รัชวินทร์ แอนเดอร์สัน นักธุรกิจหนุ่มเนื้อหอมผู้ประสบความสำเร็จและร่ำรวยมหาศาล กำลังขับรถจี๊ปคันโตมุ่งหน้าไปยังบ้านสวนของผู้เป็นยายเพื่อไปเยี่ยมครอบครัวในต่างจังหวัด ตอนนี้เป็นช่วงแห่งการพักร้อนมาราธอนของเขา หลังจากทำงานอย่างหนักมาหลายปี จนกิจการทุกอย่างเข้าที่เข้าทาง เขาจึงอยากพักเงียบๆ เพื่อเลียแผลใจ จากการถูกทรยศหักหลัง เมื่อแฟนสาวที่คบหาดูใจกัน นอกใจไปมีผู้ชายคนอื่น
ความที่อยากขับรถเองและแวะซื้อของระหว่างทางเนื่องจากไม่ได้พักร้อนมานานแล้ว เขาจึงไม่มีคนขับรถให้ต้องวุ่นวาย ขับไปพักไป แวะดูข้าวของมากมายระหว่างทาง ซึ่งเขาไม่เคยได้สัมผัสบรรยากาศแบบนี้มานานแล้ว น้องชายซึ่งเป็นลูกพี่ลูกน้องที่ช่วยกันบริหารงานเป็นผู้สนับสนุนให้เขาพักร้อนได้นานที่สุดเท่าที่จะนานได้
รถจี๊ปแล่นเข้ามาในอาณาเขตอันร่มรื่นของหมู่บ้านเล็กๆ ในต่างจังหวัด เขาฮัมเพลงไปพร้อมๆ กับการมองทัศนียภาพรอบข้างที่เขียวขจี ซึ่งหาชมได้ยากยิ่ง พยายามสลัดเรื่องราวเจ็บปวดในชีวิตทิ้งไปโดยสิ้น แม้เขาจะบอกใครๆ ว่าไม่เป็นอะไร แต่ความเจ็บลึกในอกที่ฝังรากลึกเนื่องจากแผลเหวอะหวะ ก็ยากยิ่งที่จะลืมเลือนไปได้อย่างง่ายดาย เขาเป็นคนมีชีวิตมีจิตใจ ไม่ใช่หุ่นยนต์ไร้ความรู้สึก ที่จะทำอะไรตามคำสั่ง เพราะทุกอย่างที่ทำ เขาทำมันด้วยใจ
เขายังจำได้ดีถึงคำพูดของน้องชาย ซึ่งเป็นลูกพี่ลูกน้องของเขาเอ่ยเตือนสติและเชื่อมั่นว่าเขาจะผ่านมันไปได้ด้วยดี
‘สักวันนายจะเจอผู้หญิงที่ดี ที่เหมาะสมคู่ควรจะอยู่เคียงข้างนาย ฉันเชื่อแบบนั้น’
เดรก... เป็นน้องชายที่เติบโตมาพร้อมๆ กับเขาในขณะอยู่เมืองนอก อายุห่างกันปีเดียว ปีนี้เขาอายุ 27 เดรก อายุ 26 และเขายังมีน้องชายร่วมสายเลือดอีกคนคือชัชวินทร์ อายุ 25 ปี
อี๊ด!!! เอี๊ยด!!!
เสียงเบรกรถกะทันหันของรัชวินทร์เบียดกับถนนแข็งๆ ที่เป็นหินบดหยาบ ซึ่งเป็นทางทอดตัวไปในหมู่บ้าน ชายหนุ่มรีบลงไปดูหน้ารถทันทีเพราะเมื่อครู่เขามัวแต่มองวิวด้านนอก และคิดอะไรเพลินๆ เลยไม่ทันเห็นว่ามีผู้หญิงเดินตัดหน้ารถออกมาจากข้างทาง
“เป็นยังไงบ้าง” น้ำเสียงติดจะกังวลเอ่ยถามก่อนจะรีบเข้าไปดูบาดแผลตามเนื้อตัวของคนที่ล้มลงไปหน้ารถยนต์ แก้วกัลยาเงยหน้าขึ้นเพื่อจะตอบว่าไม่เป็นไร แต่เธอก็ต้องอ้าปากค้าง ก่อนจะก้มหน้างุด
รัชวินทร์เองก็อึ้งไปเช่นเดียวกันเมื่อได้สบสายตาหวานหยดของคนตรงหน้า เขาค่อยๆ เชยคางเธอขึ้นมองดวงหน้างามอีกครั้งด้วยความตกตะลึง
“นางไม้หรือเปล่านี่ แต่เอ่อ... หน้าเธอคุ้นๆ เหมือนฉันเคยเห็นที่ไหนมาก่อน” คนถามเสียงเหมือนละเมอ เรียกสติให้แก้วกัลยาอีกครั้ง เธอกะพริบตาปริบๆ เพราะตัวเองก็เอาแต่มองเขาค้าง
