ตอน 1

ท่ามกลางท้องทะเลสีครามกว้างใหญ่สุดลูกหูลูกตา ผืนฟ้าแนบจรดผืนน้ำทะเลสีสวยอันกว้างใหญ่ไพศาล มองไปทางไหนก็มีแต่น้ำทะเลและแสงแดดจ้าสุดร้อนแรง พราวหมดสิ้นหนทางแล้วจริงๆ น่ะหรือ...

“อื้อ....” หญิงสาวส่งเสียงประท้วง ร่างน้อยรึก็ดิ้นรนหาอิสรภาพ เธอหายใจแทบไม่ทัน สมองกำลังมึนตั้งสติแทบไม่ได้ หญิงสาวหายใจหอบถี่จะด้วยความตื่นตกใจหรืออะไรก็ตาม เธอจะรอดพ้นจากซาตานร้ายตรงหน้าได้อย่างไรกัน

เขาออกแรงใช้มือข้างหนึ่งกระตุกเรือนผมของหล่อนให้แหงนหน้าขึ้นมารับจูบร้อนๆ จากเขาให้ถนัดขึ้น เขารู้สึกดีเป็นบ้ากับการปราบพยศเด็กดื้อในครั้งนี้ จูบเจ้าหล่อนมันหวานดีจริง เธอทำให้เขารู้สึกตื่นเต้นอย่างประหลาด แปลกมากหลังจากที่เขาเลิกรากับเมียเก่าไปก็ไม่มีผู้หญิงคนไหนปลุกเร้าเขา ทำให้เขารู้สึกดีได้เท่านี้มาก่อน

พิชญ์บดขยี้จุมพิตรุนแรงยิ่งขึ้นอีก ริมฝีปากหนากดน้ำหนักย้ำลงไป มือหนาใหญ่ประคองท้ายทอยเธอรั้งเข้าหาและบังคับศรีษะเธอไว้ให้ตอบรับรสจูบอันร้อนแรงอย่างเกินต้าน จุมพิตจากซาตานรสร้อนแรงบดเคล้าอยู่นานจนกลีบปากสวยบวมชา เขาขบเบาๆ อย่างอยอกเย้าก่อนบดคลึงด้วนลิ้นร้อน จูบจากเขาเร่าร้อนเสมอ เธอยืนแทบไม่ไหวยืนสั่นในอ้อมกอดเขา

ทั้งที่หล่อนพยายามดิ้นเพื่อช่วยให้ตัวเองนั้นรอดพ้นจากซาตานในร่างชายหนุ่มผู้หล่อเหลา เธอเกลียดตัวเองที่ชะล่าใจ เกลียดเจ้าน้องชายตัวดีที่กล้าสมคบคิดกับผู้ชายเลวๆ คนนี้

“ปละ... ปล่อย”

“ไม่...” เขากระซิบแนบซอกคอ เธอสัมผัสได้ถึงลมร้อนจากปลายจมูกเขาเป่ารดลงมาให้สัมผัสสะท้านหวิว

“อื้อ....”

“ไม่ชอบหรือครับ?” ซาตานหนุ่มยอมใจอ่อนผละออกมา เธอได้แต่มองสายตาคมคู่นั้นที่มองเธอมาอย่างร้อนแรง ร่างแกร่งที่บดเบียดเข้ามาอย่างแนบชิด ก็ทำเธอร้อนรุ่มไปหมด เขากำลังปลุกแรงปรารถนาจากภายในให้ประทุเร่าร้อน ความใกล้ชิดที่สัมผัสได้ถึงลมหายใจของกันและกัน ไม่เพียงเท่านั้นหากมันใกล้ถึงขั้นรับรู้ได้ถึงสัดส่วนแข็งแกร่งร้อนแรงของเพศชายที่เสียดสีแนบชิดกับท้องน้อยเธอ...

“ไม่นะ ปล่อยฉันนะ!” เธอประท้วงทั้งน้ำเสียงหอบกระเส่า เขายิ่งได้ฟังก็ยิ่งรวดร้าวไปทั้งส่วนของความเป็นชาย

บ้าจริง! เสียงหวานหอบนั่นมันช่างปลุกเร้าความกำหนัดของเขาเสียจริง

‘คิดจะใช้มารยางั้นเรอะ’

ชายหนุ่มคิดในใจ เขาเองก็สับสนวุ่นวาย ไม่เคยคิดจะทำแบบนี้ เขาเพียงแค่อยากจับเธอมาปรับทัศนคติเท่านั้นเอง แต่ความดื้อดึงและแสนพยศของเจ้าหล่อน มันน่าปราบเป็นบ้า

แต่ทำไงได้... เขาลงมือไปแล้ว!

“ปล่อยฉันนะคะ”

“ปล่อย.... ก็โง่สิครับ” ลงท้ายมีหางเสียงแต่สำเนียงเจือแววอำมหิต

“คุณจะต้องเสียใจที่ทำกับฉันแบบนี้!” หญิงสาวเอ่ยคำราม

“ผมจะไม่เสียใจกับการกระทำของตัวเองแน่นอน”

“คนเลว ปล่อยฉันนะ!” เธอไม่พูดเปล่า ทั้งดิ้นรนไขว่คว้าหาอิสระ ทั้งออกแรงทุบตีเขา ตบตีเขา หากแรงน้อยๆ ของเธอนั้นกลับไม่ทำให้เขาสะทกสะท้านเลยแม้สักเล็กน้อย

“มือหนักไม่เบานะครับ!”

“ก็ปล่อยฉันสิถ้าไม่อยากเจ็บตัว”

“คุณน่ะ... ก็หยุดคลั่งสักทีสิ ถ้าไม่อยากช้ำไปทั้งตัว!”

“นายจะทำบ้าอะไร?”

“ตบผมหนึ่งครั้ง ผมจูบสิบครั้ง”

“ไอ้บ้า!”

“ตีผมหนึ่งครั้ง ผมปล้ำสิบครั้ง เอาสิครับ คุณกล้าแลกมั้ย”

“ไอ้คนเลว!”

“ผมเลวได้อีกนะ!” แววตาดุของเขาที่จดจ้องมาทำหญิงสาวขนลุกขนชัน เพราะเขาน่ากลัวได้ขนาดนี้เลยจริงๆ น่ะเหรอ ไม่น่าแลกเลยสักนิด แต่เจ้าหล่อนจะรอดพ้นจากพันธนาการบ้าๆ นี้อย่างไรดี

“ปล่อยฉันไปนะคะ” พราวเสียงอ่อนลงเพราะเธอเริ่มหมดแรง ซาตานตรงหน้ารูปร่างแกร่งแข็งแรงและสูงใหญ่ เธอออกแรงตีเขาตบเขาจนหมดแรง แต่เขายังทำหน้าโรคจิตใส่เธออยู่เลย

“ผมจะปล่อย... แค่ยอมผม”

“ยอมอะไร?”

“ยอมเป็นเมีย” เขายกมุมปากยิ้มเย้ย เมียที่ปราศจากความรัก มันจะต่างอย่างไรกับนางบำเรอหรือโสเภณีข้างถนน

“คนเลว กรี้ด.... ฉันเกลียดคุณ ฉันจะฆ่าคุณแน่ ฉันจะฆ่าคุณให้ได้ ไอ้คนเลว ไอ้ซาตาน”

“ฮ่าๆๆๆ”

ระหว่างเขาหัวเราะพอใจนั้น ร่างบางก็เห็นจังหวะรอด เธอรีบบิดร่างน้อยหลุดจากอ้อมกอดเขาก่อนออกแรงวิ่ง หากก็ช้ากว่ามือใหญ่ที่คว้ารวบเอวเล็กของเธอเอาไว้ก่อนกระชับร่างเธอเข้าไปกอดเอาไว้แน่น ก่อนออกแรงรวบเธอไว้แน่นแนบลำตัวเขา หญิงสาวหายใจหอบอย่างอ่อนใจ

“ปล่อยฉันเถอะนะ...”

“กำลังอ้อนวอนอยู่เหรอ...”

“...” พราวเงียบ เขายิ้มเยาะ

“ผมเคยบอกแล้วไงว่าคุณน่ะหนีผมไม่รอดหรอก เราอยู่บนเรือ... กลางทะเล ลืมไปแล้วหรือครับ?” เขาเอ่ย เสียงเขาทำให้หญิงสาวได้สติ อยู่บนเรือแบบนี้จะหนีเขาไปไหนได้ เธอหมดหวังแล้วจริงๆ น่ะหรือนี่

‘ฉันยอมตายยังดีเสียกว่าตกเป็นเมียซาตานใจร้ายใจดำอย่างคุณ’ หญิงสาวคิดในใจอย่างเคียดแค้นและชิงชัง

ตอน 2

หกเดือนก่อนนี้...

เสียงเคาะประตูทำให้เด็กหนุ่มถึงกับพ่นเสียงหงุดหงิดออกมา เพราะยังไม่หายเหนื่อยมาจากการงานกิจกรรมกับเพื่อนๆในซอยแห่งหนึ่งไม่ไกลจากคอนโดที่พักนัก เด็กหนุ่มวัยรุ่นวัยร้อนแรง รูปลักษณ์ภายนอกจัดว่าเป็นคนหน้าตาดี ด้วยความที่เป็นเจ้าของดวงหน้าหล่อใส จมูกโด่งคมสวยดูโดดเด่นบนใบหน้าหล่ออ่อนเยาว์ ผิวพรรณเนียนขาวราวคนมีสุขภาพดี

แน่นอนว่าเขาเป็นเด็กหนุ่มที่หน้าตาดีคนหนึ่ง และเป็นดาวเด่นที่สุดในโรงเรียน หล่อ เรียนดี กิจกรรมโดดเด่น จะเป็นใครไปไม่ได้...

ปริญญ์ คือชื่อของเขา

ปริญญ์ คือน้องชายเพียงคนเดียวของพราว สาวเก่งและแกร่งในเวลานี้ เธอได้รับการยอมรับจากเจ้านายและเพื่อนร่วมงานในเรื่องของความรับผิดชอบและทำงานได้อย่างดีมีประสิทธิภาพ และภายใต้ความกดดันของการทำงาน เธอสามารถทำงานออกมาได้ดีทุกครั้ง ทุกคนต่างรู้ดีว่าพราวทำงานเพื่อครอบครัว ซึ่งครอบครัวที่ว่าก็คือน้องชายหัวแก้วหัวแหวนคนนี้เพียงคนเดียว ชายหนุ่มเงี่ยหูฟังเสียง ขณะนั้นปริญญ์ก็นิ่วหน้าคิด... เป็นใครกันมาเคาะประตูส่งเสียงดังเอ่ะอะในช่วงเวลานี้? หรือว่าพี่พราว พี่สาวเพียงคนเดียวของเขาจะกลับมาแล้ว...

ทว่าจะเป็นไปได้อย่างไรกันในเมื่อเขาเองก็เพิ่งจะคุยโทรศัพท์กันกับพี่สาวอยู่เมื่อครู่นี้เอง และพี่สาวยังบอกว่าตอนนี้ยังอยู่คนละย่านกันเลยกับที่พัก การเดินทางไปกลับใกล้กันซะเมื่อไหร่ ระหว่างบ้านกับที่ทำงาน...

หรือจะเป็นเพื่อนฝูงของเขาหรือไม่ก็คงจะเป็นเพื่อนของพี่สาวที่แวะมาเยี่ยม ยิ่งโดยเฉพาะเพื่อนฝูงของเขานั้น ช่วงปิดภาคเรียนแทบจะไม่เจอหน้าเจอตาใครสักคนเดียว ต่อให้คิดถึงใคร หากรู้จักบ้านช่องห้องหับก็จะแวะไปคุยด้วย เพื่อนบางรายถึงกับนัดกันเพื่อทำกิจกรรมที่ไม่งามนัก โดยเฉพาะเรื่องมั่วเซ็กส์มั่วยา

ตัวเขาเองก็เกือบๆ จะหลงผิด แต่ดีที่ได้พี่สาวให้ข้อคิดและปรามไว้ทันเวลา

ไม่เช่นนั้นคงเสี่ยงเสียอนาคต...

เพราะเขาทั้งรักและเคารพพี่สาวคนนี้เพียงคนเดียวของเขาที่สุด เพราะเหลือกันแค่สองคน หลังจากพ่อและแม่ได้จากโลกนี้ไปอย่างไม่มีวันกลับ เขาจึงเชื่อฟังพี่สาวเพียงคนเดียวคนนี้เป็นอย่างมาก

หลังการจากไปอย่างไม่มีวันกลับของมารดาผู้บังเกิดเกล้า พี่สาวของเขาต้องทำงานหนักทั้งวันทั้งคืนเพื่อหาเงินส่งเสียให้เขาเรียน และไม่ห้ามที่เขาจะสมัครใจในเรื่องของเสียงเพลงและดนตรีพี่สาวยอมลาออกจากมหาวิทยาลัย ทั้งๆ ที่เธอเป็นคนเรียนดี มีผลการเรียนเป็นที่น่าภาคภูมิใจ แต่จำต้องลาออกเพื่อมาทำงาน ส่งเสียน้องชาย อีกทั้งต้องทำงานสารพัดเพื่อชดใช้หนี้สินที่หยิบยืมมาใช้ในการรักษาผู้เป็นมารดาที่นอนป่วยติดเตียงในโรงพยาบาล

เหตุการณ์ขณะนั้นดูเหมือนอะไรๆ ก็เลวร้ายไปเสียหมดทุกอย่าง เขาเองก็แสนเจ็บปวด หากเขาเองก็ทราบดีว่า คนที่เจ็บปวดมากกว่าเขา และยากจะลืมเลือนประสบการณ์เลวร้ายเหล่านั้น นั่นก็คือคนที่เป็นพี่สาวของเขานั่นเอง...

เด็กหนุ่มวางมือจากกระดาษที่เขียนเพลงลง ก่อนเดินไปเปิดประตูอย่างเนือยๆ และดูใจเย็น...

“น้ำตาล... มาทำอะไรที่ห้องพี่หรือครับ?” เด็กหนุ่มเอ่ยขึ้นอย่างสุดประหลาดใจ เมื่อพบว่าเป็นใครที่มายืนอยู่หน้าห้อง คอนโดนี้มีคนไม่กี่คนที่รู้ว่าเขากับพี่สาวพักอาศัยที่นี่

“อุ้ย... พี่โป้ป... เอ่อ ที่นี่เป็นคอนโดของพี่โป้ปจริงๆ หรือคะ? ตายจริง... น้ำตาลเพิ่งทราบ พอดีว่าเพื่อนของน้ำตาลชวนมาติว” เธอนิ่งมองเขา

หนุ่มโป้ปสบสายตารอฟังสิ่งที่สาวน้อยจะพูดต่อ

“เพื่อนของน้ำตาลนี่ก็บ้าจังเลยค่ะ... พวกเขาหลอกให้น้ำตาลมาติวหนังสือที่นี่ เพื่อนๆ บอกว่า... มีห้องว่างที่คอนโดนี้ ก็เลยคิดว่าจะใช้ที่นี่เป็นห้องติวหนังสือและเรียนพิเศษด้วย...” สาวน้อยอ้างด้วยน้ำเสียงที่ฟังดูตื่นตระหนกตกใจ เสมือนหล่อนไม่คาดคิดมาก่อนว่าจะเคาะประตูห้องผิด และกลายเป็นห้องของผู้ชายที่เจ้าหล่อนแอบชอบ แอบเพ้อพก อีกทั้งยังเคยสารภาพรักต่อหน้าเขามาแล้ว เมื่อปีที่แล้ว...

หากทว่าเขากลับไม่สนใจใยดีเธอแม้จนนิดเดียว จะว่าไม่สนใจทีเดียวก็ไม่เชิง แต่นั่นเป็นเพราะปริญญ์มีพี่สาวบังเกิดเกล้าของเขาห้ามเอาไว้ต่างหาก

‘ห้าม... ไม่ให้ยุ่งเกี่ยวกับคนบ้านนี้ ตระกูลนี้ พวกคนนามสกุลนี้ ห้ามข้องแวะด้วยเด็ดขาด!’

