ปาลิน หรือ นาเดียร์ หญิงสาวผู้เกิดมาพร้อมกับความด่างพร้อยในชีวิตถูกตราหน้าว่าเป็นเด็กเหลือขอที่เกิดจากหญิงสาวขายบริการที่พลาดพลั้งตั้งท้องกับลูกค้า เพราะความยากจน แม่ของเธอจึงต้องมาทำอาชีพนี้หาเลี้ยงตนเองและครอบครัว ทำให้มีปาลินโดยไม่ได้ตั้งใจ หล่อนตั้งท้องกับลูกค้าชาวต่างชาติคนหนึ่งซึ่งลูกค้ารายนี้ก็ไม่เคยรู้เลย ว่าตนเองได้สร้างเลือดเนื้อเชื้อไขทิ้งไว้กับหญิงขายบริการคนนี้ ผู้คนที่อาศัยอยู่ในละแวกนั้นต่างก็พากันหัวเราะเย้ยหยัน ว่าเป็นแค่หญิงขายบริการริจะจับลูกค้ารวยๆ ทำผัว ใครที่ไหนมันจะไปเอา ผ่านศึกมาไม่รู้ตั้งกี่ดุ้น อย่าคิดฝันกลางวันแสกๆ
ถึงกระนั้นประภาก็ไม่เคยคิดใส่ใจกับคำดูถูกดูแคลนพวกนั้นเลย แม้เด็กคนนี้จะเกิดจากความผิดพลาดแต่ประภาก็ไม่ใจกล้ามากพอที่จะเอาเด็กคนนี้ออก ส่วนหนึ่งเลยก็คือเธอมีความฝันลมๆ แล้งๆ เหมือนที่ใครๆ พูดมานั่นแหละ เพราะประภาดันไปตกหลุมรักลูกค้าชาวต่างชาติรายนี้เข้า เขาเรียกใช้บริการเธออยู่บ่อยครั้งและติดใจจนขอเหมาให้เธอมาบริการเขาเพียงแค่คนเดียว แต่เมื่อเวลาผ่านไป ผู้ชายคนนั้นก็ไม่กลับมาใช้บริการที่ร้านอีกเลย เขาหายไป ไม่บอกหรือกล่าวคำอำลาสักคำ เธอมารู้ตัวว่าตั้งครรภ์กับเขา ผู้ชายคนนั้นก็ไม่กลับมาอีกแล้ว หล่อนรอแล้วแล้วรอเล่าจนกระทั่งคลอดลูก ก็ไม่มีวี่แววของเขาคนนั้น ในที่สุดประภาก็เสียชีวิตลงด้วยโรคมะเร็งปากมดลูก
“นางปาลิน แกมีเงินให้ฉันยืมบ้างไหม”
“ไม่มีอะ เงินเดือนลินยังไม่ออก”
“จะไม่มีได้ไง แกทำงานทุกวัน มันก็ต้องมีเก็บบ้างสิ!”
มาลีพี่สาวแท้ๆ ของประภาแม่ของปาลินเอ่ยปากถามหลานสาวในไส้น้ำเสียงแข็งกร้าว เธอเลี้ยงดูปาลินมากับยายแก้วตั้งแต่ปาลินอายุได้ 7 ขวบ ประภาแม่ของเธอก็หนีตายจากไปก่อน ซึ่งมาลีก็ไม่ได้เลี้ยงดูปาลินดีอะไรเลย กลับกันเหมือนเอาหล่อนมาใช้ประโยชน์ให้เป็นคนรับใช้คอยทำความสะอาดบ้านเป็นนางก้นครัวทำกับข้าวให้คนในบ้านทาน
“แล้วฉันไม่ต้องกินต้องใช้เหรอป้า อีกอย่างฉันใช้จ่ายค่าเทอมกับค่ารักษายายไปหมดแล้ว ไม่เหลือเก็บหรอก”
มาลีสะดุดกับคำว่า “ค่าเทอม” ปาลินไปแอบเรียนหนังสือมาอย่างนั้นหรือ? หล่อนพยายามขัดขวางการเรียนของปาลินมาโดยตลอด คุณยายแก้วเองก็ไม่ค่อยสบาย ปาลินจึงไม่ได้เอาเรื่องนี้ไปบอก เธอพยายามเก็บเงินเพื่อส่งตัวเองให้เรียนจบ ป.ตรี และแน่นอนว่ามาลีไม่ต้องการอย่างนั้น
“นี่แกแอบเรียนหนังสืออีกแล้วเหรอ! ฉันบอกแกแล้วไงว่าไม่ต้องเรียน น้ำหน้าอย่างแกไปทำงานเป็นช็อกกะรีเหมือนแม่แกโน่น ให้ยายมัทเรียนคนเดียวก็พอ” มาลีจิ้มศีรษะหลานสาวอย่างแรงเพราะไม่ต้องการให้ใครมาเหนือกว่ามัทนาโดยเฉพาะปาลิน
“ทีไอ้มัทมันยังเรียนได้ แล้วทำไมลินถึงเรียนบ้างไม่ได้ ค่าใช้จ่ายทุกอย่าง ลินก็หามาเองทั้งนั้น ไม่ได้เดือดร้อนเงินในกระเป๋าลุงกับป้าเลยสักนิด เผลอๆ ลุงกับป้าก็ยังเกาะฉันกินอยู่เลย โคตรไม่ยุติธรรม”
เพี้ยะ!! ฝ่ามือของมาลีฟาดเข้าที่ใบหน้านวลอย่างจัง
“นางปาลิน! นี่แกกล้าทวงบุญคุณพวกฉันเหรอ หนอย ปีกกล้าขาแข็งเข้าหน่อย ทำเป็นอวดดี ชีวิตแกมันจะไปได้สักกี่น้ำ! ถ้าไม่เดินตามรอยอาชีพเก่าของแม่แก! กำพืดแม่มันเป็นยังไง ลูกมันก็เป็นอย่างนั้นแหละ! ไม่พ้นขายตัวกิน”
“ป้ามาลี!!”
