เอี๊ยดดด!! โครมม!!!
ร่างบอบบางถูกแรงกระแทกจากรถคันที่วิ่งเข้ามาชนรถของเธอ จึงทำให้ตัวเธอกระเด็นออกนอกรถลอยไปหลายเมตร ร่างน้อยกระแทกลงกับพื้น เลือดไหลออกปากเสียชีวิตคาที่ทันที ผู้คนมากหน้าหลายตาต่างมุงดู บ้างก็โทร.แจ้งตำรวจ บ้างก็โทร.แจ้งมูลนิธิฯ
ดารินช็อกกับเหตุการณ์ตรงหน้า เธอมึนหัวมากแต่ก็พยายามตั้งสติ ใบหน้าอาบเลือดหันไปมองพี่ชายที่นั่งฝั่งคนขับรถ
“พิ...พี่ชาย” ดารินครางเสียงสั่นเมื่อเห็นพี่ชายมีเลือดท่วมตัว มือสั่นระริกยื่นเข้าไปแตะตรงร่องจมูกทำให้รู้ว่าพี่ชายไม่หายใจเช่นเดียวกับผู้หญิงที่พี่ชายได้ขับรถชน
ซึ่งในเวลานั้น ดารินไม่สามารถช่วยพี่ชายและผู้หญิงคนนั้นได้ ดวงตาเอ่อเต็มน้ำตาหนักอึ้งปิดลง และภาพของพี่ชายและผู้หญิงคนนั้นก็ค่อยๆ จางหายไปเมื่อลมหายใจของเธอแผ่วลงที่ละน้อยและหมดสติไปโดยไม่รู้ตัว…
กริ๊งงงง!!!
เสียงโทรศัพท์ดังขึ้นมากลางดึกในขณะที่เขากำลังหลับฝันดีอยู่ หัสดินเอื้อมมือไปหยิบไอโฟนที่วางอยู่บนโต๊ะข้างหัวเตียง ก่อนที่จะแนบลงบนข้างหู เขาก็แตะนิ้วสัมผัสคอยฟังเสียงด้วยความหงุดหงิด และสิ่งที่ได้รับฟังจากต้นสายทำให้หัสดินแทบขาดอากาศหายใจ เหมือนเขากำลังจะตาย
“อะ...อะไรนะครับ! มะ...ไม่จริงไม่ใช่...น้องสาวของผมเสียชีวิตแล้ว...ผมไม่เชื่อ! คุณโกหก!” หัสดินแค้นเสียงเย็นใส่ต้นสายที่โทร.มาแจ้งข่าวการตายของน้องสาว
บิดามารดาของเขาเสียชีวิตไปตั้งแต่ชายหนุ่มอายุสิบห้า เขาก็ต้องดูแลกิจการของครอบครัว เรียนไปด้วย บริหารงานไปด้วยพร้อมทั้งดูแลน้องสาวเพียงคนเดียวที่มีอายุเพียงเจ็ดขวบ มัจจุราชช่างโหดร้ายมาก พรากบิดามารดาของเขาไปยังไม่พอ ยังมาพรากหัวใจดวงสุดท้ายของเขาไปอีก
กุลธิดา น้องสาวผู้แสนน่ารัก และอ่อนโยนที่เขาคอยเฝ้าดูแลทะนุถนอมรักใคร่ยิ่งกว่าไข่ในหินต้องมาจบชีวิตลงก่อนวัยอันสมควร ทั้งที่พรุ่งนี้เป็นวันที่เธอจะต้องเข้าเรียนมหาวิทยาลัยเป็นวันแรก
หัสดินกำมือแน่นแค้นเคืองไอ้คนที่มันพรากชีวิตของน้องสาวของเขาไปโดยที่เธอไม่มีความผิด เขาจะเอาเรื่องคนที่มันทำลายดวงใจของเขาจนถึงที่สุด พวกมันจะต้องชดใช้อย่างแสนสาหัส!
โรงพยาบาลแห่งหนึ่งกลางเมืองกรุง...
