บทที่1.ผู้ชายใจชาด้านที่ชื่อ แวซ็อง ออกัสตัส
เสียงลมหายใจหอบสะท้านดังกระเส่า เมื่อสิ่งที่ทั้งสองคนทำร่วมกันคือการเสพความสุขในร่างกายระหว่างกันและกัน ชายหนุ่มรูปร่างกำยำกำลังเคลื่อนไหวร่างกายอยู่ด้านบน แผ่นหลังของเขาชื้นเหงื่อเป็นมันปราบ...และเสียงครางของสาวน้อยทรงโตก็ดังลั่น เมื่อเจ้าของร่างใหญ่โตส่งตัวตนของตัวเองแบบหนักหน่วง เขาโหมกำลังดั่งลมพายุลูกใหญ่ที่สาดใส่ โจมตีแบบไม่ออมมือ อุ้งมือใหญ่เคล้นคลึงเต้าทรวงอวบอัดจนเต้าเต่งบิดเบี้ยว แต่มันก็ไม่ได้ครัดเคร่งอย่างที่เขาปรารถนา เมื่อหล่อนเองก็คงผ่านสนามรบบนเตียงมาไม่มากก็น้อย จนทำให้เกิดการหย่อนคล้อยเพราะเคยผ่านการใช้งาน
“อู้ยยย...ได้โปรด...ฆ่ามิร่าให้ตายเลยค่ะ...มิร่าใจจะขาดอยู่แล้ว” สาวคู่ขาครางกระเส่า เธอแอ่นร่างกายช่วงล่างตามติด เมื่อหนุ่มพลังม้าถอดถอนแก่นกายออกห่างๆ ก่อนจะร้องวี๊ดสุดเสียง เพราะเจ้าตัวทิ้งตัวกลับลงไปที่เดิมแบบรุนแรงสุดโต่ง!
“ได้เลยคนสวย ฉันจะจัดหนักให้เธอลืมโลก ลืมผู้ชายทุกคนที่เคยๆ กับเธอให้หมดสิ้น” แวซ็องไม่ได้พูดเกินจริง สาวน้อย สาวใหญ่ สาวใดก็ตามที่เคยก้าวขึ้นมานอนบนเตียงแล้วให้เขาขย่มทับ หลังเธอเดินลงจากเตียงไป หล่อนแทบจะลืมรสรักที่เคยได้ลิ้มรสมาแทบทั้งหมด เมื่อชายหนุ่มนาม แวซ็อง ออกัสตัส เป็นนักรักที่ขึ้นชื่อที่สุดในปารีส หนุ่มหล่อลูกครึ่งฝรั่งเศสอเมริกา...หัวหอกคนสำคัญของ ‘ออกัสตัสอินเตอร์เทรต’ เป็นพี่ใหญ่ที่ขึ้นแท่นผู้บริหารระดับสูง เป็นท่านประธานที่ทั้งเผด็จการและน่าเกรงขาม ไม่แปลกหรอกหากสาวๆ จะยอมพลีกายให้กับเขาฟรีๆ เมื่อสิ่งตอบแทนที่ได้รับหลังจากนั้นมันมากมายมหาศาล เมื่อชายหนุ่มไม่เคยเอาเปรียบใคร!! เขาพร้อมที่จะมอบของกำนัลราคาแพงให้ หากเจ้าหล่อนทำให้เขาถูกใจ...จนหมดแรง...
จังหวะหนักหน่วง...ร่างกายเปียกชื้นไปด้วยเม็ดเหงื่อ แม้อุณหภูมิภายในห้องจะเย็นฉ่ำดั่งนั่งอยู่กลางก้อนน้ำแข็งในขั้วโลกเหนือ...แต่ภายในร่างกายของคนทั้งคู่กลับร้อนดั่งมีลาวาเดือดคลั่ก! ไหลวนอยู่ในนั้น มันพร้อมที่จะระเบิดพร่าง!! หากถึงจุดที่สุดกลั้น...
