ตอน 1

ลิขสิทธิ์นิยาย

ผู้เขียน TanyaAshira789

จัดรูปเล่ม TanyaAshira789

นามปากกา มุกดารินทร์

นิยายเรื่องนี้เขียนขึ้นเพื่อความบันเทิงจากจินตนาการของผู้แต่ง ชื่อ บุคคล สถานที่ เหตุการณ์และอื่นๆ ไม่มีอยู่จริงโปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน

สงวนสิทธิ์ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์พ.ศ. 2537และที่แก้ไขฉบับเพิ่มเติม

ห้ามลอกเลียน ดัดแปลง ทำซ้ำหรือเผยแพร่ส่วนหนึ่งส่วนใดหรือทั้งหมดของหนังสือเล่มนี้ ก่อนได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษร

ตอน 2

“พ่อ นุชไม่ไปนะ นุชไม่อยากไปเป็นเมียน้อยไอ้พ่อเลี้ยงนั่นนุชกำลังจะเป็นดารา อนาคตกำลังจะสดใสถ้าพ่อส่งนุชไปชีวิตนุชต้องพังแน่ๆ ปีนึงมันไม่ใช่น้อยๆ เลยนะพ่อ”

วีรยุทธหนักใจเพราะพ่อเลี้ยงหนุ่มสั่งมาว่าต้องเป็นอรนุชเท่านั้นเขาติดหนี้พ่อเลี้ยงเกือบหกล้านแต่หาเงินมาใช้คืนไม่ทันผีพนันที่เข้าสิงทำให้เขากู้เงินเรื่อยๆ จนหนี้ท่วมหัวและเขาก็เป็นคนงานเก่าแก่ของไร่ฉัตรชนก อยู่เคียงข้างพ่อเลี้ยงหนุ่มมาตั้งแต่ไร่ศุภกรยังไม่ถือกำเนิด ทุกคนจึงให้ความเครพแต่นานวันเข้าตั้งแต่เขาแต่งงานกับภรรยาใหม่ วีรยุทธก็กลายเป็นคนติดการพนันเข้าบ่อนทุกวันจากที่เป็นคนขยันทำมาหากินก็เริ่มขาดงานและลาหยุดอยู่บ่อยครั้ง สุดท้ายเขาก็ถูกพักงาน

วีรยา ลูกสาวคนโตที่กำลังดีใจกับผลสอบของตนหล่อนสอบติดมหาวิทยาลัยชื่อดังความฝันที่จะเรียนต่อเพื่อจะได้มีวิชาชีพติดตัวมาทำงานเลี้ยงบิดาตนเองในอนาคตก็พังทลายลงเพราะวีรยุทธได้สั่งให้เธอเลิกความคิดที่จะเรียนต่อ เนื่องจากเขาหาเงินส่งเรียนไม่ได้และถึงแม้วีรยาจะออกปากว่าเธอจะหาเงินส่งเสียตัวเองเรียนแต่วีรยุทธก็ไม่ฟัง เพราะถูกกดดันมาจากพ่อเลี้ยงอีกทีว่าถ้าเขาอยากให้หนี้ลดลงต้องส่งลูกสาวคนใดคนหนึ่งมาบำเรอเขา

แต่คนที่ศุภกรหมายตาเอาไว้คืออรนุชเพราะมักจะเห็นเธอโผล่ไปไหนมาไหนกับวีรยุทธบ่อย ส่วนลูกสาวคนโตนั้นไม่ค่อยได้อยู่บ้านเธอจะออกไปหารับงานเสริมทำทุกวัน เขาจึงไม่เคยได้เห็นหน้าตาของเธอ พ่อเลี้ยงหนุ่มให้โอกาสวีรยุทธหาเงินอีก 2 ปีถ้าเขานำเงินมาชดใช้คืนได้เรื่อยๆ ไม่มีขาดส่งลูกสาวของเขาก็อาจไม่ต้องมาบำเรอพ่อเลี้ยงหนุ่มก็ได้ แต่จนแล้วจนรอดผ่านไป 2 ปีวีรยุทธก็หาเงินมาใช้คืนไม่ได้อยู่ดี และสุดท้ายเขาก็ต้องยอมส่งลูกสาวคนใดคนหนึ่งไปให้พ่อเลี้ยง

