ตอน 1

1

จดหมายในมือชีคฟาฎิล อิสบาฮิม ราซิม สุไลลาถูกคลี่ออก จดหมายฉบับนี้ส่งมาจากประเทศไทย ผู้ส่งเขียนเป็นภาษาอังกฤษระบุชื่อ อภิญญา อินทร์กรรชัย เขาทวนความจำกับบุคคลชื่อนี้ กว่าจะนึกชื่อนี้ได้ก็ใช้เวลาพอสมควรเพราะมันผ่านมากว่าเจ็ดปีแล้ว

7 ปีที่ไม่ได้ติดต่อกับเจ้าของจดหมายฉบับนี้

อภิญญาคือคู่นอนของเขาพักหนึ่ง พักหนึ่งที่ว่าก็ร่วมสองเดือน ตอนนั้นเขาไปเมืองไทยเพื่อติดต่อเรื่องธุรกิจและพักผ่อน อภิญญาเป็นพนักงานทำความสะอาดภายในโรงแรมที่เขาพักอาศัย เจอกันครั้งแรกต่างถูกใจซึ่งกันและกัน สุดท้ายก็จบลงที่เตียง

ชีคฟาฎิลตัดสินใจซื้อคอนโดมิเนียมสุดหรูริมแม่น้ำเจ้าพระยา และสถานที่แห่งนั้นคือรังเสน่หาระหว่างเขากับอภิญญา จนกระทั่งเขากลับประเทศซาเมียร์ก็ไม่ได้ติดต่อกับอภิญญาอีกเลยชีคหนุ่มจำได้ว่าก่อนกลับได้ให้เงินอภิญญาสามแสนบาทก็ไม่น่ามีเรื่องติดค้างกัน อีกทั้งยังตกลงกันไว้ว่า เรื่องที่เกิดขึ้นไม่มีการผูกมัดทุกอย่างจบเมื่อเขาบอกให้จบ ซึ่งหล่อนก็ยอมรับในข้อตกลงนี้ แล้วทำไมจดหมายฉบับนี้ถึงมาอยู่ในมือตนได้ ด้วยความอยากรู้ฟาฎิลเปิดจดหมายเพื่ออ่านข้อความในนั้น

ฟาฎิลคะ

คุณคงจำฉันไม่ได้ คุณเรียกฉันว่า ซาเรีย ฉันมีความลับเรื่องหนึ่งที่ไม่ได้บอกคุณ ครึ่งเดือนก่อนคุณกลับซาเมียร์ ฉันแอบใช้เข็มเจาะถุงยางอนามัยเพราะฉันอยากมีลูกกับคุณ ฉันรักคุณแต่รู้ดีว่า คุณไม่รักฉันและไม่ต้องการมีพันธะ พอคุณกลับซาเมียร์ได้เกือบเดือนฉันก็ตั้งท้อง ลูกในท้องของฉันคือลูกของคุณ เขาเป็นเด็กฝาแฝดหน้าตาเหมือนคุณไม่มีผิด ลูกของเราชื่ออานัสและอานีส ตอนนี้อายุหกขวบกว่าแล้วค่ะ

ที่ฉันเขียนจดหมายมาบอกคุณเพราะฉันกำลังจะตายด้วยโรงมะเร็ง ฉันไม่แน่ใจว่า วันที่คุณได้รับจดหมายฉันยังมีชีวิตอยู่หรือไม่ ฉันไม่อยากทิ้งภาระให้พี่สาวของฉัน พี่สาวฉันลำบากเพราะฉันกับลูกมามากแล้ว เธอทั้งเหนื่อยและทุกข์ใจทุกวันเพราะต้องหาเงินมาเป็นค่ารักษาพยาบาลฉันและเลี้ยงลูกของเรา ฉันจึงอยากให้คุณมารับลูกของเราไปอยู่ด้วย

คุณอาจไม่เชื่อเรื่องที่ฉันบอก แต่ทางการแพทย์สามารถยืนยันได้ คุณพาอานัสและอานีสไปตรวจดีเอ็นเอได้ค่ะ ฉันมั่นใจล้านเปอร์เซ็นต์ว่า อานัสกับอานีสเป็นลูกของคุณ ภาพถ่ายสองแฝดฉันส่งมาพร้อมกับจดหมาย หน้าตาเหมือนคุณไม่มีผิดค่ะ ฉันเขียนที่อยู่ไว้ให้ด้วยนะคะ คุณจะได้ไปรับลูกของเราได้ถูกที่