พราวรู้ดีแก่ใจว่า น้องชายของหล่อนจะไม่มีวันสมหวังในรักที่มีต่อเด็กน้ำตาลนั่นหรอก แม้อุปสรรคที่จะขวางกั้นความรักระหว่างน้องชายกับสาวน้อยคนนี้มากมายสักแค่ไหน ทั้งฝ่ายแม่ของเจ้าหล่อนเอง และพี่ชายฝาแฝดทั้งสองคนของเด็กน้ำตาลก็ตามที ถึงแม้พราวจะไม่เคยเจอหน้าค่าตาหนุ่มๆ ไฮโซฝาแฝดทั้งสองคนนั้น เพราะในเวลานั้นพราวยังเด็กมาก และรู้ว่าพวกเขาไปเรียนต่อถึงเมืองนอกเมืองนา

ไม่เพียงคนในครอบครัวเด็กนั่นอีกทั้งคนอื่นๆ ในวงศาคณาญาติย่อมไม่มีใครเห็นดีเห็นงามด้วยเป็นแน่

และสิ่งหนึ่งที่เด็กหนุ่มต้องจำใส่ใจก็คือคำพูดของพี่สาวของเขา ถือเป็นอาญาสิทธิ์!

ย้อนกลับไปเมื่อหลายปีก่อน...

ครอบครัวของเขา มีพี่สาวและแม่ ถูกไล่ตะเพิดออกจากคฤหาสน์หลังใหญ่อันแสนร่ำรวย ซึ่งที่นั่นก็คือ... บ้านของน้ำตาลนั่นเอง

ในวันนั้นครอบครัวของพราวถูกกระทำย่ำยียิ่งกว่าหมูหมากาไก่ที่เจ้าของบ้านไม่พึงประสงค์ รังเกียจเสียยิ่งกว่าเสนียดจัญไรเสียอีก

คุณหญิงแม้นมณีเจ้าของคฤหาสน์ เป็นผู้รากมากผู้ดี ผู้เป็นมารดาอันเป็นที่เทิดทูนยิ่งของเด็กหญิงน้ำตาลคนนั้นนั่นเองล่ะ ที่เฉดหัวไล่ส่งครอบครัวของพราวและน้องชายอย่างไม่มีดี

ตอนนั้นปริญญ์เองยังถือว่าเด็กเกินไป และไม่ได้สนใจอะไรมากไปกว่าการเล่นไปวันๆ แต่ในขณะนั้น พราวผู้เป็นพี่สาวของเขาโตพอที่จะรับรู้อะไรได้บ้างแล้ว และรู้ความมากพอที่จะรู้ว่าอะไรเป็นอะไร ครอบครัวถูกกระทำแบบไหนในวันวาน และเธอก็จดจำทุกรายละเอียดของการกระทำที่คุณหญิงได้ทำเอาไว้

“เพื่อนบอกน้ำตาลว่า...” น้ำตาลนิ่งเงียบครู่หนึ่ง เป็นการเว้นจังหวะ หากสายตานั้นยังจดจ้องไปยังหนุ่มน้อยอย่างหวานฉ่ำราวว่ากำลังเชื้อชวนอะไรสักอย่าง...

“ว่าอะไร...” เด็กหนุ่มถามเรียบๆ ไม่ได้แสดงออกว่าเขาก็ได้ยินที่ได้เจอน้ำตาลเหมือนกัน และได้แต่ภาวนาว่า ขอให้พี่สาวอย่าเพิ่งกลับมาในเวลานี้เลย

“ช่างเถอะค่ะ ได้รู้จักที่อยู่ของพี่โป้ปแบบนี้... ก็ดีนะคะ... ว่าแต่.... ใจคอจะไม่เชิญน้ำตาลเข้าไปดื่มอะไรเย็นๆ ก่อนสักหน่อยเหรอคะ น้ำตาลน่ะหิวน้ำจะแย่อยู่แล้วนะคะ เดินตระเวนหาคอนโดของพี่ตั้งไกลโขแบบนี้...” เด็กสาวกล่าวเสียงมีจริตจะก้าน ท่าทีแสดงออกอย่างกระเง้ากระงอด

เด็กหนุ่มลังเลใจอยู่เหมือนกัน เขาก็ไม่แน่ใจว่าเขาจะเชิญสาวน้อยคนสวยที่มีแววตาเจ้าชู้เข้าไปข้างในดีหรือไม่

แต่ท้ายที่สุด เขาก็ทนต่อความปรารถนาร้อนแรงของตัวเองไม่ได้เช่นกัน

ในความเป็นจริงนั้น เขาเองก็หลงรักสาวน้อยคนนี้มานาน... หากก็แต่ไม่กล้าทำอะไรมากไปกว่ามอง จะเรียกว่าหมามองเครื่องบินก็คงจะไม่เกินจริง เพราะเขากับเจ้าหล่อนนั้นช่างต่างกัน อีกทั้งพี่สาวของเขาเองก็ห้ามปรามเอาไว้ก่อน ที่ผ่านมาชีวิตในรั้วโรงเรียน เขาเป็นเพียงฝ่ายที่แอบมองเด็กสาวอยู่เงียบๆ เช่นกัน ความรู้สึกที่มีมันก็ได้แต่เก็บอัดอั้นอยู่ภายในใจอย่างเด็กหนุ่มผู้เก็บกด

แต่ก็อีกนั่นล่ะ หนุ่มสาวในวัยนี้... ยิ่งห้ามก็เหมือนกับยิ่งยุ!

คิดได้เช่นนั้น เขาก็พยักหน้าเบาอย่างคนใจอ่อน ให้สาวน้อยก้าวเข้ามา และล็อคประตูไว้ พร้อมคล้องโซ่ภายในห้องเอาไว้อย่างแน่นหนา

คิดเผื่อทางหนีเอาไว้ว่า หากโชคร้ายพี่สาวคนสวยของเขากลับมา ตนและสาวน้อยน้ำตาลจะได้มีเวลาให้เด็กสาวรุ่นน้องหาที่ซ่อนตัวได้ทันท่วงที

‘เรานี้ก็คิดแผนสำรองได้อย่างฉลาดแยบยลดีเหมือนกันนะเนี่ย’ เด็กหนุ่มคิดชื่นชมตัวเองอยู่ในใจ...

“ก่อนนี้... พี่โป้ปทำอะไรอยู่หรือคะ” เธอเริ่มชวนคุย “แล้ว... นี่น้ำตาลมารบกวนพี่โป้ปหรือเปล่าคะ?” พูดจบก็ยิ้มสดใส

สาวน้อยยื่นมือไปรับแก้วน้ำเย็นจากอีกฝ่าย หากสายตามองจ้องลึกล้ำเจือแววยั่วยวนอย่างที่เด็กหนุ่มก็สัมผัสได้ ก็สายตาหวานปานน้ำผึ้งนี้ช่างเชื้อเชิญเสียเหลือเกิน เด็กหนุ่มใช้ความพยายามอย่างมากเพื่อระงับความรู้สึกตื่นเต้นยินดี และอะไรอื่นๆ อีกมากมายที่กำลังพลุ่งพล่านขึ้นมาอย่างท่วมท้น...

“น้ำตาลไปเรียนพิเศษมาน่ะค่ะ” หญิงสาวบอกโดยที่เด็กหนุ่มยังไม่ทันได้ตั้งคำถาม

“เรียนพิเศษอะไรอีกครับเนี่ย... น้องน้ำตาลนี่ ถือว่าเรียนเก่งที่สุดในชั้นแล้วนะ ยังต้องเรียนพิเศษวิชาอะไรอีกหรือครับ?” เด็กหนุ่มเอ่ยถามหลังป้อนคำหวานชมจนเด็กสาวหน้าแดงขึ้นมากับคำชมของคนที่แอบชอบ

“น้องน้ำตาลลงเรียนภาษาญี่ปุ่นเอาไว้ค่ะ... เพราะว่าตอนนี้ภาษาอังกฤษของน้ำตาลไม่ต้องเรียนอะไรเพิ่มเติมอีกแล้ว เพราะน้ำตาลเรียนมานานแล้ว สอบวัดระดับก็ได้คะแนนเต็ม เต็มจนไม่รู้จะเต็มยังไงแล้วนะคะ พี่ชายทั้งสองคนของน้ำตาลก็ชื่นชมแล้วยังให้ความหวังอีกค่ะว่าจะส่งไปเรียนซัมเมอร์ที่อเมริกาโน่นเลยนะคะ” เธอเล่าต่ออย่างออกรสออกชาติ

“ว่าแต่... พี่โป้ปคะ พี่พราว... พี่สาวคนสวยของพี่ไม่อยู่เหรอคะ? ตั้งแต่น้ำตาลมาถึงทำไมไม่เห็นพี่พราวเลยล่ะคะ?” เด็กสาวกล่าวพร้อมทำทีมองหาพี่สาวคนสวยที่เอ่ยถึง

“พี่พราวออกไปทำธุระครับ ช่วงเย็นๆ หรือไม่ก็คงค่ำๆ โน่นเลยพี่พราวถึงจะกลับเข้ามาน่ะครับ” ปริญญ์ตอบ

“ว้า... เสียดายจังเลยนะคะ อดเจอพี่พราวเลย”

“แน่ใจนะครับว่าอยากเจอพี่สาวของพี่” เด็กหนุ่มถามตรงๆ เด็กสาวหัวเราะกลบเกลื่อน

‘เจอตอนนี้ก็งานเข้าสิคะพี่โป้ป....’ เด็กน้ำตาลคิดในใจ

เด็กหนุ่มมองหน้าสาวรุ่น เจ้าหล่อนจึงพูดขึ้นว่า “ถ้าอย่างงั้น... พี่โป้ปทำอะไรค้างอยู่ จะทำอะไรก็ทำต่อเถอะนะคะ... น้องน้ำตาลว่า ถ้าน้ำตาลมาจะทำพี่โป้ปเสียสมาธิเปล่าๆ นะคะ... น้ำตาลว่า... น้ำตาลขอตัวกลับก่อนดีกว่าค่ะ” เธอเอ่ย

“จะรีบไปไหนล่ะครับ อย่าเพิ่งดีกว่า...” เด็กหนุ่มเอ่ยทัดทาน มันมีโอกาสง่ายที่ไหนกันที่ผู้หญิงที่ตนหลงชอบจะแวะมาหาถึงที่แบบนี้ ปล่อยกลับง่ายๆ ก็บ้าแล้ว

หล่อนช้อนสายตาฉ่ำหวานขึ้นมองเขา “ทำไมคะ?” เอ่ยพร้อมเม้มริมฝีปากแน่นเพื่อกั้นความเขินอาย ในใจเต้นแรงตึกตักหากก็แข็งใจถามต่อ

“ทำไมถึงไม่อยากให้น้ำตาลกลับละคะ?”

“เรา... ตั้งใจมาหาพี่ไม่ใช่หรือไง?” เด็กหนุ่มพูดตรงๆ มือคว้าข้อมือสาวน้อยเอาไว้อย่างมีเลศนัย ท่าทีแบบนี้เขาจะเดาใจน้ำตาลไม่ออกเชียวหรือ เด็กสาวคิดอะไรอยู่เขาดูออกทั้งนั้นล่ะ

เด็กสาวเลยมองค้อนให้ไปทีหนึ่ง เด็กหนุ่มหัวเราะหึหึ สายตามองมายังเด็กสาวอย่างมีความหมาย เขาจ้องมองลึกลงไปในดวงตาของหญิงสาวพลางยิ้มๆ ด้วยรอยยิ้มที่เหลือร้ายพาใจละลาย...

“ใครบอกพี่โป้ปคะว่าน้ำตาลอยากมาหาพี่... น้ำตาลถูกเพื่อนหลอกต่างหากเล่าคะ” สายน้อยเฉไฉพูดแก้เก้อไป เธอชอบเขาก็จริง ชอบมากๆ หากก็ไม่กล้ามองสบประสานสายตาเขาตรงๆ มันแปลกๆ มองปราดสายตาไปสบตาเขาเข้าทีไร หัวใจมันเต้นแรง ร่างกายก็ร้อนรุมๆ เหมือนคนจะเป็นไข้

“หลอกอะไรครับ?”

“หลอกว่า...” จู่ๆ น้ำตาลก็เงียบ ไม่อยากปดต่อ

“พี่เคยบอกเราเมื่อไหร่กันว่าพักอยู่ที่ไหน”

“น้ำตาล.... น้ำตาลรับก็ได้ว่าอยากมาหาพี่โป้ป...” เด็กสาวพูดก่อนหลบสายตา

“น้ำตาล...”

“ขา...” เสียงหวานเจือแววกระเส่า

“มีใครรู้หรือเปล่าว่าเรามาหาพี่ที่นี่”

“ไม่...”

“คนรถที่รับส่งไปเรียนภาษาล่ะ” เสียงของเด็กหนุ่มกังวลเจือจาง

“น้ำตาลไม่ได้ให้คนรถมาส่งหรอกค่ะ น้ำตาลขโมยรถคันเล็กของพี่พิชญ์มาขับเล่นค่ะ น้ำตาลเพิ่งหัดขับรถยนต์” เธอตอบอย่างตื่นเต้น แววตาเป็นประกายลุกวาว

“แล้วเรามีใบขับขี่หรือยัง?” เด็กหนุ่มเอ่ยถามเพราะนึกห่วงขึ้นมา การจราจรบนท้องถนน มันจะต้องใช้ความระมัดระวัง เพราะถนนในเมืองไทยถ้าประมาทมันก็เปรียบเหมือนเครื่องประหารดีๆ นี่เอง วันแต่ละวันมีคนตายด้วยอุบัติเหตุทางรถยนต์ไม่รู้กี่ศพ เขาเห็นน้ำตาลเด็กสาวตัวเล็กๆ ที่อยากรู้อยากลองแล้วก็อดเป็นห่วงไม่ได้

“ยังค่ะ... แต่ไม่เป็นไรหรอกนะคะ”

“มันอันตรายนะรู้หรือเปล่า?” เขาเอ่ยเสียงดุฟังดูจริงจัง

“แต่น้ำตาลขับเก่งแล้วก็ระวังนะ” เด็กสาวเริ่มอ้าง

“ถึงงั้นก็อันตราย บนท้องถนนอะไรก็เกิดขึ้นได้ ขากลับพี่จะขับกลับไปส่งให้”

“จริงนะคะ”

“อืม...”

“น้ำตาลก็แค่นึกสนุก... พี่พิชญ์เขาไม่อยู่ ไปดูงานที่ต่างจังหวัด กว่าจะกลับก็นานหลายวันค่ะ น้ำตาลจะกลับตอนไหนก็ได้ค่ะ”

เด็กสาวพูดไป พลางวางแก้วเครื่องดื่มลง...

จากนั้นก็ขยับกายเข้าไปหยุดตรงหน้าเด็กหนุ่มรุ่นพี่แต่หน้ามองสีหน้าและแววตามีอะไรหลายๆ อย่างที่ทำให้เด็กหนุ่มเองก็ใจเต้น ใจคอสับสนไปหมด มีมดตัวหนึ่งไต่ที่อกเสื้อของเด็กหนุ่ม เด็กสาวจึงเอื้อมมือไปหยิบออกให้เขา และจับโยนไปทางหนึ่ง

เด็กหนุ่มจับมือเด็กสาวไว้เด็กสาวสะดุ้งใจสั่น ดวงหน้าแดงระเรื่อ ได้กลิ่นหอมอ่อนๆ ที่เด็กหนุ่มบอกไม่ถูกว่า... เป็นกลิ่นน้ำหอมที่เด็กสาวใช้ หรือว่ากลิ่นจากผิวกายของหล่อนกันแน่...

“จะบอกใครหรือเปล่าว่ามาหาพี่” เด็กหนุ่มถามเสียงกระเส่านิดๆ

“ไม่บอก...” เด็กสาวเสียงสั่นและไม่ได้ปัดป้อง

เมื่อเขารั้งร่างหล่อนไปกอด สัมผัสจากผู้ชายที่ต่างมีใจเสน่หาต่อกัน วัยรุ่น วัยร้อนและไวไฟยิ่งกว่าน้ำมันที่ถูกราดลงไปในกองไฟให้โหมตัวขึ้นมา ให้เกิดความเสียวซ่านในอารมณ์

“น้ำตาลจ๋า...” ชายหนุ่มครางเรียกชื่อ เขารู้สึกร้อนรุ่มขึ้นมาเสียอย่างนั้น

เด็กหนุ่มแทบจะเก็บและควบคุมอารมณ์ของตัวเองไม่อยู่วัยหนุ่มสาวที่หมกมุ่นในธรรมชาติ ไม่สนใจว่าจะผิดหรือถูกแม้จะมีผู้ห้ามปราม แต่ไม่ต่างจากคำห้ามปรามเป็นเหมือนแรงยั่วยุส่งเสริม

เด็กสาวไม่ได้เบี่ยงดวงหน้าหลบเลี่ยงแต่อย่างใด เมื่อริมฝีปากของชายหนุ่มลดลงบนริมฝีปากของเจ้าหล่อนอย่างตะกรุมตะกราม มือของเขาซอกซอนเข้าไปในเสื้อยืดของเด็กสาววัยรุ่น นิ้วมือโลมไล้ไปตามความอิ่มเต็มเต่งตึง ชูชันทั้งสองข้าง มือเขาวนเวียนวุ่นวายอยู่บนนั้นจนหนำใจ

เขาบอกให้หล่อนถอดเสื้อออก...