“พ่อ นุชไม่อยากไปพ่อก็รู้นี่นุชกำลังเรียนอนาคตนุชจะพังไม่ได้ ยังไงนุชก็ไม่ไป”

“พี่ยุทธพี่จะส่งลูกไปเป็นนางบำเรอไอ้พ่อเลี้ยงเฒ่าหัวงูนั่นไม่ได้นะ! ฉันไม่ยอม ทำไมไม่ส่งยายวีไปละ ยายวีหน้าตาก็สะสวยพอไปวัดไปวาได้ถึงจะไม่เทียบเท่ายายนุชก็เถอะ แต่น่าจะแก้ขัดได้อยู่แหละ”

อรอุมาเกลี้ยกล่อมสามีและยุยงให้เอาวีรยาไปเป็นนางบำเรอแทนแค่สวมรอยชื่ออรนุชแทนก็ถือว่าใช้ได้แล้ว อีกอย่างไปทำหน้าที่รับใช้เรื่องบนเตียงแค่ปีเดียวคงไม่บุบสลายเท่าไหร่ เนื่องจากอรอุมาคิดว่าวีรยานั้นไม่บริสุทธิ์แล้วนั่นเอง

วีรยุทธหนักใจแต่เมื่อชั่งน้ำหนักดูแล้ววีรยาคงเหมาะกว่าอรนุชจริงๆ อีกทั้งการศึกษาของลูกสาวคนโตก็จบแค่มัธยมปลายหางานทำในยุคสมัยข้าวยากหมากแพงแบบนี้ก็ยาก เย็นวันนั้นเขาจึงตัดสินใจพูดคุยกับลูกสาวคนโต

“พ่อว่ายังไงนะคะ? จะให้วีไปเป็นนางบำเรอเจ้าหนี้ของพ่อเหรอ มันไม่มีทางอื่นแล้วเหรอคะพ่อ”

“พ่อขอโทษนะวี แต่น้องต้องเรียนต่อวีเป็นพี่ก็ต้องเสียสละให้น้อง อดทนก่อนนะลูกแค่ปีเดียวเอง” น้ำตาคลอที่ตาและหล่อนกลืนก้อนสะอื้นลงไป เธอเป็นพี่ต้องเสียสละ อีกทั้งคำว่าบุญคุณต้องทดแทนมันค้ำคอเธอเสียใจเหลือเกินแต่ก็พูดมันออกมาไม่ได้

“ถ้างั้นวีจะหาเงินมาชดใช้ให้เองค่ะพ่อ พ่อไม่ส่งวีไปได้ไหม” บุตรสาวร้องอ้อนวอน

“เงินตั้งหกล้านเชียวนะวี ลูกจะไปหามาจากไหนให้ทันภายในเวลาหนึ่งเดือน” หญิงสาวพูดไม่ออกเงินมากมายขนาดนี้แน่นอนว่าเธอหาไม่ทันหรอก ทำงานอีกกี่ปีถึงจะเก็บสะสมได้ครบนี่ให้เวลาแค่หนึ่งเดือนขายตัวกินยังไม่ได้เลย แบบนี้มันตั้งใจมัดมือชกชัดๆ วีรยุทธยังให้เหตุผลอีกว่าความจริงแล้วพ่อเลี้ยงอยากได้อรนุช แต่เพราะเธอกำลังมีอนาคตที่สดใสบาปกรรมมันจึงตกมาอยู่ที่วีรยา

