ทุกอย่างผ่านพ้นไปได้ด้วยดีทำให้เพียงขวัญผ่อนลมหายใจออกมาอย่างโล่งอก ทั้งร้านที่วันนี้ขายดีเป็นเทน้ำเทท่า ทั้งขนมที่ออร์เดอร์เข้ามารัว ๆ แถมยังเป็นออร์เดอร์ที่ทำให้เธอกับพนักงานแทบไม่ได้หลับไม่ได้นอนอีกด้วย
กลับถึงบ้านเธอคงต้องคุยเรื่องนี้กับผู้เป็นป้าจริง ๆ จัง ๆ เสียแล้ว การรับพนักงานเพิ่มคือสิ่งที่ควรทำ จะมัวขี้เหนียวอยู่จะทำให้เสียลูกค้าไปได้ง่าย ๆ
“สวัสดีค่ะคุณป้า” เพียงขวัญยกมือไหว้คริสาที่นั่งอยู่ในห้องโถงใหญ่ของตัวบ้าน ท่านพยักหน้าก่อนจะเอ่ยให้เธอนั่งคุยกันก่อน
“นั่งก่อนสิ ป้ามีเรื่องจะคุยกับเราหน่อย”
“ค่ะคุณป้า หนูเองก็มีเรื่องจะคุยกับคุณป้าเหมือนกันค่ะ”
“งั้นก็พูดเรื่องของเรามาก่อนสิ” คริสายกถ้วยชาขึ้นดื่ม ก่อนจะพิศมองหลานสาวซึ่งเป็นญาติห่าง ๆ ที่นางอุปการะเลี้ยงดูมาเอาไว้ตั้งแต่แบเบาะด้วยสายตาพินิจพิจารณา
คริสาเป็นหญิงสูงวัยอายุอานามราวห้าสิบเศษ เครื่องหน้าของนางจัดว่ายังคงความสวยสง่าอยู่มาก การวางตัวดีและการพูดจาที่ดีทำให้ใคร ๆ ต่างเกรงอกเกรงใจ ผมซอยสั้นเข้ารูปของนางทำให้นางดูดีน่าเกรงขาม รูปร่างของนางยังดูดีไม่มีที่ติ อาจเพราะลูกชายเพียงคนเดียวเป็นถึงคุณหมอเจ้าของคลินิกเสริมความงามชื่อดังนั่นเอง
“เรื่องการรับพนักงานน่ะค่ะ”
“เราจะรับพนักงานเพิ่มให้ได้เลยใช่ไหม” คริสาเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงที่ดูว่าจะไม่พอใจอย่างยิ่งยวด
“วันนี้เกือบส่งขนมให้ลูกค้าเจ้าใหญ่ไม่ทันค่ะคุณป้า”
“ก็เพราะว่าเรามัวแต่ให้ท้ายพนักงาน ให้พวกมันนั่งเล่นโทรศัพท์มือถือ แอบหนีไปคุยแชทคุยไลน์ เข้าห้องน้ำก็ครั้งละนาน ๆ ความจริงพนักงานที่มีอยู่สามารถทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพและใช้แรงงานได้เต็มความสามารถของมัน แบบที่เราไม่ต้องจ้างพนักงานเพิ่มเลยนะ จ้างมาก็เป็นภาระต้องจ่ายเงินเดือน ต้องจ่ายประกันสังคมให้อีกครึ่งหนึ่ง เจ็บไข้ไม่สบายเราก็แม่พระเหลือเกิน ต้องไปเยี่ยมเยือนเอาของเอาเงินไปให้ เงินทองหายาก เราควรจะรู้จักเก็บเอาไว้ ไม่ใช่ใช้จ่ายฟุ่มเฟือยสุรุ่ยสุร่าย นี่ยังดีที่มีป้าอยู่ ถ้าไม่มีป้าทั้งร้านขนมและร้านอาหารคงเจ๊งไม่เป็นท่า”
