ตอน 2

เขาหลับไปแล้ว หญิงสาวตั้งข้อสังเกตจากการที่เขาผละจากกายหล่อนไปนอนนิ่งอยู่ที่นอนฝั่งของเขาได้พักใหญ่ ดวงตาดุคมที่คอยแต่จะจ้องมองหล่อนอย่างจับผิดแม้ยามอยู่บนเตียงนั้นถูกเปลือกตาปิดมิดชิด ลมหายใจเข้าออกสม่ำเสมอ

หล่อนกำลังจะรอดพ้นจากเขาแล้ว หลังจากที่ตกเป็นทาสของเขาให้เขาได้เสพสมร่างกายหล่อนสมใจอยู่นานหลายชั่วโมงแต่มันก็เปรียบเป็นเวลานานชั่วกัปกัลป์ของหล่อน หล่อนกำลังจะเป็นอิสระและโบยบินจากเขาไป แค่ครั้งนี้ครั้งเดียวเท่านั้นที่เขาจะได้รังแกหล่อน

หญิงสาวมองหน้าเขาติดเคืองขุ่นเป็นการสั่งลา แม้จะขยับร่างกายแล้วเจ็บไปที่สรรพางค์และส่วนที่เพิ่งถูกรุกล้ำเป็นครั้งแรก แต่หล่อนรู้ว่าหล่อนไม่มีเวลามากสำหรับมานั่งโอดครวญกับความเจ็บปวด หล่อนต้องไป ก่อนจะไม่มีโอกาสได้ไป ก่อนที่ซาตานร้ายอย่างเขาจะตื่นและกักกันหล่อนเอาไว้อีก

ลาก่อนเถอะคุณลิปดา ชาตินี้ฉันจะไม่ให้คุณข่มเหงอีกต่อไปแล้ว หญิงสาวมองหน้าเขาก่อนจะค่อยๆ ถอยออกมา

แต่จู่ๆ ดวงตาที่พริ้มหลับอยู่ก็เบิกโพลงขึ้นมา จ้องแผ่นหลังเนียนขาวที่ไม่มีอะไรห่อหุ้มของหล่อนด้วยสายตาระอาเล็กน้อย หล่อนคงคิดว่าเขาหลับไม่มีทางตื่นมารู้ทันว่าหล่อนกำลังจะหนี

ผู้หญิงขี้โกง! เขาสบถอย่างขุ่นเคืองในใจ หากเมื่อสายตามองเลยแผ่นหลังขาวเนียนลาดลงมาเอวคอดและสะโพกกลมกลึงที่ขยับเขยื้อนตามจังหวะการเดินของหล่อนแล้วก็ยิ่งใจร้อนขึ้น คิดจะหนีทั้งที่เขายังใช้งานหล่อนไม่คุ้มอย่างนั้นหรือ รนหาที่ตายชัดๆ เลยล่ะนั่น

“จะไปไหนฝน”

น้ำเสียงตวาดลั่นห้องของคนที่นอนหลับตานิ่งอยู่ จนปานรพีคิดว่าเขาหลับจึงลุกหนีมาจากเขาทำให้ขาที่กำลังย่องๆ เดินออกมาให้ห่างเตียงที่เขานอนอยู่นั้นชะงัก ไม่ได้ชะงักเบาๆ หรอก เรียกได้ว่าสะดุ้งโหยงได้เชียวล่ะ ขวัญมีเท่าไหร่หายไปหมดเท่านั้น เพิ่งเข้าใจคำว่าขวัญหนีดีฝ่อตอนนี้นี่เอง

“ฉันจะกลับห้อง”

หล่อนหันไปมองก็เห็นเขานั่งพิงหัวเตียงอยู่ มือหนาเสยผมสีน้ำตาลอ่อนยุ่งๆ ให้พ้นจากหน้าผากในขณะที่สายตาดุๆ ของเขายังจ้องที่หล่อนเพื่อเอาคำตอบ ปานรพีกวาดตามองแผงอกกว้างเลยมาถึงหน้าท้องที่เต็มไปด้วยซิคแพ็คและต่ำลงมานั้นไม่ได้เปลือยเหมือนส่วนบนเพราะมีผ้าห่มหนาสีขาวปิดอยู่หมิ่นเหม่