“ทำไม! แกโกรธเหรอ? ก็แม่แกมันขายตัวจริงๆ นี่ ดีเท่าไหร่แล้วที่ฉันอุตส่าห์ชุบเลี้ยงแกจนโตป่านนี้ ถ้าแม่แกมันรักแกจริง มันคงไม่ชิ่งหนีตายไปก่อน แล้วยังทิ้งภาระเน่าๆ อย่างแกไว้ให้พวกฉันเลี้ยงอีก! ที่พวกฉันต้องลำบากขนาดนี้ ก็เพราะแกนั่นแหละ แม่ก็สนใจแต่แกคนเดียว ไม่เคยสนใจใยดียัยมัทเลย แกน่ะมันตัวซวย รู้ไว้ซะด้วย!” มือของป้ายังคงผลักศีรษะหลานสาวด้วยความรังเกียจ
“นี่คือความในใจของป้าสินะ คงอยากไล่ฉันออกจากบ้านเต็มแก่แล้วละสิ หึ! ฉันมันตัวซวย หรือว่าป้ากลัวว่าลูกชายเจ้าของร้านทองจะมาสู่ขอฉันกันแน่ ไอ้มัทมันก็อยากได้เขาจนตัวสั่นไม่ใช่เหรอ”
ปาลินกล่าวโต้ตอบมาลีไม่มีหวาดกลัวเพราะที่ผ่านมาเธอยอมให้ตลอดเพราะเห็นแก่ยายแก้วเท่านั้น ตอนนี้ยายแก้วอาการทรุดหนักต้องนอนโรงพยาบาลเพื่อรอรับการผ่าตัด แต่มันต้องใช้เงินจำนวนมหาศาลปาลินจึงให้เงินเก็บกับป้าไม่ได้
ความเจ็บปวดและความทุกข์ทรมานในวัยเด็กมันสอนให้หญิงสาวแข็งแกร่งและหัดลุกขึ้นสู้กับโลกภายนอกที่โหดร้ายกับเธอขนาดนี้ หล่อนอดมื้อกินมื้อมาก็บ่อย ถ้าจะมาห้ามไม่ให้เรียนหนังสือเพื่อจะเอาเงินส่วนนี้ไปส่งลูกสาวป้าเรียนอีกปาลินไม่มีวันยอม
“นางปาลิน!”
“ป้าไม่ต้องกลัวหรอกว่าฉันจะแย่งลูกเขยป้าน่ะ เชิญป้าถวายมันขึ้นเสิร์ฟให้เขาได้เลย เพราะฉันก็ไม่ได้อยากได้เขาหรอก คนรวยกว่านี้มีอีกเพียบ หน้าตาสวยๆ อย่างฉันจะหาเมื่อไหร่ก็ได้”
“นางปาลิน! อวดดีนักใช่ไหม แกคงลืมรสมือรสตีนฉันไปแล้วสินะ ตอนนี้ถึงได้กล้าปากดีกับฉัน!”
ด้วยความโมโหมาลีก็เข้าทุบตีปาลินเพื่อหลีกเลี่ยงความสนใจของหญิงสาว เพราะวันนี้เธอกำลังจะมาเอาเงินเก็บไปจ่ายค่าผ่าตัดให้กับคุณยายแก้ว ซึ่งมัทนารู้มาว่าปาลินแอบเก็บเงินไว้ในห้อง เธอจึงอยากให้แม่ตนเองช่วยดึงความสนใจของปาลินตนจะได้เข้าไปขโมยเงินออกมา มาลีเข้าทุบตีทำร้ายร่างกายปาลินเหมือนอย่างที่เคยทำซึ่งปาลินโดนหล่อนกระทำแบบนี้มาตั้งแต่เด็กๆ แล้ว
เธอเกลียดปาลินนัก หน้าตาก็สะสวย ผิวพรรณก็ดี แถมยังได้รับความเอ็นดูจากยายแก้วอีกต่างหาก บ้านที่พวกเขาอาศัยอยู่นี้ ก็เป็นสมบัติชิ้นเดียวที่ยายแก้วมี สองผัวเมียจึงอยากได้มันมาเพื่อจะเอาไปขายทอดต่อแล้วเอาเงินมาใช้สบายๆ แต่ติดตรงที่ยายแก้วนั้นเอ็นดูปาลินมากกว่า ทุกคนจึงระแวงและกลัวว่าปาลินจะเป็นคนได้บ้านหลังนี้ไป
“ปากดีนักใช่ไหมนางปาลิน!” เพี้ยะ!
ปาลินฮึดสู้ เธอทนมามากพอแล้ว ทั้งโดนตีทำร้ายร่างกาย ถูกใช้ทำงานสารพัด ข้าวปลาก็กินไม่เคยอิ่มเพราะมาลีจะแอบจิ๊กเก็บไว้ให้มัทนากินคนเดียวเสมอ บางวันปาลินแทบไม่มีอะไรตกถึงท้องเพราะถูกกลั่นแกล้งจากมัทนาที่เกลียดเธอเข้าไส้ ไม่เคยเห็นว่าปาลินเป็นพี่น้องตนเองเลย เพี้ยะ!!
“นี่ นางปาลิน! แกกล้าตบฉันเหรอ!”
“เออ! มากกว่านี้ฉันก็กล้า! พอกันที! ฉันทนมามากพอแล้ว ป้ารู้ไหมว่าพวกป้ามันยิ่งกว่าปลิงหรือเห็บหมัดที่เกาะอยู่บนตัวสัตว์ซะอีก ถ้าไม่ใช่เพราะยาย ฉันก็ไม่อยู่หรอกไอ้บ้านหลังนี้น่ะ! บ้านแบบนี้มันเรียกว่านรก! ไม่ใช่บ้าน!”
“นางปาลิน!! อีหลานอกตัญญู!”
