สวัสดีค่ะเราขอแนะนำตัวก่อนน๊า เราชื่อน้องเนย ลูกพ่อคีย์แม่ตาหวานเป็นลูกคนที่สี่ค่ะ ตอนนี้อายุก็18ปีแล้วค่าและกำลังจะจบมอหกในอีกไม่กี่วัน เรามีพี่น้องเยอะมากเลยนะ คนแรกพี่ชายคนโตของเราชื่อพี่อคินแล้วก็พี่ครีมพี่สาวผู้เข้มงวดกับน้องๆทุกคนซึ่งเป็นฝาแฝดพี่อคิน ตามมาด้วยเจ้เค้กพี่สาวฝาแฝดเราเองที่สนิทกันที่สุด และคนสุดท้องน้องเล็กสุดเจ้าเจแปนจอมป่วน
วันนี้เราจะไปสอบเราเลยอยากได้กำลังใจจากพี่วาตะ เราเลยนั่งดูรูปพี่วาตะเพื่อเรียกขวัญและกำลังใจโดยการจุ๊บที่รูปหล่อๆเหมือนอปป้าเกาหลีแม้จะเป็นลูกครึ่งญี่ปุ่นก็เหอะ^^
"เป็นกำลังใจให้น้องเนยด้วยนะคะพี่วาตะ จุ๊บ จุ๊บ ^^"
พี่วาตะเป็นลูกชายลุงนายซึ่งเป็นเพื่อนของพ่อกับแม่ ตอนนี้พี่วาตะเค้าเรียนอยู่ที่อเมริกาแต่ก็จะกลับมาแล้วนะ มาทำตามสัญญา.......
พี่วาตะอายุมากกว่าเราสองปีตอนนี้ก็น่าจะ20
อยากจะบอกว่าเราสองคนเป็นคู่หมั้นคู่หมายกัน (แบบไม่เป็นทางการ) มาตั้งแต่เด็ก แม่เล่าให้ฟังว่าพี่วาตะบอกชอบเราตั้งแต่เราอายุแค่หนึ่งขวบเองนะตอนนั้นพี่วาตะอายุสามขวบ พี่วาตะให้พวงกุญแจพี่มิคกี้เม้าท์ให้เราด้วยนะ แม่เก็บไว้ให้และเอามาให้เราตอนขึ้นมอหนึ่งเราห้อยมันที่กระเป๋านักเรียนตลอดจนถึงปัจจุบัน โหนับดูก็หลายปี และนั่นเป็นครั้งแรกที่เราเจอกัน
แล้วพอโตขึ้นมาหน่อย วันนั้นเป็นวันแต่งงานแม่กับพ่อ เรากับพี่วาตะก็มาเจอกันเป็นครั้งที่สองตอนนั้นเราจำพี่วาตะไม่ได้หรอกเพราะตั้งแต่เจอกันครั้งแรกที่ญี่ปุ่นก็ไม่เคยได้เจอกันอีกเลยแม่บอกแค่ว่าพี่วาตะเป็นลูกชายเพื่อนพ่อ ในตอนนั้นเราสามขวบพี่วาตะห้าขวบ รูปถ่ายของเราสองคนก็ยังอยู่ในอัลบั้มรูปงานแต่งงานของพ่อกับแม่ มีหลายรูปมากแต่มีอยู่รูปนึงที่เป็นไฮไลท์ รูปนั้นเป็นรูปพี่วาตะจุ๊บปากกับจุ๊บแก้มเราข้างท่ามกลางญาติสนิทมิตรสหายหลายร้อยคนในวันนั้นที่มาร่วมงาน แม่เล่าว่าพ่อคีย์โมโหจนควันออกหูเลยที่ลูกสาวโดนหนุ่มน้อยจุ๊บปากกับแก้ม แต่ทุกอย่างก็ผ่านไป เพราะแม่หวาน เรากลับมาเปิดดูกี่ครั้งก็เขิน ตอนนี้ก็ยังเขินเลยค่ะ><" เราจิ๊กมาไว้ที่ห้องเราใบนึงด้วยแอบเอาไว้ใต้หมอน
และครั้งล่าสุดที่เราได้เจอกันก็ตอนเราห้าขวบพี่วาตะเจ็ดขวบ ตอนนั้นพี่วาตะมาอยู่กับอาม่าอากงของพี่วาตะช่วงปิดเทอมช่วงนั้นพี่วาตะจะมาเที่ยวเล่นที่บ้านเราบางวันเรากับเจ้เค้กก็ไปบ้านพี่วาตะ อากงกับอาม่าพี่วาตะก็รักเรากับเจ้เค้กมากเพราะท่านไม่มีหลานสาวมีแต่หลานชายคือพี่วาตะกับวายุ เราสนิทกันมากจริงๆค่ะทั้งสี่คน พี่วาตะจะใจดีกับเรามากเป็นพิเศษ และก่อนพี่วาตะจะกลับพี่วาตะก็มาขอจองเราไว้เป็นเจ้าสาวในอนาคต