“ไม่ถึงขนาดนั้นหรอกกระมั้งคะคุณป้า ถึงจะเป็นเวลางาน แต่พนักงานก็ต้องมีพักกันบ้างนะคะ”
“เดี๋ยวนี้เราเถียงป้าคำไม่ตกฟากเลยนะ ป้าอาบน้ำร้อนมาก่อนย่อมรู้ดีว่าอะไรเป็นอะไร ข้าวของเดี๋ยวนี้แพงกว่าสมัยก่อนมาก ทำอะไรก็ต้องรอบคอบ รู้จักใช้เงิน รู้จักเก็บหอมรอมริบ รู้จักอดออม รู้จักประหยัด ไม่ใช่ใช้เงินฟุ้งเฟ้อ งานเดี๋ยวนี้หายาก ถ้ามันไม่อยากทำก็รับคนใหม่สิ ใคร ๆ ก็อยากมีงานทำ ใคร ๆ ก็แย่งงานกัน มีคนเยอะแยะขยันอดทน อยากมีงานทำ เราก็จ้างคนพวกนั้นสิ” ประโยคของผู้เป็นป้าทำให้เพียงขวัญไม่รู้จะพูดอะไรอีก
“คนน้อยแต่ทำงานอย่างเต็มประสิทธิภาพ ยังไงก็ย่อมได้กำไรมากกว่า เราทำธุรกิจก็ต้องหวังผลกำไรไม่ใช่เหรอ จะมัวไปแคร์พวกถ่วงความเจริญอยู่ทำไม ใครอยากอยู่ก็เลี้ยงเอาไว้ ไม่อยากอยู่ก็เฉดหัวมันออกไป เราไม่ได้ทำโรงทานหรือมูลนิธินะถึงจะได้ใจดีไปทั่ว จำคำป้าเอาไว้”
“ค่ะคุณป้า” เพียงขวัญไม่อยากโต้เถียงกับผู้เป็นป้าอีก เพราะท่านถือว่าเป็นผู้มีพระคุณของเธอ ที่สำคัญก็คือท่านเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของร้านและมีผู้จัดการคอยดูแลอีกทีหนึ่ง เพราะว่าสูตรการทำขนมกับสูตรการทำอาหารนั้นตายตัวว่าใส่วัตถุดิบเท่าไหร่อะไรบ้าง จึงตรวจสอบได้ไม่ยากเกี่ยวกับรายรับรายจ่ายในแต่ละวัน อีกทั้งพนักงานที่ยังเหลืออยู่ก็เป็นคนที่อยู่กับเธอมานานตั้งแต่เปิดร้าน เธอแอบช่วยเหลือและเพิ่มโบนัสให้โดยนำเงินส่วนตัวให้ไป ทำให้พวกเขายังคงอยู่กับเธอ
การเปลี่ยนพนักงานบ่อยครั้งไม่ใช่เรื่องดีเพราะต้องสอนงานกันใหม่ กว่าจะรู้ใจกันกว่าจะทำงานคล่องก็ต้องฝึกกันมากโข การมีคนเก่าแก่ที่ทำงานอย่างแข็งขันและรู้ว่าควรทำอะไร ย่อมทำงานได้ดีเยี่ยมและไม่ติดขัดเหมือนพนักงานใหม่ที่ยังทำงานไม่คล่อง
“เรื่องพนักงานน่ะพอได้แล้ว หวังว่าเราจะไม่เอามาพูดกับป้าอีกนะ ถ้าอยากจะรับคนใหม่เข้ามาก็ได้ จะได้มีคนเยอะขึ้น แต่ต้องลดเงินเดือนคนเก่า ๆ เอามาจ่ายคนใหม่นะ เขายอมไหมล่ะ แล้วรับมาเยอะก็มายืน มานั่ง มาว่างงานเวลาไม่มีลูกค้า เสียเงินเสียทองเปล่า ๆ ป้าไม่เห็นด้วย”