ท้ายนี้ฉันดีใจที่ได้พบคุณ ดีใจที่เรามีความสุขร่วมกันในระยะเวลาสั้นๆ เป็นความสุขและความทรงจำที่ฉันไม่เคยลืม และขอโทษที่สร้างภาระให้กับคุณ คุณไม่รักฉันไม่เป็นไรค่ะ ขอให้คุณรักลูกของเราบ้างแค่เพียงเสี้ยวใจก็ยังดี

รักคุณเสมอ

ซาเรีย

มือฟาฎิลสั่นไปหมด หัวใจเขาก็สั่นตามไปด้วย รู้สึกมึนไปชั่วขณะไม่คิดว่าเรื่องนี้จะเกิดขึ้นกับตน ใครจะไปคิดว่าอภิญญา ผู้หญิงนิสัยเรียบร้อยที่สุดเท่าที่เขาเคยรู้จักมาจะทำเช่นนี้ ทว่าใจหนึ่งก็ไม่คิดว่าคือเรื่องจริง

ฟาฎิลวางจดหมายลงบนโต๊ะ หยิบภาพถ่ายออกมาจากซองจดหมาย หัวใจเขาเต้นแรงอีกครั้งเมื่อได้เห็นหน้าเด็กผู้ชายสองฝาแฝด ใบหน้าตาเหมือนเขาในวัยเดียวกันไม่มีผิด ฟาฎิลเริ่มไม่แน่ใจแล้วว่า ความคิดที่ว่าไม่ใช่เรื่องจริง อาจเป็นจริงก็ได้ ทางเดียวที่จะพิสูจน์ว่าเด็กชายอานัสและอานีสเป็นลูกเขาหรือไม่ คงต้องตรวจดีเอ็นเอตามที่อภิญญาบอกในจดหมาย

“ไหน ไหน ลูกหลานใครมาว่าหลานฉันว่าเป็นลูกไม่มีพ่อ” เสียงชวนหาเรื่องเต็มที่ของอนัญญาดังขึ้น เจ้าตัวยืนเท้าเอวมองหน้าคนที่เรียกตัวเองว่าผู้ใหญ่ อายุรวมๆ กันแล้วเกือบสี่ร้อยปีเรียงคน โต๊ะม้าหินใกล้ๆ มีสาววัยเดียวกับหล่อนนั่งดื่มกาแฟเย็นนั่งอยู่ โดยมีเด็กชายกลุ่มหนึ่งนั่งเล่นอยู่ด้วย ทั้งหมดนั่งอยู่หน้าร้านอาหารตามสั่งประจำซอย “ใครว่าหลานฉันแสดงตัวออกมาซะดีๆ อย่าให้โมโหนะ”

เป็นการเตือนครั้งที่หนึ่ง แต่ก็ยังไม่มีใครยอมรับ

“เตือนครั้งที่สองนะ ถ้าไม่แสดงตัวออกมา ที่นี่แหลกแน่”

เตือนครั้งนี้เด็กชายรูปร่างอ้วนสุดที่นั่งตรงโต๊ะม้าหินลุกขึ้นมายืนหลบอยู่ด้านหลังวาสนาหรือนาที่นั่งดื่มกาแฟเย็นที่ไม่ได้ช่วยให้จิตใจหล่อนเย็นเลย กลับร้อนๆ หนาวๆ ด้วยซ้ำไป

“ไอ้นนท์ แกว่าหลานฉันใช่ไหม” อนัญญาเรียกชื่อเด็กชายเจ้าเนื้อเสียงดังลั่น เจ้าของชื่อถึงกับสะดุ้งเกาะแขนน้าสาวแน่น

“เด็กมันก็คงพูดหยอกกันน่ะเปรี้ยว แกก็อย่าถือสาเด็กมันเลยนะ”

วาสนาน้าสาวของนนท์พูดเสียงสั่น รู้สึกแหยๆ กับท่าทางของอนัญญาที่พร้อมตบเต็มที่

“นั่นสิ เอ็งก็อย่าโกรธเป็นฝืนเป็นไฟไปหน่อยเลย เด็กมันพูดไม่คิด พูดตามความจริง” คนพูดคือป้าอิ่ม แม่ของวาสนาและเป็นยายของนนท์