“น้องสาวของผมที่ชื่อกุลธิดาอยู่ห้องไหนครับ”
เมื่อมาถึงโรงพยาบาล หัสดินก็รีบตรงไปยังห้องฉุกเฉิน เมื่อเห็นนางพยาบาลเดินออกมาจากห้อง ชายหนุ่มก็รีบตรงเข้าไปถาม
“เสียใจด้วยนะคะ ทางเราพยายามยื้อคนป่วยไว้อย่างสุดความสามารถแล้วค่ะ” สีหน้าของนางพยาบาลก็สลดเสียใจไปกับญาติคนตาย
เธอได้พาหัสดินตรงเข้ายังเตียงที่มีร่างของน้องนอนนิ่งไม่หายใจ มือหนาสั่นเทาจับผ้าสีขาวเปิดออกจากร่างกายขาวซีด ดวงหน้างามที่ไม่พบแม้แต่รอยฟกช้ำเลยสักนิด น้องของเขาช่างเหมือนเจ้าหญิงนิทราที่หลับใหลรอวันตื่นขึ้นอีกครั้ง
“กุ...กุล...อึกก!!” หัสดินร่างกายเย็นเฉียบ ยืนแทบไม่ไหว มือทั้งสองข้างต้องเกาะขอบเตียงของน้องสาวไว้แน่น น้ำตาลูกผู้ชายหลั่งไหลออกมาเองเมื่อได้เห็นร่างของน้องสาวสิ้นลมหายใจ
มือใหญ่สั่นเทาค่อยๆ เอื้อมไปจับใบหน้างามขาวซีดเซียวไร้สีเลือดที่มีเพียงรอยช้ำตรงมุมปากเล็กน้อย เขาค่อยๆ ไล่สัมผัสลูบเส้นผมยาวเป็นลอนสีน้ำตาลอ่อนแผ่วเบาด้วยความรัก หัสดินเสียใจและเจ็บแค้นคนที่ทำให้น้องสาวเพียงคนเดียวของเขาเสียชีวิต
“คู่กรณีน้องผมอยู่ไหนครับ?” หัสดินเอ่ยถามนางพยาบาลที่พาเขาเข้ามาหาน้องสาว
“อยู่เตียงตรงข้ามกับคุณค่ะ รอดหนึ่ง เสียชีวิตหนึ่งค่ะ” นางพยาบาลบอกชายหนุ่ม
“หมายความว่าไงครับ” หัสดินทำหน้าสงสัยจึงถามนางพยาบาล
“ทางคู่กรณีคุณมีสองคนค่ะ คนพี่ที่เป็นผู้ชายเสียชีวิต ส่วนคนน้องเป็นผู้หญิงรอดชีวิตค่ะ” นางพยาบาลเอ่ยตอบ พร้อมทั้งชี้มือให้ชายหนุ่มดูทางฝั่งตรงข้าม
หัสดินไม่รอให้นางพยาบาลพาไป เขาเดินย่างสามขุมตรงไปยังเตียงนอนก็พบว่า คนที่นอนอยู่บนเตียงนั้นยังมีชีวิตอยู่
เด็กสาวหน้าตาสะสวยอายุคงจะรุ่นๆ เดียวกันกับน้องสาวของเขา หัสดินมองเด็กสาวด้วยความแค้น แววตาสีเข้มจับจ้องมองสายน้ำเกลือห้อยระโยงระยาง เรียวปากหยักได้รูปสวยยิ้มเยือกเย็นเมื่อเห็นรอยฟกช้ำทั่วทั้งตัวของแม่สาวน้อย ความสะใจเต็มอกเมื่อเห็นเด็กคนนี้มีรอยแผล
“ดาริน พฤกษากร หึ! เธอสินะที่เป็นคนขับรถชนน้องสาวของฉัน แถมยังทำให้พี่ชายตัวเองตายอีก เธอนี่มันเลวชั่วช้าเสียจริงๆ ฉันจะรอเธอออกจากโรงพยาบาล แล้วเราจะได้เจอกัน...เธอจะต้องชดใช้ให้ฉันอย่างสาสม...ดาริน พฤกษากร” หัสดินเค้นเสียงเย็น
ยะเยือกดังเกล็ดหิมะลอดออกมาจากไรฟัน…
