1
นันทิยาก้าวลงจากรถคันใหญ่ด้วยรอยยิ้มเล็กๆ มีเสน่ห์ นัยน์ตากลมโตใสแจ๋วเหมือนกับลูกแก้วเป็นประกายระยิบระยับ ด้วยความดีใจที่จะได้เจอกับพี่ภาม คู่หมั้นหนุ่มรูปหล่อซึ่งกลับจากการไปติดต่อประสานงานกับเอเจนซี่รายใหญ่ ที่จะส่งแขกมาให้ในช่วงหน้าไฮซีซั่น จนอดทนรอถึงตอนเย็นไม่ไหวจำต้องแอบมาเตรียมตัวเซอร์ไพรส์ชายหนุ่มถึงที่บ้าน
หญิงสาวพาร่างโปร่งบางด้วยความสูง 175 เซนติเมตร อวบอัดไปด้วยสัดส่วนอก เอวและสะโพก 36-24-36 บวกด้วยผิวสีน้ำผึ้งอ่อนจางที่สาวๆ หลายคนมองแล้วก็ต้องอิจฉา ส่วนหนุ่มๆ ไม่ต้องพูดถึงเพราะเหลียวหลังมองจนคอแทบจะเคล็ดเลยก็ยังมี ก้าวเดินอย่างมั่นใจเข้าไปในบ้านพักหลังใหญ่เหมือนกับว่าเธอเป็นเจ้าของ ด้วยกุญแจพวงใหญ่ที่คุณแม่ของภามมอบให้ แต่เพียงแค่เปิดประตูเข้าไปเท่านั้นเองไอเย็นที่แผ่กระจายมาหนาวจนจับหัวใจให้สงสัยครามครัน แต่คงจะไม่เท่ากลิ่นหอมอ่อนๆ เหมือนกลิ่นดอกไม้ที่ลอยมา
‘หรือว่าพี่ภามกลับมาแล้ว...แต่ตามกำหนดการภามจะเดินทางกลับจากสวิสมาถึงบ้านในช่วงเย็นของวันนี่นา แต่นี่มันเป็นเพียงแค่บ่ายเองนะ’
นันทิยาได้แต่แปลกใจ แม้บ้านหลังนี้จะไม่ได้มีเพียงแค่ภามคนเดียว ยังมีรสรินอีกคน แต่น้องรสก็เพิ่งจะเรียนจบปริญญาโททางด้านบริหารจากมหาวิทยาลัยชื่อดังที่ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ และจะเดินทางกลับมาถึงบ้านในอีกสองวันข้างหน้า โดยที่หญิงสาวเปรยๆ ว่าจะไปพักอยู่กับครอบครัวที่บ้านหลังใหญ่ท้ายเกาะอีก เพราะคิดถึงและอยากอยู่กับบิดาและมารดาก่อนที่จะต้องลงมือทำงาน รบรากับผู้คนรายรอบกาย
คิ้วโก่งได้รูปสวยขมวดเข้ากันเมื่อห้องโถงใหญ่ที่เคยประดับประดาด้วยเครื่องเรือนและเฟอร์นิเจอร์ราคาแพงเหมือนจะมีการขยับเขยื้อนเคลื่อนย้ายด้วย Seven Salotti ‘Nest’ Modern corner Sofa ที่เคยตั้งเด่นเป็นสง่าอวดความสวยงามอยู่ตรงกึ่งกลางห้องได้ถูกย้ายไปอยู่ชิดมุมห้องด้านหนึ่งจนหมดทุกชิ้น และถูกทดแทนด้วยโต๊ะทานอาหารสีดำสนิทแทน รอบๆ ห้องก็เต็มไปด้วยดอกไม้สีสันสดใสแทบทั้งไร่ มีทั้งกลิ่นหอมอ่อนๆ ไปจนถึงกับฉุน
นันทิยากวาดสายตาไปจนทั่วทั้งห้อง เดินไปห้องครัวและส่วนหลังของบ้านที่จะพบเส้นทางสายเล็กๆ เชื่อมต่อไปยังหาดทรายขาวสะอาดทอดยาวไปจนหัวปลายแหลมที่มีศาลาให้ได้พักผ่อนนอนเล่น แต่ก็ไร้วี่แววเจ้าของบ้าน เพิ่มความสงสัยให้เธอยิ่งนัก ก่อนดวงตากลมโตจะเบิกกว้าง พร้อมกับอะไรบางอย่างที่ตรงเข้ามาสะกิดใจ อย่างกับลูกกระสุนที่มันพุ่งตรงเข้าเป้า
เรียวปากบางขบเม้มเข้าหากัน เมื่อมองไปทั่วห้องแล้วพบแค่เพียงความว่างเปล่า เธอไม่คิดถึงบิดาและมารดาของภามเลย เพราะท่านทั้งสองมีที่ส่วนตัวที่จะใช้พลอดรักกัน จนเธอได้แต่แอบอิจฉาริษยาอยู่ในใจ เมื่อไหร่ภามจะมองเธอดังเช่นลุงภีมมองป้าโรสบ้าง แม้เวลาจะผ่านไปจนภามและรสรินโตจนเกือบจะมีครอบครัวได้แล้ว ความหวานของทั้งสองคนก็ไม่เคยที่จะลดลงเลย มีแต่จะเพิ่มขึ้นทุกๆ วันครองรักครองคู่กันอย่างถ้อยทีถ้อยอาศัย เป็นครอบครัวตัวอย่างได้เป็นอย่างดีเลย
‘เจ้าของบ้านไม่ได้อยู่ตรงนี้แสดงว่า...’
