ทะนงสะดุ้งเฮือก เขาขยับตัวนั่งตรงๆ ปรือเปลือกตาขึ้นมองคนที่ยืนจังก้าตรงหน้า
“คุณพิเอง...เสียงดังทำไมหะ แก้วหูจะแตกแล้วเห็นมั้ย” ท่านบ่น ยกมือขยี้เปลือกตา พร้อมกับเหลียวมองหารัชนี “แม่นีไปเอาน้ำถึงไหนนะ ฉันหิวจะแย่”
“หึ!! พอเหยียบเข้ามาในรั้วบ้าน คุณพี่ก็เรียกหาแม่นั่นแล้วเหรอคะ...ดีจริง!!”
เสียงนางกระแทกกระทั้นจนคนฟังระอา สาวใหญ่ยังไม่หมดไฟริษยา เมื่อรู้เต็มอกว่าความรักของสามี ถูกปันให้หญิงอื่น...
“แก่จนปูนนี้แล้ว ยังจะหึงไม่รู้เรื่องอีกรึ? ฉันแค่หิวน้ำ แล้วแม่นีเขาอาสาพอดี”
ทะนงบ่น น้ำเสียงเช่นนี้เขาฟังมานานจนชิน พิไลกลายเป็นคนช่างคิดช่างแค้น หลังจากเขาพารัชนีที่กำลังท้องโย้เขามาอาศัยอยู่ใต้ชายคาเดียวกันเมื่อ20กว่าปีก่อน
“อีนังนั่นก็เหมือนกัน สาระแนดีนัก...”
นางก่นว่าผู้หญิงอีกคนของสามี ความเกลียดชังในหัวใจไม่เคยลดทอนลง มีแต่จะเพิ่มมากขึ้นตามวันเวลา เมื่อสองแม่ลูกนั่น คือหอกข้างแคร่ของนางที่มองเห็นเต็มตา แต่กลับทำได้แค่...กระแหนะกระแหน
“จะโวยวายทำไมหึคุณพิ!! เราไม่เหมือนเมื่อก่อนแล้วนะ คนรองมือรองเท้าให้คุณพิก็มีแต่แม่นีแค่คนเดียว ทำดีกับเขาบ้าง...คงไม่เสียหลายหรอกมั้ง”
มันเหมือนฟาดแส้ลงบนผิวเปลือยเพราะคำย้ำชัดของสามี พิไลตวัดสายตามองสามีแบบอยากจะกินเลือดกินเนื้อ ไม่ใช่เพราะเขาหรอกเหรอ ชีวิตบั้นปลายของนางจึงได้น่าทุเรศแบบนี้ จากคนมีหน้ามีตามีเงินทองจับจ่ายไม่ขาดมือ กลับต้องหลบๆ ซ่อนๆ เพราะหนี้สินล้นพ้นตัว
“มันสมควรทำแล้วนี่คะ ก็เพราะมันอยากทำตัวเป็นแบบนั้นเอง...” นางตอบเสียงขุ่นคลัก สะบัดค้อนให้สามีวัยชราซ้ำ “แล้วนี่หายหัวไปไหนมาอีกคะ หรือว่า...” นางรีบถามเสียงหลง หวังลึกๆ ในใจว่าสามีจะไม่ออกไปสร้างหนี้เพิ่ม
“โธ่! ฉันจะไปไหนได้ล่ะคุณพิ นอกจาก...” ทะนงตอบเสียงสลด เขาไม่มีที่ไป จะไปวัดเหมือนเพื่อนรุ่นเดียวกัน ใจมันก็ร้อนรุ่มเกินจะทนนั่งสนทนาธรรมกับคนอื่นได้ เมื่อหลงใหลอบายมุขเข้าเสียแล้ว ทะนงรู้สึกว่าตัวเองมีค่า เมื่อยังมีคนให้ความสนใจนับถือ แค่เดินผ่านประตูเข้าไป...ก็มีแต่คนยกมือไหว้
“ได้...หรือเสียล่ะคะวันนี้?” นางถามกลับเสียงสั่นลุ้นระทึกขอให้สามีไม่ผลาญสตางค์อีก สมบัติเก่าที่สะสมไว้ถูกเทขายจนหมด เวลานี้ที่มีไว้ประดับตัวก็แค่ของปลอม...เงินรายได้ที่พอจะมีซื้อข้าวซื้อน้ำภายในครัวเรือน ก็มาจากน้ำพักน้ำแรงของวันวาด เพราะหากหวังพึ่งพาพิไลลักษณ์คงได้แทะก้อนเกลือกิน เมื่อหลานสาวแท้ๆ ของนาง ใช้จ่ายแบบคนจมไม่ลง ทำตัวอวดรวยเหมือนเดิม จนเงินเดือนแทบไม่พอยาไส้
“ถ้าฉันได้...ฉันจะกลับมาตัวเปล่าเรอะ!!”
