ตอน 2

อรอนงค์ใช้เวลาอาบน้ำกว่าสิบนาที คนที่อยู่ด้านนอกไม่รู้ว่ายังอยู่หรือไม่ เงี่ยหูฟังแล้วแม้แต่เสียงเดินก็แทบไม่ได้ยิน

หญิงสาวห่มผ้าเช็ดตัว เขย่งปลายเท้าเปียกชื้นไปที่ประตูแล้วเอาหูแนบ สิ่งที่ได้ยินนอกจากเสียงนกร้องแล้วเธอก็ไม่ได้ยินเสียงอื่นใดอีก

...คงออกไปแล้วกระมัง

เมื่อเชื่อมั่นว่าอีกฝ่ายไม่น่าจะอยู่ในห้อง อรอนงค์จึงปลดกลอนอย่างเบามือ ยังไม่ทันเปิดประตู เสียงเคาะประตูรัวเร็วจากด้านนอกพร้อมกับเสียงของหม่อมเจ้าหญิงทัสดาผู้เป็นสหายทำให้เธอลงกลอนประตูแทบไม่ทัน

“เจ้าพี่! เจ้าพี่! ยังไม่ตื่นบรรทมหรือคะ!” เสียงของท่านหญิงร้อนรนไม่น้อย และดูเหมือนว่าจะไม่มีความอดทนเท่าไรนัก เพราะถ้าผู้เป็นพี่ชายไม่ยอมเปิดประตูให้โดยเร็ว เกรงว่าท่านหญิงคงจะเคาะจนประตูพังเป็นแน่

“เอะอะอะไรแต่เช้า หญิงทัส”

เจ้าของห้องเปิดประตูในสภาพงัวเงีย เขาสวมเสื้อคลุมอาบน้ำสีขาว ผูกเชือกที่เอวแบบหลวมๆ ดังนั้นสาบเสื้อจึงหย่อนคล้อยเผยให้เห็นมัดกล้ามกำยำและผิวเนื้อที่มีรอยแดงประปราย

รอยนั้นหากเพ่งมองดีๆ ย่อมมองออกว่าเป็นรอยเล็บของสตรีที่เผลอข่วนลงบนเนื้อตัวชายหนุ่มอย่างไม่ตั้งใจ ทว่าในเวลานี้ท่านหญิงทัสดาร้อนอกร้อนใจจึงไม่ทันสังเกต พอเห็นหน้าเชษฐาก็พ่นคำถามรัวเร็วโดยไม่สนใจว่าอีกฝ่ายอยู่ในสภาพใด

“เจ้าพี่! เห็นอรไหมคะ”

“อรอนงค์น่ะหรือ” ท่านชายเท้าแขนข้างหนึ่งกับผนัง อีกข้างหนึ่งจับขอบประตูไว้ “พี่จะเห็นได้ยังไง หรือน้องคิดว่าหล่อนจะอยู่ในห้องพี่?”

ผู้เป็นพี่ย้อนถาม แววตาเครียดขรึมขึ้นมาชั่วขณะ เดิมทีท่านหญิงทัสดาก็เกรงกลัวสายตาเช่นนี้ของเชษฐาอยู่แล้ว พออีกฝ่ายจ้องมองเขม็งเช่นนั้นก็ไม่กล้าถามซักไซ้อื่นใดอีก เพียงพึมพำเสียงอุบอิบว่า

“โธ่! น้องไม่ได้หมายความเช่นนั้น น้องเพียงแค่อยากรู้ว่าเช้านี้เจ้าพี่เห็นเธอเดินผ่านตาบ้างไหม น้องตื่นมาไม่พบเธอเลยร้อนใจมาก ไม่รู้เมื่อคืนไปนอนเสียที่ไหน หาดูจนทั่วแล้วก็ไม่พบ” ท่านหญิงกล่าวพลางถอนใจเฮือก “เมื่อคืนหญิงเมามาก จำอะไรไม่ได้เลย อรก็ดื่มไปเยอะ หญิงกลัวว่าอรจะเป็นอะไรไป”

“หล่อนอาจจะกลับบ้านไปแล้วก็ได้”