ปาลินทั้งโกรธและโมโหที่จู่ๆ พอกลับมาถึงบ้านก็ถูกหาเรื่องโดยไม่รู้สาเหตุ ความอดทนของหล่อนมันก็ถึงขีดสุดจึงได้โพล่งความอัดอั้นทั้งหมดออกมา จากนั้นเธอก็หนีออกจากบ้านแล้วไปพักอยู่ในหอพักนักศึกษา ปีนี้เป็นปีสุดท้ายแล้วที่เธอเรียนจบ กว่าจะได้ใบปริญญาบัตรมาเลือดตาแทบกระเด็น เพราะต้องหาเงินส่งตัวเองเรียนไม่พอ ยังต้องหาไว้เผื่อค่ารักษาโรคมะเร็งตับระยะที่ 4 ของยายแก้วอีก
“เป็นไงแม่? มันไปยัง”
“ไปแล้ว หู้ย! แล้วนี่แกค้นเจออะไรในห้องมันบ้าง เงินที่แกบอกน่ะ มีจริงๆ หรือเปล่า”
มัทนานำบางสิ่งออกมาจากที่ซ่อนด้านหลังตนเอง มาลีฉงนใจเล็กน้อยเพราะมันคือลูกกุญแจที่มัทนาไปเจอมันซ่อนเอาไว้ในกล่องเก็บดินสอ เนื่องจากตอนที่หล่อนกำลังค้นห้องอยู่นั้น ด้วยความหงุดหงิดจึงปัดเครื่องเขียนบนโต๊ะทำงานทิ้งจึงไปเจอกุญแจนี่เข้า
เมื่อสองแม่ลูกนำมันไปไขตู้เสื้อผ้าและค้นทุกอย่างในตู้จึงได้พบกับเงินจำนวนมากมายที่วางเรียงรายกันเป็นชั้นๆ ทั้งสองตาลุกวาวไม่คิดว่าปาลินจะมีเงินมากมายขนาดนี้ เงินสดแบงค์สีเทาที่วางเรียงกันเป็นปึกๆ ถูกมัทนาและมาลีหอบจับชื่นชมด้วยความตื่นเต้นระคนดีใจจากนั้นก็ขนมันออกไปจากตู้ทั้งหมด โดยไม่คิดเห็นใจปาลินเลยว่าเงินก้อนนั้นเธอหามายากเย็นขนาดไหน
สองแม่ลูกนำเงินของปาลินไปใช้จ่ายอย่างสุรุ่ยสุร่าย มาลีเอาไปลงทุนเล่นพนันจนหมดตัวและยังติดหนี้เพิ่มมาอีกหลายแสนจนเกินเลยถึงขั้นทำในเรื่องที่ไม่น่าให้อภัยได้ ส่วนมัทนาก็เอาไปซื้อเสื้อผ้าชิ้นใหม่ พวกเครื่องสำอางและของใช้จิปาถะทั่วไปรวมถึงแจกจ่ายให้เพื่อนๆ ได้ใช้ด้วย เพื่อให้ทุกคนมองว่าเธอร่ำรวย โดยที่ไม่มีใครรู้เลยว่าเงินที่ได้จากมัทนานั้นเป็นเงินที่ถูกขโมยมา
“ลิน มีปัญหาที่บ้านอีกแล้วเหรอ?”
มีล่าเพื่อนสนิทเพียงคนเดียวของปาลินเอ่ยถามหญิงสาวขึ้น เพราะเวลาเห็นเพื่อนมีอาการหัวเสียหรือหงุดหงิดเข้าห้องมาทีไรก็มักจะมีแต่เรื่องในครอบครัวที่ทำให้หล่อนเป็นแบบนี้
“อืม ก็เรื่องเดิมๆ นั่นแหละ ว่าจะกลับไปเอาเงินเก็บที่ห้องสักหน่อย แต่ดันมีเรื่องซะก่อน นี่ยังดีนะที่ไอพักอยู่ในห้องเดียวกันกับยู ถ้าให้เช่าอยู่คนเดียวไอตายแน่ๆ นี่หมอก็จะนัดวันผ่าตัดยายแล้วเนี่ย โชคดีที่เงินเก็บไอยังพอมี ไม่งั้นไอก็ไม่รู้แล้ว ว่าจะไปหาเงินจากไหนมาเป็นค่าผ่าตัดให้ยาย”
ปาลินบ่นอุบขึ้นมาชีวิตของเธอมันมีแต่ทางเดินที่เต็มไปด้วยขวากหนาม เดินแต่ละทีไม่มีหรอกจะได้สบายกับเขาทุกการย่างก้าวมักจะต้องเหยียบหนามอุปสรรคพวกนั้นเสมอ แถมเธอยังเดินเท้าเปล่าอีกไม่ได้มีเครื่องอำนวยความสะดวกอะไรสักอย่าง โชคดีที่สวรรค์ยังพอเห็นใจให้เธอมีใบหน้าและผิวพรรณที่งดงาม ปาลินจึงใช้มันมาทำในเรื่องที่ไม่ดีบ้างในบางครั้งบางคราวเวลาจนตรอกจริงๆ และหล่อนก็กำลังจะเดินกลับไปเส้นทางนั้นอีกครั้ง
“ยังมีพรุ่งนี้เสมอ วันนี้ยูพักผ่อนเอาแรงก่อน ไหนไอขอดูแผลหน่อย นี่ยูโดนครอบครัวทำแบบนี้มานานแค่ไหนแล้ว”
“เหอะ! ตั้งแต่จำความได้มั้ง แค่นี้จิ๊บๆ เพราะตอนเด็กไอโดนหนักกว่านี้อีก”
ปาลินพูดด้วยสีหน้าเรียบนิ่งเธอถูกรังแกมาตั้งแต่เด็กๆ ทุกครั้งที่ยายไม่อยู่ป้ากับลุงก็มักจะใช้งานเธออย่างหนักและยังให้รับใช้ลูกสาวของตนเองด้วย หล่อนเคยสงสัยเหมือนกันว่าถูกเก็บมาเลี้ยงหรือเปล่า ทำไมป้ากับลุงและมัทนาถึงได้จงเกลียดจงชังเธอขนาดนี้ มีล่าดูบาดแผลที่มุมปากของเพื่อนสาว ตั้งแต่รู้จักกันมาไม่เคยมีสักครั้งเลยที่ปาลินกลับบ้านไปแล้วไม่ได้บาดแผลหรือรอยฟกช้ำกลับมา
