ตอน 1

“ปึก!”

เอกสารปึกใหญ่ถูกโยนโครมลงกลางโต๊ะ เจ้าของห้องหัวเสียไม่แพ้กันคราวก่อนที่โดนคู่แข่งดักหน้าปาดหน้าเค้กไป เพระลูกน้องของเขาไว้ใจเอเจนซี่มือสมัครเล่นมากเกินไป

“ฟ้องเรียกค่าเสียหาย เอาให้พวกแมลงหวี่พวกนั้นหลาบจำ คราวหน้ามันจะได้ไม่กล้ามาล้อเล่นกับฉันอีก”

อลัน ริชาร์ด มหาเศรษฐีหนุ่มใหญ่วัยสามสิบห้า หนุ่มลูกเสี้ยวไทย-อังกฤษ-รัสเซีย เจ้าของส่วนสูง 185 เซนติเมตรหยัดตัวลุกขึ้นยืนเต็มความสูง รองเท้ามันเงาพาเจ้าของก้าวเท้าเดินออกมานอกโต๊ะทำงาน นัยน์ตาสีเขียวมรกตจ้องลึกที่คนสนิทอย่างเอาเรื่อง

“สำหรับนาย ถ้าพลาดอีกครั้งเดียว ก็อย่ามาให้ฉันเห็นหน้าอีก ทำงานกับฉันต้องไม่มีคำว่าพลาด”

ผู้กุมบังเหียนจีแอลกรุ๊ปคำรามเสียงเข้ม อลันก้าวขึ้นแท่นผู้บริหารและควบตำแหน่งเจ้าพ่อธุรกิจค้าเพชรรัสเซียแทนบิดามาได้ห้าปี หลังจากบิดาเสียชีวิตลงอย่างกะทันหัน

เรื่องราวของบิดาถูกปิดตาย นางอลันดากลัวการสูญเสียจนถึงขึ้น สั่งห้ามให้ลูกชายยุ่งกับเรื่องนี้อีก และขอให้เขาหยุดรื้อพื้นเรื่องคดี เมื่อภรรยาเจ้าทุกข์ขอให้จบเรื่อง ทุกอย่างก็จบ

หากห้าปีในความอ่อนแอของครอบครัวและบริษัทที่กำลังง่อนแง่นเพราะการแย่งชิงตำแหน่งผู้บริหาร อลันก้าวเข้ามาในความขัดแย้งและการคัดค้านของหลายฝ่าย ด้วยคุณวุฒิที่ต่ำกว่าผู้ถือหุ้นหลายท่าน และวัยเพียงสามสิบที่เป็นปัญหาหลักก่อนเข้ารับตำแหน่ง แต่สามปีที่ผ่านมาเขาก็ได้พิสูจน์ความสามารถ พาจีแอลกรุ๊ปตีตลาดโลกกระจุย สร้างคู่ค้าและพันธมิตรระดับแนวหน้าของแต่ละประเทศไว้ทั่วโลก ไม่แปลกที่เขาจะได้รับฉายา “เทพบุตรนัยน์ตาเพชร”

เรื่องเสน่ห์ต่อเพศตรงข้าม เขาเพียงมองตาผู้หญิงคนไหน เจ้าหล่อนคนนั้นก็พร้อมจะตะกายขึ้นเตียงกับเขา ไม่มีข้อแม้ ไม่มีการันตี แต่พวกหล่อนก็จะได้ค่าตอบแทนมหาศาล มากพอที่จะก้าวออกไปตั้งตัว เพียงแค่เขาพอใจ...

อีกหนึ่งคือนักบริหารแถวหน้าที่นักธุรกิจในวงการเพชรเกรงขาม อีกหนึ่งคือเพลย์บอยจอมเจ้าเล่ห์ ผู้หญิงค่อนโลกต่างอยากพาตัวเข้าหา แต่เขาไม่เคยพลาดท่าสักคน ผู้ชายสองบุคลิก ลึกลับหาตัวจับยากที่หลายคนไม่เคยรู้จักตัวตนที่แท้จริงของเขา

อลันละสายตาจากหน้าจอ มองลูกน้องสองคนที่เข้ามาพร้อมกัน ฟิลิป เป็นคนสนิทที่เขาไว้ใจที่สุด เป็นเสมือนพี่เลี้ยงที่สอนงานเขาด้วย