พอนึกขึ้นได้ว่าตัวเองก็เปลือยเช่นเดียวกับเขามือเล็กๆ ปานรพีก็ยกมาปิดร่างเปล่าเปลือยของตนเองจ้าละหวั่นจะเดินไปเอาเสื้อผ้าที่เขาถอดทิ้งไว้ในห้องน้ำจนหมดก็ไม่ได้ เมื่อสายตาเขาสะกดอยู่ จะปล่อยให้เขามองก็ไม่ได้ เพราะอายจนเนื้อตัวนวลเนียนนั้นเห่อร้อนไปหมด แม้เขาจะสำรวจร่างกายหล่อนอย่างใกล้ชิดทุกส่วนสัดไปก่อนหน้านี้ หากแต่หล่อนก็ยังอายเกินกว่าที่จะปล่อยให้สายตาของเขาแผดเผามันด้วยการมองต่อไปอีก

ลิปดารำคาญการกระทำของคนที่ตัวเล็กที่พยายามปิดเนื้อตัวทั้งที่ไม่มีอะไรจะให้ปิดจึงโยนหมอนไปกระแทกตัวหล่อนดังฟุบ! ปานรพีเองก็มือไวคว้ามันมากอดเอาไว้ หมอนนั้นบังตัวหล่อนจากสายตาคมของเขาได้มิดเลยทีเดียว หนุ่มหล่อลากที่เชื่อมั่นว่าตัวเองมีแรงดึงดูดทางเพศเปี่ยมล้นมองกริยาของหล่อนแล้วรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นฆาตกรโรคจิตฆ่าข่มขืนที่โดนเหยื่อหวาดระแวงก็หงุดหงิด เพราะไม่เคยมีใครทำแบบนั้นกับเขามาก่อน แค่ได้รู้จักเขาสาวๆ ก็แทบกระโจนเข้าใส่ แล้วยิ่งได้รู้ฐานะทางสังคมของเขาและได้ใช้เวลาบนเตียงด้วยกันเจ้าหล่อนก็เกาะเขาหนึบหนายิ่งกว่ากาวชนิดแกะไม่ออก แล้วนี่อะไร

ยัยตัวกะเปี๊ยกนี่ปฏิเสธเขาอย่างรุนแรงมาตลอดจนเขาอยากเอาชนะ แล้วพอหล่อนได้เขาแล้วก็ยังทำท่ารังเกียจจะหนีอีก น่าหงุดหงิดชะมัด

แต่ก็สมน้ำหน้าที่หล่อนไม่ได้ไปไหนสมใจจนกว่าเขาจะเบื่อ เขาโยนเสื้อคลุมบนหัวเตียงที่ซุกอยู่ใต้หมอนใบที่เพิ่งโยนให้หล่อนโยนตามไปเพื่อประชดหล่อน ปานรพีคว้ามาสวมอย่างรวดเร็วจนคนโยนให้อยากลุกไปกระชากออกมาทั้งหมอนทั้งเสื้อคลุมเพราะโมโหหล่อนว่าจะหวงตัวอะไรนักหนา แต่นั่นไม่ใช่วิสัยเขาอีกทั้งเขาไม่อยากเห็นหล่อนดิ้นพล่านหนี พร้อมกรีดร้องราวกับว่าเขากำลังข่มขืนหล่อนอยู่ ลิปดาพอใจที่หล่อนเป็นฝ่ายยินยอมเขามากกว่า

