หล่อนยังจำน้ำเสียงที่เขาใช้พูดมันได้เป็นอย่างดี เพราะมันเต็มไปด้วยความแค้นเคือง เดือดดาล ผสมด้วยความชิงชัง จนหล่อนวิงเวียน
“ผึ้งต้องการอิสระ ไม่ต้องการตกอยู่ในการปกครองของใครอีกแล้ว แม้แต่คุณธัน” พยายามบังคับเสียงให้มั่นคง แต่มันก็ช่างสั่นไหวได้อย่างน่าอับอายเหลือเกิน
ดวงตาของเขากร้าวขึ้นขณะจ้องหล่อน เรือนกายใหญ่โตกำยำที่เคยนั่งอยู่หลังโต๊ะทำงาน ตอนนี้ลุกขึ้นยืน ก้าวเดินออกมาเผชิญหน้ากับหล่อน กลิ่นอายแห่งความป่าเถื่อนกำลังรุมเร้าจนหญิงสาวแทบจับไข้ มือหนายกขึ้นขยุ้มหัวไหล่บอบบางของหล่อนจนเจ็บขณะถูกรั้งเข้าหา
“อย่ามาทำเป็นอวดดี เพราะถึงยังไงเธอก็จะไม่มีวันก้าวเท้าออกจาก อริยวงศ์ไปได้ หากฉันไม่อนุญาต”
หญิงสาวกัดปากแน่น เงยหน้าขึ้นมองใบหน้าหล่อเหลา แต่สุดแสนเหี้ยมเกรียมของธันชนน
เขาหล่อปานเทพบุตร หล่อจนหล่อนแทบลืมหายใจทุกครั้งที่จ้องมองเขา ใบหน้าสี่เหลี่ยมสีอำพันปกคลุมด้วยเส้นผมสีดำสนิทที่ตัดเกือบชิดศีรษะทุยได้รูปสวย คิ้วหนาสีเดียวกับเส้นผมเป็นปื้นยาวพาดเหนือดวงตาคมกล้ารียาวคล้ายดวงตาของแขกอาหรับ ถูกล้อมกรอบด้วยแพขนตาดกดำยาวงอน จมูกโด่งเป็นสันสวยอยู่เหนือริมฝีปากหยักบางเฉียบ ไรหนวดที่พึ่งผ่านใบมีดโกนมาเป็นรอยเขียวครึ้มอยู่ตามแนวกรามแกร่ง
“คุณธันกำลังทำเรื่องที่ไร้เหตุผลที่สุด แต่ผึ้งจะไม่ยอมทำตามคำสั่งใครอีกแล้ว ผึ้งจะไปค่ะ” ส่งผลให้มือหนาที่ขยุ้มไหล่บางอยู่ตวัดรวบร่างอรชรเข้าไปไว้ในอ้อมแขน
“คุณธัน!” น้ำผึ้งร้องออกมาอย่างตกใจ
การถูกเนื้อต้องตัวกันครั้งแรกของเขากับหล่อน สัมผัสจากมือหนาอบอุ่น ช่างทำให้เลือดสาวในกายรุ่มร้อนแปลกประหลาด ความในใจที่มีอยู่แทบจะกระโดดออกมาโชว์หราที่หน้าผาก
“เธอก็รู้ว่าฉันไม่ยอมให้ใครขัดคำสั่ง และหากเธอคิดจะแหกคอกละก็ รับรองว่าฉันจะสรรหาบทลงโทษที่เจ็บแสบมาใช้กับเธอแน่ น้ำผึ้ง”
น้ำตาซึมอยู่ขอบตา ยิ่งใกล้เขามากเท่าไหร่ หัวใจที่ชอกช้ำอยู่แล้วก็ยิ่งเจ็บแปลบมากเท่านั้น การอยู่กับคนที่ไม่รักและชาตินี้ก็คงไม่มีวันรัก มันเจ็บปวดจนแทบขาดใจ
“แต่คุณธันไม่มีสิทธิ์ในตัวผึ้ง และอีกอย่างผึ้งก็บรรลุนิติภาวะมาตั้งนานแล้ว กรุณาอย่าใช้อำนาจของผู้ชายมารังแกผึ้งเลย เพราะผึ้งจะสู้ถึงที่สุด”
มือบางผลักแผ่นอกหนาที่หล่อนไม่คาดคิดว่าจะได้สัมผัสด้วยแรงทั้งหมดที่มี
จะมีประโยชน์อะไรเล่า หากจะต้องทนเจ็บช้ำเพราะเห็นหน้าเขา สู้ไปตายเอาดาบหน้าดีกว่า เพราะบางทีหัวใจของหล่อนอาจจะเลิกรักเขาได้สักวัน
