ความเกลียดเพิ่มทวี
ร่างสูงใหญ่ที่อยู่ในชุดสูทสีดำกำลังยืนมองหญิงสาวที่นั่งอยู่หน้าโลงศพไม้สักด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความแค้น ดวงตาคู่คมมองหญิงสาวที่อยู่ในชุดกระโปรงตัวยาวและขบกรามเข้าหากันแน่น หญิงสาวที่นั่งอยู่ที่ด้านหน้าของโลงศพกำลังจุดธูปและส่งให้กับแขกที่มาร่วมงาน ใบหน้าหวานเต็มไปด้วยน้ำตาและความเศร้าหมอง หญิงสาวยกมือขึ้นมาปาดน้ำตาครั้งแล้วครั้งเล่าเพื่อเรียกร้องความสนใจ คนตัวโตยืนมองหญิงสาวด้วยความรังเกียจไปทั้งใจ
“มึงเป็นยังไงบ้างวะ” เสียงทุ้มของเจ้าของเหมืองที่อยู่อีกแห่งถาม ขุนพลที่อยู่ในชุดสูทเรียบร้อยเดินมายืนอยู่ข้างๆกับเพื่อนรัก
“อือ” เสียงทุ้มดังอยู่แค่ในลำคอ ขณะที่สายตายังมองไปที่ผู้หญิงคนนั้นตลอดเวลา ขุนพลมองตามสายตาของเพื่อนรักและปะทะเข้ากับหญิงสาวที่เขาคุ้นเคย เดือนนารา หญิงสาวที่เป็นพยาบาลที่คอยดูแลคุณย่านภาซึ่งเป็นย่าของอรรถพล และตอนนี้หญิงสาวยังตกอยู่ในฐานะของจำเลย เมื่อมีคนคิดว่าหญิงสาวเป็นคนฆ่าคุณย่านภาเพื่อหวังมรดกอีกด้วย โดยเฉพาะอรรถพลที่คิดแบบนั้นเกินล้านเปอร์เซ็นต์แล้ว ร่างสูงของขุนพลชำเลืองมองเพื่อนรักด้วยความหนักใจ ถึงแม้ว่าเขาจะไม่เชื่อแต่เขาก็ยังหาหลักฐานมาโต้แย้งและช่วยหญิงสาวผู้บริสุทธิ์ไม่ได้ ขุนพลมองไปยังหญิงสาวและถอนหายใจออกมาด้วยความลำบากใจ
เพราะเขาก็ไม่รู้ว่าจะช่วยหญิงสาวคนนั้นได้ยังไง ขุนพลละสายตาจากหญิงสาวและหันมามองเพื่อนรัก อรรถพลยังคงยืนเฉยแต่นัยน์ตาคู่คมกลับเต็มไปด้วยเปลวเพลิง เพลิงที่พร้อมจะแผดเผาทุกอย่างให้มอดไหม้ภายในชั่วพริบตา
“กูเสียใจด้วยนะ” ขุนพลพูดเสียงนิ่งและหันไปมอง หญิงสาวที่นั่งร้องไห้อยู่ที่หน้าโลงศพอีกครั้ง
“อืม” อรรถพลขานรับอยู่ในลำคอ มือหนากำหมัดเข้าหากันแน่นจนเป็นสัน ถ้าหญิงสาวเป็นผู้ชายเขาคงจะกระทืบเธอให้ตายคาตีนไปแล้ว แต่ติดว่าเธอเป็นผู้หญิงเขาก็เลยทำอย่างนั้นไม่ได้ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าเขาจะจัดการกับเธอไม่ได้ ต่อไปนี้หญิงสาวจะต้องได้รับผลกรรมอย่างแสนสาหัส เขาสัญญา ริมฝีปากหยักกระตุกยิ้มเย็นเยือก