“ตามข้อตกลงแล้ว เธอไปไหนไม่ได้ทั้งนั้น” น้ำเสียงทุ้มบอก

“ข้อตกลงของเราสมบูรณ์แล้ว ฉันไม่อยู่ให้เสียท่าคุณซ้ำสองหรอกค่ะ” หญิงสาวเชิดหน้าให้เขา ไม่สนใจเขาอีกแม้แต่น้อยนิด มือบางกำเช็คเงินสดสามล้านบาทที่หล่อนสาละวนหาทั่วห้องจนไม่มีเวลาหาเสื้อผ้ามาสวมในกำมืออุ่นอกอุ่นใจว่าครั้งนี้จะเป็นครั้งสุดท้ายที่เขาจะได้แตะเนื้อต้องตัวหล่อนอย่างอาจหาญจาบจ้วงโดยที่หล่อนไม่มีสิทธิ์ต่อต้าน ลองมีครั้งหน้าดูเถอะ ถ้าเจ้านายจอมหื่นมาแตะตัวหล่อนอีกเมื่อไหร่ หล่อนขอสู้แค่ตาย!

“ก่อนจะเซ็นทำไมไม่อ่านสัญญาให้ดีก่อน หรือว่าอ่านดีแล้วแต่จะโกงฉัน” ลิปดาลุกมาสวมเสื้อคลุมแล้วเปิดลิ้นชักหัวเตียงหยิบสัญญาที่หล่อนเพิ่งเซ็นไปเมื่อเย็นออกมาโบกสะบัดตรงหน้าหล่อน แล้วพลิกกลับด้านหลังที่มีตัวหนังสือเล็กกระจิดริดมีดอกจันทร์อยู่ตรงหน้าที่ใช้หมึกสีอ่อนจนแทบไม่สังเกตจนต้องเพ่งสายตาอ่านอย่างมากให้หล่อนเห็นเต็มๆ ตา

มันคือหมายเหตุต่อท้ายสัญญาว่า นางสาว ปานรพี อดุลกิจอุดม จะยอมเป็นนางบำเรอแก่ผู้ว่าจ้างด้วยระยะเวลาหนึ่งปีหรือจนกว่าผู้ว่าจ้างจะบอกยกเลิก หากไม่เป็นเช่นนั้นสัญญาจะเป็นโมฆะและนางสาว ปานรพี อดุลกิจอุดม จะยอมชดเชยค่าเสียหายสองเท่าของค่าจ้าง!

“นะ นี่มันอะไรกัน” หญิงสาวเอ่ยถาม เรียวปากสั่นระริก แข้งขาอ่อนเปลี้ย

หล่อนได้พลาดท่าให้เขาครั้งใหญ่เสียแล้ว เพราะมัวแต่รีบเซ็นสัญญาด้วยอยากได้เงินมากแท้ๆ ถึงได้เสียเปรียบนายพรานเจ้าเล่ห์อย่างเขา

“ถ้าก้าวออกจากห้องไป เตรียมเสียค่าปรับสิบล้านบาทได้เลย เธอก็เลือกเอาแล้วกันเลือกเอาว่าจะยอมเสียค่าปรับ หรือว่ามาทำงานต่อ”

หญิงสาวควันออกหู เอื้อมมือจะดึงสัญญาจากมือเขามาฉีกทึ้งออก แต่เขาก็ยกสัญญานั้นขึ้นจนหล่อนเอื้อมไม่ถึง แม้แต่จะเขย่งสุดเท้าก็ยังคว้ากระดาษเฮงซวยนั่นไม่ได้แม้แต่ปลายเล็บ มันเหมือนที่หล่อนต้องตามไม่ทันและเสียเปรียบเขาอยู่ร่ำไป

“คุณมันเจ้าเล่ห์ที่สุด” หญิงสาวตะเบ็งเสียงแสบแก้วหูด่าเขาอย่างสุดจะอดกลั้นอีกต่อไป

“ฉันเคยเตือนเธอแล้วว่าอย่าประมาทฉัน” เขากลับยิ้มตอบความโกรธกรุ่นของหล่อน และตอบกลับมาด้วยเสียงเย็น หากมันยิ่งทำให้หล่อนร้อนรุ่มด้วยความโมโหโกรธาที่สุมอกอยู่

