิญว่าอารียา เพื่อนรักของเธอทำงานเป็นเลขาฯ ให้กับเขา และมันคงจะไม่มีอะไรเกิดขึ้นเลยถ้าเธอไม่สังเกตเห็นว่าเพื่อนรักของเธอกำลังส่งสายตาอย่างมีความหมายให้กับเจ้านายมหาเศรษฐีระดับประเทศ เฌอริมาเป็นพวกที่มีเซนส์แรง และมักไม่ผิดเสียด้วย เมื่อเห็นแววตาใสซื่อของเพื่อนสาวกำลังแอบส่งความรู้สึกบางอย่างให้ชายหนุ่ม หรือแม้กระทั่งตอนที่ทั้งคู่แสดงความรู้สึกส่งผ่านสายตาให้แก่กัน แล้วจู่ ๆ ความคิดร้าย ๆ ก็เกิดขึ้น เธอพยายามควบคุมมัน เก็บซ่อนมันให้ลึกที่สุด แต่นานวันเข้า ความรู้สึกลึก ๆ นี้ก็ค่อย ๆ สะสมจนกลายเป็นสิ่งที่เธอไม่อาจต้านทานได้อีกต่อไป เธออยากเอาชนะ เธออยากได้เขามาครอบครองแบบไม่มีเหตุผล เธอจึงแสดงมันออกมาผ่านการกระทำของตัวเธอเอง
เฌอริมามาติดต่องานกับบริณัยบ่อยขึ้น และถือโอกาสมาหาอารียาด้วยเลย ทั้งหมดนี้เป็นความจงใจของเธอแทบทั้งสิ้น
ความจริงแล้วบริณัยไม่ใช่ผู้ชายแบบที่เธอจะตกหลุมรักได้ง่าย ๆ แม้ว่าเขาจะรูปหล่อและร่ำรวยสมฐานะกับเธอมาก แต่นางมารร้ายใจใจเธอเริ่มทำงานยามเมื่อเธอสังเกตเห็นเขาส่งสายตาหวาน ๆ ให้เพื่อนของเธอ สายตาที่เขาใช้มองดูอย่างไรก็แสดงออกถึงความรู้สึกภายใจอย่างไม่ปิดบัง ส่วนเพื่อนตัวดีก็ชอบช้อนตามองอีกฝ่ายแม้จะไม่กล้าเปิดเผยอะไรมากนัก และความสัมพันธ์อันน่ากระอักกระอ่วนของทั้งสองนี้เองได้กระตุ้นให้เฌอริมาทำทุกอย่างเพื่อที่จะได้ครอบครองบริณัยมาเป็นของตัวเอง
“อาย...เป็นไงบ้าง” เธอเดินยิ้มหวานเข้าไปทักเพื่อนสนิทที่สุดของเธอ
“ตายจริง มาหาถึงที่เลยนะริมา” อารียายิ้มตอบรับเพื่อนของเธออย่างเป็นมิตร
“ก็นะ ช่วงนี้ว่างแล้วก็ผ่านมาแถวนี้ด้วย เลิกงานแล้วไปชอปกันดีมั้ย”
“อืม....” อารียาหยิบสมุดจดบันทึกของเธอขึ้นมาดู
“ได้เลยริมา วันนี้ฉันว่างพอดี” อารียายิ้มหวานให้เพื่อนรัก
“ว่าแต่คุณบลูอยู่รึเปล่า”
“อยู่จ้ะ”
“ดีเลย พอดีพ่อแม่ฉันสนใจอยากคุยเรื่องธุรกิจกับเขาพอดี”