ส่วนแมทซ์ เป็นหนุ่มไฟแรงที่เพิ่งจบปริญญาโทมาไม่นาน คนที่อลันพร้อมจะเทข้อมูลทุกอย่างปลุกปั้นให้ผงาดในวงการธุรกิจ หากแต่เจ้าตัวกลับชื่นชอบความสงบ ชอบทำอาหารและคอยดูแลความเป็นอยู่ของเจ้านายมากกว่าเรื่องธุรกิจ

“วันนี้ยังเหลืออีกกี่นัด”

“วันนี้หมดแล้วครับ แต่พรุ่งนี้บอสต้องบินไปเปอเซียร์ แล้วบินต่อไปที่เมืองไทย” ฟิลิปเป็นคนตอบ

คิ้วหนาของอลันขมวดมุ่น เงยหน้ามองลูกน้อง “ที่เมืองไทยงั้นหรือ!”

“ครับ...สมาคมผู้ค้าเพชรเพิ่งแจ้งกำหนดการที่แน่นอนมาเมื่อเช้า” คำตอบยังออกจากปากของฟิลิปเช่นเคย หากแต่คนถามกลับหันไปจ้องหน้าแมทซ์

“นายช่วยตรวจเช็คคิวงานอย่างละเอียดด้วย ถ้าเป็นงานลวกๆ ไม่มีแบบแผน ไม่เป็นสากล นายยกเลิกสัญญาไปได้เลย แล้วข้อมูลที่ให้หา ได้แล้วใช่ไหม”

อลันบอกเป็นเชิงสั่งงานแมทซ์ ครั้งนี้เขาตั้งใจจะพาแมทซ์ไปด้วยคนเดียว มีงานบางอย่างที่เขาจำเป็นต้องทำที่เมืองไทย และฟิลิปก็ต้องช่วยดูแลงานทางนี้แทนเขา

“งานนี้จัดโดยสมาคมนักธุรกิจผู้ค้าเพชร งานระดับประเทศอย่างนี้ผมว่าไม่น่าห่วง ส่วนข้อมูลวางอยู่บนโต๊ะ” อลันหันกลับไปมองหน้าลูกน้องเชิงตำหนิอีกครั้ง

“คราวที่แล้วนายก็พูดอย่างนี้ แต่ก็พลาด!”

“ผมรับรองว่าจะไม่มีข้อผิดพลาดอีก ในระหว่างการทำงานของผมต่อจากนี้ไป”

“อย่าดีแต่พูดล่ะ” อลันย้ำเสียงหนัก

“พรุ่งนี้บอสให้ผมโทรนัดคุณแคทรีน่าให้ไหมครับ” แมทซ์ถามอย่างเอาใจ เรื่องส่วนตัวเขาพูดได้เต็มปากว่ารู้ใจอลันที่สุด

อลันโบกมือ “ไม่ล่ะ ฉันต้องบินไปเมืองไทยต่อ ว่าจะไปพักผ่อนที่เมืองไทยแบบส่วนตัวสักพัก นายติดต่อเรื่องที่พักให้ฉันสักสองอาทิตย์นะ” ชายหนุ่มสั่งแมทซ์ก่อนที่จะหันหน้ามาหาฟิลิป

“ส่วนนาย...ฉันฝากทางนี้ด้วย นายเป็นคนเดียวที่ฉันไว้ใจที่สุด”

“ครับ” ฟิลิปโค้งรับ เขากับพ่อทำงานกับจีแอลกรุ๊ปตั้งแต่พ่อของอลันยังบริหาร จนถึงผลัดเปลี่ยนผู้บริหาร พ่อของเขาปลดเกษียณตัวเองกลับไปใช้ชีวิตที่บ้านเกิด แต่เขาก็ยังยืนเคียงบ่าเคียงไหล่กับอลันเรื่อยมา

อลันเหมือนเพิ่งนึกอะไรออก หันมากำชับแมทซ์อีกรอบ

“อ่อ...ฉันขอแบบเงียบที่สุด อย่าให้นักข่าวรู้ก่อนว่าฉันจะไป เมืองไทยเป็นตลาดใหม่ของเราและที่สำคัญ ฉันมีบางอย่างที่อยากได้ข้อมูล”

“แต่เราคงปิดไม่ได้ เจ้าของงานต้องประชาสัมพันธ์หนักอยู่แล้วว่าเจ้าพ่อธุรกิจค้าเพชรรัสเซียเดินทางไปร่วมงานด้วย”