“ดิฉันไม่ได้เป็นอะไรมากค่ะ” เธอเบี่ยงหน้าหนีจากมือหนาที่เชยคางเอาไว้อย่างนุ่มนวล ก่อนจะพยายามลุกขึ้น เขาจึงรีบประคองเอาไว้
“ขอตัวก่อนนะคะ” นึกน้อยใจวูบขึ้นมาในอกเมื่อเขาจำเธอไม่ได้ อยากจะไปจากตรงนี้ให้เร็วที่สุด
“อ้าวคุณ อย่าเพิ่งไปสิ คุณอยู่ในหมู่บ้านนี้เหรอครับ” รัชวินทร์ตะโกนถาม เมื่อเห็นร่างนุ่มนิ่มรีบเดินหนีไปอย่างรวดเร็ว เขาถึงกับเกาหัวไปมาเพราะเธอหายไปไหนแล้วก็ไม่รู้
“เอาน่า ยังไงก็อยู่ที่นี่ เขาคงหาเธอเจอ ในเมื่อหมู่บ้านเล็กๆ ที่นี่มีกันอยู่ไม่กี่ครัวเรือนเท่านั้นเอง แต่หน้าคุ้นมาก เหมือน!!! บ้าเอ๊ย เพ้อแล้วแก คงไม่บังเอิญขนาดนั้นมั้ง”
เขาคงคิดมากไปเอง ไม่บังเอิญขนาดนั้นมั้ง รัชวินทร์เดินไปขึ้นรถก่อนจะขับไปอีกไม่กี่นาทีก็ถึงบ้านเรือนไทยหลังใหญ่ หลายปีแล้วที่ไม่ได้กลับมาเยี่ยมผู้เป็นตาและยายเลย คงตั้งแต่ที่เขาไปเรียนต่อต่างประเทศ และทำงานอย่างเต็มตัว ไหนต้องรับช่วงต่อกิจการจากปู่และย่าที่โน่นอีก
เหตุผลสำคัญอีกข้อคือเมื่อหลายปีก่อน ตากับยายเอ่ยเรื่องที่จะให้เขาแต่งงานกับเด็กในอุปการะของท่าน ซึ่งเขาไม่ชอบการคลุมถุงชนแบบนั้นเลยสักนิด แม้จะยอมรับว่าเธอน่ารัก แต่เขาก็ค้านและปฏิเสธหัวชนฝา เพราะอยากที่จะเลือกด้วยตัวเอง ด้วยเหตุนี้เขาจึงไม่ได้กลับมาเหยียบบ้านเกิดของมารดาหลายปี
นอกเหนือจากที่ตอนนี้เขาอยากกลับมาพักผ่อนที่นี่อย่างสงบ ตัดขาดจากความวุ่นวายทั้งหลายทั้งปวง ส่วนเรื่องการคลุมถุงชนเมื่อหลายปีก่อน คิดว่าพวกท่านคงจะลืมมันไปแล้ว หรือไม่ก็เข้าใจดีว่าเขาไม่ปรารถนาให้มันเป็นเช่นนั้น หรือป่านนี้เด็กนั่นคงจะมีคนรักและแต่งงานไปแล้วก็ได้ เพราะหลังจากเขาไปอยู่เมืองนอกกับปู่ย่า ก็ไม่มีใครเอ่ยถึงเจ้าหล่อนให้เขาได้ระคายหูอีกเลย
ตอนที่เขาคิดว่าจะไม่กลับมาเมืองไทยอีก มีแต่บิดามารดาเท่านั้นที่หมั่นแวะเวียนมาเยี่ยมเยียนตาและยาย เขาเคยสงสัยว่าเหตุใดมารดาจึงไม่รับท่านทั้งสองไปอยู่ด้วยกันที่กรุงเทพฯ เพราะมีสิ่งอำนวยความสะดวกมากมาย ไม่ต้องอัตคัดแบบนี้ แต่คำตอบที่ได้รับทำให้เขาไร้เหตุผลอันใดมาคัดค้านอีก เมื่อพวกท่านต้องการอยู่กับธรรมชาติ และผูกพันกับบ้านเก่าที่นี่มาก ตั้งแต่คุณตาจีบคุณยายใหม่ๆ และทั้งสองก็ตัดสินใจร่วมชีวิตกันนับแต่นั้นมา
นี่เป็นรอบหลายปีที่เขาทำงานอย่างหนัก และสนุกกับงานที่ทำ จนเรียกว่าบ้างาน ถ้าไม่เพราะบิดามารดาอยากกลับมาอยู่บ้านสวน เขาคงยังอยู่ที่ไหนสักแห่งบนโลกใบนี้
การมาเยี่ยมคุณตาและคุณยายก็ถือเป็นเรื่องดี เพราะท่านบ่นคิดถึงเขาอยู่บ่อยๆ อยากเห็นหน้าเขานอกจากจดหมายที่เขาส่งมาหาพวกท่านด้วยความคิดถึง พวกท่านมักตัดพ้อไปในจดหมาย เขาเองรู้สึกผิดจึงส่งของขวัญมาให้ญาติผู้ใหญ่ทั้งสองทุกครั้งที่มีโอกาส และไม่เคยพลาดการตอบจดหมายของพวกท่านเลย
