20.00 น.
เป็นเวลาหลังจากเลิกงานวันสุดท้ายของหญิงสาวนานแล้วเธอกลับบ้านมาด้วยจิตใจที่ห่อเหี่ยวหญิงสาวรู้สึกหนักอึ้งอึดอัดในหัวใจอย่างมากที่ไม่มีใครสามารถช่วยเหลือคลายทุกข์เธอได้เลย
“ฮือๆๆ...ตอนนี้เธออยู่ที่ไหนกันนะจันทร์เจ้ารู้มั้ยว่าพี่เป็นห่วงเธอขนาดไหน”
ทานตะวันยังนั่งกอดลูกน้องสาวของเธอร้องไห้ยังไม่หยุดเพราะว่าเป็นเวลาสองเดือนกว่าแล้วที่น้องสาวเธอได้หายตัวไปเธอพยายามวิ่งเต้นแจ้งตำรวจเรื่องคดีทุกอย่างแต่ก็ไม่ได้มีอะไรคืบหน้าขึ้นมาเลยและถึงตอนนี้เธอยังไม่ได้เบาะแสด้วยซ้ำว่าน้องเธอไปอยู่ที่ไหน
หญิงสาวจึงคิดว่าเธอต้องใช้เงินเก็บของเธอทั้งหมดที่มีออกตามหาน้องสาวเธอเองแล้วแหละตอนนี้เธอนั่งร้องไห้ไปด้วยเก็บกระเป๋าไปด้วยเธอซื้อตั๋วเพื่อจะเดินทางไปที่อังกฤษในวันพรุ่งนี้เธอคิดว่าเป็นยังไงเป็นกันเพราะตอนนี้เธอได้ลาออกจากงานเรียบร้อยแล้วเพื่อที่จะตามหาน้องสาวของเธอได้เต็มที่
ในเมื่อกฎหมายช่วยอะไรเธอไม่ได้เธอก็คงจะต้องช่วยเหลือตัวเองเพราะเธอไม่รู้ว่าในตอนนี้น้องสาวของเธอจะเป็นตายร้ายดียังไงบ้างก็ไม่รู้ชีวิตของเธอเหลือเพียงแค่น้องสาวคนเดียวยังไงเธอก็ต้องตามหาคนในครอบครัวกลับมาให้ได้ให้นายเร็วที่สุดไม่ว่าจะต้องยากลำบากแค่ไหนก็ตาม
เคมบริดจ์
“เมื่อไรพี่จะกลับมาอยู่ที่นี่เสียที”
เบรย์เดนนานๆทีเขาจะเห็นพี่ชายของเขากลับมาที่บ้านซะทีตั้งแต่ที่แม่ของเขาเสียไปพี่ชายของเขาก็เอาแต่โทษตัวเองว่าดูแลคนเป็นแม่ไม่ดีพอเพราะในคืนที่แม่ของเขาเสียนั้นพี่ชายของเขามัวแต่ยุ่งอยู่กับงานน่ะสิตอนนั้นเขาเองก็ยังเรียนอยู่ที่อเมริกาอยู่เลยพี่ชายของเขาเอาแต่โทษตัวเองเลยเนรเทศตัวเองไปอยู่ที่หมู่บ้านเล็กๆในเมืองนี้แทนที่จะอยู่ในคฤหาสน์หลังใหญ่โตกับเขาที่นี่ซ้ำยังให้เขาดูแลกิจการแทบจะทั้งหมดอีกด้วยแต่เขาก็ยังดูแลอยู่กิจการใหญ่ๆของครอบครัวอยู่แต่แค่ไม่ออกหน้าเท่านั้นเอง
“เรื่องของฉันไม่ดีหรือไงนายอยู่ที่นี่คนเดียวจะได้ไม่ต้องมีใครมาคอยกัดกับนายไง”
เอริครีบเก็บเอกสารลงแฟ้มเพื่อที่เขาจะเอากลับไปตรวจพร้อมเหล่สายตามองน้องชายอย่างอมยิ้มเล็กๆพร้อมบอกข้อดีของการที่เขาไม่ได้อยู่ที่นี่ให้น้องชายของเขาฟัง
“ผมก็แค่เป็นห่วงอยากให้พี่อยู่อย่างสบายแค่นั้นเองไม่รู้ว่าจะไปอยู่อย่างลำบากที่หมู่บ้านเล็กๆนั่นทำไม”
เบรย์เดนไม่เข้าใจว่าเรื่องมันก็ผ่านมานานมากแล้วเขารู้ว่าพี่เขาไม่ได้ตั้งใจให้เรื่องมันเกิดและมันก็ไม่ใช่ความผิดของพี่ชาของเขาด้วยและไม่จำเป็นเลยที่พี่ชาของเขาจะทาตัวเองอยู่แบบนี้
“ขอบใจที่เป็นห่วงฉันสบายดี...ว่าแต่นายเถอะแบล็คเรื่องผู้หญิงให้มันเบาลงเสียบ้าง”