“กลับบ้าน?” ผู้เป็นน้องสาวนิ่งคิดครู่หนึ่งก่อนส่ายหน้าอย่างไม่เห็นด้วย “เป็นไปไม่ได้หรอกค่ะ หญิงจำไม่เห็นได้ว่าอรกลับบ้านไปแล้ว”

“ก็น้องเมามาก จำอะไรไม่ได้ไม่ใช่หรือ”

ครั้นพี่ชายพูดเช่นนั้น ท่านหญิงก็เริ่มลังเล “เอ...หรือจะกลับไปแล้วจริงๆ ใครไปส่งกันนะ”

“บ้านโน้นอาจจะส่งคนมารับไปแล้ว” เพียงคำพูดหนักแน่นของเชษฐาก็ทำให้ท่านหญิงคล้อยถามอย่างไม่ยากเย็น “น้องมีเรียนเช้าไม่ใช่หรือ ไม่รีบไปประเดี๋ยวจะสายเอา”

“จริงด้วยสิคะ ลืมไปซะสนิทเลย ถ้างั้นหญิงไปก่อนนะคะ ไว้เรียนเสร็จแล้วจะแวะไปหาอรสักหน่อย”

ท่านหญิงทัสดากระพุ่มมือไหว้พี่ชาย ขอโทษขอโพยที่มารบกวนเวลานอน ก่อนจะเร่งฝีเท้ากลับห้องอย่างรีบร้อน เหลือเวลาไม่ถึงครึ่งชั่วโมง กว่าจะอาบน้ำแต่งตัว รับประทานอาหารเช้า เผื่อเวลาเดินทางอีกสิบห้านาที คะเนดูแล้วคงไปไม่ทันเวลาเป็นแน่ เรียนปริญญาโทวันแรก ท่านหญิงไม่อยากไปสาย ทั้งยังไม่อยากให้อาจารย์เพ่งเล็ง ดังนั้นไม่กี่นาทีต่อมาหญิงสาวก็ลืมเลือนเรื่องของอรอนงค์ไปจนสิ้น

หลังจากขนิษฐาเดินจากไปแล้ว ท่านชายทิทยุจึงปิดประตูลงกลอน สาวเท้ายาวๆ ไปที่ห้องน้ำ เคาะเรียกคนที่อยู่ด้านใน

“อร...อรอนงค์ ยังไม่เสร็จอีกหรือ” เขาเงี่ยหูฟัง ได้ยินเสียงสวบสาบเบาๆ จากนั้นไม่นานก็ได้ยินเสียงปลดกลอน ประตูแง้มพร้อมกับใบหน้าผุดผ่องของอรอนงค์โผล่ออกมา

“ท่านหญิงไปแล้วหรือเพคะ”

“ไปแล้ว ออกมาเถอะ”

อรอนงค์พรูลมออกจากปากอย่างโล่งอก หากท่านหญิงมาพบเธอในสภาพนี้ ซ้ำยังเป็นในห้องของเชษฐา ไม่รู้ว่าท่านหญิงจะตกใจเพียงใด จะตระหนก หวาดหวั่น หรือโกรธขึ้งก็ยังไม่แน่ หากรุนแรงหน่อยก็คงถึงขั้นตัดขาดความเป็นเพื่อนกับเธอเลยก็เป็นได้

ดีแล้ว...อรอนงค์บอกตัวเอง ท่านหญิงยังไม่ทราบความจริงถือว่าเป็นเรื่องที่ถูกต้องแล้ว และตัวเธอเองยังปรารถนาให้เหตุการณ์เมื่อคืนเป็นความลับระหว่างเธอกับท่านชายไปตลอดชีวิตอีกด้วย

“สวมเสื้อผ้าก่อน”

