นิยายชุด เล่ม 1 ทาสรักคุณชายมาเฟีย
เสียงฝนตกกระหน่ำลงมาไม่ขาดสาย กลิ่นคาวเลือดผสมกับกลิ่นควันปืนลอยคลุ้งไปทั่วตรอกแคบ ๆ
คมน์พิงกำแพงหายใจถี่ มือหนากุมแผลกระสุนที่แขนซ้าย เลือดสีเข้มไหลซึมผ่านปลายนิ้วไม่หยุด ดวงตาคมเต็มไปด้วยความกราดเกรี้ยวและเจ็บปวด เขาหนีจากการซุ่มโจมตีของศัตรูได้อย่างฉิวเฉียด แต่แรงมากพอจะทำให้ร่างกายบาดเจ็บ
ขณะเดียวกัน เสียงรองเท้าส้นสูงดังขึ้น ฝ่าสายฝนมาอีกด้านหนึ่งของตรอก
หญิงสาวคนหนึ่งในชุดเดรสราคาแพงวิ่งหนีสุดชีวิต ชมพูพริ้ง ใบหน้าสวยซีดเผือด ริมฝีปากสั่นระริก เธอเพิ่งหนีออกมาจากรถของแฟนเก่าที่พยายามบังคับเธอด้วยอารมณ์รุนแรง เธอไม่รู้จะหนีไปไหน นอกจากตรงตรอกมืดนี้ที่ดูเหมือนไม่มีคนอยู่ แต่เธอกลับพบคนคนหนึ่งที่แทบไม่เหลือเรี่ยวแรงยืน
“คุณ! เลือดคุณออกเยอะมาก” เสียงหวานเอ่ยขึ้นด้วยความตกใจ
คมน์เงยหน้าขึ้นมอง ริมฝีปากซีดเซียวแต่สายตากลับนิ่งลึกจนน่าขนลุก เขาไม่ตอบ มีเพียงเสียงหอบเบา ๆ ก่อนจะพยายามขยับหนี
“อย่าขยับ!” ชมพูพริ้งรีบเข้าไปประคองโดยไม่คิดอะไร
“ให้ฉันช่วยคุณเองนะคะ” เธอไม่รู้ว่าผู้ชายตรงหน้าเป็นใคร รู้แค่เขากำลังจะเสียเลือดมาก เธอฉีกชายชุดเดรสของตัวเองออก เนื้อผ้าขาดดังแคว่ก แล้วรีบพันรอบแขนของเขาแน่น ๆ เพื่อห้ามเลือด
“แค่ชั่วคราวก่อนนะคะ” เธอกระซิบ พยายามทำเสียงให้มั่นคงทั้งที่หัวใจเต้นแรง
คมน์มองหญิงสาวตรงหน้าอย่างไม่วางตา มือของเธอสั่นเล็กน้อยแต่ยังพยายามช่วยเขาโดยไม่ลังเล ความอบอุ่นแปลก ๆ แทรกเข้ามาในหัวใจท่ามกลางความเจ็บปวดและเสียงฝนที่กำลังตกกระหน่ำลงมา ไม่เคยมีใครกล้าเข้าใกล้เขาในสภาพนี้มาก่อน
“ขอบคุณ” เสียงทุ้มแหบพร่าหลุดออกมาเบา ๆ ยังไม่ทันได้พูดอะไรต่อ เสียงฝีเท้าหนัก ๆ และเสียงคนตะโกนก็ดังแว่วจากปลายตรอกทั้งสองด้าน
“อยู่แถวนี้แน่!”
“หามันให้เจอ”
ชมพูพริ้งสะดุ้ง รีบหันซ้ายหันขวา
“พวกเขาตามฉันมา!”