เธอมองไปที่ประตูห้องที่ปิดสนิท จินตนาการถึงใบหน้าเคร่งขรึมของชายหนุ่มที่กำลังทำงานอยู่แล้วแอบรู้สึกใจเต้นอย่างประหลาด ไม่ได้เป็นเพราะคิดถึงเขา แต่เธอตื่นเต้นกับความคิดที่ซ่อนอยู่ในจิตใจเธอต่างหาก
“ฉันเข้าไปได้รึเปล่าอาย” เธอลองถามเพราะว่าวันนี้เธอตั้งใจมาโดยที่ไม่นัดล่วงหน้า
“เดี๋ยวฉันลองถามคุณบลูให้นะ” อารียาบอกเพื่อนแล้วต่อสายเข้าไปด้านใน
“ค่ะ คุณบลู พอดีริมาเขาผ่านมา อยากจะเข้าไปคุยเรื่องงานของบริษัทเธอกับคุณค่ะ ไม่ทราบว่าคุณสะดวกมั้ยคะ” อารียารายงานแล้วรอคำตอบ
“ค่ะ” อารียาวางสายแล้วหันมายิ้มให้เฌอริมา
“เข้าไปได้เลยจ้ะริมา”
“ขอบใจมากนะอายคนสวย”
เฌอริมายิ้มให้เพื่อน พร้อมกับจัดเสื้อสูทสีขาวของเธอให้กระชับเข้ากับรูปร่างที่โชว์สัดส่วนเย้ายวนอย่างเต็มที่
อารียาเห็นท่าทางของเฌอริมาก็แอบลดรอยยิ้มลงมาอย่างกังวลใจเช่นกัน เธอคบกับเฌอริมามานานพอที่จะคาดเดาจิตใจของเพื่อนได้ เธอเห็นแววตาเปล่งประกายของเฌอริมา ซึ่งทำให้เธอกำลังหวาดกลัว มีลางสังหรณ์บางอย่างว่าจะต้องมีเรื่องอะไรเกิดขึ้น อีกทั้งเธอก็พอจะรู้ว่าเพื่อนกำลังคิดอะไรอยู่ แต่มันจะทำอะไรได้ในเมื่อเธอเป็นเพียงแค่เลขาฯ ของบริณัยไม่ได้เป็นเจ้าของเขา เพียงแค่สถานะก็ต่างกันราวฟ้ากับเหวแล้ว
เฌอริมาเดินมาถึงหน้าประตูห้องทำงานของบริณัย เธอหันหลังกลับมา ทันเห็นแววตาบางอย่างที่มองตามหลังเธอมา อารียาตกใจไม่คิดว่าเพื่อนจะจู่ ๆ ก็หันมาอย่างนี้ เธอรีบปรับสีหน้าให้เป็นปกติ ยิ้มให้เพื่อนแล้วค่อยก้มหน้าทำงานต่อ เฌอริมาลอบยิ้มมุมปากแล้วค่อยผลักประตูเข้าไป
บริณัยเมื่อได้ยินเสียงคนเปิดประตูเข้ามาเลยเงยหน้าขึ้นจากงาน เมื่อเห็นว่าเป็นเฌอริมเลยยิ้มตามมารยาทก่อนจะเชิญให้เธอนั่งตรงเก้าอี้รับแขก
“สวัสดีค่ะ”
“สวัสดีครับ”
