ตอน 1

เมื่อทางที่จะทำให้น้องสาวได้จัดการคนบางคนถูกขวางทางเอาไว้ เขาจำเป็นต้องถางทาง(เธอ)...ออกไป แต่เมื่อคุณเธอไม่ยอม แล้วอะไรจะเกิดขึ้นล่ะ!

หนึ่งสาวร้าย ก็ปากไม่ได้จัดสักเท่าไหร่นะ แค่มีคนพูดลับหลังว่าเลี้ยงสุนัขไว้หรือเปล่าเท่านั้นเอง

หนึ่งหนุ่มหล่อ...หล่อมาก หน้าตาคมเข้ม การแต่งกายก็เริดหรูดูดี(หรือเปล่าไม่แน่ใจ) ที่หลายครั้งถูกเรียกหลับหลังว่าคุณสำอาง

เมื่อสองหนุ่มสาวมาเจอกัน ศึกนี้ใครจะชนะ?

chapter 1

เสียงประตูห้องพักเปิดออก ทำให้คนที่นอนหงุดหงิดอยู่บนเตียง เพราะเคลื่อนไหวร่างกายไม่สะดวก ด้วยขาขวาถูกพันไว้ด้วยเฝือกพลาสติกเพื่อช่วยพยุงกระดูกที่ร้าวอยู่ไม่ให้เคลื่อนที่ผิดรูป อันเนื่องมาตอนที่รถไปชนเข้ากับต้นไม้นั้น ตัวเธอได้กระแทกเข้ากับขอบประตูอย่างรุนแรง ยังดีว่ากระจกที่แตกร้าวไม่กระเด็นมาบาดตามผิวให้เป็นรอยแผลอันน่าเกลียด ส่วนขานี่...เธอไม่แน่ใจเหมือนกันว่าไปโดนอะไรมาถึงได้แตกร้าวจนต้องเข้าเฝือกนานแรมเดือนแบบนี้ จะเดินจะเหินก็ไม่สะดวกเอาเสียเลย

ใบหน้านวลผ่องเรียวรูปไข่ค่อนไปทางซีดแย้มยิ้มอย่างเริงร่า ดวงตาเบิกกว้างอย่างยินดี เมื่อเห็นหน้าคนมาเยี่ยมในวันนี้ คนซึ่งเธออยากเจอหน้าที่สุดคนหนึ่งนับรองจากมารดา แต่รู้ดีว่าอีกฝ่ายนะยุ่งมากถึงมากที่สุด หน้าที่การงานและภาระอันหนักอึ้งที่ไม่เกี่ยวกับเรื่องงาน จนแทบไม่มีเวลาพักผ่อนด้วยซ้ำ แต่ในวันนี้เขาโผล่หน้ามาหาเธอได้ อยากจะลุกขึ้นกระโดนไปโอบแขนรอบคอแล้วกดจมูกบนแก้มสากด้วยไรเคราเขียวเป็นปื้นสักสองสามฟอน แต่ก็ทำได้เพียงแค่ขยับพลิกตัวที่ก็เคล็ดขัดยอกแปลบๆ ไปทั่วร่าง

“พี่ใหญ่! ดีใจจังเลยคะที่พี่ใหญ่มาเยี่ยม” เปรมมิกาเอ่ยพูดเสียงใสแจ๋ว ตื่นเต้นและยินดีอย่างยิ่งที่ได้เห็นหน้าพี่ชายต่างบิดา คนซึ่งเธอรักไม่น้อยกว่ามารดาผู้ให้กำเนิด

มือเล็กยื่นไปหาอีกฝ่ายเพราะต้องการได้กำลังใจเล็กๆ น้อยๆ จากผู้เป็นพี่ชายพร้อมกับน้ำตาเอ่อล้นไหลคลอเบ้าอย่างอดกลั้นเอาไว้ไม่ได้ เมื่อได้เห็นคนที่หวังดีกับเธอจริง ๆ ไม่ใช่ต่อหน้าคือหวังดี ปากบอกว่ามาเยี่ยม แต่ไม่เคยมีใครสักคนที่จะถามไถ่เรื่องอาการเลยสักนิด มีแต่จะต่อว่าต่อขานที่เธอทำให้ครอบครัวอับอายขายขี้หน้า มิหนำซ้ำลับหลังยังพูดจานิทาว่าร้าย ไม่เคยหยุดพูดจาดูถูกหยามเหยียดให้เจ็บไปถึงหัวใจ อึดอัดจนอยากจะร้องไห้เสียก็หลายครั้ง แต่พอเห็นหน้าเศร้าเหงาของแม่ ทำเอาน้ำตาที่ควรจะไหลออกมาข้างนอกกลับไหลย้อนกลับเข้าไปข้างในแทน ทว่าตอนนี้...เธอปล่อยให้น้ำตาไหลออกมาได้อย่างไม่ต้องกักเก็บอีกแล้ว