เอริครู้ว่าน้องชายของเขาเป็นห่วงแต่ตอนนี้เขาใช้ชีวิตอยู่ที่นั่นก็สบายดีอยู่แล้วไม่มีใครไม่รบกวนใจของเขาอีกด้วยอีกทั้งยังหันกลับไปเตือนน้องชายขงเขาก่อนจะเดินออกจากที่นี่ไปอีกว่าให้น้องชายของเขาห่วงเรื่องของตัวเองจะดีกว่าเพราะเห็นจะเสียงานเพราะผู้หญิงมาหลายครั้งแล้ว
เช้าวันต่อมา
ทานตะวันเก็บกระเป๋าเสร็จตั้งแต่เมื่อคืนพอเช้ามาเธอจึงเรียกแท็กซี่มาที่สนามบินมาขึ้นเครื่องมาตั้งแต่เช้าเพื่อที่จะเดินทางไปที่ประเทศอังกฤษเพราะเธอนั้นตั้งใจว่าที่แรกที่เธอจะต้องไปตามหาน้องสาวของเธอคือโรงแรมในเมืองเคมบริดจ์ที่น้องสาวของเธอบอกกับเธอว่าจะพักที่นั่นและหลังจากการเข้าพักเธอก็ได้ขาดการติดต่อไปเลย
ทานตะวันรู้ว่าที่น้องสาวของเธอต้องย้ายที่เที่ยวมาเป็นประเทศอังกฤษก็เพราะว่าแฟนหนุ่มของน้องสาวเธอตามไปง้อเธอที่นั่นจึงทำให้จันทร์เจ้าน้องสาวของเธอหนีชายหนุ่มไปที่อังกฤษนั่นเองที่เธอไม่ได้ห้ามก็เพราะว่าเธอนั้นไม่ได้อยากให้น้องสาวของเธอกลับไปคบกับผู้ชายแบบนั้น
ตอนนี้ทานตะวันคิดว่าจะไปตามหาน้องสาวของเธอที่เมืองเคมบริดจ์เป็นที่แรกอย่างน้อยเธอก็คิดว่ามันน่าจะมีเบาะแสอะไรบ้างให้เธอได้สืบต่อนั่นเอง
5วันต่อมา
เป็นเวลาสามสี่วันแล้วที่ทานตะวันใช้ชีวิตอยู่ที่เมืองเคมบริดจ์ประเทศอังกฤษหญิงสาวเช่าห้องพักอยู่ที่หมู่บ้านเล็กๆของเมืองถึงมันจะไม่สะดวกสบายเท่าไรนักแต่มันก็ทำให้เธอนั้นเซฟเงินเพื่อที่จะอยู่ที่นี่ได้เป็นอย่างดี
หญิงสาวพยายามเข้าไปสอบถามพนักงานในโรงแรมว่ามีรายชื่อน้องสาวของเธอที่เคยเข้าพักที่นี่หรือไม่ก็ได้คำตอบอย่างผิดหวังกลับมาว่าไม่มีชื่อหญิงสาวเข้าพักที่นี่เธอไม่เข้าใจว่าทำไมถึงไม่มีชื่อหญิงชื่อน้องสาวของเธอเข้ามาพักที่นี่เพราะว่าหลังจากที่จันทร์เจ้ามาที่อังกฤษน้องสาวของเธอบอกกับเธอเองว่าเธอนั้นพักอยู่ที่นี่
แต่ในเมื่อได้รับความผิดหวังกลับมาทานตะวันก็ยังไม่ละความพยายามเธอพยายามที่จะสืบเสาะตามหาน้องสาวของเธอในเมืองนี้อยู่เพราะเธอคิดว่ายังไงเธอนั้นก็จะต้องตามหาน้องสาวของเธอให้เจอให้ได้แม้จะใช้ความพยายามมากมายแค่ไหนก็ตาม
“ว้าย...ช่วยด้วยค่ะ”
ในขณะที่ทานตะวันยืนคิดอะไรเพลินๆอยู่นั้นจู่ๆก็ได้มีผู้ชายฉกรรจ์วิ่งมาฉกกระเป๋าเธอและวิ่งหนีไปอย่างรวดเร็วทำให้หญิงสาวตกใจอย่างมากเพราะในกระเป๋านั้นมีทั้งมือถือและเงินสดอีกมากมายที่จะทำให้เธอใช้ชีวิตที่นี่ได้อีกเป็นเดือนๆหญิงสาวเลยวิ่งตามคนที่ขโมยกระเป๋าเธออย่างไม่คิดชีวิตพร้อมร้องเรียกให้คนอื่นช่วยเป็นภาษาของคนที่นี่
“หืมมม”
เอริคที่กำลังนั่งจิบกาแฟยามเช้ายังสบายอารมณ์อยู่นั้นเมื่อได้ยินเสียงเอะอะโวยวายของหญิงสาวว่าต้องค่ะต้องการความช่วยเหลือเขาจึงรีบหันไปดูพบว่าตอนนี้กำลังมีผู้ชายฉกชิงวิ่งราวกระเป๋าของหญิงสาวอยู่เขาจึงรีบลุกออกจากโต๊ะแล้ววิ่งไปช่วยเธอทันที