“ยูยังมีไอนะ ปาลิน ถ้าเดือดร้อนอะไรก็บอกไอได้ ถ้าไอพอจะช่วยได้ ไอพร้อมจะช่วยยูเต็มที่”
“ขอบใจนะมีล่า แต่ยูช่วยไอมาเยอะมากแล้วไอเกรงใจน่ะเพราะเงินที่ยืมยูมาไอยังไม่ได้ใช้คืนเลย จนตอนนี้หนี้ที่ติดยูเอาไว้มันกองท่วมหัวจนแทบจะฝังไอกลบกองหนี้อยู่แล้ว ไอไม่อยากติดหนี้ยูไปมากกว่านี้แล้วอะ ไว้ไอเคลียร์ค่าผ่าตัดยายจบแล้ว จะรีบหามาคืนเลยนะ”
มีล่าพยักหน้าเข้าใจครอบครัวของเธอนั้นมีฐานะแค่ปานกลางจึงช่วยอะไรปาลินมากไม่ได้ ครั้งนี้ปาลินตั้งใจจะกลับไปเอาเงินเก็บที่เธอเก็บหอมรอมริบมาตั้งแต่สมัยเรียนมัธยมจนถึงมหาลัยชั้นปีสี่และกำลังจะเรียนจบอีกหนึ่งเดือนข้างหน้า แต่แล้วความตั้งใจของหล่อนก็ถูกทุบจนแตกกระจาย เมื่อกลับไปเยี่ยมบ้านอีกครั้งในอีกหนึ่งสัปดาห์ต่อมา
“หายไปไหน? ฉันจำได้ว่าฉันเก็บมันไว้ตรงนี้นี่”
ปาลินตื่นตระหนกเงินที่หล่อนเก็บซ่อนเอาไว้ในห้องหายไปหมดเกลี้ยง ไม่เหลือเลยสักแดงเดียว เธอพยายามค้นหาอยู่หลายครั้งจากทุกซอกทุกมุมที่คิดว่าน่าจะมี แต่ก็ไม่พบ ดวงตาคู่สวยเริ่มมีม่านน้ำตาพรั่งพรูออกมา หล่อนยังคงค้นห้องตัวเองอยู่อย่างนั้น ไม่ว่าจะรื้อลิ้นชัก ตู้เสื้อผ้าตรงไหนหรือมุมไหนๆ ของห้องมันก็ไม่เจอ
“หายไปไหน เงินฉันหายไปไหน มันต้องอยู่ตรงนี้สิ ก็ฉันเก็บไว้ตรงนี้”
กระวนกระวายใจจนสติหลุดเพราะเงินก้อนนี้อุตส่าห์เก็บมาเกือบค่อนชีวิตและกำลังจะถูกเอาไปใช้ยื้อชีวิตของยายแก้ว แต่ตอนนี้มันไม่มีแล้ว
วันนี้ที่บ้านก็ไม่มีคนอยู่ เธอแปลกใจอยู่บ้างว่าทำไมบ้านช่องถึงเงียบผิดปกติ กลับเข้ามาเยี่ยมบ้านโดยที่ไม่เจอใคร ตอนแรกก็ดีใจอยู่หรอกที่ทางสะดวก แต่บัดนี้เงินทุกบาททุกสตางค์มันได้หายไปอย่างไร้ร่องรอย ร่างบางถึงกับเข่าทรุด วันผ่าตัดยายก็ใกล้เข้ามาเต็มที ถ้าไม่มีเงินไปจ่ายค่าผ่าตัด ยายของเธอก็จะต้องนอนอยู่โรงพยาบาลไปอีกนานเลย ซึ่งปาลินไม่ยอมให้เป็นแบบนั้นหรอก
“หาตรงไหนก็ไม่เจอ ไม่มีเลยสักที่ เงินเก็บเกือบทั้งชีวิตของฉัน มันหายไปได้ยังไงๆ”
มือบางจิกศีรษะตนเองอยู่ภายในห้องพยายามนึกว่าเผลอเอาไปไว้ที่ไหนหรือเปล่า แต่นึกยังไงก็นึกไม่ออก ครู่หนึ่งที่ชั้นด้านล่างก็ได้ยินเสียงดังโครมคราม ข้าวของเหมือนถูกเตะถูกย้ายไปมา
‘เสียงอะไร? สามพ่อแม่ลูกมหาภัยนั่นหรือเปล่า'
หญิงสาวคิดว่าเป็นคนในครอบครัวและสาเหตุที่เงินเก็บหล่อนหายก็น่าจะเกี่ยวข้องกับสองแม่ลูกแน่ๆ ปาลินเปิดประตูห้องออกไป คิดจะไปถามสองแม่ลูกนั่น ว่าได้ขโมยเงินเธอไปหรือเปล่าถึงจะรู้ว่าคงได้คำตอบแบบหน้าตาใสซื่อไม่รู้เรื่องอะไรแต่ปาลินก็อยากจะถาม เพราะเงินก้อนนี้มันคือสิ่งที่ใช้กำหนดชีวิตยายแก้วได้
“หายหัวกันไปทั้งบ้านเลยว่ะ พวกมึงไปค้นดูดิ ว่าพอจะมีอะไรใช้ขัดดอกแทนได้บ้าง” หัวหน้าแก๊งทวงหนี้สั่งการลูกน้องตนเอง
เสียงข้าวของถูกรื้อค้นกระจัดกระจายทั่วทั้งบ้านปาลินเปิดประตูห้องเดินกระฟัดกระเฟียดลงมายังชั้นล่างเพราะคิดว่าเสียงดังพวกนั้นเป็นเสียงของสองแม่ลูก เพราะมาลีก็เคยแอบเอาข้าวของเครื่องใช้ภายในบ้านไปขายเพื่อนำเงินไปเล่นการพนัน
“ป้ามาลี !”
“อ้าว? มีคนอยู่เหรอเนี่ย สวยซะด้วย เป็นลูกครึ่งอีกต่างหาก เทสดีว่ะ”
“พวกคุณเป็นใคร? แล้วมารื้อค้นข้าวของบ้านฉันทำไม มีสิทธิ์อะไรมาทำแบบนี้”
“หืม? นี่เธอไม่รู้จริงๆ หรือว่าแกล้งทำเป็นไม่รู้กันแน่ พวกฉันก็มาทวงเงินน่ะสิ นางมาลีกับไอ้ชานมันติดหนี้พนันเสี่ยอ๊อดไว้หลายวันแล้ว แต่ก็ไม่เอามาคืนสักทีแถมยังหายหัวกันไปทั้งบ้าน พวกฉันเลยต้องมาหามันถึงที่นี่ไง”
“หนี้? หนี้อะไรอีก?”