“อ้ายยยย...” เสียงกรีดร้องดังขึ้นพร้อมกับประตูห้องสวีทที่เปิดผ่าง!
“เห้ย!!” ชายหนุ่มตวัดผ้าห่มขึ้นคลุมร่างกายช่วงล่าง เขากระโจนลงมาจากเตียงพร้อมกับสบถเสียงดัง “Damn!!”
ผู้หญิงที่มาใหม่ยืนขวางอยู่กลางประตู... ใบหน้าของหล่อนตึงเปรี๊ยะ! โดยมีกลุ่มบอดี้การ์ดของชายหนุ่มที่พยายามห้าม แต่เจ้าหล่อนก็ไม่ฟังเสียง... ดึงดันเข้ามาในห้องจนได้ “เกิดอะไรขึ้น? ลิ-เดีย-เธอเข้ามาทำอะไรในนี้?”
ชายหนุ่มเค้นเสียงแหบๆ ถาม เขาโกรธจนตัวสั่น! ยัยนี่เข้ามาขัดจังหวะเขาทำไม? ...
ลิเดีย สกอฟิลด์เชิดหน้าขึ้น เธอปรายตามองผู้หญิงบนเตียงด้วยสายตาริษยา หล่อนคงเพิ่งสุขสมมาหมาดๆ ถึงได้นอนแผ่หลา หอบหายใจรวยรินอยู่อย่างนั้น ยัยนั่นเป็นใคร? หล่อนถือดีอย่างไรมาฉกผู้ชายที่เธอตีตราจองไปครอบครอง...เธอไม่มีวันยอมเด็ดขาด แค่คิดหัวใจก็รุ่มร้อนเกินจะทน
“คุณทำแบบนี้ได้ยังไงคะ?” หล่อนย้อนถามเสียงสั่น
แวซ็องพ่นลมหายใจแรงๆ เขายกมือขึ้นเสยผม ก่อนจะตอบเสียงเย็นชา “ทำแบบไหน? แล้วทำไมฉันจะทำไมได้ล่ะ”
“คุณ!”
“พอเลยลิเดีย...อย่ามาแสดงอาการเป็นเจ้าข้าว เจ้าของฉัน...เราไม่ได้เป็นอะไรกัน!!” ชายหนุ่มตวาดเสียงแหลม
แค่เคยควง...แต่ไม่เคยเกินเลย แวซ็องเลือกคนที่จะมานอนใต้ร่างเขา หากมีปัญหาตามมาเขามักจะเลี่ยง และลิเดียก็เป็นหนึ่งในนั้น เจ้าหล่อนแสดงออกชัดเจนว่าหล่อนปรารถนามากกว่าการเป็นแค่คู่ควง....และเขายังไม่พร้อมที่จะเริ่มต้นกับใคร เมื่อกำลังสนุกกับอิสระในชีวิต ไม่ต้องการพันธนาการที่คล้ายๆ กับห่วงผูกคอ
“แวซ็อง!!”
บุตรสาวคนสวยของตระกูลสกอฟิลด์ตะโกนลั่น! มือเรียวบางของเธอกำแน่น เธอโมโหเกือบๆ คลั่งเมื่ออีกฝ่ายทำเหมือนไม่เห็นเธอมีความสำคัญอะไรเลย เขาเอาเธอไปเปรียบกับพวกผู้หญิงหยำฉ่าพวกนั้นได้ยังไงกัน ยังไงเธอก็มีภาษีมากกว่า เธอเป็นทายาทของ ‘สกอฟิลด์’ คนที่สามารถช่วยเหลือเขาได้ในโลกธุรกิจ เธอไม่ใช้ผู้หญิงข้างทางที่เขาจะเขี่ยทิ้งง่ายๆ
“มีอะไรรึ? ฉันพูดจริงลิเดีย...เราสองคนเป็นแค่...คนรู้จักกัน...นอกเหนือจากนั้นไม่มีอะไรเลย”
เสียงเรียบเรื่อยพูดแบบไม่ใส่ใจ เขามองหล่อนตรงๆ พร้อมกับกระตุกยิ้มมุมปาก
“คุณกล้า!!” ลิเดียโกรธจนหน้ามืด เธอหมดสิ้นความเกรงใจ จากนี้ไปแวซ็องจะได้รู้เขาไม่ควรปล่อยมือจากเธอ
“หืม...”