“ฉันไล่นายออกวันนี้เลยดีไหมแมทซ์ ฉันหมายถึงวันที่ฉันเดินทาง ฉันอยากไปดูตลาดเพชรเมืองไทยก่อน แบบที่ไม่ต้องมีการจัดฉากเรียกนักลงทุน” ชายหนุ่มยกมือขึ้นแตะปลายคางอย่างครุ่นคิด เดินอ้อมกลับมาย่อตัวลงนั่งบนโต๊ะ ไขว้ขาสบายๆ

“ส่วนในงาน...เราหลีกเลี่ยงไม่ได้อยู่แล้ว ต้องไปทนยืนฟังพวกนั้นจัดฉากปั้นหน้าสวยหรู หลอกนักลงทุนไปตามหน้าที่”

“ครับบอส” เลขาหนุ่มรับคำ

แมทซ์เพิ่งทำงานกับอลันได้ไม่นาน ความสดใหม่ไฟแรงของเขาเป็นข้อดีลำดับต้นๆ แต่เพราะยังมีบางอย่างในใจของแมทซ์ที่ยังไม่ลบเลือน อลันก็ต้องพยายามผลักความรู้สึกนั้นออกไป และป้อนข้อมูลให้เขาเรียนรู้ในชั้นเชิงธุรกิจอีกมาก

อลันดึงเนคไทออกจากปกเสื้อ หลวมๆ กับจังหวะที่รองเท้ามันเงาของอลันยี่ห้อดังพาเจ้าของเข้ามาในบ้าน คฤหาสน์ของอาณาจักรเพชรริชาร์ดกลางกรุงเบลเกรด

“วันนี้ลูกชายฉันกลับบ้านได้รึ สงสัยพายุกำลังจะเข้า” เสียงของคนเป็นแม่ร้องทักลูกชาย ทั้งที่ปกตินางเองก็ไม่ค่อยได้อยู่ติดบ้านสักเท่าไร

นางอลันดา ริชาร์ด หรือ แอนเดียร์ ผู้หญิงวัยห้าสิบแปดที่ยังสวยพริ้งราวเพิ่งสี่สิบ นางสามารถเดินควงกับลูกชายได้ไม่อาย เพราะนางเคยเป็นนางแบบแถวหน้าของเมืองไทย หากแต่ได้แต่งงานเจ้าพ่อนักธุรกิจค้าเพชร ก้าวเข้าสู่วงสังคมชั้นสูงหรูหรา เข้าทางความชอบของนางที่ได้ออกงานสังคมทุกวัน

นางยอมทำทุกทางเพื่อลบเลือนความรู้สึกในอดีตที่ผ่านมา ไม่เคยพูดถึงสายเลือด “บูรกนก” สักครั้ง จนทำให้คนไทยหลายคนในอังกฤษเบือนหน้าหนีอย่างไม่ชอบใจ เพราะไม่ใครรู้ตื้นลึกหนาบางถึงความรู้สึกอัดอั้นที่นางต้องทนแบกรับมาคนเดียวมานานสามสิบกว่าปี

ตอน 2

อลันเดินเข้ามาโอบมารดา กดปลายจมูกหอมหนักๆ

“วันนี้แม่ของผมอยู่บ้านได้เหมือนกัน พายุคงก่อตัวสูงจนน้ำท่วมเบลเกรด” อลันตอบกลับมารดาทันที เป็นเรื่องปกติหากเขากับมารดาไม่ได้เจอกันนานเป็นเดือนๆ

ถ้าเขาไม่บินไปติดต่อธุรกิจจนไม่มีเวลาได้กลับมาบ้าน ก็เป็นนางที่ออกจากบ้านเกือบทุกวัน เวลาของคนทั้งคู่มักสวนทางกันเสมอ

ชายหนุ่มเดินต่อไปที่เคาร์เตอร์บาร์ ยกแขนพิงเอาไว้ นางอลันดาเดินตามลูกชายไป เคาเตอร์บาร์คือมุมโปรดของลูกชาย

“ไม่ต้องมาแซวแม่นะ ลูกก็รู้ว่าแม่เหงา”

“แม่ก็เลยออกงานบริหารเสน่ห์ให้หนุ่มๆ น้ำลายหกเล่นใช่ไหมครับ ถ้าแม่จะแต่งงานใหม่กับใครสักคนผมก็ไม่ว่านะ ผมจะได้หายห่วง ถ้าแม่จะมีคนดูแล”