“เข้าไปกราบศพคุณย่ากันเถอะ”หันมาให้ความสนใจกับเพื่อนรัก ร่างหนาพยายามปรับเสียงของตัวเองให้เป็นปกติที่สุดเท่าที่จะทำได้ ขุนพลมองเพื่อนรักอย่างรู้ทันแต่เขาก็ทำอะไรไม่ได้
“ไปสิ” ทั้งคู่เดินเข้าไปในงานและมาหยุดอยู่ที่หน้าโลงศพไม้สักทอง ซึ่งด้านในมีศพของคุณย่าสุดที่รักอยู่ในนั้น ดวงตาสีเข้มจ้องมาที่หญิงสาวตาเขม็ง
“จุดธูปให้คุณต่อสิ นั่งโง่อยู่ได้” พูดตะคอกหญิงสาวเสียงดัง โดยไม่สนใจสายตาของแขกในงานที่มองมาด้วยความอยากรู้
“ค่ะ ค่ะ คุณอรรถ” หญิงสาวกุลีกุจอจุดธูปจนมือสั่น
“นี่ค่ะพี่ต่อ” ยื่นธูปให้กับชายหนุ่มที่ยืนอยู่
“ขอบคุณครับ” มองหญิงสาวด้วยความสงสาร ใบหน้าที่ตอนนี้เต็มไปด้วยความทุกข์ทำให้ขุนพลอดที่จะสงสารไม่ได้ ร่างสูงนั่งลงและพนมมือขึ้นมาไหว้อย่างนอบน้อม ก่อนที่จะยื่นธูปให้กับหญิงสาวเพื่อเอาไปปัก ริมฝีปากหยักส่งยิ้มให้กับหญิงสาวเพื่อเป็นกำลังใจให้กับเธอ
“ไปกันเถอะ ตรงนี้ปล่อยให้พวกขี้ข้าทำไป” พูดกระทบหญิงสาวที่นั่งอยู่เพียงลำพัง
“ทำไมมึงถึงพูดแบบนี้วะ” ขุนพลปรามเพื่อนรักที่กำลังถูกความแค้นบังตาและจิตใจ ปกติอรรถพลก็ไม่ชอบหญิงสาวอยู่แล้วและยิ่งมีการตายของคุณย่าเกิดขึ้น ยิ่งทำให้ไฟแค้นลุกฮือยิ่งขึ้นไปอีก จากความเกลียดที่มีอยู่แล้วก็เพิ่มทวีความรุนแรงมากขึ้น
“กูพูดเรื่องจริงมันผิดตรงไหน ไอ้พวกกาฝาก พ่อแม่ก็ไม่มีแล้วยังจะมาเนรคุณคนที่ชุบเลี้ยงอีก” พูดและจ้องหน้าของหญิงสาวตาเขม็ง ร่างบางถึงกับน้ำตาร่วงเมื่อได้ยินคำพูดที่ออกมาจากริมฝีปากของผู้ชายที่เธอแอบรัก
“ไปรับแขกที่หน้างานกันเถอะ” ขุนพลลุกขึ้นและดึงแขนของเพื่อนให้เดินตาม แต่อรรถพลก็ไม่ยอมทำตามง่ายๆ ร่างหนายังพูดจาทำร้ายหญิงสาวไม่หยุดหย่อน อรรถพลสะบัดแขนของตัวเองออกและหันมาสั่งงานหญิงสาว
“เวลาที่แขกยังไม่มาก็ไปช่วยงานคนอื่นด้วย ไม่ใช่มานั่งกินแรงคนอื่นเขา หัดทำตัวให้เป็นประโยชน์ซะบ้าง” ยังด่าทอหญิงสาวไม่เลิก ใบหน้าคมเข้มและดุดันของร่างสูงทำให้หญิงสาวต้องรีบยืนขึ้นด้วยความลนลาน
“ค่ะ คุณอรรถ” ยกมือขึ้นมาเช็ดน้ำตา และรีบทำตามคำสั่งของชายหนุ่ม เธอไม่อยากให้เขาโกรธหรือเกลียดเธอมากไปกว่านี้ เพราะที่เป็นอยู่ตอนนี้เธอก็จะรับไม่ไหวแล้ว หญิงสาวกลืนก้อนแข็งๆลงไปในคอและกำลังจะเดินเลี่ยงหนีไป แต่แล้วคำพูดที่ได้ยินก็ทำให้หญิงสาวก้าวขาแทบไม่ออก