“หากฉันก้าวออกจากห้องนี้ ทุกอย่างระหว่างเราจะสิ้นสุดลงทันที” หญิงสาวพูดเหมือนเป็นต่อ เธอรู้ว่าคนฉลาดอย่างแวซ็องคงไม่ปล่อยเธอไปง่ายๆ เมื่อเธอมีบางอย่างที่สามารถเกื้อกูลเขาได้ในอนาคต
แต่...ลิเดียคิดผิด...คนอย่างแวซ็อง ออกัสตัส คิดไม่เหมือนคนอื่น
เขาไม่ต้องการยืมจมูกคนอื่นมาหายใจ!!
“เชิญ!!”
ดังนั้นเขาจึงทำตรงกันข้ามกับที่ลิเดีย สกอฟิลด์คิดไว้...
“แล้วคุณจะรู้ว่าคุณตัดสินใจผิด แวซ็อง!!”
เสียงตอบกลับมาสั่นพร่า ดวงตาคมกริบเออคลอด้วยหยาดน้ำตา ก่อนที่หล่อนจะสะบัดใบหน้า เดินคอตั้งเชิดหน้าออกไปจากห้องสวีท ทิ้งให้แวซ็องส่ายศีรษะทอดสายตามองตาม
“ผู้หญิง!!”
เขาเบ้ปาก มองลิเดีย สลับกับแม่สาวทรงโตที่นอนแผ่หลากลางเตียงด้วยสายตาเฉยชา...ผู้หญิงทุกคน! ...ก็เป็นได้แค่เครื่องบำบัดความใคร่ พวกหล่อนไม่ได้มีความสำคัญอะไรเลย มีดีแค่ครางเสียงดังๆ เวลาเขาเข้าไปอยู่ในร่างกายของหล่อน กับดิ้นพล่านด้วยความสะใจ หลังเขาโขยก ขย่มหล่อนสุดแรง...มีแค่นี้จริงๆ
เช้าวันใหม่...
แวซ็องเบี่ยงปลายเท้าก้าวลงจากรถสปอร์ตหรูของตัวเอง เขาตวัดแว่นตากันแดดขึ้นสวมทับ แล้วจึงยืดกายเต็มความสูง สายตามองตรงไปข้างหน้าอย่างแน่วแน่ เดินเอื่อยๆ ตรงไปยังอาณาจักรของตัวเอง ‘ออกัสตัสอินเตอร์เทรต’ อาณาจักรแสนยิ่งใหญ่ที่เขาฟูมฟักมาหลายปี จนตอนนี้มันแกร่งกล้า ผงาดอยู่เหนือคนอื่นๆ หลายขุม...
มีเสียงซุบซิบดังเบาๆ หลังขบวนของเขาก้าวผ่าน ชายหนุ่มขมวดคิ้วก่อนจะเอี้ยวตัวหันหลังมาถามบอดี้การ์ดคู่ใจ
“มีอะไรที่ฉันควรรู้ไหม?”