ชายสูงวัยตอบเสียงกระแทกกระทั้น เสียครั้งนี้ไม่ได้เสียแค่เงินที่หยิบยืมคนรู้จักไปเป็นทุน ยังเป็นหนี้ก้อนใหญ่กับเจ้าของบ่อนด้วยเสียอีก เขากำลังกลุ้มใจ!! เมื่อคิดจนศีรษะจะแตกยังหาวิธีหาเงินก้อนใหญ่ไม่ได้ และเมื่อเหลียวมองในบ้านก็ไม่รู้จะหาอะไรในบ้านไปขายอีก สมบัติมากมีมลายหายไปก่อนหน้านั้นแล้ว...แต่เพื่อหาเงินก้อนนั้น เอาไปคืนเจ้าหนี้รายใหม่ ที่ใครๆ ก็เล่าขาน ผู้ชายคนนั้น เหี้ยมเกรียมกว่าพญามัจจุราช
“แสดงว่าเสีย...หึ!! คราวนี้คงได้เฉือนเนื้อเอาไปขาย เพราะต้องวิ่งวุ่นหาเงินใช้หนี้อีกนาน”
นางประชด ทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้ตัวใกล้ๆ พร้อมกับถอนใจเฮือกใหญ่ๆ
“คุณพี่เมื่อไรจะหยุดคะ เราไม่มีอะไรเหลือแล้วนะคะ แม้แต่บ้าน”
ไม่มีใครรู้นอกจากนางกับสามี แม้แต่บ้านที่อาศัยซุกหัวนอนก็กำลังจะเป็นของคนอื่น เพราะการพนันตัวเดียว...
“ฉันก็อยากหยุดนะคุณพิ...แต่ทำไม่ได้”
เสียงของทะนงฟังเศร้าหมอง เขาอยากจะหยุด อยากจะอยู่ให้ห่างอบายมุขพวกนั้น แต่ยังไม่เคยทำได้สักที
“เท่าไรคะคุณพี่ เท่าไรสำหรับการผลาญครั้งนี้...”
นางถามเสียงอ่อนแรง ได้แต่ภาวนาไม่ให้เยอะเกินไป ไม่อย่างนั้นคงได้ฆ่าตัวตายหนีหนี้ยกครัว...
“1ล้าน” ทะนงตอบเสียงแผ่ว เขาหลุบเปลือกตาลง ความกระสันอยาก อยากแก้มือ อยากได้ที่เสียไปคืน ทำให้เขาถลำลงไปสุดตัว
“หะ!! ล้านนึง...บ้าไปแล้วๆ แน่ๆ แค่แสนเดียวยังไม่รู้จะเอาที่ไหนมาคืนเขาเลย นี่ล้านนึง...คงได้ตายทั้งบ้าน”
นางตะเบ็งเสียงก้อง ควานมือหาถ้ำยาดมในกระเป๋าหน้าของชุดอยู่บ้าน ก่อนจะรีบยกอังจมูก สูดกลิ่นหอมๆ แรงๆ ก่อนที่จะหมดสติไปเพราะความตกใจ
“คงได้ตายแน่ ถ้าไม่มีเงินไปคืนเขา...คุณพิไปถามคนที่รับจำนองบ้านเราหน่อยสิ เพิ่มอีกได้ไหม ฉันจะเอาเงินไปคืนเจ้าหนี้”
ทางเดียวคือที่ซุกหัวนอน ที่พอจะมีราคา
“ที่เอามานี่ก็เกินราคาแล้วค่ะ พิบอกคุณพี่แล้วนะ หนี้ก้อนนี้ขอพิไม่ยุ่ง”
“คุณพิไม่ช่วยฉัน แล้วใครจะช่วยได้ล่ะ...”
ทะนงคอตก หากไม่มีเงินก้อนนี้ไปคืน งานนี้คงได้หมดลมหายใจ
“พิหมดปัญญาแล้วคุณพี่ เราไม่เหมือนเดิม เวลานี้หันไปทางไหน ใครๆ เขาก็แทบจะเบือนหนี”
3ปีหลังเกษียร ทะนงผลาญสมบัติจนหมด เพราะหลงใหลอบายมุข ชั่วเวลาสั้นๆ เขาถลุงเงินไปกับการพนัน จนเป็นหนี้เป็นสิ้นล้นพ้นตัว จากเคยมั่งมี เวลานี้กลับจนกร็อบ...คนรับใช้ในบ้านทยอยลาออก เมื่อแม้แต่เงินเดือนพิไลยังค้างจ่าย เมื่อไม่มีรายได้เหมือนเก่า
“แล้วฉันจะทำยังไงล่ะคุณพิ?”
ทะนงถามเสียงเครือ...
