ตอนที่ 1
“จะเข้าไปจริง ๆ หรือเพชร” บุษย์น้ำพราวถามน้องสาวน้ำเสียงกล้าๆ กลัวๆ
ตั้งแต่ที่บุษย์น้ำเพชรรู้ข่าวว่าพี่สาวสุดรักสุดหวง จะต้องแต่งงานกับพยัคฆ์ ปาศัยสุนัย ชายหนุ่มจอมเจ้าชู้ที่เห็นผู้หญิงเป็นเพียงเครื่องบำบัดความใคร่ หญิงสาวก็ฟาดงวงฟาดงา น้อยใจบิดาและมารดาอยู่เป็นพักใหญ่ หาว่าพ่อไม่รักพี่สาวบ้าง หาว่าพ่อกับแม่ส่งพี่สาวไปตกนรกบ้างแหละ หลายๆ คำพูดที่บุษย์น้ำเพชรว่าไป สร้างความเจ็บช้ำให้กับบิดาและมารดา แล้วมันก็สร้างความชอกช้ำใจอยู่ลึกๆ ให้กับผู้เป็นพี่สาวอย่างเธอด้วยเช่นกัน
ไม่ว่าสองสาวจะพยายามที่จะถามเหตุผลสักกี่ครั้ง แต่บิดาและมารดาต่างไม่ยอมตอบ ได้แต่นั่งทำหน้าเศร้า แล้วเมื่อลงกับใครไม่ได้ บุษย์น้ำเพชรเลยหันไประบายอารมณ์ใส่ตุ๊กตาหมีตัวโปรดจนเจ้าหมีน้อยถึงกับกระเด็นออกมานอกห้องนอน
ความจริงบุษย์น้ำเพชรไม่ได้อคติอะไรกับพยัคฆ์เลย หากแต่ภาพข่าวในหน้าหนังสือพิมพ์หลายๆ ฉบับที่ชายหนุ่มควงสาวไม่ซ้ำหน้า และไม่เว้นแต่ละวัน ทำเอาบุษย์น้ำเพชรถึงกับเต้นเป็นเจ้าเข้า รีบลากมือบุษย์น้ำพราวและหนังสือพิมพ์ที่ได้เห็น ไปให้บิดามารดาดูอย่างร้อนใจ และขอร้องให้พ่อยกเลิกงานแต่งงานในครั้งนี้เสีย
“พ่อขอโทษนะเพชร...พราว แต่พ่อทำแบบนั้นไม่ได้ ถ้ายกเลิกงานแต่งงานของพราวกับเสือ พนักงานอีกหลายสิบชีวิตก็ต้องตกงาน พวกเขาทุกคนไม่ได้มีความผิด พวกเขาก็มีภาระหน้าที่ต้องรับผิดชอบ”
ภมรยกมือขึ้นลูบผมบนศีรษะบุษย์น้ำพราว ในขณะที่คุณบุหงาได้แต่โอบกอดบุษย์น้ำเพชร ใบหน้าภรรยาคู่ทุกข์คู่ยากเองก็เศร้าหมองและเสียใจไม่แพ้เขาเช่นกัน
“ทำไมละคะพ่อ เรื่องแต่งงานของพี่พราวไปเกี่ยวอะไรกับที่คนงานต้องตกงานด้วย” บุษย์น้ำเพชรยังคงถามอย่างไม่เข้าใจ เธอมองไปที่มารดาและบิดาสลับกันไปอย่างต้องการคำตอบ
“เพราะว่าเรากำลังจะล้มละลายไงเพชร พ่อเขาทำงานผิดพลาด ถ้าไม่ได้เงินไปจ่ายหนี้สิน เขาก็จะฟ้องร้องให้เราเป็นบุคคลล้มละลาย เพชรทนได้หรือลูก” คุณบุหงาถามลูกสาวคนเล็ก น้ำตาคนเป็นแม่ไหลอาบแก้ม ทำไมเธอจะไม่รู้ว่าลูกสาวทั้งสองคนไม่ชอบผู้ชายเจ้าชู้ เห็นผู้หญิงเป็นเพียงของเล่นหรือเครื่องบำบัดความใคร่
“ได้ค่ะ” บุษย์น้ำเพชรเอ่ยน้ำเสียงหนักแน่น เธอทนได้ถ้าหากคนที่รักมีความสุข แต่...พ่อกับแม่จะต้องไม่มีความสุข หากทำให้คนอีกหลายๆ คนต้องเดือดร้อน
บุษย์น้ำเพชรโกรธกรุ่นขบกัดฟัน สองมือกำหมัดแน่น ขณะโยนความผิดทุกอย่างไปให้กับพยัคฆ์และครอบครัว ในขณะที่บุษย์น้ำพราวนั่งฟังอย่างสงบ ยิ่งได้ฟังเหตุผลของบิดาก็พอที่จะเข้าใจ และทำใจยอมรับได้บ้าง หากความอดทนของบุษย์น้ำเพชรก็ขาดผึงเมื่อได้เห็นข่าวหน้าหนึ่ง เมื่อพยัคฆ์บอกว่า
ถึงแม้จะเข้าพิธีแต่งงานกับ...ผู้หญิงคนไหนก็ตาม แต่เขาก็จะไม่หยุดทำตามใจปรารถนา
มันก็หมายความว่า...อีตาพยัคฆ์จะไม่หยุดสำส่อน!
