ตอน 2

“แหม! แกนี่น่าจะเปลี่ยนจากเป็นหมอรักษาโรคไปเป็นหมอดูนะ ท่าจะรุ่งว่ะ”

“แค่นี้ก็ไม่มีเวลาใช้เงินแล้ว ไม่เหมือนแกนี่ วันๆ ลอยไปลอยมา ไม่เห็นเดือดร้อนอะไร”

หมอหนุ่มยังคงจรดปลายปากกาไปด้วย ปากก็บ่นเพื่อนไปด้วย

“ฉันมันเป็นพวกไม่ชอบความซ้ำซากจำเจเหมือนแกนี่ ต้องหาอะไรทำใหม่ๆ ไปเรื่อย” ส่วนอีกคนก็ยังคงนั่งไขว้ห้างคุยด้วยท่าที่สบายๆ ไร้กังวลใดๆ ไป

“เอ่อดีนะแก! ว่าแต่ตกลงชอบใครล่ะ บอกไว้ก่อนนะว่า ถ้าผู้หญิงไม่เอาด้วยฉันก็ช่วยอะไรไม่ได้ และหวังว่าคงจะไม่ใช่คนที่สวยสุดของกะวันนี้หรอกนะ แก...”

“ฉันมีรูปให้ดูด้วย”

คฑาธรรีบเปิดมือถือแล้วลุกไปส่งให้เพื่อนดูทันที เพราะแอบถ่ายเอาไว้ตั้งแต่ยืนรอลิฟต์แล้ว ชยุกรณ์รับไปดูแล้วก็ทำหน้าตาบอกบุญไม่รับ แถมด่าเพื่อนทันทีว่า

“วันนี้แกไม่น่ามาเล๊ยให้ตายดิ้น นี่ล่ะขวัญใจหมอหนุ่มๆ กับบรรดาแขกเลยนะเว้ย แกมาซิวไปแล้ว ยอดไตรมาสนี้ไม่ตกฮวบเหรอวะ”

“เว่อร์! คนมารักษาไม่สนใจจะมองของสวยๆ งามๆ หรอก เขาสนใจฝีมือหมอและการบริการโน่น ว่าแต่คนนี้ชื่ออะไร อายุเท่าไหร่ มีแฟนหรือยัง ถึงมีฉันก็ไม่ถือนะ เพราะจะหาผู้หญิงบริสุทธิ์สมัยนี้ คงมีแต่ในเด็กแรกเกิดเท่านั้นล่ะ”

“เฮ้อ!”

ชยุกรณ์ยื่นมือถือคืนให้หลังถอนหายใจหนักๆ อีกคนทำตาโตรอฟังคำตอบอยู่อย่างใจจดจ่ออยู่ แล้วกลับไปนั่งที่เดิม มองไปหาเพื่อนเพื่อรอคำตอบอย่างใจจดจ่อ

แต่พอดีเลขายกกาแฟกับน้ำเข้ามาให้ก่อน เขารับมาจิบเพื่อรักษาน้ำใจ แล้วรอจนทั้งห้องเหลือแค่สองคนตามเดิม ถึงได้มองไปหาเพื่อนอีกครั้ง

“ชื่อพิมพ์ภิษา หรืออะไรทำนองนี้ล่ะ ชื่อเล่นไวน์”

“ฟังแค่ชื่อก็น่าลิ้มลองแล้วว่ะแก ว่าแต่แฟนล่ะมียัง”

“ไม่รู้! ฉันไม่มีเวลาได้ศึกษาข้อมูลพนักงานละเอียดขนาดนั้น แต่คงยังไม่แต่งงานมั้ง”

“งั้นแกก็จัดการทาบทามให้ฉันเลยนะเพื่อน”

“เอางั้นเลยเหรอไอ้เบียร์ ถ้าผู้หญิงไม่ยอมล่ะ”

“แกก็รู้ว่าไม่เคยมีผู้หญิงหน้าไหน ปฏิเสธฉันได้สักคน ถ้าเล่นตัวหน่อยแกก็เสนอเงินงามๆ ให้สิ เท่าไหร่ฉันก็จ่ายไม่อั้นอยู่แล้ว จัดการพรุ่งนี้เลยนะเพื่อนรัก”

“เฮ้อ! กูเบื่อมึงจริงๆ ว่ะไอ้เบียร์”