คิดแล้วก็เขินอีกละ
เรายังจำคำสัญญาในวันนั้นได้ดีเลยนะแม้จะอายุแค่ห้าขวบเพราะอะไรน่ะเหรอ....ก็เพราะแม่เราถ่ายคลิปไว้ไง5555
วันนั้นพี่วาตะจะกลับอเมริกาเพราะโรงเรียนที่โน่นใกล้เปิดแล้วพี่วาตะมาลาเราบอกคงอีกนานถึงจะได้กลับมา เราไม่ยอมให้กลับเราร้องไห้หนักมากใครพูดใครปลอบก็ไม่ยอมฟัง เราไม่ยอมให้พี่วาตะกลับท่าเดียว แต่พี่วาตะก็พูดให้คำมั่นสัญญาว่าจะกลับมาหาเรา และได้บอกอีกว่าถ้าเราโตขึ้นพี่วาตะจะให้เราเป็นเจ้าสาว นั่นก็แปลว่าจะให้เราแต่งงานกับพี่วาตะน่ะสิ ซึ่งเราก็เชื่อในคำมั่นสัญญานั้นนะ เราพยายามทำให้ตัวเองโตขึ้นเร็วๆโดยการกิน!!! กินทุกอย่างที่ขวางหน้า โดยเฉพาะขนมและเค้กอร่อยๆที่ร้านอานัตตี้เพื่อนของแม่และเป็นอาของพี่วาตะกับวายุจนตอนนี้น้ำหนักหน้าตราชั่งของเราอยู่ที่.....
75กิโล+++ เราคงโตพอที่จะเป็นเจ้าสาวพี่วาตะแล้วใช่ไหม
เรื่องนี้เป็นรุ่นลูกจากเรื่อง เจ็บเพราะรัก (คีย์&ตาหวาน) ใครที่ยังไม่เคยอ่านไปตามอ่านกันได้นะคะ ขอเตือนให้เตรียมทิชชู่ซับน้ำตา
ก๊อก ก๊อก ก๊อก
"ยัยเนย!! แต่งตัวเสร็จรึยังมันสายละนะป๊าให้ขึ้นมาตาม" เจ้เค้กเคาะเรียกแล้วค่ะ เราเหลือบมองนาฬิกา ตายแล้วววว7โมงจะครึ่งแล้ววววว
"น้องเนยไปเรียนก่อนนะคะพี่วาตะ ^^" บอกลารูปพี่วาตะเสร็จเราก็รีบคว้ากระเป๋าหนังสือออกจากห้องนอนมันที
"มัวทำไรยัยหมูอ้วน!! " เจ้เค้กยืนกอดอกจ้องหน้า
"เค้าก็ขอกำลังใจจากพี่วาตะอยู่น่ะสิเจ้^^"
"เอออดีเนอะมัวแต่ขอกำลังใจแล้วก็ไปสอบไม่ทัน พีวาตะคงมาช่วยได้หรอกนะยัยเนย เฮ้ออออ"
"ก็เค้ารักของเค้าอ่ะ" เจ้เค้กส่ายหน้าอย่างเอือมละอาก่อนจะเดินลงบันไดไปนี่เราพูดไรผิดงั้นเหรอ ทีตัวเองยังแอบคุยกับวายุน้องชายพี่วาตะเลยแต่เรื่องนี้ยังไม่มีใครรู้นะนอกจากเราคนเดียว ที่เรารู้ก็เพราะแอบได้ยินเจ้คุยโทรศัพท์กับวายุน่ะแต่วายุจะอายุน้อยกว่าเรากับเจ้เค้กประมาณหกเจ็ดเดือน
"ทำไมถึงลงมาช้ายัยเนยป๊ากับทุกคนนั่งรอตั้งนาน"
เดินลงมาก็เจอป๊าบ่นทันที ยังไม่ทันแกก็ขี้บ่นซะละ เฮ้ออออออ
"สงสัยนั่งเพ้อถึงพี่วาตะมั้งป๊า"
"เจแปน!!! " ไอ้น้องชายตัวแสบนี่นะหาเรื่องให้โดนป๊าบ่นรอบสองอีกละ
"จริงมั้ยยัยเนย" ป๊าจ้องหน้าจนเราทำไรไม่ถูก
"อะ เอ่ออ ป่าวนะป๊า เจแปนใส่ความน้องเนย"