นันทิยาไม่รีรอ รีบวิ่งไปที่ห้องของภามในทันที ในหัวใจอัดแน่นไปด้วยความรู้สึกมันคละเคล้ากันไปอย่างที่เธอก็บอกไม่ถูกเหมือนกัน มันเป็นความรู้สึกอะไรกันแน่ รู้เพียงแค่ว่ามันอัดแน่นอยู่ในอก จนหายใจไม่ค่อยจะออก มันติดๆ ขัดๆ ไปเสียหมด
ริมฝีปากอวบอิ่มเป็นสีแดงเรื่อโดยที่แทบจะไม่ต้องใช้ลิปสติกเคลือบเลยขบกัดจนห้อเลือด มือเล็กเรียวที่ยื่นไปจับลูกบิดประตูห้องเย็นเฉียบและสั่นเทาอย่างเห็นได้ชัด สูดลมหายใจจนเต็มปอดเพื่อเรียกความกล้าหาญกับคำภาวนา ขออย่าให้มันเป็นอย่างที่คิดเลย
นันทิยาค่อยๆ บิดลูกบิดประตูสีน้ำตาลเปิดเข้าไปในห้องนอนใหญ่ เสียงเพลงเพราะๆ ที่ดังแว่วมากลบเสียงร้องแหบพร่าจากสองร่างบนเตียงนอนที่มันบาดลึกเข้าไปในหูไม่ได้เลย
แม้ในห้องจะมืดสนิทด้วยผ้าม่านสีน้ำตาลเข้มจนเกือบจะดำ แต่ก็ยังมีแสงจากโคมไฟบนหัวเตียงดวงใหญ่สาดส่องมา ทำให้ได้เห็นสองร่างที่กำลังคลุกคลีอย่างสนิทแนบชิดจนแทบจะกลายเป็นเนื้อเดียวกัน
เหมือนคมมีดกรีดหัวใจดวงน้อยให้เป็นแผลเหวอะหวะไม่มีชิ้นดี ในดวงตาใสแจ๋วเหมือนกับลูกแก้วแดงก่ำฉ่ำไปด้วยหยาดน้ำที่เอ่อล้นและไหลซึมออกมาอย่างที่นันทิยาหักห้ามเอาไว้ไม่ได้
มือเล็กยกขึ้นปิดปากได้ทันก่อนที่จะผุดเสียงร้องตกใจออกมา ร่างโปร่งบางเซถลาไปชนกับขอบประตูก่อให้เกิดเสียงดังขึ้นมา แต่ดูเหมือนว่าสองหนุ่มสาวบนเตียงนอนจะยังไม่รับรู้ว่าตอนนี้กิจกรรมบนเตียงของเขาและเธอไม่ได้เป็นความลับอีกแล้ว
‘พี่ภาม พี่ทำแบบนี้กับไทนี่ได้ยังไงคะ ทำไมพี่ถึงได้ทำร้ายไทนี่ซ้ำแล้วซ้ำเล่าแบบนี้ ไทนี่ไม่มีความสำคัญกับพี่เลยใช่ไหม’
นันทิยาเอ่ยถามแต่ไม่มีเสียงออกมาจากปาก เพราะมันถูกกลบด้วยคำว่าเสียใจ แพขนตายาวงอนกะพริบถี่ยิบไล่ม่านน้ำตาที่มันไหลเป็นสายอาบสองแก้มด้วยความเจ็บจนไม่รู้ว่ามันจะเจ็บยังไง หัวใจเต้นอ่อนล้าเหมือนมันกำลังจะขาดรอน
มือเล็กกดซับน้ำตาที่ไหลอาบสองแก้ม พร้อมคำถามผุดขึ้นมาในสมองราวกับดอกเห็ด
กี่ครั้งแล้วที่เขาควงผู้หญิงมาเยาะเย้ยด้วยท่าทีเฉยเมย ไม่คิดจะสนใจความรู้สึกของเธอสักนิด จะเจ็บปวดสักแค่ไหน กี่ครั้งแล้วที่เขานำผู้หญิงมานอนให้เธอเห็นให้เธอรับรู้ แล้วเมื่อถูกทักท้วง เขาก็มองตอบกลับอย่างเหยียดหยาม มิหนำซ้ำยังจะพูดจาเยาะเย้ยถากถางให้ต้องเจ็บต้องอายจนแทบจะแทรกแผ่นดินหนี
นันทิยาถลาลุกขึ้น สองมือกำหมัดแน่นจนปลายเล็บแหลมยาวทิ่มแทงเข้าไปในฝ่ามือ แต่ก็ไม่ได้ทำให้เธอรู้สึกเจ็บแม้แต่อย่างใด เจ็บกายหรือจะสู้เจ็บที่หัวใจ กับการกระทำจากคนที่ได้ชื่อว่าคู่หมั้น คนที่เธอรักและมอบหัวใจให้นานนับสิบปี