บุษย์น้ำเพชรถึงกับโกรธหน้าแดง ถ้ามีควันออกจากหูได้มันก็คงจะออกไปแล้ว เขาจะไปควงหรือนอนกับสาวไหน เธอไม่ว่า แต่ไอ้การที่ประกาศจนหนังสือพิมพ์ทุกฉบับลงข่าว มันดูถูกและเหยียบย่ำศักดิ์ศรีของพี่สาวเธอและครอบครัวของเธอจนเกินไป เธอรับไม่ได้และจะไม่รับด้วย และจะไม่ทนกับไอ้คนปากเสียนิสัยเสียแบบนั้นด้วย
สาวสวยรูปร่างบอบบางสองคนที่กำลังทุ่มเถียงกันอยู่หน้าตึก VV กรุป คนหนึ่งมีท่าทางตื่นกลัวนิด ๆ แต่อีกคนกลับมีแต่ความโกรธเข้ามาบดบังจิตใจ
“ก็ใช่นะซิ หรือว่าพี่พราวจะยอมไอ้บ้านั่นตั้งแต่ยังไม่แต่งงาน แต่เพชรไม่ยอมหรอกนะ ยังไงก็ต้องคุยกันให้รู้เรื่อง เขาจะมาทำแบบนี้กับพี่สาวของเพชรไม่ได้”
อย่างไรวันนี้เธอจะต้องพบและถามกับไอ้ว่าที่พี่เขยนั่นให้ได้ ที่ให้พี่สาวเธอไปทำอะไรเกี่ยวกับงานแต่งงานคนเดียวเธอไม่ว่า แต่มาถูถูกศักดิ์ศรีความเป็นลูกผู้หญิงแบบนี้...เธอรับไม่ได้!
“แต่พี่กลัวนี่เพชร น้องก็รู้ว่าคุณเสือ...” บุษย์น้ำพราวยื่นมือเย็นเฉียบไปจับมือบุษย์น้ำเพชร เพื่อบอกให้รู้ว่าเธอกลัวชายหนุ่มที่อยู่ในห้องทำงานชั้นบนสุดของอาคารเพียงไหน แค่รู้ว่าต้องแต่งงานกับพยัคฆ์เธอก็แทบจะกลั้นใจตายอยู่วันละหลายครั้งแล้ว แต่ติดที่ว่าความจำเป็นของครอบครัวทำให้เธอต้องกล้ำกลืนฝืนทน
“อีตาเสือนั่นทำไมพี่พราว ไอ้ที่หน้าตาบึ้งตึง และยังจะทำตาดุใส่เหมือนกับชื่อนะหรือ” บุษย์น้ำเพชรบีบมือพี่สาวให้กำลังใจเบาๆ ใบหน้าขาวสวยเบะออกว่าคนอย่างเธอไม่เคยจะกลัว
“ไม่ต้องกลัวน่าพี่พราว เพชรอยู่ทั้งคน เพชรไม่ยอมให้นายเสือขาหักนั่นมาทำอะไรพี่ได้หรอกน่า”
“แต่...”
“ไม่มีแต่ค่ะพี่พราว ไปเอาเรื่องไอ้เสือบ้าผู้หญิงดีกว่าค่ะ” บุษย์น้ำเพชรดึงแขนพี่สาวเดินลิ่ว ๆ เข้าไปในตึกอย่างไม่เกรงกลัวสิ่งใดทั้งนั้น
สองสาวขึ้นมาจนถึงชั้นสูงสุด ระยะทางจากลิฟต์ไปจนถึงห้องรองประธานกรรมการผู้บริหารยาวประมาณ 200 เมตร และมีการนำต้นไม้ประดับมาวางเป็นจุด ๆ บุษย์น้ำเพชรต้องคอยดึงร่างพี่สาวให้ตามติดมา จนทั้งสองคนมายืนอยู่หน้าโต๊ะเลขานุการของพยัคฆ์ แต่ไม่รู้ว่าเจ้าของโต๊ะหายไปไหน
“ดีมาก ๆ เจ้านายก็บ้าผู้หญิง ลูกน้องก็หนีงาน อย่างนี้ถ้าเป็นบริษัทของเรานะพี่พราว เจอไม่ทำงานแบบนี้ เพชรจะไล่ออกให้หมดเลย” บุษย์น้ำเพชรกัดฟันพูดอย่างโกรธเกรี้ยว เธอรีบลากพี่สาวเข้าไปในห้องทำงานของพยัคฆ์โดยเร็ว
ผลั๊ว!!