ชายร่างใหญ่หน้าตึงยิ่งกว่าผืนผ้าที่ขึ้นไว้บนสะดึงปักผ้า เขาทำหน้าปั้นยาก ระหว่างควรพูด หรือหุบปากแน่นๆ ดี
แต่ก่อนที่บอดี้การ์ดจะตอบ “เฮ! พี่ชาย...นายไปทำอีท่าไหนกันล่ะ ลิเดีย สกอฟิลด์ถึงชิ่งหนี” เสียงทักทายดังจากทางด้านหลัง จากผู้ชายที่หน้าตาคล้ายๆ เขาแต่วัยอ่อนกว่า2 ปี เซดริก ออกัสตัส น้องชายสุดแสบและปากมันหมากว่าใครเพื่อน
แวซ็องกลอกตา เขาพ่นลมหายใจแรงๆ “เข้าใจใหม่ด้วยไอ้น้องเวร!! ฉันกับยัยนั่นไม่ได้เกี่ยวข้องกันเลย ฉันไม่เคยแตะหล่อน แม้แต่ปลายนิ้วก้อย” ชายหนุ่มตอบแบบเซ็งสุดขีด แค่ควงกันกินข้าว ฟังเพลง ไม่มีอะไรเกินเลย แต่ทำไมทุกๆ คนรอบตัวถึงชอบเข้าใจผิดไปเสียหมด
“ฉันรู้...แต่สังคมเข้าใจกันแบบนั้นนี่พี่ ข่าวพี่กับหล่อนออกมาถี่ยิบ...ใครเห็นก็เชื่อทั้งนั้นแหละ”
“ฉันต้องแคร์ด้วยหรือไงล่ะ?” ชายหนุ่มไหวไหล่ย้อนถาม “ว่าแต่มันมีอะไรมากกว่านี้ไหมว่ะ”
เซดริกยิ้มแป้น เขาโยนหนังสือพิมพ์ฉบับล่าสุดของเช้าวันนี้ให้พี่ชาย หัวข้อข่าวโจ่งครึ่ม!! เรื่อง ‘สกอฟิลด์’ จะมีงานมงคลกับ 'ออกัสตัส' แต่ไม่ใช่แว ซ็อง...
“เห้อ!! ไหงกลายเป็นดิดิเย่ร์ได้ว่ะ?”
น้องชายห่างๆ อีกคนของชายหนุ่ม เขาถูกดึงมามีเอี่ยวด้วยได้ยังไง แวซ็องพยายามทำความเข้าใจ แต่ก็ยังสับสนอยู่
“แปลกตรงไหน...ฉันเห็นไอ้ดิเย่ร์มันเดินตามก้นแม่นั่นมาสอง สามปี...มาห่างๆ ช่วงที่หล่อนมาติดพันพี่นี่แหละ...ไม่คิดว่าลิเดียจะเล่นไม้นี้ หล่อนเจ้าเล่ห์ไม่เบาเลยเหมือนกันนะ” เซดริกไหวไหล่ เขาดันประตูห้องทำงานของพี่ชายให้เปิดออกพร้อมกับเดินนำหน้า ไปทรุดนั่งสบายๆ บนโซฟาตัวใหญ่ที่มีไว้สำหรับรับรองอาคันตุกะ
“คงไม่มีเรื่องให้ฉันปวดหัวอีกนะ...มันน่าจะจบแล้วใช่ไหม?”
ชายหนุ่มเอื้อนเอ่ยแบบไม่ใคร่มั่นใจ
เซดริกกระตุกยิ้ม... “มันจบง่ายๆ ก็ไม่สนุกสิพี่...เรื่องนี้คงอีกยาว แม่นั้นนะผูกใจเจ็บพี่แล้วนี่...หล่อนน่าจะกำลังหาทางเอาคืน คงปั่นหัวดิดิเย่ร์จนหัวหมุน ยังไงก็ระวังตัวด้วยนะพี่ชาย” อารมณ์หึง หวง ผู้หญิงมักจะทำอะไรได้มากกว่าที่ใครๆ คาดคิด และยิ่งเป็นลิเดียด้วยแล้ว หล่อนเคยเป็นนางพญามีแต่คนยอมศิโรราบให้ แบบนี้เท่ากับหล่อนถูกฉีกหน้า...ลิเดียคงไม่ยอมจบง่ายๆ และคนที่หล่อนสามารถปั่นหัวได้ ดันเป็นญาติสนิทของเขาอีกต่างหาก
นี่สิน่ากลุ้ม!!
“ผู้หญิงนี่วุ่นวายฉิบหาย!!”