คมน์กัดฟัน
“ไม่ใช่แค่เธอ พวกมันก็ตามฉันด้วย”
หญิงสาวกับชายบาดเจ็บสบตากันเพียงเสี้ยววินาที ก่อนทั้งคู่จะรีบหลบเข้าไปในช่องกำแพงแคบ ๆ ระหว่างอาคารเก่าที่แทบไม่มีใครสังเกตเห็น
ร่างทั้งสองเบียดชิดจนแทบได้ยินเสียงหัวใจของอีกฝ่าย ชมพูพริ้งพยายามกลั้นหายใจ ในขณะที่คมน์ใช้มืออีกข้างโอบไหล่เธอไว้แน่นเพื่อไม่ให้เธอขยับ
กลิ่นน้ำหอมอ่อน ๆ จากตัวของเธอผสมกับกลิ่นเลือดและกลิ่นฝน กลายเป็นกลิ่นที่เขาไม่มีวันลืม
เขาเงยหน้ามองเธออีกครั้ง แววตาคมที่เคยเย็นชาเริ่มสั่นไหวอย่างประหลาด
เขาไม่รู้ว่าเพราะอาการเสียเลือด หรือเพราะผู้หญิงคนนี้กันแน่ที่ทำให้หัวใจของเขาเต้นแรงจนแทบระเบิด
ส่วนเธอ ไม่แม้แต่จะสังเกตสายตานั้น เพราะในตอนนี้ สิ่งเดียวที่เธอคิดคือต้องเอาตัวรอดออกไปให้ได้ ไม่คิดเลยว่าแฟนเก่าจะใช้วิธีสกปรกหลอกเธอมางานเลี้ยงแบบนี้ แถมยังใช้ให้คนอื่นมาหลอกอีก เพราะถ้าเขาเป็นคนชวน เธอไม่มีทางมาแน่นอน
ฝนเริ่มซา เสียงฝีเท้าของพวกคนร้ายค่อย ๆ ห่างออกไปทีละน้อย อาจเพราะค้นหาอย่างไรก็หาไม่เจอ ต้องขอบคุณซอกเล็กๆ ที่ไม่มีใครสังเกตเห็นอันนี้ที่สุก ในตอนนี้เหลือเพียงเสียงหยดน้ำไหลจากชายคาเก่า ๆกระทบพื้นซีเมนต์ดังเป็นจังหวะเท่านั้น
คมน์ยังคงโอบร่างหญิงสาวไว้แน่น รู้สึกได้ถึงลมหายใจอุ่น ๆ ที่เป่ารดต้นคอของเขาเป็นจังหวะ หญิงสาวในอ้อมแขนตัวสั่นน้อย ๆ แต่ดูอ่อนแรงผิดปกติ
“คุณเป็นอะไร” เสียงทุ้มต่ำแทบไม่ต่างจากการกระซิบ ไม่มีคำตอบ มีเพียงเสียงครางแผ่ว ๆ ที่หลุดจากริมฝีปากของเธอ
“ฉันรู้สึกเหมือนตัวเองโดนวางยา”
คมน์ขมวดคิ้วแน่น เขามองเห็นเงาของใบหน้าเธอที่ซีดขาวกว่าปกติ เหงื่อเม็ดเล็กเริ่มผุดขึ้นที่ขมับ แม้อากาศจะเย็นเฉียบจากฝนก็ตาม
“โดนวางยางั้นเหรอ” เขาถามเสียงเข้ม ชมพูพริ้งพยายามขยับปาก แต่พูดไม่ออก ร่างทั้งร่างอ่อนแรงก่อนเอนซบลงกับอกเขาอย่างหมดแรง
เขายกมือขึ้นแตะแก้มเธอ ร้อนจัด ก่อนสบถเบา ๆ ยังไม่ทันได้คิดหาทางออก เสียงฝีเท้าหนัก ๆ ดังขึ้นอีกครั้งจากปลายตรอก แต่คราวนี้ไม่ใช่ศัตรู
“คุณชาย!” เสียงคุ้นเคยของลูกน้องคนสนิทดังขึ้น
ชายร่างใหญ่ในชุดดำพร้อมลูกน้องอีกสามคนวิ่งเข้ามา จักรซึ่งเป็นมือขวาผู้ซื่อสัตย์ของคมน์ กวาดสายตาไปรอบ ๆ อย่างระแวดระวัง ก่อนจะถอนหายใจเมื่อเห็นเจ้านายของตนยังมีชีวิต