ตากับยายของเขายึดถือความสันโดษและชอบอยู่อย่างสงบกับธรรมชาติ ท่านนิยมวิธีการส่งความคิดถึงทางจดหมายเหมือนรุ่นที่พวกท่านจีบกันเมื่อครั้งยังหนุ่มสาว เพราะให้ความละเมียดละไมในการใส่อารมณ์ความรู้สึกอย่างสละสลวยไปตามเนื้อความที่ซาบซึ้งและห่วงหาอาทรส่งถึงกัน
บิดาและมารดาของเขาส่งคนมาดูแลพวกท่านอย่างใกล้ชิด เรียกว่าไว้ใจได้ วางใจได้เลยทีเดียว ส่วนปู่กับย่าของเขานั้นเป็นคู่รักที่รักกันมาก ถึงจะอายุมากแล้วก็ยังชอบท่องเที่ยวไปทั่วโลก แตกต่างจากคุณยาและคุณยายเพราะพวกท่านรักความสงบ
คุณปู่กับคุณย่าของเขานั้นชอบทำอะไรเหมือนวัยรุ่น ออกจะเป็นแนวฮาๆ และตลกเสียด้วยซ้ำ พวกท่านยังไปดูหนังด้วยกัน ฟังเพลงมุ้งมิ้งกันสองคน ว่ายน้ำกัน ขับเรือ หรือไม่ก็เดินออกกำลังกายด้วยกัน มันเป็นภาพชินตาที่เขาเห็นบ่อยๆ เมื่อติดต่อกันด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัยในปัจจุบัน
อากาศเย็นสบายที่กระทบมาโดนตัวของเขาทำให้ชายหนุ่มหลับตาแล้วยกมือขึ้นสูดอากาศบริสุทธิ์เข้าปอดอย่างเต็มที่ บรรยากาศแบบนี้นี่เอง บิดามารดาจึงอยากมาพักผ่อนที่นี่ เขาเองอยากจะอยู่ที่นี่ให้นานเหลือเกิน เพราะภาระงานที่สะสางเสร็จสิ้น และไม่มีอะไรต้องเป็นห่วง แถมยังมีน้องชายช่วยดูแลให้อีกแรง ทุกอย่างก็ขับเคลื่อนไปตามที่วางเอาไว้ อีกอย่างเพราะเทคโนโลยีเดี๋ยวนี้ทันสมัย ไปไหนมาไหนก็ทำงานได้ แค่มีอุปกรณ์สื่อสารและคอมพิวเตอร์พกพา พ่วงท้ายด้วยอินเตอร์เน็ตแค่นี้ก็สะดวกสบายหายห่วง ไม่ว่าจะนอนพักผ่อนอยู่ส่วนไหนของโลก ก็ทำงานได้ตลอด 24 ชั่วโมง
“ตาราร์ด” เสียงอ่อนโยนเอื้อเอ็นดูของผู้เป็นยายทำให้รัชวินทร์ลดมือลงและลืมตามองเบื้องหน้า ก่อนจะยิ้มกว้างเมื่อเห็นท่านกำลังยืนยิ้มอยู่ที่บันไดบ้านหลังใหญ่
“คุณยาย” รัชวินทร์เดินเข้าไปสู่อ้อมกอดของคุณยายอย่างแสนคิดถึง ไม่เจอกันหลายปีคุณยายของเขายังแข็งแรงอยู่เลย อาจเพราะเป็นคนรักสุขภาพและอยู่ในที่อากาศบริสุทธิ์แบบนี้ เลยดูอ่อนเยาว์กว่าอายุจริงหลายปี
“คิดถึงเหลือเกินพ่อคุณพ่อทูนหัว กว่าจะโผล่หน้ามาได้ เห็นแต่จดหมาย” คนเป็นยายกอดหอมอย่างแสนคิดถึง ตัดพ้อตามประสาอยากให้ลูกหลานอยู่ใกล้ๆ
ก่อนที่คุณตาจะเดินมาสมทบอีกคน… “คุณตา” รัชวินทร์กอดยายแล้วไปกอดตาอย่างแสนคิดถึง
“ตาเพิ่งไปพรวนดินมา เหงื่อเต็มเลย” ตารุ่งหัวเราะชอบใจเมื่อเห็นหลานชายกลับมาเยี่ยม
“ไม่เป็นไรหรอกครับ ถ้าไม่กอดเดี๋ยวคุณตาน้อยใจแย่”
“เสียงใครมาคะคุณแม่ ตายแล้วตาราร์ดนั่นเอง ลมอะไรหอบมาจ๊ะนี่ ไหนบอกจะอยู่นิวยอร์กอีกหลายวัน” การะเกดยิ้มกว้างเมื่อเห็นบุตรชายยืนอยู่กับบิดามารดา
