พระเอก ริชแมน อีเมอร์สัน อายุ 30 ปี
ชายคนนี้ได้สมยานามว่ามาเฟียไร้หัวใจแต่ใครจะรู้ความจริงแล้วเขานั้นไร้หัวใจอย่างที่ทุกคนพูดก็จริงเพราะหัวใจของเขาได้มอบให้กับเด็กน้อยที่เขาได้พบเจอในวัยเด็กไปแล้ว สำหรับคนอื่นอาจมองว่ามันไร้สาระแต่สำหรับเขานั้นมันมีค่าและมีความหมายต่อเขามาก มันต้องมีซักวันที่พระเจ้าจะเข้าข้างเขาให้เขาได้พบเจอก็เธอคนนั้นซักครั้งในชีวิต ตอนนี้เขามีพร้อมทุกอย่างไม่ว่าจะเป็น เงินทอง ชื่อเสียง หรืออำนาจต่างๆ
นางเอก คาร่า เอโรนิก้า อายุ 25 ปี
หญิงสาวที่เรียบพร้อมไปทุกอย่างทั้งการศึกษา หน้าตา ฐานะทางบ้านแต่หลายๆคนก็อดสงสัยไม่ได้ว่าทำไมเธอคนนี้ถึงยังไม่มีคนรักหรือแฟนซักทีเพราะหนุ่มน้อยใหญ่หรือไฮโซมาจีบเธอก็ปฏิเสษมาโดยตลอดการที่ชั้นตกหลุมรักผู้ชายที่เจอหน้าได้ไม่กี่ครั้งก็ไม่ได้แปลว่าชั้นจะรักใครได้ง่ายๆชั้นจะรอชายคนนั้นแม้ว่ามันจะดูไม่มีทางเลยก็ตาม
เพื่อนพระเอก เซ่นโซ อายุ 35 ปี หล่อ หื่น เถื่อน เย็นชา แต่ถ้าได้รักใครแล้ว ให้คนๆนั้นได้ทั้งชีวิต
น้องชายพระเอก วิคเตอร์ อีเมอร์สัน อายุ 24 ปี เจ้าชู้ กะล่อน บ้ากาม หยิ่ง หื่น ไม่คิดที่จะมีแฟนหรือแต่งงาน เป็นคนรักอิสระ
เพื่อนนางเอก ซิล อายุ 25 ปี มีความมั่นใจเกินร้อย หยิ่งในศักดิ์ศรีของตนเองมาก รักเพื่อนเป็นที่สุด
น้องสาวนางเอก เคล่า เอโรนิก้า อายุ 23 ปี ลูกครึ่ง ไทย-เกาหลี-ฝรั่งเศษ เอาแต่ใจตัวเองเป็นที่สุด ขี้วีน แต่รักพี่สาวมากที่สุด
คู่ขาเก่าของริชแมน อลิซ สวย เซ็กซี่ เร้าใจเป็นที่สุด
คู่ขาเก่าของเซ่นโซ เมก้า เธอเป็นคนที่เดาใจยาก ไม่รู้ว่าคิดอะไรอยู่ เดี๋ยวดีเดี๋ยวร้าย (คนอย่างฉันถ้าอยากได้ก็ต้องได้)
คู่ขาเก่าของ วิคเตอร์ บีน่าเธอเป็นน้องสาวของอลิซ เธอเป็นคนขี้อ้อน เอาใจเก่ง แต่จริงๆแล้วเธอร้ายเงียบ (ใครที่กล้ามายุ้งกับของๆฉัน มันต้องตาย)
#น้ำแข็งสีเลือด
ภายในหมู่บ้านจัดสรรชื่อดังในช่วงเย็นผู้คนต่างพาลูกเล็กเด็กแดงออกมาเดินเล่นกันอย่างมีความสุขแต่ใครจะคิดว่าตอนนี้มีเด็กหนุ่มคนนึงนั่งอยู่บนชิงช้าด้วยหน้าตาที่แสนเศร้าเด็กคนนั้นแต่งชุดสีดำทั้งชุดนั่งอยู่บนชิงช้าทำหน้านิ่งเหมือนกับว่าวันนี้โลกจะแตก