“ขอบคุณพระเจ้า ผมตามหาคุณแทบพลิกแผ่นดิน!” คมน์ยังคงกอดร่างหญิงสาวไว้แน่น
“อย่าเพิ่งเสียงดัง” เขาพูดเสียงเรียบแต่แฝงอำนาจ
จักรมองภาพตรงหน้าแล้วถึงกับนิ่งงัน นี่เป็นครั้งแรกที่เขาเห็นชายผู้เยือกเย็นดั่งน้ำแข็งคนนี้อุ้มผู้หญิง แน่นราวกับกลัวเธอจะหายไป
“เธอเป็นใครครับ” จักรถามด้วยความระแวง
“ไม่เกี่ยวกับนาย” คมน์ตัดบทในทันที น้ำเสียงเย็นเฉียบ แต่แววตาเต็มไปด้วยความหวงแหน
จักรเหลือบมองหญิงสาวในอ้อมแขน เธอดูเปราะบางจนแทบไม่กล้าหายใจใกล้ ๆ
“เธอโดนวางยา” คมน์พูดพลางพยายามลุกขึ้น แต่แผลที่แขนทำให้เขาเซจนต้องกัดฟันแน่น
“คุณชาย! ให้ผมอุ้มเถอะครับ แขนคุณ”
“ไม่ต้อง!” เสียงคำรามต่ำหลุดออกมาจากลำคอ ราวกับสัตว์ร้ายกำลังปกป้องของรัก
จักรชะงัก เขาไม่เคยเห็นเจ้านายมีสีหน้าแบบนี้มาก่อน ทั้งดุดันและอ่อนโยนในคราวเดียวกัน
คมน์ขยับแขนที่บาดเจ็บอีกข้างประคองร่างชมพูพริ้งไว้แน่นขึ้น แม้เลือดที่ซึมจากผ้าพันแผลจะเปรอะเต็มแขนเสื้อ เขาก็ไม่ยอมปล่อย
“เดี๋ยวผมจัดการเรียกหมอให้มาช่วยทำแผลนะครับ”
“ไม่ต้อง กระสุนไม่ได้ฝังใน” คมน์เอ่ยเสียงเข้มต่ำ แต่ที่เขาไร้เรี่ยวแรงเช่นนี้เพราะต่อสู้ยาวนานหลายชั่วโมงจนร่างกายเหนื่อยล้า ถ้าได้อาบน้ำ พันแผล นอนพักก็หาย เขาฝึกการต่อสู้มาทุกชนิด ผ่านอะไรมามาก แค่นี้ทนไหวอยู่แล้ว
“ครับ” จักรรับคำ เป็นห่วงเจ้านายสุดใจ
“เปิดประตูรถ” เขาสั่งเสียงต่ำ
“แวะโรงแรมที่ใกล้ที่สุด”
“ครับคุณชาย!” จักรรีบพยักหน้าทำตามคำสั่งในทันที
ร่างสูงของคมพาร่างบอบบางที่กอดเขาเอาไว้แน่น เคลื่อนตัวเข้าไปทางด้านหลังของรถปิดกั้นทุกอย่างจากลูกน้อง แล้วจัดการพันแผลด้วยตัวเองอย่างชำนาญ
“คุณอย่าเพิ่งกวน เดี๋ยวผมช่วยเอง” เขาเรียกสติเธอโดยการตบที่แก้มเบาๆ เธอปรือตามองเสียงสั่นระริก
“ช่วยหน่อย ช่วยด้วยไม่ไหวแล้ว ร้อนไปหมด”
“ทนอีกนิดเดี๋ยวคุณจะได้นอนสบายๆ บนเตียง ที่นี่ไม่เหมาะ” เขาจัดการกับแผลโดยไม่ร้องขอหมอหรือให้ลูกน้องช่วย ไม่นานก็ห้ามเลือดได้ ในขณะที่คนบนตักยังวุ่นวายกับเสื้อตัว แต่เขาไม่นึกรำคาญเลยสักนิด
หลังจากรถคันหรูสีดำทะยานไปใต้ไฟถนน คมน์โอบกอดร่างน้อยของหญิงสาวเอาไว้งอย่างระมัดระวังราวกับของล้ำค่า เขากินยาระงับปวดในทันที และไม่ปล่อยให้เธอห่างอกแม้แต่วินาทีเดียว