‘หนี้บ้าหนี้บออะไรทำไมฉันไม่เห็นรู้เรื่องเลย’
ปาลินไม่เข้าใจในสิ่งที่ชายฉกรรจ์คนนี้พูด เรื่องเงินของเธอที่หายไปยังไม่ทันได้คิดบัญชีเลย แต่หญิงสาวกลับมีเรื่องที่ใหญ่กว่าให้ต้องคิดหนัก หล่อนรู้อยู่แล้วแหละว่าลุงกับป้าตนเองมักจะติดหนี้พนันอยู่บ่อยครั้งและปาลินก็เป็นคนตามเช็ดตามล้างให้ตลอดซึ่งไม่ต้องรอให้พวกมันมาทวงถึงที่เลย แต่วันนี้หล่อนก็ไม่รู้เหมือนกันว่าลุงกับป้าไปติดหนี้พนันไว้ที่ไหนอีก
กลุ่มชายฉกรรจ์เริ่มรื้อค้นข้าวของในบ้าน พวกมันหยิบเอาสิ่งของที่คิดว่าพอจะเอาไปขายทอดตลาดได้ ปาลินรีบเข้าห้ามกลุ่มคนพวกนั้น แต่ก็ไม่ได้ผล เธอโดนหัวหน้าแก๊งทวงหนี้ฟาดฝ่ามือหนาตบเข้าที่ใบหน้าแก้มฝั่งซ้ายอย่างแรง หญิงสาวหน้าหันตามแรงตบ เธอล้มลงไปกองกับพื้นริมฝีปากบางมีเลือดไหลซิบที่มุมปาก ซ้ำรอยแผลเดิมที่ถูกมาลีตบตีเมื่ออาทิตย์ก่อน
“ฉันจะแจ้งตำรวจ!”
“มึงก็ลองดูสิ! ว่าใครจะชนะ คนแถวนี้เขารู้กันหมดว่าเสี่ยอ๊อดท่านใหญ่คับฟ้าขนาดไหน หึฉันว่าเธออยู่เฉยๆ ดีกว่านะสาวน้อย เดี๋ยวหน้าสวยๆ จะเสียโฉมเอาได้”
‘ไอ้พวกเดนสวะ!’ เธอด่าไอ้หน้าเหี้ยมคนนี้ในใจ
ชายฉกรรจ์ไล้หลังฝ่ามือไปที่ใบหน้านวล สายตาและท่าทางสื่อถึงความหิวกระหายหญิงสาวตรงหน้า ปาลินหันใบหน้าหนี รังเกียจท่าทางหื่นกามของชายคนนี้ ด้วยรูปลักษณ์ของปาลินนั้นสวยหยาดเยิ้มและยังน่าฟัดใครก็อดใจไม่ไหวเช่นกัน
“เธอคงเป็นหลานของนางมาลีกับไอ้ชานใช่ไหม? เพราะฉันเคยเห็นลูกสาวนางมาลีมาแล้ว สวยเทียบเท่าเธอไม่ได้สักครึ่งเลย หน้าตาสวยๆ แบบนี้ สนใจมาเป็นเด็กเสี่ยอ๊อดไหม? รับรองว่าเธอจะสบายไปทั้งชาติ”
ฝันไปเถอะไอ้สถุน! เธอยังคงต่อว่ามันในใจแม้จะหวาดกลัวอยู่ก็ตาม
“อย่ามาแตะต้องตัวฉันนะ!”
ปาลินหันใบหน้าหนีมือปลาหมึกหื่นกามของชายคนนี้หล่อนขยะแขยงเศษเดนมนุษย์พวกนี้ใจแทบขาด ดวงตาคู่สวยมองออกไปนอกบ้านว่าเมื่อไหร่ ป้ากับลุงจะกลับมาสักที หล่อนเริ่มจะทนไม่ไหวแล้ว
“เฮ้ย! พวกมึงเอาของที่พอจะขายได้ ขนออกจากบ้านไปให้หมด อย่าให้เหลือ”
ปาลินเบิกตากว้าง เขาจะทำแบบนั้นไม่ได้นะ ของพวกนี้เธอหามาด้วยน้ำพักน้ำแรงเกือบค่อนชีวิต จะยกเอาไปง่ายๆ ได้ยังไง ปาลินไม่มีทางยอม
“ไม่ได้นะ! ห้ามเอาไปนะ”
“ทำไมจะไม่ได้ ของพวกนี้ มันยังตีราคาเทียบเท่าหนี้สินที่นางมาลีกับไอ้ชานก่อไว้ไม่ได้เลยสักนิด”
“ป้ากับลุงติดเสี่ยแกไว้เท่าไหร่ ฉันจะจ่ายให้ มันจะได้จบๆ ไปสักที”
“อืม…อันที่จริงป้ากับลุงของเธอก็บอกฉันไว้อยู่นะ ว่าให้มาเก็บที่เธอ หนี้สินรวมๆ กันแล้ว ก็..อยู่ที่ห้าแสนน่ะ”
ห้าแสน! ได้ยินก็แทบจะเป็นลมเสียตรงนั้น
ปาลินตาเบิกกว้างอีกครั้งเพราะที่ผ่านมาลุงกับป้าติดหนี้เป็นหมื่นๆ หล่อนก็หามาใช้แทบจะไม่ทันอยู่แล้ว นี่เล่นติดเป็นแสนหล่อนจะไปหามาจากที่ไหน
“ห้าแสน! บ้าไปแล้ว!”
“นี่แค่ดอกนะ ยังไม่รวมเงินต้น”
“แล้วเงินต้นมันเท่าไหร่?”
“ถ้ารวมดอกด้วยก็ 2.5 ล้านบาท และเธอต้องหามาใช้คืนเสี่ยภายในหนึ่งเดือน”
“ฮะ!! หนึ่งเดือน! เกินไป! ใครจะไปหาให้ทัน ลุงกับป้าไปติดพวกแกไว้ตั้งแต่เมื่อไหร่ ทำไมมันเยอะแยะขนาดนี้!”
