ตอน 2

แต่ความคับแค้นทั้งหมดจะถูกสะสางได้หรือไม่ เมื่อตัวเองยังเอาไม่รอด...

มีสายตาห่วงใยมองตาม หญิงสาวส่ายหน้า คณานางค์กำลังผูกอาฆาตด้วยใจที่เอนเอียง...จากข่าว...มันเป็นความโชคร้ายของบิดาเธอ แต่มันเป็นวัฏจักรในโลกธุรกิจ มีกลเกม มีเล่ห์เพทุบาย ใครพ่ายคนนั้นคือผู้แพ้ มันต้องมีสาเหตุมากกว่านี้ ไม่อย่างนั้นเศรษฐีใหญ่จะพังคลื่นลงมาง่ายๆ ได้อย่างไร...ปริศาได้แต่ถอดถอนใจ และได้แต่เป็นห่วงเพื่อน จากใจจริง...

สิบสองชั่วโมงแห่งความทรมาน บนที่นั่งชั้นประหยัด เมื่อเธอมีงบจำกัดในการอาศัยนกเหล็กเหินฟ้ากลับบ้าน แทนที่ที่นั่งชั้นเฟิร์สคลาสที่เคยใช้บริการเป็นประจำ ที่นั่งคับแคบ อึดอัด...แถมผู้โดยสารร่วมก็แสนจะโสโครก กลิ่นตัวเหม็นเอียนๆ หมอนั่นนอนกรนครอกๆ ตลอดการเดินทาง

“ชึ้ย! ไอ้บ้าเอ๋ย!” หญิงสาวกระทืบเท้าเร่าๆ เธอต้องหารถยนต์กลับบ้าน แต่เพราะงบจำกัดจะให้ใช้บริการลีมูซีนเหมือนเก่าคงไม่ได้ เลยต้องอาศัยแท็กซี่หน้าเลือดกลับมา มันโขกราคาเสียจนเธอแทบจะหมดตัว

กระเป๋าลากที่เหลือแค่ใบเดียว เพราะบรรดาเสื้อผ้าที่เคยมี เธอขายแลกเงินไปเกือบหมด เพราะหากนำกลับมาด้วยก็ไม่มีปัญญาจ่ายค่าฝากกระเป๋า สู้เปลี่ยนเป็นสตางค์ยังดีเสียกว่า

หญิงสาวถอนใจเฮือกๆ ใหญ่ ยืนมองหน้าประตูรั้วบ้านน้ำตาคลอ...

หมายศาล...หมายศาลที่กำหนดวันยึดทรัพย์ชัดเจน...เท่ากับว่าแม้แต่ที่ซุกหัวนอนเธอก็จะไม่มีเหลืออย่างนั้นเหรอ?

“คุณหนู!” เสียงร้องเรียกของ คนงานหน่วยรักษาความปลอดภัยตั้งแต่สมัยเก่าแก่ ลุงยามที่ใจดียิ้มแย้มตลอด เวลานี้กลับหน้าดำคล้ำ เขาวิ่งหน้าตื่นมาหาเธอพร้อมกับน้ำตานองหน้า

“คุณหนูท่านๆ” เสียงสั่นๆ ไหล่สั่นๆ เธอรับรู้ความเสียใจนั่น จนน้ำตาร้อนๆ หลั่งไหลออกมาทันที

“นางรู้แล้วจ้ะลุง พ่ออยู่ที่ไหนคะ?”

แม้น้ำตาจะไหลอาบแก้มเธอก็ต้องฝืนยิ้มสู้ หากเธอแสดงความอ่อนแอออกมาอีกคน ทุกคนจะพลอยกังวลไปด้วย

“ท่านอยู่ที่วัดครับ เข้าบ้านก่อนเถอะครับ พวกเรากำลังรอคุณหนูกลับมา”

สภาพความเป็นอยู่หลังจากผ่านประตูเข้าบ้านเข้ามาได้ เธอเห็นแต่ความทรุดโทรม แทบจะไม่มีเฟอร์นิเจอร์ชิ้นใดเหลือในบ้านสักชิ้น คฤหาสน์หลังใหญ่จึงดูโล่งๆ พิกล