รถหรูสีดำจอดหน้าตึกโรงแรมแห่งหนึ่ง คมน์หันมองหญิงสาวในอ้อมแขนที่ยังคงตัวร้อนจัดและหายใจถี่ ใบหน้าเต็มไปด้วยเหงื่อ เขารู้ดีว่าไม่สามารถพาเธอกลับบ้านใหญ่ในสภาพนี้ได้
“แวะพักที่นี่ก่อนแล้วกัน” เขาออกคำสั่งเสียงเรียบ
จักรเหลือบพยักหน้าเข้าใจ
“ครับคุณชาย ผมจะจัดเตรียมของทุกอย่างที่คุณชายต้องการเดี๋ยวนี้ครับ”
เมื่อถึงห้อง คมน์อุ้มร่างเธอวางลงบนเตียงอย่างเบามือที่สุด แม้แผลที่แขนจะยังไม่หาย เขาก็ไม่สนใจ เขาใช้ผ้าชุบน้ำเย็นเช็ดเหงื่อให้เธออย่างระมัดระวัง พยายามลดอุณหภูมิร่างกายที่ร้อนผิดปกติ
“ทนหน่อยนะ” เขาพึมพำ เสียงต่ำและอ่อนโยนอย่างที่ตัวเองแทบไม่เคยใช้กับใคร
“รอเดี๋ยว” เขากระซิบพลางกดเธอลงบนเตียงนอนหนานุ่ม
“ช่วยด้วย”
“ทนหน่อย แป๊บเดียว” เขาอยากจัดการกับตัวเองก่อนเพราะเสื้อผ้าและเนื้อตัวเต็มไปด้วยเหงื่อ
คมน์จัดการกับตัวเองเสร็จในเวลาอันรวดเร็ว เขาสลัดชุดที่เต็มไปด้วยคราบเหงื่อไหลและสกปรกออกไป ล้างหน้าล้างตาชำระร่างกายอย่างรวดเร็ว พยายามไม่ให้แผลที่แขนโดนน้ำ ก่อนจะนุ่งผ้าเช็ดตัวออกมาจากห้องน้ำ
เธอขยับตัวไปมา ครางออกมาด้วยความทรมาน
“ร้อน... ช่วยด้วย...” คมน์กัดฟันแน่น
“ผมทำแบบนี้คุณจะเสียใจหรือเปล่า” เขาขยับเข้าไปกอดร่างของเธอเอาไว้ เพื่อต้องการจะอุ้มเธอไปแช่น้ำที่อ่างอาบน้ำ แต่เสียหลักทาบทับเพราะเธอกอดเขาเอาไว้ไม่ห่าง
“ช่วยหน่อย ไม่ไหวแล้ว”
“ไม่เสียใจใช่ไหม ถ้าทำแบบนี้”
“ไม่ ไม่เลย อย่าไปเลยนะ” คมน์โดนอ้อมแขนเรียวของเธอกอดรัดเอาไว้อย่างเหนียวแน่น รั้งต้นคอหนาเอาไว้ แล้วริมฝีปากนุ่มก็จุมพิตอย่างรุกเร้า ก่อนที่เขาจะช่วยให้เธอหายทรมาน
ก๊อก ก๊อก ก๊อก...
ทุกอย่างผ่านพ้นไปอย่างเชื่องช้า รอบแรกผ่านไปแต่ฤทธิ์ยายังอยู่ เสียงเคาะประตูเหมือนเป็นการช่วยชีวิตเอาไว้ เพราะคมน์เริ่มปวดแผล
ถ้าเขาไม่บาดเจ็บคงสานสัมพันธ์กับเธอได้หลายรอบจนฤทธิ์ยาหมด แต่สถานการณ์ตอนนี้ไม่เอื้ออำนวยเลยจริงๆ
จักรยื่นของสำคัญให้เจ้านายหนุ่ม คมน์จัดการฉีดยาต้านให้เธอ ก่อนที่ร่างน้อยจะสงบลงและหลับไปในที่สุด เขาห่มผ้าให้เธอก่อนที่จะหันมาสั่งลูกน้องที่เฝ้าอยู่หน้าประตู