เสียงประตูเปิดออกดังสนั่น แต่ก็ไม่ได้ทำให้สองร่างที่นัวเนียกันอยู่บนโซฟาสีน้ำตาลมะฮอกกานีสนใจแต่อย่างใด พยัคฆ์ยังคงกกกอดซอกซอนจมูกและปากไปตามเรือนร่างนุ่มนิ่ม ที่ส่งเสียงร้องครวญครางทุกครั้งที่เขาขยับตัว
“ว้าย! ตายแล้วบัดสีบัดเถลิง เดี๋ยวนี้ห้องทำงานเขากลายเป็นโรงแรมม่านรูดไปแล้วหรือเนี่ย” บุษย์น้ำเพชรที่แม้จะตื่นตกใจ และอายกับภาพที่เห็นแต่ก็ยังตั้งสติได้เร็วกว่าพี่สาวที่ตอนนี้อ้าปากค้าง ดวงตาเบิกกว้าง ใบหน้าซีดเผือดคล้ายจะเป็นลมอยู่ไม่กี่นาทีข้างหน้า
เสียงพูดของบุษย์น้ำเพชร ไม่ได้เข้าไปในโสตประสาทของสองหนุ่มสาว ที่นัวเนียบนโซฟาแม้แต่น้อย แล้วยังจะมีบราเซียลูกไม้สีขาว ลอยมาตกอยู่ตรงหน้าของสองพี่น้องอีก บุษย์น้ำเพชรถึงกับโกรธควันออกหู ใบหน้าขาวสวยแดงก่ำ
“พี่พราวถือกระเป๋าให้เพชรหน่อย” บุษย์น้ำเพชรยื่นกระเป๋าสะพายใบเล็กให้พี่สาว ส่วนตัวเองก็รีบวิ่งไปหยุดที่แจกันดอกไม้สดที่ตอนนี้เหี่ยวแห้งคาแจกัน ภายในมีน้ำใสพอประมาณ หญิงสาวรีบหยิบมันและวิ่งไปหาพยัคฆ์ และปล่อยน้ำใส่ชายหนุ่มและหญิงสาวที่ร้องครางราวกับโลกกำลังถล่มแผ่นดินกำลังสะเทือนอยู่ทันที
“ว้าย!”
“โว้ย!” พยัคฆ์ถลาลุกขึ้นจากร่างอัญญิกาทันทีที่น้ำเย็น ๆ และออกกลิ่นเหม็นตุ ๆ ราดลงไป ดับไฟพิศวาสในกายเขาเสียสิ้น แล้วมันก็สร้างอารมณ์ใหม่ให้เขาทันทีเช่นกัน
บุษย์น้ำเพชรยิ้มกว้างอย่างสะใจ ทิ้งแจกันในมือลงบนพื้นกำมะหยี่และรีบถอยห่างไปยืนอยู่ใกล้ ๆ กับพี่สาวทันที พร้อมกับหัวเราะอย่างสะใจ เธอยกไหล่ขึ้นเล็กน้อย ในดวงตากลมโตแพรวพราวระยับส่งยิ้มเยาะเย้ยให้กับชายหนุ่มที่มองตอบด้วยดวงตาขุ่นเขียว
พยัคฆ์เงยหน้ามองคนที่กล้ามาขัดความสำราญของเขาและอัญญิกาดวงตาขุ่นเขียว เขาหายใจแรงๆ เพื่อระงับอารมณ์ที่มันกำลังปะทุ เมื่อสามารถข่มความเจ็บปวดและรวดร้าวที่เกิดขึ้นกึ่งกลางกายได้แล้ว ชายหนุ่มก็ถามสองสาวไปด้วยน้ำเสียงเกรี้ยวกราด
“เธอสองคนเป็นใครและเข้ามาในห้องทำงานของฉันได้ยังไง”
ชายหนุ่มชี้หน้าสองสาว ขณะมองหญิงสาวที่กำลังยิ้มกว้างอย่างสะใจที่ได้ทำร้ายเขา แล้วตวัดสายตาคมดุไปที่อีกคืนที่ยืนหน้าซีดตัวสั่นจนต้องรีบหลบหลับคนที่มาด้วย
ตอนที่ 2
พยัคฆ์ยกแขนขึ้นสอดไขว้ระหว่างอก ขณะมองยายตัวแสบที่ยิ้มเยาะเย้ยเขาอยู่ หัวใจเขาสะดุดเล็กน้อยก่อนจะจางหายไปอย่างรวดเร็ว
ชายหนุ่มผุดลุกขึ้นยืน สองมือเท้าสะเอว ขณะกวาดตาหารมณีย์เลขาวัยกลางคนที่น่าจะกันสองสาวนี้ไว้ แต่ก็ไม่เห็นแม้แต่เงา พยัคฆ์ถึงกับหัวเสียทั้งโกรธและเจ็บปวดกึ่งกลางเรือนกาย
“อะไรกันเนี่ย นายกำลังจะแต่งงานกับพี่สาวฉันในวันพรุ่งนี้แล้ว ยังจำว่าที่เจ้าสาวไม่ได้อีกหรือไงไอ้เสือเจ้าชู้” บุษย์น้ำเพชรตวาดเสียงแปดหลอดใส่ชายหนุ่มที่ยังไม่ยอมติดกระดุมเสื้อให้เรียบร้อย อวดแผงกล้ามล่ำๆ อย่างคนที่ออกกำลังกายเป็นประจำให้สาวไร้คู่อย่างเธอใจสั่นเล่น
บุษย์น้ำเพชรสบถ ทั้งเขินจนหัวใจเต้นแรงเร็ว แล้วก็โกรธตัวเองที่ดันเผลอมองแผงอกนั่น อย่างที่ไม่อาจจะละสายตาได้
ใบหน้านวลผ่องร้อนผ่าวขึ้นอย่างรวดเร็ว บุษย์น้ำเพชรรีบหลบสายตาราวกับยิ้มได้ของพยัคฆ์ที่มองมาอย่างเกรี้ยวกราด แต่มันก็ปะปนไปด้วยความกระหายและเร่าร้อน ราวกับว่าจะกลืนกินเธอเข้าไปจนหมดทั้งตัวอย่างไรอย่างนั้น