๑
เสียงพระสวดศพส่งคนตายไปสู่สุคติดังผสมกับเสียงสะอื้นไห้ของหญิงสาวไร้ญาติ เธอยืนเหม่อใจลอย ดวงตาเขียวช้ำเพราะผ่านการร้องไห้มานานนับไม่ถ้วนมองโลงไม้ที่ข้างในมีร่างไร้วิญญาณของพี่ชายนอนสงบนิ่งอยู่
ดารินหนาวเหน็บ ว้าเหว่หัวใจที่ขาดที่พึ่งสุดท้าย ดวงหน้าเต็มไปด้วยน้ำตาเศร้าหมองก้มมองภาพถ่ายของพี่ชายในอ้อมแขน
“น้องอยู่คนเดียวได้ค่ะ” ดารินยกมือขึ้นปิดปากกลั้นเสียงสะอื้นไว้แน่น มือที่ลูบภาพถ่ายของพี่ชายนั้นยกขึ้นเช็ดน้ำตา น้ำมูกที่ไหลเปรอะดวงหน้าขาวซีด
“พี่ชายไม่ต้องเป็นห่วงน้องนะ หลับให้สบาย บอกพ่อกับแม่ด้วยว่า น้องคิดถึงพวกท่าน” เสียงของดารินสั่นเครือเหมือนมือของเธอที่สั่นไหวยามได้วางดอกไม้จันทน์ตรงฝาโลง
“ฮืออ...พี่ชายย” หญิงสาวครางสะอื้นไห้เรียกหาพี่ชาย ดวงตาเอ่อน้ำใสๆ ไหลอาบแก้มทั้งสองข้างมองเปลวเพลิงลุกเผาโลงที่ใส่ร่างของพี่ชาย…
การสูญเสียพี่ชายเพียงคนเดียวไปอย่างกะทันหันจากอุบัติเหตุโดยไม่ทันได้ตั้งตัวทำให้ดารินรู้สึกเคว้งคว้าง มองไปทางไหนก็มืดมน การเรียนต้องหยุดพักเพราะไม่มีเงินพอที่จะจ่ายค่าเทอม ไหนจะค่าใช้จ่ายต่างๆ ระหว่างเรียน ซึ่งคนฐานะยากจนอย่างเธอไม่มีเงินพอที่จะเรียนต่อเมื่อขาดเสาหลักเพียงคนเดียวไป บิดามารดาของเธอเสียชีวิตไปตั้งแต่เธออายุ 10 ปี ซึ่งตอนนั้น พี่ปิติของเธอเรียนจบมีงานทำพอดี ทำให้เธอกับพี่ชายพออยู่รอดได้
ดารินซับเหงื่อตรงหน้าผากออกด้วยความเหนื่อยล้า วันนี้ทั้งวันแล้วที่เธอเดินหางานทำ แต่ก็มีแค่ให้ยื่นเอกสารแล้วรอสัมภาษณ์งาน
“พ่อจ๋า แม่จ๋า พี่ชายจ๋า ช่วยรินด้วยนะคะ” ดารินเอ่ยออกมาเสียงแผ่วเบา เธอน้ำตาซึมเมื่อมองกระเป๋าเงิน
“เราต้องประหยัดให้สุดๆ” เงินในกระเป๋ามีเหลือแค่เจ็ดพันเท่านั้น ‘อยู่ได้สิ’ ดารินกระสิบเสียงปลอบใจตัวเอง เธอยังมีบ้านเป็นสมบัติเพียงชิ้นเดียวที่ได้อาศัยอยู่โดยไม่ต้องเช่า
“น้ำขวดหนึ่งค่ะ” ดารินพูดไม่ทันจบประโยค ดวงตากลมโตสุกประกายปรายมองไปเห็นป้ายประกาศรับสมัครงาน
- รับสมัครพนักงานพิมพ์ดีด โรงพิมพ์วิบูลวิวัฒน์
- วุฒิการศึกษา ม.6 ขึ้นไป
- อายุ 20 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป
- ไม่จำกัดเพศ
- สมัครได้ที่โรงพิมพ์วิบูลวิวัฒน์ทุกวัน เวลา 07.00 น.-17.00 น.