“ความจริงอะไรป้า ฉันถามป้าข้อนึงว่า ใครในโลกนี้เกิดมาโดยไม่มีพ่อบ้าง ไม่ใช่ปลากัดนะที่มองตากันแล้วจะท้องน่ะ ขนาดทำเด็กหลอดแก้ว ทำกิฟฟ์ยังต้องมีเชื้อของคนเป็นพ่อเลยไม่งั้นลูกจะเกิดมาได้ไง” อนัญญาพูดด้วยความไม่พอใจ มองหน้าเอาเรื่อง “อย่ามาแถแทนหลานตัวเองเลย หัดสั่งสอนหลานตัวเองบ้างนะ ถ้าฉันได้ยินอีกครั้งว่า หลานของป้าพูดแบบนี้กับหลานของฉันอีกล่ะก็ แม่จะเอาไม้เผ่นกบาลให้แตกเลยคอยดู”

นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่อนัญญามาอาระวาดผู้ปกครองเด็กในละแวกบ้าน แต่ก็ยังมีเด็กปากไม่ดีพูดล้อเลียนอานัสและอานีส หลานชายฝาแฝดสุดที่รักของหล่อนว่า ‘ไอ้ลูกไม่มีพ่อ’ คนเป็นป้าถึงกับเลือดขึ้นหน้า ไปจัดการเด็กที่พูดประโยคนี้ จนไม่มีใครพูดซ้ำสอง

ตอน 2

2

“เอ็งจะห้าวมากไปแล้วนะนังเปรี้ยว เด็กมันก็คือเด็กจะเอาอะไรกับมันล่ะ” ป้าอิ่มพูดเข้าข้างหลานชาย

“พูดเข้าข้างกันแบบนี้ไงล่ะ หลานป้าถึงเป็นแบบนี้ กี่ครั้งแล้วที่พี่แก้วต้องไปขอโทษพ่อแม่คนอื่นตอนนนท์ไปแกล้งน่ะ แทนที่จะสั่งสอนหลานกลับมาพูดเข้าข้าง มิน่าล่ะปากถึงได้เหมือนหมา เที่ยวเห่าเด็กคนอื่นไปทั่ว” ยิ่งพูดยิ่งของขึ้น อนัญญาเท้าเอวพูดเสียงดังจนคนอื่นหันมามองเป็นตาเดียว “ครั้งนี้จะเป็นครั้งสุดท้ายนะที่ฉันมาเตือน ถ้าได้ยินนนท์พูดกับหลานของฉันอีกล่ะก็ ฉันตบเรียงตัวแน่”

นนท์รีบวิ่งเข้าไปในบ้านทันที เพราะกลัวว่าอนัญญาที่ถลึงตาใส่จะทำร้ายตน

“เออๆ ข้าจะเตือนมันเอง เอ็งก็เบาๆ ลงหน่อย คนแก่หัวใจวายกันพอดี” ป้าอิ่มไม่อยากมีเรื่อง มีปากมีเสียงกับอนัญญาสักเท่าไหร่ เพราะรู้นิสัยอีกฝ่ายดีกว่า ไม่กลัวใครหน้าไหนทั้งสิ้น ยิ่งใครมารังแกหรือพูดไม่ดีกับสองหลานชาย คนนั้นชะตาขาด

“เรื่องหลานฉันถือว่าจบ งั้นเริ่มเรื่องต่อไปได้”

“เรื่องอะไรอีกล่ะ มีใครทำอะไรเอ็งอีก” ป้าอิ่มพูดอย่างกล้าๆ กลัวๆ ภาพที่อนัญญาตบน้ำตาล จอมปากมากประจำซอยยังติดตาอยู่ แล้วยังวีรกรรมอีกหลายอย่างที่ใครเห็นเป็นต้องพูดเสียงเดียวกันว่า ‘อย่ายุ่งกับเปรี้ยวดีที่สุด’

“เปล่า ไม่มีใครทำอะไรเปรี้ยวแล้วจ้ะป้า เปรี้ยวจะยืมเงินป้าสักสามพันวันพุธหน้าคืนจ้ะ” น้ำเสียงประโยคนี้ต่างกับประโยคก่อนหน้าลิบลับ