“คุณหนู...” นมย้อย แม่นมของเธอตั้งแต่สมัยเด็ก วิ่งถลาเข้ามาหา พร้อมกับร้องไห้โฮๆ

“ท่านๆ “เสียงสะอึกสะอื้นเพราะต่อมน้ำตาแตก ร่วงอวบท้วมสั่นเทาเพราะแรงสะอื้น

“นม นางรู้แล้ว...เกิดอะไรขึ้นคะ ทำไมเป็นแบบนี้”

คณานางค์ถามคนใกล้ตัวเสียงสั่น มันปุบปับ จนเธอตั้งตัวไม่ทัน

“พวกเราก็ไม่รู้อะไรหรอกค่ะ คุณท่านไม่เคยบอก”

นั่นสินะ...เธอจะไปถามหาความจริงจากใครได้? เมื่อมันเป็นเรื่องใหญ่ ที่บิดาคงไม่หันมาปรึกษาคนใต้บังคับบัญชา คนที่รู้ดีที่สุด คงไม่พ้น มิเกล บาร์น ไอ้มหาเศรษฐีขี้ฉ้อ ใส่ไคล้บิดาเธอ จนหมดทางเดิน

“ช่างเถอะค่ะ นางอยากไปหาพ่อ” หญิงสาวกลั้นสะอื้น เธอยกมือปาดน้ำตาบนใบหน้า พูดเสียงแหบแห้ง เพราะก้อนสะอื้นตีตื้นจนจุกอยู่ในลำคอ

“ท่านอยู่ที่วัด...แบบ อนาถา” นมย้อยพูดไปร้องไห้ไป ทุกคนที่เหลืออยู่เรี่ยไรเงินทอง เพื่อจัดงานให้ท่าน พร้อมกับรอการกลับมาของคุณคณานางค์ บุตรสาวของคนเดียวของท่าน แต่เป็นแค่คนขายแรงงาน มีเงินเดือนพอยาไส้ ไม่แปลกหรอกหากจะทำได้แค่ตั้งศพท่านไว้ที่วัด ตามมีตามเกิด

น้ำตาไหลออกมาจากดวงตากลมโตเป็นสาย โดยไม่ต้องปริปากพูด เธออเนจอนาถตัวเองจริง สมเพชตัวเองด้วย เธอเป็นลูกที่แย่มาก แม้แต่งานศพของบิดาเธอยังไม่สามารถจัดให้สมเกียรติท่านได้ เมื่อตัวเองยังแทบจะไม่มีสตางค์ติดกาย...

“เป็นแบบนี้มานานเท่าไรแล้วคะ?” เธอพยายามไม่คิดไกลตัว เมื่อคิดไปก็รังแต่ทำให้ทุกข์ใจ...

“2-3 เดือนหลังมานี้ค่ะ ท่านดูหมองๆ แล้วก็เป็นแบบที่เห็น”

หญิงสาวยกหลังมือปาดน้ำตาบนใบหน้าอีกครั้ง พักหลังมานี่เธอร้องไห้บ่อยเกินไป คณานางค์ให้สัญญากับตัวเอง ต่อไปนี้เธอจะไม่ร้องไห้ และจะตามสืบหาความจริง...เธอไม่เชื่อหรอกว่า...บิดาจะเป็นคนขี้โกง เหมือนที่ถูกประณาม

“ขอนางขึ้นไปดูข้างบนหน่อยได้ไหมคะ? หลังจากนั้นเราจะไปวัดกัน”

เธอระบายลมหายใจออกมาจากอกที่มันอัดแน่นด้วยความทุกข์ระทม...บวกกับความคั่งแค้น...