“ค่ะคุณป้า” เพียงขวัญจำต้องรับคำ อยากจะบอกว่าพนักงานของร้านแทบไม่มีใครได้ยืนได้นั่งอย่างที่ผู้เป็นป้าบอก เพราะร้านอาหารกับร้านขนมที่ชื่อว่าร้านอมยิ้มของเธอขายดีทุกวัน ลูกค้าแน่นร้านตลอด อาจเพราะความอร่อยและความคุ้มค่าที่ทำให้มีลูกค้าขาประจำเช่นนี้
“เอาละเรื่องนี้พอแค่นี้ เรากลับมาพูดเรื่องแต่งงานที่เราตกลงกับป้าเอาไว้เมื่อวันก่อนจะดีกว่า”
“ค่ะ” เพียงขวัญรับคำ เธอไม่ได้กระตือรือร้นที่จะแต่งงานกับคชากรเพราะว่าเธอนับถือเขาเป็นพี่ชายคนหนึ่งเท่านั้น เธอไม่เคยคิดกับเขาฉันชู้สาวเลย แต่เพราะคำประกาศิตของผู้มีพระคุณนั่นทำให้เธอไม่สามารถหลีกเลี่ยงการแต่งงานในครั้งนี้ได้
“สามเดือนเองนะ ต้องเตรียมอะไรอีกหลายอย่าง อย่าพูดแต่ว่าค่ะ ๆ เพียงอย่างเดียวสิ เราน่ะเป็นเจ้าสาวของคุณหมอหนุ่มอนาคตไกลและมีชื่อเสียงก็ต้องทำตัวให้โดดเด่นและมีชื่อเสียงตามไปด้วย วันนี้มีคนบอกป้าว่าเราใส่ชุดพนักงานเสิร์ฟไปช่วยเสิร์ฟเครื่องดื่มในร้านอย่างนั้นเหรอ มันใช่หน้าที่เราเสียที่ไหน ทำไมไม่ให้พนักงานทำ”
“วันนี้คนเยอะมากค่ะคุณป้า พนักงานทำงานกันไม่ทัน แล้วก็มีลูกค้ามาสั่งขนมเป็นจำนวนมากเพื่อนำไปเลี้ยงเด็กกำพร้าเลยค่อนข้างขลุกขลักน่ะค่ะ”
“ร้านของเราก็มีคนเยอะแบบนี้มาตลอดตั้งแต่เปิดร้าน นี่ไงถึงได้เป็นสิ่งที่ดึงดูดลูกค้าว่ามาร้านของเราต้องรอนานเป็นพิเศษ เพราะอยากกินของดีของอร่อยต้องรอนาน ลูกค้าคนไหนรอไม่ได้ ก็มีลูกค้าคนอื่นยินดีรอ เราต้องรู้จักสร้างคุณค่าให้กับตัวเอง อย่าเอาแต่ทำอะไรก็ง่ายไปหมด มันขาดความตื่นเต้น”
“คุณป้าคิดแบบนั้นเหรอคะ” เธอกลับคิดตรงกันข้ามกับท่าน งานบริการควรบริการให้ดีที่สุด ทำให้ลูกค้าประทับใจ ไม่ให้รอนาน และได้กินอาหารที่ดีที่สุดจะได้ติดใจกลับมากินที่ร้านของเราอีก
“ใช่น่ะสิ ทำเลร้านเอย ฮวงจุ้ยเอย วันเปิดร้านเอย ป้าก็เป็นคนจัดการเองกับมือ เราถึงได้ขายดีเป็นเทน้ำเทท่ายังไงล่ะ หรือเราจะเถียงป้า”
“เปล่าค่ะคุณป้า” แม้ลึก ๆ จะคิดว่าสิ่งที่ผู้เป็นป้าพูดมานั้นมันแค่องค์ประกอบภายนอก รสชาติของอาหารและเครื่องดื่มกับการบริการสำคัญมากกว่า แต่เธอก็ไม่อยากเถียงท่านออกไป เธอถูกสอนมาว่าการเถียงผู้ใหญ่เป็นสิ่งไม่สมควรเป็นอย่างยิ่ง