“ผมเคลียร์งานเสร็จเร็วครับ ที่เหลือเดรกจัดการครับมัม” เดรกซึ่ง ลูกพี่ลูกน้องของเขาที่กำเนิดจากผู้เป็นอากับอาสะใภ้ซึ่งเป็นคนไทย อาสะใภ้ของเขาก็เป็นหลานของคุณยายกิ่งแก้ว และเป็นลูกพี่ลูกน้องกับมารดาของเขาอีกทีหนึ่ง
“ดีเลย พักผ่อนซะบ้างเถอะเรา ทำงานหนักเสียจริง” การะเกดว่าให้
“โธ่... มัมครับ ผมสนุกกับงานที่ทำนี่ครับ” เขาโอดครวญตามประสา
“สนุกกับงานหรือว่าจะแต่งกับงานล่ะเรา มัมกับแด๊ดอยากอุ้มหลานเต็มแก่ ก็ไม่เห็นวี่แววว่าจะได้อุ้ม” การะเกดค้อนให้ลูก รัชวินทร์หน้าเครียดทันทีที่มารดาพูดแบบนั้น ทำให้ทุกคนหน้าเสีย ยกเว้นผู้เป็นสามีที่เพิ่งเดินมากับลูกชายคนเล็ก
“จริงจ้ะที่รัก” ลูคัสที่เดินมาสมทบโอบภรรยาเอาไว้แล้วเออออห่อหมก รัชวินทร์พยายามปรับสีหน้าให้ปกติที่สุด เรื่องที่เขาคบหาดูใจกับพิมพ์สิริ ครอบครัวเขาไม่ได้รับรู้อย่างเป็นทางการ เขาจึงไม่อยากพูดเรื่องนี้ให้ใครต้องเป็นกังวล
“นี่จะรุมผมเรื่องนี้อีกแล้วเหรอครับ ผมบอกแล้วไงว่ายังไม่เจอผู้หญิงถูกใจเลยสักคนเดียว อย่าบอกนะครับว่าผมมาที่นี่แล้วจะหาผู้หญิงเอาไว้ให้ผม ไม่มีทางหรอกครับ”
เขาปฏิเสธหัวชนฝา แว๊บหนึ่งนึกไปถึงเด็กในอุปการะของตายาย และมารดา ท่านชอบหาผู้หญิงให้เขานัก เรื่องพิมพ์สิริจึงเป็นเรื่องที่ครอบครัวยังไม่ยอมรับและเขาเองก็ยังไม่เปิดตัวเธอกับครอบครัวอย่างเป็นทางการ แค่ควงกันไปไหนมาไหนเท่านั้น
“ย่ะ! พ่อคุณ ใครจะไปบังคับได้ มาเหนื่อยๆ ขึ้นบ้านก่อนเถอะ เดี๋ยวกระเป๋าให้นายปลั่งไปช่วยขนขึ้นมาบนเรือน” การะเกดสะบัดหน้าให้ลูกชาย เรื่องนี้รัชวินทร์ไม่ได้ดั่งใจท่านที่สุด
“ครับมัม” รัชวินทร์รับคำบุพการี ในระหว่างที่ชัชวินทร์แทรกตัวเข้ามากอดพี่ชายอย่างแสนคิดถึง สองพี่น้องทักทายกันก่อนจะกอดคอกันเข้าบ้าน
“นี่หนูแก้วไปไหนคะคุณแม่ เกดยังไม่เห็นเลย” การะเกดเอ่ยถามถึงแก้วกัลยา เด็กในอุปการะของมารดาที่นางหมายตาเอาไว้ว่าอยากได้มาเป็นสะใภ้ แต่พ่อลูกชายตัวดี ชิ่งหนีไปทันทีที่รับรู้ความต้องการของผู้ใหญ่ แถมยังไม่กลับมาเยี่ยมญาติผู้ใหญ่ที่บ้านสวนอีกเลย
“คงออกไปหาอะไรมาทำกับข้าวแถวนี้แหละ เด็กคนนี้ขยันเสียจริง” ยายกิ่งแก้วพูดแล้วยิ้มอ่อนโยน จนคนรอบข้างรับรู้ถึงความรักที่ผู้เป็นยายมีให้แก่เด็กสาวในอุปการะ
“แก้วไหนครับมัม อ้อ... ยายเด็กที่ชอบก้มหน้าก้มตาคนนั้นนะเหรอครับ”
รัชวินทร์เอ่ยถาม ก่อนจะนึกถึงแก้วกัลยา เด็กสาวที่ผู้เป็นตาและยายอุปการะเอาไว้ เขาจำได้ว่าเธอชอบหลบหน้าหลบตา เวลาเขามาก็หายจ้อยไปอยู่ที่ไหนก็ไม่รู้ นับๆ แล้วก็หลายปีที่เขาไม่ได้เจอเด็กหญิงผอมบางคนนั้น ยิ่งมารู้ตอนหลังว่าถูกหมายตาเอาไว้ให้มารับตำแหน่งเมียเขา ทำให้เขาแทบไม่อยากเสวนากับเจ้าหล่อน และโชคดีที่เจ้าหล่อนเองก็คงรู้ว่าเขาไม่ชอบ เลยไม่พยายามมาอ่อย หรือทำตัวสนิทสนมเกินขอบเขต