“ว่าที่เจ้าสาวของฉันหรือ” พยัคฆ์ตวัดสายตาคมและดุร้าย ไปมองบุษย์น้ำพราวที่ยิ้มแหยๆ หญิงสาวส่ายหน้าดุ๊กดิ๊กไปมาอย่างน่ารำคาญมากกว่าที่จะเห็นเป็นน่ารัก
ไอ้รูปร่างหน้าตาก็สวยดีอยู่หรอก แต่ไม่เข้าสเปกเขาเลยให้ตายซิ แล้วไอ้ท่าทางตื่นกลัวนั่นอีก คิดแล้วอยากจะบ้า นี่ย่าจะเอายายเด็กหน้าอ่อนที่มาเป็นเมียเขาหรือไง แค่เจอกับพวกที่เขาเคยมีอะไรด้วยสักคนสองคน ที่จ้องจะมาอาละวาดในงาน แม่คนนี้ก็คงจะเป็นลมล้มพับทันทีที่ได้ยินเสียงด่า แต่ถ้ายายคนปากกล้าอีกคน...อาจจะพอฟัดพอเหวี่ยงไปได้
“แล้วเธอล่ะเป็นใคร เข้ามาในห้องทำงานฉันทำไม” ชายหนุ่มเปลี่ยนเป้าหมายไปหาสาวสวยอีกคนที่ยืนแยกเขี้ยวอยู่ใกล้ๆ กับว่าที่ภรรยาของเขา ดวงตาคมปลาบมองหญิงสาวราวกับต้องการจะปลดเปลื้องเสื้อผ้าออกจากร่างกายที่ปลุกเร้าความต้องการของเขาให้ปะทุขึ้น ราวกับไฟที่มันกำลังเผาไหม้อย่างไม่รู้ตัว
“ฉันเป็นใครไม่สำคัญ แต่ฉันมาเตือนนายว่า หลังจากแต่งงานกับบุษย์น้ำพราวแล้ว จะต้องรักเขาคนเดียว ห้ามมีผู้หญิงคนอื่นอีกเข้าใจไหม”
บุษย์น้ำเพชรไม่เรียกบุษย์น้ำพราวว่าพี่สาว เพราะดูว่าคนตรงหน้าเองไม่ได้สนใจอะไร นอกจากผู้หญิงสาวสวยที่นั่งอิงแอบแนบชิด จนแทบจะขึ้นไปกายเก่ยอยู่บนตักกว้าง
ขนาดต่อหน้าต่อตาเธอและพี่สาวนะ ไอ้บ้านี่ยังทำได้ถึงเพียงนี่ แล้วหลับหลังมันไม่พาผู้หญิงเข้าไปกกกันถึงเตียงนอนในห้องหอหรือไง คิดแล้วอยากจะบ้าตาย
‘พ่อนะพ่อหาผู้ชายดี ๆ กว่านี้ให้พี่พราวไม่ได้แล้วหรือไง ถึงต้องเลือกไอ้ผู้ชายเจ้าชู้ที่เห็นผู้หญิงเป็นของใช้สิ้นเปลือง ใช้แล้วก็ทิ้งอย่างไอ้บ้าเสือนี่นะ แม่ง...เห็นแล้วขัดตาขัดใจ จนอยากจะหาอะไรขว้างใส่หัวให้แตกจนเลือดอาบ แล้วก็เอาเท้ากระทืบๆ ให้สะใจจริงๆ ’
“พี่ว่ากลับเถอะเพชร” บุษย์น้ำพราวดึงแขนเรียวของน้องสาวให้ออกจากห้องทำงานพยัคฆ์ เธออับอายและขยะแขยงเหลือเกินกับสิ่งที่ได้เห็นได้รับรู้เหลือเกิน
เธอกับพยัคฆ์กำลังจะแต่งงานกันในวันพรุ่งนี้แล้ว แต่ว่าที่เจ้าบ่าวกลับไม่สนใจว่าที่เจ้าสาว...ยังจะทำอะไรกับหญิงอื่นต่อหน้าต่อตาเธออีก ทำให้เธออับอายขายหน้าและอัปยศอดสูจนแทบไม่อยากจะออกไปเจอหน้าแขกเหรื่อที่จะมาร่วมงานในวันพรุ่งนี้เลย
“ไม่! เพชรไม่กลับ ยังไงก็จะต้องตกลงกับไอ้บ้านี่ให้รู้เรื่อง ไม่งั้นแต่งงานกันไปแล้วพี่จะต้องถูกมันทิ้งให้นอนเฝ้าห้องหอคนเดียวแน่ๆ พี่ทนได้หรือไง”
“ได้จ้ะเพชร พี่ทนได้ เรากลับกันเถอะนะ พี่ขอร้อง” บุษย์น้ำพราวบอกเสียงสั่น ตอนนี้จะให้ทำอะไรก็ได้ ขอแค่ได้ออกไปจากห้องที่แสนจะน่าเกลียดนี่เร็วๆ และเธอก็จะดีใจเป็นที่สุด ถ้าในคืนแต่งงานและคืนต่อๆ ไปจะไม่มีเงาของพยัคฆ์ในห้องที่เธอนอน
บุษย์น้ำเพชรหันมาตวัดค้อนใส่พี่สาววงโต “พี่ทนได้ แต่เพชรทนไม่ได้”
พยัคฆ์มองคนที่กำลังพูด มุมปากสวยได้รูปยกขึ้นเล็กน้อย เขาจับอัญญิกาที่ใส่เสื้อผ้าเสร็จแล้ว ทุกชิ้นยกเว้นบราเซียสีขาวที่ตกอยู่ใกล้ๆ กับเท้าบุษย์น้ำพราวนั่งบนตักกว้างใหม่อีกครั้ง พลางดันตัวเสื้อให้ตกลงมาอย่างแผ่วเบา เผยให้เห็นเนินเนื้ออวบอิ่มสีขาวตัดกับปลายยอดสีชมพู และช้อนมันขึ้นมา แต่ดวงตากลับมองไปหาคนที่กำลังอาละวาดอยู่อย่างมีเลศนัย