“พวกนายไปพักผ่อนกันก่อน ทางนี้ไม่เป็นไรแล้ว” ที่นี่เป็นโรงแรมของเขาเอง เป็นกิจการที่แอบทำและสร้างกำไรมหาศาล โดยไม่ให้คนในตระกูลรับรู้ ดังนั้นที่นี่จึงปลอดภัยแน่นอน
แสงแดดยามสายลอดผ่านม่านเข้ามาในห้องของโรงแรมหรู กลิ่นหอมสะอาดของห้องพักทำให้ชมพูพริ้งขมวดคิ้วขึ้นมาในทันที อาจเพราะเป็นกลิ่นที่เธอไม่คุ้นชิน ห้องของเธอไม่ใช่กลิ่นนี้นี่นา
เธอค่อย ๆ ลืมตาตื่น รู้สึกได้ถึงความนุ่มของเตียงใต้ร่าง ร่างกายปวดร้าวไปหมดจนต้องเผลอครางออกมา
เธอพลิกตัว แล้วภาพแรกที่เห็นทำเอาหัวใจแทบหยุดเต้น ข้างกายมีชายแปลกหน้านอนอยู่ด้วย
ชมพูพริ้มทำท่าจะกรีดร้อง แต่พอนึกได้ว่าเขาคือผู้ชายที่เธอช่วยห้ามเลือดเอาไว้เมื่อคืน ก็รีบเอามืออุดปากเอาไว้ในทันที
เขากำลังนอนหลับสนิท เธอกวาดมองก็เห็นยาวางอยู่บนหัวเตียง คงจะหลับไปเพราะฤทธิ์ยาสินะ
ร่างสูงใหญ่ของเขาโผล่พ้นผ้าห่มออกมาทำให้เห็นอกกว้างและกล้ามท้องแน่นๆ เธอลอบกลืนน้ำลายลงคอในทันที กวาดสายตามองสำรวจร่างของเขาก็เห็นว่าที่แขนซ้ายที่มีผ้าพันแผลพันไว้แน่นยังมีรอยเลือดซึมเล็กน้อย เส้นผมยุ่งนิด ๆ ใบหน้าคมเข้มดูนิ่งสงบแต่เต็มไปด้วยอำนาจแม้ในยามหลับ
ชมพูพริ้งชะงักกึก หัวใจเต้นแรงจนแทบหลุดจากอก ใบหน้าของเขาหล่อเหลาจนเธอตาค้าง เห็นคนหล่อมาเยอะ ทำไมเขาหล่อจนทำให้เธอเหมือนโดนสะกดแบบนี้ล่ะ
“เวรแล้ว” เธอพึมพำเสียงสั่น รีบคว้าผ้าห่มมาคลุมตัวแน่น พยายามไม่ส่งเสียงให้คนข้าง ๆ รู้ตัว
ชมพูพริ้มกะพริบตาเร็ว ๆ เพื่อเรียบเรียงความจำเมื่อคืนว่าหลังจากหนีคนร้ายในซอกแคบแล้วทำอะไรกันอีก
ตั้งแต่เริ่มคือเธอหนีแฟนเก่ามาในตรอก เจอผู้ชายคนนี้ เขาโดนยิง เธอช่วยห้ามเลือด แล้วจากนั้น ทุกอย่างก็มืดสนิท ร่างเลือนไปหมด แต่ที่รู้ ๆ เธอเสียตัวให้เขาแล้ว ก็ร่างกายของเธอไม่เหมือนเดิมอีกแล้วนี่นา
หัวใจของเธอร่วงวูบ
“บ้าเอ๊ย ชมพูพริ้ง เธอทำอะไรลงไปนี่!” เธอตีหน้าผากตัวเองเบา ๆ เพื่อเรียกสติ ทั้งตกใจ ทั้งกลัว ทั้งอาย ปนเปสับสนกันไปหมด
ยิ่งคิดยิ่งสับสน เขาโดนยิง แล้วมานอนอยู่โรงแรมแบบนี้ได้ยังไง หรือว่าเขาเป็นพวกนักเลง หรือพวกมาเฟีย หรือแค่คนมีเรื่องกับพวกมีอิทธิพลกันนะ เธอจะซวยเพราะเขาหรือเปล่านะ ที่รู้ ๆ เธอไม่ควรเกี่ยวข้องกับคนแบบเขา