“จำน้องได้ด้วยเหรอ” การะเกดเลิกคิ้วเป็นเชิงสงสัย เพราะปกติไม่เห็นทั้งสองปฏิสัมพันธ์กันเลย แต่รัชวินทร์กลับจำได้ แต่พอคิดดู ลูกชายคงจะจำได้เพราะว่าถูกจับคู่เมื่อหลายปีก่อน
“จำได้สิครับ เวลาเจอผมชอบหลบ บางทีก็มุดหนีหายไปไหนก็ไม่รู้ ทำเหมือนผมเป็นยักษ์เป็นมาร นี่ก็คงไปมุดอยู่ในถ้ำที่ไหนสักแห่ง”
รัชวินทร์พูดแล้วหัวเราะร่วนเมื่อนึกถึงเด็กหญิงตัวน้อยๆ ที่เอาแต่ก้มหน้าก้มตาเหมือนหวาดกลัวคนอื่น แถมยังไม่ค่อยโผล่หน้ามาให้ใครได้เห็น เธอค่อนข้างจะตื่นคนเสียด้วยซ้ำ แขกไปใครมาก็หลบไปอยู่ที่ไหนสักแห่งที่ไม่มีใครหาเจอ และเขาก็ไม่คิดจะใส่ใจว่าเธอจะไปอยู่ที่ไหน เธออยู่นอกสายตาของเขาอย่างสิ้นเชิง
“แน่ะ... ไปว่าน้องแบบนั้นได้ยังไง น้องขี้อาย แล้วมีมารยาท ไม่ค่อยกล้าออกมารับแขกหรอกถ้ายายไม่เรียก” ยายกิ่งแก้วค้อนให้หลานชายคนเดียว
“อ้าว... ก็จริงนี่ครับ” รัชวินทร์พูดแล้วขำอีก
“เดี๋ยวเห็นน้องแล้วจะตะลึง”
“ทำไมล่ะครับ”
“ยายไม่บอกหรอก แต่หนุ่มๆ ในหมู่บ้านและในตัวเมืองอยากหาเรื่องมาบ้านยายแบบหัวกะไดบ้านไม่แห้งเชียวล่ะ”
ยายกิ่งแก้วพูดยิ้มๆ เพราะหนุ่มน้อยหนุ่มใหญ่ อยากจะมาซื้อผักที่สวนของท่านกันทั้งนั้น เนื่องจากอยากมาเกี้ยวแม่ค้าขายผักอย่างแก้วกัลยา
“ขนาดนั้นเชียวเหรอครับ แต่คงไม่ใช่ผม อย่าคิดมาจับคู่ให้ผมอีกเด็ดขาดนะครับ” เขาพูดดักคออย่างรู้ทัน
“ถ้าพี่ราร์ดเห็นน้องแก้ว พี่ราร์ดอาจจะไม่พูดแบบนี้” ชัชวินทร์พูดแล้วอมยิ้ม แม้หลายปีมานี้จะไม่ค่อยเห็นพี่ชายโผล่หน้ากลับมา ตอนนั้นแก้วกัลยาอาจจะเป็นเด็ก แต่ตอนนี้เธอเป็นสาวสวยสะพรั่งไปทั้งเนื้อทั้งตัว พี่ชายของเขาอาจจะไม่ปฏิเสธเหมือนหลายปีก่อนก็เป็นได้
“พี่เจอผู้หญิงสวยมาเยอะเจ้าชาร์ล อย่ามาโม้ไปหน่อยเลย และพี่ก็ไม่นิยมการโดนจับคู่ด้วย”
“ใครจะกล้ามาจับคู่ให้เรากันล่ะ น้องน่ะเหมือนญาติเรา เรื่องเมื่อหลายปีก่อนก็ลืมๆ มันไปเถอะ ยายก็แค่เปรยๆ เท่านั้น ไม่ได้คิดบังคับลูกหลานขนาดนั้น ยายน่ะ จะให้เราช่วยหาคู่ให้น้องต่างหาก น้องเป็นเด็กหัวอ่อน แถมยังซื่อๆ ยายเป็นห่วง กลัวจะโดนหลอก นี่ถ้าตากับยายไม่อยู่ กลัวไม่มีใครช่วยดูแล ถ้าพ่อราร์ดมีเพื่อนนิสัยดีๆ ก็แนะนำให้ยายรู้จักบ้างสิ เผื่อยายจะทาบทามมาให้น้องดูตัว” ยายกิ่งแก้วพูดออกตัวทันที จะไม่ทำให้หลานชายคิดว่าท่านอยากจะจับคู่เขากับแก้วกัลยาอีก เพราะพาลจะมองหน้ากันไม่ติด ดีไม่ดีรัชวินทร์ที่เพิ่งโผล่หน้ามาอาจจะหายหน้าหายตาไปอีกหลายปี คราวนี้ก็หมดหวังกันพอดี เรียกว่าไม่ควรแหวกหญ้าให้งูตื่น