“ถ้าเธอกลับมาเป็นนางบำเรอให้ฉันต่อฉันอาจจะใจดีให้เงินเพิ่มจากค่าจ้างที่ตกลงกันไว้ และก็ไม่ต้องกลัวว่าฉันจะใช้งานเธอเต็มสัญญาหนึ่งปีหรอก ลีลาบนเตียงของเธอเห่ยสิ้นดี นอนแข็งทื่อเป็นขอนไม้อย่างนั้นไม่คุ้มค่ากับที่ฉันเสียแรงลงทุนเจรจาซื้อตัวเธอสักนิดแค่สองสามเดือนฉันก็คงเบื่อและปล่อยเธอไปก่อน หรือบางทีฉันรับเงินค่าปรับแล้วไปหาผู้หญิงคนอื่นมานอนด้วยจะดีกว่า เพราะแม้จะเป็นเงินแค่สิบล้านแต่มันก็มีค่ากว่าขอนไม้แข็งๆ อย่างเธอตั้งเยอะแยะ”

คำพูดเยาะเย้ยแกมขู่เข็ญในตัวของเขาทำให้ปานรพีโกรธจนตัวสั่น ดวงตาลุกเป็นไฟวาววาบแทบจะเผาไหม้เขาให้เป็นจุลในเสี้ยววินาที เสียตัวก็เสียให้เขาไปแล้ว หากยกเลิกสัญญาหล่อนก็มีแต่เสียกับเสียที่สำคัญหล่อนไม่มีปัญญาหาเงินสิบล้านมาคืนเขาได้แน่นอน นอกจากหล่อนจะหนีไม่ได้แล้วยังต้องผิดสัญญาไม่ได้แม้สักกระเบียดนิ้วเดียว

เขามันคนเฮงซวยที่สุด และหล่อนก็โง่ที่สุดที่ไปตกลงกับเขาทั้งที่ควรจะรู้ว่าเขาเป็นคนยังไง

“ก็ได้คุณลิปดา ก็ได้ ฉันจะยอมทำตามสัญญาของคุณ และจะอยู่ให้มันครบหนึ่งปี คุณอยากจะทำยังไงกับฉันก็ตามใจ แต่เมื่อครบหนึ่งปี ฉันก็จะไป คุณนั่นแหล่ะ อย่าร้องไห้ขอร้องให้ฉันอยู่เพราะเผลอตกหลุมรักฉันก่อนก็แล้วกัน เพราะฉันไม่มีวันสงสารคนแบบคุณแน่” หล่อนเชิดหน้าตอบเขาไป

ลิปดาหัวเราะดังก้อง เป็นเสียงที่ทรมานหูที่สุดที่ปานรพีเคยได้ยิน

“เรื่องแบบนั้นไม่มีวันเกิดขึ้นหรอก มันคงจะเกิดแค่ในความฝันของเธอเท่านั้นล่ะปานรพีที่ว่าฉันจะตกหลุมรักเธอ เพราะสามเดือนฉันก็จะสะบัดเธอทิ้งแล้ว อย่ามากอดแข้งกอดขาฉันไม่ยอมไปเพราะหลงรักฉันก็แล้วกัน”

คำพูดตอกกลับของเขาทำให้หญิงสาวได้ใจ หล่อนท้าว่าเขาจะหลงรักหล่อนเพราะว่ายากให้เขาพูดออกมาอย่างนี้แหล่ะ เขาหาได้รู้ไม่ว่ากำลังตกหลุมหล่อน จากระยะเวลาหนึ่งปีในสัญญาจะได้ลดลงเป็นแค่สามเดือนเพราะนิสัยเย่อหยิ่งไม่ยอมคนจนท้าไม่ได้ของเขา ทำให้เข้าทางหล่อนจนได้

ดวงตาของหญิงสาววาววับเมื่อเห็นว่าเขาวางสัญญานั่นลงในลิ้นชักหัวเตียงแล้วเดินเข้าห้องน้ำไป ความคิดชั่วร้ายแล่นอยู่ในหัวหล่อน หากหล่อนฉีกกระดาษนั่นไปสัญญาก็เป็นอันยกเลิก เงินค่าจ้างล่วงหน้าที่เขาโอนเข้าบัญชีสามล้านก็จะเป็นของหล่อนโดยที่เขาเรียกร้องคืนไม่ได้สักสตางค์แดงเดียว ในเมื่อเขาเจ้าเล่ห์กับหล่อนก่อนก็ไม่จำเป็นที่จะต้องซื่อสัตย์กับเขาอีกต่อไปอีกแล้ว