ดารินยิ้มใจชื้น อ่านป้ายอย่างมีความหวัง เธอเดินเข้าไปในออฟฟิศของโรงพิมพ์ในไม่กี่นาทีต่อมา
“สวัสดีค่ะดิฉันมาสมัครงานค่ะ” ดารินยกมือไหว้ผู้หญิงวัยกลางคน เธอเดาเอาว่าหล่อนคงจะเป็นหัวหน้าพนักงานที่นี่
“นั่งก่อนสิ เดี๋ยวฉันจะไปบอกเจ้านายก่อน เพราะเจ้านายเป็นคนสัมภาษณ์เอง” ผู้หญิงคนนั้นบอกให้ดารินนั่งรอ แล้วหล่อนก็เดินเข้าไปในห้องสีเทา
ไม่ถึงห้านาที หล่อนคนนั้นก็เดินออกมากวักมือเรียกให้ดารินเข้าไป…
“สวัสดีค่ะ”
ทันทีที่ได้ยินเสียงหวานใส เจ้าของร่างสูงก็เงยหน้าจากเอกสารที่กองเต็มโต๊ะ ชายหนุ่มตกตะลึงเมื่อเห็นว่าเป็นหญิงสาวคนที่ขับรถชนน้องสาวของเขาเสียชีวิต
“ฉันมาสมัครงานค่ะ” ดารินยืนตัวแข็งเมื่อเจอสายตาดุดันจ้องมอง เธอก้มหน้าหลบสายตาของเขา แล้วพูดเบาๆ ให้ชายหนุ่มรับรู้ เมื่อคนตรงหน้าไม่ยอมพูดอะไร
“พรุ่งนี้ เธอเริ่มงานได้ เข้างาน 7 โมงเช้า เลิกงานทุ่มครึ่ง เงินเดือนฉันให้เธอแค่ 9,000 ตามค่าแรงขั้นต่ำ” หัสดินเอ่ยเสียงเรียบ ไม่แสดงความรู้สึกอะไรออกมาให้หญิงสาวรับรู้ แต่ในใจมันร้อนรุ่ม เคียดแค้นอยากจะกระโจนเข้าบีบคอระหง
“คะ?” ดารินยืนตะลึง รู้สึกแปลกใจระคนงุนงงที่ชายหนุ่มรับเธอเข้าทำงานอย่างง่ายดาย หนำซ้ำไม่ได้สัมภาษณ์อะไรเลยสักนิด
“เธอมีปัญหาอะไร?” เขาถามเสียงเรียบเฉย แววตาสีเข้มดูหยันๆ มองตั้งแต่ศีรษะไล่ลงต่ำถึงปลายเท้า แล้ววกขึ้นมองใบหน้างามจิ้มลิ้ม จ้องลึกเข้าไปในดวงเนตรสีดำขำ
“มะ...ไม่มีค่ะ” ดารินกลัวชายหนุ่มจะเปลี่ยนใจจึงรีบยกมือไหว้ขอบคุณพร้อมทั้งส่ายหน้าปฏิเสธ
“หึ! ดีใจไปเถอะดาริน ไม่นานหรอก ฉันจะทำให้เธอตกนรกเหมือนตายทั้งที่ยังหายใจ” หัสดินกล่าวออกมาหลังจากที่หญิงสาวลับตาไปแล้ว…
เช้าวันต่อมา...ดารินเห่องานใหม่ รีบมาทำงานตั้งแต่ยังไม่ถึงหกโมงเช้า เธอเคาะประตูกระจกให้คนด้านในรู้สึกตัว ซึ่งหัสดินที่นั่งรออยู่แล้วเดินออกมาเปิดประตูให้หญิงสาว เขาพาเธอเข้าไปในห้องทำงานพร้อมกับยื่นเอกสารฉบับหนึ่งให้
“อะไรคะ?” ดารินเอ่ยถามอย่างสงสัย
“นี่เป็นสัญญาจ้างงาน ฉันจ้างเธอปีหนึ่ง เซ็นซะสิ” เขาเอ่ยแกมบังคับ ซึ่งดารินก็รับมาแล้วจรดปลายปากกาเซ็นชื่อลงไปทันทีโดยไม่ได้อ่านรายละเอียดเลยแม้แต่น้อย
หัสดินยิ้มมุมปากพอใจในสิ่งที่กำลังจะดำเนินไปตามแผนการ เมื่อเห็นว่าหญิงสาวได้เซ็นเอกสารเรียบร้อยแล้ว เขาก็นำเอกสารไปถ่ายสำเนา แล้วนำฉบับจริงไปเก็บไว้ในเซฟส่วนตัว ส่วนสำเนาสำรอง เขาเอาวางไว้บนโต๊ะทำงาน
“คุณจะให้ฉันพิมพ์เอกสารเลยไหมคะ?” ดารินยืนอยู่กลางห้อง หันมองโต๊ะทำงานของตัวเองแล้วหันมองผู้ชายที่เป็นเจ้านาย เขายืนหันหลังให้เธอ
“ไปทำความสะอาดห้องน้ำ และเช็ดกระจกนั่นด้วย” หัสดินหันหลังมามองหญิงสาว เขานั่งบนขอบโต๊ะทำงาน ขาทั้งสองข้างไขว้กันไว้
“คะ?” ดารินงงกับงานที่ได้รับวันแรก
“หรือเธอจะไม่ทำ ลาออกก็ได้นะ แต่ช่วยอ่านสัญญาก่อนลาออกด้วยนะ” หัสดินโยนเอกสารใส่หน้าหญิงสาว
“แต่ฉันไม่ได้สมัครงานในตำแหน่งงานทั่วไปนี่คะ?” ดารินก้มเก็บใบสัญญา นี่คือนิสัยของเธอที่ชอบละเลยเรื่องทำสัญญา จึงถูกต่อใครเอาเปรียบเสมอ
“ในสัญญาได้ระบุไว้ว่า เธอยินยอมที่จะทำทุกอย่าง ไม่ว่าจะออกไปเก็บอุจจาระข้างนอกนั่น” หัสดินพูดหยันๆ เขาหรี่ตาข้างหนึ่งมองหน้าของเธอ ซึ่งดารินก็ได้แต่พยักหน้าโดยไม่มีข้อขัดข้อง เพราะในเวลานี้ เธอต้องทำงานและหาเงินเลี้ยงดูตัวเอง
“ทำไม่ได้ก็ออกไป! และอย่าลืมจ่ายค่าประกันการทำงาน 10,000 บาทด้วยนะ” เกมแก้แค้นกำลังเริ่ม หัสดินกระตุกยิ้มเจ้าเล่ห์ เมื่อเห็นท่าทีแบ่งรับแบ่งสู้ของหญิงสาว
“ค่ะ...”