ท่านชายก้มเก็บเสื้อผ้าที่ถูกถอดทิ้งลงบนพื้นยื่นส่งให้เธอ อรอนงค์มองมือใหญ่หยาบที่ถือชุดชั้นในลายลูกไม้ของเธอเอาไว้ด้วยความกระดากอาย หญิงสาวยื่นมือสั่นระริกออกไปรับ ใบหน้าก้มต่ำ ดวงตาหลุบมองพื้นไม่กล้าที่จะสบสายตาคนตรงหน้า เป็นครั้งแรกในชีวิตที่เธอตกอยู่ในสภาพน่าอับอายขายหน้าเช่นนี้...ทั้งกลายเป็นผู้หญิงที่ปล่อยตัวปล่อยใจอย่างไม่น่าให้อภัย ทั้งยังดื่มเหล้าเมามายหมดสภาพไม่สมกับเป็นลูกหลานตระกูลนาวายุทธ์ เธอหลงระเริงเช่นนั้นไปได้อย่างไรหนอ ทำไมถึงดื่มสุรามากมายเพียงนั้น ทำไมถึง...

เจ้าตัวเหลือบมองไปยังเตียงนอนที่ยับย่นแล้วขมริมฝีปากด้วยความเคร่งเครียด

ทำไมนะทำไม! ทำไมต้องเป็นท่านชายด้วยหนอ!

“จะสวมเองหรือให้ฉันสวมให้”

เสียงของท่านชายทำให้อรอนงค์สะดุ้งเฮือก ท่าทางตื่นตระหนกราวกระต่ายตื่นตูมดูน่าขันในสายตาของคนมอง

ด้วยวัยสี่สิบสามปี ผ่านโลกมาประมาณหนึ่ง ผู้หญิงที่เข้ามาในชีวิตนับๆ ดูก็อาจจะเกินร้อยคนแล้ว หม่อมเจ้าทิทยุจึงจัดการกับเหตุการณ์นี้ได้อย่างไม่ยากเย็นนัก จะมีเรื่องกังวลอยู่สักเล็กน้อยก็เพียงแค่อรอนงค์คือสหายคนสนิทของขนิษฐา เห็นมาตั้งแต่ตัวกะเปี๊ยก วิ่งผมเปียชี้ หน้ากลมแก้มอูม ขี้มูกน้ำลายเปรอะเปื้อนแห้งกรังเต็มหน้าก็เคยเห็นมาแล้ว ตอนที่เขาบินไปเรียนที่อังกฤษ เจ้าหล่อนเริ่มโตเป็นสาว ก็ดูดีขึ้นมาบ้างเล็กน้อย ไม่คาดคิดว่าผ่านไปสิบแปดปี อรอนงค์จะกลายเป็นสาวสะพรั่ง งดงามเพียบพร้อมจนกระไดบ้านนาวายุทธ์ไม่เคยแห้ง

“มะ...ไม่ต้องเพคะ”

เจ้าหล่อนถอยหลังกรูดไปหลายก้าว ก่อนจะย่อตัวผลุบ แล้ววิ่งปรู๊ดหายเข้าไปในห้องน้ำ

ใช้เวลาไม่กี่นาที อรอนงค์ก็กลับออกมาพร้อมกับเสื้อผ้าตัวเดิมที่สวมใส่เมื่อคืนนี้

เดรสเปิดไหล่สีชมพูหวานขับผิวของอรอนงค์ให้ขาวผ่องยิ่งกว่าเดิม ลำคอระหงและลาดไหล่เนียนชวนมอง ทว่า...ท่านชายทิทยุแทบจะยกมือกุมขมับเมื่อเห็นว่าชุดของอรอนงค์มีร่องรอยถูกกระชากจนขาดที่ไหล่ขวา

...นั่นเป็นฝีมือของเขาหรือฝีมือของใคร ชายหนุ่มไม่อยากจะเชื่อว่าตนเองขาดสติถึงขั้นกระชากเสื้อผ้าของเธอจนขาดแหว่งวิ่นเช่นนี้ เขาเคยควบคุมสติได้เสมอ แล้วเหตุใดเมื่อคืนจึงทำตัวราวกับพวกเลวสถุน ฉีกทึ้งเสื้อผ้าของสตรีอย่างไม่ให้เกียรติเช่นนั้นเล่า