อลันดาขยับตัวเดินเข้าหาลูกชาย ยกสองมือกุมพวงแก้มสากของเขา

“แม่รอให้ลูกแต่งก่อน แม่จะได้หายห่วง เมื่อลูกมีคนดูแล” นางอลันดาย้อนคำลูกชาย

“แต่แม่ก็รู้ว่าผมยังรักสนุก”

“ลูกก็คงจะรู้ว่าแม่ก็ยังรักสนุก” มารดาย้อนคำอีกครั้ง ชายหนุ่มหมั่นไส้กดจมูกลงบนพวงแก้มของมารดา

“เอาเป็นว่าเราจะไม่พูดเรื่องนี้กันอีก ตกลงไหม”

“ฮ่าๆ” นางอลันดาหัวเราะร่า เอียงหน้าถามลูกชาย “ลูกทานข้าวหรือยัง”

“ไม่ทราบว่าคืนนี้คุณแอนเดียร์จะให้เกียรติดินเนอร์กับผมได้ไหมครับ” ชายหนุ่มโค้งล้อเลียนมารดา

นางอลันดายิ้มรับ “ด้วยความยินดีค่ะ แต่ต้องขอเวลาในการแต่งตัวสักครู่”

ชายหนุ่มถอนหายใจพรืด เดินกลับมาที่โถงรับรอง ถ้าให้ต้องรอมารดาแต่งตัว เขาต้องหิ้วท้องรอไม่น้อยกว่าสองชั่วโมง เวลาสามทุ่มในตอนนี้ ถ้าจะออกไปดินเนอร์ เวลาทานอาหารก็คงล่วงเลยกินเวลานอนไป

“ถ้าอย่างนั้นขอข้าวไข่เจียวกุ้งก็พอ”

อลันทิ้งตัวลงบนโซฟาแรงๆ ยกขาพาดบนโต๊ะด้านหน้า พร้อมกับวาดมือสองข้างกางออกเท้ากับพนักพิงอย่างสบายๆ

“ลูกไม่เบื่อบ้างหรือไง” นางอลันดาถามลูกชาย ไม่ว่าที่บ้านจะจ้างเชฟชื่อดังแค่ไหน แต่เมนูประจำของอลันก็ต้องเป็นข้าวสวยร้อนๆ กับไข่เจียวกุ้งสดเท่านั้น

“คำว่าโปรด...ต้องมีคำว่าเบื่อด้วยหรือครับ”

“แต่แม่ก็เห็นลูกทานอย่างนี้ทุกวันที่กลับบ้าน”

“ได้ไหมครับ” ชายหนุ่มถามย้ำ

“เดี๋ยวแม่ไปสั่งคนให้”

ชายหนุ่มขยับตัวลุกขึ้นยืน “ถ้าอย่างนั้นผมขอไปอาบน้ำก่อน” ชายหนุ่มเดินหันหลังออกไป แต่เหมือนคิดอะไรได้บางอย่าง

“อ้อ...แม่ครับ”

นางอลันดาเลิกคิ้วสูง มองหน้าลูกชายกลับตั้งคำถามด้วยสีหน้า

“ผมจะไปเมืองไทย แม่อยากได้อะไรหรือเปล่า” สีหน้าของคนเป็นแม่เครียดขึ้น สิ่งที่นางกลัวกำลังจะเดินเข้ามาหาทีละนิด สามสิบกว่าปีที่นางจากมา นางไม่เคยเหยียบย่างกลับเมืองไทยสักครั้ง ไม่เคยแม้แต่จะเล่าหรือพูดถึง

“เราคุยกันแล้วนะอลัน ลูกก็รับปากแม่แล้วว่าจะไม่กลับไปทำธุรกิจที่เมืองไทย”

“เมืองไทยมีอะไรหรือครับ ทำไมแม่ต้องกลัวและปิดบัง ในเมื่อประเทศไทยก็เป็นแผ่นดินเกิดของแม่เอง”

“ไม่นะอลัน ลูกจะต้องไม่ไปเมืองไทย”

นางอลันดาเริ่มเสียงสั่น แม้เวลาจะผ่านมานานหลายปี แต่นางก็ไม่มั่นใจในความปลอดภัยของลูก ในเมื่อบุคคลคนนั้นยังอยู่ แถมตอนนี้เขายังมีทั้งบารมีและอำนาจมากกว่าเมื่อก่อน