รัชนียกมือทาบอก นางบังเอิญได้ยินเข้าพอดี คำสนทนาของสามีกับพิไล นางรู้สึกหนักหน่วงในอก คงต้องรีบให้บุตรสาวหาหนทางขยับขยาย ก่อนที่จะไม่มีแม้แต่ที่ซุกหัวนอน
“คุณพ่อ คุณแม่ พิไลกลับก่อนนะคะ”
สาวสวยรูปร่างพอๆ กับบางแบบยกมือไหว้แบบขอไปที ปรายตามองบิดาบุญธรรมที่ไร้สง่าราศี เนื่องจากความทรุดโทรม หล่อนแอบเบ้ปาก เมื่อสีหน้าดำคล้ำของบิดา บ่งบอกความกลัดกลุ้มที่อยู่ข้างในได้เป็นอย่างดี
“อะไร!! มายังไม่ทันได้คุยกันเลย จะกลับแล้วเหรอ” ทะนงบ่นลอยๆ
ลูกเลี้ยงสาวแอบเบ้ปาก ก่อนจะเงยหน้าขึ้นตอบ “คุณพ่อก็อยู่บ้านสิคะ พิไลจะได้อยู่คุยด้วย อยู่แต่บ่อนแล้วเมื่อไรจะได้คุยกันคะ”
“อย่ามาปากดี!! ว่าแต่...แกพอมีเงินให้ฉันยืมบ้างไหมล่ะ” หนุ่มใหญ่จนทางร้องถามเสียงแผ่วๆ
แววตาของลูกเลี้ยง ทำให้ท่านหน้าชา เมื่อมีแต่แววดูถูก “พิไลจะไปมีได้ยังไงคะ เงินมากมายขนาดนั้น...ไม่ลองถามแม่ลูกสาวสุดกตัญญูของคุณพ่อล่ะคะ” หล่อนรีบปฏิเสธ โยนความรับผิดชอบที่แสนหนักอึ้งไปที่วันวาด...มุมปากสีสดยกยิ้มหยัน...คงถึงเวลาต้องหาทางชิ่ง ก่อนที่ความฉิบหายจะมาเยือนตนเอง...
บทที่1.เจ้าหนี้ขาโหด
เบน อัคเดช รูธ เศรษฐีหนุ่มลูกครึ่งไทยอังกฤษ เขากำลังเฟื่องสุดขีด หลังประมูลเปิดกาสิโนได้ในประเทศเพื่อนบ้าน ที่มีอาณาเขตติดประเทศไทย ธุรกิจทำเงินที่ทำให้เขาร่ำรวยมหาศาลมีอาณาจักรทำเงินที่เก็บกินได้ตลอดชั่วชีวิต หากยังมีแมลงเม่าบินเข้ากองไฟเรื่อยๆ ก็รู้ทั้งรู้ว่าไฟมันร้อน แต่แมลงหน้าโง่นั่น ก็ยังบินถลาล่อ จนกระทั่งถูกเปลวไฟเผาปีกอันบางเบาจนมอดไหม้…ก่อนจะตายตกไปตามๆ กัน
“ท่านครับคุณโจนาธานมาถึงแล้วครับ” การ์ดหนุ่มเดินเข้ามานอบตัวรายงาน
เบนคลี่ยิ้ม สถานที่แปลกตาอาจทำให้น้องชายของเขามีพัฒนาการที่ดีขึ้น โจนาธาน อัครัก รูธ น้องชายสุดรักที่เคยร่วมหัวจมท้ายมาด้วยกัน สองพี่น้องบุกเบิกอาณาจักรกาสิโนมาด้วยกัน เพียงแต่โจนาธานโชคร้าย เขาประสบอุบัติเหตุร้ายแรง จากผู้ชายที่เคยเป็นที่ปรารถนาของผู้หญิงทั่วโลก เวลานี้โจนาธานไม่ต่างอะไรกับผักเน่า เขานอนนิ่งไม่ไหวติง...เบนทุ่มเทหาวิธีรักษา ไม่ว่าแพทย์แขนงไหนที่ว่าดี เขาลองมาหมด…จนโจนาธานเกิดความเบื่อหน่าย เขาเบื่อที่จะต้องฝืนสังขาร การทำกายภาพที่แสนโหด แต่ไม่มีอะไรดีขึ้น เขายังคงเป็นชายพิการที่ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้เหมือนเดิม
ความจริง...หากโจนาธานไม่ท้อ...ปานนี้เขาน่าจะเดินได้...
“อืม...ไปเถอะ”
เบนลุกขึ้นยืน เขารับปากมารดาเป็นมั่นเป็นเหมาะ เขาจะทำทุกทางให้โจนาธานกลับมาเป็นเหมือนเดิมให้ได้...
“ท่านครับ...”
แต่...ลูกน้องคนหนึ่งกับรั้งเขาไว้เสียก่อน...
“อะไรว่ะ ถ้าไม่ด่วนจริงมึงโดน!!”
เขายกนิ้วขึ้นชี้หน้าคนมาใหม่ พร้อมกับคำขู่
“มีลูกหนี้มาขอพบท่านครับ...”
“ใครมาขอพบกูว่ะ มันไม่รู้หรือไง...กูไม่ว่าง”
เบนตวาด...
“คุณทะนงที่ท่านถามวันก่อน เรื่องหนี้ที่ค้างไว้น่ะครับ”
คนรายงานหน้าซีด เขารีบละล่ำละลักบอก ก่อนที่เบนจะโกรธไปกันใหญ่
“อ๋อ...ไปๆ ไปพามาเลย กูให้10นาที”
เบนทรุดนั่งลงที่เดิม... เขายกปลายเท้าขึ้นพาดขอบโต๊ะ พร้อมกับวางมือไว้เหนืออก มองตรงไปยังประตูหน้า...