“เราต้องไปขัดผิว ทำผม ทำเล็บให้สวย ๆ ไม่ใช่เอาแต่ทำงานงก ๆ ให้คนมาตำหนิหรือนินทาเอาได้ว่าเจ้าสาวของหมอชาขี้เหร่ยังกับอะไรดี”
“ค่ะคุณป้า”
“รับคำก็ปฏิบัติตามด้วย เดี๋ยวป้าจะเอาตารางให้เราว่าต้องทำอะไรบ้าง แล้วก็ต้องดื่มน้ำมาก ๆ อย่านอนดึกเด็ดขาด ที่สำคัญต้องกินอาหารที่มีประโยชน์และก็ออกกำลังกายทุกวันพร้อมกับพี่เขาด้วย แล้วก็ต้องดูแลพี่เขาให้ดีเข้าใจไหม”
“เข้าใจค่ะ”
“ต่อไปเราคือเมีย ก็ต้องดูแลผัวให้ดี เหมือนอย่างที่ป้าสอนเรามาตลอด” ประโยคของผู้เป็นป้าทำให้เธอนึกถึงเรื่องราวตั้งแต่เล็กจนโต เธอต้องคอยตามดูแลรับใช้คชากรตลอด ทั้งเสื้อผ้า หน้า ผม อาหารการกิน ตั้งแต่เรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ ยันเรื่องเจ็บป่วยไม่สบาย เพราะคริสาหมายหมั้นปั้นมือให้เธอเป็นเจ้าสาวของเขามาตั้งแต่จำความได้ และเธอกับคชากรก็รับรู้เรื่องนี้มาโดยตลอด
“เรื่องการดูแลพี่เขาสำคัญกว่าสิ่งอื่นใดเข้าใจไหม”
“เข้าใจค่ะ”
“แล้วก็ไม่ควรกลับบ้านค่ำ ๆ มืด ๆ ถ้าวันไหนพี่เขากลับเร็วก็ต้องรีบกลับมาก่อนพี่เขา จะได้ดูแลพี่เขาอย่างใกล้ชิด เพราะคนอื่นดูแลพี่เขาไม่ดีเท่าเราหรอก”
“ค่ะคุณป้า”
“รับคำก็ทำให้ได้ด้วย โน่นพี่เขากลับมาแล้ว” ประโยคของคริสาทำให้เธอต้องรีบดีดตัวขึ้นจากโซฟาที่นั่งอยู่ในทันที เพราะหากเธอดูแลคชากรไม่ดีก็จะโดนคริสาตำหนิอย่างหนัก
เพียงขวัญเดินไปรับกระเป๋ากับเสื้อสูทราคาแพงจากคชากรมาถือเอาไว้
สาวใช้นำน้ำมาเสิร์ฟให้ ในขณะที่คชากรรับน้ำมาดื่มก่อนกล่าวทักทายมารดาที่เคารพรัก
“วันนี้คุณแม่ไม่ออกไปไหนเหรอครับ” ปกติแล้วมารดาของเขาจะออกไปงานเลี้ยงสังสรรค์บ่อยครั้ง
“ไม่ได้ไปไหนจ้ะ” คริสาปลายตามองหลานสาวที่เดินลงมาจากชั้นบนของบ้านหลังจากที่นำเสื้อสูทและกระเป๋าเอกสารไปเก็บเรียบร้อยแล้ว
“พี่หมอคะ จะอาบน้ำเลยหรือเปล่าคะ ขวัญจะได้ผสมน้ำให้อาบ” น้ำเสียงนุ่มนวลและความเอาใจใส่ของเพียงขวัญทำให้คชากรยิ้มออกมา
“เราเพิ่งกลับมาเหรอ” เขาเอ่ยถาม