“วีเป็นพี่ิ รู้ใช่ไหม ว่านุชอยากเป็นดารามากมันเป็นความฝันของน้อง ถ้าวีรักน้องวีก็ต้องเสียสละเพื่อน้อง ได้ไหมลูก? พ่อรับรองว่าถ้าลูกอยู่ที่โน่นลูกเองก็จะไม่ลำบาก” ไหนเลยที่วีรยาจะปฏิเสธได้ตั้งแต่เล็กจนโตไม่มีครั้งไหนเลยที่เธอจะได้ทำตามใจตนเอง คำว่าเสียสละมันฝังอยู่ในแกนสมองของเธอมานานแล้ว

“แล้ววีต้องไปเมื่อไหร่คะ”

“อาทิตย์หน้า” ร่างบางหลับตาข่มกลั้นความรู้สึกเอาไว้ข้างใน หนึ่งอาทิตย์ก็คงจะมากพอให้เธอได้ทำใจหลังจากนี้คงถึงคราวตกนรกทั้งเป็นจริงๆ

หญิงสาวยังคงไปทำงานที่ร้านอาหารเช่นเดิมแม้จะรู้ว่าอีกไม่กี่วันก็ต้องลาออกจากที่นี่เพื่อไปทำหน้าที่นางบำเรอแล้ว

“วี เป็นอะไรหรือเปล่า ทำไมดูเศร้าๆ มีอะไรไม่สบายใจเหรอพูดกับพี่ได้นะ”

โรม เจ้าของร้านอาหารสุดหล่อที่เธอทำงานอยู่ด้วยเอ่ยปากถามวีรยาด้วยความเป็นห่วง ทั้งสองรู้จักกันโดยบังเอิญแต่เพราะความสวยและแสนดีของวีรยาจึงทำให้โรมตกหลุมรักเธอ แต่วีรยาก็จีบยากเสียเหลือเกิน ไม่ใช่ว่าเธอไม่รู้ว่าโรมคิดยังไงกับเธอแต่วีรยารู้ตัวเองดีว่าต่ำต้อยเกินกว่าจะดึงคนอย่างโรมมาเปื้อนดินด้วยได้

“พี่โรมคะ วีว่าจะขอลาออกน่ะค่ะ” ชายหนุ่มที่กำลังเช็ดแก้วและภาชนะอื่นๆ อยู่ถึงกับหยุดชะงักแต่ก็ฝืนยิ้มพูดคุยกับหญิงสาวให้ดูเป็นธรรมชาติ

“ได้ที่ทำงานใหม่ดีกว่าที่นี่ละสิ เงินเดือนเยอะป่าว”

“เปล่าค่ะ วีแค่ต้องไปทำงานช่วยพ่อน่ะค่ะ ต้องขอโทษด้วยนะคะ ที่มาบอกกะทันหันไป พ่อวีก็เพิ่งบอกเมื่อเช้าเองค่ะ”

“ไม่เป็นไรเลยพี่เข้าใจ ว่าแต่ทำที่ไหนล่ะ อยู่ไกลจากที่นี่เหรอ?”

“ค่ะ อยู่คนละจังหวัดเลย”

“งั้นพี่ไปเยี่ยมได้หรือเปล่า เจ้านายคงไม่ว่าอะไรหรอกใช่ไหม?”

วีรยาเจือรอยยิ้มบางๆ เธอก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเจ้านายที่พูดถึงนี้จะอนุญาตให้เธอได้ออกมาพบกับครอบครัวหรือเปล่าแต่เพื่อตัดความยุ่งยากออกไป หล่อนจึงบอกแค่ว่าไม่ทราบ สีหน้าของหญิงสาวดูจะพยายามฝืนยิ้มแต่โรมดูออก เธอต้องทุกข์ใจกับการไปทำงานในครั้งนี้แน่ๆ

“ถ้ามีอะไรให้พี่ช่วย วีบอกพี่ได้เลยนะ ไม่ต้องเกรงใจพี่อยู่ตรงนี้เสมอ”