อารมณ์โกรธไหลปรี่ไปทั่วร่าง จนควบคุมอารมณ์เอาไว้ไม่ได้ นันทิยาพาร่างสูงลิ่วของตัวเองไปที่เตียงนอน มือเล็กเรียวกางออก จิกปลายเล็บและเหวี่ยงร่างหญิงสาวที่กำลังโอบกอดภามไว้เต็มๆ แรง จนหล่นตุ๊บลงมานอนตีหน้าสวยเหวออยู่ข้างเตียง
“กรี๊ด!! ว้าย!! เกิดอะไรขึ้น” เสียงหวีดร้องแหลมเล็กดังลั่นพร้อมกับร่างกายขาวอวบอั๋นด้วยเนื้อนมไข่ลุกขึ้นยืนเท้าสะเอว ตีหน้ายักษ์และดวงตาแดงจัดใส่
“เฮ้ย!” ภามเองก็ตกใจไม่แพ้หญิงสาวที่ถูกเหวี่ยงหายไปเมื่อครู่ ด้วยคิดไม่ถึงว่าจะมีคนกล้ามาขัดจังหวะการเดินทางไปทัวร์สวรรค์ชั้นฟ้าของเขา
“บ้าฉิบ” ดวงตาคมกริบตวัดมองหาที่มาที่ไป สบถเสียงเขียวเมื่อเห็นคนที่กล้าเข้ามาขัดจังหวะความสำราญทางอารมณ์ที่กำลังโลดแล่นเหมือนรถสปอร์ตคันหรูไปได้เพียงแค่ครึ่งทาง ต้องมาหยุดชะงักเหมือนน้ำมันหมดด้วยมือนันทิยา คู่หมั้นที่ตอนเด็กมารดาบอกว่า ถ้าโตขึ้นแล้วเธอกับเขาไม่รักกัน ก็จะให้ถอนหมั้นได้ แต่เวลาพูดถึงเรื่องนี้ทีไร แม่กับพ่อจะชักสีหน้าบึ้งตึงใส่และเดินหนีไปในทันที
ใบหน้าคร้ามแกร่งสีแทนแดงคล้ำขึ้นในทันตา ประกายในดวงตาคมกริบดุแข็งกร้าวสาดซัดส่งไปให้กับคนที่ไม่รู้กาลเทศะ เป็นเพียงคู่หมั้นที่ไม่รู้จักสถานะของตัวเอง ชอบทำตัวเป็นแม่ บ่นได้บ่นดี หึงหวงและอาละวาดใส่ผู้หญิงทุกคนที่เข้ามาใกล้เขา ทั้งที่บางคนนั้นเป็นเพื่อนของเขาแท้ๆ ตอนแรกก็ทำใจได้อยู่หรอกนะ แต่หนักๆ เข้า มันก็อึดอัดและรำคาญใจ จนบางครั้งอยากจะบีบคอระหงนั้นให้หักเป็นสองท่อน
มือใหญ่คว้าเอาผ้ามาคลุมร่างกายอย่างหมิ่นเหม่ “เธอทำอย่างนี้ทำไมไทนี่” ภามถามเสียงลอดไรฟัน พยายามสะกดกลั้นอารมณ์โกรธที่อยากจะลุกขึ้นไปทำร้ายคนตรงหน้าให้มันอยู่ลึกที่สุด นี่ถ้าไม่เกรงใจอาฌอนและอานีน่าละก็ ป่านนี้เขาจับเอาตัวนันทิยาไปปล่อยไว้ที่เกาะไหนสักเกาะแล้วละ ให้อยู่เฝ้าลิงเฝ้าค่างที่เกาะ จะได้ไม่ต้องมาทำให้เขาระอิดระอารำคาญใจอยู่เหมือนทุกวันนี้แน่นอน
“ไทนี่ทำอะไรคะ” แม้จะเจ็บจนใจแทบจะขาด แต่นันทิยาก็ยังเชิดหน้าสูงอย่างไม่กลัวความโกรธของอีกฝ่าย กัดฟันถามด้วยน้ำเสียงแข็งกระด้างกลับไป
มาถามอย่างนี้ได้ยังไงกัน เป็นคู่หมั้นของเธอแท้ๆ แต่กลับพาผู้หญิงคนอื่นเข้ามานอนด้วย แล้วให้เธอจับได้คาหนังคาเขาแบบนี้ อยากถามสักนิดพี่ภามยังเป็นคนอยู่หรือเปล่า หรือชอบเห็นน้ำตาและความเจ็บปวดของเธอ
“ก็ที่เธอเข้ามาในห้องฉัน แล้วก็ทำร้ายคนของฉันด้วยนี่ไง”
‘คนของฉัน’
2
พี่ภามพูดออกมาได้ยังไงกัน นันทิยาตวัดสายตาพิฆาตพร้อมรัศมีแห่งความโกรธแค้นไปมอบให้คนของภาม ถ้าหากว่าสายตาเปลี่ยนแปลงเป็นคมมีดได้ ร่างขาวนวลผ่องอวบอัดไปด้วยสัดส่วนเรือนกายหญิงที่กลมกลึงและน่ามอง อกเป็นอก เอวเป็นเอว พร้อมด้วยสะโพกดินระเบิด คงจะเป็นแผลเหวอะหวะแล้ว แต่นี่ไม่ใช่ เธอเลยได้แต่คั่งแค้นจนกลายเป็นเปลวเพลิงไฟที่มันลุกไหม้หัวใจตัวเองให้ต้องช้ำชอกจนน้ำตาตกใน