ปานรพีเดินย่องไปเปิดลิ้นชัก หยิบกระดาษแผ่นนั้นออกมาฉีกแล้วฉีกอีกจนเป็นเศษกระดาษเล็กน้อยคามือและหล่อนก็ตั้งหน้าตั้งตาจะฉีกต่อไปให้มันเป็นปุ๋ยผงให้มันเอามาเรียงต่อกันไม่ได้และเขาก็จะไม่มีหลักฐานมาต่อรองกับหล่อนได้อีกต่อไป

ประตูบานเลื่อนห้องน้ำเปิดออก พร้อมกับร่างสูงที่ยืนกอดอกพิงกรอบประตูมองมาที่ปานรพี เขาดูไม่สะทกสะท้านอะไรเลยยามเมื่อเห็นกระดาษอันเป็นหลักฐานมัดหล่อนเอาไว้กับเขาในช่วงระยะเวลาหนึ่งถูกทำลายลงไปต่อหน้าต่อตา

ปานรพียิ้มอย่างพออกพอใจ เงยหน้ามองเขาพร้อมกับโปรยกระดาษที่เล็กจนแทบเป็นเศษขยะยุ่ยในมือลงกับพื้นเยาะเย้ยเขา

“ลืมไปได้เลยว่าเราเคยตกลงอะไรกันไว้” หล่อนบอกอย่างสะใจเป็นที่สุด รอยยิ้มแห่งความสุขแต้มบนใบหน้าสวยหวาน น้อยครั้งนักที่หล่อนจะยิ้มได้อย่างมีความสุขขนาดนี้

แต่รอยยิ้มที่อยู่บนใบหน้าของซาตานร้ายอย่างลิปดานั้นกลับมีแววแห่งความสุขสมมากกว่าหล่อนเสียอีก

“กระดาษนั่นแค่สำเนา ถ้าฉีกแล้วมีความสุขได้ขนาดนั้นฉันจะถ่ายเอกสารไว้ให้เธอเก้าสิบแผ่นไว้ฉีกทุกวันตลอดสามเดือนนี้ แต่ถ้าเธออยากยกเลิกสัญญานักก็ออกจากห้องนี้ไปได้ตอนนี้เลย แต่ต้องเตรียมเงินค่าปรับไว้ให้ฉันภายในสามวัน ไม่อย่างนั้นฉันฟ้องร้องเธอแน่” คำพูดเรียบๆ ของเขาทำให้สีหน้าหล่อนเจื่อนลงทุกขณะจนท้ายสุดมันก็ซีดแทบไม่มีสีเลือด

“ฉันบอกเธอแล้วว่าอย่าประมาทฉัน” คำพูดเบาๆ พร้อมกับรอยยิ้มแห่งชัยชนะของเขาบาดใจหล่อนเหลือเกิน

แล้วเขาก็หายเข้าไปในห้องน้ำอีกครั้ง ประตูบานเลื่อนห้องน้ำปิดลงพร้อมๆ กับที่ปานรพีทิ้งตัวลงนอนที่เตียงกว้างที่ไม่คิดจะกลับไปนอนซ้ำอีกครั้งแล้วร้องไห้โฮตีอกชกหัวตัวเองอย่างอัดอั้นตันใจ