ความคิดพรั่งพรูเต็มไปหมดจนปวดหัว เธอไม่อยากรู้แล้วว่าเขาเป็นใคร สิ่งเดียวที่คิดได้ตอนนี้คือ ต้องหนีออกไปให้เร็วที่สุด ก่อนที่เขาจะตื่น
ชมพูพริ้งค่อย ๆ ขยับตัวลงจากเตียงอย่างเบาแสนเบา ราวกับกลัวจะปลุกคนที่กำลังหลับสนิทให้ตื่นขึ้นมา เธอหยิบกระเป๋าถือมากอดเอาไว้แน่น พลางหันไปมองใบหน้าชายหนุ่มอีกครั้ง
เขายังหลับสนิท ใบหน้าในระยะใกล้ทำให้เธอใจเต้นแปลก ๆ คนอะไรหล่อเกินไปแล้วนะ และดูอันตรายอย่างบอกไม่ถูก
“ขอโทษนะคะ ฉันไม่ควรอยู่ตรงนี้ตั้งแต่แรก แต่ก็ขอบคุณที่ช่วย ถือว่าเราหายกันก็แล้วกัน” เธอกระซิบกับตัวเองเบา ๆ ก่อนเปิดกระเป๋าหยิบแบงก์พันออกมาห้าฉบับ วางไว้บนโต๊ะข้างเตียง
ห้าพันบาท คงพอให้เขารักษาตัว หรือซื้อยาได้บ้าง ถือว่าฉันตอบแทนที่เมื่อคืน เขาช่วยไว้ก็แล้วกัน เธอพูดพลางกลืนน้ำลาย รู้สึกหน้าเริ่มร้อนขึ้นอย่างปัจจุบันทันด่วน
ชมพูพริ้งสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ กำมือแน่น แล้วค่อย ๆ เดินไปทางประตู ก้าวเบาแสนเบา จนแทบเหมือนนักย่องเบา
ก่อนออกจากห้อง เธอหันกลับมามองอีกครั้ง เขายังคงหลับสนิท ดีแล้วที่หลับ ขอให้อย่าเจอกันอีก เพราะถ้าเขาขืนตื่นมาตอนนี้ เธอคงไม่รู้จะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน
“ฉันไม่อยากยุ่งกับคุณหรอกนะ ลาก่อน” เธอกระซิบเบา ๆ เหมือนพูดกับลม แล้วรีบเปิดประตูเดินออกไปโดยไม่หันกลับมาอีก เสียงประตูปิดลงอย่างแผ่วเบา เหลือเพียงชายหนุ่มที่ยังหลับอยู่ในห้องเงียบ ๆ
บนโต๊ะข้างเตียง มีเงินห้าพันบาทวางไว้”
เสียงนาฬิกาดิจิทัลในห้องดังขึ้นตามจังหวะเวลา
คมน์ลืมตาตื่นช้า ๆ ก่อนจะหันมามองข้างตัว แล้วพบแต่ความว่างเปล่า ไม่มีร่างของหญิงสาวเมื่อคืน ไม่มีเสียงหายใจแผ่ว ๆ เหลือเพียงผ้าห่มยับ ๆ และกลิ่นหอมอ่อน ๆ ที่ยังติดอยู่บนหมอน เขาขมวดคิ้วแน่น
“หนีงั้นเหรอ” เสียงต่ำลอดจากลำคอ
พอหันไปทางโต๊ะข้างเตียงก็เห็นแบงก์พันเรียงอยู่ห้าฉบับ ริมฝีปากของมาเฟียหนุ่มกระตุกเบา ๆ
“ห้าพันบาทงั้นเหรอ เธอวางเงินห้าพันให้ฉันนี่นะ” ลูกน้องเคาะประตู เมื่อได้ยินเสียงอนุญาต จึงเปิดประตูเข้ามา จักรถึงกับชะงักกึกเมื่อเห็นแบงก์ในมือของเจ้านายหนุ่ม
“เอ่อ... คุณชาย ตื่นแล้วเหรอครับ” คมน์หันขวับไปมองด้วยแววตาเรียบนิ่งแต่แรงกดดันมหาศาล
“จักร”
“คะ...ครับคุณชาย!”