“ยังไงละเรา ดูหน้าตาสดชื่นแจ่มใสขึ้นแล้วนี่” ผู้ที่ถูกเรียกว่า “พี่ใหญ่” เอ่ยทักด้วยใบหน้าที่แย้มยิ้มซึ่งน้อยคนนักที่จะได้เห็น กายหนาแกร่งเดินไปที่หยุดริมขอบเตียง กวาดสายตามองไปทั่วร่างแบบบางในชุดคนไข้ของโรงพยาบาลอย่างโล่งไปทั้งทรวงเหมือนกับยกภูเขาอก เมื่อเห็นว่าน้องสาวบาดเจ็บเพียงแค่ภายนอกจริงๆ

“นึกยังไงถึงเอาตัวไปวัดถนนแบบนั้น อยากรู้มากนักหรือไง ไอ้พื้นถนนนั่นมันหนาเท่าไหร่” ชายหนุ่มถามประชดประชัน มือแกร่งยื่นไปทาบบนศีรษะทุย เขย่ายีผมนุ่มสลวยจนฟูสยาย

“แล้วเป็นยังไงบ้างล่ะ วัดแล้วคุ้มไหม จะไปวัดอีกเมื่อไหร่ก็ช่วยบอกด้วยนะ คราวนี้พี่จะได้ส่งปอเต็กตึ้งไปคอยเก็บศพ”

อื้อฮื้อ...พี่ชายฉัน เล่นถามกันแบบนี้เลยนะ แทนที่จะถามว่าเธอเป็นยังไง เจ็บตรงไหนบ้าง ไม่มีเสียละ แต่ก็นี่แหละ นิสัยพี่ชายเธอ ปากร้ายเอาไว้ก่อน แต่ภายในนะคงเป็นห่วงเธอจะแย่แล้วละ

“พี่ใหญ่ก็ลองขับรถไปชนต้นไม้ดูบ้างซิคะ จะได้รู้ว่าเจ็บหรือว่าไม่เจ็บ” เอาดิ ถามรวนมาเธอก็ตอบรวนกลับไป

“ไม่ละ พี่มันพวกหนังบาง ไม่ปัญญาอ่อนพอจะเอาตัวเองไปวัดความหนาของพื้นถนนกับต้นไม้” ชายหนุ่มตอบแบบจิกกัดตามไปอีกนิด

“แล้วนี่ป้านาทไปไหน ทำไมถึงไม่อยู่ดูแลเราละ” เขาเอ่ยถามถึงนาทฤดีมารดาของอีกฝ่าย เมื่อมองไปแล้วไม่เห็น จะอยู่ในห้องน้ำก็ไม่ใช่ เพราะประตูเปิดอยู่

“แม่หรือคะ เปรมไล่ให้กลับไปบ้านแล้วละ อยู่นี่ก็เอาแต่ร้องไห้ฟูมฟายท่าเดียว ทำเอาเปรมปวดหัวมากกว่าจะรีบหายกลับไปนอนตีพุงที่บ้านอีกค่ะ” แม้จะพูดด้วยน้ำเสียงเหมือนจะเอือมระอา แต่น้ำเสียงของเปรมมิกากลับเต็มไปด้วยความรักมากมายจนแทบจะล้น แม่เหนื่อยกับการมาเฝ้าดูแลเธอจนไม่ได้หลับได้นอนมาหลายคืนแล้ว ตอนนี้เธอเองก็พอจะช่วยเหลือตัวเองได้แล้ว ก็เลยอยากให้แม่พักผ่อนบ้าง

“พี่ใหญ่ถามถึงแม่ มีอะไรหรือเปล่าคะ” ศีรษะทุยเอียงเล็กน้อยอย่างสงสัย ก็รอยวันพันปี แม่แทบจะไม่พูดกับการันต์เลย แบบว่ากลัวมาดเข้ม ๆ หน้าเรียบเฉยจนเย็นชาและสายตาดุ ๆ ของพี่ชายคนนี้ แม่บอกว่าเห็นทีไรหัวใจจะหยุดเต้นเสียทุกครั้ง แต่เธอมองแล้วไม่เห็นว่ามันจะดุตรงไหน ออกจะน่ามองละไม่ว่า ดวงตาสีสีสนิมแวววาวคงความรู้สึกเฉยชาเป็นเนืองนิตย์ดูมีเสน่ห์ ลึกลับและน่าค้นหาจะตายไป

“เปล่า” สองมือใหญ่สอดในกระเป๋ากางเกง เดินไปหยุดอิงขอบประตูกระจกแก้วใส มองออกไปนอกโรงพยาบาล ถนนเส้นใหญ่มีรถวิ่งขวักไขว่ไปมาอย่างน่าปวดหัว เขาไม่ชอบเข้ามาในกรุงเทพเลย รถติด อากาศไม่บริสุทธิ์ ผู้คนส่วนใหญ่ก็ล้วนแล้วแต่เห็นแก่ตัวและยุ่งอยู่กับเรื่องของตัวเองไม่เคยจะสนใจคนรอบข้าง ลองถามดูว่ารู้จักคนที่อยู่บ้านใกล้เรือนเคียงหรือเปล่า เก้าในสิบหลังคือไม่รู้จัก