ให้ตายเถอะ หล่อนแพ้เขาอีกแล้ว

ตอน 3

ผัดซีอิ้วหมูร้อนๆ กลิ่นหอมฉุยถูกเทจากกระทะลงสู่จานกระเบื้องสีครีมใบโต มือเล็กๆ ที่ไม่น่าเชื่อว่าจะจับกระทะกับตะหลิวไหวนั้นหยิบจับช้อนส้อมวางลงในจานเรียบร้อยก่อนจะยกผัดซีอิ้วสามจานในถาดไปเสิร์ฟยังโต๊ะที่ลูกค้าสาวสามคนนั่งคุยกันกระจุ๋งกระจิ๋งรออยู่ วันนี้ปานรพี อดุลกิจอุดมลงมือทำทุกอย่างในร้านอาหารตามสั่งเล็กๆ นี้ด้วยตนเอง เพราะลูกจ้างกับเชฟคนอื่นพักผ่อนหลังจากเปิดร้านจนถึงเที่ยงคืนของเมื่อวาน

เงินก้อนโตที่เคยเก็บไว้ทุกบาททุกสตางค์ถูกใช้ไปหมดในสองวันก่อนเพื่อใช้หนี้แทนเมฆาพี่ชายคนโตที่ไปมีเรื่องกับอันธพาลและฝ่ายนั้นก็เสียชีวิตจึงมีการเอาเรื่องเอาราวกันใหญ่โต จากนั้นครอบครัวปานรพีก็ลำบากกันทั้งบ้านที่จะต้องยุติข้อขัดแย้งด้วยเงินก่อนที่คู่กรณีจะยกพวกมาพังร้านหรือฆ่าเมฆาตาย ปัญหาทางการเงินของหล่อนทำให้หล่อนเลื่อนเวลาเปิดร้านให้เร็วขึ้นจากสิบเอ็ดโมงเป็นเจ็ดโมงเช้าเพื่อรองรับลูกค้าคนไทยที่ต้องตื่นมาทำงานแต่เช้า

แม้ลูกค้ากลุ่มนี้ไม่ใช่เป้าหมายหลักของร้านสแนบเปอร์ ซึ่งตั้งอยู่ถนนทางเข้าฟิชเชอร์แมนวิลเลจ หรือหมู่บ้านชาวประมงแหล่งท่องเที่ยวของเกาะสมุยซึ่งมีลูกค้าชาวต่างชาติเป็นส่วนมากแต่การเลื่อนเวลาเปิดร้านขึ้นมาก็คงสร้างรายได้ให้หล่อนเพิ่มขึ้นเพราะปานรพีต้องการเงินหมุนไว้ซื้อวัตถุดิบมาทำอาหารในมื้อต่อไปเพื่อหารายได้มาเก็บหอมรอมริบกันใหม่

การจ่ายค่าเสียหายช่วยเมฆาทำให้หล่อนกับน้องชายติดลบเพราะกู้เงินไปเกือบห้าแสนเพื่อรวบรวมกับเงินเก็บจ่ายคู่กรณี แต่สองแฝดก็ไม่ย่อท้อเพราะคิดว่าจะได้เงินนั้นคืนมาจากการทำมาหากินอย่างขยันขันแข็ง แต่ก่อนจะถึงวันนั้น หล่อนขอหาเงินให้พอซื้อวัตถุดิบในวันพรุ่งนี้ก่อนเพราะตอนนี้เงินที่มีอยู่ติดร้านเพียงไม่ถึงพันบาทในขณะที่อีกสิบวันจะต้องผ่อนหนี้ธนาคารและจ่ายค่าจ้างให้ลูกน้องในร้านและอื่นๆ อีกจิปาถะ ร้านจะต้องเปิดทุกวันเพื่อดึงเงินรายได้มาหมุนหล่อนกับน้องชายจึงต้องทำงานกันขยันขันแข็งเปิดร้านเร็วขึ้นปิดร้านช้าลงเพื่อเพิ่มรายได้อย่างไม่เห็นแก่เหน็ดเหนื่อยในขณะที่พี่คนโตอย่างเมฆาเองก็เพิ่มเวลาการทำงานในโรงแรมที่ทำอยู่ให้มากขึ้นไม่แพ้กันเพื่อจะหาเงินมาคืนน้องๆ ทั้งสองที่ร่วมกันช่วยเขาเอาไว้