“ค่ะ อะไร!”
“ฉันจะทำงานที่นี่ค่ะ” เสียงเกรี้ยวกราดของชายหนุ่มทำให้ดารินสะดุ้งตกใจ เธอหวาดกลัวในท่าทีแปลกใหม่ของชายหนุ่ม ซึ่งเมื่อครู่นี้ก็ยังทำหน้าที่เจ้านายผู้เอื้ออารีอยู่เลย
“ดี! งั้นเริ่มงานได้แล้ว กวาดพื้นถูพื้นให้เสร็จก่อน 7 โมง แล้วค่อยไปเช็กและทำความสะอาดเครื่องพิมพ์ทุกตัว” หัสดินสั่งงานเสียงกระด้าง ชายหนุ่มจงใจเดินเฉียดร่างบางจนหญิงสาวเซถอยหลัง
“ผู้ชายบ้าอำนาจ” ดารินพยุงตัวยืน เธอหันหลังมองชายตัวโตเท่ายักษ์ฮัมเพลงมีความสุขเดินจากไป เธอหมั่นใส้จึงยกกำปั้นใส่หลังของเขา…
ในห้องน้ำ..
“เราต้องอดทนสิ” ดารินนั่งหลังพิงประตูห้องน้ำ ดวงหน้าหวานเต็มไปด้วยเหงื่อ เพราะเธอเหน็ดเหนื่อยกับงานกวาดถูพื้นและล้างห้องน้ำที่เพิ่งจะทำเสร็จ และเมื่อนึกถึงงานเช็กและทำความสะอาดเครื่องพิมพ์ ความล้าก็เข้ามาจู่โจมทันที
“รินคิดถึงแม่กับพ่อค่ะ พี่ชาย น้องเหนื่อยเหลือเกิน” ดารินเงยหน้าจากหัวเข่า เธอยกมือเช็ดน้ำตา ตั้งแต่พี่ชายจากไป เธอก็ต้องพึ่งพาตนเอง อะไรที่ไม่เคยทำก็ต้องทำ ไม่เคยเหนื่อยก็ต้องยอมทน ดารินร้องไห้ไม่มีเสียงเมื่อนึกถึงคำพูดของพี่ชาย
‘รินพี่สอนอะไรให้ฟังพี่บ้างสิ ไม่มีพี่แล้วน้องจะอยู่ยังไง...’
‘ถ้าน้องไม่ตาย พี่ชายก็ห้ามตาย พี่ชายต้องเลี้ยงน้องตลอดชีวิตจนกว่าน้องจะตาย พี่ชายห้ามตายนะ ให้น้องตายก่อน...’