ใช่แล้ว หนึ่งเดือน ใครจะไปหาให้ทันเธออยากจะกัดลิ้นตัวเองตายจริง ๆ
ชายฉกรรจ์จึงเฉลยว่าเมื่ออาทิตย์ก่อนมาลีกับชานไปทำตัวโอ่อ่าโชว์ความร่ำรวย เอาเงินเป็นฟ่อนๆ ไปลงเล่นพนันจนหมดตัวพอเงินหมดก็กู้จากเสี่ยต่อจนกลายเป็นเงินพอกพูนขึ้นเรื่อยๆ หลังจากนั้นก็หนีหายหน้าไปกันหมดบ้าน จนพวกเขาต้องได้มาตามและได้เจอกับปาลิน หญิงสาวพอปะติดปะต่อเรื่องราวทั้งหมดได้แล้ว เงินของหล่อนที่หายไปน่าจะถูกลุงกับป้าขโมยไปแน่นอน คิดแล้วปาลินก็เจ็บใจขึ้นมาทันที ไหนจะต้องมาใช้หนี้แทนอีก ครั้นจะไม่ใช้คืน พวกมันก็เอาโฉนดที่ดินบ้านมาขู่ เพราะมาลีเอาโฉนดที่ดินไปจำนอง
นั่นทำให้หล่อนต้องยินยอมอย่างเสียไม่ได้ เพราะบ้านหลังนี้ยายแก้วเป็นผู้สร้างมันมากับมือ ถ้าจะถูกยึดไปยายแก้วต้องอาการทรุดอีกแน่ๆ ซึ่งหล่อนไม่มีทางยอม ข้าวของถูกขนออกไปจนเกือบหมดบ้าน เธอทำอะไรไม่ได้เลยนอกจากมองดูคนพวกนั้นขนของในบ้านออกไปทีละชิ้นๆ
“อีกหนึ่งเดือนพวกฉันจะมาเอาเงิน เธอเตรียมไว้ให้ครบละสาวน้อย อย่าให้ขาดแม้แต่แดงเดียว แล้วฉันจะรอ หึๆๆ”
อี๋~ ไอ้สวะ! ก็ยังคงด่ามันไม่เลิกเพราะมันมาทำตัวรุ่มร่ามกับเธอตลอดเวลา
มือสากเอื้อมมาสัมผัสบีบคางมนของหญิงสาว ความคิดชั่วช้าแล่นเข้ามาในหัวหากเขาเอารูปร่างและหน้าตาของปาลินไปสาธยายให้เจ้านายตนเองฟัง รับรองว่าเจ้านายของเขาจะต้องสนใจในตัวของปาลินแน่ๆ และคงหาทางเอาเปรียบหญิงสาวเพื่อให้หล่อนยอมจำนนตกเป็นของเสี่ยอ๊อดโดยที่ไม่สามารถขัดขืนได้
เมื่อกลุ่มชายฉกรรจ์พวกนั้นออกไปแล้วพร้อมกับยกเค้าเอาสิ่งของที่แปรสภาพให้เป็นเงินออกไปด้วยเกือบหมดบ้าน เธอก็ร้องไห้โฮออกมาทันทีร่างกายมันอ่อนแรงไปหมด ปลายนิ้วมือจิกเกร็งยังพื้นกระเบื้อง หนี้สินพวกนี้หล่อนไม่ได้เป็นคนสร้างเลยสักนิดแต่กลับต้องมาชดใช้แทนคนในบ้านที่ล้างผลาญทุกสิ่งทุกอย่างไปจนหมด โดยไม่สนเลยว่าตัวเองจะมีที่ซุกหัวนอนหรือไม่ ยายแก้วก็ป่วยนอนรอความตายอยู่ที่โรงพยาบาล มันมืดแปดด้านไปหมดไม่รู้จะหาทางออกยังไงดี
เสียงรถยนต์แล่นเข้ามาจอดอยู่หน้าบ้านจากนั้นก็ตามมาด้วยเสียงหัวเราะครื้นเครงของสามคนพ่อแม่ลูกที่กำลังอารมณ์ดีกับการได้เห็นรถยนต์คันหรูของลูกสาวสุดที่รัก ร่างบางรีบลุกขึ้นและวิ่งออกไปดูที่หน้าบ้านทันที รถยนต์ยี่ห้อดังสีขาวน้ำนมถูกจอดโชว์ความสง่างามไว้หน้าบ้าน มัทนาเอาเงินจากไหนไปซื้อรถยนต์ราคาแพงแบบนี้?
“เอ้า นางปาลิน? แกกลับมาทำไม ไหนว่าจะออกจากบ้านนี้ไปไง หึ ไปไม่รอดละสิ” มาลีเอ่ยถามขึ้นด้วยน้ำเสียงเย้ยหยัน
“ก็ว่าจะไปอยู่หรอกถ้าไม่ติดว่าฉันต้องมาเอาของสำคัญที่บ้าน ฉันก็ไม่รู้เลยว่าป้ากับลุงไปติดหนี้พนันบ่อนเสี่ยอ๊อดไว้เป็นแสนๆ ไม่สิ ตอนนี้เป็นล้านแล้วต่างหาก! แล้วนี่ไปรวยมาจากไหน? ถึงได้ซื้อรถราคาแพงมาขับ”
“หนวกหูน่า ฉันก็ซื้อด้วยเงินเก็บตัวเองน่ะสิ ถามโง่ๆ แกอิจฉาหรือไงที่ยัยมัทมีรถหรูขับแต่แกไม่มี” มาลีพูดจาถากถางปาลินอย่างหมั่นไส้ แสดงสีหน้ารังเกียจหลานสาวออกนอกหน้า
“เงินเก็บ? เหอะ บ้านช่องจะไม่มีที่ซุกหัวนอนอยู่แล้ว ป้ากับลุงยังจะเอาเงินไปถลุงกับของพวกนี้อีกเหรอ! รู้บ้างไหมว่าเจ้าหนี้จะมายึดบ้านอยู่รอมร่อ ถ้าไม่รีบเอาเงินไปคืนภายในหนึ่งเดือน”
“พูดอะไรของแกนางปาลิน ฉันไม่เห็นเข้าใจ” มาลียังคงตีหน้าซื่อไม่รับรู้ ถึงแม้ภายในใจจะรู้อยู่เต็มอกแล้วก็ตาม
“ไม่เข้าใจเหรอ? งั้นพวกป้าก็เข้าไปแหกตาดูในบ้านเลย ว่าตอนนี้บ้านเรามันเหลืออะไรอยู่บ้าง! พวกมันยกเค้าไปจนเกือบหมดแล้ว! และที่สำคัญโฉนดที่ดินของยาย ป้ากับลุงกล้าเอาไปจำนองได้ยังไง นั่นเป็นสมบัติชิ้นเดียวของยายนะ ทำกันได้ยังไง!”