“ทำไมแม่ต้องปิดบัง แม่กระทั่งชื่อสกุลที่แท้จริงของแม่ ผมก็ยังไม่รู้”

“อย่าถามแม่อีกเลยนะ”

“แม่ก็ยังไม่ยอมบอก”

“แม่เหลือลูกอยู่คนเดียว แม่ขอร้องล่ะนะ แม่ไม่อยากต้องเสียลูกไปเหมือนพ่อของลูก”

“แม่ก็คงจะรู้จักผมดี เรื่องของธุรกิจ ถ้าตลาดน่าสนใจ ก็ไม่มีอะไรจะรั้งนักธุรกิจอย่างผมให้ก้าวออกไปเปิดตลาดใหม่ๆ ได้หรอกครับ”

“แม่ไม่เคยขออะไรลูกเลยนะอลัน นี่เป็นสิ่งแรกที่แม่จะขอลูก”

“ผมก็ไม่เคยขออะไรแม่เช่นกัน สิ่งเดียวที่ผมอยากรู้จากแม่ แต่แม่กลับปกปิด...แม้กระทั่งลูก”

ชายหนุ่มเดินเลี่ยงผ่านหน้าคนเป็นมารดาไป ปล่อยให้อีกคนมองตามอย่างหนักใจ เพราะรู้จักลูกชายของนางดี เขากำลังไฟแรงและมุ่งมั่น บวกกับความสดใหม่ในชั้นเชิงการบริหารที่ฉีกมุมมองเดิม แต่เมื่อเขายิ่งก้าวได้เร็วเท่าไร โอกาสพลาดก็ยิ่งมีมากขึ้นเท่านั้น

ความร้อนของวันละลายน้ำแข็งในแก้วให้กลายเป็นน้ำใสๆ เจ้าของแก้วไม่มีเวลาได้ใส่ใจมันสักเท่าไร มือเล็กๆที่จับดินสอหลวมๆ ค่อยๆตีสเก็ตร่างแบบไปเรื่อยๆ

ทุกความสนใจของหญิงสาวมุ่งไปที่ชิ้นงานตรงหน้า นับจากเรียนจบ...ภาระหน้าที่ที่หนักอึ้งก็พรากความสดใสของวัยจากเธอไปด้วย จากเด็กสาวที่เพิ่งพ้นรั้วมหาวิทยาลัย แต่ต้องแบกรับหน้าที่เกินวัย ทำให้เธอกลายเป็นคนเคร่งขรึม และเพราะต้องทำงานหนักจนไม่มีเวลาใส่ใจตัวเองจนกลายเป็นยัยเพิ้งดีๆ หลายคนมองรูปงามที่ซ่อนไว้ภายในไม่ออก สาวเลยวัยเบญจเพศมาหลายปีอย่างเธอที่ต้องรับภาระดูแลบิดา ดูแลโรงงานเล็กๆ ที่เป็นเสมือนท่อน้ำเลี้ยงเล็กๆ ท่อสุดท้ายของครอบครัว

เสียงเครื่องจักรในโรงงานขนาดเล็กดังเป็นระยะ ลลินเดินง่วนอยู่กับแปลนแบบที่เธอเพิ่งออกแบบให้ในงานประชุมผู้ประกอบการการค้าเพชรโลก งานนานาชาติครั้งยิ่งใหญ่ครั้งแรกของโรงงานเล็กๆ ที่เธอต้องดูแลแทนบิดา

ลูกน้องสิบกว่าคนที่อยู่ร่วมกันมาตั้งแต่พ่อของเธอเริ่มก่อตั้งโรงงาน ช่วงแรกทำแค่ทองรูปพรรณ จนกระทั่งลลินเลือกที่จะเรียนการออกแบบเพราะความชอบส่วนตัวอยู่แล้ว และต้องต่อยอดธุรกิจ แต่ก็ไม่คาดว่าเธอจะได้รับบทหนักตั้งแต่เรียนปีสุดท้าย

จู่ๆ พ่อของเธอที่เป็นเสาหลักก็ประสบอุบัติเหตุลื่นล้มจนกลายเป็นอัมพาต นอนแน่นิ่งอยู่บนเตียง ทิ้งภาระให้หญิงสาวตัวเล็กๆ