“พี่ฝน พี่ฟ้าไม่มาช่วยเหรอคะ ถึงได้ทำคนเดียว” หนึ่งในสามสาวพนักงานธนาคารสาขาของธนาคารที่แห่งแรกในประเทศไทยไม่ห่างจากร้านของปานรพีถาม

เจ้าของร้านที่ควบตำแหน่งทำทุกอย่างในช่วงเจ็ดโมงเช้าถึงสิบเอ็ดโมงเช้ายิ้มอ่อนๆ ให้ลูกค้าเจ้าประจำ ที่มักมาฝากท้องมื้อเย็นและมื้อเที่ยงที่ร้าน แต่พอแจ้งว่าเพิ่มมื้อเช้าด้วย สาวๆ เหล่านั้นก็มาอุดหนุนเป็นกลุ่มแรกของของวันที่เพิ่มเวลาขายยามเช้าวันแรกของปานรพี

“ฟ้านอนจ้ะ พี่แบ่งกะกับฟ้าให้ฟ้าทำสิบเอ็ดโมงถึงเที่ยงคืน ช่วงเช้าพี่ทำคนเดียวถึงสามทุ่ม ถ้าอยากทานอาหารฝีมือฟ้าต้องรอมื้อเที่ยงกับเย็นนะจ๊ะ”

“ฝีมือพี่ฝนก็อร่อยค่ะ ดาแค่ถามเฉยๆ เห็นพี่ฝนทำคนเดียวทุกอย่าง กลัวเหนื่อย ตัวยิ่งเล็กๆ อยู่เดี๋ยวทำงานมากตัวจะหดลงนะคะ” ดาวิกาแซวเจ้าของร้านตัวเล็กเท่าเมี่ยงผิดกับสายฟ้าแฝดต่างไข่ของปานรพีที่ตัวสูงยาวปานนายแบบแถมหน้าออกเค้ายุโรปเหมือนฝั่งมารดามากกว่าปานรพีจนแทบไม่มีใครดูออกว่าทั้งสองเป็นฝาแฝดกัน

ปานรพีหัวเราะคิก หล่อนไม่เคยคิดว่าการที่หล่อนตัวเล็กมันเป็นปมด้อยเท่าไหร่เพราะรู้ว่ามันเกิดจากตัวเองเมื่อตอนเด็กหล่อนไม่ชอบดื่มนมเวลาโรงเรียนแจกหล่อนเอารดต้นไม้ประจำ พอนายฟ้าเห็นเข้าก็ขอดื่มเสียเองเพราะพ่อแม่เคยสอนไว้ว่าไม่ให้กินทิ้งกินขว้าง อีกทั้งนายฟ้ายังโปรดปรานกีฬาทุกชนิดในขณะที่ปานรพีสนใจกับหนังสือเรียนและตำราอาหารเพียงอย่างเดียวจึงอาจจะเป็นที่มาของความสูงที่แตกต่าง

“ไม่เหนื่อยหรอกจ้า เช้าๆ อย่างนี้ ไม่ค่อยมีลูกค้าเข้าวันนี้เพิ่งลองวันแรกเลยยังไม่ได้โปรโมตมากเท่าไหร่ ไม่ต้องกลัวพี่เหนื่อยหรอก เอ๊ะ แต่ถึงพี่เหนื่อยพี่ก็มีคนช่วยใช่ไหม” ปานรพีหลิ่วตาให้ดาวิกา แฟนเก่าสมัยเด็กของสายลมที่เลิกกันด้วยดี ยามที่ลูกค้าวุ่นๆ คนร้านจัดการไม่ทันดาวิกาอยู่ก็เข้ามาช่วยเหมือนเป็นพนักงานร้านไปอีกคน “ทานกันไปเลยนะจ๊ะ เดี๋ยวพี่ไปดูลูกค้าก่อน”