เมื่อจูงมือกันเข้าไปในห้องนอนส่วนตัวอย่างเร่งรีบ

เด็กหนุ่มถอดเสื้อผ้าของเด็กสาวออกไปอย่างช้าๆ และบอกให้หล่อนขึ้นไปนอนรอเขาอยู่บนเตียง เด็กสาวพยักหน้ารับอย่างว่าง่าย

เจ้าหล่อนช่างกล้าหาญมากอย่างที่เขาเองก็คิดไม่ถึง เด็กสาวขึ้นไปนอนรออยู่ตรงหน้าด้วยความยินยอมพร้อมใจไม่ขัดขืน และใครรู้เหตุการณ์ต่อไปด้วยใจระทึก

ประกายตาเด็กหนุ่มเรืองแสงเขาคิดถึงผู้หญิงคนแรกที่สอนรักให้เขา และเวลานี้สาวสวยคนนี้ตามหาเขา เพื่อเสนอตัวให้เขาเชยชม

เด็กหนุ่มพยายามลืมคำห้ามปรามของพี่สาวเมื่อบอกตนเองยังไงเขาต้องได้น้ำตาลสักครั้งเพราะหล่อนพยายามทอดสะพานให้เขามานานแล้วหลายครั้งหลายครา แต่เขาไม่ว่างเจอหล่อน

เขาเอนกายเปลือยเปล่าลงช้าๆ เรือนกายแกร่งที่เด็กสาวเคยบอกว่า รูปร่างของเขานั้นหล่อเร้าใจไปหมดทุกส่วนสัดจริงๆ เขาแข็งแรงและแข็งแกร่ง เด็กหนุ่มรวบรอบเอวอ้อนแอ้นของสาวน้อยเอาไว้อย่างรุกราน เอวน้อยคอดกิ่วซึ่งวาดโค้งลงไปถึงสะโพกผาย และต้นขากลมกลึงอันอ่อนหวาน ขณะที่เขาทาบทับกล้ามเนื้อแข็งแรงของทรวงอกเรียบรับเอากับความนูนนุ่มใต้ฐานเนินอกอิ่มของเด็กสาวที่เต่งตึงแน่นยั่วสัมผัส

ปากร้อนบดขยี้ริมฝีปากเด็กสาวที่มาเรียกร้องเขา เพื่อทอดกายให้เชยชม...

ชายหนุ่มไล้ปลายลิ้นไปทั่วเรือนกายหอมของเด็กสาวอ่อนเดียงสา และมองจ้องตาหวานเยิ้มเร้าอารมณ์ของเจ้าหล่อน แววตาเป็นประกายตาที่เปี่ยมไปด้วยความปรารถนาคุกคามและร้อนกว่าไฟใดๆ เขาทาบฝ่ามือลงไปบนอกอิ่มก่อนเคล้าคลึงไปมาเบาๆ เพื่อปลุกเร้า

ร่างบางสั่นเทิ้ม “กลัวหรือเปล่า...” เขาถามเสียงแตกพร่า

ความปรารถนาที่เดือดไปทั่วกาย อารมณ์เด็กหนุ่มพลุ่งพล่าน

เด็กสาวเอนกายเข้าหาและกอดเขาไว้แน่น

“เจ็บไหมคะ?” หล่อนถาม

“นิดหน่อย...”

“เดี๋ยวก็ดีเอง...” เด็กหนุ่มปลอบ

สาวน้อยจึงหลับตานิ่งและเผยอเปลือกตามองเขา เมื่อชายหนุ่มจูบหล่อนอย่างตะกรุมตะกรามไปทั่วเรือนร่าง ฝังดวงหน้าลงกับอกอิ่มดื่มด่ำกับอวบอกของสาวน้อย...

น้ำตาลดิ้นน้อยๆ ยิ่งเร้าอารมณ์ฝ่ายชายให้กระเจิดกระเจิงลงไปในเพลิงสวาท เขาค่อยๆ แทรกกายลงไปจนเด็กสาวผวาเฮือก

หล่อนกอดเขาเอาไว้แน่น ก่อนจะปล่อยให้ชายหนุ่มทำหน้าที่เหมือนผู้บังคับม้าแข่ง ชายหนุ่มควบขยับอย่างเมามัน บ้างเผลอตัวทำรุนแรงจนสาวน้อยด้อยประสบการณ์ต้องจิกกรงเล็บลงบนเนื้อเขาเพื่อระบายอารมณ์อันซ่านเสียว...

ถึงแม้เขายังเพิ่งเป็นหนุ่มแตกพานเพียงไม่นาน หากในเรื่องกามารมณ์นั้นเขากลับไม่ปล่อยให้เจ้าหล่อนต้องผิดหวังเลยแม้แต่น้อย

เขากอดรัดฟัดเหวี่ยงสาวน้อยอย่างมันเขี้ยว เด็กสาวตอบโต้อย่างร้อนแรง เธอเรียนรู้รสสวาทจากรุ่นพี่ เมื่อมีประสบการณ์มากขึ้นจากการสอนรักของครูรุ่นพี่ที่เก่งกาจและชำนิชำนาญการอย่างปริญญ์ สาวน้อยก็ยิ่งเรียนรู้ไว เขามอบรอยยิ้มพราย เมื่อรู้ในทันทีว่าเขาคือผู้ชายคนแรกของน้ำตาล

มันรู้สึกภาคภูมิใจอยู่ลึกๆ ตามสัญชาติญาณของผู้ชาย

ชายหนุ่มมองสบสายตาเจ้าหล่อนอย่างหยาดเยิ้ม เมื่อต่างคุกเข่ามองหน้ากันและกันบนเตียงนอน... สนามสวาทของวัยหนุ่มสาว ไอร้อนแห่งกามารมณ์อวนระอุเจืออยู่ในอากาศรอบๆ เรือนกายของพวกเขาทั้งสอง

“จะมาหาพี่อีกหรือเปล่า?” เด็กหนุ่มถามอ่อนโยน

เจ้าหล่อนหน้าแดง “พี่โป้ปอยากจะให้น้ำตาลมาหาหรือเปล่าละคะ?”

“อยากสิ... แต่โทรมาก่อนนะครับ” ชายหนุ่มยิ้ม อีกฝ่ายพยักหน้าอย่างว่าง่ายๆ

แน่นอนว่าหล่อนติดใจในสิ่งที่เขามอบให้ เหมือนหลงใหลเพลิดเพลินอยู่ในทุ่งรสสวาท เหมือนดั่งจมอยู่ในพิษของยาเสพติดยากถอนใจ

เด็กหนุ่มถอนใจเฮือก ถึงอย่างไรเรื่องนี้จะต้องเป็นความลับระหว่างเขากับเธอ

คนอื่นจะล่วงรู้ไปไม่ได้ แม้แต่พราว พี่สาวของเขาเอง...

พี่สาวของเขาจะทราบเรื่องความสัมพันธ์ลับนี้ไม่ได้เด็ดขาด เพราะเขายังรักและเคารพพี่สาวคนนี้มาก แต่ความต้องการที่มีต่อเด็กสาวก็คุกรุ่นร้อนรุ่มไม่แพ้กัน

เด็กหนุ่มรั้งร่างสาวรุ่นไปกอดอีกครั้งอย่างสุดปรารถนา ก่อนพรมจูบหล่อนอย่างกระหายหิว เจ้าหล่อนพึงพอใจ

“ไม่เจ็บแล้วใช่ไหม” เด็กหญิงหน้าแดง ด้วยความเขิน

ก่อนมองสบสายตาอยู่นิ่งๆ เนิ่นนาน ดวงตาหวานเยิ้มดื่มด่ำอย่างมีความหมาย

“อย่าบอกใครนะ... สัญญา”

“ค่ะ สัญญา”

“ดี”

เด็กหนุ่มจูบปากหล่อน ก่อนจะถามหล่อนอย่างห่วงใย “พอจะเดินไหวหรือเปล่า?” เด็กหนุ่มเอ่ยถามด้วยความเอาใจใส่

เด็กสาวไม่แน่ใจ หากก็เซถลาเล็กน้อยขณะก้าวเท้าลงจากเตียงจนเขาต้องพยุงร่างน้อยเอาไว้อย่างถนอม “ไม่ไหว... ก็นอนก่อนไหม” เขาเอ่ยขณะมองหน้าขาวสวย เจ้าหล่อนดูน่ารักจิ้มลิ้ม ยิ่งมองก็ยิ่งหลงใหลอยากจับเธอกินอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย

“ยังเจ็บนิดๆ นะคะ แต่น้ำตาลต้องกลับแล้ว”

“แวะมาอีกนะครับ พี่จะรักษาให้” เขาเอ่ยด้วยสำเนียงที่ทำให้หล่อนหน้าแดง พลางหัวเราะกลบเกลื่อน

เพราะรู้ดีว่า เขาจะรักษาหล่อนอย่างไร...

ชายหนุ่มกับเด็กสาวแนบแน่นอีกครั้ง เมื่อเขาบอกจะไปส่งเธอ

เด็กสาวเอ่ยบอกเบาๆ ว่าไม่เป็นไร... เธอไหว แต่เด็กหนุ่มก็สอดฝ่ามือกุมขยำอกอิ่มไว้อีกครั้งอย่างถือสิทธิ์ มือหนาออกแรงเคล้นคลึงเล้าโลมอย่างอ่อนโยนและเพิ่มความรุนแรงขึ้นตามเพลิงปรารถนี่สุมทรวง

“น้ำตาล...” เขาครางเรียกชื่อเธอ

“คะ...”

“พี่ไม่อยากให้เรากลับเลย... ค้างได้ไหมครับ?”

“ไม่ได้ค่ะ”

“นะครับ...”

“เดี๋ยวพี่พราวกลับมาจะเจอนะคะ” เด็กสาวเอ่ยถึงคนต้นเหตุที่ทำให้เจ้าหล่อนนอนค้างกับเด็กหนุ่มไม่ได้

“จริงสินะ” เขาลืมเรื่องพี่สาวไปเลย

“พี่... อยากให้พี่พราวออกไปตรวจงานที่ต่างจังหวัดบ่อยๆ จังเลยเนอะ” เขาเปรยเสียงแหบพร่า ฟังแล้วรู้สึกเซ็กซี่จนขนลุกเกรียวชอบกล

เด็กสาวหัวเราะอย่างรู้ทัน

“ยังไม่กลับตอนนี้ก็ได้ค่ะ” หล่อนบอก เด็กหนุ่มตาลุกวาว

“จริงนะ”

“ค่ะ” เด็กน้ำตาลพยักหน้ารับ พร้อมยิ้มตาหยี

“วิเศษ” เขาและหล่อนต่างหัวเราะผสานเสียงกัน ร่างน้อยถูกอุ้มกลับเข้าไปในห้องอีกครั้ง...

ต่างก็ช่วยกันจนเจอในสิ่งที่เพิ่งจะรู้จัก โดยเฉพาะกับฝ่ายหญิง เธอถวิลหาอย่างไม่รู้อิ่ม ทำเอาเด็กหนุ่มแทบจะหมดเรี่ยวแรง แต่เขาก็มีพลังมากมายในการทำรักให้เด็กสาววัยอยากรู้อยากเห็นเรื่องเพศ แรกรสรักที่สาวน้อยได้รับมันตื่นเต้นซาบซ่าจนถึงขั้นแทบจะเดินไม่ไหวจริงๆ จนต้องขอให้เขาช่วยประคองหล่อนลงไปยังชั้นล่างของคอนโด

“พี่ขับรถไปส่งดีกว่าไหม...”

“ไม่เป็นไรค่ะ น้ำตาลไหว...”

“เดินยังไม่ไหวเลย”

“ก็เพราะใครละคะ?”

“พี่ถึงรับผิดชอบเราไง ให้พี่ไปส่งเรานะ”

“ไม่เป็นไร...”

“ไม่เป็นไรไม่ได้หรอกนะ... ยังมีแรงหรือไง?”

ทั้งสองมองตากันอย่างอาลัยอาวรณ์เมื่ออีกฝ่ายขึ้นไปนั่งหลังพวงมาลัยที่แอบเอาของพี่ชายมาขับเล่น

ชายหนุ่มเปิดประตูรถเข้าไปนั่งเข้ารั้งร่างเด็กหญิงมากอดจูบอีกครั้ง

“พรุ่งนี้เจอกันที่นี่... มาหาพี่อีกนะครับ” น้ำเสียงชายหนุ่มเจือแววออดอ้อน

“อืม... ก็ได้ค่ะ”

“พี่ปริญญ์คนนี้จะรอน้ำตาลนะครับ” เขาบอกเสียงกระเส่าถอนหายใจฟืดฟาด

ให้ตายเถอะ! หญิงสาวทำให้เขาแทบจะไม่มีความอดทนและยังต้องการหล่อนอีกมากมาย หากต้องตัดใจให้สาวน้อยจอมยั่วกลับบ้านไปก่อน

ชายหนุ่มยังมากไปด้วยไฟแห่งความปรารถนา...

เมื่อเขาเดินกลับขึ้นไปบนห้อง ทันใดนั้นเขาแทบคลั่ง เมื่อมีผู้หญิงข้างห้องคนหนึ่ง เรียกให้เปิดประตูให้

“พี่น่ะเอง... มีอะไรครับ”

หญิงสาวเจ้าของใบหน้าสวยจัด เจ้าหล่อนเป็นนักร้องออนไลน์ หล่อนยิ้มหวาน ปรายตาสุดเย้ายวนก่อนก้าวเข้าไปในห้อง

“พี่พราวไม่อยู่เหรอ?”

“ไม่อยู่”

“แล้วนายไม่ไปซ้อมดนตรีเหรอ”

“ไปมาแล้ว”

“ว่าแต่พี่... มาทำไม?” ชายหนุ่มเอ่ยถามเสียงห้วน

“ก็... อยากแวะมาทักทาย ไม่ได้หรือไง?” เธอว่า ชายหนุ่มไม่ตอบ จะได้หรือไม่ได้ เจ้าหล่อนก็เข้ามาแล้วนี่นา

“พี่พราวไม่อยู่หรอกครับ ไปทำงานยังไม่กลับ” หญิงสาวคนนี้เป็นเพื่อนบ้านี่อยู่ใกล้ๆ ในคอนโดชั้นเดียวกัน จากที่ดูเธอคงอายุรุ่นราวคราวเดียวกันกับพราว พี่สาวของเขานั่นเอง

“พี่ไม่ได้มาหาพี่สาวเราหรอกนะจ๊ะ” ชายหนุ่มหันไปมองสบสายตาของสาวสวยผู้มาเยือน เขามองประสานสายตา

“ไม่ไปร้องเพลงหรือไง?” คนสวยถามมองมาด้วยสายตาพริ้งพราว

“ไปสิ... สักพักจะออกไปทำงานแล้ว แต่พอดีปวดหัวก็เลยโทรไปลาผู้จัดการ”

“ไปหาหมอสิ”

“ก็ว่าจะไปถ้ากินยาแล้วไม่ดีขึ้น”

“มียาป่าว”

“ไม่มี... ก็เข้ามาหา เพราะพี่คิดว่าพี่สาวเราจะมียา”

“ไม่แน่ใจนะ เดี๋ยวดูให้” พี่ผมชอบเก็บไว้ในตู้ยาสามัญประจำบ้าน

“รอเดี๋ยวนะ ผมจะไปเอามาให้ครับ” พูดจบเขาก็หมุนตัวจะเข้าไปในห้องนอนของพี่สาว หากทันทีนั้นเขาต้องสะดุ้ง เมื่อได้ยินเสียงลงกลอนประตู

เด็กหนุ่มหันไปมองนักร้องสาวสวยสถานะ “เพื่อนบ้าน” เจ้าหล่อนยิ้มหวานเป็นเชิงยั่วยวน

“แม่นั่นถึงกับเดินไม่ไหวเพราะเธอเลยเหรอ”

“พี่แอบดูพวกเราเหรอครับ”

“แอบอะไรกัน... ใครๆ ก็เห็นทั้งนั้นล่ะ”

“ผมว่า... พี่อย่ายุ่งเรื่องของเราดีกว่านะครับ” เด็กหนุ่มสบถเจือแววหัวเสีย เขาไม่เข้าใจทำไมผู้หญิงคนนี้จะต้องมาถ้ำมองเขากับน้ำตาลด้วย มาสนใจเรื่องของเขาทำไม อีกอย่างถ้ารู้เรื่องแล้วจะไปปากโป้งกับพี่พราวขึ้นมา เขาไม่เอาไว้แน่ เขาจะไม่ไว้หน้าเลยคอยดู!

