ปั่ก!!!! ปั่ก!!!!ปั่ก!!!! ปั่ก!!!!
แรงกระแทกที่ถูกส่งมาอย่างรุนแรงและหนักหน่วงของคนด้านบนที่ได้ชื่อว่าเป็นทั้งเจ้านายและเป็นทั้งเจ้าของชีวิตทำให้หญิงสาวใต้ร่างอย่างม่านไหมร่างกายแทบแหลกสลาย เพราะเซ็กส์ของเขาในแต่ละครั้งทำให้เธอเจ็บปวดแต่เธอก็ต้องอดทนเพราะเธอรักเขา รักทั้งๆ ที่รู้ว่าไม่ควรที่จะรักแต่เธอไม่สามารถห้ามความรู้สึกของตัวเองได้
"ซี๊ดดดด อ่าาาส์ แน่นอะไรขนาดนี้วะขนาดเอาทุกวัน"
ปั่ก!!!!! ปั่ก!!!! ปั่ก!!!!! ปั่ก!!!!!!
"..........." ความเจ็บปวดที่ไม่สามารถเอื้อนเอ่ยออกมาเพราะเธอ....พูดไม่ได้ทำให้เขาย่ามใจที่จะทำรุนแรงกับเธอในทุกครั้งที่มีเซ็กส์กัน
"แม่งเสียวคxxชิบหาย ซี๊ดดด เธอพูดไม่ได้แบบนี้ก็ดี เพราะฉันไม่ชอบผู้หญิงพูดมาก อื่มมม อ่าาาาส์"
ในสายตาของเขาเธอเป็นเพียงสิ่งของเป็นเพียงสิ่งตอบสนองตัญหาความใคร่บนเตียงเท่านั้นไม่มีความรัก ไม่มีความผูกพันธ์ ไม่มีค่าอะไร
ตู้มมมมมมมมมม!!!!
"กรี๊ดดดดดด!!!!" เสียงของเด็กหญิงวัยเจ็ดขวบกรีดร้องออกมาด้วยความตกใจอย่างสุดขีดเมื่อเห็นรถยนต์ที่เธอนั่งมากับพ่อของเธอไฟลุกท่วมทั้งคันหลังเกิดอุบัติเหตุพลิกคว่ำทำให้ตัวของเธอกระเด็นออกมานอกตัวรถไปนอนอยู่พงหญ้าข้างทางส่วนพ่อของเธอติดอยู่ภายในรถ
"พ่อ ฮือออ พ่อ" เด็กหญิงหมายจะวิ่งเข้าไปหาพ่อของเธอแต่ถูกชาวบ้านที่เห็นเหตุการณ์รั้งเอาไว้เพราะไฟที่กำลังลุกไหม้รถทั้งคันอาจทำให้เด็กหญิงได้รับอันตราย
"ฮือออ ปล่อยหนู หนูจะไปหาพ่อ ฮืออออ"
"พ่อของเอ็งน่าจะไม่รอดแล้วล่ะนังหนู ไฟลุกท่วมทั้งคันขนาดนี้"
"ไม่จริง ฮือออ พ่อของหนูต้องไม่เป็นอะไร ฮืออออ ปล่อยหนู หนูจะไปช่วยพ่อ ฮืออออ พ่อ กรี๊ดดดด"
เด็กหญิงพยายามที่จะวิ่งเข้าไปหาพ่อแต่ก็ทำไม่สำเร็จ เด็กหญิงร้องไห้ออกมาอย่างน่าสงสารจากนั้นเด็กหญิงก็สลบไป
ที่โรงพยาบาล
"หนูจำทะเบียนรถคันนั้นได้ไหม"
"..............." เด็กหญิงไม่ตอบ
"หนูจำอะไรได้บ้าง"
"..............." เด็กหญิงยังคงไม่ตอบพร้อมกับเบนสายตาเหม่อมองออกไปนอกหน้าต่างแล้วก็ร้องไห้ออกมาโดยไม่มีเสียง
"ทำไมเด็กถึงไม่พูดอะไรเลยล่ะหมอ จากที่สอบถามคนที่เห็นเหตุการณ์พวกเขาบอกว่าเด็กพูดได้ไม่ได้เป็นใบ้แต่นี่ผมสอบสวนมาเป็นชั่วโมงละนะแกก็ไม่ยอมพูดแกเป็นอะไรหรือเปล่า" ตำรวจหันไปถามคุณหมอเจ้าของไข้ของเด็กหญิง
"จากที่ตรวจดูอาการร่างกายของแกก็มีรอฟกช้ำบางแห่งแต่ที่แกไม่ยอมพูดน่าจะเกิดจากภาวะช็อคกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมันคงกระทบกระเทือนจิตใจของแก"
"แล้วแบบนี้เราจะทำยังไงถามอะไรเด็กก็ไม่ยอมพูด"
"ก็คงต้องใช้เวลาครับให้เวลาแกสักหน่อย"
"แล้วอีกนานไหม"
"เรื่องนี้หมอก็ตอบไม่ได้เหมือนกัน"
12ปีต่อมา
ม่านไหม..