ปานรพีเดินออกไปยังหน้าร้านอาหารที่มีกลุ่มนักท่องเที่ยวต่างชาติหนุ่มๆ วัยไม่เกินยี่สิบหกเจ็ดคนยืนดูเมนูอาหารที่ป้ายหน้าร้านซึ่งแทบทุกร้านจะทำไว้หน้าร้านเพื่อให้ลูกค้าเห็นเมนู รูปอาหารและราคาอาหารเพื่อจะได้รู้ราคาเพื่อเป็นตัวเลือกว่าจะเข้าร้านดีหรือไม่ หล่อนได้ยินเด็กๆ เหล่านั้นพูดกันว่าร้านหล่อนราคาถูกเพื่อนเคยมาปีก่อนก็บอกว่าร้านนี้อร่อยต้องมากินให้ได้ก็อมยิ้มเขินๆ ร้านหล่อนเป็นร้านเล็กแต่มีชื่อเสียงมากและเต็มไปด้วยลูกค้าเพราะรสมือของหล่อนกับน้องชายคงที่ ราคาอาหารจานด่วนยอดฮิตเริ่มต้นที่ห้าสิบบาทซึ่งก็ไม่แพงนักเมื่อเทียบกับร้านอาหารอื่นๆ ในเมืองท่องเที่ยวแห่งนี้

“สนใจเมนูไหนไหมคะ” เสียงใสๆ ของเจ้าของร้านเอ่ยถามด้วยรอยยิ้ม หนุ่มน้อยหันมามองหล่อนพร้อมทักทายสวัสดียามเช้าก่อนจะถามเรื่องเมนูกันใหญ่

อาหารไทยที่พวกเขารู้จักส่วนใหญ่เป็นพวกต้มยำกุ้ง มัสมั่น ผัดไทย เพราะโด่งดังและมีขายในร้านอาหารไทยในต่างประเทศด้วย ปานรพีแนะนำเมนูอื่นที่น่าลิ้มลองให้กลุ่มลูกค้าอย่างเช่นพวกไก่ผัดเม็ดมะม่วงหิมพานต์ ผัดเปรี้ยวหวาน ข้าวผัดปู ยำปลาดุกฟู และต้มข่าไก่ใส่เห็ดฟางเป็นทางเลือกเพิ่มให้ลูกค้า

“ถ้าเราสั่งทั้งหมดที่คุณว่า ขอไม่เกินชั่วโมงได้ไหม เราจะไปวันเดย์ทริปที่เกาะเต่า เกาะนางญวนตอนแปดโมงครึ่ง ” หลังจากที่ตกลงกันแล้วว่าจะทานร้านนี้ หนึ่งในเจ็ดหนุ่มก็ถามขึ้นมา

“เฮ้ไม่เป็นไรหรอกน่าเจฟ เราเช่าเรือส่วนตัวไปนี่ เขาต้องรอเราได้ เลทนิดหน่อยไม่เป็นอะไรหรอก เพื่อนอีกคนแย้งขึ้นมาเมื่อเห็นปานรพีนิ่วหน้ากำลังคิดว่าหล่อนจะทำของพวกนั้นเสร็จทันเวลาหรือไม่ถ้าทำคนเดียว

หนุ่มๆ ตกลงกันได้แล้วจึงเดินเข้ามาในร้านเล็กๆ ที่มีโต๊ะไม่เกินสิบสองโต๊ะ รองรับลูกค้าได้จำนวนหนึ่งและมักจะเต็มจนต้องยืนรอในยามเย็น

อ่านต่อเลย
ร่วมสนับสนุนนักเขียนเพื่อเป็นกำลังใจในการสร้างสรรค์ผลงานสุดสนุกต่อไป Moboreader
ปลดล็อกทุกตอน
ตอน
ปรับแต่ง
บทถัดไป
Minishorts Logo
อ่านนิยายออนไลน์ นิยายเว็บ และเรื่องราวโรแมนติกสุดฮิตบน MiniShorts พบกับนิยายโรแมนติกท่านประธาน นิยายแฟนตาซีมนุษย์หมาป่า ดราม่า และแฟนตาซี พร้อมคอนเทนต์ซีรีส์สั้นคัดสรรพิเศษที่สร้างจากเทรนด์เรื่องราวยอดนิยม
MiniShorts YouTube
©2026 MiniShorts All Rights Reserved. CHASINGTOP HK LIMITED