“พี่ก็ว่าจะไม่ยุ่ง... แต่มันก็ต้องมีข้อแลกเปลี่ยน”

“อะไรของพี่ครับเนี่ย แลกเปลี่ยนอะไรกันครับ?” น้ำเสียงเจือแววงงงวยและไม่พอใจนิด

“ท่าทางจะพลังช้างน่าดู” เจ้าหล่อนชื่นชม สายตาจับจ้องเขานิ่งแน่ว ไล้สายตาหวานเยิ้มลงไปยังส่วนแข็งแรงแก่งแข็งของชายหนุ่มอย่างหน้าไม่อาย เธอสื่อออกมาอย่างชัดเจนว่าต้องการส่วนนั้น ชายหนุ่มถอนหายใจเฮือก อีกฝ่ายขยับเข้าไปหาและคว้ามือเขาไว้

เด็กหนุ่มสะดุ้ง เมื่อหล่อนจับมือเขาไปจับส่วนเว้าส่วนโค้งอิ่มเต็มของตนเองอย่างเชื้อชวน

“ชอบมั้ย...”

ชายหนุ่มกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ความรู้สึกใต้ฝ่ามือสัมผัสถึงความอ่อนนุ่ม เต็มตึงและปลุกเร้าเขาให้ร้อนแรงขึ้นมาทันใด

“บีบพี่สิ...” เสียงหวานกระเส่า เขาทำตามคำสั่งราวต้องมนต์สะกด “ดี... แรงขึ้นสิ”ว่าจบก็เบียดส่วนนั้นเข้าหาชายหนุ่มผู้อ่อนวัยกว่า เจ้าหล่อนสวมกอดเขาเอาไว้แน่น

“ช่วยปลดปล่อยพี่ได้หรือเปล่า...” เสียงเธอครางอย่างเว้าวอน

“พี่หมายความว่ายังไง?”

“พี่อยาก...”

“อยากอะไรครับ...” ทั้งที่รู้แก่ใจ เขากลับต้องการได้ยินจากปากของเจ้าหล่อนให้ชัดๆ

“พี่อยากเดินไม่ไหวแบบแม่เด็กนั่นบ้าง... เอาพี่สิ” เธอบอกถึงความต้องการอย่างชัดเจน

“พี่มั่นใจหรือครับ” ผู้หญิงนี่เป็นอะไรมาให้ “เอา” ถึงที่ ของฟรีๆ มันก็น่าลองอยู่หรอก นมโตเอวดีมีสะโพก เขากำลังแตกหนุ่มก็อยากลิ้มลองเป็นของธรรมดา

“พี่ต้องการนะ... เดี๋ยวนี้” เจ้าหล่อนกุมมือเขาแล้วชักพาให้เขาบีบเคล้นโนมเนื้อตัวเองอย่างเร่าร้อน

เด็กหนุ่มอยากจะปฏิเสธ หากเขาก็เหมือนไฟกับน้ำมัน ไม่พูดพร่ำทำเพลง ออกแรงผลักอีกฝ่ายลงไปบนพื้นพรมและโหมกระหน่ำทาบทับลงไปอย่างสุดตัว สาวเซ็กส์ซี่ที่มีศักดิ์เป็นเพื่อนบ้าน อาศัยในคอนโดเดียวกันแม้จะคนละชั้น แต่บางครั้งบางคราวก็เจอกันตามร้านสะดวกซื้อใต้ตึกบ้าง ที่นิติบ้าง หรือที่ห้องรับรองส่วนกลางของคอนโด แต่ถ้าเขากลั้นไม่ไหวไปมีอะไรกับผู้หญิงคนนี้ ต่อไปจะมองหน้ากับยังไงนะ

“คิดอะไรอยู่จ๊ะโป้ป... เร็วสิจ๊ะ”

“พี่แน่ใจหรือครับกับสิ่งที่เราจะทำ”

“ใช่จ้ะ”

“แต่ว่า...” เด็กหนุ่มรู้ดีแก่ใจว่าสาวสวยตรงหน้ามีแฟนแล้ว แม้ระยะหลังๆ เขาจะไม่เจอผู้ชายคนนั้นก็เถอะ เปล่าประโยชน์ที่จะถามถึง อีกอย่างเขาไม่เคยมีสายตาเพื่อมองผู้หญิงคนอื่นเลยนอกจากน้ำตาล แต่กระนั้นก็ตาม ต่อให้ใจแข็งสักแค่ไหน ถ้ามีสาวๆ สวยๆ รูปร่างอวบอิ่มน่าขยำมานั่งคร่อมร่างเขาอยู่แบบนี้ ใครมันจะไปต้านได้วะ เขาเองก็ไม่ใช่พระอิฐพระปูนนะโว้ย

“กลัวผัวพี่เหรอ... พี่เลิกกันแล้ว เขาไม่มาหาพี่หลายเดือนแล้ว”

“พี่หมายความว่า... ตอนนี้พี่โสดหรือครับ?”

“ใช่จ้ะ โสดสนิท แล้วก็ไม่คิดจะหาผัวใหม่ด้วย”

“แล้วพี่มายุ่งผมทำไม?”

“ยุ่งที่ไหนกัน พี่แค่มาขอความช่วยเหลือน่ะ”

“แบบนี้ก็ได้หรือครับ?” น้ำเสียงเจือแววหงุดหงิด

“ช่วยพี่นะ พี่สัญญาจะไม่ทำโป้ปเดือดร้อน”

“มั่นใจเหรอครับ”

“จ้ะ พี่ไม่แสดงความเป็นเจ้าของ ไม่เรียกร้องอะไรทั้งนั้น... พี่อยากลองกับโป้ปสักครั้ง พี่เห็นเด็กนั่นแล้วอิจฉา” เธอว่าพลางลูบไล้แผงอกแกร่งของเด็กหนุ่มตรงหน้าอย่างเชื้อเชิญเจือเย้ายวน เธอต้องการเขามากจนล้นไปหมด เธอยิ้มหวานพลางขยับสะโพกกลมบนกล้ามท้องเขา แม้ว่าร่างทั้งสองจะมีเสื้อผ้าขวางกั้น แต่มันก็ไม่อาจปกปิดฤธิ์ของความปรารถนาอันร้อนแรงได้

“ผมเชื่อใจพี่ได้ใช่มั้ยครับ...”

“ได้สิจ๊ะโป้ป... สัมผัสพี่สิ” ว่าพลางกุมมือหนาของหนุ่มรุ่นน้องขึ้นมาสัมผัสไปทั่วอกอิ่ม ส่วนมืออีกข้างของเขา เธอก็ใช้มืออีกข้างกุมเอาไว้และนำพามาลูบไล้เหนือสะโพกกลมอย่างเชิญชวน ก่อนอ้อมมาด้านหน้าและกุมเอาไว้นิ่งนานบนอูมเนื้อเด่น

“มือโป้ปอุ่นเหลือเกิน...” เธอส่งเสียงกระเส่า “ลองลูบพี่เล่นดูสิคะ” ชายหนุ่มทำตามคำสั่ง เขารู้ตัวเองว่าตอนนี้ร่างกายในวัยหนุ่มของเขาก็กำลังพลุ่งพล่านกับสิ่งที่อยู่ตรงหน้า

ผู้หญิงที่สะสวย รูปร่างอวบอิ่มผิวขาวผุดผ่อง สะโพกกลมกลึงดีดเด้ง น่าสนใจไปทั้งตัวแบบนี้ทำไมผัวทิ้งไปเสียได้

แต่เขาก็ไม่ผิดถ้าจะมีอะไรกับเจ้าหล่อนสักครั้ง ถือเป็นการเปิดประสบการณ์ใหม่กับสาวสวยอายุมากกว่าผู้เปี่ยมประสบการณ์ แถมยังโสด ในเมื่อหล่อนเลิกกับผัวแล้ว

เขาเคล้นคลึงอกอิ่มอย่างสนุกมือ ขณะขยับโยกร่างให้ร่างอวบบนตัวเขาโยกน้อยๆ เมื่อหญิงสาวโน้มหน้าลงมาใกล้และละเลียดเลียซอกคอเขา จูบข้างแก้มและสูดดมแก้มเขา จมูกเขา มือหล่อนเองก็ซุกซนเกลี่ยวนบนหัวจุกนมของฝ่ายชายอย่างเป็นงานและเชี่ยวชาญสมเป็นหม้ายสาวผัวหนี

“พี่สวยมากครับ”

“ข้างในพี่ก็สวยนะ อยากดูมั้ย” สิ้นคำเธอก็ไขว้แขนเบื้องหน้า ให้สองมือจับชายเสื้อแล้วถกขึ้นสูงเหนือศีรษะ ร่างอวบอิ่มสวยสล้างกึ่งเปลือย มีเพียงบราแบบครึ่งเต้าที่รัดโนมเนื้อเต่งตึงเอาไว้ ส่วนอวบอิ่มสะท้อนขึ้นลงตามจังหวะการหายใจ มันยั่วตาหนุ่มน้อยเสียเหลือเกิน

“สวยมากครับ”

“อยากดูดนมพี่มั้ยคะ?”

“ดูดได้หรือครับ?”

“ได้สิ... ให้พี่ป้อนนะ” เสียงอ้อนหวานว่าจบ เธอก็บีบเคล้นอกอิ่มของตัวเองโผล่พ้นบราขึ้นมาข้างหนึ่ง ก่อนโน้มตัวลงหาปากเขา

“อา.... ดีจัง” เธอครางรับเมื่อเด็กหนุ่มครอบยอดถันด้วยริมฝีปากร้อนแรง ความรู้สึกอบร้อนและชุ่มเปียกโอบล้อมยอดรวงของตน มันช่างวิเศษที่สุด

“อืม...” เธอครางหวาน บดเบียดร่างเข้าหาเขาอย่างเว้าวอน ตอนนี้มือหนาใหญ่ลูบไล้สัมผัสบนร่างเธอไปตลอดทั้งเนื้อทั้งตัว ทั้งสองร่างนัวเนียพัวพันกนอย่างหิวโหย มารู้ตัวอีกทีคนทั้งสองก็นอนพันกันด้วยร่างเปลือยเปล่า

“รูปร่างเธอน่ากินมากนะโป้ป” เธอคราง

“ก็กินได้นะครับ”

“พี่อยากชิมแล้วสิ” เธอว่าพลางเอื้อมมือลงไปกอบกุมส่วนเรียบลื่นหากทว่าแข็งเกร็งของเขา ปลายหยักบานมีน้ำใสๆ ฉ่ำออกมา สีของเขาน่ากินยิ่งกว่าใคร หญิงสาวเลียริมฝีปากอย่างเบาแผ่ว ก่อนก้มลงหาผิวสัมผัสเรียบลื่นในอุ้งมือนั้น นาทีเดียวเท่านั้นสาวสวยกลายเป็นนางในวรรณคดีที่กำลังถวายบัวให้ชายหนุ่มที่เจ้าหล่อนเฝ้าปรารถนา

“อา....” เขาครางหลุดรอดออกมาทันทีที่หญิงสาวครอบปากลงไป เธอชำนาญให้การปรนเปรอท่อนลำเอ็นของผู้ชาย ช่างเป็นประสบการณ์แปลกใหม่ที่ชวนตื่นเต้นและทำเอาโป้ปถึงกับลำคอแห้งผาก สาวเจ้าอมเข้าไปสุดท่อนยาวใหญ่นั้นจนเขาเกร็งตัว ไม่นานความชำนาญของเธอก็ทำเขาเสร็จในปากเธอ เขามองเธอดื่มกินเขา ชายหนุ่มเอื้อมมือไปรวบผมของเจ้าหล่อนเอาไว้ ไม่นานเขาก็ค้างเกร็งด้วยความสุข

“ดูดนมให้พี่บ้างสิคะ”

“ครับ” เขามีความสุขกับประสบการณ์แปลกใหม่ในบทรักร้อนแรงอย่างถึงพริกถึงขิง เขาไม่เคยได้รับจากน้ำหวาน แน่นอนเขาจะสอนสาวน้อยคนรักให้ชำนาญและมีชั่วโมงบินสูงแบบนี้ แต่ตอนนี้เขาจะต้องจดจำบทเรียนร้อนแรงทุกเม็ด ทุกท่วงท่าและเสพสุขให้มากเท่ามาก

เขาพลิกตัวขึ้นมาอยู่ด้านบน แล้วบดจูบลงบนอกอิ่มและดูดดื่มเนิ่นนานจนบริเวณนั่นเปียกชุ่มจากปากเขา มือหนาอ้อมหลังสะโพกกลม ลูบไล้และบีบเคล้นเป็นจังหวะ ก่อนที่จะสอดนิ้วรุกล้ำในร่องหลืบอันชุ่มฉ่ำของเจ้าหล่อน

“อื้อ... โป้ปเอาพี่สักที อา... เสียวไปหมดแล้ว”

เธอครางเมื่อชายหนุ่มแกว่งนิ้วภายในนั้นจนเจ้าหล่อนเสร็จไปหลายครั้ง เธอต้องการสิ่งที่ยิ่งใหญ่กว่านิ้วเขา

ชายหนุ่มโล้ตัวขึ้นมา ก่อนผลักเรียวขาเปิดเปลือย เขาทดสอบความชุ่มฉ่ำของเธออีกครั้งด้วยการลากไล้นิ้วลงไปกลางร่องสาว

“อา.... เสียว” เธอครวญ ขณะนั้นเอง ชายหนุ่มก็โย้ตัวขึ้น จับประคองท่อนเอนผ่าวร้อนขึ้นลากเสียดสีเบาแผ่วกับร่องชุ่มฉ่ำนั้นเพื่อปลุกเพลิงปรารถนา

“อ๊ะ พี่เสียว”

“พี่แฉะมากแล้วครับ”

“รออยู่นะคะ อื้อ...” สาวเจ้าจิกเล็บลงหน้าขาแข็งแกร่งนั้นเพื่อบรรเทาความซ่านสยิว

‘เด็กบ้านี่... เป็นงานใช้ได้ มิน่ายายเด็กนั่นถึงแทบเดินไม่ไหว’ สาวกร้านรุ่นพี่มากประสบการณ์คิดในใจ ลอบยิ้มพึงพอใจอยู่ลึกๆ

“โป้ป... เร็วสิ เข้ามาในตัวพี่” เธอเว้าวอนราวเด็กขอของเล่น

ชายหนุ่มส่งนิ้วสอดใส่เข้าไปก่อนจนมิด หมุนวนจนร่างสาวบิด ก่อนมืออีกข้างจะจับท่อนเอ็นแข็งร้อนเสือกเสยเข้าไปอย่างช้าๆ เธออ้าขาตอบรับ และขยับส่ายสะโพกรอต้อนรับท่อนลำอันยิ่งใหญ่ของหนุ่มน้อย

“โอ... ดีเหลือเกิน” เธอครางพึงพอใจ

ระหว่างท่อนใหญ่ทะลวงลึก เขาใช้นิ้วมืออีกข้างเกลี่ยตุ่มติ่งน้อยๆ นั้นสลับเคล้นคลึงจนน้ำหวานล้นทะลักออกมา เจ้าหล่อนตอบสนองเขาเป็นอย่างดี ร่องหลืบลื่นไปด้วยน้ำหวานสวาทที่เขาปลุกเร้า เขาเบียดตัวเขาลึกเข้าไป ขยับไปตามจังหวะเนิบช้า รางเพลงบรรเลงเปียโนเพื่อผ่อนคลาย เขาบังคับจังหวะรุกล้ำเร็วและแรงขึ้นอีก แรงขึ้นอีก สองร่างขยับโยกประสานกันจนตัวโยน

“อื้อ...” เธอจุกแทบแตกปริ เขายิ่งใหญ่และแข็งแรงเกินกว่าคาดไว้มาก

“อืม...” หนุ่มน้อยครางกระหึ่มเป็นจังหวะ เขาแรงเยอะมาก เธอร้องครางไม่เป็นภาษา ทั้งสนุกหฤหรรษ์และหวาดเสียวไปหมดทั้งร่าง ทั้งสองควบขยับเข้าหากันแล้วกันจนสุขสมไปหลายครั้งหลายครา ความร้อนแรงไม่มีแผ่ว เหมือนได้ขึ้นสวรรค์และโบยบินอยู่บนสายรุ้งแห่งความสุข ชีวิตนี้สาวเจ้านักร้องสาวไซด์ไลน์ไม่คาดคิดเลยว่าเด็กหนุ่มมัธยมเพื่อนบ้านที่ภายนอกดุจะธรรมดาไปบ้าง แต่ดูนานๆ เขาหน้าตาดีใช้ได้ พอได้เห็นเนื้อในยามเขาเปลือยเปล่าเธอแทบละลาย ไม่คิดว่าเด็กหนุ่มคนนี้จะทำรักได้อย่างเร่าร้อนถึงพริกถึงขิงเป็นที่ถูกใจได้จัดจ้านถึงขนาดนี้!