จิ้ม จิ้ม จิ้ม รอยยิ้มอันสดใสกว่าพระอาทิตย์ตอนเช้าของเด็กน้อยที่ตอนนี้ยิ้มกว้างจนเห็นฟันแทบจะทุกซี่ วิคเตอรืได้แต่เลิกคิ้วมองอย่างๆงงเขาไม่เคยรู้จักอะไรกับเด็กคนนี้เลยทำไมถึงเดินมาจิ้มที่แขนของเขา
“ดีค่ะ หนูชื่อ คาร่านะ พี่ชายชื่ออะไรหรอค่ะ”เด็กน้อยน่ารักถามด้วยความอยากรู้แต่คนตรงหน้ากับไม่ตอบหรือพูดอะไรออกมาเลยซักคำ แต่เด็กน้อยก็ไม่ยอมแพ้
“พี่ชายพึ่งมาแถวนี้หรอคะหนูไม่เคยเห็นพี่ชาย ไปเล่นที่บ้านหนูมั๊ยค่ะเดินไปแค่แป๊ปเดียวเอง”ริชแมนเริ่มรู้สึกลำคานเด็กคนนี้เล็กน้อยด้วยความที่เขานั้นไม่ค่อยพูดอยู่แล้วพอมาเจอเด็กที่พูดมากแบบนี้เลยไม่ค่อยจะโอเคซักเท่าไหร่
“นี่พี่ชาย คุยกับคาร่าหน่อยสิคาร่าเหงานะเนี่ย”คาร่าเริ่มจะงอแงออกมาเพราะชวนคุยตั้งนานแล้วแต่พี่ชายไม่ยอมคุยด้วยเลย ริชแมนได้แค่ปรายตามองแล้วนั่งนิ่งๆไม่พูดอะไร
“ชิ โป้งแล้วไม่มาเล่นด้วยแล้ว”คาร่าตะโกนว่าใส่คนตรงหน้าแล้วก็ทำท่าเหมือนจะร้องไห้แล้ววิ่งออกไป ริชแมนมองตามไปนิดหน่อยแล้วก็ถอนหายใจออกมาอย่างเซ็งๆ
“เด็กขี้เอาแต่ใจชะมัดเลย ยัยเด็กบ้า”ริชแมนบ่นออกมาอย่างอดไม่ได้เขานั่งเล่นอยู่ตรงนั้นต่ออีกซักพัก คนของพ่อเขาก็มารับริชแมนรู้ดีว่าการใช้ชีวิตของเขานั้นไม่ได้เหมือนกันเด็กทั่วไป ชีวิตของครอบครัวของเขานั้นเหมือนถูกแขวนอยู่บนเส้นด้ายถ้าใครพลาดก็คือต้องตกลงไปตาย ริชแมนกลับมาที่โรงแรมที่พ่อเขาจองไว้ก่อนจะอาบน้ำแล้วไปดูน้องชายของตนช่วยแม่
“มี๊ครับ วันนี้วิคเตอร์ดื้อมั๊ยครับเดี๋ยวริชด้วยเลี้ยงน้องเอง มี๊ไปพักเถอะครับ”
“ขอบใจมากนะลูก มี๊เห็นริชดูน้องได้แบบนี้มี๊ก็สบายใจถ้าเกิดในนึงมี๊ไม่อยู่ริชก็คงดูน้องไปได้ตลอดใช้มั๊ยลูก”
“มี๊ครับ อย่าพูดแบบนั้นสิครับมี๊กับแด๊ดต้องอยู่กับริชและวิคเตอร์ไปอีกนานๆเลยครับ”ริชแมนผู้ยิ้มยากกลับยิ้มให้ผู้เป็นแม่อยากสุดหัวใจ
เช้าวันใหม่