“เธอไปไหนแล้ว”
“เธอออกไปแต่เช้าแล้วครับ”
“แล้วทำไมพวกนายไม่ขวางเธอเอาไว้”
“คุณชายไม่ได้สั่งนี่ครับ”
“นี่นาย!” น้ำเสียงเข้มข้นนั้นบ่งบอกถึงความไม่พอใจ
“นั่นเงินอะไรครับคุณชาย”
“เธอวางเงินให้ฉันห้าพัน” คมน์ยกเงินแบงก์พันห้าใบขึ้นมา
“ค่าตัวเหรอครับ” จักรเผลอถามออกไป ทำเอาต้องสะดุ้งสุดตัว
“ค่าตัวฉันมีค่าแค่ห้าพันอย่างนั้นเหรอ ผู้หญิงคนนี้กล้าดียังไง ไม่ใช่ผู้หญิงคนไหนจะได้นอนกับฉันง่าย ๆ”
“นั่นสินะครับ” จักรถึงกับยืนนิ่งไม่กล้าขำ แต่ปากมันสั่นเอง
“เอ่อ... ห้าพันบาท... ก็ถือว่าเยอะอยู่นะครับคุณชาย”
“เยอะ!” คมน์ทวนคำ
“ขอโทษครับ”
“รู้ความผิดของตัวเองไหม”
“ผมผิดอะไรครับ”
“อย่างแรกนายไม่จับเธอเอาไว้ ปล่อยให้เธอหนีไป อย่างที่สองนายดูถูกว่าตัวฉันแค่ห้าพัน เด็กเอ็นในผับของฉันค่าตัวยังมากกว่านี้อีก”
“ขอโทษครับคุณชาย”
“โบนัสปีนี้ งั้นนายก็ไม่ต้องเอาแล้วกัน”
“ผมผิดไปแล้วครับเจ้านาย ผมยังมีครอบครัวที่ต้องดูแล” จักรคุกเข่าลงก่อนจะยกมือท่วมหัว
คมน์โยนแบงก์ห้าพันลงบนโต๊ะ แล้วพึมพำเสียงขุ่น
“กล้าดียังไงเอาเงินห้าพันมาฟาดให้ฉันแล้วคิดจะชิ่ง อย่าหวังเลย”
จักรรีบยกมือปิดปากกลั้นหัวเราะ แม้จะกลัวเรื่องโดนหักโบนัส แต่ก็แอบคิดในใจว่าเธอแน่มาก ทำเจ้านายโกรธขนาดนี้
“ผมว่าเธออาจจะตกใจเฉย ๆ นะครับคุณชาย ผู้หญิงเขาไม่รู้ว่าคุณเป็นใคร”
“แล้วทำไมไม่ถามก่อนจะหนี แค่รอมันจะยากอะไร ยังไงก็นอนด้วยกันแล้ว จะได้ซักถามว่าเกิดอะไรขึ้น”
“ก็คุณชายดูน่ากลัวครับ”
คมน์หันมามองตาเขม็ง
“หมายความว่ายังไง”
“เอ่อ... เปล่าครับ ผมหมายถึงน่ารัก... เอ้ย! น่านับถือครับ!” เพราะอยู่ด้วยกันมานาน จึงกล้าพูดแบบนี้ ถ้าเป็นลูกน้องคนอื่นคงโดนเป่าไปแล้ว
คมน์สูดหายใจยาว พยายามสะกดอารมณ์ ก่อนจะพูดเสียงเย็น
“ฉันอยากรู้ว่าเธอเป็นใคร บ้านอยู่ไหน เป็นลูกสาวใคร ไปสืบมาให้ละเอียดด้วย”
จักรกะพริบตาปริบ ๆ
“คุณชายจะเอาเรื่องเธอเหรอครับ”
“เอาเรื่องที่ไหน... ฉันจะเอาเธอคืน!”
“อ๋อครับ... เอาคืน... แบบไหนครับ”
คมน์เหล่มองนิด ๆ
“อย่าถามเซ้าซี้ โบนัสไม่ได้จะเดือนหักเงินเดือนด้วย”
“รับทราบครับคุณชาย!” จักรยืดตัวตรง ทำท่ารับคำอย่างแข็งขัน โบนัสไม่ได้ โดนหักเงินเดือนไปอีก เขาได้กินข้าวกับเกลือแน่
“เดี๋ยวผมจัดการไปสืบประวัติเธอให้เองครับ!”
“ดี” คมน์พูดเรียบ ๆ ก่อนหันไปมองแบงก์ห้าพันอีกครั้ง แล้วกระตุกมุมปากขึ้น
“เดี๋ยวเจอกันแน่สาวน้อยของฉัน”
จักรกลืนน้ำลาย เพราะคุณชายของเขาดูทั้งโกรธ ทั้งหวง และเหมือนจะหลงเข้าเต็มเปาแล้ว อารมณ์ดูวุ่นวายไปหมด เขาอยู่กับคมน์มานานจึงพอรู้นิสัยใจคอกันดี
ภายในคฤหาสน์หลังใหญ่กลางเมือง ชมพูพริ้งนั่งอยู่บนโซฟากลางห้องรับแขก มือประสานกันแน่นบนตักแน่น ใบหน้ายังซีดเผือดจากเหตุการณ์เมื่อคืน
ตรงข้ามกันคือพี่ชายคนโตชื่อเชนทร์ ชายหนุ่มวัยสามสิบปลายในชุดสูทสีเข้ม หน้าตาคมเฉียบแบบนักธุรกิจที่ผ่านเกมชีวิตมานักต่อนัก ส่วนข้าง ๆ กันคือพี่สาวคนรองชื่อชามา หญิงสาวสวยเปรี้ยวในเดรสหรูที่แผ่รังสีความอำมหิตเล็ก ๆ ตั้งแต่เดินเข้าห้อง,k ทั้งคู่มองน้องสาวสุดที่รักด้วยสีหน้าเครียดจัด
“พูดมาอีกทีสิ” เสียงของเชนทร์ต่ำและเยือกเย็น แต่ในดวงตากลับมีแววโกรธจัด
ชมพูพริ้งก้มหน้า พยายามกลั้นน้ำตา
“ชมโดนกริชวางยาค่ะเฮีย”
“ไอ้เวรกริช มันกล้าทำกับเราถึงขนาดนี้เชียวหรือ”
ชามาแทบลุกพรวดขึ้นจากโซฟา
“สงสัยมันไม่อยากอยู่บนโลกนี้อีกแล้วเฮีย หรือจะให้มันไปเฝ้ารากมะม่วงดี!”