เขาจ้องมองเสื้อผาของอรอนงค์ มองมือที่คอยแต่จะปิดรอยขาดนั้นอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะเดินไปที่ตู้เสื้อผ้า หยิบเสื้อสูทตัวหนึ่งออกมา เดินกลับมาคลุมสูทตัวนั้นให้เธออย่างสุภาพและระมัดระวัง ยามนี้อรอนงค์เสมือนแก้วเจียระไนใบหนึ่งที่หากแตะต้องแรงเกินไป อาจจะแหลกสลายได้ในคราวเดียว

ตอน 3

หม่อมเจ้าทิทยุมองใบหน้าที่ก้มต่ำ แม้ไม่เห็นสายตาก็รู้ว่าอรอนงค์กำลังประหม่าและอึดอัด เขารู้ดีว่าอรอนงค์ไม่ได้หัวโบราณมากมายอะไรนัก แต่ก็ไม่ใช่สาวสมัยใหม่จนไม่ไยดีกับการสูญเสียพรหมจรรย์ สิ่งที่ควรสงวนให้กับสามีดันถูกเขาช่วงชิงมาแล้ว ในใจของเธอจะเจ็บปวดรวดร้าวเพียงใดหนอ

เขาไม่ใช่คนละเอียดอ่อน แทบไม่เคยทะนุถนอมสตรีคนใดนอกจากขนิษฐา ยิ่งวิธีคิดของสตรีนั้นเขายิ่งไม่เคยจะใส่ใจมาก่อน หากยามนี้ รู้ตัวดีว่าตนเองผิดเต็มประตู จะเสือกไสไล่ส่งอีกฝ่ายเหมือนสตรีที่เคยผ่านมาไม่ได้ จะไม่ไยดีทำเหมือนเหตุการณ์เมื่อคืนไม่เคยเกิดขึ้นก็นับว่าเป็นการทำร้ายจิตใจของเธอมากจนเกินไป แต่จะให้ยืดอกรับผิดชอบให้สมกับความเป็นสุภาพบุรุษในทันทีทันใดนั้น เขาเห็นว่าเกินจำเป็น อย่างน้อย...ขอเวลาให้เขาได้คิดและตรึกตรองสักคืนหนึ่ง รอจนความว้าวุ่นในใจของเขาสงบลงและรอให้เธอใจเย็นกว่านี้อีกสักหน่อย ค่อยพูดคุยตกลงกันก็ยังไม่สาย

“อร” เขาทอดเสียงแบบที่พยายามให้อ่อนโยนที่สุด กระนั้นก็ยังทำให้เธอสะดุ้งเฮือก อรอนงค์ดูหวาดกลัว และเหมือนสติจะล่องลอยไปอยู่ที่ใดไม่ทราบได้ เขาจำได้ว่าเธอมีเพื่อนชายคนสนิทสองสามคน นี่อาจเป็นเหตุผลที่ทำให้เธอกังวล อรอนงค์อาจจะกลัวว่าคนใดคนหนึ่งในนั้นจะยอมรับตัวเธอไม่ได้

เขาวางมือที่ต้นแขนทั้งสองข้างของอรอนงค์ รับรู้ถึงอาการสั่นสะท้านที่ไม่มีทีท่าว่าจะสงบ คิดอยากดึงอีกฝ่ายเข้ามากอดปลอบเสมือนกอดน้องสาวคนหนึ่ง แต่เขากลับไม่กล้าทำเช่นนั้น ทำได้เพียงบีบต้นแขนกลมกลึงนั้นเบาๆ ก่อนจะจับจูงเธอมานั่งที่เตียง ผมดำขลับของเธอเปียกชื้นตกระใบหน้า เขาจึงเดินไปหยิบผ้าขนหนูผืนเล็กในตู้มาเช็ดให้ ทีแรกอรอนงค์กระถดหนี ไม่ยอมให้เขาแตะต้องผมของเธอแม้แต่ปลายเล็บ

“อยู่เฉยๆ” เขาออกคำสั่งทั้งยังใช้สายตาดุๆ มองเธอเช่นเดียวที่มองหญิงทัส เจ้าหล่อนก็ก้มหน้างุด ยอมให้เขาทำตามอำเภอใจ ไม่กล้าขัดใจอีก