เจ้าของส่วนสูงร้อยเจ็ดสิบ กำลังพารองเท้าส้นสูงสองนิ้ว เดินจากเคาน์เตอร์ประชาสัมพันธ์ชั้นล่าง ตรงไปหาลิฟต์ขึ้นชั้นบนสุดด้วยใบหน้ามีกังวลไม่น้อย นี่ถือเป็นครั้งแรกในรอบสามปี ที่ถูกเรียกเข้าห้องผู้บริหารระดับสูง ตั้งแต่มาทำงานโรงพยาบาลนี้ ‘พิมพ์ภิษา วัฒนากรณ์’ ก็เดาได้ว่าคงไม่ใช่เรื่องดีเป็นแน่

พนักงานสาวในชุดสูทเรียบร้อยสีน้ำเงินสั้นระดับเข่า ซึ่งเป็นชุดทำงานประจำวันนี้ยกมือไหว้เลขาหน้าห้องเจ้านายอย่างนอบน้อม และทำแบบเดียวกันกับผู้ที่ได้ชื่อว่าเป็นเจ้าของโรงพยาบาลเกินครึ่งมาหนึ่งเปอร์เซ็นต์

“เชิญนั่งครับ”

ชยุกรณ์ละสายตาจากเอกสาร ผายมือเชื้อเชิญคนตรงหน้า ยืนอยู่ประตูด้วยท่าทีลังเล เขาไม่อยากโทษเพื่อนรักนัก ที่อยากได้หรืออยากครอบครองของสวยๆ งามๆ เพราะเธองามจริง ไม่ว่าจะอยู่ในยูนิฟอร์มแบบไหน ก็สะกดใจหนุ่มใหญ่ หนุ่มน้อยได้ทั้งนั้น จนเป็นที่กล่าวขวัญกันทั่วโรงพยาบาล ว่าประชาสัมพันธ์ที่นี่ ไม่แพ้ที่อื่นหรือเหนือกว่าหลายช่วงตัว

“ขอบคุณค่ะ”

พิมพ์ภิษาเอ่ยเสียงแผ่วเบา แล้วทรุดกายลงนั่งหลังตรงตามได้รับการอบรมมาจนชาชิน รอฟังคำพิพากษาที่ตัวเองก็ยังไม่รู้ว่าทำความผิดอะไรไว้ เห็นจากสีหน้าของเจ้านายแล้วนั้น คงไม่ใช่เรื่องดีแน่นอน

“ขอโทษนะครับที่รบกวนเวลาพักผ่อน แต่หมอขอคุยด้วยนิดเดียว ใช้เวลาไม่นานหรอก”

“ค่ะ” หญิงสาวจ้องมองเจ้านายยกมือถือขึ้นแล้วยื่นมาให้

“คุณรู้จักผู้ชายคนนี้ใช่มั้ย” ภาพเพื่อนเขานั่นเอง

“ค่ะ”

หญิงสาวรับคำแล้วส่งกลับคืนให้ ก็ถ้าใครไม่รู้จักเจ้าของโรงพยาบาลอีกคนคงจะแย่เต็มที เพราะมีการแนะนำตั้งแต่วันเข้าปฐมนิเทศน์ไว้แล้ว เพียงแต่ไม่เคยเห็นตัวจริง

กระทั่งเมื่อวานบ่าย ที่ใครต่อใครต่างเก็บเอาไปพูดเป็นเสียงเดียวกัน ว่ารูปหล่อราวพระเอกละคร แถมร่ำรวยล้นฟ้า ที่สำคัญ ประวัติการใช้ผู้หญิงเปลืองยิ่งกว่าถุงเท้าซะอีก

“งั้นหมอขอพูดตรงๆ ง่ายๆ เลยก็แล้วกันนะ และไม่ว่าผลจะออกมายังไง หมอก็ขอให้เรื่องนี้ รู้แค่เราสองคน สัญญากับหมอได้มั้ย”

“ได้ค่ะ”

พิมพ์ภิษาจ้องมองนิ้วขาวยาวเรียวของเจ้านาย กำลังเคาะลงไปกับโต๊ะทำงานเบาๆ สีหน้าก็เคร่งขรึมกว่าที่เคยเห็น ยิ่งทำให้ใจไม่ค่อยดีขึ้นมาอีกหลายสิบเท่า อยากให้เรื่องนี้จบไปเร็วๆ จะได้รู้ว่าตัวเองทำอะไรผิดกันแน่