ตอน 3

“ตามสบายเลยค่ะ ไม่ต้องรีบหรอกค่ะคุณหนู ศาลาเปิดตอน4 โมงเย็น” วัดใกล้บ้านไม่ได้เด่นดัง และมีกฎชัดเจนเรื่องเวลาเปิดปิด นมย้อยบอกเจ้านาย ดวงตารื่นน้ำตาของนางดีขึ้น เมื่อคุณหนูของนางกลับมาแล้ว...แม้จะยังไม่รู้ชะตาชีวิตต่อไป ก็ยังพอใจชื้นเมื่อเจ้านายกลับมาคุ้มหัว

คณานางค์นั่งก้มหน้านิ่ง สภาพห้องของบิดาไม่ต่างอะไรกับบริเวณชั้นล่างสักนิด ไม่มีเครื่องเรือน ไม่มีเฟอร์นิเจอร์เหลือ ทั้งห้องโล่ง และเต็มไปด้วยเศษขยะที่เป็นกระดาษไม่ใช้แล้ว ต่างจากภาพที่เธอเคยจำได้ ไม่เหลือความอลังการ โอ่อ่า...มีแต่ความทรุดโทรมและว่างเปล่า

“พ่อคะ...นางจะไปต่อยังไง? ทำไมไม่คิดจะบอกอะไรนางบ้างเลย”

เสียงเครือสะอื้นเปล่งออกมาจากริมฝีปากซีดเซียว น้ำตาแข่งกันไหลริน เมื่อความเสียใจบีบอัดจนต้องระบายออก น้ำตาคือตัวแทนของความเสียใจ ไม่ต้องบรรยายออกมาเป็นคำพูด หากมองเห็นก็จะรู้ว่าบัดนี้ คณานางค์กำลังเศร้าเสียใจขนาดไหน

กึกๆ เสียงอะไรบางอย่างกระทบกันดังกึกๆ เสียงแผ่วๆ แต่ภายในห้องเงียบๆ มันจึงทำให้เธอได้ยินชัด หญิงสาวยกมือปาดน้ำตาบนแก้ม เธอกวาดสายตามองหาต้นกำเนิดเสียง

มุมปากได้รูปกระตุกยิ้มเย้ยหยันตัวเอง...ห้องโล่งๆ มีเพียงรูปของบิดากับมารดาเท่านั้นที่เหลืออยู่ สายลมด้านนอกพัดกรูเข้ามา จนทำให้กรอบรูปกระแทกกับผนัง จนเกิดเสียงดังๆ

เรียวคิ้วโก่งขมวด...ในวัยเด็กมารดาเคยกระซิบบอกบางอย่างกับเธอ...ความลับของเธอกับมารดาที่ล่วงลับไปหลายปี...เรื่องตู้เซฟของท่าน!

“แม่คะ? ...ขอบคุณค่ะ”

มือเรียวเข็ดน้ำตาที่ไหลรินออกมาเพราะความยินดี...เธอไม่ได้จนหนทางจนไม่มีทางเดินหรอกนะ...เพราะหากยังไม่มีใครรู้...ของของ แม่คงยังอยู่ที่เดิม...

หลังกรอบรูปของท่าน...

บทที่2…

แม้จะหมดความกังวลไปเปลาะหนึ่ง เมื่อเธอมีเงินเติมเข้ามาในบัญชีหลังเอาเครื่องเพชรและของสะสมของมารดาไปขาย ยังร้านค้าที่เคยสนิทสนมกันมานาน สายตาของคุณนายเจ้าของร้านเปลี่ยนไปเธอรู้! จากที่เคยป้อยอ พูดจาหวานหูตอนสมัยที่เธอยังเฟื่องฟูนั้น ปัจจุบันหล่อนมองเธอเหมือนเศษขยะ หรือไม่ก็เปรียบเปรยเธอเหมือนขอทาน...

ช่างเถอะ!