“ขอบคุณนะคะ งั้นวันนี้วีขอเซ็นใบลาออกเลยแล้วกันนะคะ”

“วันนี้เลยเหรอ ไม่นึกเลยว่ามันจะไวขนาดนี้ รอแป๊บนะ”

เจ้านายหนุ่มนำใบลาออกมาให้หญิงสาว วีรยาจรดปากกาเขียนใบลาออกอย่างเศร้าสร้อยเธอชอบทำอาหารและอยากเรียนด้านนี้แต่ความฝันของเธอก็ต้องหยุดชะงัก เมื่อได้พบกับโรมเจ้านายที่แสนดี คอยสอนเธอทำทั้งอาหารและเบเกอรี่ให้วิชาความรู้เธอมากมาย ทำให้หล่อนมีความฝันอีกครั้งว่าอยากจะเปิดร้านเบเกอรี่เป็นของตัวเอง แต่แล้วมันก็พังอีก

ตอน 3

เงินเดือนก้อนสุดท้ายถูกยื่นให้กับวีรยา หญิงสาวมองหน้าเขาอย่างไม่เข้าใจ เงินเดือนเธอน่าจะได้ตอนสิ้นเดือนเพราะปกติต้องโอนเข้าบัญชีอยู่แล้ว แต่นี่เขายื่นซองสีขาวมาให้พอเปิดออกดูวีรยาถึงกับตกใจเพราะเงินในซองมันเยอะมากมายเหลือเกิน พอๆ กับเงินเดือนของเธอเลย

“นี่อะไรเหรอคะ?”

“เงินโบนัสน่ะพี่อยากให้ วีเป็นคนขยัน ทำงานเก่งไม่เคยเกี่ยงเลยว่างานจะหนักแค่ไหน อีกทั้งพี่ยังไม่เคยได้ยินวีบ่นเลยสักครั้ง และวีก็เป็นพนักงานคนแรกของพี่ด้วย รับไปเถอะนะ ถือว่าเป็นสินน้ำใจจากพี่”

“พี่โรม..ขอบคุณนะคะ แต่วีลาออกกะทันหันแบบนี้พี่จะหาคนทันหรือเปล่าคะ วีขอโทษจริงๆ ค่ะ”

“ทันสิ ร้านพี่น่ะใครๆ ก็อยากเข้าทำงานนะ เจ้านายทั้งหล่อและรวยขนาดนี้แถมยังใจดีด้วย หาไม่ได้ง่ายๆ แล้วนะ”

สายตาที่โรมมองมายังวีรยาตอนนี้บ่งบอกได้ชัดเจนว่าเขาเองก็ใจหายเหมือนกันที่จู่ๆ พนักงานคนโปรดก็ลาออกกะทันหันแบบนี้ และที่สำคัญเขายังไม่ได้บอกความในใจให้เธอได้รับรู้เลย ทุกครั้งที่อยากจะพูดวีรยามักจะรีบดักทางไว้ก่อนเสมอ จึงไม่มีโอกาสได้พูดเลยแม้แต่ตอนนี้เธอก็ไม่ให้โอกาสเช่นกัน

“วี?...โชคดีนะ”

“ขอบคุณค่ะ วีไปนะคะ” สิ้นเสียงกล่าวอำลาของหญิงสาวร่างบางก็เดินออกจากร้านไปไกลลับสายตา โรมกำมือเข้าหากันแน่นครุ่นคิดอยู่ในหัวถ้าเขาตัดสินใจโพล่งคำๆ นั้นออกไปเขาอาจจะไม่ต้องเสียวีรยาไปก็ได้ แต่มันก็ไม่ทันแล้ว