รอยยิ้มหยันผุดที่มุมปากของธันชนน
“อีกไม่นานเธอก็จะรู้เอง รอจนถึงเปิดพินัยกรรมคุณปู่ก็แล้วกัน”
เขาผลักหล่อนออกจากตัวด้วยท่าทางรังเกียจ น้ำผึ้งเซเล็กน้อย เมื่อตั้งหลักได้จึงเงยหน้าขึ้นมองเขาด้วยสายตาแห่งความเสียใจ
“ผึ้งไม่รอ ผึ้งจะไป”
หญิงสาวยังดื้อแพ่ง หล่อนคงทนอยู่ใกล้เขาต่อไปไม่ได้อีกแล้ว แม้แต่วินาทีเดียว ร่างบางถอยหลังจะหนี แต่ก็ถูกเขากระชากเข้าหาตัวอย่างแรง
“อย่าให้ฉันต้องทำอะไรที่มันไม่สมควรลงไปเลย เพราะจะเป็นเธอที่ต้องเจ็บปวด”
เขาเค้นเสียงคำรามออกมาจากลำคอ ดวงตาคมกล้าจ้องมองหล่อนด้วยความเดือดดาล สัมผัสแนบชิดของกายสาว ทำให้ธันชนนรุ่มร้อนขึ้นมาอย่างแปลกประหลาด
แต่มันยังจะมีอะไรแปลกประหลาดไปกว่านี้อีกล่ะ ก็เพราะเขารู้สึกอึดอัดทุกครั้งที่เห็นหน้าแม่สาวน้อยตรงหน้าที่ตอนนี้กลายเป็นสมบัติของเขาแล้ว และมีหรือที่เขาจะปล่อยให้หล่อนหลุดมือไป
น้ำผึ้งจะต้องไม่ไปไหน หล่อนจะต้องอยู่กับเขา เพราะเขาทนที่จะเก็บเจ้าความรู้สึกที่อยากจะครอบครองหล่อนต่อไปไม่ได้อีก หลังจากที่ต้องทนมานานนับสิบปี
ยิ่งเห็นใบหน้าใส เลือดในกายของเขาก็เดือดพล่าน อยากจะกอด อยากจะจูบ อยากจะทำอะไรสักอย่างกับเจ้าเรือนร่างที่มันเย้ายวนตรงหน้า
จะมีใครรู้บ้างไหมนะว่า ตอนนี้ ตอนที่เขากำลังกอดหล่อนอยู่แบบนี้ เขาต้องใช้แรงกาย แรงใจมากมายมหาศาลขนาดไหนกัน ที่จะไม่ฉีกทึ้งเสื้อผ้าของหล่อนออก จับหล่อนวางลงบนโต๊ะทำงาน จากนั้นก็
ร่วมรักกับหล่อน
ความรู้สึกนี้เกิดขึ้นตั้งแต่ประสบพบหน้าแม่สาวน้อยคนสวยนี้เมื่อสิบปีก่อน และมันก็ทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ เมื่อเวลาผ่านไปได้ไม่นาน
และยิ่งตอนนี้ เขาก็แทบอยากจะมอดไหม้กับไฟปรารถนาที่มันสุมอยู่ในทรวง อยากจะจัดการอะไรสักอย่างที่จะทำให้หล่อนเป็นของเขาอย่างสมบูรณ์
แม้กระทั่งต้องโกหกก็ตาม
“ผึ้งเกลียดคุณธัน!”
หญิงสาวแหวออกไปอย่างโกรธจัดเมื่อถูกเขากอดรัดแน่น ถ้าหากเขากอดหล่อนด้วยความรัก หล่อนก็คงจะไม่รู้สึกด้อยค่าถึงเพียงนี้
“ฉันรู้มานานแล้วละเรื่องนั้น ไม่ต้องย้ำได้หรือเปล่า!”
ชายหนุ่มตวาดเสียงดังลั่น ก่อนจะก้มลงขยี้ปากอิ่มเต็มสีสดของสาวน้อยด้วยริมฝีปากร้อนระอุของตนเอง
คำว่า ‘เกลียด’ จากหล่อน ทำให้สติของเขาขาดสะบั้น สมองในส่วนของการควบคุมตัวเองที่เคยมีอยู่ล้นเหลือหยุดทำงานลงดื้อ ๆ จนปล่อยให้ความรู้สึกที่ซ่อนอยู่ภายในหัวใจระเบิดตูมออกมา
เหมือนโลกหยุดหมุน...