รัชวินทร์หัวเราะก๊าออกมาเต็มๆ จนท้องคัดท้องแข็ง ทำยังกับว่า แก้วกัลยาเป็นผู้ชายแล้วอยากจะหาเมียถึงต้องหาคนมาดูตัว จริงๆ มันต้องให้ผู้ชายดูตัวไม่ใช่เหรอ แต่สมัยนี้หมดสมัยคลุมถุงชนกันแล้ว เขาเองก็ไม่ชอบ แก้วกัลยาเองก็คงไม่ชอบด้วยมั้ง เขาคิดตามประสาคนรุ่นใหม่ แต่ก็โล่งใจที่พวกท่านเลิกจับคู่กับเด็กนั่นสักที ไม่อย่างนั้นการพักผ่อนของเขาคงต้องเปลี่ยนสถานที่กะทันหัน ทั้งๆ ที่เขาอยากอยู่ที่นี่มากกว่าที่ไหนสักแห่งบนโลก
“หัวเราะอะไรกันเรา” คนเป็นยายค้อนให้หลานชาย ดูเอาเถอะ ถ้าเห็นหลานอีกคนของยาย จะหัวเราะแบบนี้อีกไหม ไว้ถึงตอนนั้นยายนี่แหละจะหัวเราะให้ดังกว่าราร์ด หัวเราะทีหลังดังกว่าเป็นไหนๆ คุณยายคิดในใจอย่างกระหยิ่ม
“คุณยายพูดตลกน่ะครับ สงสัยยายแก้วคงจะอัปลักษณ์มากจนหาสามีไม่ได้คุณยายเลยอยากหาให้ซะเอง ผมว่าไม่ต้องเป็นห่วงหรอกครับ เด็กสมัยนี้เอาตัวรอดได้อยู่แล้ว หรือป่านนี้อาจจะมีฟงมีแฟนไปแล้วครับ แค่อาจไม่บอกให้พวกเราๆ รู้เท่านั้นเอง
รัชวินทร์วิจารณ์ตามที่คิด เด็กๆ เดี๋ยวนี้แก่แดดแก่ลมนัก แม้เขาจะไม่ถือเรื่องพวกนี้ แต่ผู้หญิงที่เขามีสัมพันธ์ด้วยก็ล้วนผ่านผู้ชายมาแล้วทั้งนั้น ไม่เห็นใครมัวแต่กระมิดกระเมี้ยน หรือบริสุทธิ์ผุดผ่องเลยสักคน แม้แต่พิมพ์สิริที่เขาถูกตาต้องใจและคิดเรื่องการมีครอบครัวเป็นครั้งแรก เธอก็ลีลาเด็ดใช่ย่อย ทำให้เขาหลงใหลจนโงหัวไม่ขึ้น
“แต่ไม่ใช่หนูแก้วของยายแน่นอน น้องน่ะอยู่แต่กับคนเฒ่าคนแก่ ไปวัดไปวา ไม่รู้จักความเจ้าเล่ห์ของผู้ชายหรือรู้เท่าทันใครหรอก แถมยังซื่อๆ อีกด้วย ยายละห่วงเหลือเกิน”
ยายกิ่งแก้วพูดตามจริง แก้วกัลยาเป็นเด็กเรียบร้อย เก็บเนื้อเก็บตัว หัวอ่อน ทำงานบ้านงานเรือน ปรนนิบัติคนเฒ่าคนแก่ แล้วก็ทำบุญ เป็นชีวิตที่เรียบง่ายและติดจะสมถะ เด็กในอุปการะของนางคนนี้ไม่ได้ทันสมัย รับรู้เรื่องเทคโนโลยีหรือติดโลกโซเชี่ยลเน็ตเวิร์กเหมือนเด็กวัยรุ่นสมัยนี้ หลายครั้งที่นึกห่วงว่าหากไม่มีท่านแล้ว เด็กคนนี้จะอยู่ได้อย่างไรกัน ท่านจึงทั้งหวงทั้งห่วงมาก หากมีผู้ชายดีๆ ที่คิดว่าเหมาะสม ท่านก็อยากฝากฝังให้ดูแลเด็กแสนดีคนนี้
“เอาเถอะครับคุณยาย เดี๋ยวผมจะหาให้แล้วกัน แต่ไม่รู้จะมีใครเอาเด็กในอุปการคุณยายทำเมียบ้างนะครับ เพราะเพื่อนผมโปรไฟล์ดีทั้งนั้น คงไม่เอาเฉิ่มๆ เชยๆ หน้าตาจืดชืดหรอกครับ”
รัชวินทร์พูดตามจริง และแบ่งรับแบ่งสู้ ทั้งๆ ที่อยากพูดออกไปตรงๆ ว่าเพื่อนๆ ของเขาคงไม่เอาสาวบ้านป่าเมืองเถื่อน การศึกษาน้อยไปเป็นภรรยาเชิดหน้าชูตาหรอก
“โปรไฟล์ดี แต่ถ้านิสัยไม่ดี ยายไม่ยกหลานให้หรอกนะ แก้วกัลยาน่ะ ยายหวงยิ่งกว่าอะไร นี่ก็กะว่าจะยกมรดกให้เสียให้หมด เพราะหลานชายตัวดีไม่เคยมาเยี่ยมยายเลย” ยายกิ่งแก้วพูดอย่างหมั่นไส้หลานชายคนโต