เธอไม่ได้หวังให้ผู้คนรอบตัวหันมาเมตตาสงสาร คณานางค์เชิดหน้าขึ้น เธอส่งของของ แม่ให้ แม้จะรู้สึกเจ็บใจ

“ของปลอมหรือเปล่า? ได้ข่าวว่าไม่เหลืออะไรเลยไม่ใช่เหรอ?” คำดูแคลนที่หลุดออกมาจากปากคนตรงหน้าทำให้เจ็บช้ำมากขึ้น

“ทุกชิ้นซื้อจากร้านคุณ ถ้ามันปลอมก็คงปลอมตั้งแต่แรกแล้วล่ะค่ะ!” หญิงสาวตอกกลับแบบไม่ไว้หน้า อีป้าเจ้าของร้านเพชรไม่มีสิทธิ์มาดูถูกหรือซ้ำเติมเธอ

“ใครจะรู้ เห็นถูกยึดจนหมด ไม่คิดว่าจะยังมีเหลือ” นางเบ้ปากใส่ กระชากถาดใส่เครื่องเพชรที่คณานางค์กองไว้ตรงหน้า พร้อมกับบัตรเซอร์ของเพชรทั้งหมดทุกชิ้นเพื่อยืนยันคุณภาพของอัญมณี

สาวใหญ่เบ้ปาก นางแค่มองก็รู้ แต่ข่าวออกโครมๆ จะให้ไว้ใจได้อย่างไร

“ของร้อนแบบนี้ อยากได้เท่าไรล่ะ!” แม่ค้าหน้าเลือดเตรียมกดราคา เมื่อรู้ดีว่าคณานางค์กำลังร้อนรน

“ประเมินมาค่ะ ถ้าฉันพอใจจะขายฉันจะขายให้คุณ” แม้กำลังจะจนหนทางแต่นิสัยไม่ยอมคนเธอจึงขอสู้ยิบตา

“เหอะ! ใครๆ เขาก็รู้ทั้งนั้นว่าตอนนี้อภิรักษ์ภูเบศเหลือแต่เปลือก ไปที่ไหนก็ได้ราคานี้ทั้งนั้นแหละ ฉันถือว่าช่วยๆ กันน่ะเลยให้ราคาพิเศษ” นางรีบออกตัว ของราคาแพงเช่นนี้ไปที่ไหนเขาก็อ้าแขนรับเมื่อมองเห็นกำไรเห็นๆ

เรียวปากอิ่มเม้มจนเป็นเส้นตรง เอาเถอะ! อยากกดเธอกดกันไป วันไหนที่เธอกลับมายืนอยู่ที่เดิม จะเอาเงินฟาดหัวเสียให้เข็ด แต่...คงไม่มีวันนั้น เมื่อเธอมีความรู้แค่ม. ปลาย ไปเรียนนอกทั้งทีไม่ได้วิชาความรู้อะไรเลย เพราะมัวแต่สำเริงสำราญ...อยากสมน้ำหน้าตัวเอง สมเพชกับความลำพองและเหิมเกริม จนเมื่อสิ้นบิดา เธอจึงไม่เหลืออะไรเลยสักอย่าง

“รับเป็นเช็คไปนะคุณน้อง...พี่ไม่มีเงินสดมากพอจ่าย สะดวกดีด้วย” หญิงสาวแสยะยิ้ม แทนตัวเองว่าพี่โดยไม่ดูหนังหน้า แก่ยิ่งกว่ามารดาของเธอเสียอีก สะเออะอยากจะเป็นพี่สาว

“หวังว่าเช็คคุณป้าคงไม่เด้งนะคะ? นางขี้เกียจขึ้นโรงขึ้นศาล” คณานางค์เลิกปลายคิ้วขึ้นสูง เธอพูดเสียงเรียบ แต่จริงจังทุกคำพูด

อ่านต่อเลย
ร่วมสนับสนุนนักเขียนเพื่อเป็นกำลังใจในการสร้างสรรค์ผลงานสุดสนุกต่อไป Moboreader
ปลดล็อกทุกตอน
ตอน
ปรับแต่ง
บทถัดไป
Minishorts Logo
อ่านนิยายออนไลน์ นิยายเว็บ และเรื่องราวโรแมนติกสุดฮิตบน MiniShorts พบกับนิยายโรแมนติกท่านประธาน นิยายแฟนตาซีมนุษย์หมาป่า ดราม่า และแฟนตาซี พร้อมคอนเทนต์ซีรีส์สั้นคัดสรรพิเศษที่สร้างจากเทรนด์เรื่องราวยอดนิยม
MiniShorts YouTube
©2026 MiniShorts All Rights Reserved. CHASINGTOP HK LIMITED