"เหอะ ใส่ความอะไร มะกี้ผมเดินผ่านห้องเจ้กะว่าจะเคาะเรียกแต่ก็ดันไปยังได้ยินเจ้พูดฮึมฮัมฮึมฮัมคนเดียวในห้องว่า.....พี่วาตะคะ...พี่วาตะขา" เจแปนพูดพร้อมกับทำท่าทำทางอีก ว่าแต่เราพูดดังขนาดนั้นเลยเหรอเนี้ย ไม่จริงอ่ะ
"น้องเนย...น้องเนยเป็นผู้หญิงนะ ถ้าคนอื่นมาได้ยินน้องเนยพูดถึงผู้ชายแบบนั้นมันไม่ดีนะลูก " ป๊าบ่นต่อ ป๊าไม่เข้าใจน้องเนยเลยน้องเนยแค่อยากขอกำลังใจจากพี่วาตะแค่นั้นเอง
"พี่วาตะเป็นคู่หมั้นน้องเนยนะป๊า"
"มันก็แค่คำพูดของเด็กๆที่คุยกันแล้วผู้ใหญ่ก็เอามาแซวกันขำๆที่สำคัญคือยังไม่มีพิธีรีตองอะไรเลยก็ถือว่ายังไม่ได้เป็นคู่หมั้นอะไรกันทั้งนั้น"
"แต่พี่วาตะจุ๊บน้องเนยแล้วนะป๊าแล้วพี่วาตะก็จะมาขอหมั้นน้องเนยแล้วด้วย"
"เป็นสาวเป็นแซ่พูดอะไรแบบนั้นน้องเนย เราเป็นผู้หญิงนะ แล้วนี่ก็ผ่านมากี่ปีละป๊าไม่เคยเห็นมันโผล่หน้ามาเลย"
"ป๊าอ่ะ"
"พอๆเลยทั้งพ่อทั้งลูก ทานข้าวแล้วก็รีบไปเรียนไปทำงานกันได้แล้วค่ะ พี่คีย์ก็อย่าบ่นน้องเนยมากสิคะ"
เห็นมะแม่ยังไม่ว่าน้องเนยเลย^^
"หวานอย่าให้ท้ายลูกแบบนี้สิพี่กำลังจะ......."
แม่ส่งสายตาพิฆาตไปทันทีป๊าก็เลยหยุดบ่น
ถึงป๊าจะดุกับใครต่อใครแต่ก็กลัวแม่หวานเป็นทีสุดนะบอกเลย
และไม่ว่ายังไงพี่วาตะก็ต้องเป็นเจ้าบ่าวของน้องเนยคนนี้คนเดียว แม่แอบบอกน้องเนยวันก่อนว่าเดือนหน้าลุงนายจะพาพี่วาตะมาคุยเรื่องหมั้น เราดีใจจังจะได้เจอพี่วาตะแล้ว กี่ปีแล้วนะที่ไม่ได้เจอกัน จะโทรไปหาก็ไม่กล้าเลยได้แต่มองพี่วาตะผ่านรูปที่ลุงนายส่งมาให้
ที่โรงเรียน....
"เจ้ไปเข้าห้องน้ำก่อนนะปวดฉี่ตั้งแต่อยู่บนรถละ"
"อื้มมมไปเหอะ เนยไปรอที่ห้องสอบนะ"
ระหว่างเดินไปห้องเรียน
"ยัยหมูตอนจะรีบเดินไปไหนรอด้วยดิ" เราหันหลังไปมองคนที่วิ่งตามหลังเรามาที่แท้เป็นออกัสเพื่อนร่วมห้องที่เรียนด้วยกันมาตั้งแต่อนุบาลยันมอปลาย ออกัสชอบว่าเราเป็นหมูตอนแต่ก็ยังชอบซื้อขนมมาฝากเราทุกวันเราเลยไม่เคยโกรธ
"ไปเข้าห้องสอบไงออกัสไม่รีบรึไงล่ะ"
"อีกตั้งครึ่งชั่วโมงจะรีบทำไม"
"เราจะไปทบทวนเนื้อหาก่อนสอบน่ะ"
"ไม่เข้าใจตรงไหนถามเราดิ"
"ขอบใจนะ ว่าแต่วันนี้ไม่มีขนมมาฝากเราเหรอ"
"วันนี้ไม่มี แต่จะพาไปเลี้ยงฉลองสอบเสร็จ เราเลี้ยงเองเนยอยากกินไรสั่งเลย"
"เย้ๆๆๆเราอยากกินไอศครีมสตรอเบอรี่ใส่ท๊อปปิ้งเยอะๆแล้วก็ขอบิงซูด้วยนะ อืมมแล้วก็โดนัทชอคโกแลต เค้กสตรอเบอรี่เอ้อน้ำส้มปั่นด้วย"
แค่คิดถึงก็ฟินนนแล้วววว 🍨🍧🍩🍹🍰
"ได้เลยยัยหมูตอน"
"ขอบคุณน๊าาา ออกัสเพื่อนร๊ากกกก" เรายิ้มให้ก่อนจะรีบจูงมือออกัสเข้าห้องสอบ