“เพิ่งกลับมาค่ะ” เธอตอบรับด้วยรอยยิ้ม คชากรมีน้ำใจเอื้ออารีต่อเธอเสมอ ดังนั้นเมื่อผู้เป็นป้าขอร้องสิ่งใด ที่จะดูแลรับใช้หรือช่วยเหลือคชากร เธอจึงยอมทำตามทุกอย่าง
“เพิ่งกลับมาก็ไปอาบน้ำอาบท่าเสียก่อนเถอะ จะได้สบายตัว พี่ขอคุยกับคุณแม่สักครู่”
“ค่ะพี่หมอ”
“ดูเอาเถอะ แม่พูดอะไรก็หาเรื่องขัดอยู่ร่ำไป พอเราพูดอะไรแม่ขวัญเขาทำตามอย่างไม่อิดออด แม่ชักน้อยใจแล้วสิ”
“โธ่... คุณป้าคะ ขวัญรักและเคารพคุณป้ามากนะคะ ขวัญไม่ได้คิดที่จะขัดคุณป้าเลยจริง ๆ ค่ะ” ท่าทีออดอ้อนของหลานสาวทำให้คริสาต้องลูบผมนุ่มของอีกฝ่ายไปมาเบา ๆ
“ก็ดีแล้ว ป้าเองก็รักเรามากเหมือนกัน”
“หนูรู้ค่ะ”
“ไปอาบน้ำเถอะ จะได้สบายตัวเหมือนพี่เขาว่า” คริสาพยักให้หลานสาว
“ค่ะคุณป้า” เพียงขวัญรับคำก่อนที่จะเลี่ยงขึ้นไปอาบน้ำบนห้องพัก
“คุณแม่มีอะไรกับผมเหรอครับ” คชากรเอ่ยถามมารดา เพราะก่อนกลับมาถึงบ้านท่านได้โทร. ไปบอกเขาว่ามีธุระต้องการจะคุยด้วย
“เรื่องแต่งงานของเรากับแม่ขวัญ” คริสาเอ่ยออกมา
“ต้องรีบขนาดนั้นเลยเหรอครับ” คชากรเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงสุภาพตามแบบฉบับของเขา ภาพลักษณ์ของคุณหมอหนุ่มคือผู้ชายใจดี อบอุ่นและพูดจาไพเราะอ่อนโยน ดังนั้นคลินิกเสริมความงามของเขาจึงมีลูกค้าสาว ๆ เป็นจำนวนมาก
“ประกาศไปแล้วยังไงก็ต้องแต่งจ้ะ อีกอย่างหนึ่งยายขวัญก็บรรลุนิติภาวะแล้วด้วย มรดกที่ดินของพ่อแม่ยายขวัญก็ราคาสูงขนาดนั้น มันก็ต้องเป็นของเราสิ จะให้ตกไปเป็นของคนอื่นได้อย่างไรกัน”
“คุณแม่แค่อยากได้ที่ดินของเพียงขวัญเหรอครับ”
“รึเราไม่อยากได้ ที่ดินราคาแพงขนาดนั้น”
“เพียงขวัญรู้หรือยังครับว่าเขาได้รับมรดกเป็นที่ดินมีราคาขนาดนั้น”
“ยังจ้ะ เรื่องอะไรจะบอก ค่อยบอกตอนแต่งงานหรือไม่บอกเลยก็ได้ ใครจะมาบอกกันล่ะว่ายายขวัญได้ที่ดินเป็นมรดกมากมายมหาศาล ตอนแม่รับยายขวัญมาเลี้ยงก็ไม่มีญาติที่ไหน แม่เลี้ยงมันมาตั้งแต่ตีนเท่าฝาหอย ยังไงมันก็ต้องตอบแทนบุญคุณของแม่”
“คุณแม่เลี้ยงเพียงขวัญเพราะอยากได้แค่ที่ดินมีราคาตรงนั้นแค่นั้นเองไม่ใช่เหรอครับ อย่าไปทวงบุญคุณกับเด็กมันเลย”