“อะไรวะ เมื่อกี้แกยังทำท่าจะกินหัวแม่ฉันอยู่เลย ตอนนี้มายืมเงินแม่ฉันเนี่ยนะ แม่ฉันให้ยืมก็คงเพี้ยนแล้ว” วาสนาฟังแล้วถึงกับของขึ้น พูดสวนอนัญญาทันที ป้าอิ่มหันมองหน้าลูกสาวคนเล็ก ก่อนหันไปมองหน้าอนัญญา

“เออรอแปปนึง เดี๋ยวไปหยิบเงินให้” ทว่าคำพูดของป้าอิ่ม ทำให้วาสนาถึงกับงงและตกใจที่มารดาให้อนัญญายืมเงิน ทั้งที่ก่อนหน้านี้คนยืมพูดอย่างไม่เห็นหัว

“แม่ อะไรของแม่เนี่ย ไปให้มันยืมเงินทำไม” วาสนาเดินตามเข้ามาในร้านขายอาหารตามสั่ง

“แล้วทำไมข้าจะให้เปรี้ยวยืมไม่ได้ล่ะ ถึงมันจะไม่ยอมคน ปากร้ายแต่เปรี้ยวก็เป็นลูกหนี้ที่ดี คืนตรงเวลาด้วย อีกอย่างมันก็ทำมาหากิน หาเลี้ยงน้องเลี้ยงหลานงกๆ ตอนนี้คงสบายหน่อยที่ส้มตายแล้ว ลูกหนี้ขี้เหล้าเมายาเล่นการพนันข้ายังให้ยืมเลย แล้วลูกหนี้ดีๆ อย่างเปรี้ยวข้าไม่ช่วยได้ไงล่ะ” ป้าอิ่มให้คำตอบบุตรสาวคนเล็ก “อีกอย่างนะ เรื่องที่มันมาด่าปาวๆ ก็เป็นเรื่องจริง ไอ้นนท์ปากมันดีซะที่ไหน เจอแบบนี้เข้าไปคงขยาด”

พูดจบก็เดินออกไปนอกร้านพร้อมกับจำนวนเงินที่อนัญญาต้องการยืม โดยมีสายตาไม่พอใจของวาสนามองตามไป

“อ่ะ สามพัน” อนัญญาพนมมือไหว้ ยื่นมือไปรับเงิน

“ขอบคุณค่ะป้า วันพุธมาคืนพร้อมดอกนะคะ”

อนัญญาพูดเสียงอ่อนน้อมยกมือไหว้สวยงาม ป้าอิ่มพยักหน้ารับรู้ เดินไปนั่งคุยกับเพื่อนวัยเดียวกันตามเดิม

อนัญญาเดินกลับไปบ้านที่อยู่ไม่ห่างกันมากนัก ในใจครุ่นคิดตลอดทางว่าจะต้องหางานพิเศษเพิ่มอีกหนึ่งอย่าง เป็นเพราะอีกสามเดือนอานัสกับอานีสก็จะขึ้นประถมศึกษาปีที่หนึ่ง ต้องใช้เงินหลักหมื่นสำหรับค่าใช้จ่าย หากหล่อนไม่หาเนิ่นๆ คงต้องกู้ป้าอิ่มอีก หากไม่จำเป็นก็ไม่อยากยืมให้เสียดอกเบี้ย

“เปรี้ยว เปรี้ยว” เจ้าของชื่อมองเจ้าของเสียงเดินมาหาเจ้าของบ้าน “ได้ไหมเปรี้ยว”

“ได้สิ” อนัญญาส่งเงินสามพันบาทให้จรรยาหรือนิว เพื่อนสนิท แท้จริงแล้วอนัญญาไม่ได้ยืมเงินให้ตัวเอง แต่ยืมให้จรรยาที่จำเป็นต้องใช้เงินจำนวนนี้ “แล้วอย่าให้ไอ้โด่งรู้ล่ะว่าแกมีเงิน เดี๋ยวมันจะฉกไปซะก่อน รีบๆ เอาไปให้แม่ไป”

พูดยังไม่ทันขาดคำเจ้าของชื่อเล่นโด่ง เดินลิ่วๆ มาหาสองเพื่อนซี้ จรรยาเห็นสามีแล้วรีบหลบอยู่ด้านหลังอนัญญา