และนี่ก็เป็นอีกวันที่ริชแมนต้องมานั่งเล่นในหมู่บ้านจัดสรรนี้แต่วันนี้เขามานั่งเล่นให้สวนสาธารณะอย่างน้อยก็ดูไม่น่าเบื่อเท่านั้นซักเท่าไหร่ ริชแมนนั่งอ่านหนังสือกานตูนไปเรื่อยก็จะได้ยินเสียงเหมือนเด็กน้อยแกล้งกัน
“ว๊ายยย ไอ้เด็กขี้แง ไอ้เด็กขี้แง ไอ้ลูกพ่อไม่รัก ไอ้เด็กขี้โรค”เสียงเด็กผู้ชายวัย 7 ขวบกำลังกล่าวว่าเด็กหญิงรุ่นเดียวกันอย่างสนุกชอบใจ
“อึก อย่ามาว่าเรานะ นายนั้นแหละที่ไม่มีใครัก”คาร่าถึงจะโดนแกล้งแต่ก็ไม่ยอมให้ถูกว่าอยู่ฝ่ายเดียว
“ยังกล้าปากดีอีกหรอ งั้นโดนนี่”เด็กผู้ชายเอาใบไม้อยู่บนพื้นบริเวณนั้นมาโปรยใส่คาร่าที่โดนเด้กนั้นผลักล้มลงไปอยู่ที่พื้น
“เฮ๊ย ทำไรกัน เป็นเด็กผู้ชายรังแกเด็กหญิงมันไม่เท่เลยนะนายหนะ”ริชแมนเดินเข้ามาขัดขึ้น เด็กผู้ชายนั้นไม่ได้สนใจสิ่งที่ริชแมนพูดแถมยังโปรยใบไม้ใส่คาร่าต่อ ริชแมนเลยเดินก้าวยาวๆเข้าไปผลัดอกเด็กคนนั้น
“พูดดีๆด้วยแล้วไม่ฟังสงสัยต้องใช้กำลังแล้วมั่ง”เด็กผู้ชายเริ่มกลัวสิ่งที่ริชแมนพูดเพราะพอยืมใกล้ๆริชแมนเริ่มรู้สึกได้ว่าคนที่มาใหม่น่าจะเอาจริง
“ฝากไว้ก่อนเถอะ ยัยเด็กขี้แง”ริชแมนพยุงคาร่าขึ้นยืนแล้วพาไปนั่งที่เก้าอี้
“นี่เธอรู้ว่าโดนแกล้ง แล้วทำไมถึงยังไปพูดจาแบบนั้นอีกฮ่ะ เก่งจังไงตัวเท่ามดเอง”
“นี่พี่ชาย พูดงี้อย่ามาช่วยเลย”คาร่าพูดอย่างเคืองๆ
“เอ้า ก็ไหนเมื่อวานบอกว่าอยากให้ชั้นคุยด้วยไง นี่ก็คุยแล้วนี่”
“ก็คุยดีๆสิ แล้วนี่พี่ชายพักอยู่ในหมู่บ้านนี่หรอ”คาร่าถามไปก้พลางมองหาผู้ปกครองของคนตรงหน้า
“ไม่ได้พักอยู่ที่นี่หรอก พ่อชั้นมาหาเพื่อนที่อยู่ในหมู่บ้านนี้เฉยๆอีก 2 อาทิตย์ชั้นก็กลับประเทศชั้นแล้ว เอาเป็นว่า 2 อาทิตย์หลังจากนี้ชั้นจะมาเล่นกับเธอทุกวันเลยดีมั๊ยเธอจะได้ไม่โดนใครแกล้งอีก”คาร่ายิ้มกล้างเมื่อได้ยินที่ริชแมนพูดแบบนั้น
“แล้วพี่ชายชื่ออะไรหรอ”
“ริชแมน ริชแมน อีเมอร์สัน อายุ 13 ปี มีอะไรอยากถามอีกมั๊ย”