ลลินต้องดูแลโรงงานแทนบิดาตั้งแต่เรียนยังไม่จบดี สำหรับเธอมันเป็นภาระที่ยิ่งใหญ่มาก แต่ก็ต้องกัดฟันเรียนให้จบ ออกแบบจิลลี่หาเงินไปด้วยอีกทางแต่แปดปีที่ผ่านมา เธอสามารถพิสูจน์ให้ทุกคนได้เห็น แม้จะล้มลุกคลุกคลาน และหลายคนตั้งฉายาจอมงก จอมเขี้ยวให้เธอ แต่เธอก็ก้าวผ่านช่วงวิกฤตหนักที่สุดมาได้

ถึงวันนี้...หญิงสาวกำลังจะพาโรงงานเล็กก้าวข้ามไปอีกขั้น งานใหญ่ที่เธอได้รับเกียติจากสมาคมผู้ค้าเพชรให้ออกแบบเครื่องเพชรชุดใหญ่ เกิดเข้าตาลูกค้าขึ้นมา ก็หมายถึงว่าทุกคนในโรงงานจะมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ถึงอย่างนั้นเธอก็ต้องทุ่มเททำงานหนักมากขึ้นเพื่อให้ผลงานออกมาดี ให้สมกับที่ได้รับโอกาสดีๆ

ตอน 3

คชา คือบุคคลที่มีบุญคุณท่วมหัว เขาคือเพื่อนรักของบิดา หากไม่มีเขาสักคนเธอก็คงนำพาโรงงานเล็กๆ ของเธอก้าวผ่านอุปสรรคมาไม่ได้

“คุณลิน งานชุดนี้ทำต่อได้เลยไหมครับ”

เทิดศักด์ หนุ่มใหญ่วัยรุ่นพ่อเดินถือแบบเข้ามาถาม ลลินวางดินสอในมือลงบนกระดานร่างแบบก่อนที่จะเงยหน้าขึ้นมองคนมาใหม่

“น้าเทิดทำต่อไปได้เลยค่ะ ลินฝากดูแลความเรียบร้อยในโรงงานแทนลินด้วย” เทิดศักดิ์พยักหน้าหงึกๆ อย่างเข้าใจ

ลลินทุ่มเททำงานหามรุ่งหามค่ำอย่างนี้มาร่วมเดือน แก้แบบงานไม่รู้กี่หน ชุดเครื่องเพชรที่อยู่ในมือของเธอก็เป็นชุดสุดท้ายที่เธอจะส่งเข้าโชว์ในงานที่จะมีขึ้นกลางเดือนหน้า

“พักบ้างเถอะครับ”

“ลินขอตรวจรายละเอียดรอบสุดท้าย พรุ่งนี้จะได้ส่งให้ช่างทำ ดูให้ละเอียดและเผื่อเวลาเอาไว้สักนิดดีกว่า หลังจากที่ทุกอย่างออกมาดีแล้วค่อยพักก็ได้”

“แต่ถ้าทรุดก่อนกลางทาง มันก็จะยิ่งแย่หนักไปกว่าเดิมนะ”

“ลินรู้ว่าลินยังไหว”

“น้าก็รู้ว่าลินไหว เพราะลินก็ได้พิสูจน์ให้ทุกคนเห็นแล้วว่าสามารถผ่านเรื่องราวหนักๆ มาได้ แต่น้าก็ยังห่วงอยู่ดี บางทีถ้าเราได้พักสมองบ้าง ให้สมองปลอดโปร่ง ร่างกายพร้อมทำงาน งานอาจจะออกมาดีกว่าที่ทนทู่ซี้ทำอย่างนี้นะ”

“ขอบคุณค่ะน้าเทิด แต่ลินอยากให้แน่ใจว่าทุกอย่างจะออกมาดีที่สุดตามความสามารถของลิน ถึงตอนนี้ลินจะพัก แต่ก็คงฝืนข่มตาให้หลับลงไม่ได้ ในเมื่อในหัวมีแต่ลายพวกนี้” หญิงสาวบอกเสียงเรียบ เหลือบสายตาไปมองกระดาษแผ่นที่วางอยู่บนโต๊ะประกอบคำพูด

“ถ้าลินว่าอย่างนั้น น้าก็คงห้ามไม่ได้ ได้แต่คอยเป็นห่วงเท่านั้น”

“เจ๊...กินข้าว” เสียงเรียกมาพร้อมกับจานข้าวราดหมูผัดพริกอ่อนง่ายๆ ไอร้อนเบาๆ จากอาหารที่เพิ่งปรุงสุกกับกลิ่นหอมฉุยยั่วน้ำลาย