“นิว มึงมีเงิน มึงไม่บอกกูเหรอ” คำรณ สามีที่ไม่เอาไหน นิสัยเลว ติดเหล้าไม่พอ ติดการพนันอีก เงินที่หามาได้ก็ไปลงทั้งสองอย่างเกือบหมด ทิ้งภาระภายในบ้านให้จรรยาเพียงคนเดียว ซึ่งหล่อนก็มีภาระที่ต้องดูบิดามารดาเช่นกัน

“มึงรู้ได้ไงว่านิวมีเงิน” อนัญญาถามกลับ

“ก็กูเห็นมึงยื่นเงินให้นิวไงล่ะ” คำรณตอบ เขามาเห็นตอนนั้นพอดิบพอดี “นิวเอาเงินมาเร็วเข้า กูจะเข้าบ่อน”

“เงินกู กูไม่ให้” คนพูดคืออนัญญา “ส่วนมึงก็รีบไสหัวออกไปจากบ้านกู ไม่งั้นกูจะเรียกตำรวจมาจับมึงในข้อหาบุกรุก”

คำรณมองหน้าอนัญญา ก่อนเบนสายตามองภรรยาที่เอาแต่หลบอยู่ด้านหลังเพื่อนด้วยความหวาดกลัว

“นิว กูบอกให้มึงเอาเงินมาให้กู ไม่งั้นกูตบมึงแน่” คำรณนอกจากจะติดเหล้า ติดการพนัน ยังทำร้ายร่างกายทุบตีจรรยาทุกครั้งที่ไม่ได้ดั่งใจ ไม่ใช่ว่าจรรยาจะทนเป็นกระสอบทรายให้คำรณซ้อม หล่อนหนีกลับมาอยู่บ้านหลายครั้ง และคิดเลิกกับสามีแสนชั่ว ทว่าคำรณไม่เลิกรา มาตามจรรยาถึงบ้าน ขู่ว่าถ้าไม่กลับไปด้วยจะทำร้ายพ่อแม่และน้องสาวของหล่อน หรือไม่ก็ไปอาระวาดที่ทำงาน ซึ่งเขาทำจริงไม่ได้ขู่ จรรยาจึงตกเป็นเบี้ยล่างสามีจนถึงวันนี้

“มึงลองทำเพื่อนกูสิ กูต่อยมึงหน้าแหกแน่ๆ” อนัญญาชูกำปั้นขู่คำรณ

“กูไม่กลัวมึงหรอก กูต่อยมึงเปรี้ยงเดียวมึงก็สลบ...โอ๊ย!”

พูดยังไม่ทันจบ กึ่งปากกึ่งจมูกของคำรณก็ถูกกำปั้นอนัญญากระแทกเข้าไปอย่างจังจนคำรณหน้าหงาย ไม่เพียงแค่นั้นอนัญญาใช้เท้าถีบท้องคำรณไปอีกหนึ่งครั้ง จรรยาเห็นสามีถูกทำร้ายก็ไม่คิดช่วย รู้สึกสะใจมากกว่า

ตอน 3

3

“กูพูดจริงทำจริงโว้ย มึงคลานสี่ขาออกไปจากบ้านกูเดี๋ยวนี้ ถ้ามึงไม่ออกไปมึงเจอตีนเจอหมัดกูอีกชุดใหญ่แน่ แล้วอย่ามาระรานเพื่อนกูอีก ผัวชั่วๆ อย่างมึงไม่สมควรได้นิวเป็นเมีย”

อนัญญาถลกแขนเสื้อ ท่าทางอยากมีเรื่องกับคำรณเต็มที่ ไม่มีความกลัวอีกฝ่ายเลย

“มึง อีเปรี้ยว มึงกล้าชกกูเหรอ” คำรณแม้เจ็บแต่ก็ยังโมโหที่ตัวเองถูกชกหน้าและถูกถีบ

“เออสิวะ กูกล้าอยู่แล้ว มีมือมีตีนเท่ากับมึงทำไมกูจะไม่กล้าทำ กูไม่ใช่นิวนะเว้ยที่กลัวมึงน่ะ กูคือเปรี้ยว คนที่มึงต้องกลัว...อึก” อนัญญาปล่อยหมัดใส่ที่เดิมบนหน้าคำรณอีกครั้ง จรรยายิ้มเมื่อเห็นเลือดสามีออกจากจมูก