“คุณยายไม่รวมผมนะครับ ผมไม่เกี่ยว” ชัชวินทร์พูดติดตลก รู้ว่าผู้เป็นยายประชดพี่ชาย ยายกิ่งแก้วค้อนให้หลานชายคนเล็กที่กลั้นหัวเราะจนท้องแข็ง
“โธ่... คุณยายก็อย่างอนสิครับ ผมไม่ได้มาก็โทร.มาหาอยู่ออกบ่อย ตอบจดหมายทุกฉบับ ส่งคุณแม่มาเป็นตัวแทนแล้วนี่ครับ” รัชวินทร์โอดครวญทันที
“พ่อคนปากหวาน ชอบส่งของฝากมาให้คิดถึงยิ่งกว่าเก่า”
ยายกิ่งแก้วที่ยังแข็งแรงเพราะรักษาสุขภาพลูบศีรษะหลานชายที่นั่งลงใกล้ๆ กับท่านซบหน้าออดอ้อนอยู่บนตัก ชัชวินทร์เห็นอาการของพี่ชายก็อมยิ้ม เขาอ้อนตากับยายบ่อยเพราะอาศัยอยู่กับท่านหลายปี ก่อนจะไปเรียนต่อระดับปริญญาตรีและปริญญาโทที่ต่างประเทศ ไม่เหมือนพี่ชายที่ไปจากบ้านสวนตั้งแต่เด็ก เขาจึงเข้าใจว่าพี่ชายคงอยากออดอ้อนท่านเหมือนกัน
“อ้าว... หนูแก้ว กลับมาแล้วเหรอลูก” เสียงของมารดาทำให้รัชวินทร์หันกลับไปมอง ก่อนที่เขาจะนิ่งอึ้งไปชั่วขณะ เมื่อเห็นร่างอ้อนแอ้นที่เขาเจอก่อนหน้านี้ประคองถาดน้ำเย็นๆ มาเสิร์ฟ ดูเหมือนเธอเองก็ชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะก้มหน้าคลานเข่าเข้ามาอย่างเรียบร้อย
“ตาราร์ด ตาราร์ด ตาราร์ด!”
“ครับคุณยาย” รัชวินทร์สะดุ้งรับคำเมื่อได้ยินเสียงผู้เป็นยายเรียกเสียงดัง คุณยายกิ่งแก้วกับการะเกดผู้เป็นบุตรสาวลอบมองสบตากันอย่างสาสมใจ ถ้าบอกว่าให้แต่งงานกัน พ่อตัวดีจะปฏิเสธหัวชนฝา แต่ถ้าวางแผนมาให้เจอกันแบบเนียนๆ ละตะลึงเชียว มันน่าหยิกให้เนื้อเขียวนัก
“ยายเรียกตั้งนานทำไมไม่ขานหึเรา มัวแต่นั่งใจลอยไปไหน”
คนเป็นยายถามแล้วแอบยิ้มขำเมื่อเห็นหลานชายตัวดีมองแต่ร่างบอบบางที่เลี่ยงออกไปจนสุดตา หลังจากขอโทษขอโพยที่ไม่ได้เอาน้ำมารับรองแขก เพราะมัวแต่ไปเก็บผักเก็บหญ้าอยู่หลังบ้าน ส่วนแม่บ้านประจำนั้นเข้าเมืองไปตลาดกับคนขับรถ
“เปล่าครับ เอ่อ... นั่นใครครับ” รัชวินทร์เอ่ยถามผู้เป็นยายทันทีอย่างอยากรู้ แม้ในใจจะได้คำตอบอยู่แล้ว บ้านนี้ไม่มีใครอีกที่อายุน้อยกว่าน้องชายของเขา... นอกเสียจาก เด็กในอุปการะขอบคุณยาย
“แก้วกัลยาไงตาราร์ด เราคงจำน้องไม่ได้ เพราะไม่ได้มาเยี่ยมยายหลายปี มัวแต่เรียนแล้วก็ทำงาน” ยายกิ่งแก้วเฉลย น้ำเสียงนั้นเรียบเรื่อยเหมือนพูดเรื่องไม่สลักสำคัญอะไร แต่แววตานั้นเต็มเปี่ยมไปด้วยความหวัง
ชัชวินทร์เห็นอาการพี่ชายแล้วแทบหลุดขำ เขาเองยังเห็นว่าแก้วกัลยาสวยหยาดหยดยิ่งกว่านางในวรรณคดีเล่มไหนๆ ถ้าพี่ชายของเขามองว่าแก้วกัลยาไม่สวยแสดงว่ามีความผิดปกติทางเพศอย่างแน่นอน เพราะไม่ว่าผู้ชายคนไหนที่ได้เห็นแก้วกัลยา ถึงกับมองค้างอยากจะสานสัมพันธ์กับเธอแทบทั้งนั้น
“แก้วกัลยา... เหรอครับ”