ตอน 3

พราวขับรถญี่ปุ่นคันเล็กของตนมาถึงที่พัก ก่อนที่จะจอดรถของหล่อนไว้ในบริเวณที่จอดรถ หลังจากดับเครื่องยนต์ ก็ห้ามไม่ได้ที่จะถอนหายใจออกมาอย่างเหนื่อยล้าแทบขาดใจ เหนื่อยสายตัวแทบขาดเป็นอย่างนี้เองสินะ พราวนั่งพักเหนื่อยครู่หนึ่งในรถอย่างนั้นเงียบๆ สมองก็พลันคิดว่าเธอขยันทำงานมากเกินไปหรือเปล่า ทำงานไม่มีหยุดหย่อน ทำงานชนิดเอาเป็นเอาตายแทบจะไม่มีเวลาส่วนตัวให้ความสุขกับตัวเองเอาเสียเลย จะว่าไปทุกวันนี้ในโลกของการทำงานนั้นมีการแข่งขันสูงมากกว่าจะได้ลูกค้าแต่ละรายเรียกได้ว่าเลือดตาแทบกระเด็น แน่นอนว่าหากเธอต้องการสำเร็จมากกว่าคนอื่น เธอก็จำเป็นต้องทำมากกว่าคนอื่น ขยันมากกว่าคนอื่น คิดได้นั้น พราวก็สูดหายใจเข้าลึกๆ แล้วพูดปลุกกำลังใจให้ตัวเอง

“สู้นะพราว... อีกไม่นานก็สบายแล้ว”

พราวก็เป็นสาวออฟฟิศธรรมดาๆ ทั้วไป แต่นอกจากงานประจำแล้ว เธอก็ยังต้องทำงานพิเศษเป็นผู้ช่วยตรวจบัญชีให้กับสำนักงานแห่งหนึ่งในตอนกลางคืน ในทุกๆ วันเธอจะหอบงานบัญชีกลับมาที่บ้าน ภาพนี้คนเป็นน้องชายของเธอก็เห็นจนชินตา และคงเพราะสิ่งนี้ด้วยละมัง เขารู้ว่าพี่สาวทำงานหนัก จึงตั้งใจเรียน หัวดี และงานกิจกรรมก็เก่ง จะว่าไปน้องชายของเธอก็เก่งรอบด้าน ทำให้พราวหายห่วงอยู่มาก จะติดนิดเดียวก็เพียงด้วยความหล่อ เก่ง รู้ความครบสูตรของน้องชาย ก็ดึงดูดให้สาวๆ ต่างมารุมล้อมหว่านเสน่ห์ให้น้องชายของเธอ

แต่ถึงกระนั้นเธอก็ไว้ใจคนเป็นน้องชายว่าเขาก็โต มีความคิดของตนเอง ก็คงไม่ทำให้พี่สาวอย่างเธอเสียใจแน่นอน อีกอย่างเด็กผู้ชาย อย่างไรก็ไม่เสียหาย

พราวกลับมาในเวลาหัวค่ำของทุกๆ วันถือเป็นปกติ จะว่าไปคืนนี้ถือว่ากลับเร็วเสียด้วยซ้ำเพราะว่าคืนนี้ไม่ต้องไปรับงานกับลูกค้า เพราะอีกฝ่ายโทรมาบอกว่ายังไม่ต้องไป เพราะยังไม่มีงานเพิ่มเติมจากงานที่รับมาแล้วเมื่อคราวก่อน ทำให้หล่อนตระเวนหาลูกค้าจากบัญชีรายชื่อที่เตรียมไว้

วันนี้พราวหาลูกค้าใหม่เพิ่มมาได้สองราย เธอเพิ่งจะได้รับตำแหน่งหัวหน้าเขตตอนปลายเดือนนี้เอง บางทีคงจะเลิกทำงานพิเศษมุ่งหน้าทำงานประจำ ดูแลลูกทีมในแผนกและน้องๆ เด็กฝึกงานให้ประสบความสำเร็จ

หญิงสาวเปิดประตูลงจากรถ ก่อนขึ้นห้องพัก เจ้าหล่อนตัดสินใจแวะร้านสะดวกซื้อที่ตั้งอยู่ใต้ตัวอาคาร มองหาของกินและซื้อติดมือก่อนขึ้นไปบนห้อง

ไม่แน่ใจน้องชายกลับมาหรือยัง เพราะตอนที่โทรเข้ามา เด็กหนุ่มบอกไม่แน่หลังซ้อมดนตรีเสร็จจะไปเตะบอลต่อ

หล่อนรู้จากน้องชายว่ามีผู้สนับสนุนให้จัดคอนเสิร์ตเล็กๆ เพื่อไลฟ์สดทางช่องยูทูปและเฟสบุค เพื่อเปิดให้ผู้ชมในโลกออนไลน์โดเนทเข้ามา เธอเห็นว่าในยุคนี้คนทำกันเยอะและก็ไม่ได้ผิดอะไร เป็นความสมัครใจของผู้ชม หากว่าชมการแสดงแล้วมีความสุขและอยากจะตอบแทนก็โดเนทได้ พราวเองก็รู้ว่าน้องชายเองก็คงคิดดี อยากแบ่งเบาภาระของพี่สาวจึงคิดหารายได้จึงไม่ขัดอะไร แถมยังให้กำลังใจน้องชายอย่างจริงใจ...

เพราะพ่อกับแม่จากไปอย่างไม่มีวันกลับ น้องชายของพราว จึงเป็นครอบครัวเพียงคนเดียวที่เหลืออยู่ และเธอตั้งปณิธานว่าจะดูแลน้องชายคนเดียวคนนี้อย่างดีที่สุด เผื่อว่าวันใดถึงเวลาที่ต้องจากโลกนี้ไป หากได้พบพ่อกับแม่ในโลกหน้าเธอจะได้เล่าสู่ฟังว่า หลังจากที่พวกท่านจากไปแล้ว เธอทำหน้าที่ผู้ปกครองและดูแลน้องชายเพียงคนเดียวคนนี้อย่างดีที่สุด หวังใจว่าพ่อกับแม่เองก็คงไม่ผิดหวังและภูมิใจในตัวเธอและน้องชาย

“กินอะไรหรือยังนะ... ซื้อไปติดตู้เย็นไว้ดีกว่าเผื่อเจ้าแสบหิว” หญิงสาวคิดไปพลางพึมพำกับตัวเอง พราวก็เป็นแบบนี้ล่ะ เห็นอะไรน่ากิน น่าอร่อย หรือแม้แต่อาหารที่น้องชายชอบกิน เธอก็จะนึกถึงน้องชาย ซื้อติดไม้ติดมือเข้าบ้านเป็นประจำ ยิ่งเด็กวัยรุ่นผู้ชายกินจุ กินเก่งอีกด้วย เธอจึงซื้อของกินหิ้วพะลุงพะลัง

บ่อยครั้งที่เธอเลิกงานมาก็พบเห็นน้องชายซ้อมดนตรี บ้างก็ไลฟ์สดเล่นดนตรีและร้องเพลงผ่านช่องทางออนไลน์ เธอเองแอบภูมิใจอยู่ลึกๆ ในเมื่อน้องชายรักที่จะก้าวไปในเส้นทางสายนี้เธอก็สนับสนุน ขอเพียงอย่าทิ้งเรื่องเรียน เจ้าหล่อนไม่หวังอะไรมากมายเลย เธอเพียงอยากให้น้องชายเรียนให้จบระดับปริญญาตรีอันเป็นพื้นฐานทั่วไปเธอก็พอใจแล้ว จะทำกิจกรรมอะไรหนักหน่วงแค่ไหนเธอไม่ว่า หากคอยสนับสนุนด้วยซ้ำ ขอเพียงอย่าเสียการเรียนหลักก็พอ เพราะถึงอย่างไรการศึกษาจะทำให้เขาประสบความสำเร็จยิ่งๆ ขึ้นไป ท้ายที่สุดแล้วก็เพื่ออนาคตของน้องชายของเธอเองทั้งนั้น

ระหว่างขึ้นลิฟต์มาหยุดที่ชั้นของห้องพัก ร่างบางก้าวเดินตรงไปยังห้องพักขณะคิดเรื่องน้องชายอยู่เพลิน แต่แล้วเมื่อเดินมาถึงหน้าห้องเพียงเท่านั้น คนเป็นพี่สาวก็ต้องชะงักไปครู่หนึ่ง เมื่อเห็นประตูเปิดออกมาอย่างฉับพลัน แล้วมีผู้หญิงคนหนึ่งก้าวออกมาในสภาพสวมใส่เสื้อผ้าที่จัดว่าดูไม่เรียบร้อยนัก

ภาพที่เห็นทำให้คิดดีไม่ได้จริงๆ

เมื่อหญิงสาวผู้มาเยือนมองเห็นพราวก็ถึงกับหยุดชะงักเช่นกัน ใบหน้าเจ้าหล่อนซีดเผือดลงไปอย่างเห็นได้ชัด ราวกับว่าเด็กที่กำลังทำอะไรผิดแล้วจู่ๆ ก็ถูกจับได้ เธอก็กลัวพราวจะรู้เหมือนกันว่าเธอมาที่นี่เพื่ออะไร

เมื่อมองไปเห็นพี่สาวของเด็กหนุ่มเลือดร้อนและมีลีลารักที่หล่อนบอกว่าประทับใจจนต้องวานให้เขาช่วยสงเคราะห์อีกครั้งกระมังยกเว้นตอนที่ผัวของหล่อนจะกลับมาจากการขับรถออกต่างจังหวัด เธอจึงตั้งสติแล้วเอ่ยทักทาย

“พี่พราวเพิ่งจะกลับมาเหรอคะ?”

“จ้ะ... ว่าแต่มีอะไรหรือเปล่าจ๊ะ เข้ามาถึงที่พัก?”

พี่สาวระแวงแต่ไม่พูดอะไรมากนัก และไม่ถามอีกฝ่ายสักคำทำไมไม่เห็นออกไปร้องเพลงเช่นทุกคืนที่ผ่านมา ที่จะเปิดประตูเข้าไปพบน้องชายเปิดประตูห้องนอนของเขาออกมาบางอย่างผิดปกติหญิงสาวไม่พูดอะไรมากไปกว่าถามน้องชายว่า

“ทานอะไรหรือยังจ๊ะ?”

“ยังครับ”

“อืม...”

“ว่าแต่พี่พราวล่ะครับ ยังไงจะลงไปซื้อมาให้”

“คงไม่ต้องหรอก พี่ยังไม่หิวน่ะ”

“ครับ”

“โป้ปหิวก็ลองดูๆ ของกินพวกนี้พี่ซื้อขึ้นมานะ พี่เก็บเข้าตู้เย็นไว้ให้แล้ว แต่ถ้าไม่ชอบจะลงไปหาอะไรทานเองก็แล้วแต่นะจ๊ะ” คนเป็นพี่สาวบอก

“เออ...พี่พราวครับ”

คนเป็นพี่สาวยิ้มอ่อน “ว่าไงจ๊ะ มีอะไรหรือเปล่า.... หรือจะมีปัญหาในเรื่องต่อเพลง”

“เปล่าครับ ผมพี่จะถามงานของพี่เป็นยังไงบ้างครับ?”

“ก็ไม่เลวจ้ะ วันนี้ก็ได้ลูกค้าเพิ่มมาตั้งสองรายเลยนะ ดีใจกับพี่ไหม?”

“แน่นอนสิครับ ผมต้องดีใจกับพี่พราวอยู่แล้วครับ”

“ขอบใจจ้า ก็เรามีกันแค่สองคนพี่น้องนี่นา” หญิงสาวเอ่ย

“แต่ผมว่าพี่พราวดูเหนื่อยๆ นะครับ ช่วงนี้พี่พราวทำงานมากเกินไปหรือเปล่าครับ” น้องชายคนนี้สังเกตและใส่ใจพี่สาวของเขาอยู่เสมอ และทำตัวดีมาโดยตลอด เรียนดี กีฬาเด่น เป็นกิจกรรมแถมหน้าตาดีอีกต่างหาก จะว่าไปถ้าจะเสียก็คงเรื่องผู้หญิง แต่เขาขออกตัวก่อนนะว่า เขาไม่เคยเป็นฝ่ายเข้าหาผู้หญิงก่อนเลยสักราย เพราะความหล่อเหลาเสน่ห์แรงของเขาเองที่ดึงดูดสาวๆ เข้ามาไม่ซ้ำหน้า

“ก็ใช่... พี่ก็เหนื่อยนิดหน่อยแหละจ้ะ งั้น...พี่ขอตัวไปอาบน้ำแล้วนอนเลยดีกว่า” เธอว่าพลางจะเดินตรงไปที่ห้องส่วนตัวอย่างเรียบเรื่อย

“ครับ อาบน้ำก็ดีฮะ จะได้ผ่อนคลายขึ้นครับ”

“จ้ะเจ้าน้องชาย.... เอ้อ ถ้ามีใครโทรเข้ามาแล้วขอสายพี่ ถ้ารับสายแทนพี่ได้ ก็ช่วยบอกปลายสายด้วยนะว่าพี่จะโทรกลับพรุ่งนี้ก็แล้วกันนะจ๊ะ” พราวทิ้งท้ายถือเป็นการฝากความให้คนเป็นน้องช่วยเป็นธุระให้เธอหน่อย ตอนนี้เหนื่อยมาก อยากพักผ่อนเต็มที่แล้ว

“ครับ ยังไงผมว่าผมจะหาอะไรขึ้นมาเผื่อพี่ด้วยดีกว่านะครับเผื่อพี่หิวตอนดึก”

“ตามใจจ้ะ แต่พี่ก็ซื้อของกินมาบ้างแล้วนะจ๊ะ... นี่หาเรื่องอยากลงไปเดินเล่นสินะ” พราวมิวายสับหยอกน้องชาย

“ครับ... ก็พี่พราวไม่อยู่ผมก็ขลุกอยู่แต่ในห้อง พอพี่กลับมาผมก็อยากลงไปสูดอากาศบ้างนี่ครับ”

“จ้า...” พี่สาวรับคำ แต่หยุดนิดหนึ่งก็ตัดสินใจเอ่ยถามน้องชาย

“โป้ป... ตะกี้…....”

“มีอะไรหรือครับ?”

“ยายผู้หญิงคนนั้นเข้ามาทำอะไรในห้องเราหรือจ๊ะ?”

คนเป็นน้องชายตกใจ “พี่ผู้หญิงคนนั้น... พี่หมิวเพื่อนบ้านเราใช่มั้ยฮะที่พี่พราวหมายถึง” ปริญญ์ทำหน้านึก ตีเนียนเฉไฉ ก่อนพูดต่อ “พี่เค้าเข้ามาขอยาแก้ปวดน่ะครับ พี่เขาบอกว่าปวดท้องเมน เลยคิดว่ามาถามที่นี่เผื่อพี่พราวจะมียาน่ะฮะ” น้องชายตอบ

“แล้วเรารู้ด้วยหรือว่าพี่เก็บยาไว้ที่ไหน... แล้วยาแก้ปวดท้องเมนหน้าตาเป็นยังไงน่ะ?” พี่สาวซอกแซกถามอีก

“ตู้ยาสามัญประจำบ้านเรามีนี่ครับ” เขารีบพูดก่อนชิ่งเปิดประตูออกไปอย่างรวดเร็ว และบ่จะลงไปข้างล่างที่สาวเรียกไว้เสียก่อน

น้องชายมองหน้าพี่สาวพยายามวางหน้าสงบเพื่อกลบเกลื่อนไม่ให้พี่สาวจับได้ ถ้าพี่สาวรู้ว่าก่อนนี้เขาทำอะไรกับสาวๆ พวกนั้น... เขาตายแน่!

ก็เขามีอะไรกับผู้หญิงถึงสองคนในวันเดียวกัน แถมเวลาไล่เลี่ยกันในห้องนอนของเขาเองอีก และผู้หญิงหนึ่งในนั้นพี่สาวก็สั่งห้ามนักห้ามหนาว่าอย่าเข้าไปยุ่ง ข้องแวะเป็นอันขาด

ทั้งสาวน้อยบริสุทธิ์และสาวใหญ่ผัวหนี...

คนแรกไม่เท่าไหร่เพราะโสด แต่ผู้หญิงอีกคนนี่สิ น่าหวาดเสียว เพราะเจ้าหล่อนเป็นเมียชาวบ้าน ต่อให้บอกว่าตอนนี้โสดผัวหนี หล่อนเลิกผัวแล้วก็เถอะ เขาก็แบ่งรับแบ่งสู้ว่าจะเชื่อดีหรือเปล่า ทั้งที่รู้ว่ามันผิด แต่เขาก็ไม่ได้เป็นคนเริ่มก่อนนี่นา ผู้หญิงมาประเคนให้ถึงห้อง เขาก็ไม่อยากขัดศรัทธา แต่เขาก็สัญญากับตัวเองว่าจะไม่ยุ่งกับผู้หญิงของคนอื่นอีกแล้ว ไม่อยากซ้ำรอยบาป แต่สาวน้อยน้ำตาลเขาขอยกเว้นก็แล้วกัน เพราะเขาชัดจะติดใจเข้าแล้วสิ...

หรือบางที... นี่อาจจะเป็นเดสตินี่ของเขา พรหมลิขิตบันดาลชักพา จะว่าอย่างนั้นก็คงจะได้

อ้อยเข้าปากช้าง จะคายออกได้อย่างไรกัน เขาไม่ใช่คนโง่ แต่ต่อไปเขาคงจะต้องควบคุมอารมณ์ตัวเองไว้เหมือนกัน ไม่ให้ลื่นไหลไปกับผู้หญิงทุกคนโดยเฉพาะผู้หญิงที่มีพันธะกับผู้ชายอื่น

วันต่อมา...

“พี่โป้ปคะ...” เสียงเรียกจากน้ำตาล สาวรุ่นน้องที่แวะเวียนมาหาเขา สาวเจ้าโผเข้าสู่อ้อมกอดของฝ่ายชายในทันที เมื่ออีกฝ่ายเปิดประตูให้ ทั้งสองหนุ่มสาววัยรุ่นร้อนแรง ต่างฝ่ายต่างก็ช่วยกันปลดเปลื้องเสื้อผ้าของกันและกัน จนร่างของคนทั้งสองเปลือยเปล่าและต่างก็รุ่มร้อนอย่างเต็มเปี่ยมไปด้วยอารมณ์ใคร่

ก่อนที่ทั้งสองจะอิงแอบแนบชิดให้เกิดไฟตัณหาขึ้นอีกหลายต่อหลายครั้ง และก็เป็นอย่างนั้นทุกครั้งที่ชายหนุ่มไม่ได้ไปซ้อมดนตรี แต่มาคั่วบ่มกันสองต่อสองแบบนี้อยู่เสมอ

“กอดน้ำตาลหน่อยสิคะ ทำไมให้ผู้หญิงกอดอยู่ฝ่ายเดียว” หญิงสาวพ้อ ชายหนุ่มปิดประตูสนิท แล้วหมุนร่างน้อยเข้าไปในห้องนั่งเล่น เขาจับบ่าบอบบางของหญิงสาวออกเพียงเล็กน้อย เพื่อจะได้มองใบหน้าสดใสนั้นได้ถนัดชัดเจนยิ่งขึ้น

“กำลังจะกอดแล้วครับ”

“พี่โป้ปรู้มั้ยคะ... กว่าน้ำตาลจะมาหาพี่ได้ น้ำตาลจะต้องลักลอบหนีคนขับรถของคุณหญิงแม่เพื่อมาหาพี่โป้ปให้ได้เลยนะคะ... รู้มั้ยน้ำตาลต้องเหนื่อยแค่ไหน?” น้ำตาลพ้อเสียงอ้อนจนคนฟังได้ยินแล้วนึกสงสาร อยากจะฟัดแรงๆ เพื่อเป็นการปลอบโยน

“แล้วน้องน้ำตาลคนสวยเหน็ดเหนื่อยมากแค่ไหนกันละครับ” ชายหนุ่มถาม น้ำเสียงเอาใจใส่ คนถูกถามช้อนสายตามองมาอย่างออดอ้อน

“มากเลยล่ะ”

“เหนื่อยตรงไหนบ้างน้า?”

“เหนื่อยไปหมดทั้งตัวเลย”

“งั้น... ไหนดูซิ จะช่วยให้หายเหนื่อย”

“อ้า... พี่โป้ปจะทำอะไร!?!” เขาคว้าร่างเล็กมาโอบเอวเอาไว้แน่น รวบร่างน้อยเข้าแนบลำตัวเขา

“พี่โป้ป...”

“ครับ”

คิดถึงน้ำตาลมั้ยคะ?” ถามเสียงอ้อน มองมาด้วยสายตาเว้าวอน

“คิดถึงครับ” ตอบอย่างเอาใจ ความจริงเขาก็คิดถึงมากๆ

“จริงหรือคะ?”

“จริง”

“คิดถึงแค่ไหน...”

“มาก... คิดถึงมาก”

“ไม่เห็นเชื่อเลย”

“งั้นจะทำให้เชื่อนะ... ว่าคิดถึงมาก” พูดแล้วก็ใช้มือหนาประคองสองแก้มนุ่มของหญิงสาวเอาไว้ก่อนก้มลงบดจูบลงมา ริมฝีปากของเขาแนบลงกับกลีบปากนุ่มชุ่มฉ่ำของเด็กสาว ทำเอาเธอเคอะเขินเจือเงอะงะอย่างไม่ประสีประสา เขาเบียดริมฝีปากแนบแน่นก่อนละเลียดลิ้มชิมริมฝีปากสีหวาน ก่อนสอดลิ้นร้อนพลิกเข้าไปในโพรงปากสวยอย่างเบาแผ่ว

“อื้อ...” เขาดูดกลีบปากเล่น ก่อนบดจูบอย่างเชื่องช้า ค่อยๆ พาเธอไป ริมฝีปากนุ่มละมุนของหญิงสาวให้รู้สึกดีแทบคลั่ง มันช่วยปลุกเร้าเขาและยิ่งความไม่ประสีประสาของเด็กสาวก็ยิ่งผลักดันให้เขายิ่งเปี่ยมล้นไปด้วยไฟปรารถนา

กลิ่นหอมหวานของสาวน้อยในอ้อมกอดช่างปลุกเร้าและทำเขาแทบบ้าคลั่ง มือหนาลูบไล้จากเอวเล็กลูบช้าๆ ไล่ลงไปยังสะโพกมน แม้มีเนื้อผ้าของมินิสเสกิร์ตคั่นสัมผัสเอาไว้แต่ก็ไม่ได้ทำให้พลังปลุกเร้าลดน้อยลงเลย เขาเคล้นคลึงแก้มเนื้ออย่างเป็นจังหวะ ขณะจูบร้อนแรงปลุกเร้านัวเนียพัลวัน มือหนากร้านก็ลูบไล้ต้นขาขาวนวลแล้วสอดเข้าใต้กระโปรงสั้นสัมผัสถึงเนื้อผ้าลูกไม้นุ่มต่อสัมผัสหากกำลังเปียกแฉะ

เขาเกี่ยวขาสาวพาดกายเขาก่อนสอดนิ้วลากไล้ผ่านร่องกางเกงชั้นในที่เปียกชื้นอย่างช้าๆ

“เปียกแล้วนะ..” เสียงเขากระซิบเซ็กซี่

“อ๊ะ... พี่โป้ป”

“อยากแล้วเหรอ?”

“...”

“ไม่ตอบเหรอ... พี่ล้วงนะ”

“อ๊ะ” เด็กสาวสะดุ้งเฮือกเมื่อเขาไม่ทันฟังเสียงตอบ

หากรุกล้ำนิ้วแกร่งเข้ามาใต้แพนตี้ลูกไม้ของเธอ กลีบเนื้อนวลอูมรู้สึกได้ถึงมือร้อนกร้านวางทาบลงมา ก่อนเกลี่ยนิ้วสอดแทรกผ่านน้ำเชื่อมหวานเข้ามาหาสะกิดติ่งเล็กๆ กลางกายสาวจนเธอผวาเฮือก

“อ๊ะ... พะ.. พี่โป้ป”

“ลื่นดีจังเลย... พี่ชอบเรานะ”

“น้ำตาลเสียว...”

“เสียวตรงไหน...”

“อื้อ... ไม่เอา น้ำตาลไม่พูดหยาบนะ” รู้ตัวเลยว่าแก้มร้อนวูบวาบ

“ไม่พูดก็ไม่พูด...” ชายหนุ่มครางกระซิบ เด็กสาวยืนไม่ไหว คล้องคอเขาเพื่อให้ร่างยังทรงตัวได้

“มาหาพี่ใส่แบบนี้มาอีกนะ”

“ชอบกระโปรงน้ำตาลเหรอคะ?”

“ครับ”

“ทำไมเหรอ... อ๊ะ”

“ล้วงง่าย...”

“อื้อ...” เธอสะดุ้งเมื่อเขาเกลี่ยนิ้ววนบนติ่งเสียวของเธอ ปาดไล้เบาๆ สลับบดบี้จนเธอเกร็ง เธอยืนโยกตัวไปมาเพราะไม่มีแรงจะยืน

“พี่จะบดให้น้ำตาลเสร็จคามือพี่...”

“อื้อ... น้ำตาลเสียว”

“ชอบหรือเปล่า?”

“ชะ... ชอบ” สาวน้อยตอบเสียงหอบ

“อยากเสร็จคามือพี่... หรือเสร็จคาปากพี่ดี”

“อื้อ... มะ... ไม่นะ น้ำตาลไม่ไหวแล้ว อ๊า...”

เขาก้มลงไซ้ซอกคอสาว มันทั้งขาวทั้งหอม อยากรู้แล้วว่าเธอจะหอมไปทั้งตัวไหม แล้วตุ่มติ่งจะหวานมากแค่ไหน ชายหนุ่มคิดก็เลียริมฝีปากอย่างพยายามกลั้น

เขาขยับนิ้วเร็วขึ้นอีก และแรงยิ่งขึ้นอีกจนสาวน้อยยืนเกร็ง น้ำหวานใสวาวเต็มนิ้วเขา เธอสะดุ้งเกร็งสองสามที

“เสร็จมั๊ย...”

“อือ... ค่ะ”

“ชอบหรือเปล่า...”

“ชอบค่ะ ตาลไม่ไหวแล้ว...”

เขาอุ้มร่างน้อยขึ้นเดินตรงไปยังห้องนอนส่วนตัวของเขา แผ่นหลังร่างเล็กราบลงกับผืนเตียงนุ่ม เขานอนทาบทับลงมา

เขาแทรกร่างกลางหว่างขาของเธอ มือหนากร้านผลักขาเรียวขึ้นเหนือบ่าเขา

“พี่โป้ป... จะทำไมคะ?”

เขาสูดดมรับกลิ่นกายสาวบนผ้าลูกไม้บางที่ตอนนี้เปียกชื้นไปหมด เขาบดหน้าลงกันผิวสัมผัสอ่อนนุ่มอย่างเป็นเจ้าข้าวเจ้าของ

“พี่โป้ป...”

เขาเกี่ยวแพนตี้น้อยหลบไปอีกด้าน มันเปียกมากหากเขาก็ไม่อยากจะถอดมัน เขาได้อารมณ์ที่จะเห็นมันอยู่รำไรระหว่างเขาลิ้มเลียเกสรดอกไม้

“อ๊ะ...”

เขาแตะลิ้นร้อนลงกลางกายสาวจนเธอสะดุ้งเฮือก หายใจหอบรวยรินคล้ายคนเป็นไข้

“ยะ... อย่านะ ตรงนั้นไม่ได้”

“ทำไมไม่ได้”

“ไม่...”

“พี่ชอบตรงนี้ที่สุด...”

“อื้อ... มะ... ไม่นะ”

“พี่ขอกินนะ... “

“น้ำตาลเสียว”

“อา... พี่ชอบที่น้ำตาลเสียวนะครับเด็กดี”

“อื้อ....” เขาส่งปลายลิ้นแยงเข้าไปกลางเร้นหลืบนั้น ก่อนโลมเลียกลีบอูมฉ่ำหวานอย่างใจเย็น ร่างน้อยดิ้นรนทรมานอย่างแสนจะต้าน

มือใหญ่กร้านสอดใต้เนื้อสะโพกก่อนยกขึ้น ทำให้เขาโจนจ้วงดูดดื่มเธอได้ง่ายยิ่งขึ้น

“อา...”

“พี่จะให้เราเสร็จ”

“อ๊ะ น้ำตาลไม่ไหวแล้ว”

หญิงสาวหูอื้อตาลาย รู้สึกถึงตัวเบาหวิวและกำลังลอยสูงขึ้นๆ และแทบคลั่งกับการปรนเปรอจากลิ้นเขา เพียงไม่นานพายุก็สงบลง เธอเกร็งไปหมดทั้งตัว ชาไปทั่วทั้งแกนกลางกายสาวหากก็รู้สึกดีอย่างประหลาด เมื่อลืมตาขึ้นมาก็มองเห็นชายหนุ่มของเธอโน้มเข้ามาใกล้และประทับจูบลงที่หน้าผาก

“พี่ขอเข้าไปนะครับ...”

“ได้ค่ะ” หญิงสาวตอบเสียงอู้อี้ ยังฟื้นพลังมายังไม่ได้ก็ต้องรับมือกับความยิ่งใหญ่อลังการของเขาอีกแล้วหรืออย่างไร

“อ๊ะ” ร้องอุทานเมื่อเขาแทรกท่อนร้อนแกร่งรุกล้ำเข้ามา เธอขยับร่างน้อยๆ เพื่อตอบรับเขา ก่อนที่ทั้งสองหนุ่มสาวจะเริ่มขยับจังหวะทีละน้อยอย่างช้าๆ

“เจ็บหรือเปล่า?”

“ค่ะ.น้ำตาลอึดอัด”

“แล้วน้ำตาลจะชินเองนะครับ”

“เบานะคะ น้ำตาลเจ็บ อื้อ...”

“พี่จะเบาๆ นะ”

“อื้อ...” ร้องครางมือก็จิกลงสุดแรงที่ลำแขนแข็งแรงของเขา จากนั้นไม่นานก็เหมือนทั้งสองร่างจะขยับโยกจังหวะเร็วยิ่งขึ้นๆ จนเตียงสั่นไปหมด กว่าเสียงการเสียดสีจะสงบลงก็กินเวลานานพอสมควร

กลับมาที่คฤหาสน์

น้ำตาลจิกปลายเท้าลงบนพื้นและค่อยๆ ทิ้งน้ำหนักตัวลงไปราวว่ากำลังฝึกวิชาตัวเบา ค่อยๆ ย่องเดินด้วยปลายเท้าน้อยๆ เข้าบ้านหลังใหญ่ เมื่อแง้มเปิดประตูเข้ามาภายในบ้านอย่างเงียบๆ เธอเดาว่าเวลานี้คุณหญิงแม่คงนอนหลับอยู่บนห้องนอนเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

“วันนี้ไปเรียนภาษามาหรือเปล่า?” คำถามของมารดาทำให้เด็กสาวสะดุ้งโหยงเมื่อกลับเข้าบ้านในเวลา 20:00 น.

“น้ำตาลไปเรียนมาแล้วค่ะคุณแม่ คุณแม่ถามทำไมหรือคะ?” เด็กสาวสะดุ้ง ตัวชาวาบไปหมดทั้งเนื้อทั้งตัว หันไปมองหาคนต้นเสียงที่ไม่มั่นใจว่านั่งซ่อนตัวอยู่ตรงไหน เพราะไฟปิดมืด สงสัยแม่ต้องวางแผนเอาไว้แล้วล่ะว่าจะดักรอสอบสวนเธอตอนนี้ ทำไงดีล่ะที่นี้ หญิงสาวคิดสับสนในสมอง

“แกแน่ใจหรือเปล่า... หา บอกความจริงมาซะดีๆ น้องลูกดื้อ นังเด็กไม่รักดี” คนเป็นแม่เสียงดัง ครานั้นสวิตซ์ไฟก็เปิดขึ้น ความสว่างวาบผุดขึ้นฉับพลัน น้ำตาลถึงกับเหงื่อตก เสื้อบริเวณกลางหลังเปียกชุ่มไปด้วยเหงื่อที่ผุดพรายขึ้นมาด้วยความตระหนกตกใจ

“แน่ใจสิคะ ก็น้ำตาลไปจริงๆ นี่นา”

“ใช่แกไปจริง แต่พอคนรถกลับมาแกก็ไปที่อื่นน่ะสิ ใช่มั้ย?”