“นี่หยุดนะ ที่พูดจาบ่ายเบี่ยงอย่าคิดว่าแม่ไม่รู้นะ แม่ไม่สั่งให้เลิก แต่ถ้าไม่แต่งแม่ก็คงต้องใจร้ายกับเรานะตาหมอ”
“คุณแม่ก็ใจร้ายกับทุกคนนั่นแหละครับ เอาเถอะ ผมจะแต่งงานให้คุณแม่สมใจก็แล้วกันครับ”
“มันก็ต้องเป็นแบบนั้นอยู่แล้ว” คำพูดเฉียบขาดของมารดาทำให้คชากรไม่พูดอะไรอีก เขายึดคติที่ว่าพูดไปสองไพเบี้ยนิ่งเสียตำลึงทอง
“เรื่องที่ร้าน คุณแม่ไม่ควรกดดันเพียงขวัญนะครับ”
“ยายขวัญฟ้องเราอีกรึ”
“ก็ไม่เชิงหรอกครับ แต่ผมคิดว่าคุณแม่ควรจ้างพนักงานเพิ่ม เพราะการทำงานอย่างมีประสิทธิภาพจะทำให้เรามีรายได้เพิ่มขึ้นนะครับ”
“ที่แม่ทำแบบนี้เพราะไม่อยากให้ยายขวัญเติบโตยังไงล่ะ ขืนมีรายได้เยอะ มันก็อาจจะหาลู่ทางตีตัวออกหากเราน่ะสิ มันเก่งทั้งอาหารทั้งขนม เปิดร้านเองยังได้ ไม่ต้องพึ่งพิงเราหรอก”
“คุณแม่ระแวงไปหรือเปล่าครับ เพียงขวัญรักคุณแม่ยิ่งกว่าอะไร ไม่ทำอะไรแบบนั้นหรอกครับ ผมคิดว่าคุณแม่ควรจะสนับสนุนเพียงขวัญให้เจริญก้าวหน้าดีกว่านะครับ เพราะยังไงคุณแม่ก็มีหุ้นส่วนเยอะ จะบอกว่าเป็นเจ้าของตัวจริงยังได้เลย รายได้ทั้งหมดก็เป็นของคุณแม่นี่ครับ”
“เราคิดแบบนั้นเหรอ”
“ถ้าคุณแม่จะให้ผมแต่งงานกับเพียงขวัญ ก็ต้องอัพเกรดตัวเธอหน่อยสิครับ ให้เธอเป็นคนมีชื่อเสียงและเป็นที่สนใจ จะได้คู่ควรกับคุณหมอหนุ่มอนาคตไกล เจ้าของคลินิกเสริมความงามชื่อดังที่คุณแม่ปูทางมาตลอด คุณแม่เองก็พูดกรอกหูเพียงขวัญมาตลอดว่าต้องเป็นคนเก่งคนดีของสังคมเพื่อให้เหมาะสมกับการเป็นภรรยาของผม คุณแม่ลืมไปแล้วเหรอครับ”
“ก็จริงนะ”
“ถ้ามัวแต่คิดเล็กคิดน้อย เราจะไม่โตนะครับ งั้นผมขอตัวก่อนนะครับ เหนียวตัวอยากอาบน้ำเต็มทีแล้ว” คชากรทิ้งท้ายกับมารดาเอาไว้แค่นั้น ก่อนจะเอ่ยขอตัว นั่นทำให้คริสาได้คิด แต่ความคิดของนางก็คือทำให้เพียงขวัญเป็นผู้หญิงที่ใคร ๆ ก็อยากได้ไปเป็นภรรยา แต่อยู่ภายใต้การควบคุมของเธอ เธอไม่มีทางให้เพียงขวัญหลุดกรอบไปชอบผู้ชายคนอื่นอย่างแน่นอน
“พี่หมอมาแล้วเหรอคะ แสดงว่าขวัญกะเวลาถูก ขวัญเตรียมน้ำเอาไว้ให้พี่หมอแล้วนะคะ”