แวซ็องสบถ เขาเดินออกจากหลังโต๊ะทำงาน เหม่อมองไปยังทิวทัศน์ด้านนอกที่มีแต่อาคารสูงๆ
“ฉันขอไปพักสมองสักเดือนได้ไหมวะ เซดริก”
เขาไม่ได้อยากมีเรื่อง มีราวกับคนในตระกูลเดียวกัน เพราะฉะนั้นทางที่ดีที่สุด คือการหลบฉากไปก่อน
“ตามสบายพี่ชาย...ขอให้สนุก”
เซดริกผุดลุกขึ้นยืน เขาเห็นใจดิดิเย่ร์ เมื่อน้องชายกลายเป็นเหยื่อ ต้องถูกจูงจมูกจากคนที่ตัวเองรัก เรื่องนี้ต้องโทษลิเดีย หล่อนรู้ทั้งรู้ว่าแวซ็-องไม่ได้ปรารถนา แต่กลับทำตัวเหมือนเป็นเจ้าของ จนพี่ชายเขาทนไม่ไหว เลยฉีกหน้าหล่อนเสียยับ...เรื่องความรัก อย่าได้มาถามแวซ็องพี่ชายของเขาเลย คนเย็นชาแบบนั้น ไม่รู้จักความอ่อนหวานของความรู้สึกหรอก...
แต่ก็ไม่แน่...
พรหมลิขิตอาจจะขีดเขี่ย ชักจูงให้คนหัวใจชากระด้าง...ได้รู้จักความรักเอาตอนนี้ก็ได้...
ไม่มีมนุษย์ตนใด ฝืนทางเดินที่พระพรหมบันดาลได้สักคน
ทุกคนที่เกิดมาถูกบงการไว้แล้วแทบทั้งนั้น...
มันขึ้นอยู่กับว่าใครจะเจอช้าหรือเจอเร็ว...
ตัวเขาเองก็คงไม่รอด เพียงแต่ยังไม่ใช่เร็วๆ นี้
“ฉันไปล่ะ...แน่ใจนะว่าจะไม่อยู่ร่วมงานวิวาห์ของดิเย่ร์มัน” เซดริกยังไม่วายกระเซ้า
แวซ็องหันกลับมา เขายิ้มเย็นๆ “ฉันกลัวงานจะล่มน่ะสิ...แม่นั่นทำตามใจตัวเองตลอด จนไม่สนใจคนรอบข้าง หากฉันไม่อยู่งานนี้คงราบรื่นขึ้น”
แวซ็องคาดการณ์ไม่ผิด ลิเดียแค่ต้องการประชด เพราะฉะนั้นหากเขาโผล่หน้าเข้าไปในงานวิวาห์ของหล่อน หล่อนคงผวามาเกาะเขา จนอาจทำให้ดิดิเย่ร์เสียหน้า ทางที่ดีเขาควรไปไกลๆ ดีกว่า จนกว่าเรื่องราวทุกอย่างจะสงบลง
ความวุ่นวายทำให้แวซ็องตัดสินใจเลือกที่จะเดินทางไปเที่ยวในประเทศเล็กๆ แทนที่จะจะสนุกอยู่ในเมืองใหญ่ๆ ที่มีแต่ความศิวิไลซ์...ขอสงบสติอารมณ์กับธรรมชาติดีกว่า...รอให้ทุกอย่างคลี่คลายไปในทางที่ดี จากนั้นทุกอย่างคงกลับเข้าสู่รูปรอยเดิม
แต่ชายหนุ่มไม่รู้ การออกเดินทางครั้งนี้...
กลับสร้างความปวดเศียรเวียนเกล้าให้เขามากกว่าทุกเรื่องที่เคยเกิดขึ้น!!
เขากำลังเดินเข้าสู่กรงขัง
หมดสิ้นอิสรภาพที่ตัวเองปรารถนา...