“กลับไปได้แล้วโด่ง ถ้าไม่กลับมึงได้เจอเปรี้ยวอัดหน้าเละแน่” จรรยาบอกด้วยความหวังดี

“อีนิว มึงกล้าไล่กูเหรอ มึงกลับกับกูเดี๋ยวนี้เลย” คำรณเจ็บดั้งจมูกมาก มีทีท่าหวาดกลัวอนัญญา เพื่อนสนิทภรรยาคนนี้ร้ายมาก ร้ายทั้งปากและการตบตีชกต่อย เขาได้ยินกิตติศัพท์แต่ไม่เคยเจอกับตัว มาประสบก็วันนี้เอง แต่ความที่จรรยาเป็นแหล่งรายได้หลักของตน หากไม่มีจรรยาก็ไม่มีเงินจ่ายค่าใช้จ่ายในบ้าน และบางทีก็ได้เงินไปดื่มเหล้าและเล่นการพนัน เขาจึงต้องพาจรรยากลับบ้านตนให้ได้ “ถ้ามึงไม่กลับกับกูล่ะก็ กูจะไปจัดการพ่อแม่กับน้องสาวมึงถึงบ้านเลยคอยดู”

จรรยาทำหน้าตกใจ ข้อนี้ที่หล่อนกลัวเพราะคำรณเคยไปอาระวาดพังข้าวของที่บ้านบิดามารดาสามครั้ง และทำท่าจะทำร้ายน้องสาววัยสิบห้าปีของหล่อนด้วย จรรยาเคยคิดแจ้งตำรวจจับสามี แต่ได้เพียงแค่คิดเพราะตั้งใจจะทำครั้งใด สายหยุดมารดาของคำรณมาอ้อนวอนขอร้องไม่ให้ไปแจ้งความทุกครั้ง สายหยุดเป็นคนดีแต่มีลูกเลวและที่สำคัญสายหยุดดีกับตนมาก ส่งผลให้จรรยาปล่อยให้สามีข่มขู่เช่นนี้เรื่อยมา

“อย่านะ ฉันกะ...” จรรยาอ่อนตามเคย ทว่าครั้งนี้อนัญญาไม่ยอม

“อย่ากลับไปกับมัน กลับไปแกได้เป็นกระสอบทรายแน่” เจ้าของบ้านห้ามเสียงดัง “ส่วนมึง อยากทำอะไรก็เชิญ แต่บอกไว้ก่อนนะว่า ถ้ามึงทำตามที่พูดล่ะก็ กูจะแจ้งความข้อหาทำร้ายร่างกาย แล้วถ้ามึงทำลายข้าวของกูก็จะแจ้งอีกข้อหานึงด้วย คราวนี้มึงได้ไปนอนกร่างในคุกแน่”

“มึงมาเกี่ยวอะไรด้วย เป็นคนนอกอย่าเสือก” คำรณสวนกลับ

“ก็กูจะเสือก มึงจะทำไมกู” อนัญญาเท้าเอวพูด “มึงออกไปจากบ้านกูเลยนะ ถ้ามึงไม่ออกไปกูจะเอาไม้กวาดไล่ตีมึงให้เหมือนหมาเลย”

ไม่พูดเปล่า คนพูดวิ่งไปหยิบไม้กวาดในครัวแล้วไล่ตีคำรณ คำรณต้องวิ่งหนีไม้กวาดในมือเจ้าของบ้านที่หวดใส่ตนไม่ยั้ง

“โอ๊ยๆๆ อีเปรี้ยวกูเจ็บนะ” คำรณร้องไปวิ่งหนีไป

“เออ กูตีให้มึงเจ็บไง ไปออกไปจากบ้านกูเดี๋ยวนี้” อนัญญาไล่ตีคำรณมาถึงหน้าบ้าน

“ฝากไว้ก่อนเถอะอีเปรี้ยว กูเอาคืนมึงแน่” พูดจบก็รีบวิ่งหนีทันที

“กูไม่รับฝากนาน มึงรีบมาเอาคืนนะ ไม่งั้นกูคิดดอกมึงแน่” อนัญญาตะโกนไล้หลังคำรณที่วิ่งหาจุกตูด ท่ามกลางสายตาเพื่อนบ้านที่มองมาหลายคน

“เปรี้ยว แกไม่น่าทำแบบนี้เลย มันจะอาฆาตแกนะ” จรรยาไม่ได้ห่วงสามีแต่เป็นห่วงเพื่อนมากกว่า