“ฉันจะเอาเธอเข้าคุกให้ได้ ให้เธอทรมานเหมือนกับคุณย่าของฉัน” พูดออกมาด้วยความโกรธจัด คนที่กำลังจะเดินเข้าไปในครัวหันกลับมามองชายหนุ่มด้วยความเจ็บปวด
“มองหน้าฉันทำไม”
“เอมเข้าไปในครัวก่อนไป” ขุนพลบอกหญิงสาว ร่างบางรีบเข้าไปในครัวตามคำแนะนำของชายหนุ่ม อรรถพลทำท่าจะเดินตามแต่ก็ถูกขุนพลห้ามเอาไว้ได้ทัน
“ไอ้อรรถพอเถอะ” ขุนพลรีบห้าม ใจหนึ่งก็อยากจะบอกให้เพื่อนรักใจเย็น แต่ดูจากท่าทางของอรรถพลแล้วคงจะเป็นไปไม่ได้ ตอนนี้ใจของอรรถพลเต็มไปด้วยเปลวเพลิงแห่งความแค้น
“ผู้หญิงคนนั้นฆ่าย่าของกู” เค้นเสียงพูดด้วยความเดือดดาลความคับแค้นใจยังฝังอยู่ในอก และถ้าเขาไม่ได้ระบายมันออกมามีหวังเขาเป็นบ้าแน่ มือหนากำหมัดแน่นจนเห็นเส้นเลือด
“ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของตำรวจดีกว่า”
“กูนี่แหละที่จะเป็นคนจัดการผู้หญิงคนนั้นเอง ตำรวจมันจะไปได้เรื่องอะไร” นัยน์ตาคู่คมวาวโรจน์ไปด้วยเปลวเพลิงที่กำลังลุกโชน
“ใจเย็นๆน่ะ ไปเถอะ” ลากเพื่อนรักให้ออกไปด้านนอก เมื่อตอนนี้สายตาของแขกที่มาร่วมงานต่างก็มองมาที่เพื่อนรักอย่างให้ความสนใจจนเขาต้องลากคนใจร้อนให้ออกมาด้านนอกเพื่อระงับสติและอารมณ์ เพราะไม่อยากให้เรื่องราวเหล่านี้ตกเป็นขี้ปากชาวบ้าน
“มึงก็เป็นซะแบบนี้ ชอบให้ท้ายผู้หญิงคนนั้น” หันมาบ่นเพื่อนที่ชอบมองโลกในแง่ดี ขุนพลได้แต่ส่ายหัวและยืนเงียบๆ โดยปล่อยให้เพื่อนระบายความอัดอั้นใจออกมา
ภายในงานศพของคุณย่านภา หญิงสาวที่ยังอยู่ในอาการโศกเศร้าก็ช่วยงานอย่างเต็มที่จนแทบจะไม่ได้พักผ่อน
“คุณเอมไปนั่งพักก่อนเถอะค่ะ ตั้งแต่เช้าคุณยังไม่ได้พักเลยนะคะ” แม่บ้านวัยกลางคนพูดเมื่อเห็นใบหน้าหวานที่ซีดเผือด
(โถแม่คุณคงจะเสียใจมากกับการจากไปของผู้ที่มีพระคุณ) แม่บ้านคิดในใจด้วยความสงสาร
“ไม่เป็นไรค่ะ เอมไหว” มองโลงศพที่ตั้งอยู่เบื้องหน้าด้วยความเสียใจ ความผิดของเธอที่ปล่อยให้ท่านอยู่เพียงลำพังจนเกิดโศกนาฏกรรมขึ้น
“เอม” เสียงหวานใสของใครบางคนเรียก ร่างบางที่ยืนเหม่ออยู่ค่อยๆหันไปมอง