“คุณแม่!!!” เด็กสาวเรียกมารดาด้วยเสียงอันดัง ในใจคิดว่าล้มทำไมแม่ถึงระแวงเธอขึ้นมาได้ หรือว่าจะมีใครมารายงาน

คนเป็นแม่มองลูกสาวคนเล็กด้วยสายตากำราบ

“อย่าให้รู้นะว่าฉันส่งให้ไปเรียนภาษาแต่แกกลับใจแตก เถลไถลไปทำอย่างอื่นที่ไม่เหมาะไม่ควรนะ” คนเป็นแม่เตือนเสียงดุ

เด็กหญิงเกือบจะถอนใจเฮือก “โธ่.... คุณแม่ขา...”

‘แม่พูดแบบนี้... แสดงว่าคุณแม่ยังไม่รู้ความจริงสินะ...

‘โล่งอก’ น้ำตาลคิดในใจ

ยังไงก็ดีที่มารดาเข้าใจหล่อนหนีเรียนภาษาไปเที่ยวประเภทดูหนังฟังเพลงไม่ได้ไปประเคนความสาวให้ผู้ชายหน้าไหนเป็นแน่

มารดาไม่ได้ห่วงเรื่องมั่วเหล่านั้น ยิ่งโดยเฉพาะเรื่องยาเสพติด เพราะผู้เป็นแม่ทราบเป็นอย่างดีว่าเจ้าหล่อนไม่ยุ่งด้วยแน่ ถึงแม้ว่าจะมีเพื่อนๆ รุ่นราวคราวเดียวกันหลายคนหลงระเริงไปกับสิ่งเรื่องเหล่านั้นแน่ นับว่าเป็นเรื่องดีที่นางยังพอวางใจได้

เด็กหญิงใจเต้นแรงเพราะกลัวจะถูกจับได้ จึงรีบปลีกตัวขอขึ้นห้องตัวเองทันที ขณะเดินไปข้างบนห้องนอน เมื่อมองเห็นพอร์ช พี่ชายคนโตเปิดประตูห้องของเขาออกมา พี่พอร์ชเป็นข้าราชการระดับสูงของกระทรวงการคลังเชียวนะ พี่พอร์ชน่ะรูปหล่อพ่อรวย เป็นเจ้าของรูปร่างสูงใหญ่ สัดส่วนก็งดงามราวกับสุภาพบุรุษเดวิดเชียวล่ะ แถมมีสาวๆ เรียงหน้ามาขายขนมจีบไม่มีเว้นวัน แม่น่ะรักพี่พอร์ชมากๆ ด้วยเพราะเป็นคนเก่งมาตั้งแต่สมัยเรียนแล้ว พอโตขึ้นมาก็หน้าที่การงานดี ก็อย่างว่านะ ผู้หลักผู้ใหญ่ระดับกระทรวงเลยนี่นา เรียกว่าเป็นหน้าเป็นตาของวงศ์ตระกูลได้มากทีเดียว น้ำตาลคิดชื่นชมพอร์ช พี่ชายคนโต และมองพี่ชายด้วยสายตาแห่งความชื่นชม

“พี่พอร์ช!”

“ว่าไงน้ำตาลเด็กดื้อ.. ไม่ค่อยเจอกันเลยนะ พี่น้องบ้านเดียวกันแท้ๆ วันนี้ไปเรียนภาษามาล่ะสิ”

“ค่ะ” ตอบพร้อมพยักหน้าหงึกๆ

“เรียนถึงไหนแล้วล่ะพอจะพูดได้หรือยัง?”

น้องสาวยิ้มแก้เก้อ เพราะรู้แก่ใจว่าไปไหนมา ใจรู้สึกผิดบาปอย่างไรชอบกล แล้วก็เอาเรื่องการเรียนมาอ้างเพื่อจะได้ออกจากบ้านได้บ่อยๆ มาคิดๆ แล้ว ทำไมเธอนิสัยไม่ดีเลยนะน้ำตาล

“ก็... พูดได้นิดหน่อยค่ะ แต่ยังไงอย่าเพิ่งทดสอบกันตอนนี้เลยนะยังไงน้ำตาลแน่ใจก่อนโรงเรียนเปิดภาคมหาลัยเปิดเรียน ยังไงน้ำตาลก็จะต้องพูดคล่องระดับน้องๆ เจ้าของภาษาเลยล่ะค่ะ” น้องสาวตัวแสบพูดจาอวดตัวจนพี่ชายยิ้มพร้อมส่ายหัวช้าๆ อย่างนึกเอ็นดู

“ให้เก่งเถอะ ยังไงปิดภาคเรียนเทอมถัดไปพี่จะพาไปเที่ยวญี่ปุ่น”

“จริงเหรอคะ?” ท่าทีตื่นเต้นแววตาลิงโลด

“แน่ใจสิ ทำไมล่ะ?”

คนเป็นน้องหัวเราะแค้กๆ

“แน่ใจเหรอคะว่าต้องการจะพาน้องไปเที่ยวน่ะ ก็ไหนคุณแม่บอกพี่พอร์ชจะแต่งงานกับทายาทนักการเมืองในเร็วๆ นี้นี่คะ”

“เหลวไหลน่ะ คุณแม่อยากแต่งก็แต่งเองไปเถอะ”

"พี่เอวาสวยออกนะคะ ทายาทไฮโซนักการเมือง ดังออกค่ะเห็นออกข่าวหนุ่มๆ นี้ตอมหึ่งเลย”

“ตอมหึ่งนี่คนรึป่าวน้ำตาล?” เขาต้องอึ้งกับคำเปรียบเปรยของน้องสาว มิวายนึกขัน เด็กสมัยนี้ใช้ภาษาแปลกประหลาดจริงเชียว

“ก็คนสิคะ น้ำตาลก็หมายถึงเสน่ห์แรงน่ะค่ะ ถึงแม้จะไม่อยากจะคิดว่าเป็นเรื่องเหลวไหลนะคะ ยังไงพี่พอร์ชคงจะไม่ปล่อยให้พี่เอวาเธอเหงานานไปจนใครก็ว่าเธอหมดสิทธิ์จะปีนป่ายลงจากคานนะคะ”

“ว่าไปนั่น...คงคานอะไรกัน สวยขนาดนั้นคงไม่ต้องถึงมือพี่”

“แหม... ทำเป็นผู้ร้ายปากแข็ง อย่าให้เจอนะคะว่าควงกันไปเที่ยวที่ไหน”

“แหม... แซวพี่เก่งขึ้นเยอะเลยนะ งั้นพี่จะไปล่ะ ไม่อยากต่อคำน้องคนเล็กแล้ว”

“ไปไหนหรือคะ? ไปรับหวานใจเที่ยวราตรีใช่ไหมคะ?”

“แสนรู้จริงนะสาวน้อย อยากไปทำอะไรก็ทำไป ไม่ต้องมาแซวพี่” คนเป็นพี่ชายว่าแล้วก้าวยาวๆ ลงบันไดไปแล้ว น้องสาวมองตามยิ้มๆ และคิดถึงหนุ่มวัยรุ่นพี่ที่มีความสัมพันธ์ชนิดยากที่จะแกะออกจากกันง่ายๆ เด็กสาวก็สัญญากับตัวเองว่า ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น เจ้าหล่อนจะไม่ยอมให้ใครมาพรากความรักของตนกับชายหนุ่มเป็นอันขาด

“ผมจะออกไปข้างนอก” พอร์ชเอ่ยบอกมารดา

“จะไปบ้านหนูเอวาหรือไงกันจ๊ะลูกพอร์ช?”

“เปล่าครับ ผมจะไปหาเพื่อนมีเรื่องจะคุยด้วยเรื่องงานน่ะ”

“อ้าว แล้วนี่ไม่ยอมไปมาหาสู่หนูเอวานานแค่ไหนแล้วเนี่ย เห็นฝ่ายนั้นเฝ้าถามถึงเราตลอดเวลาเลยนะ”

“ยังไม่ว่างเลยครับแม่”

“แล้วเรื่องแต่งงานจะเอายังไง? อย่าให้ผู้หญิงต้องรอนานจนทนไม่ไหวถอนหมั้นทิ้งแกไปแต่งกับคนอื่นนะเจ้าพอร์ช!” มารดาเริ่มฉุนเอ่ยกระตุ้นเตือนเสียงเข้ม ฝ่ายหนึ่งรวย อีกฝ่ายก็เป็นนักการเมือง ถ้าได้ดองกันมันก็ดีในระยะยาว นางเองก็หมายมั่นปั้นมือกับลูกชายคนโตอย่างพอร์ช ส่วนเจ้าพิชญ์น่ะเหรอ ในสายตานางแล้ว พิชญ์เป็นลูกชังที่ไม่ได้เรื่องได้ราวอะไรสักอย่าง เลี้ยงเสียข้าวสุกไม่ได้เรื่องสักอย่าง ทำธุรกิจก็ล้มลุกคลุกคลานไม่เป็นโล้เป็นพายอะไรให้ภูมิใจเลย ผิดกันกับพอร์ชราวนรกกับสวรรค์ก็ไม่ปาน ลูกชายคนโตไม่เคยทำให้ผิดหวังเลยสักครั้ง แต่ติดอยู่อย่างเดียวก็เรื่องแต่งงานเป็นฝั่งเป็นฝา เพราะเขายังติดเพื่อนติดเที่ยวและติดสังสรรค์ตามประสาหนุ่มโสด คงหวงชีวิตโสดเป็นธรรมดาลูกผู้ชายนั่นล่ะ

“โธ่แม่ครับ ผมก็เคยบอกแล้วว่ายังไม่อยากแต่ง แม่ก็ยุผมเองนี่ครับ”

“เอ๊ะเรานี่! ทำไมชอบพูดจายียวนกวนใจแม่นักนะ เราน่ะจะเชื่อฟังแม่บ้างไม่ได้หรือไงหา?”

“แม่อยากแต่ง... ก็แต่งเองเสียเลยสิคร้าบ”

“เรานี่ แม่จริงจังนะพอร์ช แกควรเป็นฝั่งเป็นฝาได้แล้ว อีกอย่างหนูเอวาก็สวยเหมาะสมคู่ควรกับพอร์ชทุกอย่างนะลูก ความเหมาะสมรูปสวยรวยทรัพย์และเวลาอยู่กันสองคน ก็คนหนึ่งหล่อ อีกคนก็สวย คุณย่าเองก็ออกปากชมอยู่เสมอ พอร์ชคงจะเป็นหลานคนแรกที่หาสะใภ้ให้ถูกใจย่าและแม่” คุณหญิงเอ่ยแววตาพราว นางน่ะไม่ได้อยากได้ตัวลูกสะใภ้ใดนักหรอก แต่สิ่งที่อยากได้คือความมีหน้ามีตาและได้เชิดชูคอในวงสังคมชั้นสูงมากกว่าว่าได้เกี่ยวดองทองแผ่นเดียวกันกับตระกูลนักการเมืองมากอิทธิพล เพราะความเป็นปึกแผ่นของวงศ์ตระกูลก็จะยิ่งมั่นคงยิ่งขึ้นไปอีก

พอร์ชหัวเราะร่วน แต่เพียงครู่เดียวกลับต้องหยุดชะงักเมื่อสายตาปราดไปเห็นน้องชายฝาแฝดตัวดีที่เพิ่งจะกลับเข้ามาในบ้านด้วยสีหน้าเหนื่อยล้า สารรูปก็ดูไม่สมกับเป็นคนในครอบครัวเดียวกันเลย...

เขาส่ายหน้าให้น้องชาย สงสัยเพิ่งจะออกมาจากบ่อนแน่นอนหรือไม่ก็คลับบาร์สถานบันเทิงท่องเที่ยวยามราตรี เจ้าน้องชายคนนี้แท้จริงแล้วชอบความบันเทิง งานการไม่เคยดูแลด้วยตนเองสักวัน ลูกน้องแต่ละคนก็ลาออกหนีหายหัวกันไปหมด เขารู้สึกสมน้ำหน้าเจ้าน้องชายอย่างเจ้าพิชญ์ชะมัด สมัยเรียนพ่อก็บอกแล้วว่าให้ตั้งใจเรียน สานต่องานรับราชการเหมือนบิดาและคุณปู่ แต่เจ้าพิชญ์มันช่างไม่รักดีเอง ถึงตอนนี้จะเหน็ดเหนื่อยล้มลุกคลุกคลานมันก็คงเป็นชะตากรรมของมันเองนั่นล่ะ

“นายไปทำงานหรือไปทำอะไรกันแน่นะพิชญ์?” พอร์ชเอ่ยคนเป็นน้องพร้อมยิ้มหยัน

“ทำงานสิพี่พอร์ช พี่คิดว่าผมทิ้งงานให้คนอื่นจัดการแทนไปเสียทุกเรื่องหรือไงกันครับ”

“ก็คนอย่างนายเคยสนใจอะไรจริงจังบ้างหรือไง คนในบ้านพี่น้องจะเป็นยังไงก็ช่างเถอะ อย่างนี้เองน้องนาถถึงขออย่าแล้วหอบลูกหอบเต้ากลับต่างประเทศ ไปแต่งงานใหม่ ประกาศจนตายจะไม่ยอมให้ลูกกลับมาหาพ่อช่วยอย่างอื่นๆ อีกด้วย”

พิชญ์เงียบ... เขาไม่เอ่ยตอบพี่ชายที่อายุแก่กว่าเขาเพียงไม่กี่นาทีเพราะเป็นฝาแฝดที่ใบหน้าเหมือนกันเปะ อีกทั้งรูปร่างส่วนสูงก็ไม่ต่างกันเลย จะต่างก็เพียงลุคภายนอกจากการแต่งกาย อาจจะด้วยอาชีพหน้าที่การงานและสังคมแวดล้อม คนเป็นพี่ทำได้เพียงกระตุกยิ้มนิดนึง แล้วมองมารดาที่กำลังมองเขาอย่างสมเพช

ในสายตามารดา เขานั้นแตกต่างจากลูกชายคนโตคนโปรดที่ประสบความสำเร็จในหน้าที่การงานทางราชการ รูปหล่อหน้าที่การงานดีไม่มีที่ติ ที่มีข่าวจะได้เลื่อนยศตำแหน่งสูงขึ้นไปเพราะมีว่าที่พ่อตาที่นั่งเก้าอี้สำคัญในตำแหน่งทางการเมือง และคอยสนับสนุนผู้ที่จะเข้าไปเกี่ยวดองเป็นเขยขวัญ การให้การสนับสนุนจึงเป็นการปูทางไปสู่ฐานเสียงในการลงเล่นการเมืองในอนาคตอย่างไม่ต้องสงสัย

“แหงล่ะครับ... อย่างผมจะไปน่าภาคภูมิใจอะไรได้ พี่ก็อย่ามาสนใจชีวิตของผมเลย” หนุ่มพิชญ์พูดเหน็บ อย่างเขามันไม่ใช่ลูกรัก ทำอะไรก็ดูไม่ดีไปเสียหมดในสายตาของมารดา แถมพี่น้องฝาแฝดที่เหมือนกันก็แค่เพียงหน้าตา แต่นิสัยแตกต่างกันลิบลับระหว่างเขากับพี่ชาย มองปราดดียวก็แตกต่างราวฟ้ากับดิน แถมแม่ไม่รักเขา เป็นตัวร้ายของครอบครัวมาตั้งแต่ลืมตาดูโลก ทำอะไรใครเขาจะไปสนใจได้

“วะไอ้นี่ ฉันเป็นพี่แท้ๆ ของแกนะ เห็นแกนอกลู่นอกทางก็เตือนบ้างไม่ได้เลยหรือไง”

“ปล่อยน้องมันเถอะพอร์ช ไอ้ลูกไม่รักดีคนนี้ เสียเวลาเปล่า” มารดาเสริม

“โธ่... แม่ครับ ดูสารรูปพิชญ์มันสิฮะ ตั้งแต่เมียทิ้ง สภาพดูได้ที่ไหน อายใครเค้าครับถ้ารู้ว่าเป็นคนในตระกูลเรา”

“พี่อายนักที่มีน้องซอมซ่ออย่างผมก็ตัดขาดไปเลยสิครับ” พิชญ์ท้า

“นี่เมามาหรือไง พูดจาไม่เข้าหู ฉันไม่อยากทะเลาะกับแกให้เสียอารมณ์ ฉันไปสังสรรค์หาความสำราญดีกว่า” พอร์ชตัดบท ก่อนหันมาบอกมารดา “ผมไปนะครับแม่ เบื่อเถียงกับมันเนี่ย”

“จ้าไปเถอะลูก แวะไปรับหนูเอวาด้วยสิ นะจ๊ะ” ยังมิวายสั่งความ

“ครับ ไว้เสร็จธุระจะแวะไปฮะ” พูดจบก็เดินหายออกไป มารดาได้เพียงมองตามหลังลูกชายคนโปรด พอหัวมามองพิชญ์สีหน้าก็เปลี่ยนไปเป็นคนละคน “ไปอาบน้ำอาบท่าไปพิชญ์ แกนี่สารรูปดูไม่ได้อย่างพี่เขาว่านั่นล่ะ ทำอะไรให้เป็นผู้เป็นคนบ้างสิ เป็นถึงท่านประธานเจ้าของบริษัทไม่ใช่หรือไง เฮ้อ...” มารดาพูดตัดบทก่อนผละเดินหนีไปทางห้องนั่งเล่นพร้อมส่ายหน้าอย่างเอือมระอา

กลางดึก...