“พี่จะได้คุยกับเราสะดวกหน่อย”

“เรื่อง?” เปรมมิกาเอียงศีรษะมองตามร่างแผ่นหลังกว้างอย่างแปลกใจ การันต์ดูเครียดขรึมมาก ใบหน้าที่เคยเรียบเฉยอยู่เป็นเนืองนิตย์อยู่แล้วยิ่งเรียบเฉยจนเหมือนกับถูกใครบล็อกเอาไว้ด้วยปูนซีเมนต์ นัยน์ตาแข็งกระด้างดุค่อนไปทางน่ากลัวเลยเชียวแหละ ฟันขาวขบกัดกลีบปากนุ่ม คิ้วโก่งขมวดมุ่นเข้าหากันจนเกือบจะผูกเป็นปม ความรู้สึกมันบอก เรื่องที่อีกฝ่ายจะคุยด้วยนั้น เกี่ยวเนื่องกับเรื่องที่เธอประสบอุบัติเหตุนี่แหละ แต่มันเรื่องอะไรหว่า?...

“ที่ไปเมาจนเกิดอุบัติเหตุนะ ไม่ใช่เพราะอกหักรักคุดใช่ไหม”

อื้อฮื้อ...ถามตรงเป๊ะ ไม่อ้อมค้อมเลยพี่เรา ว่าแต่เรื่องที่เธออกเดาะนี่ ขนาดแม่อยู่ด้วยกันทุกวันยังไม่รู้เลยว่าเธอถูกผู้ชายที่คบหากันมาตั้งหลายปีทิ้งไปหาผู้หญิงคนใหม่ แล้วการัตน์รู้ได้ยังไง ใครปากโป้งหว่า? เซ็งจริงๆ เลย พวกพูดมากปากไม่มีหูรูดนี่

เปรมมิกาเบะหน้าอย่างเบื่อหน่าย อย่างนี้นี่เอง ญาติฝั่งบิดาถึงได้รุมประณามว่าเธอทำตัวไม่สมกับเป็นลูกของพ่อเอาเสียเลย ทำเสื่อมเสียวงศ์ตระกูล จนร่ำ ๆ อยากถามไปว่า เรื่องความรักของเธอมันเกี่ยวอะไรกับวงศ์ตระกูล ในเมื่อพวกเขาเหล่านั้นไม่ได้คิดจะนับว่าเธอเป็นญาติอยู่แล้ว และที่สำคัญก็คือว่า เธอไม่ได้ใช้นามสกุลบิดาสักหน่อย เธอเป็นแค่ลูกที่คนในครอบครัวพ่อไม่ต้องการ จนถึงกับรวมหัวกันให้เงินและบังคับให้แม่ไปทำแท้งด้วยซ้ำ แม้แม่จะใจแข็งและต้านเพียงใดก็ยังเพลี่ยงพล้ำเกือบจะถูกจับกรอกยาขับออก ทว่าเธอยังโชคดีที่วันนั้นแม้การัตน์จะอายุน้อยเพียงแค่เจ็ดขวบ แต่เด็กชายตัวน้อยกลับมีความคิดความอ่านเป็นผู้ใหญ่เกินตัว ปกป้องหญิงหัวอ่อนคนหนึ่งไว้จนเธอได้เกิดมา

ตอน 2

chapter 2

คิดถึงญาติของพ่อแล้วก็เซ็งจับจิต ตอนแรกที่ฟื้นมาแล้วเห็นพ่ออยู่ใกล้ ๆ เธอดีใจแทบตาย แต่ก็เบะหน้าออกแทบไม่ทัน เมื่อกวาดสายตามองไปทั่วห้องแล้วพบกับสายตารังเกียจเหยียดหยามจากบรรดาญาติของพ่อที่เฮโลขนพากันมาเป็นขบวน..ไม่ใช่มาเยี่ยมหรอกนะ แต่มาดูว่าเธอตายหรือยังมากกว่า ถ้าไม่ตายก็จะกระทืบซ้ำด้วยคำพูดถากถางซ้ำแบบ...ให้ตายไปเลยยิ่งดี เพราะตัวหารในทรัพย์สมบัติของพ่อจะได้น้อยลง

ไม่รู้แต่ละคนจะงกและอยากมีอยากได้อะไรนักหนา ตัวเองก็รวยจนไม่รู้เอาเงินไปเก็บไว้ที่ไหนแล้ว ตายไปก็ไม่เห็นจะมีใครเอาอะไรไปได้สักคน นอกเสียจากความดีความชั่วที่จะเหลืออยู่ให้คนข้างหลังได้รู้ ดีก็เอ่ยชม แต่ถ้าชั่วก็ช่วยกันประจานเท่านั้นเอง