“นี่เธออู้งาน คิดเอาเปรียบเพื่อนร่วมงานหรือฮะ!” เสียงตวาดดังมาจากเจ้าของร่างสูงใหญ่ เขามายืนค้ำศีรษะเธออยู่ตั้งแต่ตอนไหนไม่รู้
“ฉันเพิ่งจะนั่งพักไม่ถึงห้าวินาทีเองนะ และไม่คิดที่จะกินแรงใครด้วย” ดารินรีบลุกขึ้นยืน เธอเดินถอยหลังเมื่อรู้สึกว่าตัวเองยืนอยู่ในอ้อมกอดของชายหนุ่ม เขาตัวใหญ่และสูงมาก มากกว่าพี่ชายของเธอที่ว่าสูงแล้ว แต่ผู้ชายคนนี้กับสูงกว่าอีก
“หึ! แม้แต่หนึ่งวินาทีก็กินแรงคนอื่น เธอไม่มีสิทธิ์หยุดพักถ้ายังไม่ถึงเวลา” ร่างโตยืนเต็มประตูห้องน้ำ เท้าใหญ่ค่อยๆ เดินเข้ามาหาร่างบางที่เดินถอยจนแผ่นหลังของเธอชนกับเคาน์เตอร์อ่างล้างมือ หัสดินยืนคร่อมเธอ แขนทั้งสองข้างยันขอบอ่างขนาบร่างน้อย กังขังเธอไว้เหมือนนกน้อยอยู่ในกรงมาร
“ไอ้ออฟฟิศเถื่อน ไม่มีระบบในการทำงาน...ไอ้เจ้านายโหด
ร้าย” ดารินย่นคอหนีเมื่อชายหนุ่มเริ่มคุกคามด้วยลมหายใจร้อนระอุเป่ารดต้นคอของเธอ หญิงสาวครางเสียงสั่น ยกมือดันหน้าอกแกร่ง ไม่ยอมให้คนตัวโตได้ใกล้ชิดเธอ
“เธอว่าอะไรนะ!” หัสดินกระตุกยิ้มร้ายกับกลิ่นหอมอ่อนๆ บนเสื้อผ้าของเธอ เขาไม่ยอมหยุดที่จะทำให้หญิงสาวกลัว มือหนารีบคว้าข้อมือบางฉุดอย่างแรงให้คนตัวน้อยสูงไม่ถึงปลายคางของเขาเข้ามาปะทะหน้าอกแข็งแรง
“โอ๊ย! ฉันเจ็บนะ ปละ...ปล่อยค่ะ” ดารินร้องหวีดหวาดกลัวชายหนุ่ม เธอดิ้นขัดขืนไม่ยอมอยู่ในอ้อมแขนของเขา
“หึ! คนที่โหดร้ายจิตใจต่ำช้า ฆ่าได้แม้กระทั่งคนบริสุทธิ์คือเธอละมั้ง...”
“คุณพูดเรื่องอะไร” เสียงดูถูกให้ร้ายเธอโดยไม่มีเหตุผลทำให้ดารินหยุดดิ้น ดวงตากลมโตมองจ้องเข้าไปในดวงตาสีเข้ม พยายามค้นหามูลเหตุของข้อกล่าวหาในแววตาคู่นั้น
“ผู้หญิงหน้าซื่อใจโหดร้าย” คำว่า ‘ผู้หญิงฆาตกร’ ต้องหยุด
ชะงัก
เผียะ!!
“สารเลว!” เสียงคำรามของสัตว์ร้ายถูกหยามหน้ามาพร้อมกับร่างบางถูกกระชากเข้ามาอยู่ในอ้อมแขนอีกครั้ง มือหนาข้างหนึ่งสอดเข้าต้นคอระหง ขยุ้มเส้นผมตรงท้ายทอยกระชากให้ใบหน้างามแหงนขึ้น เรียวปากหยักยิ้มเยาะประทับลงบนกลีบปากบอบบางอย่างเร่าร้อน แขนที่กอดเอวกิ่วรีบรวบมือทั้งสองข้างยกขึ้นกดเหนือศีรษะ ส่วนอีกข้างที่ขย้ำลำคอไล่ลงมาสอดเข้าไปใต้เสื้อสีขาว กอบกุมซาลาเปาคู่แฝดเต่งตึงอย่างจาบจ้วง
“ฮืออ” ดารินพยายามดิ้นให้ตัวเองหลุดพ้นจากเขา แต่ยิ่งดิ้นมากเท่าไหร่ เขาก็ยิ่งจูบเธออย่างเรียกร้องมากขึ้นเท่านั้น ลิ้นสากสอดแทรกเข้าไปในโพรงปากหวานสำรวจทุกซอกทุกมุมในนั้นอย่างดูดดื่ม บราเซียร์ตัวน้อยถูกปลดออกอย่างง่ายดาย ปลายถันสีชมพูตอบสนองมือหนาจนเจ้าของเองยังรู้สึกว่ามันทรยศที่ไปตอบรับสัมผัสจากมือสาก