แต่จะได้พบกับความรู้สึกอ่อนหวาน...ความรู้สึกที่ไม่เคยเกิดขึ้นในหัวใจ
แล้วคนเย็นชาอย่างเขา...จะจัดการกับสิ่งที่เกิดขึ้นอย่างไรดี?
ในวันที่ฝนตกหนัก สายฝนรินเหมือนท้องฟ้ารั่ว ผู้หญิงคนหนึ่งวิ่งฝ่าสายฝนมาจนเปียกชุ่มไปทั้งตัว ผมสีดำดั่งนิลลีบติดหนังศีรษะ หยดน้ำเย็นเฉียบเกาะพราวทั่วใบหน้าหวาน แพขนตางามงอนเปียกฉ่ำจนรวมตัวเป็นกระจุก ผู้หญิงคนนั้นคือพนักงานสาวคนหนึ่งในร้านสะดวกซื้อ เป็นพนักงานประจำที่ขยันขันแข็งเป็นอย่างมาก เธอมีใบหน้ารูปไข่ ดวงตากลมโต ริมฝีปากอิ่มย้อยสีระเรื่อแลดูเซ็กซี่ หากได้แต่งตัวด้วยเสื้อผ้าที่ดูดีกว่านี้ หาใช่ชุดพนักงานที่ดาษดื่นเหมือนกันไปหมด เธอคงสวยพิศชวนมองไม่แพ้ใครๆ เมวิกา สาระวีคือหญิงสาวที่กล่าวมาข้างต้น...เธอเหนื่อยสายตัวแทบขาดเพราะเธอกรำงานหนักตั้งแต่เช้าจรดค่ำ หลังกริ่งสัญญาณบอกเวลาเลิกงาน เจ้าตัวจึงรีบหอบสังขารกลับมายังห้องเช่าราคาถูก แม้จะต้องฝ่าสายฝนที่กระหน่ำสาดซัดไม่หยุด เธออยากจะอาบน้ำและซุกหัวนอนก่อนที่จะหมดแรงไปเสียก่อน
ชีวิตผู้หญิงตัวคนเดียวที่พึ่งจะย้ายตัวเองออกมาจากบ้านเลี้ยงเด็กกำพร้า เนื่องจากอายุเกินกว่าที่ทาง ‘บ้านน้ำริน’ จะให้ที่อยู่ที่กินได้ สาวน้อยจึงต้องออกมาจากบ้านที่เติบโตมาอย่างอาลัย แต่ก็ไม่วายแวะกลับไปเยี่ยมทุกครั้งในวันหยุดงาน เพื่อแบ่งเบาภาระให้กับครูพี่เลี้ยง กับอาจารย์ใหญ่ที่ทำงานอยู่ในบ้านหลังนั้น เธอมักจะเจียดเงินเดือนของตัวเองส่วนหนึ่งให้กับน้องๆ เพื่อแบ่งปันโอกาสให้กับพวกเขา เหมือนดั่งที่ตัวเองเคยได้รับ ความรู้แค่หางอึ่งของเธอ ทำให้ต้องขายแรงงานเพื่อหาเลี้ยงปากท้องตัวเอง
เมวิกาแบ่งเงินเป็น3 ส่วน ส่วนที่หนึ่งกินใช้เพื่อตัวเอง มันรวมถึงค่าเช่าห้อง อีกส่วนมอบให้น้องๆ ที่บ้านน้ำริน ส่วนสุดท้ายเก็บไว้เพื่อการศึกษา เธอลงเรียนในมหาวิทยาลัยเปิดแห่งหนึ่ง จุดมุ่งหมายเพื่ออนาคตที่ดีกว่าเก่า เรียนต่อให้สูงขึ้น...ใช้เงินที่หามาได้อย่างคุ้มค่าที่สุด ไม่เกี่ยงงาน หากมีเวลาว่างเธอยินดีทำ แม้จะเป็นงานที่ต่ำต้อย อย่างการขัดล้างบ้าน หากมีคนว่าจ้างเมวิกาไม่เคยปฏิเสธ เธอจำเป็นต้องใช้เงินอีกเยอะ