ไร่ศุภกร…

ร่างบางยืนอยู่หน้าประตูทางเข้าไร่ผลไม้และไร่ชาที่มีเนื้อที่มากกว่าพันไร่ ทอดสายตามองคฤหาสน์หลังใหญ่ที่ตั้งอยู่ใจกลางหุบเขา ห่างออกไปจากที่นี่เล็กน้อยมีรีสอร์ทสำหรับให้แขกมาพักผ่อนและทำกิจกรรมร่วมกับครอบครัว อยู่ในโซนที่เจ้าของกิจการจัดไว้รองรับนักท่องเที่ยวโดยเฉพาะ เรียกได้ว่าทุกอย่างที่นี่มีครบครัน

สองข้างทางก็เต็มไปด้วยธรรมชาติทั้งต้นไม้และดอกไม้ หากมาเที่ยวพักผ่อนคงหอบเอาความสุขและอากาศอันบริสุทธิ์กลับไปที่เมืองกรุงได้เต็มปอดเลยละ แต่คงไม่ใช่กับวีรยาในตอนนี้ ภาพวิวทิวทัศน์ด้านหน้าให้อารมณ์สุนทรีก็จริง สำหรับเธอแล้วคงไว้ใช้เยียวยาจิตใจ เพราะไม่รู้ว่าหลังจากที่ก้าวเท้าเหยียบผืนแผ่นดินไร่ศุภกรนี้เข้าไปแล้ว ชีวิตเธอจะเป็นยังไงก็ไม่อาจล่วงรู้ได้

“เข้ามาสิ พ่อเลี้ยงรออยู่ข้างใน”

หญิงสูงวัยอายุราวห้าสิบเศษเอ่ยปากเรียกหล่อนให้เข้าไปข้างในคฤหาสน์หลังใหญ่ สายตาที่มองมามีแต่ความดูแคลน หญิงสาวยกมือไหว้ตามมารยาทเธอมีความกังวลอยู่ลึกๆ ขนาดแม่บ้านต้อนรับยังแสดงสีหน้าไม่ค่อยเป็นมิตรเลย แล้วคนข้างในจะขนาดไหนกันนะ

วีรยามาแต่ตัวเพราะทางเจ้าหนี้สั่งไว้ว่าไม่ให้เธอนำของใช้หรืออะไรติดตัวมาเด็ดขาดแม้แต่โทรศัพท์มือถือก็ห้ามพกมา ในฐานะลูกหนี้เธอมีหน้าที่ทำตามคำสั่งเจ้าหนี้เท่านั้น เมื่อเดินเข้ามาภายในคฤหาสน์หรูที่ตกแต่งด้วยเครื่องเรือนราคาแพงและการออกแบบภายในล้วนโดดเด่น คลาสสิก หรูหรา บ่งบอกถึงรสนิยมของผู้เป็นเจ้าของคฤหาสน์ได้ดี

“คุณศุภกรรออยู่ข้างใน”

กล่าวเพียงแค่นั้นแม่บ้านที่ท่าทีดูเกรงขามก็เดินจากไป วีรยายืนมองประตูห้องอยู่ครู่หนึ่งหลับตาเพื่อทำใจว่าหลังจากนี้ชีวิตของเธอคงเปรียบเหมือนลูกไก่ในกำมือ พลันก็นึกจินตนาการถึงรูปลักษณ์พ่อเลี้ยงหนุ่ม หากนึกภาพตามที่อรอุมาเล่าให้อรนุชฟัง ว่าพ่อเลี้ยงศุภกรรูปร่างอ้วนพุงพลุ้ย หัวล้าน ชอบเสพสุขกับเรือนร่างของผู้หญิงเป็นชีวิตจิตใจ

คิดแค่นี้มันก็เป็นเรื่องที่ชวนสยองสำหรับเธอแล้ว ไม่ใช่ว่าเธอติเตียนรูปลักษณ์ภายนอกเขา แต่สิ่งที่น่าสยองของเธอคืออุปนิสัยของพ่อเลี้ยงต่างหาก ใช้ผู้หญิงอย่างกับเปลี่ยนเสื้อผ้า เป็นใครจะไม่กลัวละ อีกทั้งเรื่องบนเตียงยังซาดิสม์และน่ากลัว วีรยาแทบอยากจะร้องไห้แต่เธอก็ทำอะไรไม่ได้นอกจากยอมรับต่อโชคชะตา