“โอ๊ย! แกจะบ่นหาพระแสงอะไรนักหนานางปาลิน! แกมีเงินเก็บเยอะแยะไม่ใช่เหรอ! ก็เอาไปไถ่คืนมาสิ! หน้าที่แกอยู่แล้วนี่ที่จะต้องทดแทนบุญคุณพวกฉัน”
มาลีโพล่งออกมาไม่รู้อะไรเลยด้วยซ้ำว่าเงินที่ตนเองพูดถึงนั้น มันไม่เหลือพอที่จะเอาไปไถ่อะไรคืนได้เลย แม้ปาลินจะมีเงินเก็บไว้เกือบ 4 แสนแต่นั่นก็เป็นเงินเก็บมาตั้งแต่หล่อนอายุ 13 ซึ่งเงินมากมายขนาดนี้เธอยอมรับว่าได้มันมาโดยไม่ชอบธรรมบ้างจึงไม่แปลกที่มันจะมีพอเอาไปจ่ายค่ารักษาพยาบาลของยายแก้วได้
แต่ตอนนี้มันไม่มีเหลือแล้วเพราะสามคนพ่อแม่ลูกได้เอามันไปล้างผลาญจนหมด ส่วนรถที่ได้มานี่ก็เป็นเงินส่วนหนึ่งของปาลินที่มัทนาเอาไปดาวน์ค่างวดไว้ แล้วอ้อนให้เสี่ยคนหนึ่งช่วยผ่อนให้ เนื่องจากเสี่ยที่เลี้ยงดูมัทนาอยู่ ก็ไม่ได้ร่ำรวยอะไรเพราะเขาก็เกาะเมียกินเหมือนกัน
คำพูดของป้าทำหล่อนเลือดขึ้นหน้าเป็นไปตามคาดเงินถูกคนพวกนี้ขโมยไปจริงๆ แล้วจะไม่ให้โกรธได้ยังไง
“ไถ่คืนเหรอ? คิดได้เนอะ ก็พวกแกขโมยมันไปหมดแล้วนี่ ฉันจะเอาที่ไหนไปไถ่คืน! แล้วไอ้เงินก้อนนั้น มันจะไปพอใช้หนี้เป็นล้านได้ยังไงแค่ดอกก็ยังไม่พอเลย!”
“นี่นางปาลิน แกอย่ามาใส่ร้ายพวกฉันนะ! พวกฉันจะไปรู้เรื่องได้ยังไง เงินเป็นแสนๆ ขนาดนั้นแกทำไมไม่เก็บให้มันดีๆ ละ” นายชานเอ่ยขึ้นน้ำเสียงแข็งกร้าวและได้พลั้งเผลอพูดถึงจำนวนเงินออกมา
‘นั่นไง ไม่รู้เรื่องแต่รู้จำจำนวนเงินของฉัน ตอแหลกันทั้งครอบครัวไหมล่ะ' เธอก่นด่าในใจ
“ไม่รู้เรื่อง? แล้วพวกลุงรู้ได้ยังไงว่าฉันมีเงินเก็บเป็นแสนๆ ? แถมห้องของฉันก็โดนงัดอีก ถ้าไม่ใช่พวกลุงแล้วมันจะเป็นใคร!”
“นางปาลิน! พวกฉันบอกว่าไม่ได้เอาไปก็คือไม่ได้เอาไปไง! ฟังไม่รู้เรื่องหรือไง!”
มาลีเข้าไปกระชากศีรษะของปาลินเพื่อกลบเกลื่อนความผิด หากแต่ปาลินสู้กลับหล่อนจะไม่ยอมถูกกดขี่อีกต่อไปเพราะไม่มีอะไรจะเสียแล้วแต่ผู้หญิงตัวเล็กๆ คนเดียวจะไปสู้แรงคนตั้งสามคนได้ยังไง นายชานเข้าจับล็อกแขนหลานสาวตนเองเอาไว้แล้วปล่อยให้เมียกับลูกสาวเข้าตบตีปาลิน
หญิงสาวใช้ความโกรธมาเป็นแรงผลักดันเธอถีบสองแม่ลูกจนล้มลงจากนั้นก็กระทืบเท้านายชานและตามมาด้วยการเตะไปที่กล่องดวงใจของเขา นายชานร้องโอดโอยตัวงอเพราะความเจ็บปวด เมื่อมาลีเห็นแบบนั้นก็รีบเข้าไปช่วยสามีตนเองทันที
“พี่ชาน! นางปาลิน! แกทำร้ายผัวฉันเหรอ!”
“ไม่ใช่แค่ผัวป้าหรอกแต่ป้ากับยัยมัทก็จะโดนเหมือนกัน”
เพี้ยะ!
ฝ่ามือบางตบฉาดเข้าที่ใบหน้าของมาลีกับมัทนาด้วยแรงแค้นอย่างมหาศาล ทำให้ปาลินมีเรี่ยวแรงฮึดสู้กลับสามคนพ่อแม่ลูก เท่านั้นยังไม่พอหล่อนยังเหวี่ยงเก้าอี้ฟาดไปบนพื้นบ้าน
พอกันทีกับครอบครัวจอมล้างผลาญ เธอจะไม่ทนอีกต่อไปแล้ว เมื่อจัดการทั้งสามคนเสร็จ ปาลินก็เดินออกจากบ้านไปทันที พร้อมกับหยิบท่อนไม้ฟาดไปที่รถคันหรูของมัทนาด้วยความโกรธเพราะรถคันนี้มันก็คงจะมีเงินของเธอส่วนหนึ่งด้วย
“อ๊าย! รถฉัน! นางปาลิน! แก! ฮือๆๆ แม่! ดูมันทำกับรถมัทสิ!”
“ว้าย! นางปาลิน! แก! แกกลับมาชดใช้ค่าเสียหายรถลูกสาวฉันเดี๋ยวนี้นะ!”
“ทำไมฉันต้องชดใช้! ในเมื่อรถคันนี้มันก็มีเงินของฉันอยู่ด้วย!”