“น้าไปทำงานต่อนะลิน” เทิดศักดิ์ขอตัวแล้วเดินเลี่ยงออกไป

ลลินหันมาให้ความสนใจกับชิ้นงานของเธอเหมือนเดิม เพียงแค่ปรายตามองคนมาใหม่เท่านั้น

ตำแหน่ง “เจ๊เพิ้ง” ที่ลลินถูกยัดเยียดตำแหน่งนี้มาหลายปี ไม่เพียงเท่านี้ ลลินยังมีหลายฉายาให้เลือกใช้ ทั้งงก เขี้ยว เค็ม มารวมตัวกันในตัวเธอหมดอย่างไม่ได้นัดหมาย แถมรสนิยมการแต่งตัวยังเชยฉ่ำติดลบมหาศาล

เพราะต้องแบกภาระ เธอจึงเลือกตัดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็นออก และหนึ่งในนั้นคือเครื่องประทินความงามและเสื้อผ้าเครื่องแต่งกายแบรนด์เนม เพราะอย่างนี้เธอจึงคงรักษาตำแหน่งสาวโสดที่ไม่เคยมีแฟนมาได้ตลอดทั้งชีวิต

แต่ก็เป็นความโชคดีของเธออีกอย่าง “ลลิน” มีผิวขาวเนียนละเอียด ดวงตากลมโตดำขลับ คิ้วหนาโก่งอย่างไม่ต้องเขียนเพิ่มให้ยุ่งยาก แพขนตาเด้งงอนแบบไม่ต้องพึ่งพามาสคาราเหมือนหญิงสาวหลายคน หากแต่ผู้คนกลับมองข้ามสิ่งเหล่านั้นไป มองเห็นแต่รูปภายนอกเฉิ่มเชยเท่านั้น

ปานดาววางจานลงตรงหน้า เธอคือหนึ่งในลูกน้องลูกเสี้ยวที่ลลินแอบแจกฉายา ลูกเสี้ยวของเธอไม่ได้หมายถึงเชื้อสายทางสายเลือด แต่ปานดาวเป็นสาวหล่อมาดทอมบอยด์ เคยมีแฟนเป็นผู้หญิงเป็นตัวเป็นตน แต่กลับดูแลการแต่งตัวดีเสียกว่าเจ้านายสาว

ลลินละสายตาจากแบบร่าง ปรายตามองปานดาวสักครู่ แล้วหันกลับไปเหมือนเดิม

“วางไว้ก่อน” ลลินบอกสาวผมสั้นใจมาดแมน

“รับตักเข้าปากสักสิบนาที จ้องยังกะแฟน แนบแน่นยิ่งกว่าสามี เพราะอย่างนี้ไงถึงอยู่มาได้จนป่านนี้ ไม่มีใครจีบ”

“ปากอย่างนี้น่าไล่ออก” ลลินบ่นเบาๆ มือยังขยับยิกๆ

“ออกไปแล้วใครจะหาข้าวหาน้ำให้เจ๊กิน ผู้หญิงที่ช่วยตัวเองยังไม่ได้อย่างเจ๊น่ะ”

“ไม่เห็นต้องพึ่งใคร”

“นึกถึงความห่วงใยของคนอื่นบ้าง เจ๊เกิดเป็นอะไรไปตอนนี้ ปานจะเอาเงินที่ไหนเลี้ยงดูครอบครัว ส่งน้องเรียนพาหญิงเที่ยว” ผู้หญิงที่เปิดตัวว่ารักหญิงอย่างเป็นทางการตอบกลับ แม้ว่าหน้าตาของเธอจะสวยกว่าผู้หญิงหลายคนเสียอีก

“ที่แท้ก็ห่วงตัวเอง” ลลินเย้าต่อ

“เป็นซะอย่างนั้น มองโลกในแง่ร้าย ไม่เข้าใจความรู้สึกคนอื่น ทำมึนต่อการเอาใจใส่ อันนี้ก็เป็นคุณสมบัติของผู้หญิงโสด เตรียมขึ้นคาน”

ลลินพยักหน้าหงึกอย่างจำยอม “อืม...ถ้าปากมันหูรูดตาย ฉันก็จะไม่ว่าแกหรอกปาน” ลลินเหน็บ เธอวางมือจากงานตรงหน้าแล้วหมุนเก้าอี้ออกมา ยอมตักข้าวเข้าปาก พร้อมกับหาเรื่องคุยกับลูกน้องสาวหล่อไปด้วย