“ไม่แล้วจ๊ะ หนูชื่อคาร่านะ งั้นเดี๋ยวคาร่าขอกลับบ้านไปเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อนได้มั๊ยอ่ะเดี๋ยวมาหาที่นี่ใหม่นะ รอก่อนนะอย่าพึ่งรีบกลับล่ะ”คาร่าพูดแค่นั้นแล้วรีบวิ่งออกไป ริชแมนมองคาร่าจนสุดสายตาริมฝีปากยกยิ้มอย่างไม่รู้ตัวเด็กคนนี้พอมองใกล้ๆแล้วน่ารักมาก แก้มขาวกับปากแดงๆนั้นทำให้เขาไม่สามารถละสายตาได้เลยเขาจะคิดซะว่าการมาไทยครั้งนี้ถือว่ามาพักผ่อนเหมือนที่แด๊ดดี๊พูดล่ะกัน หลังจากวันนั้นที่ทั้งสองได้รู้จักทั้งคาร่าและริชแมนก็จะมาเล่นด้วยกันที่สวนสาธารณะนี้ด้วยกันทุกวัน คาร่าขอยืมกล้องจากคุณพ่อมาด้วยเพราะอยากถ่ายรูปพี่ชายตรงนั้นเก็บไว้เพราะไม่รู้ว่าจะได้เจอกันอีกเมื่อไหร่ ส่วนอีกคนก็ทำเช่นกันทำก่อนเสียด้วยซ้ำแต่ปากแข็งไม่ยอมบอกว่าอยากเก็บรูปเอาไว้ดู
“นี่พี่ชาย ถ่ายรูปคาร่าสวยๆหน่อยสิ”คาร่าบ่นแล้วทำหน้าบึง
“ก็ชั้นเอากล้องมาเพื่อถ่ายภาพตลกๆของเธอตั้งหาก ยัยน้องน้อง หัดกินข้าวบ้างนะจะได้ตัวโต”ริชแมนพูดบ่นคาร่าแต่ปากยกยิ้มตามธรรมชาติ ทุกวันที่ทั้งสองได้เจอกันคาร่าจะมีเรื่องมาเล่าให้ริชแมนฟังอยู่เสมอแถมวันนี้คาร่าก็มีของขวัญมาให้ริชแมนด้วย
“นี่พี่ริช วันนี้คาร่ามีของขวัญจะให้พี่ด้วยนะแต่พี่ต้องหลับตาก่อน”ริชแมนยอมหลับตาตามที่คาร่าบอกคาร่าค่อยๆหยิบแหวนออกมาจากกระเป๋าแล้วเอาไปวางไว้บนมือของริชแมน
“นี่เธอจะขอชั้นแต่งงานหรือไง”
“ไม่ใช่ค่ะ คาร่าตัดสินใจแล้วคาร่าให้แหวนกับพี่ริชแล้วพอโตขึ้นคาร่าก็จะเป็นเจ้าสาวของพี่ริชด้วย เฉพาะฉะนั้นพอคาร่าโตพี่ริชต้องมาขอคาร่าแต่งงานด้วยนะคะ”คาร่ายิ้มหวานให้ริชแมน ริชแมนได้แต่ส่ายหัวให้กับความเด็กน้อยของคาร่า แต่ตนนั้นก็เก็บแหวนวงนี้ไว้ มันต้องมีซักวันที่เราสองคนจะได้เจอกันอีกครั้งแต่ครั้งต่อไปที่จะได้เจอเราทั้งคู่คงจะโตพอที่จะรับรู้ความสึกได้มากกว่าตอนนี้แน่นอน
เม็กซิโก เวลา 10.30 น
ในที่สุดเราทั้งสองคนก็มาถึงเม็กซิโกซักที เวลาในการใช้ชีวิตของชั้นหมดไปกับการนั่งโง่ๆบนเครื่องบินนานถึง 25 ชั่วโมง
"การนั่งเครื่องมันน่าเบื่อมาก แกว่ามั๊ย ซิล ซิล นี่แกฟังชั้นพูดอยู่มั๊ยเนี่ย"คาร่าหันไปเรียกเพื่อนของตน