“พี่ภามพูดอย่างนี้ได้ยังไงกันคะ ในเมื่อพี่ภามเองก็รู้ว่าเราเป็นอะไรกัน”
“ผู้หญิงคนนี้เป็นใครหรือคะภาม แล้วเป็นอะไรกับคุณ” ชลดาซึ่งไม่ใส่ใจที่จะหยิบเอาเสื้อผ้าซึ่งกองเกะกะระเนระนาดบนพื้นมาสวมใส่ พาร่างอวบอั๋นขาวนวลผ่องของตัวเองเดินกลับไปที่เตียงด้วยท่าทีสบายๆ
“แล้วทำไมถึงได้ทำท่าหวงคุณเหมือนกับหมาบ้าเลยล่ะค่ะ”
นันทิยาที่มีอารมณ์โกรธเหมือนไฟกองใหญ่ที่รอเวลาปะทุอยู่แล้วยิ่งทวีขึ้น ลมหายใจหอบแรงรัวเร็ว ถ้าหากมีแสงไฟมากพอจะได้เห็นว่าวงหน้าของเธอนั้นแดงก่ำไล่ลงไปถึงลำคอ ประกายในดวงตากลมโตวาววับเปล่งประกายเจิดจ้าเหมือนกับดวงตาแม่เสือหวงลูก อยากตบหน้านังผู้หญิงหน้าไม่อายที่ยังไม่ยอมสวมใส่เสื้อผ้าให้เรียบร้อย จนหน้าเป็นรอยขีดข่วนหมดสิ้นความสวยไปเสียเลย แต่คงทำได้แค่ขบกัดฟันบนริมฝีปากเท่านั้น เมื่อข้างกายเธอคนนั้นมีคนที่เธอรักคอยปกป้อง
“หมาบ้าตัวที่คุณถามชื่อไทนี่ เป็นคู่หมั้นผมเองแหละดา คู่หมั้นที่ชอบทำตัวเป็นยายแก่จอมจุ้นจ้าน น่าเบื่อ น่ารำคาญ ไม่รู้เมื่อไหร่จะไปให้ไกลๆ เสียที วุ่นวายจะตายห่าอยู่แล้ว” ภามพูดอย่างไม่คิดที่จะถนอมน้ำใจคนฟังเลยสักนิด
เจ็บปวดแทบจะกระอักออกมาเป็นเลือดสดๆ กับคำพูดไร้เยื่อใยที่ออกมาจากปากหนา แพขนตายาวงอนสะบัดถี่ยิบไล่ม่านน้ำตาที่เอ่อไหลล้นคลอเบ้า รีบเมินหน้าหนีก่อนที่น้ำตาซึ่งพยายามกักเก็บไว้จะไหลซึมออกมาเป็นสายตามร่องแก้มให้อีกฝ่ายได้สมน้ำหน้า
“แหม...มีด้วยหรือคะคนอย่างนี้ รู้ว่าเขาไม่ชอบแล้วยังจะมาทำท่าหึงหวงใส่อีก” ชลดาเอ่ยถามเสียงมีจริตจะก้าน ปลายนิ้วยาวเรียวลูบไล้อกกว้างเต็มไปด้วยกล้ามเนื้อเป็นมัดๆ แข็งกระด้างอย่างที่เขาเรียกกันว่าซิกแพ็ก เอียงศีรษะมองนันทิยาด้วยสีหน้าและแววตาดูถูกหยามหยันและระอิดระอาใจ
“อย่างนี้เขาเรียกว่าคนหน้าไม่อาย เอ๊ะ...หรือว่าไม่ใช่ค่ะ ต้องเรียกว่าหน้าด้านหรือเปล่า”
น้ำเสียงนั้นใสเหมือนน้ำที่อยู่ในแก้ว บาดลึกเข้าไปถึงหัวใจนันทิยา จนเธอทั้งเจ็บหัวใจและอับอายจนไม่รู้ว่าจะยืนอยู่ได้ยังไงแล้ว ดวงตากลมโตส่งประกายสายตาตัดพ้อต่อว่าไปยังคู่หมั้นหนุ่มที่ไม่สนใจความรู้สึกของเธอเลยแม้แต่น้อย
ปลายมือใหญ่จับรั้งปลายคางมนของแม่สาวปากเสียขึ้น พร้อมกับใบหน้าคร้ามแกร่งโน้มลงไปจนเกือบจะประทับริมฝีปากสีแดงสดบนริมฝีปากสีชมพูระเรื่อ แต่อีกฝ่ายมีจริตจะก้านพอที่จะเอียงหน้าหลบ เลยทำให้จุมพิตนั้นถูกแก้มนวลปลั่งแทน
“คิคิ แหม...ภามขา จะทำอะไรหัดเกรงใจคู่หมั้นหน่อยดีไหมคะ ดูซิมองมาตาละห้อยเชียว สงสัยว่าอยากจะอยู่ตรงนี้กับคุณแทนดานะคะนี่”