“เปล่านะคะพี่ใหญ่ สวย ๆ อย่างเปรมเนี่ยนะ อกหัก ค่า...ยอมรับก็ได้ว่าอกมันเดาะนิดหน่อย” ยิ้มแหย ๆ พยักหน้ารับอย่างเสียมิได้ เมื่อเจอกับสายตาจ้องจับผิดจุดประกายสีแดงเพลิงวาววาบขึ้นมาแวบหนึ่งก่อนจะจางหายไป จะว่าไป...วันนี้พี่ชายเธอมามาดโหด น่ากลัวชะมัดเลย

“เอาน่าพี่ใหญ่ อกเดาะมันก็เรื่องธรรมดาจะตายไป ถึงจะเจ็บแปลบในใจก็...แค่นิดหน่อยเท่านั้นเอง ไม่กี่วันเปรมก็ทำใจได้แล้วละ ไม่บ้ากินเหล้าเมามาย คิดสั้นพาตัวเองไปวัดถนนตายหรอกค่ะ ชีวิตเปรมยังมีค่า ยังมีคนที่รักเปรมและเปรมก็รักเขา ต้องอยู่ดูแลเขา” เปรมมิกาอธิบายเสียยืดยาวเพื่อให้พี่ชายรู้ว่าเธอพูดจริง แม้ในอกจะเจ็บปวดรวดร้าวจนหัวใจแทบจะขาดรอน แต่เธอยังไม่บ้าพอที่จะเอาชีวิตทั้งชีวิตทุ่มลงไปเพราะอกหักจากผู้ชายห่วย ๆ ไม่จริงใจคนหนึ่งหรอกนะ

แต่เมื่อถูกตอกย้ำให้หวนคิดย้อนหลังไป ในหัวใจก็ยังเจ็บปวดเหมือนเดิม แล้วในวันนั้นวันที่ถูกบอกเลิก ใช่! มันเจ็บปวดจนสุดแสนจะทน หัวใจเหมือนกับถูกกรีดออกเป็นริ้ว ๆ จากน้ำมือคนที่คบกันมานานหลายปี คนที่บอกว่ารักเธอสุดหัวใจ ไม่มีอะไรจะแยกระหว่างเธอและเขาได้อีก แต่เขากลับบอกเลิกเธอได้หน้าตายและง่ายดายเหลือเกิน ราวกับว่าสิ่งที่เคยเกิดขึ้นเมื่ออดีต ไม่เคยมีความหมายใด ๆ เลยสักนิด

“ทำไมคะ ฉันไม่ดีตรงไหน?” ตอนนั้นเธอเอ่ยถามเสียงแหบพร่า น้ำตาไหลออกจากดวงตายังแทบจะไม่รู้สึกเลย ทั้งร่างหนาวเหน็บราวกับได้ลงไปยืนแช่อยู่ในลำธารน้ำแข็งเสียครึ่งตัว โอบแขนเรียวรัดรอบกายที่สั่นสะท้าน มองหน้าคนบอกเลิกด้วยแววตาอันเจ็บปวด ขณะขบกัดกลีบปากสั่นระสักจนฮ้อเลือด อยากรู้ว่าตัวเองทำผิดตรงไหน ทำไมเขาถึงได้บอกเลิกสั้น ๆ และง่ายดายมาก ทำราวกับไม่เคยมีความรู้สึกดี ๆ ให้แก่กัน

“เปล่าเลย เปรมไม่ได้ทำผิดตรงไหน แต่ผมจำเป็นต้องทำแบบนี้” ชายหนุ่มยื่นมือมาจับมือเล็กเรียวเอา แต่ก็เหมือนกับว่าเขาไม่ได้แตะต้องเธอเลยสักนิด ความเหินห่างมาจากไหนก็ไม่รู้ มากมายเหลือคนณานับ รอบกายแม้จะมีผู้คนเดินขวักไขว่ไปมา แต่ก็เหมือนมีเพียงแค่เขานั่งอยู่เพียงลำพังกับเงาของคนที่เขาบอกว่ารักสุดหัวใจ

“เพราะ...?” เปรมมิกาดึงมือออกช้า ๆ

“เอ่อคือว่า...” คนบอกเลิกท่าทางกระอึกกระอัก มือเรียวสวยราวกับแท่งลำเทียนอย่างไม่น่าเชื่อว่าจะเป็นมือของผู้ชายยกขึ้นลูบไล้ต้นคอ เมินหน้าหลบหนีดวงตากลมโตที่มีน้ำตาเอ่อล้นคลอเบ้า

ชายหนุ่มสูดลมหายใจอัดเข้าปอดเรียกความกล้า เขาเองใช่ว่าอยากจะเลิกกับเปรมมิกาเสียหน่อย เธอเป็นผู้หญิงคนเดียวที่เข้าใจความรู้สึกของเขา เป็นคนคอยให้กำลังใจยามเหนื่อยล้า ฉุดให้ลุกขึ้นสู้จนทำในสิ่งที่ไม่ค่อยชอบจนสำเร็จ แต่เพราะคำสั่งแกมขอร้องด้วยน้ำตาที่ไหลอาบแก้มของแม่...ตอนนี้ครอบครัวถึงคราววิกฤติแล้ว เขาจำเป็นต้องเลือกครอบครัวและฐานะอันมีหน้ามีตาในสังคม การแต่งงานกับใครสักคน เธอคนนั้นจะต้องสิ่งเสริมให้ฐานะเขาเป็นปึกแผ่น เชิดหน้าชูตาอยู่ในสังคมได้โดยไม่เดือดร้อน