"เออๆ ชั้นฟังแกพูดอยู่”
“แล้วทำไมแกไม่ตอบชั้นเล่า”
“นี่คาร่าแกไม่เห็นเหรอ ว่าชั้นถ่ายรูปอยู่เนี่ย มาเซลฟี่กันหน่อย เดี๋ยวชั้นจะได้อัพลงIG”ซิลยังพูดไม่จบคาร่าก็รีบเดินมาถ่ายรูปอย่างเร็ว
“ก็ดีนะแก เอารูปที่ชั้นสวยๆล่ะ"คาร่าพูดจบก็ฉีดยิ้มสวยๆให้กับกล้องทันที
แชะ แชะ แชะ แชะ
ผ่านไป 20 นาที
"นี่คาร่าชั้นว่านะ พ่อแกอ่ะ ต้องหาสามีให้แกแน่เลย เพราะชั้นได้ยินพ่อแม่ชั้นคุยกันก่อนที่เราจะมาเม็กซิโกอ่ะ ถ้ากลับจากเม็กซิโกเมื่อไหร่จะให้ชั้นกับแกไปดูตัวจ้ะ"ซิลบ่นงึมงำให้คาร่าฟัง
"นี่ยัยซิลแกพูดจริงเหรอ ทำไมแกไม่บอกชั้นฮ่ะ เฮ้ออ! งั้นเอางี้งั้นเรา2คนก็อยู่ที่นี่นานๆไง จะได้ไม่ต้องกับไปงานดูตัวอะไรนั้นอ่ะ"คาร่าเสนอความคิดของตนเองให้เพื่อนสาวฟัง
"นี่คาร่าแกอย่าทำเป็นเด็กๆหน่อยเลยแกจะอยู่ที่นี่ตลอดไปได้มั๊ยล่ะยังไงแกก็ต้องกลับอยู่ดี ชั้นว่านะเรายังไม่ต้องสนใจเรื่องนั้นหรอก ชั้นว่าแกสนใจเรื่องที่พ่อแกส่งแกมาเม็กซิโกดีกว่า"ซิลพูดเตือนสติเพื่อน เพราะการมาเม็กซิโกครั้งนี้มันก็มีอะไรหน้าสงสัยอยู่ แต่ซิลก็ยังไม่ได้ถามอะไรออกไป
"นั้นดิ ชั้นไม่เข้าใจพ่อเลยจะส่งมาทั้งทีส่งไปประเทศที่ชั้นอยากไปก็ไม่ได้ให้มาเม็กซิโกทำไมก็ไม่รู้ แล้วแกล่ะมากับชั้นพ่อแม่ไม่ว่าไง ก็ตอนแรกที่ชั้นชวนแก แกบอกไม่อยากมานิ"คาร่าอารมณ์ขึ้นทันทีเมื่อพูดถึงเรื่องที่ตนนั้นได้มาเม็กซิโกครั้งนี้
"ก็พ่อแม่ชั้นไปคุยกับพ่อแกมาว่าจะให้ชั้นกับแกมาฝึกบริหารงานอยู่ที่นี่ซักพัก"
"ชั้นว่าและ พ่อชั้นแต่ก่อนก็ตามใจชั้นทุกอย่าง ไม่เคยขัดใจชั้น แต่ทำไมเดี๋ยวนี้แปลกๆไปว่ะ"
"นี่คาร่าที่พ่อแกเค้าส่งแกมาหัดบริหารงานที่นี่เพราะเค้าอยากให้แกรู้จักทำงานมากกว่าย๊ะ แต่ทำไม ทำไม ชั้นถึงต้องมาที่นี่ด้วย ชีวิตที่สวยหรูของชั้น ลาก่อน เศร้าแป๊ป"
"นี่ยัยซิล แกก็เว่อร์ไปถึงเราจะอยู่ที่นี่ใช้ว่าเราจะหาความสุขให้ตัวเองไม่ได้นิ จริงป่ะเนี่ย"แววตาของคาร่าและซิลตอนนี้เต็มไปด้วยความเจ้าเล่ห์เพทุบาย หญิงสาวทั้ง2หัวเราะด้วยความสะใจ