“คืออย่างนี้นะ คุณคฑาธรน่ะสนใจในตัวคุณ อยากจะทาบทามให้ไปอยู่ด้วยระยะสั้นๆ สามหรือหกเดือน ก็แล้วแต่จะตกลงกัน ระหว่างอยู่ก็จะมีเงินเดือนให้หนึ่งแสนบาท มีรถ มีบ้านให้ ส่วนราคาจะเท่าไหร่ ก็ขึ้นอยู่กับว่าจะตกลงกันยังไงกับเพื่อนหมอเอาเองน่ะ หมอเพียงแค่เป็นคนนำสารมาบอกเท่านั้น คุณจะรับข้อเสนอนี้หรือไม่ก็ไม่มีใครว่าอะไร และไม่มีผลกับงานของคุณแต่อย่างใด คุณยังทำงานที่นี่ได้สบายไม่มีปัญหา อันนี้ถือเป็นความสมัครใจไม่ได้บังคับ คุณจะว่ายังไง”

พิมพ์ภิษาไม่อาจจะเอ่ยคำใดออกมาได้ เพราะยังคงช็อก! อึ้ง! กับการถูกเรียกตัวมาแบบด่วนๆ ไม่หาย ในหัวก็ใช้ความคิดอย่างหนัก กับคำตอบที่จะให้เจ้านาย

ตอน 3

เพราะไม่รู้ว่าจะต้องพูดยังไง ให้ตัวเองไม่ถูกตำหนิติติงหรือไม่ถูกมองว่าเย่อหยิ่งจองหองพองขน

“คุณจะเอาไปนอนคิดก่อนก็ได้นะ พรุ่งนี้ค่อยมาให้คำตอบ เพื่อนหมอไม่รีบหรอก”

อีกครั้งที่ในห้องเงียบไปเกือบนาที หลังจากเจ้านายกรุณาผ่อนผันเวลาให้ แต่ในเมื่อเธอมีธงปักลงไปแล้ว ว่าเป็นตรงไหน ก็ไม่ควรจะปล่อยให้ยืดเยื้อต่อ สู้รีบๆ บอก รีบๆ ออกจากห้องนี้จะดีกว่า อย่างมากก็แค่หางานใหม่เท่านั้น

“ว่าไงครับ” เจ้านายย้ำ

“ไวน์ให้คำตอบเลยได้มั้ยคะ”

คราวนี้เป็นทีของคนถามจะอึ้งบ้าง เพราะไม่คิดว่าคนตรงหน้า จะใช้เวลาคิดไม่ถึงสิบนาทีด้วยซ้ำ ส่วนคำตอบเขาก็เดาได้ไม่ยากเลยสักนิด

‘ใครจะปฏิเสธไอ้เบียร์ได้วะ หล่อรวยขนาดนั้น’

“ครับ! หมอรอฟังอยู่”

“เอ่อ! ถ้าไวน์ขอไม่รับข้อเสนอ ไวน์ยังทำงานอยู่ที่นี่ได้ใช่มั้ยคะคุณหมอ” อีกครั้งที่หมอหนุ่มอึ้งในคำตอบ เพราะมันช่างตรงกันข้ามกับที่คิดไว้ราวฟ้ากับเหว

“เอ่อ! ได้สิครับ ก็หมอบอกแล้วว่าจะไม่มีปัญหาอะไร แต่คุณพอจะบอกหมอได้มั้ย ทำไมถึงปฏิเสธ หมอจะได้ไปบอกเพื่อนถูก”

“เอ่อ! คือไวน์พอใจกับสิ่งที่ตัวเองมีและหาได้ด้วยน้ำพักน้ำแรงค่ะ เลยไม่อยากใช้ร่างกายไปในทางผิดๆ สักเท่าไหร่ อีกอย่าง ผู้หญิงทุกคนก็อยากจะอยู่กับผู้ชายที่ตัวเองรักทั้งนั้นค่ะ ขอโทษนะคะคุณหมอถ้าไวน์ตอบตรงเกินไป”

“หมอดีใจมากกว่าครับ เอาเป็นว่าหมอจะบอกเพื่อนตามนี้ก็แล้วกันนะ”

“ขอบพระคุณค่ะคุณหมอที่เข้าใจไวน์”