รัชวินทร์อยากจะบอกว่าเขาขอถอนคำพูดที่พูดออกไปทุกคำ เธอไม่ได้อัปลักษณ์สักนิด ถ้าจะพูดให้ถูกก็คือห่างไกลจากคำว่าอัปลักษณ์เหลือเกิน เธอเหมือนนางฟ้ากลางดงเสียมากกว่า กิริยามารยาทงดงามอ่อนช้อย แถมยังสวย... เขาเห็นผู้หญิงสวยมามาก แต่ผู้หญิงสวยที่เห็นแล้วเย็นตาอยากมองอยู่แบบนี้ เขาไม่เคยเจอมาก่อน แม้แต่อดีตแฟนเก่าที่นอกใจไปมีผู้ชายคนอื่นอย่างพิมพ์สิริ เขาก็ยอมรับว่าสวย เธอเอาใจเก่ง แต่กลับเทียบไม่ได้กับแก้วกัลยาเลยสักนิด
“ใช่ คนนี้แหละหลานสาวที่ยายหวง อยากจะหาคนมาดูแลแล้วล่ะ ปีนี้ก็เรียนจบปริญญาตรีแล้ว” ยายกิ่งแก้วพูดอย่างชื่นชมไม่ปิดบัง
“เรียนจบปริญญาตรีแล้วเหรอครับ หน้าตายังเด็กอยู่เลย”
รัชวินทร์คิดว่าเธอเหมือนเด็กสาวมัธยมปลายเสียมากกว่า ตอนนั้นเมื่อหลายปีก่อนเขาก็ไม่ค่อยได้ใส่ใจเธอนัก แต่รู้ว่าเธอเป็นยายเด็กตัวผอมที่ชอบหลบหน้าหลบตา ไม่ก็หลบอยู่กับต้นขาของคุณยาย ไม่ชอบสบตาหรือมองตาใคร แถมยังขี้ตื่น ไม่มีปากเสียงอะไรกับใครทั้งนั้น ใครสั่งให้ทำอะไรก็ทำ จนเขานึกรำคาญแทน
“เรียนจบแล้วจ้ะลูก น้องจบคหกรรมจากมหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราชจ้ะ เรียนทางไกล น้องเรียนอยู่บ้านแล้วก็ไปสอบ ไม่เคยพบเจอสังคมเมืองกรุง นี่ยายก็กลัวว่าจะโดนหลอก คิดกับแม่เราว่าจะหาคู่ครองดีๆ ให้น้องสักคน ตอนเรียนก็ไปรับส่ง แล้วก็ขลุกตัวอยู่แต่กับบ้าน น้องไม่ชอบสุงสิงกับใคร ไม่มีเพื่อนเลยนอกจากเราซึ่งเป็นครอบครัวของน้องเท่านั้น”
ยายกิ่งแก้วพูดด้วยความวิตกกังวลจริงๆ แก้วกัลยาไม่ชอบขัดใจใคร ไม่ชอบมีปากเสียง เธอชอบอยู่อย่างสงบ แถมยังใสซื่อไม่มีเล่ห์เหลี่ยมอันใด ท่านจึงทั้งหวงทั้งห่วงกลัวว่าจะโดนหลอกหากเจอคนไม่ดี และต่อไปถ้าท่านตายไป แก้วกัลยาจะทำเช่นไร จะฝากการะเกดไว้ก็ไม่เหมือนให้ออกเรือน อนาคต แก้วกัลยาจะอยู่ที่นี่มิวายโดยคนไม่ดีคิดรังแกเอาไว้ หากเด็กแสนดีคนนั้นได้แต่งงานมีสามีที่พร้อมจะดูแลกันได้ ท่านคงเบาใจ และคนที่จะฝากฝังเอาไว้ได้นั้น ก็ต้องเป็นคนที่รู้จักนิสัยใจคอกันดี แม้จะมีชายหนุ่มมากมายมาชอบพอเด็กสาว แต่ท่านก็ยังอยากให้คนที่ดูแลแก้วกัลยาเป็นหลานชายคนโตอย่างที่หมายมั่นเอาไว้แต่แรก เพราะท่านเองก็รักหลานชายคนโตมาก อยากจะให้รัชวินทร์มีผู้หญิงดีๆ อยู่เคียงข้าง ดูแลกันไปจนแก่เฒ่า ส่วนชัชวินทร์นั้นเอ็นดูแก้วกัลยาเหมือนน้องสาว ท่านเคยลุ้นๆ เมื่อนานมาแล้ว แต่ก็แห้วเช่นกัน
รัชวินทร์เริ่มคิดถึงคำพูดของผู้เป็นยาย แก้วกัลยาสวยหวานน่ารักขนาดนี้ ทำไมเขาถึงไม่อยู่ในสายตาของผู้ใหญ่ และทุกคนจะหาผู้ชายคนอื่นไง พอที... เขาไม่เอาละ มันบังคับกันเกินไป แล้วไหนพวกท่านถึงเปลี่ยนใจได้เล่า ในเมื่อคราแรกจะยกเด็กคนนั้นให้เป็นเมียเขา