เป็นการเริ่มบทสนทนาที่มีเพียงเรื่องทั่วไปเพียงน้อยนิด และมีเรื่องของธุรกิจที่เป็นที่น่าสนใจของบริณัยเป็นอย่างมาก เพราะเขาทำธุกิจห้างสรรพสินค้าที่ต้องการที่ดินทำเลทองในการขยายธุรกิจ ส่วนครอบครัวของเฌอริมาทำธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ที่มีที่ดินแปลงงามอยู่ทั่วประเทศ เมื่อพูดคุยถึงเรื่องธุรกิจ หนุ่มมาดขรึมที่เธอเห็นกลับเปลี่ยนเป็นคนที่เต็มไปด้วยความกระตือรือร้น แววตาเขาดูจริงจัง หน้าตาเขาก็ดูดี ฐานะก็ดีมาก ไม่เห็นความไม่เข้ากันของเขากับเธอเลยแม้แต่น้อย ดังนั้นบริณัยจะต้องเป็นของเธอ
“จะว่าไปคุณบลูนี่มีเสน่ห์มากนะ” เฌอริมาพูดขณะกำลังทานอาหารในร้านสเต๊กร้านหนึ่งในห้างกับอารียา
“อืม...มั้ง” อารียาพูดพร้อมหั่นเนื้อเสต็กอย่างตั้งใจเป็นพิเศษ
“แล้วเธอไม่เคยคิดแบบนั้นกับเขาเลยเหรอ?” เฌอริมาจงใจถามแล้วรอดูปฏิกิริยาของเพื่อน
“แบบไหนล่ะ” อารียาทำเป็นไม่เข้าใจ
“ก็แบบชอบเขา อยากได้มาเป็นแฟนอะไรแบบนี้ไง” เฌอริมายิ้มอย่างรู้ใจอีกฝ่าย
อารียาตกใจไม่คาดคิดว่าจะมีใครมาล่วงรู้ความในใจของเธอ ความรู้สึกของเธอที่มีต่อเจ้านายหนุ่มนั้นไม่ผิด แต่เธอรู้ตัวดีว่าตนเองไม่มีอะไรคู่ควรกับเขาเลย ผิดกับหญิงสาวตรงหน้า เธอจึงตอบเลี่ยงไปเป็นเรื่องปกติ
“ไม่เลย เขาเป็นเจ้านายฉันนะ” อารียารีบปฏิเสธ กลัวว่าเพื่อนจะจับได้ว่าเธอคิดไม่ซื่อกับเจ้านายตัวเอง เพราะว่าเธอรู้สถานะของเธอดีว่าต่างกับบริณัยแค่ไหน
“งั้น ฉันจะจีบเขานะ” เฌอริมาแอบสังเกตดูท่าทีของอารียาที่แอบซ่อนไว้ แต่ก็ไม่อาจรอดพ้นสายตาอันหลักแหลมของเฌอริมาไปได้
อารียาสะอึกไปเล็กน้อย แต่เธอจะทำอะไรได้ เฌอริมาต่างหากที่เหมาะสมกับบริณัยทุกประการ
“มันก็สิทธิ์ของเธอนี่” อารียาตอบเพื่อน แม้หน้าตาของเธอจะไม่ได้ยินดียินร้ายต่อสิ่งที่เฌอริมาพูด แต่สำหรับเฌอริมาแล้วแค่ปรายตามองเธอก็พอรู้ความในใจที่แอบซ่อนไว้ของอารียาได้เป็นอย่างดี