ท่านชายเช็ดผมให้เธออย่างเบามือ อรอนงค์เคยเห็นเขาทำเช่นนี้กับท่านหญิงมาก่อน แต่ไม่เคยคิดเลยว่าวันหนึ่งจะได้รับการกระทำอย่างอ่อนโยนเช่นนี้จากเขา หญิงสาวนั่งตัวลีบไม่ขยับเขยื้อน ใบหน้าก้มต่ำจนคางแทบชิดอก เสื้อสูทของท่านชายที่คลุมตัวเธออยู่เริ่มอุ่นขึ้นมาทีละน้อย ทำให้อาการหนาวสั่นของเธอหายเป็นปลิดทิ้ง

ผ่านความตกใจมาสักพักใหญ่ๆ แล้ว อรอนงค์เริ่มตั้งสติได้ เธอยืดตัวตรง เงยหน้า มองสบดวงตาที่ลึกล้ำดั่งมหาสมุทรของคนตรงหน้าอย่างตรงไปตรงมา

ท่านชายปล่อยมือจากผมของเธอ ก่อนจะคุกเข่าลงข้างหนึ่งตรงหน้าเธอ มือที่อุ่นร้อนแตะที่หลังมือของเธอ แต่ก่อนที่เขาจะพูด อรอนงค์กลับชิงพูดเสียก่อน

“อย่าบอกท่านหญิงนะเพคะ”

ท่านชายย่อมเข้าใจดีว่าเรื่องอะไรที่ไม่ควรบอก ทว่าสีหน้าและแววตาที่แสดงออกมากลับไม่ใช่สิ่งที่เธอคาดคิด สีหน้าไม่เห็นด้วยและสายตาที่อ่อนโยนนั้นทำให้เธอคิดไปไกลแล้วว่าท่านชายอยากจะรับผิดชอบ ‘อุบัติเหตุ’ ที่เกิดขึ้นในครั้งนี้

รับผิดชอบงั้นหรือ...อรอนงค์นึกภาพไม่ออกเลย ผู้ชายที่รักอิสระและไม่เคยเอาหัวใจไปเกาะเกี่ยวผู้หญิงคนใดอย่างท่านชายจะยอมแต่งงานกับเด็กสาวที่อายุห่างจากเขาเกือบสิบหกปี ทั้งยังเป็นคนที่เขาเคยดูแคลน อรอนงค์ยังจำได้ถึงคำตำหนิอย่างตรงไปตรงมาของเขา

‘ไม่มีศักดิ์ศรีแล้วหรือ’

‘เธอรู้ดีอยู่แล้วว่าปราบ* (จากเรื่องเพียงรอยพรหม) แต่งงานแล้ว เธอยังจะไปยุ่งอะไรกับเขาอีก’

‘เธอจะตามตื๊อผู้ชายที่มีเจ้าของแล้วอีกนานแค่ไหนกัน หืม? คิดจะแย่งเขามางั้นหรือ ทำไม่ได้หรอก ฉันมั่นใจว่าเธอทำไม่ได้ ยิ่งเธอทำตัวแบบนี้ ปราบก็จะยิ่งไม่มองเธอ’

เวลาล่วงเลยมาเกือบหกปีแล้ว แต่เหตุการณ์ในตอนนั้นยังฝังลึกอยู่ในใจของเธออย่างยากจะลบเลือน อรอนงค์ยอมรับว่าเมื่อหกปีก่อน เธอยังเด็กจึงคิดตื้นเขินและอยากเอาชนะมากจนเกินไป แต่ท่านชายเป็นคนเดียวที่ทำให้เธอคิดได้ คำพูดของท่านชายแม้จะกัดกินหัวใจของเธอจนเลือดซิบแต่ก็เปรียบดั่งแสงสว่างขับไล่ความโสมมในจิตใจของเธอออกไปได้

“ไม่ให้บอกหญิงทัส?”