ก๊อก ก๊อก ก๊อก

ทำใจอยู่นานกว่าจะตัดสินใจเคาะประตูห้องพลันก็ได้ยินเสียงตอบรับอนุญาตให้เข้าไป ในใจก็นึกหวาดหวั่นและกลัวอยู่ไม่น้อยเลยที่ต้องเผชิญหน้ากับเจ้าหนี้ของพ่อ น้ำเสียงแข็งกระด้าง และดูเย็นชานั้น ยิ่งทำให้หล่อนจินตนาการว่าพ่อเลี้ยงศุภกรคงจะปล่อยหนวดเคราไว้ยาวเฟิ้มแน่ๆ แต่พอมือบางบิดกลอนประตูเปิดเข้าไปภาพที่จินตนาการไว้มันกลับไม่ใช่อย่างนั้นเลย

พ่อเลี้ยงศุภกรหน้าตาดีหล่อเหลาเกินกว่าที่คาดคิดไว้เสียอีก ผิวขาวเหลืองออกโทนเข้มเล็กน้อย คิ้วหนาดกดำ จมูกโด่งเป็นสัน มีหนวดเครารำไร ดวงตาคมดุจพญาอินทรี วีรยาแทบหยุดหายใจ มิน่าสาวๆ ถึงได้ยอมพลีกายให้เขาได้เชยชมง่ายๆ ซึ่งมันไม่ใช่แค่ความร่ำรวยเท่านั้นแต่ใบหน้าและรูปร่างของเขามันดูดีไปหมดทุกสัดส่วน

“สวัสดีค่ะ คุณศุภกร” กล่าวสวัสดีอย่างกล้าๆ กลัวๆ เธอประหม่าจนมือเท้าเย็นเฉียบไปหมด

ร่างสูงเงยหน้ามองผู้มาเยือนมือหนาที่กำลังจรดลายเซ็นลงบนเอกสารหยุดชะงัก สายตาคมมองร่างบางในชุดเดรสกระโปรงยาวสีน้ำนมตั้งแต่ศีรษะจรดเท้า ก่อนจะหันกลับมาสนใจเอกสารของตัวเองต่อ

“เธอไม่ใช่อรนุช มาทำอะไรที่นี่” กล่าวถามน้ำเสียงเย็นชาเช่นเดิม หากแต่ร่างสูงไม่แม้แต่จะเงยหน้าขึ้นมามองเธอ

“ฉันมาแทนน้องสาวฉันค่ะ ดิฉันชื่อวีรยาพี่สาวของอรนุช”

“ฉันไม่ได้อยากรู้จัก เธอไม่จำเป็นต้องแนะนำตัว” วีรยารู้สึกตีบตันที่ลำคอ พ่อเลี้ยงคนนี้ดูจะไม่ชอบหน้าเธอเลย

“ขอโทษค่ะ” เธอกล่าวออกไปแค่นั้นแล้วก้มหน้าหลบสายตาคมทันที

“ทำไมถึงไม่ให้อรนุชมา ฉันอยากเจออรนุช ไม่ใช่เธอ”

น้ำเสียงเกรี้ยวกราดพูดคุยโทรศัพท์มือถือกับผู้เป็นบิดาของเธอ วีรยาได้แต่กำมือเข้าหากันแน่นและเกิดความสงสัยว่าทำไมพ่อเลี้ยงคนนี้ถึงได้เอาแต่ต้องการพบหน้าอรนุช ครู่หนึ่งเขาก็ตบผ่ามือลงบนโต๊ะทำงานเสียงดัง หญิงสาวสะดุ้งโหยงแต่ไม่คิดปริปากร้องออกมา