“พี่พิชญ์คะ...” เสียงน้ำตาล น้องสาวคนเล็กเอ่ยทักพี่ชายคนรองขึ้นมา เมื่อลงมาหาอะไรกินยามดึก เขานั่งดื่มตามลำพัง ท่าทางกลัดกลุ้มเหมือนมีอะไรในใจ...

“ว่าไง... แม่สาวน้อย” พิชญ์ทักกลับ ขณะน้องสาวคนเล็กยิ้มแบบเจื่อนๆ เหมือนมีอะไรอัดอั้นอยู่ในใจ

น้องสาวเดินเข้าไปหา ทรุดกายลงนั่งด้วย จะว่าไปแล้วเด็กสาวแทบจะไม่ได้พบเจอพี่ชายคนนี้ และทราบพี่น้องทุกคนในบ้านไม่มีใครชอบพี่ชายของหล่อนคนนี้นัก เพราะนิสัยเกเรไม่เอาไหนของเขา ไม่เมาก็จะเข้าบ่อนติดการพนันไปวันๆ เท่านั้นเอง

สักวันบริษัทเล็กๆ ของพี่พิชญ์คงจะตกเป็นของเจ้าหนี้ เพราะธนาคารจะยึดอยู่แล้วรอมร่อ

จะว่าไป พี่พิชญ์ของเธอก็เปลี่ยนไปก็ตั้งแต่ทะเลาะกับพี่นาถ แฟนเก่าจนกระทั่งเลิกรากัน และฝ่ายนั้นหนีไปมีแฟนใหม่เป็นหนุ่มยุโรปที่ต่างประเทศ เจ้าหล่อนหนีไปไม่ยอมให้พี่พิชญ์ทราบที่อยู่ใหม่ที่ต่างประเทศอีกด้วย พี่พิชญ์เสียใจจนแทบไม่เป็นผู้เป็นคน เขาจึงเปลี่ยนไปมากขนาดนี้ราวกับเป็นคนละคน

แต่สิ่งหนึ่งที่ไม่เปลี่ยนก็คือ... เขาเป็นพี่ชายที่รักน้องสาวมาก

เด็กสาวเองก็สนิทสนมกับพิชญ์เช่นกัน แต่พอระยะหลังๆ น้องสาวคนนี้กลับห่างเหิน เพราะยิ่งโตก็ยิ่งอยากมีโลกส่วนตัว และโดยเฉพาะอย่างยิ่งเริ่มมีความรัก

“พี่พิชญ์ดื่มหนักอีกแล้วนะคะ...”

“นิดหน่อยน่า... ว่าแต่เราดึกแล้วทำไมยังไม่นอนหืม?”

“น้ำตาลนอนไม่หลับนี่นา...”

“เรื่องดื่ม... ก็ไม่รู้จะทำอะไร นอนก็นอนไม่หลับ งานก็ไม่ได้หอบเอากลับมาทำต่อ” พิชญ์พร่ำรำพันต่อขณะแกว่งแก้วเหล้าแล้วยกกระดกขึ้นดื่ม

“พี่พิชญ์ทำตัวเสเพลไปนานแค่ไหนแล้วคะเนี่ย?” คนเป็นน้องพูดเตือนสติ พิชญ์หยุดคิด สายตาจ้องแก้วเหล้าเขม็ง

น้องสาวว่า ท่าทีแสดงออกว่าเป็นห่วงเป็นใย

พิชญ์ยักไหล่อย่างไม่ยี่หระ “เสเพลงั้นเหรอ... ใช่สินะ แต่ยังไงพี่ก็ขอบใจนะที่ช่วยชี้ให้พี่รู้ตัว”

“ก็น้องสาวคนนี้ห่วงพี่พิชญ์นี่คะ”

“ว่าแต่เราเถอะ เรื่องเรียนเป็นยังไงบ้าง?”

“อย่าห่วงเลยค่ะ สบายมากค่ะ” น้องสาวพูด แต่มิวายสะดุ้งเพราะมารดาเรียกหา

“ยายหนู.... อยู่นี่เอง แม่เรียกทำไมทำเป็นไม่ได้ยินหรือไงกันห๊ะ?”

“เปล่านี่คะ” น้ำตาลรีบแก้ตัวพัลวันด้วยขี้เกียจได้ยินคนเป็นแม่บ่น

“ดึกดื่นลงมาทำอะไรที่นี่?” คนเป็นแม่ไม่พอใจเมื่อพบว่าลูกสาวคนเล็กกำลังคุยอยู่กับลูกชายคนรองอย่างพิชญ์ ใครก็รู้ว่าพิชญ์นั้นเป็นลูกที่แม่ไม่รัก ไม่ว่าจะทำอะไรก็ขัดหูขัดตานางไปเสียหมด

เขามองมารดาที่ไม่เคยใยดีเขามาก่อน อย่างนี่ละนะที่เรียกว่า ‘ลูกรักลูกชัง’ ไม่ว่าจะอย่างไร คนเป็นแม่ก็ไม่เห็นหัวเขา แต่กับพี่ชายสิ คนโปรด ทำอะไรแม่ก็เห็นดีเห็นงามไปหมด

เขากระเดือกเหล้าลงไปในลำคอ ก่อนลุกขึ้นยืน ก่อนจะขึ้นไปบนห้องก็ต้องชะงักในทันใด เพราะเสียงมารดาเรียกไว้

“ตาพิชญ์!” ลูกชังหันมามองมารดาด้วยนัยน์ตาแดงกล่ำ

“คุณแม่มีอะไรครับ?”

“เมื่อไหร่จะย้ายไปอยู่คอนโดห้องชุดของแกสักที ได้ข่าวตกแต่งเอาไว้เรียบร้อยแล้วนี่”

“เร็วๆ นี้ครับ” เขาพูด ในสมองพยายามที่จะไม่คิดอะไร

จริงอยู่ว่าเขาควรจะย้ายออกไปในเร็ววัน เพราะทราบดีว่า ผู้เป็นแม่ไม่รักเขา และคงจะเกลียดเขาขึ้นมากขึ้นทุกวันๆ ยิ่งถ้าหากทราบว่าตอนนี้เขาแทบจะไม่มีอะไรเหลือ นอกจากหนี้สิน โดยเฉพาะหนี้จากการทำธุรกิจ

พิชญ์ทำใจแล้วก็ได้แต่ปลงตก บริษัทของเขาอีกไม่นาน ธนาคารก็จะยึดแล้ว ยึดทรัพย์เอาไปขายทอดตลาด เขาคิดอย่างปลงๆ ว่าถ้าเจ้าหนี้จะเอาอะไร... ก็เอาๆ ไปให้หมดเถิด ทรัพย์สินมันของนอกกาย ไม่ตายค่อยหาเอาใหม่ ส่วนบรรดาลูกน้อง หากมีลูกน้องคนไหนอยากทำงานกับเขาต่อไปก็ทำ ไม่พอใจลาออกได้ตลอดเวลา เขาจะไม่รั้งใครเอาไว้ มันจะเสียเวลาเสียอนาคต

พิชญ์คิดแล้วก็ได้แต่ทอดถอนใจ....

เมื่อเปิดประตูห้องเข้าไป ที่นี่เป็นห้องชุดที่มารดาบอกยกให้เป็นห้องของญาติมารดาคนหนึ่ง หลังจากเขาออกไปแล้วพิชญ์พยายามไม่คิดอะไร

เขาขอมีชีวิตไปในแต่ละวันเท่านั้นเอง...

ตื่นขึ้นมาในตอนเช้าเขาออกไปทำงานแล้วเจอกับผู้หญิงคนหนึ่งที่มาในบริษัทเพื่อส่งงานให้กับลูกน้องของเขา พิชญ์พยายามคิดและทบทวนความจำว่า... เขาเคยพบเห็นสาวสวยร่างแบบบางคนนี้ที่ไหนนะ ทำไมคุ้นหน้าจังเลย เขามองตามร่างบางแม้จะเห็นเพียงด้านหลังและบั้นท้ายที่เพิ่งเดินก้าวฉับๆ ออกไปจากสำนักงานบริษัทของเขาจากที่ไหนมาก่อนหรือเปล่า

คุ้นๆ ชอบกล...

แต่ช่างเถอะ บนถนนเกือบทุกสาย ผู้คนล้วนมากมาย อาจจะเจอหน้าผ่านสายตา จำกันได้บ้างไม่ได้บ้างก็มีสิทธิ์

การมาทำงานวันนี้ พิชญ์มาแปลก เขาแต่งกายสุภาพ ผมเผ้าเรียบร้อยดูหล่อเหลาเป็นผู้เป็นคนมากกว่าวันวาน ความเปลี่ยนแปลงของเจ้านายหนุ่ม ทำเอาพนักงานทุกคนหันมามองตาค้างกันเป็นแถว ตั้งแต่ประตูหน้าบริษัท รวมถึงนายประวิตรเลขานุการหนุ่มใหญ่ของเขาเองนั้น ก็อดกล่าวทักทายผู้เป็นนายจ้างไม่ได้

‘วันนี้แต่งตัวเนี้ยบ แล้วยังดูหล่อเหลามากกว่าปกติ’

“วันนี้คุณพิชญ์ดูหล่อกว่าทุกวันนะครับ”

“ก็ธรรมดา ว่าแต่มองว่าผมหล่อ... คุณประวิตรคงไม่คิดอะไรกับผมใช่มั้ยครับ” พิชญ์มิวายแกล้งเอ่ยแซวลูกน้องคนสนิท เพราะยุคสมัยที่เปลี่ยนไป ปัจจุบันกระแสชายรักชาย หรือหนุ่มสายวายหน้าหวานยิ่งกำลังเป็นที่นิยม เขาก็อดคิดไม่ได้เวลาหนุ่มๆ มามองว่าเขาหล่อ ใจคอนั้นกำลังคิดอะไรอยู่บ้างหรือเปล่า เพราะตอนนี้เขายังมีรสนิยมชอบผู้หญิงอยู่น่ะสิ

“โธ่... เจ้านายครับ ผมชอบผู้หญิงครับ เอ๊ะๆ หรือนายจะเปลี่ยนมาชอบผู้ชายหรือไงครับเนี่ย”

“เปล๊า บ้าเหรอ ผมแค่แซวคุณเล่น”

“ครับๆ ผมทราบครับ จะซีเรียสไปทำไมว่ามั้ยครับ”

“เอ้อ... ที่ผมเรียกคุณมา ก็อยากรู้ถึงภาระหนี้สินบริษัททั้งหมดครับ ว่าทางเราบริหารจัดการถึงไหนแล้วครับ ฝ่ายเร่งรัดจากธนาคารว่ายังไงบ้าง?” พิชญ์เริ่มเข้าเรื่อง

“ฝ่ายนั้นยื่นโนติสมาอีกแล้วครับ หวังว่าเจ้านายคงจะไม่ปล่อยให้แบงค์รวบหัวรวบหางหรอกนะครับ” ประวิตรพูดด้วยความรู้สึกในเจตนาที่ดี

เขาก็เหมือนพนักงานคนอื่นๆ ที่รักและเคารพเจ้านายคนนี้ เพราะน้ำใจของพิชญ์มีมากล้น ประวิตรจึงทำงานชนิดไม่สนใจเงินเดือนว่าจะเพิ่มหรือลด เมื่อขึ้นชื่อว่าได้ลงเรือลำเดียวกันแล้ว ก็คงจะช่วยกันฝ่าฟันอุปสรรคต่อไป ความจริงแล้วอย่าเรียกมันว่าอุปสรรคเลย มันเป็นเพียงบททดสอบจากสวรรค์ต่างหาก ถ้าเราผ่านด่านนี้ไปได้ เราก็จะเก่งขึ้น

“จะยังไงก็แล้วแต่... พวกผมจะทุ่มเทช่วยกันอย่างสุดความสามารถครับ พวกเรายินดีไม่รับเงินเดือนก็ได้นะครับเจ้านาย”

“เฮ้ย... บ้าน่า คนต้องกินต้องใช้ ไม่รับได้ยังไงกัน”

“ก็สถานะบริษัทตอนนี้กำลังแย่นี่ครับ”

“จะแย่แค่ไหน ผมในฐานะนายจ้างก็ต้องดิ้นรนขวนขวายหาเงินมาจ่ายพวกคุณ”

“พวกเราซาบซึ้งมากครับ ความจริงสถานะบริษัทตอนนี้พวกเรายังไม่รับเงินเดือนก็ได้ เอาไว้บริษัดีขึ้น เจ้านายจึงจ่ายรวดเดียวก็ไม่มีปัญหา พวกเราปรึกษากันแล้วครับ” ประวิตรพูดแทนพนักงานทุกคน

คนเราจะไปยึดมั่นถือมั่นอะไรนักหนาตายไปใช่จะเอาอะไรไปได้แต่เมื่อไหร่กันเล่าสุดท้ายของชีวิต ก็แค่นั้นเอง...

“ในเมื่อเป็นความต้องการที่พวกคุณเห็นควร ผมจะรับน้ำใจเอาไว้ก็แล้วกัน”

“ดีครับเจ้านาย”

“แต่ถ้าใครเดือดร้อน ต้องรีบบอกผมนะ”

“ครับ”

“พวกคุณจะช่วย... ผมก็ดีใจ” พิชญ์เอ่ยอย่างซาบซึ้งในน้ำใจของลูกน้อง

“เจ้านายจะลุกขึ้นสู้ใหม่อีกครั้งใช่ไหมครับผม?” ประวิตรถามแววตาเป็นประกายเปี่ยมล้นด้วยความหวัง ก็จะไม่หวังได้อย่างไร ตั้งแต่เจ้านายของเขาถูกแฟนทิ้ง พิชญ์ก็ซังกะตายไม่เป็นผู้เป็นคน จนเขานึกเป็นห่วง แต่ในวันนี้เจ้านายของเขาดูดีขึ้นมา มันก็ไม่แน่นะ เจ้านายของเขาอาจคิดได้ มีสติและฮึดสู้ขึ้นมาอีกครั้ง

“แน่นอนครับ” พิชญ์ตอบเสียงหนักแน่น

“สุดยอดครับ!”

“เพราะพวกคุณ ผมจึงมีกำลังใจสู้ต่อ” พิชญ์ซาบซึ้ง

“ถ้างั้น... พวกผมก็สู้ตายครับ จะกอบกู้ชื่อเสียงและเกียรติยศบริษัทคืนกลับมาใหม่ให้จงได้!” ประวิตรเอ่ยด้วยความฮึกเหิมก่อนบอกข่าวดีแก่ทุกคน ให้ยินดีไปด้วยกัน

อ่านต่อเลย
ร่วมสนับสนุนนักเขียนเพื่อเป็นกำลังใจในการสร้างสรรค์ผลงานสุดสนุกต่อไป Moboreader
ปลดล็อกทุกตอน

พิชญ์รัก

ตอนที่ 1
ตอน
ปรับแต่ง
บทถัดไป
Minishorts Logo
อ่านนิยายออนไลน์ นิยายเว็บ และเรื่องราวโรแมนติกสุดฮิตบน MiniShorts พบกับนิยายโรแมนติกท่านประธาน นิยายแฟนตาซีมนุษย์หมาป่า ดราม่า และแฟนตาซี พร้อมคอนเทนต์ซีรีส์สั้นคัดสรรพิเศษที่สร้างจากเทรนด์เรื่องราวยอดนิยม
MiniShorts YouTube
©2026 MiniShorts All Rights Reserved. CHASINGTOP HK LIMITED