พิมพ์ภิษายกมือไหว้ด้วยความนอบน้อม อีกฝ่ายก็ยกมือรับไหว้ด้วยใบหน้าเจือยิ้มน้อยๆ เช่นกัน

“งั้นหมอก็ไม่มีอะไรแล้วล่ะ ถือซะว่าเราไม่เคยคุยเรื่องนี้เลยก็แล้วกันนะครับ”

“ค่ะคุณหมอ”

“แกว่าอะไรนะไอ้ขวด! ไม่ยอมเหรอ ทำไม หรือเงินที่ฉันเสนอมันน้อยไป หรือแกจำตัวเลขจากฉันผิดวะ”

คฑาธรหัวเสียนิดๆ เมื่อเพื่อนโทรมาบอกข่าวร้ายแต่เช้า ทำเอาความหวังจะได้ลิ้มลองผิวขาวๆ หน้าสวยๆ หุ่นเย้ายวนใจ ที่ติดอยู่ในหัวตั้งแต่วันก่อน พังทลายลงในพริบตา และด้วยความไม่อยากจะเชื่อว่าจะถูกผู้หญิงปฏิเสธ

‘อ้าวไอ้นี่! แกบอกตัวเลขเท่าไหร่ฉันก็ว่าไปตามนั้นล่ะ’

“เหรอ! งั้นแกช่วยบอกให้ทีซิว่าจากเดือนละแสนเป็นแสนห้า โทรไปตอนนี้เลย”

‘เอางั้นเลยเหรอ! แปลว่าอยากได้มากล่ะสินะถึงยอมทุ่มขนาดนี้’

“เอ่อน่า! รีบๆ จัดการให้ฉันที อ้อ! ส่งไลน์มานะ เดี๋ยวจะเข้าประชุม”

เพราะหลายฝ่ายกำลังนั่งรอในห้องแล้ว เลยไม่อาจยืดยาดได้ วางสายเสร็จเขาก็คว้ามือถือกับเอกสารตรงหน้า ออกจากห้องทำงานตรงไปยังห้องประชุมใหญ่ชั้นถัดลงไปทันที แม้จะรีบแต่เขาก็ไม่คิดจะใช้ลิฟต์ เพราะมีนโยบายไว้ให้ทุกคนขึ้นลงต่ำกว่าสองชั้นให้ใช้บันไดเท่านั้น และไม่มีข้อยกเว้นให้ไม่ว่าจะกับใคร นอกจากมีแขกพิเศษ

“ขอโทษครับที่ให้รอ”

พอเข้าห้องได้เขาก็รีบเอ่ยอย่างคนเป็นสุภาพบุรุษ กับพนักงานหลายแผนกที่นั่งรอหน้าสลอน เมื่อเลขาคนรู้ใจส่งแฟ้มอ่อนให้ เขาก็ทิ้งทุกอย่างในหัว แล้วมีสมาธิกับงานทันที แม้จะกำลังอ่านรายงานอยู่แต่ปากก็สั่ง

“เริ่มได้เลยครับ”

ได้ไม่ยาก ส่วนหูก็ฟังฝ่ายสถาปนิกรายงานก่อน ต่อมาเป็นฝ่ายวิศวกร ร่ายยาวถึงโครงการอาคารทรงสูงยี่สิบเก้าชั้นของลูกค้าที่ ‘V.K.T. Construction & Developments Co., Ltd.’ ของเขา

มักจะได้รับความไว้วางใจ ให้มีโปรเจคที่สอง สาม สี่ และห้ามาเรื่อยๆ เพราะติดใจในฝีมือและความรับผิดชอบอันดีเยี่ยมกับงานของเขา

“เดี๋ยวคุณรุนสั่งให้อีกทีมเข้ามาเลยนะครับ”

เขาสั่งขณะจรดปลายปากกาลงบนเอกสาร ที่ผู้ช่วยเลขานำมาให้เซ็นถึงห้องประชุม ส่วนพนักงานบริษัทแรก ก็ทยอยออกจากห้องไป แล้วมีพนักงาน ‘V.K.T. Lands & Houses Co., Ltd.’