ชลดาเอ่ยพูดเสียงหวานกับภาม แต่กลับมองนันทิยาอย่างสมเพชและสะใจ มือเล็กเรียวเริ่มไม่อยู่นิ่ง ขยับเคลื่อนไหวไปตามเรือนกายใหญ่และแข็งแกร่งอย่างแสนจะคิดถึงรสเสน่หาอันเร่าร้อนแสบสันถึงพริกถึงขิงที่ภามมอบให้อย่างที่เธอลืมไม่ลงเลยทีเดียว
แค่เห็นหน้าภามในครั้งแรกแม้เพียงแค่อยู่ไกลๆ แต่รูปร่างร่างสูงใหญ่เกินมาตรฐานชายไทย ลักษณะท่วงท่าอันงามสง่าเรียกความสนใจจากเธอได้ชะงัก เมื่อได้เห็นใกล้ๆ หัวใจก็มีอันสะดุด เผลอมอบให้ชายหนุ่มไปโดยไม่ทันจะรู้ตัว ได้แต่เสียดายอยู่เสมอ เพราะแม้เธอจะทำงานในเอเจนซี่ที่ชายหนุ่มไปติดต่องานด้วยเป็นประจำ ทว่าสายงานของเธอกลับไม่เคยมีโอกาสได้ใกล้ชิดกับภามเลย ได้แต่แอบคอยมองดูอยู่ห่างๆ ด้วยความหวัง เมื่อฟ้าประทานคู่ที่แสนจะหล่อล่ำและเลิศเลอเพอร์เฟคมาให้แล้ว ทำไมถึงให้เธอนั้นต้องแอบดูอยู่ห่างๆ ด้วย จะต้องมีโอกาสให้เธอได้ใกล้ชิดและหนึ่งในใจของเขาสิ
เหมือนคำภาวนาเป็นผล ฟ้าเป็นใจให้ เมื่อเธอจำต้องเดินทางไปติดต่องานที่ต่างประเทศ ได้นั่งเครื่องลำเดียวกันกับภาม อุบัติเหตุแห่งรักที่เธอสร้างขึ้นจึงเกิดขึ้น จากเพียงแค่พูดคุยกับแบบเพื่อนธรรมดาบนเครื่อง เลยมีการนัดแนะเพื่อสานสัมพันธ์ต่อระหว่างการเดินทาง เป็นเพราะเธอที่พลาดถูกเฒ่าหัวงูที่ติดต่องานด้วยวางยาปลุกเซ็กส์ประจวบกับภามที่เพิ่งจะคุยธุรกิจเสร็จออกมาเจอพอดีเลยช่วยเหลือเธอเอาไว้ได้ และนั่นก็เป็นเหตุการณ์ที่ทำให้เขาพาเธอมาต่อยังเกาะส่วนตัวด้วย
ด้วยคุณสมบัติทางด้านร่างกาย ต่อด้วยคุณสมบัติทางสังคมเรียกได้ว่าภามเป็นชายหนุ่มที่ผู้หญิงทุกคนไม่มีใครกล้าที่จะเมินหน้าหนี เธอเองก็เป็นหนึ่งในนั้น แต่มีภาษีมากกว่าผู้หญิงคนอื่นที่เขาเคยคบหามา แม้กระทั่งผู้หญิงที่เป็นเลขาส่วนตัวที่พ่วงเอาตำแหน่งคู่หมั้นด้วย เพราะเธอเป็นลูกสาวของเจ้าของเอเจนซี่ที่เขาต้องติดต่องานและยังเป็นหลานของนักธุรกิจมีชื่อของเมืองกรุง ลุงเธอก็รู้จักกับบิดาของภาม ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นภามจะต้องเกรงใจ ที่สำคัญอีกอย่าง คือพรหมจารีของเธอภามเป็นคนได้ไป
“อย่าไปสนใจเลยดา ผมว่าเรามาต่อเมื่อกี้ให้จบดีกว่า ผมละหิ้วหิว อยากจะกินดาจะแย่อยู่แล้วจ้ะยาหยี”
แม้ใจจะสงสารนันทิยาไม่ใช่น้อย เพราะความผูกพันที่มีด้วยกันมาตั้งแต่เล็กแต่น้อย รู้ดีว่าหญิงสาวรักเขามาตั้งแต่แตกเนื้อสาวที่ตอนแรกเขาเองก็ภูมิใจไม่ใช่น้อย การมีคู่หมั้นหน้าตาสะสวยน่ารัก เรียกได้ว่าใครเห็นจะต้องเหลียวหลังมอง แต่ด้วยนิสัยร้ายเหวี่ยงวีนมากลบเกลื่อนความน่ารักเสียจนหมดสิ้น ในตอนนี้เขาถึงได้ทำทุกทางเพื่อที่จะถอนหมั้น!