“อุ้ย!” อัญญิกาอุทานเสียงหลง เมื่อปทุมถันถูกครอบครองและปลายนิ้วปัดผ่านปลายยอดทับทิมแผ่วเบา
“ว้าย! ไอ้บ้าไอ้ลามก” บุษย์น้ำเพชรร้องอุทาน อ้าปากค้างกับความใจกล้าหน้าด้านหน้าหนาของพยัคฆ์ และหญิงสาวอีกคน ที่ไม่ร้องห้ามแต่กลับแอ่นตัวเข้าหา พลางโอบแขนรอบคอใหญ่และร้องอือๆ ไม่ขาดปาก
“น่าเกลียด บัดสีบัดเถลิง”
“ฉันลามกตรงไหน ก็นี่มันที่ของฉัน เธอสองคนเข้ามาโดยไม่ได้รับอนุญาต ฉันไม่ให้ยามจับพวกเธอลากออกไปจากห้องนี้ก็บุญเท่าไหร่แล้ว” พยัคฆ์สวนกลับในทันที มือยังคงนวดเฟ้นปทุมงาม ราวกับต้องการให้หญิงสาวที่ยืนหน้าแดงรู้ว่าความจริงแล้วคนที่เขาต้องการกระทำสิ่งนี้หาใช่คนที่นั่งอยู่บนตัวเขาไม่ แต่เป็นคนที่กำลังถกเถียงอยู่นั่นแหละ
“ไปเถอะเพชร” บุษย์น้ำพราวร้องเรียกน้องสาว และพยายามดึงมือบุษย์น้ำเพชรให้เดินออกไปจากห้องของพยัคฆ์พร้อมๆ กับเธอ
“ไม่...พี่พราวไปก่อน เพชรขอตบสั่งสอนไอ้ว่าที่พี่เขยบ้าผู้หญิงนี่สักทีก่อน” บุษย์น้ำเพชรยื่นมือไปขอกระเป๋าจากพี่สาว เธอไม่อยากให้มืออันขาวสะอาดของเธอ ได้แตะต้องไอ้ผู้ชายหื่นและใจร้ายอย่างพยัคฆ์ แต่ถ้าไม่ทำอะไรเลยเธอก็ทนไม่ได้เหมือนกัน
“รีบตามมานะเพชร” บุษย์น้ำพราวยื่นกระเป๋าให้น้องสาว แล้วก็รีบวิ่งออกไปอย่างรวดเร็ว
“ค่ะ เพชรขอทีเดียว ทีเดียวเท่านั้นจริงๆ ” บุษย์น้ำเพชรตอบพี่สาวพร้อมกับเดินลิ่วๆ เข้าไปหาพยัคฆ์ที่นัวเนียอยู่กับอัญญิกา หญิงสาวยกมือขึ้นหมายจะฝาดกระเป๋าใส่ศีรษะทุย แต่แค่เพียงแวบเดียวเท่านั้น เธอก็ถลาลงไปอยู่ในอ้อมกอดของชายหนุ่ม โดยไม่ทันจะรู้ตัวเลยว่ามันเกิดอะไรขึ้น
“เธอขอตบฉันทีเดียวใช่ไหมสาวน้อย แต่ฉันจะไม่ขอเอาคืนทีเดียวนะ” พยัคฆ์กระซิบข้างใบหู ก่อนจะฉกริมฝีปากมาประทับบนเรียวปากนุ่มอิ่มเต็มสีชมพูระเรื่อ เขาจับแขนเรียวยาวไพล่หลัง และอีกมือก็โบกสะบัดไล่อัญญิกา ที่ตอนนี้หล่นลงไปนั่งบนพื้นโดยไม่ทันรู้ตัวให้ออกไปจากห้อง
ชายหนุ่มดึงร่างหญิงสาวเข้ามาจนแนบชิด กลิ่นน้ำหอมอ่อนๆ จากสาวน้อยในอ้อมแขนช่างหอมยั่วใจเขาเหลือเกิน แล้วไหนจะความอ่อนเยาว์ไร้เดียงสาที่มีมัน ทำให้เขาร้อนเป็นไฟขึ้นในทันที
ปลายลิ้นสากร้อนแทรกเข้าไปหาความหวานหอม จากน้ำค้างหยดแรกของต้นกล้า มือเคล้าคลึงปทุมถันเต่งตึงแผ่วเบาและนุ่มนวล เมื่อครู่เขาได้ยินว่าสาวน้อยในอ้อมแขนนี่เรียกตัวเองว่าเพชร
ถ้าเช่นนั้นนั้นเธอคนนี้ก็คงจะเป็นบุษย์น้ำเพชร ลูกสาวคนเล็กของคุณภมรและคุณบุหงา เกษมศิริกรณ์ นักธุรกิจอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่ ที่ถูกพิษเศรษฐกิจเล่นงานและการทำงานที่ผิดพลาดจนต้องเกือบจะล้มละลาย จึงคิดหาวิธีฟื้นตัวด้วยการส่งลูกสาวคนโตมาเป็นภรรยาของเขา ทั้งที่ความจริงแล้วทั้งสองคนรักลูกสาวทั้งสอง ดั่งแก้วตาดวงใจไม่น่าคิดสั้นส่งเนื้อเข้าปากเสืออย่างเขาเลย
ตอนแรกเขาคิดว่ามากไป แค่อยากได้หลานสะใภ้ ถึงกับลงทุนขนาดนั้นเชียวหรือ แต่ตอนนี้...ถ้าเป็นเนื้อนุ่มนิ่มอย่างคนตรงหน้า กับเงินแค่ร้อยสองร้อยล้านเขาก็ว่าคุ้มเกินคุ้ม แลกกับการได้ความบันเทิงใจและความสุขทางกายกับหญิงสาวที่บริสุทธิ์ไร้ราคีคาว
“อื้อ...อื้อ...”