กริ้ง กริ้ง กริ้ง
เสียงโทรศัพท์ของคาร่าทั้งขึ้นทำให้หญิงสาวทั้ง2ต้องหยุดหัวเราะลงทันที คาร่ากรอกตาเล็กน้อยก่อนจะกดรับโทรศัพท์ผู้เป็นพ่อ
"สวัสดีค่ะพ่อ”คาร่าพูดด้วยเสียงเรียบๆ
“ ว่าไงลูกสาวพ่อถึงนานหรือยังลูก”
“ ก็ถึงได้ซักพักแล้วค่ะ พ่อคะคาร่าของถามอะไรพ่ออย่างนึงได้มั้ยคะคาร่าอยากรู้ว่าทำไมพ่อถึงส่งคาร่ามาฝึกงานที่เม็กซิโกคะ"
"ก็เพราะว่าที่เม็กซิโกมีคนสอนงานให้คาร่ากับซิลไงและอีกอย่างนะถ้าพ่อให้คาร่าฝึกงานบริหารแถวนี้ มีหวังพ่อต้องหาลูกน้องใหม่แน่เลย 555 เอาน่าคาร่าที่พ่อทำไปก็เพราะว่าพ่อรักคาร่านะ เอาแบบนี่ล่ะกัน พ่อให้คาร่ากับซิลเที่ยวเล่นกันหนึ่งวัน พรุ้งนี้ค่อยเตรียมตัวไปพบกับคนที่จะมาสอนงาน okมั๊ย"
"ก็ได้คะพ่อ"
"คุณลุงค่ะ ให้คาร่าฝึกงานงานคนเดียวได้มั๊ยค่ะ ซิลอยากกับไปไทยค่ะ"
"ไม่ได้จ้ะหนูซิล เพราะพ่อกับแม่หนูฝากให้ลุงดูแลหนูแทนแล้วจ๊ะ หนูซิลจะเรียกลุงว่าพ่อแบบที่คาร่าเรียกก็ได้นะ เพราะพ่ออยากให้เป็นแบบนั้น พ่อเคยบอกหนูหลายครั้งแล้ว"พ่อของคาร่าพูดเชิงตำหนินิดๆและนั้นก็ทำให้ซิลยอมเรียกคุณพ่อทันที
"ก็ได้ค่ะ คุณพ่อ"ซิลยอมเรียกคุณพ่อในที่สุด คาร่าที่ได้ยินว่าเพื่อนตนนั้นไม่ได้กลับไทยก็ฉีกยิ้มกว้างให้อย่างจริงใจ
"พ่อค่ะแล้วคาร่ากับซิลต้องอยู่ที่นี่นานเท่าไรค่ะ"คาร่ารีบเปลื่ยนเรื่องคุยทันที
"คาร่ากับซิลจะต้องอยู่จนกว่าจะฝึกงานเสร็จเป็นเวลา 10 เดือนหรือ1 ปี ขึ้นอยู่ว่าทั้ง2คนเรียนรู้งานได้มากน้อยแค่ไหนและต้องทำงานเป็นทุกอย่างเพราะต่อไปคาร่าก็ต้องมาดูแลกิจการต่อจากพ่อ พ่อถึงส่งคาร่าไปหัดเรียนรู้งานจากที่นู้นไง บ้างครั้งการเรียนจบมาสูงมันก็เป็นแค่กระดาษใบหนึ่งเท่านั้น ถ้าเราไม่มีประสบการณ์ใครเค้าจะมาเชื่อถือในตัวเรา คาร่าว่าจริงมั๊ย พ่ออยากให้คาร่าเรียนรู้งานจากที่นั้นให้ได้มากที่สุดเพื่อที่เราจะได้เอามาพัฒนาบริษัทของเรานะลูก"ผู้เป็นพ่อบอกจุดประสงฆ์ที่ส่งลูกตัวเองไปไกลถึงที่นู้น ไม่มีพ่อคนไหนอยากให้ลูกห่างหูห่างตาหรอกแต่ที่ทำแบบนี้เพราะอยากให้ลูกได้ดี