ความจริงมีคู่หมั้นหน้าตาสะสวย หุ่นดีคงไม่มีใครโง่ปล่อยให้หญิงสาวให้เป็นพรหมจารีอยู่ แต่เขายอมโง่ เพราะรู้ดีว่าถ้าแตะต้องนันทิยาเมื่อไหร่ เขาจะต้องรับผิดชอบผู้หญิงนิสัยเสียคนนี้ไปจนตลอดชีวิต เรื่องอะไรที่เขาจะต้องยอมเอาชีวิตที่มีผู้หญิงรายล้อมให้ความสุขไม่ซ้ำหน้ามาตกนรกทั้งเป็นกินแตงเฉาตายเพียงเถาเดียวกันเล่า
ดวงตาคมกริบเหลือบมองไปที่ร่างโปร่งบาง ซึ่งยังยืนตัวแข็งทื่อ เลิกสนใจเธอโดยสิ้นเชิง คิดว่าไม่นานนันทิยาจะรู้ตัวเสียที ไม่เป็นที่ต้องการของเขา เมื่อทนไม่ไหว เป็นหญิงสาวเองนั่นแหละที่จะหาทางไป โดยเขาจะไม่ขวาง รวมไปถึงพ่อและแม่เขาเองก็ขัดขวางไม่ได้ด้วย ส่วนเขาก็จะได้ใช้ชีวิตเสเพลโดยที่ไม่มีใครขัดขวางอีกแล้ว มีแต่ได้กับได้ วินวินด้วยกันทั้งคู่
นันทิยาทนที่จะยืนอยู่มองดูการกระทำบาดใจไม่ได้ รีบหันกายหนี เท้าเรียวยาวถลาพาขาที่มันแข็งเหมือนกับมีหินจับอยู่ออกไปจากห้องนอนภามด้วยความเร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ น้ำตาอุ่นร้อนไหลนองหน้ากับคำถาม
ทำไมภามถึงต้องทำอย่างนี้ เกลียดเธอมากถึงเพียงนี้เชียวหรือ ถึงได้ทำร้ายหัวใจดวงน้อยๆ ซ้ำแล้วซ้ำเล่า จนตอนนี้กำลังจะหมดแรงที่จะดึงรั้งให้เขาหันกลับมามองแล้ว
ประตูบานใหญ่ปิดลงดังปัง ร่างโปร่งบางทรุดลงกองบนพื้น พร้อมน้ำตาที่ไหลอาบสองแก้มเป็นสาย ก่อนที่นันทิยาจะรวบรวมความเข้มแข็งในตัวเองที่ยังพอหลงเหลืออยู่น้อยนิด ให้ร่างกายที่ยังครบสามสิบสองไปขึ้นรถแวนคันใหญ่ พาเอาหัวใจที่บอบช้ำกลับไปยังบ้านพักของตัวเองซึ่งอยู่ไม่ไกลจากบ้านหลังนี้เท่าไหร่
3
“...”
เสียงแตรรถดังสนั่นลั่นไปสามบ้านแปดบ้านไปเรียกชายหนุ่มที่ไปหลงระเริงอยู่กับสาวน้อยนามน้องอะไรก็ไม่รู้ เพราะเพียงเจอกันแล้วถูกใจก็ชวนกันพาไปขึ้นเตียงตลอดจนรุ่งเช้า แล้วต่อถึงสายจนไปทำงานไม่ไหวก็เลยเกมันสักวัน เลยมานอนหลับอุตุอยู่ในห้องรับแขกของบ้านสะดุ้งเฮือกลืมตา รีบขยับตัวลุกจากโซฟาตัวนุ่มเหมือนกับถูกใครกดสปริงอย่างนั้นแหละ
“เฮ้ย! ฟ้าถล่มดินทลาย หรือสึนามิเข้าหรือไงกันนี่ ผมบนศีรษะทุยชี้โด่เด่ไม่เป็นทรง วงหน้าคร้ามแกร่งหันมองไปทั่วๆ อย่างเลิ่กลั่กมองหาที่มาของเสียงที่จนตอนนี้ยังไม่หยุด
“นี่มันบ้าอะไร ใครมาเล่นพิเรนทร์อะไรกันวะนี่”
คนที่ต้องตื่นมาอย่างงงๆ สบถเสียงเขียว ยื่นมือไปคว้าเสื้อเชิ้ตที่ถอดและโยนไปวางไว้บนโซฟาอีกตัวมาสวมใส่ลวกๆ โดยไม่ยอมติดกระดุมให้เรียบร้อย แม้จะเปิดเครื่องปรับอากาศแต่เพราะเขาเป็นคนร้อนง่ายและตอนที่กลับเข้าบ้านใหม่ๆ นั้นก็ร้อนมาก แต่ก็ง่วงมากจนลืมตาไม่ขึ้น เลยเลือกที่จะถอดเสื้อนอนมันทั้งอย่างนั้นแหละ
ร่างที่ทั้งหนาและใหญ่ด้วยสัดส่วนความสูง 190 เซนติเมตร ทุกส่วนของร่างกายเต็มไปด้วยกล้ามเนื้อจากการออกกำลังกายทั้งบนเตียงและใช้บริการฟิตเนสเดินออกไปเร็วรี่ เพื่อที่จะอาละวาดคนที่ทำเสียงรบกวนคนอื่นอย่างไม่รู้กาลเทศะ เขากำลังต้องการพักผ่อน แต่เพียงแค่ประตูบ้านเปิดออกจนได้เห็นที่มาของเสียง คนที่ยังเมาขี้ตาอยู่ก็เบิกกว้าง พร้อมสบถเสียงลอดไรฟันอีกครั้ง
“พี่ไทนี่ เป็นบ้าอะไรนี่ ทำไมถึงได้กดแตรรถเล่นแบบนี้” มือใหญ่ยกขึ้นเกาผมบนศีรษะแรงๆ อย่างอารมณ์เสียจากการถูกรบกวนการนอนและการจะต้องออกมายืนกลางแดดเปรี้ยงๆ ร้อนจนเหงื่อไหลอาบตามร่องรูขุมขนและขมับ เพราะพี่สาวที่ดูท่าว่าจะมีเรื่องกับภามมาอีกแล้ว
ก๊อกๆ ก๊อกๆ
“พี่ไทนี่” ชานนท์เคาะกระจกรถเรียกพี่สาวด้วยสีหน้าเบื่อหน่ายระคนระอิดระอาใจ เตือนไม่รู้กี่ครั้งแล้วว่าให้วางเรื่องภามลงเสียบ้าง รู้ก็รู้ว่าเขาไม่เคยจะสนใจ ก็ไม่เคยที่จะฟังเลย นี่คงจะไปอาละวาดใส่ภามมาแล้ว และคงจะโดนอีกฝ่ายตอกจนหน้าหงายกลับมาอีกล่ะซินี่ เฮ้อ...ลมหายใจร้อนๆ เป่าพ่นจากริมฝีปากสีแดงสด
‘พี่สาวใครไม่รู้ ทั้งหัวดื้อและเอาแต่ใจตัวเองชะมัด’
ดูเหมือนว่านันทิยาจะไม่สนใจเสียงเคาะประตูจากฝั่งคนขับ ยังคงทุ่มตัวแนบไปกับพวงมาลัยรถและร้องไห้สะอื้นจนตัวคลอน ศีรษะทุยสะบัดแรงๆ เคาะกระจกรถและร้องเรียกพี่สาวดังๆ อีกครั้ง
“พี่ไทนี่!! พี่ไทนี่ครับ!!!”