“คนอย่างมันจะทำอะไรได้ เก่งก็แต่กับแกนั่นแหละ มันก็เห่าไม่มีทางกัดใครหรอก” อนัญญาพูดอย่างรู้นิสัยผัวเพื่อน “แกมาอยู่กับฉันที่นี่ ขืนกลับไปอยู่กับมันรับรอง มันซ้อมแกน่วมแน่”

“ฉันกลัวแกเดือดร้อน มันต้องมาตามฉันที่นี่แน่นอน”

จรรยารู้นิสัยสามีดี จรรยาไม่เคยคิดว่า คำรณนิสัยจะเปลี่ยนหลังแต่งงาน หล่อนคบกับคำรณสามปีก่อนตกลงปลงใจแต่งงานกัน หลังจากใช้ชีวิตคู่ได้เพียงสามเดือน คำรณก็เปลี่ยนไปกลายเป็นคนละคน ทุบตีทำร้ายตน ดื่มเหล้าหนัก เล่นการพนัน เอาเงินเก็บมาใช้จนหมด เมื่อหมดก็เอาข้าวของในบ้านไปขาย ห้ามเท่าไหร่ก็ไม่ฟัง

และเมื่อถูกทำร้ายร่างกายบ่อยๆ จรรยาทนไม่ได้ขอเลิกหลายครั้ง ทุกครั้งที่พูดเรื่องนี้ ผลออกมาคือ จรรยาถูกซ้อมหนักมาก หน้าตาบวมปูด เนื้อตัวเขียวช้ำจนต้องหยุดทำงานหลายวัน จรรยาจึงทำตัวนิ่งๆ รอโอกาสหนีคำรณไปให้ไกลๆ แต่ก็ห่วงทางบ้าน เรื่องหล่อนกับคำรณจึงดูเหมือนไม่ไปไหน และถูกมองว่าจรรยารักคำรณมากถึงอยู่ด้วยและยินดีถูกซ้อม ซึ่งความเป็นจริงไม่ใช่เลย หนึ่งปีที่เป็นผัวเมียกันมา หล่อนได้รับความทุกข์มากกว่าความสุข ความรักที่มีให้หมดลงไปเรื่อยๆ จนถึงตอนนี้ไม่มีหลงเหลืออีกแล้ว

“ก็ให้มันตามมาสิ ฉันจัดการมันเอง คนอย่างมันต้องเจออย่างฉัน” อนัญญาไม่มีความเกรงกลัวคำรณแม้แต่น้อย “ฉันว่าแกรีบเอาเงินไปให้แม่ดีกว่า เดี๋ยวฉันไปด้วย เผื่อไอ้หมาบ้าไปเห่าที่บ้านแก ฉันจะได้จัดการมัน”

“อืม ขอบใจนะ”

จรรยาอุ่นใจที่มีเพื่อนดีอย่างอนัญญา ที่แม้ว่าตัวเองก็ลำบากเลี้ยงดูหลานชายทั้งสองคน และอภิญญาที่ป่วยมานานแรมปี ดูแลจนกระทั่งนาทีสุดท้ายของอภิญญาหมดลง ทว่าอนัญญาก็ยังช่วยเหลือตนมาโดยตลอด สองเพื่อนรักพากันเดินไปยังหน้าปากซอยบ้าน เพื่อนั่งรถประจำทางไปยังบ้านบิดามารดาของจรรยา

อ่านต่อเลย
ร่วมสนับสนุนนักเขียนเพื่อเป็นกำลังใจในการสร้างสรรค์ผลงานสุดสนุกต่อไป Moboreader
ปลดล็อกทุกตอน
ตอน
ปรับแต่ง
บทถัดไป
Minishorts Logo
อ่านนิยายออนไลน์ นิยายเว็บ และเรื่องราวโรแมนติกสุดฮิตบน MiniShorts พบกับนิยายโรแมนติกท่านประธาน นิยายแฟนตาซีมนุษย์หมาป่า ดราม่า และแฟนตาซี พร้อมคอนเทนต์ซีรีส์สั้นคัดสรรพิเศษที่สร้างจากเทรนด์เรื่องราวยอดนิยม
MiniShorts YouTube
©2026 MiniShorts All Rights Reserved. CHASINGTOP HK LIMITED