ท่อนไม้ขนาดใหญ่ถูกหญิงสาวเขวี้ยงมันใส่รถอีกครั้งจากนั้นปาลินก็เดินออกมาอย่างสะใจ แม้จะไม่ได้เงินคืนกลับมาเลยสักบาทแต่ก็ไม่เป็นไรอย่างน้อยเธอก็ได้เอาคืนพวกเขาบ้าง เมื่อกลับมาถึงหอพัก นักศึกษาสาวก็มานั่งฟุบร้องไห้คนเดียว
ถึงจะออกจากบ้านนั้นมาแล้วแต่หนี้สินก็ยังต้องชดใช้แทนพวกนั้นอยู่ดี เพราะบ้านหลังนั้นคือสมบัติที่ยายแก้วหามาด้วยน้ำพักน้ำแรงร่วมกับตาไผ่ เธอจึงไม่สามารถปล่อยให้มันถูกยึดไปได้
“นาเดียร์ ยูเป็นอะไรเหรอ? ! ทำไมสภาพเป็นงี้อะ โดนทำร้ายมาอีกแล้วใช่ไหม”
“มีล่า…ฮือๆๆ ไอมืดแปดด้านไปหมดเลย เงินที่ไอเก็บมาเกือบค่อนชีวิต มันถูกขโมยไปหมดเลยอะ ไอไม่รู้จะไปหาเงินจากไหนมาจ่ายค่าผ่าตัดให้ยาย ถ้าหาเงินไม่ทันการผ่าตัดก็จะถูกเลื่อนออกไป แถมบ้านก็จะมาโดนยึดอีก ไอไม่รู้จะทำยังไงแล้ว”
ปาลินร้องไห้คร่ำครวญออกมาอย่างน่าสงสารมีล่าทำได้แค่เข้ากอดปลอบ ทำไมชีวิตของปาลินถึงโชคร้ายขนาดนี้ ยายก็ไม่ได้ผ่าตัด บ้านก็กำลังจะโดนยึด แถมยังเป็นหนี้หัวโตทั้งที่ตัวเองไม่ได้สร้างเลย มีล่าเองก็ไม่รู้จะช่วยยังไงบ้านเธอก็มีฐานะแค่ปานกลางและปาลินก็คงจะไม่ยอมรับการช่วยเหลือเพราะหล่อนขอความช่วยเหลือจากมีล่ามามากพอแล้ว
“ไม่เป็นไรนะนาเดียร์ มันต้องมีทางออกสักทาง ค่อยๆ คิด ค่อยๆ แก้ ถ้ามีอะไรที่ไอสามารถช่วยยูได้ ยูบอกไอมาได้เลย ไม่ต้องเกรงใจ”
“มีล่า แต่หนี้เราเป็นล้านเลยนะ ทั้งที่ไอไม่ได้เป็นคนสร้าง แต่ไอกลับต้องมาชดใช้ ไม่ยุติธรรมเลยอะ และถ้าไอปล่อยเฉยบ้านก็จะโดนยึด ยายต้องเสียใจแน่เลย ไอทำแบบนั้นไม่ได้ ไอไม่อยากเห็นยายเสียใจ แต่ไอก็ไม่รู้ว่าจะไปหาเงินจากไหนมาล้างหนี้ให้ทันภายในหนึ่งเดือน”
“หนึ่งเดือน! บ้าไปแล้ว! หนี้ตั้งเป็นล้านนะใครจะไปหาให้ทัน พวกมันต้องคิดจะเอาเปรียบยูแน่เลย ไอได้ยินมาว่าไอ้เสี่ยนั่นมันหื่นกามจะตาย ถ้ามันอยากได้ใคร มันก็จะใช้วิธีสกปรกเพื่อให้ได้ในสิ่งที่มันต้องการ”
“นี่ไอ..ต้องไปเป็นเด็กบำเรอของมันเหรอ? ไม่เอาอะไอไม่มีทางยอม ไอจะหาเงินมาคืนมันให้ได้ แต่จะหามาจากไหนวะ”
สติของปาลินมืดบอดไปหมดเพราะนึกอะไรไม่ออกมีล่าจึงเป็นฝ่ายออกความคิดเห็นเพื่อช่วยเหลือเพื่อน
หล่อนจับไหล่ทั้งสองข้างของปาลินแล้วกล่าวขึ้นว่ามันยังมีอีกทางซึ่งปาลินไม่ได้ทำแบบนั้นมานานแล้ว และไม่คิดจะกลับไปทำอีกแต่ในเมื่อมันไม่มีทางเลือก มันจึงเป็นทางเลือกสุดท้ายที่หลีกหนีไม่พ้น
“นาเดียร์ ยูลืมพี่โก้ไปแล้วเหรอ ไอว่า..พี่โก้ต้องช่วยยูได้ ถ้า..มันหมดหนทางแล้วจริงๆ มันก็จำเป็นที่เราต้องกลับไปหาพี่โก้อีกครั้ง”
ปาลินมองหน้ามีล่าทางเลือกสุดท้ายของเธอคงถึงคราวต้องกลับไปทำมันอีกครั้งแล้วสินะ เธอรู้ว่าสิ่งที่มีล่าพูดมันหมายความว่าอะไร และทางนี้คงเป็นทางเดียวสุดท้ายแล้วที่จะสามารถหาเงินล้านภายในไม่กี่คืนได้
“นี่..ไอต้องกลับไปทำแบบนั้นจริงๆ เหรอวะ ทั้งที่..ไอสัญญากับตัวเองแล้ว ว่าจะไม่ทำอีก”
“บางทีคนเรามันก็ต้องกลืนน้ำลายตัวเองบ้าง เราทำเพราะเราจำเป็น เพราะยูไม่มีทางเลือกอื่นแล้ว ส่วนไอก็คงจะมีเงินให้ยูยืมได้ไม่ถึงล้านหรอก แค่ที่บ้านของไอตอนนี้ก็ลำบากไม่แพ้กัน ไอขอโทษนะ ที่ช่วยอะไรยูไม่ได้เลย” มีล่ากล่าวด้วยความเสียใจ
“ไม่เป็นไรเลย ยูช่วยไอมามากแล้วนะ และไอก็คงจะขอให้ยูช่วยตลอดไม่ได้ ไอต้องพึ่งตัวเอง ในเมื่อมันไม่มีทางเลือกแล้วจริงๆ ไอก็ต้องทำเพื่อความอยู่รอดของไอ กลืนน้ำลายตัวเองนิดหน่อยก็คงไม่เป็นไรหรอกมั้ง”
สองเพื่อนสาวโอบกอดกันทั้งน้ำตา มีล่าเองก็สงสารเพื่อนมากๆ แต่หล่อนก็ไม่มีความสามารถที่จะช่วยเหลืออะไรได้ขนาดนั้นคงทำได้แค่แนะนำและคอยช่วยเหลือในส่วนที่พอจะช่วยได้