ชมพูพริ้งรีบยกมือขึ้นปรามพี่ ๆ รู้ดีว่าพี่ชายกับพี่สาวรักและเอ็นดูเธอมาก แต่การจะทำแบบนั้นมันผิดกฎหมาย
“เจ๊ใจเย็นก่อนนะคะ ชมหนีมาได้แล้ว ไม่เป็นไรจริง ๆ”
“ไม่เป็นไรเหรอ” เสียงเชนทร์ดังขึ้น
“โดนมันวางยา โดนมันลากขึ้นรถ! แล้วยังจะพูดว่าไม่เป็นไรอีกเหรอ” ชมพูพริ้งเงยถอนใจเฮือกใหญ่
“ชมโดนหลอก อันนี้ชมเองก็พลาดไม่เช็คให้ละเอียดเสียก่อน ที่สำคัญชมไม่อยากให้เฮียกับเจ๊เดือดร้อนค่ะ กริชเป็นลูกชายรัฐมนตรี ถ้าไปยุ่งด้วย มันอาจจะกลายเป็นเรื่องใหญ่”
“เรื่องใหญ่” ชามาหัวเราะเสียงเย็น ไม่เคยกลัวเกรงอะไรอยู่แล้ว น้องสาวฉันใครอย่าแตะ
“หมอนั่นคิดจะทำร้ายเรา เฮียไม่พร้อมมันไว้แน่”
“ชมไม่อยากให้เฮียกับเจ๊ทำผิดกฎหมายแบบนั้น เฮียกับเจ๊เหมือนพ่อแม่ของชม ชมเป็นห่วง”
เชนทร์หลับตาลงช้า ๆ สูดลมหายใจลึกเพื่อข่มอารมณ์ แต่กำมือแน่นจนเส้นเลือดปูด
“แล้วจะปล่อยมันไปแบบนี้น่ะเหรอ อย่าบอกนะว่าเรายังรักมันอยู่” ชมพูพริ้งรีบลุกเข้าไปจับแขนพี่ชาย
“ไม่ได้จะปล่อยค่ะ แล้วชมก็ไม่ได้รักเขาอีกแล้ว เขานิสัยไม่ดี เจ้าชู้ด้วย ใครจะไปเอาลง”
“แล้วจะให้ทำยังไง” เสียงเชนทร์เรียบแต่น่ากลัว
“ใช่ จะเอายังไง” ชามาหรี่ตามองน้องสาว
“กริชมีพ่อคุ้มกะลาหัว ชั่วขนาดนั้นยังรอดมาได้ ถ้าจัดการคนเป็นพ่อก่อน หมอนั่นก็เหมือนหมาข้างถนนค่ะ เอากฎหมายมาช่วยดีกว่าทำผิดกฎหมาย ทำให้คนไปเฝ้ารากมะม่วงถ้าโดนสาวมาถึงได้ติดคุก ไม่คุ้มหรอกค่ะ ชมไม่อยากให้เฮียกับเจ๊ทำผิดกฎหมายซะเอง”
“จริงด้วยเฮีย รัฐมนตรีคนนั้นมันคุมโครงการก่อสร้างของรัฐ มีคดีค้างเต็มมือ ยังไม่รวมข่าวลือเรื่องล่วงละเมิดที่โดนปิดไว้ด้วยเงินอีกไม่รู้กี่ราย” ชามาพูดเสียงเย็นเฉียบ