“ไม่ใช่ว่าคุณไม่ดี คุณดี แล้วก็ดีมากด้วย แต่ผมมีความจำเป็นต้องแต่งงานกับผู้หญิงคนอื่น เปรมเข้าใจผมนะที่รัก ผมรักคุณจริง ๆ นะเปรม แต่ผมจำเป็นต้องทำตามความต้องการของแม่ ครอบครัวผมกำลังเดือดร้อน แล้วผู้หญิงคนนั้นและครอบครัวเขาช่วยพวกเราได้” ทินภัทรพูดอย่างตะกุกตะกักเล็ก กลืนน้ำลายลงคออย่างฝืดเคืองกับสายตาเศร้าสร้อย ตัดพ้อต่อว่า ทำเอาเขาเจ็บแปลบจนอึดอัดหายใจไม่ออก ยื่นมือไปคว้ากายบอบบาง แต่หญิงสาวกลับเบี่ยงร่างหนีและผุดลุกจากเก้าอี้ที่นั่งอยู่ไปยืนอยู่ไกล ๆ

“ถ้าคุณไม่ว่า เราไม่เลิกกันก็ได้นะเปรม ขอแค่คุณอดทนไปสักหน่อย หลังจากผมเคลียร์ทุกอย่างลงตัวแล้ว”

ใช่...เรื่องอะไรเขาจะต้องเลิกกับเปรมมิกาละ สู้เก็บหญิงสาวไว้ข้างตัว เป็นบ้านน้อยรอคอยเขามาหา ส่งส่วยตักตวงอย่างอิ่มหนำสำราญใจ แล้วค่อยกลับไปบ้านใหญ่ กับผู้หญิงที่พยายามยกตัวเองข่มเขาให้กลายเป็นหมาคอยเดินตามก้นนายอย่างพวกผู้หญิงที่แม่เลือกนะ

เขาเลือกเก็บเปรมมิกา แต่ก็จะไม่ยอมทิ้งบ่อเงินบ่อทอง ฐานะและความมั่นคงในสังคมเป็นแน่ ทินภัทรยิ้มกริ่มเมื่อคิดได้ว่าควรจะทำเช่นไรดี

“ผมรักคุณนะเปรม” ชายหนุ่มเอ่ยขณะลุกจากที่นั่งเดินไปหาเปรมมิกา และแม้ว่าเธอจะขัดขืนเพียงใด แต่สุดท้ายก็ตกอยู่ในอ้อมกอดของเขาจนได้

“เราไม่ต้องเลิกกันก็ได้นะเปรม ผมจะหาบ้านหลังเล็ก ๆ สักหลังไว้อยู่ด้วยกัน เวลาเลิกงานผมก็จะแวะมาหาคุณ ทำอะไรกันตามประสาผัวเมีย ก่อนที่ผมจะต้องกลับไปทำหน้าที่ของลูกกตัญญูตอบแทนพระคุณแม่ด้วยการทำตามคำขอของท่าน”

ความเห็นแก่ตัวทำให้ทินภัทรเอ่ยออกไปแบบนั้น โดยไม่รู้ว่าคนที่ได้ยินกลับรู้สึกรังเกียจและสะอิดสะเอียน จนถึงกับถามตัวเองในใจว่าหลงรักผู้ชายคนนี้มาได้ยังไงตั้งนานสองนาน มีอะไรบังตาให้เห็นผิดเป็นชอบไปได้ถึงเพียงนี้ อยากตบอีกฝ่ายให้หน้าหัน ก็กลัวจะว่าจะเอามือไปเปรอะเปื้อนกับสิ่งโสโครก คงทำได้เพียงแค่ปลดแขนใหญ่ออกจากร่างและถอยไปยืนห่างๆ เท่านั้น

“พี่ใหญ่ถามเหมือนกับไม่รู้นิสัยเปรมอย่างนั้นแหละ” เปรมมิกาสลัดเรื่องราวความหลังอันเป็นความจำที่เธอเก็บบรรจุกล่องล็อคกุญแจแบบปิดตาย ด้วยการโยนลูกกุญแจทิ้งไปข้างทางตอนมืด ๆ และเลือกที่จะลืมเลือนมันให้หมดสิ้น แรก ๆ เธอก็เจ็บอยู่หรอกนะ แต่ตอนนี้ความเจ็บคลายลงไปมากโขแล้ว และเมื่อมองย้อนกลับไป ไม่อยากจะว่าตัวเองนะ แต่...เธอโง่จริง ๆ ที่มองผู้ชายคนนั้นเป็นคนดี เหมาะที่จะร่วมสร้างครอบครัวที่อบอุ่นได้กัน โง่ที่หลงคบผู้ชายไม่จริงใจมาได้ตั้งนาน