“ถามจริงๆ เถอะ หน้าตาฉันดูแย่มากขนาดนั้นเลยหรือ”

“ก็ไม่แย่มากมายอะไรหรอก หากเจ๊รู้จักแต่งเนื้อแต่งตัวเสียบ้าง”

“ถ้าจะมีใครมองฉันแค่รูปลักษณ์ภายนอก และต้องอยู่ด้วยกันไปตลอดชีวิต ฉันขออยู่คนเดียวไปจนตายเลยดีกว่า ฉันไม่อยากต้องฝืนความรู้สึกตัวเองเอาใจใคร รั้งผู้ชายที่ไม่เห็นคุณค่าในตัวด้วยเปลือกนอกที่ห่อหุ้ม เสียเวลาทำมาหากินเปล่าๆ”

“แต่เจ๊ก็ต้องเข้าใจ เฟิร์สอิมเพสชั่นนะ รู้จักมั๊ย”

“เออ...ถ้ามันยุ่งยากขนาดนั้น ฉันก็ขอเกาะคานไปต่อก็แล้วกัน”

“คงได้เกาะจริงๆ” ปานดาวบ่นงึมงำ รำพึงเสียงเบา แต่ก็แว่วเข้าหูอีกคนจนได้

“แช่งกันเลยหรือไง”

“เปล่าแช่งสักหน่อย แต่มันเป็นเรื่องจริง”

“เอาเป็นว่า...ฉันหาเลี้ยงตัวเองได้ก็พอ โอเคหรือเปล่า”

“ปานก็ว่าอย่างนั้นแหละ ผู้ชายมาอยู่กับเจ๊ไม่ได้หรอก ทั้งงก ทั้งเค็ม ทั้งเขี้ยวลากดิน”

“ปานดาว!” ลลินขึ้นเสียงปราม เธอรู้ว่าลูกน้องให้ฉายาว่าอย่างไรบ้าง แต่ก็ไม่อยากฟังแบบเต็มๆ หู ต่อหน้าอย่างนี้

“โอเค...ปานไปก่อนแล้วกัน” ปานดาวบอกพร้อมกับขยับตัวลุกขึ้นยืน

“เดี๋ยวปาน!” ปานดาวหันกลับมาตามเสียงเรียก ลลินหยิบเอกสารอีกปึกยื่นให้สาวหล่อปากจิ้มลิ้ม

“เอาแบบชุดนี้ไปทำก่อนได้เลย พี่ขอดูรายละเอียดอีกชุดก่อนสักรอบ ไม่เกินสองวันเราคงได้เริ่มทำกันแล้ว”

ปานดาวพยักหน้าเข้าใจ รับเอกสารในมือเจ้านายสาวก่อนจะเดินออกไป

โรงงานมีพนักงานที่เป็นช่างทองเก่าแก่อยู่ไม่ถึงสิบคน ช่างทำทองส่งร้านแถวเยาวราชที่เป็นโรงงานดั้งเดิม อีกส่วนหนึ่งเป็นพนักงานหนุ่มสาวไฟยังแรง ลลินรับมาออกแบบจิวเวลลี่รับทำด้านนี้โดยตรงอีกหลายคนเปิดโดยแยกบริษัทเล็กๆ บริษัทออกแบบของเธอกำลังจะไปได้สวย ด้วยลวดลายที่โดดเด่นไม่ซ้ำใครพลอยทำให้ราคางานถีบตัวขึ้นสูงตามตลาดคู่แข่งไปด้วย

อ่านต่อเลย
ร่วมสนับสนุนนักเขียนเพื่อเป็นกำลังใจในการสร้างสรรค์ผลงานสุดสนุกต่อไป Moboreader
ปลดล็อกทุกตอน
ตอน
ปรับแต่ง
บทถัดไป
Minishorts Logo
อ่านนิยายออนไลน์ นิยายเว็บ และเรื่องราวโรแมนติกสุดฮิตบน MiniShorts พบกับนิยายโรแมนติกท่านประธาน นิยายแฟนตาซีมนุษย์หมาป่า ดราม่า และแฟนตาซี พร้อมคอนเทนต์ซีรีส์สั้นคัดสรรพิเศษที่สร้างจากเทรนด์เรื่องราวยอดนิยม
MiniShorts YouTube
©2026 MiniShorts All Rights Reserved. CHASINGTOP HK LIMITED