"นังม่าน!!!!นังใบ้ถ้าแกล้างจานเสร็จแล้วก็ไปช่วยฉันรีดผ้าด้วยล่ะเข้าใจไหม" ฉันพยักหน้ารับคำขณะที่ทำกำลังยืนล้างจานอยู่ที่ซิ้งค์ล้างจาน
"ไม่ได้ มันต้องไปช่วยฉันทำความสะอาดตึกเล็กก่อนเพราะอีกไม่กี่วันลูกชายคุณท่านก็จะกลับมาจากอเมริกาแล้ว"
"คุณเจ้าสมุทรกลับมาวันอาทิตย์โน่นมันอีกตั้งหลายวันจะรีบไปทำทำไมวะนังนุ่ม"
"แล้วแกไม่แหกตาดูเหรอนังแจงว่าตึกเล็กมันมีตั้งกี่ชั้นมันกว้างขนาดไหนทำกี่วันจะเสร็จ ไม่รู้ล่ะยังไงฉันก็จะเอานังใบ้นี่ไปช่วยทำ"
"เอ๊ะแกนี่ยังไงนังนุ่มฉันใช้นังใบ้มันก่อนนะ"
"นี่ๆ ไม่ต้องเถียงกันเลยนะพวกแกทั้งสองคนน่ะหน้าที่ใครก็หน้าที่มันสิ นังแจงแกมีหน้าที่ซักผ้ารีดผ้าก็ไปทำส่วนนังนุ่มแกมีหน้าที่ทำความสะอาดก็ทำไปจะมาใช้นังม่านกันทำไมนักหนามันใช่หน้าที่มันเหรอแค่มันอาสาเข้าช่วยทำงานในครัวข้าก็กลัวคุณท่านดุจะตายอยู่แล้ว"
"มันพูดไม่ได้มันจะไปฟ้องคุณท่านได้ยังไงล่ะป้าผ่อง"
"ใช่ฉันเห็นด้วยกับนังแจงมันนะป้านังม่านมันเป็นใบ้พูดไม่ได้มันจะเอาปัญญาไหนไปฟ้องคุณท่าน"
"เห็นมันเป็นใบ้พูดไม่ได้แบบนี้มันก็ได้เรียนหนังสือนะเว้ยมันอ่านออกเขียนได้นะพวกแกอย่าลืม"
"ป้าพูดแบบนี้หมายความว่าไง"
"นังม่านมันเป็นใบ้ก็จริงแต่มันเขียนหนังสือได้ถ้าเกิดมันเขียนบอกคุณท่านว่าพวกแกชอบแกล้งมันใช้งานมันพวกแกคิดว่าคุณท่านจะว่ายังไง"
"นี่นังม่านแกอย่าริไปฟ้องคุณท่านเชียวนะเรื่องที่พวกฉันสองคนใช้งานแกน่ะ"
"ใช่ถ้าพวกฉันสองคนรู้ว่าแกไปฟ้องคุณท่านว่าพวกฉันใช้งานแกแกอย่าหวังเลยว่าจะอยู่ที่นี่อย่างมีความสุขเข้าใจไหม" ฉันทำได้แค่พยักหน้าเท่านั้นก่อนจะก้มหน้าก้มล้างจานต่อ
เปิดตอนแรกมาก็สงสารนางเอกเลย
ม่านไหม....