“โอ้ยยย”
เอริควิ่งตามผู้ร้ายไปอย่างรวดเร็วและว่องไวตามที่เคยถูกฝึกมาเขาวิ่งมาสกัดขาของโจรคนนั้นทำให้โจรคนนั้นล้มลงพร้อมดึงกระเป๋าของหญิงสาวขึ้นมาอย่างรวดเร็วแต่โจรคนนั้นเมื่อเห็นว่ามีคนมาช่วยหญิงสาวและท่าทางจะเก่งกว่าตัวเองอีกด้วยจึงรีบวิ่งหนีไปทันทีเพราะตอนนี้คนเริ่มวิ่งมาช่วยเยอะแล้ว
“นี่กระเป๋าของคุณครับ”
เอริคเห็นหญิงสาวที่วิ่งตามมาอย่างเหนื่อยหอบอยู่ตรงหน้าของเขาชายหนุ่มจึงส่งกระเป๋าคืนให้เธอ
“ขอบคุณค่ะ”
ทานตะวันรู้สึกโล่งใจที่มีคนมาช่วยเธอไว้ได้ทันไม่อย่างนั้นเธอคงแย่แน่ๆหญิงสาวพูดขอบคุณในภาษาของคนที่นี่สีหน้าที่โล่งใจของเธอในตอนนี้มันบ่งบอกถึงความดีใจอย่างมากจนชายหนุ่มสังเกตได้
“คุณบาดเจ็บตรงไหนบ้างหรือเปล่าคะ”
ทานตะวันเป็นห่วงชายหนุ่มที่วิ่งตามโจรผู้ร้ายเพื่อช่วยเหลือเธอเธออยากรู้ว่าเขาเจ็บตรงไหนบ้างหรือเปล่า
“ผมไม่เป็นอะไรครับดูท่าทางคุณจะไม่ใช่คนที่นี่”
ชายหนุ่มเห็นว่าหญิงสาวน่าจะเป็นชาวเอเชียมากกว่าเพราะว่าดูจากสีผมและใบหน้าที่คมแบบนั้น
“ใช่ค่ะฉันเป็นคนไทย”
หญิงสาวตอบชายหนุ่มพร้อมยิ้มให้เขาเล็กน้อย
“ฉันต้องขอบคุณคุณจริงๆที่มาช่วยเหลือฉันฉันไม่อย่างนั้นฉันคงแย่แน่ๆ”
ทานตะวันขอบคุณชายหนุ่มยกใหญ่จนชายหนุ่มเองรู้สึกเกรงใจเธอเสียแล้วสิ
“แล้วคุณมาที่นี่มาเที่ยวหรือว่ามาทำอะไรหรอครับ”
ชายหนุ่มอยากรู้ว่าหญิงสาวที่หน้าตาสวยหวานตรงสเปคของเขาตั้งแต่แรกเห็นนี้เธอนั่นเธอนั้นมาทำอะไรที่นี่กันแน่
“พอดีว่าฉันมาตามหาน้องสาวของฉันน่ะค่ะ”
ทานตะวันบอกความจำนงของตัวเองว่ามาที่นี่เพราะอะไรเพราะเธอเห็นว่าเขาเป็นคนที่นี่และเผื่อว่าเขานั้นอาจจะมีแนวทางที่ช่วยเหลือเธอได้ก็ได้
“ผมว่าเราไปนั่งคุยกันที่โต๊ะดีกว่านะครับ”
เอริคเห็นว่าหญิงสาวมาตามหาน้องสาวที่นี่เขาคิดว่าเขาสามารถช่วยเธอได้เขาจึงอยากจะคุยกับรายละเอียดกับเธอให้มากกว่านี้
“คุณลองเล่ามาให้ผมฟังสิครับว่าน้องสาวคุณทำไมถึงมาตามหาน้องสาวของคุณที่นี่”
“คือพอดีว่า....”
ทานตะวันเล่ารายละเอียดทั้งหมดให้ชายหนุ่มฟังว่าเธอมาทำมาตามหาน้องสาวของเธอที่นี่เพราะว่าหลังจากที่น้องสาวของเธอเข้าเข้าพักที่โรงแรมในเมืองนี้น้องสาวของเธอก็ขาดการติดต่อไปเลยเธอพยายามให้ตำรวจช่วยตามหาก็ไม่ได้ข้อมูลเสียทีเธอจึงคิดว่าต้องออกตามหาเอง
ชายหนุ่มยิ้มอยู่ในใจเพราะว่าโรงแรมที่น้องสาวของเธอพักนั้นเขาเป็นเจ้าของโรงแรมที่นั่นเองแต่เขายังไม่เปิดเผยตัวให้เธอได้รู้เพราะว่าเขานั้นยังต้องมีอะไรให้สืบอีกมากมายและเรื่องนี้เขาคิดว่าต้องเกี่ยวข้องกับน้องชายเขาเป็นแน่
“ผม...จะบอกกับคุณว่าผมเป็นนักสืบและผมสามารถช่วยคุณได้”