“อือ เพราะรู้นะซิ เลยได้ถาม” แม้ตอนแรกเขาจะเป็นคนปกป้องให้หญิงสาวได้เกิดมาดูโลก แต่ใช่ว่าเขาจะชอบน้องสาวคนนี้มากนัก ทว่าความรับผิดชอบบวกกับความน่ารักสนใสช่างออดอ้อน ทำให้ป้อมปราการแข็งแกร่งที่สร้างไว้ปริแตก หลงเอ็นดูและรักในตัวน้องสาวคนนี้มากจนกลายเป็นเงาติดตามตัว ความใกล้ชิดและล่วงรู้ถึงนิสัยของอีกฝ่าย ทำให้เขาเชื่อด้วยความมั่นอกมั่นใจ ไม่ว่าอย่างไรเปรมมิกาก็จะไม่ทำอย่างข่าวในหนังสือพิมพ์และอินเตอร์เน็ตแน่นอน

ตอน 3

“พี่ใหญ่รู้ข่าวจากไหนคะ” เปรมมิกาอดจะสงสัยไม่ได้ ก็ขนาดว่าคนใกล้ชิดเธออย่างมารดาก็ยังไม่รู้เรื่องเลย แล้วคนซึ่งแม้จะรักแต่ไม่ค่อยได้ติดต่อกันรู้เรื่องนี้ได้ยังไง

“ข่าว”

“ข่าว!” เปรมมิกาตอบรับเสียงสูงลิ่ว แค่เธอขับรถไปชนต้นไม้นี่ถึงกับเป็นข่าวด้วยเหรอ ตากลมโตใสแจ๋วเบิกกว้างอย่างคิดไม่ถึง ก่อนผ่อนลมหายใจออกจากปอดผ่านกลีบปากอวบอิ่มที่ตอนนี้เป็นสีซีดจางด้วยความเซ็งจับจิต อาจมีใครสักคนพอรู้จักครอบครัวเธอมั่ง เลยทำให้มีข่าวออกไป

“เพราะแบบนี้เอง เปรมมิก็สงสัยอยู่แล้วเชียว ทำไมเปรมต้องย้ายโรงพยาบาล น่าเบื่อชะมัดเลย”

“ว่าแต่เราแน่ใจนะ หมดรักไอ้เจ้าหมอนั่นแล้ว ไม่ใช่ว่าวันหนึ่งพอมันมาปะเหลาะขอคือดีด้วยคำพูดหวาน ๆ เราก็จะใจอ่อนยอมยกโทษให้ง่าย ๆ หรอกนะ” การัตน์เอ่ยถามเสียงเข้ม ดวงตาคมกริบจับจ้องวงหน้าขาวไม่ถึงกับซีดมากอย่างต้องการคำตอบที่ชัดเจน ไม่อยากเดาไปเอง ถ้าผิดขึ้นมา เขาขี้เกียจที่จะรับผิดชอบในผลเสียที่จะเกิดขึ้น

“เปรมยังมีหัวคิดน่าพี่ใหญ่ ไม่บ้าถึงกับจะกลับไปคืนดีและยกโทษคนที่เห็นเปรมเป็นเพียงแค่นางบำเรอหรอกคะพี่ชาย” เปรมมิกาตอบกลับพร้อมกัดฟันดังกรอด ๆ คำที่ทินภัทรพูดให้เธอเป็นเมียน้อยเขายังติดดังก้องอยู่ในหูอยู่เลย

ผู้ชาย...เพศเห็นแก่ตัว มักมาก คิดว่าเธอรักแล้วจะยอมให้ทุกอย่างเลยเหรอ คิดผิดไปเสียแล้ว สำหรับเธอนะ ถ้าได้ ต้องได้ทั้งหมดและเป็นหนึ่งเดียว ไอ้ที่จะได้เพียงแค่กระพีกเดียวนะ ไม่เอาไม่อยู่ในความคิด

“ก็ดี” การันต์พยักหน้ารับ เปรมมิกาเคยมีผู้ชายมาคบหามาหลายคนแล้ว พอเลิกรากันไป น้องสาวก็ดูจะเศร้าหม่นหมองไร้ชีวิตชีวาไปสักช่วงหนึ่ง แต่ไม่นานก็จะกลับมาร่าเริงแจ่มใสเหมือนเดิม ทว่าครั้งนี้ผิดกันเพราะเปรมมิกาคบกับไอ้เจ้าหมอเฮงซวยนั่นตั้งแต่เรียนมหาวิทยาลัยปีสาม จากการเจอกันโดยบังเอิญแล้วสานต่อความผูกพัน ก่อนฝ่ายชายไปเรียนต่อเมืองนอกก็ยังให้คำสัญญา เมื่อจบก็จะแต่งงานกัน แต่ตอนนี้กลับกลายเป็นเพียงแค่ลมปาก