ริมฝีปากของเขาขยับไปมาบนเรียวปากอิ่มของหล่อน น้ำผึ้งครางประท้วง แต่ก็ถูกเขาประเคนจุมพิตที่ดุเดือดจนแทบจะกลายเป็นป่าเถื่อนให้ เขาตะโบมจูบหล่อนอย่างหิวกระหายราวกับว่ามันคือสิ่งเดียวที่ต่อชีวิตที่เหลือของเขาให้อยู่รอด ปลายลิ้นแกร่งไล้เลียที่กลีบปากล่าง ก่อนจะดุนดันล่วงล้ำเข้าไปในอุ้งปากหวานที่เผยอรอรับเขาอย่างเต็มใจ
มือหนาที่เคยวางอยู่เหนือบั้นท้ายอวบกลมกลึง ตอนนี้ขยับลูบไล้ สำรวจตรวจตราไปทั่วทั้งร่างงาม ไฟร้อน ๆ จากความปรารถนากำลังเข่นฆ่าคนทั้งคู่ให้มอดไหม้
“ฉันไม่ต้องการเก็บมันไว้อีกต่อไปแล้ว”
เขาคำรามแผ่วเบา ขณะเลื่อนปลายจมูกโด่งลงมาที่ซอกคอระหง ริมฝีปากอันช่ำชองของเขาดูดเม้มเนื้อนวลอย่างหิวกระหาย กลิ่นกายสาวที่ได้รับสัมผัส ทำให้ธันชนนแทบคลั่ง เขาอยากจะยกร่างของหล่อนขึ้นบนโต๊ะ แล้วจับต้นขาเรียวให้แยกออกจากกัน จากนั้นก็โจนจ้วงใส่ร่างบางให้หายบ้าเสียที
เขาอยากได้หล่อน ต้องการหล่อน ต้องการมาตลอดสิบปี
“คุณธัน อย่าค่ะ”
น้ำผึ้งร้องห้ามเขาด้วยความเป็นกุลสตรีที่ถูกอบรมมา แต่ร่างกายของหล่อนหาเชื่อฟังไม่ มันอิงแอบ แนบซบกับร่างแกร่งกำยำที่ตื่นตัวน่ากลัวของเขาอย่างสนิทชิดเชื้อ ความร้อนจากเขาซึมซาบเข้าสู่ร่างกายได้อย่างน่าอัศจรรย์
หล่อนไม่เคยคิดว่าเขาจะทำกับหล่อนแบบนี้ แม้แต่ในความฝันก็ไม่เคย
คำพูดของน้ำผึ้งทำให้สติที่ถูกอุ้งมือปีศาจเขี่ยทิ้งวิ่งกลับมาที่เดิม และเมื่อมันเริ่มทำงาน การกระทำทุกอย่างที่เขากำลังทำกับเรือนร่างอรชรหอมกรุ่นก็หยุดลงราวกับกดปุ่มปิดสวิตช์
มือหนาที่ลูบไล้ไปตามส่วนโค้งส่วนเว้าของกายสาวหยุดนิ่ง ริมฝีปากร้อนผ่าวที่กำลังดูดเม้มผิวเนื้อนวลที่ซอกคอระหงหยุดเคลื่อนไหว และไม่ช้าร่างของหล่อนก็ถูกเขาดันให้ออกห่างอย่างรวดเร็ว
น้ำผึ้งกะพริบตามองธันชนนที่ตอนนี้ถอยหลังออกไปจากหล่อนหลายก้าวด้วยสายตางุนงง เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้หญิงสาวเหมือนตกอยู่ในมนต์สะกด
“ฉันขอโทษ ที่ทำอะไรที่ไม่สมควรลงไป”
ร่างกายสูงใหญ่เกร็งเครียด กลิ่นอายของความปรารถนายังคละคลุ้งลอยอยู่ในอากาศ ดวงตาของเขาว่างเปล่าเย็นชา ความไร้หัวใจค่อย ๆ ทยอยพ่นออกมา ชายหนุ่มหมุนตัวเดินไปจ้องมองที่นอกหน้าต่าง
น้ำผึ้งยกมือขึ้นลูบกลีบปากช้ำของตนเองทั้งน้ำตา การกระทำของเขาทำให้หล่อนรู้สึกไร้ค่าเป็นที่สุด แม้เขาจะไม่พูดถึงเรื่องที่เขาล่วงเกินหล่อนเมื่อครู่นี้ แต่หล่อนก็ฉลาดพอที่จะคิดเองได้ว่า เขานั้นคงรู้สึกละอายใจแค่ไหนที่จูบหล่อน คนที่เขาไม่เคยแม้แต่จะปรายตามอง