ตอนที่ 3
บุษย์น้ำเพชรพยายามส่ายหน้าหนี หัวใจเต้นแรงเร็ว ดวงตาเบิกกว้าง เพราะเพิ่งจะได้เจอกับสัมผัสที่เรียกร้องเป็นครั้งแรก ยิ่งมือไอ้บ้าพยัคฆ์ลูบไล้นวดคลึงลำขาเสลา มันเหมือนกับเธอถูกไฟฟ้าช๊อตจนร่างกายให้อ่อนแรง รู้สึกเหมือนว่าตัวเองกำลังจะเป็นลมอยู่ในไม่กี่วินาทีข้างหน้านี้แล้ว
“เสือ!” อัญญิการ้องเรียก แต่พยัคฆ์กลับไม่สนใจ เธอจับมือบนแขนเขาก็ถูกสะบัดออกมา
“เสือคะ...คุณทำอย่างนี้ไม่ได้นะคะ” อัญญิกาประท้วง เธอต้องปลุกเร้าความต้องการของพยัคฆ์แทบตาย กว่าจะได้รับการตอบสนอง พอเข้าด้ายเข้าเข็มก็โดนนังเด็กหน้าอ่อนพร้อมผู้หญิงอีกคนมาขัดจังหวะ
อัญญิกากระแทกเท้าปึงปังเรียกความสนใจ เพราะยังคาดหวังว่าจะได้ของติดไม้ติดมือกลับไป ที่ความพยายามของเธอเป็นผล
“น่ารำคาญจริงๆ ต้องการอะไรอีกอัญญิกา” มือหนึ่งของพยัคฆ์จับสองแขนบุษย์น้ำเพชรเอาไว้จนแน่น อีกมือก็ปิดปากหญิงสาวเอาไว้
“เออ...คือ...” อัญญิกากระอึกกระอัก ถ้าทำให้ถูกใจจะขออะไร พยัคฆ์ก็ให้ได้ทั้งนั้น แต่ถ้าไม่ถูกใจ...ก็อาจจะโดนลากเอาตัวไปโยนไว้หน้าตึกก็เป็นไปได้
“แล้วฉันจะให้คนส่งของขวัญไปให้” พูดจบพยัคฆ์ก็เลิกสนใจสิ่งอื่นใดนอกจาก...
“เปลี่ยนเมียจากพี่สาวเธอมาเป็นเธอดีกว่านะบุษย์น้ำเพชร” ริมฝีปากหนาขบกัดติ่งหูเล็ก “ฉันชอบม้าพยศอย่างเธอมากกว่ายายพี่สาวอ่อนแอแหยๆ อย่างกับยายขี้โรคนั่นเสียอีก”
“อื้อ...”
“เธอคิดเหมือนกันใช่ไหม” พยัคฆ์แนบปากคลอเคลียกับผิวแก้มนุ่มพร้อมเสียงเราะ ก่อนจะแนบจุมพิตไปบนเรียวปากนุ่ม
บุษย์น้ำเพชรใช้ความพยายามยามอย่างหนักหน่วงที่จะบอกให้พยัคฆ์ปล่อยตัว แต่เหมือนเขาจะยิ่งกลั่นแกล้งโดยการรัดร่างของเธอให้แนบชิดมากยิ่งขึ้น ไหนจะจุมพิตดูดดื่มที่แทบจะดูดกลืนเอาลมหายใจออกไปจากร่างอีกเล่า
“ไม่!” เธอพยายามบอกกับใจอย่างนั้น หากสัมผัสที่ได้รับทำให้แรงฝืนต้านดูยิ่งจะลดน้อยลงไปทีละน้อย
“อืม...” พยัคฆ์คำราม ลิ้นสากเกี่ยวกระหวัดเลาะเล็มในช่องปากนุ่ม จูบหญิงสาวในอ้อมแขนช่างให้ความรู้สึกดีเหลือเกิน จนชายหนุ่มบอกตัวเองแล้วว่าไม่ไหว เขาจะต้องได้หญิงสาวคนนี้!