“พี่ใหญ่คิดทำอะไรหรือเปล่าคะ” เท่าที่รู้จักนิสัยพี่ชายคนนี้มา เธอมั่นใจเต็มร้อยเปอร์เซ็นเลย การันต์จะต้องคิดทำอะไรเพื่อช่วยเอาศักดิ์ศรีคืนมาให้เธอ

ไหล่กว้างเลิกขึ้นสูง สอดมือเข้าในกระเป๋ากางเกง มองออกไปเบื้องนอกอย่างไรจุดหมาย ทว่านัยน์ตากลับมุ่งมั่น

“หมอบอกหรือเปล่า กี่วันถึงจะกลับบ้านได้” ชายหนุ่มไม่ตอบในสิ่งที่น้องสาวถามและยังถามไปเรื่องอื่น

“ไม่แน่ใจเหมือนกันคะ แต่คิดว่าไม่พรุ่งนี้หรือมะรืนนี้แหละ” ไอ้เธอนะ อยากออกเสียงตั้งแต่วันนี้เลยด้วยซ้ำ นอนอยู่อย่างนี้ น่าเบื่อจะตายอยู่แล้ว ทำอะไรก็ไม่ได้ แม้กระทั่งจะลุกไปห้องน้ำเองก็ยังทุลักทุเลเลย แต่วันนี้ดีขึ้นหน่อย พอเดินไปเองโดยไม่ต้องให้แม่ช่วยพยุง

“ก็ดี ไปพักผ่อนสักพัก ทำใจให้สบาย ๆ ร่างกายหายดีเมื่อไหร่ก็ค่อยกลับมาเอาคืน” ใครก็ตามที่ปล่อยข่าวแบบนี้ ต้องหวังผลไม่ให้เปรมมิกากลับไปหาทินภัทร เป็นการทำให้ฝ่ายหญิงเสื่อมเสียชื่อเสียงด้วย เขาซึ่งเป็นพี่จะต้องหาตัวให้เจอว่าเป็นใคร เพื่อจะทำให้รู้ว่าการเล่นงานคนในครอบครัวพิริยะสนิทชัยวงศ์ได้รับผลอย่างไร!

ถึงเธอไม่อยากทำตามความต้องการของพี่ชาย แต่เมื่ออีกฝ่ายพูดมาแล้ว เธอต้องทำตามอย่างเดียว ขัดไม่ได้!

“ไม่ไปพักที่นั่นไม่ได้หรือคะพี่ใหญ่” แม้กระทั่งเดินทางใกล้จะถึงจุดหมายปลายทางแล้วก็ตาม เปรมมิกาก็ยังพร่ำบ่นและถามพี่ชายไม่ยอมหยุด ใบหน้าขาวสวยเบะง้ำอย่างกับคนจะร้องไห้ เมื่อผู้เป็นพี่ชายไม่ตอบแต่พยักหน้ารับ

“ทำไมคะ ทำไมต้องให้เปรมไปพักที่นั่นด้วย ดูสิคะ ทางจะไปจะมาก็ลำบาก หลุมบ่อเต็มไปหมด แถมยังจะเป็นถนนดินลูกรัง ฝุ่นปลิวว่อนเต็มถนน ไกลไม่เท่าไหร่ แต่นี่มัน...บ้านป่าเมืองเถื่อนชัดๆ เลยนะคะพี่ใหญ่ พี่จะพาน้องสาวหน้าตาดี ๆ อย่างเปรมไปหมกตัวอยู่กลางป่ากลางเขาแบบนี้จริง ๆ หรือคะ” ท้ายสุดเมื่อบ่นเสร็จเปรมมิกาก็ทอดเสียงอ่อนเรียกร้องความสงสาร

“พี่ใหญ่ไม่กลัวบ้างหรือไงคะ ถ้ามีคนมาทำร้ายเปรมล่ะ” เปรมมิกาอ้อนถามเสียหวานจ๋อยให้อีกฝ่ายเปลี่ยนใจ พาเธอกลับไปส่งบ้านหรือว่าที่ไหนก็ได้ที่ดีกว่าที่นี่ บ้านป่าเมืองเถื่อน ยังไงก็ต้องมีคนเถื่อน ๆ หน้าตาน่ากลัว นิสัยหยาบกระด้างอยู่ด้วยแน่นอน แล้วเธออยู่ในสภาพช่วยเหลือตัวเองไม่ได้แบบนี้ เกิดถูกรังแกละ ใครจะช่วยได้ หวังพึ่งพี่ชายหรือ...ก็อยู่ไกลเกิน หวังพึ่งไอ้บ้าคนที่พี่ชายหวังจะให้คอยดูแลหรือ ไอ้หน้ามหาโจร แล้วยังดำปิดปี๋อย่างกับถ่านไฟ แถมยังมีหน้าเดียวอีก หน้าตายยิ้มไม่เป็น ปากยังกับอมสุนัขไว้ทั้งฟาร์มแบบนั้น แล้วยังเกลียดขี้หน้าเธออย่างกับอะไรดี

เหอะ...ชาติหน้าตอนบ่าย ๆ แล้วล่ะ ที่ไอ้บ้าปากเสียนั่นจะมาคอยดูแลเอาใจใส่เธออย่างที่การันต์ฝากฝังไว้