ซึ่งเป็นบริษัทจัดตั้งขึ้นมา เพื่อจัดสรรที่ดินปลูกบ้าน ปลูกคอนโดมิเนียม ขายให้ลูกค้ากระเป๋าหนักจ่อคิวเข้ามาต่อ

‘คุยแล้วเว้ย แต่เขาไม่รับข้อเสนอนะ ยังยืนยันเหตุผลเดิม’

ไลน์เพื่อนหมอส่งมา สร้างความหงุดหงิดให้ไม่น้อย เพราะไม่คาดคิดว่าแค่ผู้หญิงคนเดียว จะกินยากถึงขนาดนี้ มือหนากับผิวสีเข้มอย่างชายชาตรี กดส่งข้อความกลับไปด้วยความคล่องแคล่ว ระหว่างรอให้พนักงานเดินเข้ามาในห้องประชุมจนครบ

‘เดือนละสองแสน รถยุโรปป้ายแดง บ้านเดี่ยวอีกหลัง อยากได้กี่ชั้น แบบไหนเลือกมาเลย’

ใบหน้าหล่อเหลาคมคายยิ้มกับตัวเอง เมื่อเดินไปยืนกอดอก มองออกนอกหน้าต่างห้องประชุมชั้นสิบเก้าของ ‘อาคาร ไวทยาพาณิชย์’ ซึ่งเป็นชื่อเดียวกับนามสกุลที่เขากับพ่อใช้มากว่ายี่สิบเจ็ดปีแล้ว ส่วนนามสกุลเดิมคือ ‘กองทอง’ นั้น ไม่ได้คิดถึงมาหลายปีดีดัก

“เริ่มได้ครับ”

เขาละทิ้งเรื่องส่วนตัวเอาไว้ แล้วกลับมานั่งเก้าอี้ตัวเดิม เริ่มประชุมแบบเคร่งเครียดอย่างเคยทำ กระทั่งเที่ยงก็ยังไม่มีวี่แววว่าจะเสร็จ อาหารเลยถูกยกมาเสิร์ฟให้ทุกคนเหมือนเคยทำมา เขาแทบจะกลืนอาหารตรงหน้าไม่ลง เมื่อคำตอบจากเพื่อนคือ

‘เขาไม่สนใจจริงๆ ว่ะ ฉันว่ายอมแพ้แล้วหาคนอื่นเหอะ แค่นี้นะ จะทำงานแล้ว’

ในชีวิตมีคำหนึ่งเขาเกลียดและไม่ยอมรับเลยคือ ‘ยอมแพ้’ เพราะนั่นหมายถึงเขากำลังเป็นคนอ่อนแอ ไร้ทางสู้ ไร้ความสามารถ การที่เขากับพ่อดิ้นรนจนพลิกสถานการณ์อันย่ำแย่มาได้

ชนิดหน้ามือเป็นหลังมืออย่างนี้ ก็เพราะท่องไว้ในใจเสมอ ว่าจะต้องไม่มีคำนี้อยู่ในพจนานุกรมของครอบครัวไวทยาพาณิชย์

‘งั้นเดี๋ยวฉันคุยเอง ช่วยนัดให้ที อาหารเย็นหนึ่งทุ่มตรง ที่ร้าน...’

เขาอยากจะรู้นัก ว่าแม่สาวพนักงานต้อนรับผู้เย่อหยิ่ง จองหอง กล้าลองของกับเขาจะทำหน้ายังไง จะปฏิเสธแบบไหนเวลาอยู่ใกล้ๆ กัน เขาไม่เชื่อว่า ความหล่อเหลาและเสน่ห์ของตัวเอง จะลดน้อยถอยลงจนถูกปฏิเสธ มีเพียงเหตุผลเดียวที่เจ้าหล่อนยังไม่ตกลงนั่นก็คือ

‘ตัวเลขยังไม่เป็นที่พอใจ’

อ่านต่อเลย
ร่วมสนับสนุนนักเขียนเพื่อเป็นกำลังใจในการสร้างสรรค์ผลงานสุดสนุกต่อไป Moboreader
ปลดล็อกทุกตอน
ตอน
ปรับแต่ง
บทถัดไป
Minishorts Logo
อ่านนิยายออนไลน์ นิยายเว็บ และเรื่องราวโรแมนติกสุดฮิตบน MiniShorts พบกับนิยายโรแมนติกท่านประธาน นิยายแฟนตาซีมนุษย์หมาป่า ดราม่า และแฟนตาซี พร้อมคอนเทนต์ซีรีส์สั้นคัดสรรพิเศษที่สร้างจากเทรนด์เรื่องราวยอดนิยม
MiniShorts YouTube
©2026 MiniShorts All Rights Reserved. CHASINGTOP HK LIMITED