“กิ่ง” เรียกชื่อของเพื่อนสาวเสียงเบา หญิงสาวเดินเข้ามาหาด้วยสภาพที่อิดโรย ทั้งคู่ยืนกอดกันโดยที่หญิงสาวอีกคนร้องไห้สะอึกสะอื้น
“กิ่งเสียใจด้วยนะ” ฝ่ามือนุ่มลูบหลังเพื่อนเบาๆ และพูดปลอบเสียงนุ่ม
“ขอบคุณนะ” เสียงที่สั่นเครือพยายามเปล่งเสียงออกมาให้จบประโยค
“คุณย่าจากไปแบบนี้แล้วเอมจะทำยังไงต่อไป” ปานวาดถามเพื่อนสาว เมื่อตอนนี้เธอและเพื่อนออกมายืนคุยกันอยู่ด้านนอกของงาน
“เราก็คงจะต้องไปจากที่นี่” พูดถึงความจริงที่เธอจะต้องทำ ในเมื่อผู้ที่มีพระคุณได้จากไปแล้วเธอก็ไม่ควรที่จะอยู่ที่นี่อีก
“แล้วเอมจะไปอยู่ที่ไหนล่ะ” นางเอกสาวถามด้วยความอยากรู้ ดวงตาคู่สวยลอบมองหน้าของเพื่อนรัก
“เราก็ยังไม่รู้เลย” เธอยังนึกไม่ออกว่าจะไปอยู่ที่ไหน เพราะตั้งแต่เกิดมาเธอก็ไม่มีทั้งพ่อและแม่ไม่มีญาติพี่น้องที่ไหน หญิงสาวที่เป็นเด็กกำพร้าคิดด้วยความหดหู่
“ไปอยู่กับเราก็ได้นะ” นางเอกสาวชวนเพื่อนให้ไปอยู่ด้วยกัน
“ขอบใจจ้ะ แต่เราขอคิดดูก่อนนะ” มองเพื่อนรักด้วยความซึ้งใจกับน้ำใจที่อีกคนมีให้ เธอและปานวาดเป็นเด็กกำพร้าที่มาจากสถานที่เดียวกัน โดยเธอและปานวาดยังติดต่อและพูดคุยกันอยู่เสมอหรือจะเรียกว่าเพื่อนรักก็ว่าได้ ทั้งคู่ยืนคุยกันโดยมีสายตาคู่หนึ่งมองอยู่ตลอดเวลา
“เดือนนารา” เค้นเสียงเรียกชื่อของหญิงสาวที่เกลียดชัง หลังจากนี้ชีวิตของหญิงสาวจะไม่มีวันได้พบกับความสุขอีกตลอดกาล
กาฝาก
วัดที่ใหญ่ที่สุดในจังหวัด ร่างสูงใหญ่ของอรรถพลยังอยู่ในชุดสูทสีดำสนิท ร่างหนามองยังไปเมรุสีทองสลับกับสีขาวที่ตั้งตระหง่านอยู่ตรงหน้าด้วยด้วยความเจ็บปวด เมื่อขณะนี้เมรุสีทองมีกลุ่มควันสีขาวลอยพวยพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้า บ่งบอกว่าได้เป็นอย่างดีว่า ร่างที่ไร้วิญญาณถูกเผาเป็นผุยผงและกลายเป็นเถ้าธุลีไปแล้ว ร่างอวบของผู้หญิงวัยชราที่มีจิตใจดีและเต็มเปี่ยมไปด้วยความเมตตาแต่ท่านกลับถูกเผาด้วยความทรมาน ซึ่งท่านควรจะมีอายุขัยที่ยืนยาวมากกว่านี้ ถ้าท่านไม่รับงูพิษเข้ามาเลี้ยงไว้ใกล้ตัว งูพิษที่ท่านส่งเสียเลี้ยงดูราวกับว่ามันเป็นลูกเป็นหลานและมันก็มาแว้งกัดท่านอย่างไม่ไยดี แต่ก็อย่างว่างูพิษมันก็เป็นงูพิษอยู่วันยังค่ำ เมื่อมันแว้งมากัดท่านโดยไม่สำนึกถึงไออุ่นที่เคยโอบประคองเลี้ยงดูมันมาเลยสักนิด ดวงตาคมกริบตวัดสายตามองไปยังหญิงสาวที่ยังอยู่ในชุดสีดำเรียบร้อย หญิงสาวที่คุณย่าท่านอุปการะเลี้ยงดู และส่งเสียจนสำเร็จการศึกษาในระดับรั้วของมหาวิทยาลัยอันดับต้นๆของประเทศ หญิงสาวที่ยืนลอยหน้าลอยตาและแกล้งบีบน้ำตาไปวันๆ หญิงสาวที่ทำตัวน่าสมเพชเข้าไปทุกที (หญิงสาวกำลังแกล้งบีบน้ำตาเพื่อเรียกร้องความสนใจและเรียกคะแนนความสงสารจากพวกคนหน้าโง่ เพื่อให้พ้นผิดจากการเป็นฆาตกร) ดวงตาที่แข็งกร้าวมองหญิงสาวที่อยู่ในสภาพที่อิดโรยด้วยความสมเพช ดวงตาทั้งสองข้างของเธอยังคงมีน้ำตาแห่งมารยารินไหลลงมาไม่หยุดหย่อน น้ำตาที่เธอพยายามที่จะบีบมันออกมาเสียเหลือเกิน
“ทุเรศ” พูดออกมาด้วยความคับแค้นใจ กลุ่มควันสีขาวยังลอยพวยพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้า
“คิดจะทำอะไรก็คิดให้ดีมันก่อน” เสียงหนึ่งดังขึ้นตามมาด้วยร่างหนาของเพื่อนรัก ขุนพลมองสายตาที่เต็มไปด้วยความแค้นของเพื่อนและรู้สึกหวั่นใจแทนหญิงสาวผู้เคราะห์ร้าย
“ไม่เห็นต้องคิด” พูดอย่างไม่แยแส วันนี้เขาจะเฉดหัวผู้หญิงคนนี้ให้ออกไปจากบ้านของเขาเสียที เขารอแค่ส่งวิญญาณของผู้ที่เป็นย่าให้เรียบร้อยเท่านั้น และหลังจากนี้เขาก็จะจัดการกับฆาตกรให้สาสมกับสิ่งที่มันทำลงไป
“ไอ้อรรถกูว่า” ขุนพลกำลังจะพูดเตือนสติเพื่อน แต่ก็มีเสียงของผู้หญิงคนหนึ่งพูดแทรกขึ้นมา
“ฉันเสียใจด้วยนะคะคุณย่าท่านเป็นคนใจดี ท่านไม่น่ามาด่วนจากไปแบบนี้เลย” นางเอกสาวจากจอแก้วเดินมาหยุดอยู่ข้างๆกับชายหนุ่ม แววตาคู่สวยเต็มไปด้วยความเศร้าหมอง
“ขอบใจ” เสียงห้าวพูดเสียงแข็ง เพราะเขาจำได้ดีว่าผู้หญิงคนนี้เป็นเพื่อนรักกับใคร และการที่ทั้งคู่เป็นเพื่อนรักกันได้นั่นก็แสดงว่าหญิงสาวก็คงจะร้ายกาจเหมือนๆกัน ถึงเป็นเพื่อนกันได้นานขนาดนี้
“คุณอรรถอย่าทำอะไรยัยเอมเลยนะคะ เอมเป็นผู้หญิงที่น่าสงสารคงจะทำอะไรลงไปโดยไม่ทันคิด” แก้ตัวให้เพื่อนและนั่นทำให้คนตัวโตถึงแทบจะควบคุมอารมณ์ตัวเองไม่ได้
“ถ้าอยากยืนอยู่ในงานนี้ก็หุบปาก” หันมาตวาดหญิงสาวเสียงดังลั่น และเสียงมหาอำนาจที่ดังขึ้นทำให้หญิงสาวอีกคนต้องรีบเดินเข้ามาหา