เหมือนมีเสียงดังแว่วมาจากภายนอก นันทิยาผงกศีรษะที่ฟุบอยู่กับพวงมาลัยรถ ร้องไห้จนหน้าตาบวมเป่งและแดงก่ำไปตลอดจนถึงปลายจมูกที่กำลังสูดเอาลมผ่านน้ำใสๆ ที่ไหลออกมาผ่านเข้าไปในปอดขึ้นมองที่มาของเสียง เมื่อเห็นว่าเป็นใครเธอก็ฟุบกลับไปเหมือนเดิม จนอีกฝ่ายดูท่าจะทนรำคาญไม่ไหวเลยทุบเข้าให้ดังปังๆ อย่างไม่กลัวว่ากระจกรถจะแตก
“อือ...มีอะไรนนท์” นันทิยาเอ่ยถามเสียงเบาหวิวปนสะอื้นเล็กๆ มือเล็กกดสวิตช์ให้กระจกรถเคลื่อนตัวลงช้าๆ ก่อนจะยกมือขึ้นปาดน้ำตาบนวงหน้า จนน้ำใสๆ เปื้อนเหนือริมฝีปากและพวงแก้มเหมือนกับเด็กๆ
สองมือใหญ่เท้าสะเอว ปลายนิ้วยาวใหญ่บางส่วนสอดเข้าไปในกระเป๋ากางเกงและบางส่วนอยู่ชิดขอบเข็มขัด พร้อมด้วยเรือนกายแข็งแกร่งทรงพลัง กล้ามเนื้อเป็นมัดๆ จากการออกกำลังกายเป็นประจำทำให้ไม่มีไขมันเกาะพอกไปทุกส่วนของร่างกายที่สาวๆ คนใดได้เห็นชานนท์ในลักษณะแบบนี้ ไม่ให้หัวใจและร่างกายละลายเป็นน้ำก็ให้มันรู้ไป แม้กระทั่งนันทิยาซึ่งเป็นพี่สาวแท้ๆ หัวใจก็ยังอดที่จะเต้นตุ้มๆ ต่อมๆ มองน้องชายตาปรอยไม่ได้
“ไม่ต้องมาทำตาละห้อยแบบนั้นเลยพี่ไทนี่ ลงมาเลย พี่ลงจากรถมาเลยนะ”
มือใหญ่ยื่นไปปลดล็อกและเปิดประตู พร้อมร่างพี่สาวจนเกือบจะเป็นกระชากลงมาจากรถ ปิดดังปังใหญ่ก่อนจะช้อนร่างโปร่งที่หมดแรงเดินกลับเข้าไปในบ้าน สองแขนใหญ่โอบกอด ฝ่ามือลูบศีรษะทุยไล่ลงมาถึงแผ่นหลังอย่างต้องการปลอบประโลมคนที่กำลังสะอื้นฮักเหมือนกำลังจะขาดใจ เมื่อได้รับความรักและปรารถนาดีจากน้องชาย
ชานนท์ปล่อยให้พี่สาวร้องไห้จนหนำใจอย่างที่ไม่รำคาญเหมือนดังเช่นตอนแรก
เขาและนันทิยาสนิทสนมกันมากเป็นพิเศษ มีอะไรคุยกันได้ในทุกเรื่องจริงๆ ในตอนที่นันทิยามีประจำเดือนครั้งแรกก็เป็นเขาที่อยู่ด้วย มองดูพี่สาวที่กำลังดิ้นทุรนทุรายด้วยความปวดโดยที่ช่วยอะไรไม่ได้ หลายครั้งเป็นเขาที่เคยวิ่งโร่ไปหาซื้อผ้าอนามัยมาให้อย่างไม่อายสายตาของคนที่มอง
เขาเคยแม้กระทั่งไปนอนกับใครมาแล้วบอกเล่าให้พี่สาวฟัง เคยนอนเตียงเดียวกับพี่สาวแล้วนินทาผู้หญิงอย่างที่ผู้ชายดีๆ เขาไม่ทำ เขาก็เคยทำมาแล้ว ไม่ได้ตั้งใจหรอกนะ แต่เผอิญว่ามันเต็มกลืนจริงๆ กับรายนั้นที่เล่นเอาเขาถึงกับหน้าแหกแตกหมอไม่รับเย็บกับความขี้ตู่ของเจ้าหล่อน ที่ทำเอาเขานั้นน่วมไปทั้งตัว เพราะถูกแม่เสือที่ไม่เคยจะมีทีท่าหึงหวงอย่างรสรินปล่อยหมัดน็อกเข้าปลายคางและใช้ร่างกายเขาแทนกระสอบทราย จะโต้ตอบก็ไม่ได้ เพราะอีกฝ่ายหาใช่เพียงแค่คู่หมั้นแต่ดันเป็นลูกสาวเจ้าของโรงแรมที่เขาทำงานอยู่ เป็นน้องสาวของพี่ภามที่เขารักและเคารพประดุจพี่ชายแท้ๆ และเป็นเจ้าของหัวใจเขามาตลอด