เสียงของท่านชายปลุกเธอจากภวังค์ อรอนงค์กะพริบตาถี่เร็ว ภาพความทรงจำในวันวานจึงแปรเปลี่ยนเป็นใบหน้าคมสันสมบูรณ์ที่ดูภูมิฐานตามช่วงวัย

“ไม่ใช่แค่ท่านหญิง แต่ทุกคนเพคะ”

“แน่ใจแล้วหรือ”

อรอนงค์พยักหน้าโดยไม่เสียเวลาคิด แววตาของเธอทั้งหนักแน่นจริงจังจนทำให้ท่านชายนิ่งงันไปชั่วขณะ เขาเพ่งมองเธอ จ้องลึกเข้าไปในดวงตาที่สุกสกาว จริงใจและบริสุทธิ์ ดวงตาคู่นี้ดึงดูดเขา...ทำให้เขาไม่อาจหักห้ามใจตัวเอง ไม่อาจดึงเธอเข้ามาในอ้อมกอด แล้วบดจูบลงบนกลีบปากที่ชุ่มฉ่ำเชิญชวนนั้น

‘อืม’

ภาพเหตุการณ์เมื่อคืนผุดขึ้นมาในหัวราวกับละครฉากหนึ่ง เขาจำได้ว่าส่งเสียงครางอย่างพึงพอใจเมื่อได้ลิ้มรสกลีบปากอ่อนนุ่มที่เต็มไปด้วยความประหม่าของเธอ

ท่านชายย้ายสายตามาที่ริมฝีปากชมพูระเรื่ออย่างไม่รู้ตัว

มีร่องรอยของเขาอยู่บนนั้น อาจเป็นรอยกัดหรือรอยดูดจนเกิดเป็นรอยจ้ำจางๆ ครั้นเลื่อนสายตาต่ำลงกว่านั้น เขาก็เห็นรอยประทับบนเนินทรวง รอยแดงจ้ำสองสามรอยนั้นทำให้เขารู้สึกราวกับได้ครอบครองความงดงามทั้งหมดของโลกใบนี้ไว้เพียงคนเดียว

“อรอยู่ที่นี่นานไม่ได้ ประเดี๋ยวท่านหญิงไปที่บ้านแล้วจะไม่พบ”

เสียงของอรอนงค์ทำให้คนที่กำลังเหม่อลอยรู้สึกตัว ท่านชายผุดลุกรวดเร็ว กระแอมกระไอในลำคอสองสามครั้ง พลางดึงสาบเสื้อของตัวเองให้ปกปิดเนินเนื้อผุดผ่องที่ชวนให้คิดไปถึงไหนต่อไหนนั้น

“ฉันไปส่ง”

“ไม่เป็นไรเพคะ ประเดี๋ยวอรโทร.เรียกให้ที่บ้านมารับดีกว่า”

เท้าที่กำลังมุ่งหน้าไปยังประตูชะงักเล็กน้อย ตอนเขาเอี้ยวตัวหันมามอง ดวงตาของเขาก็แสดงอำนาจที่ทำให้เธอปฏิเสธไม่ได้

“ฉันจะเบาใจมากถ้าได้ไปส่งเธอด้วยตัวเอง”

จากนั้นมือใหญ่ก็คว้าข้อมือเล็ก จับจูงคนที่ยืนอ้ำๆ อึ้งๆ ให้เดินตามจนขาแทบขวิด

อ่านต่อเลย
ร่วมสนับสนุนนักเขียนเพื่อเป็นกำลังใจในการสร้างสรรค์ผลงานสุดสนุกต่อไป Moboreader
ปลดล็อกทุกตอน

ทิวาโลมดาว

ตอนที่ 2
ตอน
ปรับแต่ง
บทถัดไป
Minishorts Logo
อ่านนิยายออนไลน์ นิยายเว็บ และเรื่องราวโรแมนติกสุดฮิตบน MiniShorts พบกับนิยายโรแมนติกท่านประธาน นิยายแฟนตาซีมนุษย์หมาป่า ดราม่า และแฟนตาซี พร้อมคอนเทนต์ซีรีส์สั้นคัดสรรพิเศษที่สร้างจากเทรนด์เรื่องราวยอดนิยม
MiniShorts YouTube
©2026 MiniShorts All Rights Reserved. CHASINGTOP HK LIMITED