“พี่ให้เรามาพักฟื้นร่างกายให้แข็งแรง และทำจิตใจให้แข็งแกร่ง พร้อมสำหรับการกลับไปอย่างผู้ที่เชื่อมั่นในตัวเอง ที่นี่แหละดีที่สุดแล้ว”

การันต์ตอบกลับเสียงเข้มงวด มาเพิ่มพลังให้กับร่างกายและจิตใจที่บอบช้ำให้แข็งแกร่ง พร้อมที่จะกลับไปห้ำหั่นศัตรูผู้หมายคิดร้าย ไม่มีที่ไหนดีไปกว่าการได้มาพักกับคนที่เขาไว้ใจได้ เขาคนนั้นนอกจากจะดูแลเปรมมิกาเป็นอย่างดีแล้ว ยังจะเอาหญิงสาวอยู่ด้วย แล้วที่สำคัญก็คือ...ที่นี่ไกลมาก ไกลจนญาติ ๆ ผู้ไม่หวังดีทั้งหลายแหล่จะไม่ตามมารังควาญซ้ำเติมเปรมมิกาให้ต้องเจ็บช้ำน้ำใจแน่นอน

“แต่มันไกลมากเลยนะคะ พี่ใหญ่ก็รู้ คนของพี่ใหญ่ก็ไม่ได้ชอบหน้าเปรมสักเท่าไหร่ด้วย อยู่ใกล้กันกลัวจะทะเลาะจนฆ่ากันตายเสียมากกว่า” เปรมมิกาเอ่ยด้วยความหงุดหงิดที่ไม่ปกปิดเอาไว้เลย เมื่อคิดถึงคู่แค้นที่เจอกันทีไรต้องปะทะคารมกันทุกครั้งที่เจอ

ก็มีอย่างที่ไหน เจอเธอครั้งแรกก็มาหาว่ายั่วยวนให้ท่า ผู้หญิงอย่างเธอนิสัยก็แย่ ทำอะไรไม่เป็นสักอย่าง เขาไม่คิดจะชายตามองให้เสียลูกกะตาหรอกนะ

ชิ...ไอ้คนปากเสีย ทำอย่างกับตัวเองดีนักหนา ขยันทำงานเหลือเกิน ว่างเป็นไม่ได้ต้องทำโน่นทำนี่อยู่ตลอดเวลา แล้วยังทำตัวอย่างกับฤษีชีไพล ไม่สนใจผู้หญิงที่เขาทอดสายตาให้ ทำว่าพ่อนะรักมั่นคงอยู่กับผู้หญิงคนเดียว

แล้วเป็นไงละ สมน้ำหน้า บ้างานดีนัก เลยถูกแม่ผู้หญิงนั่นหันไปหาผู้ชายคนอื่น แต่พ่อเจ้าประคุณก็ยังทำเป็นไม่รับรู้ไม่สนใจ จนแม่แฟนใจกล้าพาท้องโย้ใกล้เกิดมาขอเลิก นั่นแหละถึงได้ทำเป็นว่าตัวเองนะรักเขามาก ที่ทำไปทุกอย่างเพื่ออนาคตและคนที่รัก แต่เป็นเธอ บ้างานหมกตัวอยู่แต่ในป่าปาล์มตั้งแต่เช้าตะวันยังไม่ทันจะขึ้น ไม่กลับบ้านถ้าหากตะวันยังไม่ตกดินอย่างนั้น เป็นเธอก็ขอเลิกเหมือนกันแหละ ขยันทำงานนะดีมาก แต่มันก็ควรที่จะรู้เวลาด้วย ไม่ใช่ทำหามรุ่งหามค่ำแบบนั้น

“ให้เปรมไปพักที่อื่นไม่ได้หรือคะพี่ใหญ่” เปรมมิกาทาบมือนุ่มบนแขนแกร่ง ช้อนนัยน์ตากลมโตเป็นประกายมอง แพหนังตายาวงอนอ่อนนุ่มกระพริบอย่างออดอ้อนซ้ำลงไปอีกเล็กน้อย

อ่านต่อเลย
ร่วมสนับสนุนนักเขียนเพื่อเป็นกำลังใจในการสร้างสรรค์ผลงานสุดสนุกต่อไป Moboreader
ปลดล็อกทุกตอน
ตอน
ปรับแต่ง
บทถัดไป
Minishorts Logo
อ่านนิยายออนไลน์ นิยายเว็บ และเรื่องราวโรแมนติกสุดฮิตบน MiniShorts พบกับนิยายโรแมนติกท่านประธาน นิยายแฟนตาซีมนุษย์หมาป่า ดราม่า และแฟนตาซี พร้อมคอนเทนต์ซีรีส์สั้นคัดสรรพิเศษที่สร้างจากเทรนด์เรื่องราวยอดนิยม
MiniShorts YouTube
©2026 MiniShorts All Rights Reserved. CHASINGTOP HK LIMITED