"มันก็จริงค่ะพ่อ แต่ว่าคาร่า......"คาร่าที่พอจะเข้าใจกับสิ่งที่พ่อจะมอบให้นั้น แต่เธอก็ยังไม่ค่อยอยากจะยอมรับซักเท่าไหร่
"ไม่มีแต่คาร่า ถ้าทำไม่ได้หรือกับมาก่อนทั้งคาร่าและซิลจะต้องหมั้นกับคนที่พ่อหามาให้โดยไม่มีข้อแม้แต่อย่างใด แต่ถ้าคาร่าและซิล อยู่ได้ถึงกำหนดตามที่พ่อตั้งไว้ พ่อจะไม่หาคู่หมั้นให้ลูกทั้ง2อีกและพ่อจะไปบอกพ่อแม่ของซิลด้วย เอายังไง ทั้ง2คนสนใจข้อเสนอนี่มั๊ย"คนเป็นพ่อยอมฉลาดกว่าลูกเสมอ ที่เขาเสนอแบบนั้นไปก็เขามีแต่ได้กับได้เท่านั้นส่วนเรื่องที่จะหาคู่ให้มันก็เป็นแค่คำขู่เฉยๆ
"สนค่ะ/สนค่ะ งั้นแค่นี้ก็ได้ค่ะพ่อ บายค่ะ/บายค่ะ"ทั้งสองคนตอบพร้อมกันก่อนจะกดวางสาย
"ซิลชั้นถามแกจริงๆนะ แกไหวหรอว่ะตั้งเกือบปีเลยนะเว้ย แค่ชั้นคิดก็จะบ้าตายแล้วและชั้นก็ยังไม่รู้เลยว่างานที่พ่อชั้นจะให้ชั้นมาฝึกงานคืองานอะไร ถ้าให้ชั้นไปทำอะไรยากๆชั้นก็ไม่ไหวนะ"คาร่าทำหน้าเบื่อโลกอีกครั้ง
"นี่คาร่าชั้นว่าชั้นไหวว่ะถ้าแลกกับการไม่ต้องโดนจับหมั้นอะไรนั้นอ่ะ คาร่าแกคิดดูดีๆนะถ้าเรายอมแพ้ตั้งแต่ตอนนี้ชั้นว่านะผลที่ตามมาไม่ใช่น้อยนะย๊ะ"ซิลพูดเตือนสติเพื่อน
"มันก็จริงอย่างที่แกพูดจริงแหละ เอาเป็นว่าคาร่าสุดสวยกับซิลสุดเซ็กซี่ สู้เว้ยยย เออนี่ซิลชั้นว่าวันนี้เราไปโรงแรมเถอะ พักเรื่องเที่ยวไว้ก่อนมั๊ยชั้นเหมือนจะเจ็ทแล็กเลยว่ะ”คาร่าพูดไปก็ใช้นิ้วมือนวดคลึงตรงขมับเล็กน้อย
"ก็ดีนะ งั้นก็ไปโรงแรมของพ่อชั้นล่ะกันยังไงชั้นก็ต้องมาฝึกงานที่นี่อยู่แล้ว ถือโอกาศแวะเข้าไปดูด้วยเลย"พูดจบทั้งสองสาวก็เรียกแท็กซี่ไปที่โรงแรมทันที (คิดถึงที่นอนจางงงงงงง)
ผ่านไป 30 นาที
รถแท็กซี่แล่นเข้ามาจอดหน้าโรงแรมสุดหรูของเม็กซิโก บรรยากาศตอนนี้หนาวมากๆ 17 องศา พอรถจอดสนิท 2สาวก็ลงจากรถทันที แต่ก็ต้องตกใจกับสิ่งที่เจอ มีพนักงานของทางโรงแรมออกมารอต้อนรับกันอย่างมาก เพราะตอนที่2สาวนั่งรถมาไม่ได้มองข้างนอกเลยเอาแต่ก้มหน้ากดโทรศัพท์อย่างเดียว