นันทิยาเองก็เช่นกัน รู้สึกกับใครยังไงก็บอกเล่าอย่างไม่มีปิดบัง เปิดเผยจนน่าเกลียดสำหรับคนอื่น แต่เป็นสิ่งน่ารักสำหรับเขา ที่สำคัญที่เขาชอบในตัวพี่สาวคนนี้ก็คือ ความเข้าใจที่มอบให้ ยอมปิดบังรสรินเวลาที่เขาไปมีอะไรกับผู้หญิงคนอื่น
บางครั้งถ้าเห็นว่าผู้หญิงคนนั้นเริ่มที่จะก้าวก่ายและคิดจะจับเขา ก็เป็นนันทิยาที่ช่วยกันสาวๆ เหล่านั้นออกห่างไปด้วยวิธีการละมุนละม่อมที่เขาไม่อยากรู้ว่าพี่สาวพูดอะไร ด้วยความกลัวในคำตอบที่จะได้ยิน เพราะเมื่อได้เจอกับพวกเธอเหล่านั้น สายตาที่ทุกคนทอดมองมายังเขาเหมือนว่าจะมีเลศนัยก็ใช่ จะสงสารก็ไม่เชิง จะมีก็เพียงแค่ทุกคนมาตบบ่าเขาแล้วก็พูดว่า
“เสียใจด้วยนะนนท์ จะทำอะไรก็ให้คิดถึงคนที่อยู่ข้างหลังบ้างนะ ทุกคนยังรักและเป็นห่วงนายเสมอ”
นันทิยาทุ่มตัวร้องสะอื้นกับอกน้องชายจนอกกว้างที่ไม่มีเสื้อปกปิดเปียกชื้นจากทั้งน้ำมูกน้ำตาเป็นนานด้วยความอบอุ่นกับความรักที่อีกฝ่ายมอบให้ มือเล็กยกขึ้นปาดน้ำมูกน้ำตาบนวงหน้าที่แดงปลั่ง ฟันขาวสะอาดขบกัดริมฝีปากสีแดงสดกลั้นสะอื้น
มือเรียวยื่นไปคว้ากระดาษทิชชูมาเพื่อเช็ดอกที่เปียกชื้นให้ แต่ชานนท์กลับปฏิเสธ พร้อมสองมือใหญ่ทาบทับบนพวงแก้มอิ่มแดงระเรื่อ ใช้ปลายนิ้วยาวซับหยดน้ำตาที่ยังมีไหลผ่านแพขนตายาวงอนลงมา
รู้ว่าความรักมันห้ามกันไม่ได้ เพราะตัวเขาเองก็รักผู้หญิงคนหนึ่ง รักมาก อยากได้เธอมาเคียงคู่กาย แต่เพราะความไม่เหมาะสมทางด้านฐานะ เลยทำให้ต้องพยายามตัดใจปลีกตัวออกห่าง แต่อีกฝ่ายกลับยิ่งเอาตัวเข้ามาพัวพัน เสนอตัวให้จนตะบะที่เขาพยายามข่มกลั้นเอาไว้เกือบจะแตกเสียหลายครั้งแล้ว
ชานนท์ถอนหายใจเฮือกใหญ่ ขนาดเขาว่าเข้มแข็งแล้วแต่ก็มีหลายคราเหมือนกันที่อ่อนแอ แล้วนันทิยาที่หลงรักภามมาตั้งแต่เริ่มแตกเนื้อสาว ไม่เคยมีสายตาที่จะมองใครเล่า ทุ่มเทให้หมดทั้งหัวใจ แต่สิ่งที่ได้กลับมาคือความเฉยชา ภาพบาดตาบาดใจพร้อมกับความเจ็บช้ำระกำใจจะไม่อ่อนแอเชียวหรือ ส่วนเขาที่เป็นน้องทำได้เพียงแค่มองและให้กำลังใจอยู่ห่างๆ ด้วยหัวใจที่ปวดร้าวไม่แพ้กัน
อยากให้มีปาฏิหาริย์ ทำให้ภามรักตอบนันทิยาอย่างที่หญิงสาวรักบ้าง แต่คงจะเป็นไปไม่ได้ ผู้ชายที่เห็นผู้หญิงเป็นเพียงไม้ประดับคอยให้ความสุข ย่อมที่จะเดินทางเสาะแสวงหาหญิงมาสร้างความสำราญใจให้โดยไม่ซ้ำหน้า ต่อให้รักมากมายจนตายแทนก็ไม่มีทางที่จะหยุดอยู่กับผู้หญิงเพียงคนเดียว