ทั้งสองคนคบกันมานานตั้งแต่สมัยมหาวิทยาลัย ด้วยความที่เฌอริมาเป็นผู้หญิงสุดเฟอร์เฟกต์ จึงเป็นเรื่องยากมากที่เธอจะไม่ถูกคนอื่นเกลียด เฌอริมาคุ้นชินกับการถูกเกลียดมาตั้งแต่เด็ก เธอมักไม่เคยได้รับความชื่นชอบจากใจจริงจากเพื่อนคนไหนเลย เธอรับรู้มันได้ตั้งแต่วัยประถมฯ เมื่อเพื่อนที่เธอคิดว่าสนิทด้วยกลับกลายเป็นคบกับเธอตามที่แม่บอก หรือว่าคบกับเธอเพราะอยากให้คนอื่นสนใจ เฌอริมาเจอเพื่อนจอมปลอมมาเกือบตลอดชีวิต จึงไม่แปลกที่เธอจะเติบโตมาด้วยท่าทางที่ค่อนข้างหยิ่งผยองและดูถูกดูแคลนคนอื่นโดยเฉพาะพวกที่ด้อยกว่าตน
“สวัสดีจ้ะ เธออยากได้นี่รึเปล่า”
อารียาส่งยิ้มหวานให้เฌอริมาที่กำลังมองหากระดาษทิชชู่ในห้องน้ำด้วยอาการหัวเสีย
“อืม” เฌอริมามองสาวหน้าใสไร้เครื่องสำอางตรงหน้าด้วยความระแวงก่อนจะรับซองกระดาษทิชชู่สีหวานไม่ต่างจากหน้าของเจ้าของมา
“เราเรียนเอกเดียวกันนะ เธอชื่อเฌอริมาใช่มั้ย?” อารียายังชวนคุยต่อ
“ใช่” เฌอริมาดึงกระดาษทิชชู่ออกจากซองแล้วซับลงที่มือที่เปียกชุ่มของเธออย่างเบามือ
“อืม...งั้นไปก่อนนะ” อารียายิ้มให้พร้อมโบกมือเบา ๆ
เฌอริมาไม่ได้สนใจอะไรกับเพื่อนร่วมเอกมากนัก เธอยังคงเติมหน้าโดยไม่ได้ทักทายอารียาอย่างที่เพื่อนพึงทำต่อกัน พอทำธุระจนเรียบร้อยก็หยิบซองทิชชู่ของอารียายัดเข้ากระเป๋าอย่างไม่ใยดี เธอก้าวออกจากห้องน้ำไปได้ไม่ไกลเท่าไหร่ ก็เห็นกลุ่มเพื่อน ๆ ในเอกเดียวกันกำลังจับกลุ่มเม้าท์อะไรบางอย่างอยู่ โชคดีที่เฌอริมามีเซนส์เรื่องพวกนี้ไม่น้อย เธอขยับตัวหลบสายตาของเหล่าสาว ๆ ที่กำลังพ่นคำว่าร้ายเธออย่างเผ็ดร้อนพอดี
“ยัยริมาอะไรนั่น โคตรหยิ่ง ฉันละเกลียดจริง” เพื่อนผู้หญิงแต่งหน้าจัดคนหนึ่งพูดขึ้น
“โอ๊ยยยย นางถือว่าตัวเองรวยไง ก็เลยเหยียบหัวคนอื่นง่าย ๆ” เพื่อนอีกคนสมทบ
“ได้ข่าวว่านางขี้อ่อยมากเลยล่ะ ใครมีแฟนต้องระวังนางดี ๆ” เพื่อนอีกคนหันมาสมทบด้วยแววตามันเป็นประกาย
เฌอริมาแอบถอนหายใจเบา ๆ ด้วยความเหนื่อยใจ เธอตั้งใจจะเดินหลีกไปอีกทางเพราะฟังเรื่องพวกนี้จนแทบจะอาเจียนแล้ว ทว่าเสียงหนึ่งก็ดังขึ้นมาเบา ๆ
“แต่ว่าเธอก็น่ารักดีนะ พวกเธอมองริมาในแง่ร้ายไปรึเปล่า?”