"นี่นังม่านแกอย่าริไปฟ้องคุณท่านเชียวนะเรื่องที่พวกฉันสองคนใช้งานแกน่ะ"
"ใช่ถ้าพวกฉันสองคนรู้ว่าแกไปฟ้องคุณท่านว่าพวกฉันใช้งานแกแกอย่าหวังเลยว่าจะอยู่ที่นี่อย่างมีความสุขเข้าใจไหม" ฉันทำได้แค่พยักหน้าเท่านั้นก่อนจะก้มหน้าก้มล้างจานต่อ
"พวกแกนี่มันยังไงนังนุ่มนังแจงใช้นังม่านแล้วยังไปขู่มันอีกเห็นมันพูดไม่ได้เห็นมันเป็นใบ้ใช่ไหมห๊ะ"
"ม่านคุณท่านเรียกให้ไปพบ" แม่บ้านอีกคนที่ทำงานบนตึกใหญ่เดินเข้ามาบอกฉันในครัวทำให้ฉันรีบล้างมือแล้วรีบเดินตามแกออกไป
"มาแล้วเรอะ ไปแอบช่วยในครัวทำงานอีกแล้วล่ะสิหึ๊" พอฉันเดินเข้ามาในห้องรับแขกคุณท่านก็เอ่ยทักท่านมองฉันที่มีสภาพเหงื่อโทรมกายเพราะฉันเพิ่งไปช่วยงานที่ในครัวมา
"ลุงบอกแล้วว่าที่ลุงรับเรามาอยู่ที่นี่ลุงให้อยู่ในฐานะหลานสาวไม่ใช่คนรับใช้ แต่เราก็ดื้อไม่ยอมเชื่อฟังพอลุงไม่อยู่ก็จะแอบไปช่วยพวกแม่บ้านทำงานอย่าคิดว่าลุงไม่รู้นะ" ฉันหยิบสมุดเล่มเล็กที่พกติดตัวตลอดขึ้นมาเขียน
ม่านรู้ว่าคุณลุงไม่อยากให้ม่านทำงานไม่อยากให้ม่านลำบากคุณลุงรักและหวังดีกับม่านมาเสมอตั้งแต่ม่านเสียพ่อไปม่านก็มีคุณลุงที่เปรียบเสมือนญาติทั้งที่ม่านไม่ใช่ญาติของคุณลุง ม่านอยากตอบแทนบุญคุณของคุณลุงที่คุณลุงรับม่านมาเลี้ยงมาดูแล ขอให้ม่านได้ทำอะไรเพื่อคุณท่านบ้างเถอะค่ะแม้จะเป็นเรื่องเล็กๆน้อยๆก็ตามม่านเต็มใจที่จะทำค่ะ
ฉันยื่นสมุดที่เขียนให้กับคุณท่านท่านรับไปอ่านจากนั้นก็ยื่นมันคืนมาให้กับฉันตามเดิม
"เรานี่มันนิสัยเหมือนพ่อของเราไม่มีผิดเลยนะ เห้อ สิบสองปีแล้วสินะ" คุณท่านทำหน้าเศร้าลงทันทีเมื่อเอ่ยถึงพ่อ คุณท่านคือเจ้านายของพ่อท่านเป็นเจ้าของบ้านที่พ่อมาทำงานให้ในตำแหน่งเป็นรปภรักษาความปลอดภัย ซึ่งหลังจากที่ท่านรู้ว่าพ่อเสียชีวิตท่านก็ไปรับฉันมาจากโรงพยาบาลแล้วพามาอยู่ที่นี่เพราะฉันไม่มีญาติพี่น้องที่ไหนส่วนงานศพของพ่อท่านก็ช่วยจัดการให้ทุกอย่างท่านบอกว่าพ่อทำงานกับท่านมานานหลายสิบปีพ่อเป็นลูกน้องที่ซื่อสัตย์และเป็นคนดีไว้ใจได้ คุณท่านเล่าว่าพ่อมักจะพูดเรื่องฉันให้คุณท่านฟังอยู่เสมอว่าที่พ่อยอมทำงานเหนื่อยเพื่อให้ฉันมีอนาคตที่ดีคุณท่านก็เลยอยากที่จะตอบแทนความดีของพ่อด้วยการส่งเสียฉันให้เรียนหนังสือต่อแต่ฉันไม่อยากเรียนเพราะจนถึงตอนนี้ฉันก็ยังพูดไม่ได้ท่านก็เลยให้ฉันเรียนผ่านระบบออนไลน์อยู่ที่บ้านแทนซึ่งตอนนี้ฉันก็เรียนจนถึงระดับมหาลัยแล้ว หน้าที่ของฉันมีแค่เรียนเท่านั้นแต่ฉันก็ไม่อยากอยู่เฉยๆ พอมีเวลาว่างฉันก็จะไปช่วยป้าแม่ครัวทำอาหารเพราะแกแก่มากแล้วจากนั้นก็จะไปช่วยแม่บ้านคนอื่นๆทำงานที่เขาขอให้ไปช่วยซึ่งส่วนใหญ่ไม่ได้ขอหรอกจะเป็นการจิกใช้มากกว่าแต่ฉันก็ทำโดยไม่ปริปากบ่นเพราะจะว่าไปฉันก็เป็นเพียงผู้อาศัยไม่ใช่ญาติของคุณท่านจะให้ฉันนั่งกินนอนกินก็คงไม่ได้แม้ว่าคุณท่านจะบอกกับทุกคนว่ารับฉันมาเลี้ยงในฐานะหลานสาวไม่ใช่คนรับใช้และด้วยเหตุนี้ทำให้หลายๆ คนไม่ค่อยชอบขี้หน้าฉันคอยแกล้งฉันอยูู่เสมอโดยเฉพาะพี่แจงกับพี่นุ่มที่มักจะใช้ฉันให้ไปทำหน้าที่ของพวกเขาแต่ฉันก็ทำนะเพราะไม่อยากมีปัญหาไม่อยากมีเรื่องกับใคร
"อีกไม่กี่วันหน้าลูกชายของลุงจะกลับมาแล้วลุงดีใจที่สุดเลยรู้ไหมที่ในที่สุดเขาก็ให้อภัยลุงกลับมาอยู่กับลุง สิบห้าปีแล้วที่ลุงไม่ได้เจอหน้าเขา" ฉันมองหน้าคุณท่านที่ยิ้มออกมาอย่างมีความสุขเมื่อพูดถึงลูกชายเพียงคนเดียวของท่านซึ่งฉันก็ไม่เคยเจอหน้าเหมือนกันเห็นแค่เพียงรูปถ่ายในวัยเด็กของเขาเท่านั้นที่อยู่ในห้องของคุณท่านฉันรู้แค่ว่าเขาชื่อคุณเจ้าสมุทร คุณท่านบอกว่าลูกชายของคุณท่านไปอยู่อเมริกาตั้งแต่อายุสิบขวบตั้งแต่ภรรยาของคุณท่านเสียไปคุณเจ้าสมุทรไม่เคยกลับมาเยี่ยมท่านอีกเลยซึ่งฉันก็ไม่รู้ว่าเพราะอะไรเหมือนกัน
ตอนหน้าพระเอกจะกลับมาแล้วจ้าาา