ชายหนุ่มถอนจุมพิตออกอย่างแผ่วเบาและนุ่มนวล ดวงตาคมดุจ้องมองสาวน้อยที่อ่อนระทวยในอ้อมแขนเขาด้วยรอยยิ้ม
“เอ๊ย! ปล่อยฉันน่ะไอ้เสือ ไอ้บ้าผู้หญิง” บุษย์น้ำเพชรที่ได้สติตวาดใส่ชายหนุ่มและยังจะพยายามทำร้ายชายหนุ่มด้วย
“โอ๊ะโอ๋...พูดไม่เพราะเลยสาวน้อย แต่ไม่เป็นไรอีกเดี๋ยวเธอก็ต้องพูดเพราะๆ ให้ฉันได้ยินแล้วล่ะ” ชายหนุ่มบอกยิ้ม ๆ และวางหญิงสาวลงบนพื้น พร้อมกับดึงเนคไทที่แม้มันจะถูกดึงออกแล้ว แต่ก็ยังค้างอยู่กับตัวเสื้อมาผูกมือบุษย์น้ำเพชรเอาไว้ ก่อนจะควานหาผ้าเช็ดหน้าในกระเป๋ามาใส่ปากคนที่กำลังอ้าปากจะด่าเขา
ชายหนุ่มช้อนร่างบางขึ้นในวงแขนและเดินลิ่วๆ ออกจากห้องทำงานไปทางด้านหลังที่เป็นทางเดินสำหรับผู้บริหารโดยเฉพาะ จุดหมายปลายทางคือตึกอีกหลัง สถานที่อันเป็นห้องพักส่วนตัวของเขา ที่จะเป็นอาณาจักรแห่งรักที่เขาจะมอบให้กับบุษย์น้ำเพชรตลอดค่ำคืนนี้ หรือว่าอาจจะเป็นทุกๆ ค่ำคืนก็ได้ถ้าหากหญิงสาวติดใจในสิ่งที่เขามอบให้
“อื้อ..อื้อ...” บุษย์น้ำเพชรเริ่มที่จะกลัวจนตัวสั่น ดวงตากลมโตเบิกกว้างสบกับสายตาคมดุของอีกฝ่าย ที่มีแต่รอยยิ้มอย่างมีความสุขและสนุกสนาน ปลายนิ้วยาวใหญ่ลากไล้ไปตามใบหน้าที่พยายามสะบัดหนี
เธอไม่เคยเจอใครร้ายเท่า พยัคฆ์ ปาศัยสุนัย เลยในชีวิตนี้ พรุ่งนี้เขากำลังจะแต่งงานกับพี่สาวเธออยู่แล้ว แต่วันนี้เขากลับจับตัวเธอมาอีก
‘ใครก็ได้ช่วยเพชรด้วย พ่อจ๋า แม่จ๋าช่วยเพชรด้วย พี่พราวช่วยเพชรด้วย’
เขาร้ายกว่าที่เธอคิดไว้...บุษย์น้ำเพชรที่รู้ตัวว่าคิดผิดไปแล้ว พยายามครุ่นคิดหาทางหลีกเลี่ยงจากน้ำมือของ...พยัคฆ์ ปาศัยสุนัย!
บุษย์น้ำพราวรีบวิ่งออกมาจากห้องทำงานพยัคฆ์อย่างรวดเร็ว ทั้งหวาดกลัว อับอายและขยะแขยงกับสิ่งที่ชายหนุ่มได้กระทำขึ้น ตอนนี้เธอรู้เพียงอย่างเดียว ทนแต่งงานกับชายหนุ่มไม่ได้ ไม่ว่าจะต้องทำอย่างไรถึงก็จะไม่ยอมแต่งงานกับพยัคฆ์...ผู้ชายเจ้าชู้ที่เห็นผู้หญิงเป็นเพียงของเล่นชิ้นหนึ่งเท่านั้น
หญิงสาววิ่งกระหืดกระหอบไปที่รถที่จอดไว้อีกฝั่งหนึ่งของถนน เพราะตอนที่ตกลงเข้าไปที่ออฟฟิศของพยัคฆ์นั้น เธอกับบุษย์น้ำเพชรคิดว่าคงจะใช้เวลาไม่นาน จึงไม่อยากจะพารถเข้าไปจอดยังด้านหลังของตึกนี้ ซึ่งทำไว้ให้กับลูกค้าที่มาติดต่อธุรกิจ
บุษย์น้ำพราววิ่งทะเล่อทะล่าออกมาด้วยความรังเกียจจนไม่ทันมองว่าถนนที่เธอกำลังจะข้ามนั้นมีรถคันหนึ่งวิ่งมาอย่างรวดเร็ว
เอี๊ยด!!