“กิ่ง” เดือนนารารีบเดินมาหาเพื่อนรักด้วยความเป็นห่วง
“พาเพื่อนของเธอไปที่อื่นเลยไป ตัวอัปมงคล” ว่ากระทบหญิงสาวด้วยความโกรธจัด ใบหน้าหล่อเหลาดุดันและน่าเกรงขาม
“ค่ะ” รีบก้มหน้าหลบสายตาคู่คมที่มองมา สายตาที่แทบจะฉีกเธอออกมาเป็นชิ้นๆ
“น้องเอมพี่ว่า เอมพาเพื่อนออกไปก่อนดีกว่านะครับ” ขุนพลเดินมาจับเข้าต้นแขนเล็กและกำลังจะพาหญิงสาวไปที่อื่น แต่สิ่งที่ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น
“อย่าไปจับ ตัวเสนียดเห็นไหม” อรรถพลปัดมือของเพื่อนรักให้ออกจากแขนของหญิงสาว
“ไอ้อรรถ” ขุนพลหัวเสียกับความเจ้าคิดเจ้าแค้นของเพื่อน
“ออกไปจากงานศพของคุณย่าของฉัน” ไล่หญิงสาวที่ยืนน้ำตาคลอ
“คุณอรรถ” เรียกชื่อของชายหนุ่มเสียงสั่น พร้อมกับน้ำตาที่ไหลอาบแก้ม เธออยากจะอธิบายถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้น ถึงแม้ว่าชายหนุ่มจะไม่เชื่อก็ตาม
“ออกไปเลยนะเดือนนารา เธอไม่ต้องมาร้องไห้หรือบีบน้ำตาให้ฉันเห็น ” ผลักหญิงสาวให้ล้มลงไปบนพื้นอย่างแรง
“โอ๊ย” ร้องออกมาด้วยความเจ็บปวด ร่างบางล้มกระแทกกับพื้นเต็มแรง สะโพกมนกระแทกเข้ากับพื้นจนรู้สึกเจ็บ
“เอมเป็นยังไงบ้าง” นางเอกสาวรีบเข้าประคองเพื่อนให้ลุกขึ้น
“ออกไปเลย ออกไปจากงานของคุณย่า ออกไป” เดินตามไปไล่หญิงสาวด้วยความโมโห
“ไอ้อรรถหยุดก่อนสิวะ” ขุนพลรับดึงแขนของเพื่อนรักที่กำลังขาดสติ แต่อีกคนไม่คิดที่จะฟังร่างหนาสะบัดแขนของตัวเองให้หลุดจากการจับกุม
“มึงอย่ามายุ่ง วันนี้กูจะจัดการกับผู้หญิงสารเลวคนนี้” พูดจบมือหนาก็คว้าเข้าที่ต้นแขนเล็กและกระชากอย่างแรง
“โอ๊ย คุณอรรถ”ร้องออกมาด้วยความตกใจ ร่างบางถูกมือหนาลากติดมือมาด้วย
“มานี่” ลากหญิงสาวให้ออกมาจากเขตวัด
“คุณอรรถหยุดก่อนนะครับ” เสียงของทนายประจำตระกูลที่อยู่ในงานรีบวิ่งเข้ามาห้ามผู้ชายวัยกลางคนรีบเข้ามาดักหน้าของชายหนุ่มเอาไว้
“ถอยไป” ตวาดคนที่มาขัดขวาง เขารู้ดีว่าผู้ชายคนนี้เป็นใครแต่คนอย่างอรรถพลก็ไม่คิดที่จะใส่ใจ คนที่ถูกตามใจมาตั้งแต่เล็กๆเลือกที่จะทำตามความต้องการของตัวเองเพียงคนเดียว
“ผมถอยไม่ได้ครับ เพราะนี่เป็นคำสั่งของคุณหญิง” พูดถึงคุณย่าของชายหนุ่มที่ท่านสั่งให้เปิดพินัยกรรมทันที หลังจากที่งานเผาศพเสร็จสิ้นลง