“ฉันขาดสติ และเธอก็พูดจายั่วโมโหฉัน”
คำอธิบายของเขาช่าง ทำให้หัวใจของหล่อนรู้สึกดีขึ้นจริง ๆ รู้สึกดีจนอยากจะฆ่าเขาให้ตาย หญิงสาวจ้องมองแผ่นหลังกว้าง กำยำ ของธันชนนด้วยสายตาขุ่นเคือง
“คุณธันไม่ต้องแก้ตัวขนาดนั้นหรอกค่ะ ไม่ต้องกลัวว่าผึ้งจะตู่หาว่าคุณธันพิศวาสหรอก ผึ้งไม่อาจเอื้อมขนาดนั้น แค่คุณธันยอมพูดคุยด้วย ผึ้งก็แทบจะยกมือไหว้อยู่แล้วค่ะ”
คำประชดประชันของน้ำผึ้ง ทำให้ธันชนนหมุนตัวกลับมามอง
“ปากคอเราะรายตั้งแต่เมื่อไหร่กัน”
หญิงสาวเชิดหน้าสูง พยายามอย่างที่สุดที่จะกลั้นน้ำตาไว้ในอก
“ผึ้งไม่เคยดีในสายตาของคุณธันอยู่แล้ว ทางที่ดีปล่อยผึ้งไปเถอะค่ะ อย่ามายุ่งกับผึ้งเลย หากคุณธันกลัวจะผิดสัญญากับคุณท่านเรื่องผึ้ง ไม่ต้องห่วงนะคะ ผึ้งจะจุดธูปบอกคุณท่านเอง” หญิงสาวหมุนตัวจะเดินหนีไป แต่ธันชนนก็ก้าวยาว ๆ มาคว้าข้อมือบางไว้เสียก่อน
“ปล่อยผึ้งนะ!” น้ำผึ้งสะบัดมือแรง ๆ แต่เขาไม่ยอมปล่อย หล่อนเงยหน้ามองเขาด้วยความไม่พอใจ
“อย่าพยศให้มันมากนักน้ำผึ้ง”
เขาเอ็ดเสียงดัง สายตาคมที่จ้องมองหล่อนมีแววของความขัดเคืองไม่น้อย ก็แน่ละ เขาไม่เคยพอใจสักครั้งที่เห็นหน้าหล่อน
หรือถ้าจะพูดให้ถูก ตรงไหนที่มีหล่อน ตรงนั้นจะไร้เงาของเขาอย่างสิ้นเชิง
“หากไม่ถูกคุณธันกักกั้นอิสรภาพ ผึ้งก็คงไม่เป็นอย่างนี้หรอกค่ะ”
ธันชนนจ้องใบหน้าน้ำผึ้งด้วยสายตาที่เย็นชา หญิงสาวจ้องมองตอบ หล่อนไม่เคยอ่านความหมายจากดวงตาสีนิลของเขาออกเลยแม้แต่ครั้งเดียว เพราะทุกครั้งที่จ้องมอง มันมีแต่ความมืดมิด มืดดำราวกับรัตติกาล เสียงลมหายใจหนักหน่วงหลุดลอดออกมาจากริมฝีปากหยักได้รูปของธันชนน
“รอจนถึงวันเปิดพินัยกรรมก่อน แล้วฉันจะปล่อยเธอไป” วันเปิดพินัยกรรมของคุณท่านหรือ?
“ผึ้งไม่เกี่ยวข้องอะไรด้วยสักนิด ทำไมต้องรอด้วยคะ” ความสงสัยทำให้หล่อนจ้องมองเขาอย่างต้องการคำตอบ แต่ธันชนนเบือนหน้าหนี
“อีกสองวันเธอก็จะรู้เอง บางทีเธออาจจะดีใจจนเนื้อเต้นก็ได้” เขาตัดบทได้อย่างถึงใจ ขณะเดียวกันก็ยังไม่ลืมประหารหล่อนด้วยวาจาเหยียดหยามเช่นเคย
“ออกไปได้แล้ว และก็ไม่ต้องมาพบฉัน หรือเข้ามาให้ฉันเห็นหน้าอีกจนกว่า”
ธันชนนหยุดพูด หันมาจ้องมองหล่อนด้วยสายตาชนิดที่ชาตินี้หล่อนคงไม่มีวันลืมมันได้ เพราะมันทั้งเย็นชา ไร้หัวใจ และอำมหิต