เสียงของล้อรถบดเบียดกับพื้นถนนคอนกรีตและถลำขึ้นไปจอดแน่นิ่งอยู่บนขอบถนน เพียงครู่เดียวก็มีชายหนุ่มสองคนก้าวลงมาจากรถด้วยอารมณ์โกรธเกรี้ยว
“อยากตายหรือไงคุณ ถึงวิ่งทะเล่อทะล่าไม่มองรถมองราแบบนี้” หนึ่งในสองคนนั้นเอ่ยขึ้นอย่างหัวเสีย ตวัดสายตาคมดุมองมายังร่างเล็กบางราวกับเฉือนเนื้อออกเป็นริ้วๆ
บุษย์น้ำพราวยืนกอดกระเป๋าใบเล็กไว้แนบอก สองขาอ่อนแรงและสั่นเทาด้วยความตกใจที่เกือบจะถูกรถชน ยังตกใจกับน้ำเสียงราวกับฟ้าผ่าของคนตรงหน้าอีกที่ทำให้ต้องมองด้วยความตกตะลึงในความงามประดุจเทพบุตร
“แล้วนี่มองอะไรอีก รีบๆ ถอยไปซิคนยิ่งกำลังรีบอยู่” ชายหนุ่มมองหญิงสาวที่ยังทำตาโตใส่เขาด้วยความไม่สบอารมณ์ มือใหญ่ยกขึ้นโบกให้ลูกน้องคนที่สนิทไปจัดการเรื่องรถให้เรียบร้อย แต่ชายอีกคนที่มาด้วยกลับเดินมากระซิบบางอย่างอย่างที่ข้างหูเขาแทน
“งั้นหรือชาติ”
“ครับนาย”
คนถูกกระซิบมองสาวน้อยตรงหน้าใหม่อีกครั้ง พร้อมด้วยรอยยิ้มแบบมีเลศนัย ดวงตากลมโตประกายหวานและตื่นตระหนก จมูกโด่งรับกับริมฝีปากอิ่มเต็มสีชมพูระเรื่อ
อืม...ยายคุณหญิงอมราเลือกหลานสะใภ้ให้กับพยัคฆ์ได้หน้าตาน่ารักไม่เลวเลยนี่ แต่จะว่าไป ไอ้ท่าทางแบบนี้มันดันไม่ถูกสเปกเจ้านั่นเลยนี่น่า เท่าที่เขารู้มา พยัคฆ์จะชอบผู้หญิงจัดจ้าน ที่สำคัญคือต้องบริการความต้องการได้อย่างถึงอกถึงใจเสียมากกว่า
แต่ไม่เป็นไรนะเสือ เดี๋ยวพี่ชายคนนี้จะจัดการเข้าหอแทนนายเอง นายคงไม่ว่าด้วยใช่ไหม ถ้าฉันจะเอาผู้หญิงของนายนอนกอดสักเดือนสองเดือน...ไอ้น้องชาย!
“ฉันขอโทษนะคะคุณ ฉันผิดเอง ฉันไม่ทันมอง” บุษย์น้ำพราวพยายามเรียกสติตัวเองคืนมาเอ่ยคำขอโทษเสียงสั่น เธอยังรู้สึกตื่นตระหนกจนตัวสั่น ขณะมองเหตุการณ์เบื้องหน้าด้วยความตกใจ
สีหราชเลิกคิ้ว มองสองมือกอดอกด้วยความชอบใจ น้ำเสียงหวานนุ่มที่ออกจากปากอิ่มเต็มไพเราะและหวานหูดี ถ้ามาดังอยู่ใต้ร่างเขาก็จะกลายเป็นเสียงครางหวานหู ท่าทางจะน่าฟังดีและคงจะเร้าอารมณ์ให้เขาไปถึงจุดหมายปลายทางเร็วขึ้น
“คุณไม่เป็นอะไรใช่ไหมคะ” หญิงสาวถาม เมื่อแรกเธอตกใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นและเสียงของชายหนุ่ม แต่พอมาตอนนี้...มองมาด้วยท่าทางและแววตาแปลกๆ ทำเอาเธอเริ่มจะกลัวขึ้นมา
บุษย์น้ำพราวชะเง้อมองไปด้านหลังร่างใหญ่ที่ตอนนี้มีรถ FORTUNER สีดำสนิท ได้ลงมาจอดเทียบข้างชายหนุ่มเรียบร้อยแล้ว
“ใช่ ฉันไม่เป็นอะไร ว่าแต่เธอล่ะดูท่ายังตกใจอยู่มากนี่ ขึ้นรถก่อนซิฉันจะพาไปหาหมอ”
“ฉันไม่เป็นอะไรจริง ๆ คะ ไม่ต้องไปหาหมอหรอก”
“แต่ฉันว่าเป็นนะ ดูเหมือนว่าเธอตกใจจนหน้าซีดเป็นไก่ต้มเลย เป็นแบบนี้ฉันว่าไม่ค่อยดีนะ ทางที่ดีฉันควรที่จะพาเธอไปหาหมอไม่ใช่หรือ โทษฐานที่คนของฉันสะเพร่า ขับรถเกือบจะชนเธอเอานะ”
บุษย์น้ำพราวตกใจจนแทบช็อก ตัวเย็นและแข็งทื่อ เมื่อชายหนุ่มเดินเพียงแค่สองสามก้าวก็มาประชิด เขายังช้อนร่างเธอขึ้นจากพื้นราวกับว่าเธอเป็นเพียงแค่เด็กน้อยไม่มีน้ำหนัก
“ว้าย! ปล่อยฉันนะคุณ” หญิงสาวรีบยกขึ้นโอบรอบลำคอแกร่งด้วยเพราะกลัวจะตก