“ออกไปรอฉันข้างนอก”

วีรยาพยักหน้าและเดินออกไปจากห้องตามคำสั่ง ท่าทางของศุภกรดูอารมณ์ฉุนเฉียวและหงุดหงิดเป็นอย่างมาก ทางที่ดีเธอควรเงียบๆ ไว้ดีกว่า ไม่กี่อึดใจร่างสูงก็เดินออกมาจากห้อง เขาเห็นหญิงสาวยังคงยืนรอตนอยู่โถงห้องรับแขก หล่อนไม่กล้านั่งเพราะยังไม่ได้รับอนุญาตและไม่มีใครมาพูดคุยกับเธอเลย มีแต่เดินผ่านไปผ่านมาราวกับมองไม่เห็นเธออยู่ตรงนั้น

เขาเดินผ่านวีรยาไปเช่นกัน หญิงสาวได้แต่ยืนงุนงงนี่เธอเป็นตัวอะไรกันทำไมใครๆ ถึงดูไม่ชอบเธอตั้งแต่แรกเห็นกันเลย หล่อนไม่ได้ทำผิดอะไรนี่ แต่ดูทุกคนเหมือนจะไม่พอใจที่เห็นเธอเข้ามาอยู่ในคฤหาสน์หลังนี้ ครู่หนึ่งป้าแม่บ้านอีกคนพร้อมกับเด็กสาววัยรุ่นก็เดินเข้ามาหาเธอ

“คุณเอ่อ..”

“ฉันชื่อวีรยาค่ะ สวัสดีค่ะ” หล่อนยังคงยกมือไหว้ทุกคนเช่นเคย ป้าแม่บ้านรีบยกมือไหว้กลับแทบไม่ทันและพาหญิงสาวไปดูห้องพักของเธอ

“นี่ห้องของคุณนะคะ ถ้ามีอะไรที่ต้องการเรียกใช้งาน บอกเจ้าเมย์ได้เลยนะคะ”

“สวัสดีค่ะคุณวีรยา หนูชื่อเมย์นะคะ ต้องการอะไรเรียกใช้เมย์ได้เลย”

“ขอบคุณค่ะ ว่าแต่ที่นี่เขาอนุญาตให้ใช้โทรศัพท์ไหมคะ พอดีว่าฉันไม่มีมือถือ คือฉันอยากคุยกับคุณพ่อน่ะค่ะ”

“ใช้ได้ค่ะ แต่ตอนนี้คุณวียังพูดคุยกับใครไม่ได้ รอพ่อเลี้ยงเข้ามาพูดคุยกับคุณเองแล้วกันนะคะ”

วีรยาไม่เข้าใจเป็นลูกหนี้ของพ่อเลี้ยงต้องถูกจำกัดอิสระภาพขนาดนี้เชียวหรือ กว่าจะครบกำหนดระยะเวลาหนึ่งปี เพื่อนๆ จะไม่คิดว่าเธอหายสาบสูญไปแล้วหรือไง

อ่านต่อเลย
ร่วมสนับสนุนนักเขียนเพื่อเป็นกำลังใจในการสร้างสรรค์ผลงานสุดสนุกต่อไป Moboreader
ปลดล็อกทุกตอน
ตอน
ปรับแต่ง
บทถัดไป
Minishorts Logo
อ่านนิยายออนไลน์ นิยายเว็บ และเรื่องราวโรแมนติกสุดฮิตบน MiniShorts พบกับนิยายโรแมนติกท่านประธาน นิยายแฟนตาซีมนุษย์หมาป่า ดราม่า และแฟนตาซี พร้อมคอนเทนต์ซีรีส์สั้นคัดสรรพิเศษที่สร้างจากเทรนด์เรื่องราวยอดนิยม
MiniShorts YouTube
©2026 MiniShorts All Rights Reserved. CHASINGTOP HK LIMITED