“ขวัญนี่น่ารักจังเลย รู้ใจพี่ตลอด” เขาโยกศีรษะของเธอไปมาอย่างเอ็นดู ก่อนเดินเข้าห้องน้ำ จึงเห็นว่ามีผ้าขนหนู แปรงสีฟันที่บีบยาสีฟัน เตรียมเอาไว้ ส่วนบนที่นอนมีชุดที่เธอเตรียมเอาไว้ให้อย่างเรียบร้อย
“ถ้าพี่หมอต้องการอะไรก็เรียกหาขวัญได้นะคะ”
“ไม่แล้วครับ ขวัญทำงานมาเหนื่อย ๆ พี่ไม่รบกวนดีกว่าครับ พี่โตแล้วทำอะไรเองได้ ขวัญเองก็ควรมีเวลาเป็นของตัวเองบ้าง”
“แต่”
“อย่าไปฟังคุณแม่นักเลย พี่รู้ว่าคุณแม่กดดันให้ขวัญดูแลพี่ และวาดหวังจะให้ขวัญเป็นภรรยาที่ดีของพี่ แต่พี่ไม่ได้ต้องการภรรยาที่ดีที่สุดหรอกนะ เพราะไม่มีใครดีที่สุด พี่ต้องการเพียงภรรยาที่มีความสุข ที่จะอยู่กับพี่ไปตลอดชีวิตก็เท่านั้นเองครับ” ประโยคของคชากรทำให้เพียงขวัญยิ้มกว้างออกมา การได้อยู่กับพี่ชายคนนี้ทำให้เธอรู้สึกดีเสมอ
“ขอบคุณพี่หมอมากนะคะที่เข้าใจขวัญ”
“มีอะไรก็บอกพี่ได้นะ ไม่ต้องคิดมากเรื่องคุณแม่หรอก พี่ขอตัวไปอาบน้ำก่อน เดี๋ยวเรากินมื้อค่ำด้วยกันนะครับคนดี พี่รู้สึกหิวมากเลยตอนนี้”
“ค่ะพี่หมอ” เธอรับคำก่อนจะเลี่ยงออกมาจากห้อง
ปกติแล้วคชากรไม่กินอาหารหนักในมื้อค่ำ มื้อค่ำจึงเป็นแค่อาหารเบา ๆ พวกสลักผักผลไม้ และพวกถั่วต่าง ๆ มีโยเกิร์ต มีน้ำผักผลไม้ปั่นไม่ใส่น้ำตาล แค่นั้นก็ทำให้อิ่มท้องแล้ว อาหารมัน กะทิและอาหารทอดคชากรหลีกเลี่ยงเสมอ เขาไม่รับประทานมันหากไม่จำเป็น
เธอรู้ดีว่าเขาห่วงใยสุขภาพ ดังนั้นเธอจึงพลอยได้รับประทานอาหารที่ดีมีคุณภาพไปด้วย เพราะเธอต้องทำอาหารให้เขารับประทานแทบทุกมื้อ จึงทำเผื่อตัวเองด้วย
“เมนูของเราอร่อยทุกอย่าง นี่ถ้าทำเมนูเพื่อสุขภาพขายด้วยพี่ว่าต้องขายดีเป็นเทน้ำเทท่าแน่ ๆ ปัจจุบันนี้ คนหันมาใส่ใจต่อสุขภาพกันมากนะ” คชากรพูดกับเพียงขวัญขณะรับประทานอาหารด้วยกัน
“ไอเดียพี่หมอดีมากเลยค่ะ ขวัญก็คิดอยู่เหมือนกันค่ะว่าจะมีอาหารเมนูเพื่อสุขภาพเพิ่มเข้าไปในร้าน เรามีบริการส่งถึงบ้านด้วย น่าจะตอบโจทย์คนที่ไม่ค่อยมีเวลาและใส่ใจต่อสุขภาพพอสมควรค่ะ”
“พี่สนับสนุน อาหารฝีมือของเรานะ อร่อยทุกอย่าง ทำแพ็กเก็จสวย ๆ พี่ว่าต้องขายดีแน่นอน พี่เชื่อแบบนั้น”
“ขอบคุณนะคะ” เธอยิ้มกว้างให้เขา มีความสุขเสมอที่คชากรคอยสนับสนุนเธอในทุก ๆ ทาง