“อย่าเอาคุณย่าของผมมาอ้าง พวกคุณมันก็น่าโง่เหมือนกันหมดพวกเห็นผู้หญิงเป็นไม่ได้” ว่าใส่หน้าของทนายรุ่นราวคราวเดียวกับพ่อของตัวเองคนที่ถูกต่อว่าพยายามปรับอารมณ์ของตัวเองให้คงที่ ทนายอาวุโสถอนหายใจยาวๆเพื่อระงับอารมณ์
“คุณอรรถฟังผมอธิบายก่อนนะครับ คุณย่าของคุณสั่งผมเอาไว้จริงๆ และผมก็มีพยานด้วย” เขาได้เอาเพื่อนทนายในวันที่คุณหญิงทำพินัยกรรมมาด้วย เหมือนกับคุณหญิงท่านะจะรู้ถึงนิสัยและอารมณ์ร้อนๆของคนที่เป็นหลานชาย ท่านจึงได้ให้หาพยานมาเซ็นรับทราบด้วย ดวงตาคู่คมปรายตามองหน้าของหญิงสาวและสะบัดมือแรงๆจนอีกคนถลาจนเกือบจะล้มลงบนพื้น ร่างบางที่อ่อนแรงเซถอยหลังไปหลายก้าวแต่ก็ยังดีที่มีขุนพลประคองเอาไว้
“สำออย” มองหญิงสาวด้วยความเกลียดชัง
“ไหนล่ะพยาน จ้างกันมาเท่าไหร่” เปลี่ยนเป็นยืนเท้าเอวและมองทุกคนอย่างเอาเรื่อง
“ผมว่าเราไปเปิดพินัยกรรมที่บ้านของคุณจะดีกว่านะครับ” ทนายที่มากด้วยประสบการณ์พูดเสียงนิ่ง ถึงจะรู้สึกหวั่นๆในใจอยู่บ้างก็ตาม
“อ่านมันที่นี่แหละ”
“จะดีเหรอครับ” ทนายประจำตระกูลเริ่มลังเล
“แล้วทำไมจะไม่ได้ หรือว่าคุณมีปัญหาอะไร”
“ไอ้อรรถนี่มันเป็นเรื่องส่วนตัวนะโว้ย” ขุนพลเดินมากระซิบเพื่อนรักที่ดูมันจะฟาดงวงฟาดงาไม่เลือกที่
“อ่านที่ไหนก็เหมือนกัน เพราะยังไงสมบัติทุกอย่างก็ต้องเป็นของกูอยู่แล้ว กูเป็นหลานคนเดียวไม่ใช่พวกกาฝากเหมือนกับใครบางคน” พูดกับเพื่อน แต่สายตากับจ้องมองไปที่หญิงสาวอีกคนราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ
“ยืนเสนอหน้าทำไมล่ะ เธอคิดว่าเธอจะมีสิทธิ์ในสมบัติหรือไง” กะว่าจะเดินเข้าไปเอาเรื่องหญิงสาวต่ออีก
“เปล่าค่ะ” รีบก้มหน้าหนีด้วยความหวาดกลัว เธอตั้งใจจะไปจากที่นี่อยู่แล้ว เพียงแค่รอส่งวิญญาณของผู้มีพระคุณให้เสร็จสิ้นเท่านั้น
“ก็ไปสักทีสิ ฉันไม่อยากเห็นหน้า” ยังราวีหญิงสาวไม่เลิก แขกเหรื่อที่มาร่วมงานต่างยืนมองด้วยความอยากรู้ แต่ชายหนุ่มก็ไม่ได้สนใจสายตาของคนพวกนั้นเลย เพราะตอนนี้สิ่งที่เขาต้องการคือความสะใจ และเขาก็ต้องการให้ผู้หญิงคนนี้อับอายขายขี้หน้าให้มากที่สุด อรรถพลยืนมองหญิงสาวด้วยความสะใจ