"สวัสดีค่ะ คุณหนูซิล คุณหนูคาร่า"2สาวรีบตอบกับหาหญิงสาวที่กล่าวทักทายอย่างเป็นมิตร
"สวัสดีค่ะ/สวัสดีค่ะ"คาร่ากับซิลหันไปตอบกลับอย่างเร็ว
"ค่ะ พี่ชื่อแพทน่านะค่ะพี่เป็นผู้จัดการที่นี่ค่ะ"
"อ๋อค่ะพี่แพทน่า เรียกหนู2คนว่า ซิลกับคาร่าก็ได้ค่ะจะได้สนิทกันเร็วๆค่ะ"ซิลพูดอย่างเป็นมิตร
"ก็ได้ค่ะ น้องซิลน้องคาร่า"2สาวยิ้มรับอย่างน่ารัก
"งั้นพี่ว่าน้อง2คนขึ้นห้องไปพักผ่อนก่อนก็ได้จ้ะเดินทางมาคงเหนื่อย"
"ค่ะ ขอบคุณค่ะ"ทั้งซิลและคาร่าเอ๋ยปากขอบคุณแล้วก็พากันเดินไปที่ลิฟต์ของทางโรงแรมทันที
"ห้องของน้องๆอยู่ชั้นที่ 29 นะค่ะเดี๋ยวมีคนนำทางไปให้จ๊ะ"สองสาวเดินตามมาอย่างเงียบๆแต่พอมาถึงห้องก็รีบเปิดปะตูเข้าไปทันทีเพราะอยากเห็นภายในห้องเร็วๆ
"นี่ซิลชั้นว่าห้องนี้สวยเอาเรื่องเลยนะเนี่ย มองจากหน้าต่างนี้เห็นเมืองด้วยชั้นเริ่มชอบเม็กซิโกแล้วสิคาร่ายิ้มให้กับภาพตรงหน้า
"นี่คาร่า ชั้นว่าเรา2คนก็คิดซะว่ามาพักผ่อนที่นี่ล่ะกันเนอะจะได้ไม่ต้องคิดมาก"ซิลพูดอย่างยิ้มๆ ในเมื่อมาถึงที่นี่แล้วก็ใช้ชีวิตให้มีความสุขก็แล้วกัน
"ได้คะ คุณหนูซิล งั้นชั้นเข้าห้องก่อนนะชั้นทั้งเหนื่อยทั้งเพลีย งั้นบอกฝันดีไว้ล่วงหน้าเลยนะเพื่อน ฝันดีนะแก"คาร่าพูดจบก็เดินเข้าไปอาบน้ำทันที ครั้งนี้คาร่าแช่น้ำนานกว่าปกติ เพราะเธอเหนื่อยจากการนั่งเครื่องมากทางด้านซิลก็ใช้เวลาในห้องน้ำไม่ต่างจากคาร่าเลย ซิลอาบน้ำเสร็จเดินออกมาก็เห็นคาร่านอนอยู่ที่เตียงเลยกะว่าจะชวนไปหาอะไรรองท้องก่อนนอนซะหน่อย
"นี่คาร่าแกจะไม่ตื่นมากินอะไรหน่อยเหรอนี่นอนหรือซ้อมตายเนี่ย"ซิลเดินไปสะกิดคาร่าที่เหมือนกำลังนอนฝันหวานอยู่
"ไม่อ่ะซิลชั้นว่าจะนอนยาวเลย เครนะฝันดี”คาร่าพูดแค่นั้นแล้วก็หลับต่อ
"เออๆ แกนี่เป็นเอามากจริงๆ งั้นเดี๋ยวชั้นหาไรกินก่อนดีกว่าแล้วค่อยนอน ไม่รู้ว่าพรุ้งนี้ต้องเจออะไรบ้าง"ซิลก็เดินออกมาจากห้องของคาร่าแล้วสั่งรูทเซอร์วิชมานั่งทานข้างบน พอทานอาหารเสร็จซิลก็เดินเข้าไปนอนในห้องของตนบ้าง เพราะก็เหนื่อยจากการเดินทางเหมือนกัน