เฌอริมาหยุดชะงักเล็กน้อยก่อนจะค่อย ๆ หันไปที่กลุ่มเพื่อนที่นั่งอยู่ตรงนั้น
“เธอมันหัวอ่อนยัยอาย ยัยริมามีแค่หน้าตาดีแล้วก็รวยเท่านั้นแหละ” เพื่อนที่แต่งหน้าเข้มเอานิ้วจิ้มหน้าผากอารียาเบา ๆ อย่างหมั่นไส้
“แต่เธอเคยให้ฉันยืมปากกาด้วยนะ ริมาคงไม่ได้ร้ายอย่างที่พวกเธอคิดหรอก” อารียายังพูดแก้ตัวให้เฌอริมายกใหญ่ จนเฌอริมาเห็นก็ยังแอบกลั้นหัวเราะไม่ได้
“แหมกะอีแค่ปากกาก็ว่าเขาเป็นคนดีแล้วเหรอ” เพื่อนอีกคนเบ้ปากใส่อารียาด้วยความรำคาญ
“แล้วแค่เขาสวยแล้วก็รวยเลยว่าเขาร้ายงั้นสินะ” อารียาหันไปตอบกลับเพื่อน ๆ พร้อมหัวเราะออกมาอย่างสุภาพ เฌอริมาที่แอบมองอยู่ได้แต่แอบยิ้ม เธอเพิ่งเจอคนที่พูดถึงเธอในด้านลับหลังเธอ เพราะปกติคำพูดแบบนี้เธอมักจะเจอต่อหน้าจากคนที่ประจบเพื่อหวังผลประโยชน์จากเธอมากกว่า ส่วนคำพูดลับหลังก็เหมือนกับเพื่อนในกลุ่มอารียาที่พูดถึงเธอนั่นแหละ
นั่นจึงเป็นความประทับใจแรกที่ทำให้เฌอริมารักและเป็นเพื่อนกับอารียามาจวบจนทุกวันนี้ แต่แม้อารียาจะดีแสนดีและจริงใจกับเธอแค่ไหน ความความดีก็ไม่อาจต้านทานอารมณ์อยากเอาชนะของเฌอริมาได้เลย
“ฉันก็เป็นแบบนี้แหละ รู้มั้ยว่าการที่เกิดมาในครอบครัวที่รวยเป็นมหาเศรษฐีมันแย่ตรงไหน? สำหรับฉันน่ะมันแย่หลายตรงเลยล่ะ ฉันเกิดมาหน้าตาดี แบบที่ใคร ๆ ต่างก็ออกปากชม ฉันโดนสายตาแทะโลมมาตั้งแต่จำความได้ ไหนจะพวกเพื่อนขี้อิจฉาที่พยายามจะเขย่งให้สูงกว่าฉันอีก พวกหล่อนไม่มีปัญหาจะเด่นกว่าฉันได้ เลยเลือกที่จะเกลียดฉัน และพยายามทำลายชื่อเสียงฉันด้วยข่าวลือมั่ว ๆ แต่นั่นแหละ ก็สมใจพวกหล่อนเพราะพวกคนที่หลงเชื่อสิ่งที่พวกหล่อนพูด ก็ไม่ต่างกัน พวกเขาไม่มีโอกาส ไม่มีแม้แต่ตัวตนให้คนจดจำ แน่นอนละว่าคนพวกนั้นย่อมเห็นคนที่เป็นเหมือนแสงสว่างอย่างฉันเป็นมารในชีวิต ทั้งที่ฉันไม่เคยไปทำอะไรให้คนพวกนี้เลย ที่สำคัญคือ ฉันสูงกว่าเหล่าผู้คนที่นินทาฉันเสมอ ไม่มีทางไหนเลยที่ฉันจะร่วงหล่นไปให้พวกนั้นเหยียบย่ำได้ ถ้าฉันไม่ยอมจำนนเอง แต่อายขอโทษนะนิสัยช่างเอาแต่ใจ ที่ชอบเอาชนะของฉันมันไม่หายไปเสียที แม้จะกับเธอก็ตามเพื่อนรัก ฉันแค่อยากรู้ว่าพวกเธอสองคนจะทำยังไง ถ้าต้องฝืนใจตัวเอง โดยเฉพาะเธอ อาย ฉันจะดึงด้านร้าย ๆ ของเธออกมาได้อย่างที่ฉันเป็นรึเปล่า ฉันเชื่อเสมอว่าภายในของทุกคนมีปีศาจแอบซ่อนอยู่ แล้วเธอล่ะอายเธอจะแสดงด้านโสมมแบบนั้นออกมามั้ย เรื่องนั้นแหละที่ฉันอยากจะรู้”
เฌอริมาปล่อยใจและจมจ่อมอยู่กับความคิดของตัวเอง เธอไม่สามารถหยุดยั้งหลุมดำในจิตใจเธอได้ มันราวกับว่าท้าทาย ล่อลวง ให้เธอตกลงไปอยู่ตลอดเวลา