รักบำเรอแค้น
เธอต้องล้างหนี้ที่ต้องชดใช้ให้ผู้ชายไร้หัวใจ บำบัดความแค้นของเขาด้วยการบำเรอความใคร่ที่ไม่มีวันได้ความรักกลับคืน
รชนิชล ต้องเข้าพิธีวิวาห์กับ คาร์ลอส อเล็กซานเดอร์ มหาเศรษฐีหนุ่มเจ้าของธุรกิจปิโตรเลียมยักษ์ใหญ่ของอเมริกาแทนลูกสาวของป้าที่หายตัวไปในวันแต่งงาน เธอเคยแอบรักเขา เทพบุตรที่กลายร่างเป็นซาตานอย่างที่เธอไม่คาดคิด คาร์ลอสเห็นเธอเป็นได้แค่ตัวตายตัวแทนของผู้หญิงที่เขาเคยรัก เขาทำให้เธอเจ็บปวดสาหัสในบ่วงแค้นที่เขาตอบแทนให้อย่างสาสม เธอต้องล้างหนี้ที่ต้องชดใช้ให้ผู้ชายไร้หัวใจ บำบัดความแค้นของเขาด้วยการบำเรอความใคร่ที่ไม่มีวันได้ความรักกลับคืน
ตอนที่ 1
รชนิชลเยี่ยมหน้าจากระเบียงชั้นสองของคฤหาสน์หลังใหญ่ลงไปยังสนามหญ้าด้านหน้าซึ่งได้รับการตกแต่งอย่างสวยงามและเต็มไปด้วยผู้คนมากมายที่ได้รับเชิญให้มาร่วมเป็นสักขีพยานในงานแต่งที่จัดขึ้นอย่างอลังการในเขตเบอเวอรี่ ฮิลล์ซึ่งเป็นย่านที่อยู่ของดาราและมหาเศรษฐี
หญิงสาวเจ้าของเรือนร่างเล็กบอบบางและนัยน์ตาสีน้ำตาลประกายบนใบหน้ารูปไข่ใต้กรอบเรือนผมยาวสลวยอยู่ในชุดกระโปรงสีชมพูปักเลื่อมงดงามยืนมองสักครู่ก่อนจะเดินกลับเข้าไปด้านในหากก็ต้องประหลาดใจที่เห็นแวววลี ป้าแท้ ๆ ที่เลี้ยงดูเธอมาแต่เล็กแทนพ่อแม่ที่เสียชีวิตไปหมดแล้วยืนคุยกับชายชาวต่างชาติสวมชุดสูทภูมิฐานและเมื่อหันมาเห็นเธอก็ทำสีหน้าเหมือนตกใจก่อนที่ชายคนนั้นจะปลีกตัวออกไป รชนิชลเดินเข้าไปหา คืนนี้ป้าของเธอสวมชุดกระโปรงลูกไม้ฝรั่งเศสสวยงามเปล่งประกายแม้อายุจะเลยห้าสิบไปแล้ว
“ป้าคะ...ยังไม่ลงไปข้างล่างอีกเหรอคะ แขกมากันเต็มแล้ว”
“นินี...มาทางนี้ลูก”
แวววลีดึงแขนหญิงสาวให้เดินตามเข้าไปในห้องหนึ่งขณะที่นางชะเง้อมองซ้ายขวาเหมือนกังวลว่าจะมีใครเดินผ่านมาก่อนจะค่อย ๆ ปิดประตูลงอย่างเบามือและหันกลับไปยังหลานสาวคนเดียวพร้อมทั้งจับมือไว้แน่น
“นินี...ป้ายังลงไปที่งานตอนนี้ไม่ได้”
“ทำไมล่ะคะป้า...แล้วทำไมป้าถึงได้ทำหน้าอย่างนั้นคะ”
เธอถามและรู้สึกถึงแรงกดจากมือของแวววลีที่บีบมือเธอจนแน่น มีบางอย่างฉายอยู่ในดวงตาคู่นั้นและรชนิชลก็เห็นว่ามันคือความกังวลอย่างชัดเจน
“นินี...ฟังป้านะ เกิดเรื่องใหญ่แล้ว พี่สาวของแกน่ะ...หายตัวไปและป้าก็ติดต่อไม่ได้ตั้งแต่เมื่อวานนี้”
ดวงตาสีน้ำตาลคู่นั้นเบิกกว้าง รชนิชลมือเย็นเฉียบเพราะคนที่แวววลีกล่าวถึงคือ วรรษมล ลูกสาวแท้ ๆ เพียงคนเดียวของแวววลีซึ่งเป็นเจ้าสาวในงานที่จัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ในคืนนี้นั่นเอง
“ป้าคะ...แล้ว...เอ้อ...เจ้าบ่าว...คุณคาร์ลอสเขารู้เรื่องนี้รึยังคะ”
“ยัง...เขายังไม่รู้ เขาถามเหมือนกันแต่ป้าพยายามปิดไม่ให้เขารู้”
“แล้วทำไมป้าไม่บอกเขาล่ะคะ หรือว่าไปแจ้งความก็ได้”
“ไม่ได้!” แวววลีค้านเสียงแข็ง “ไม่ได้อย่างเด็ดขาดเลย ถ้าเรื่องนี้แดงขึ้นมาคาร์ลอสต้องฆ่าพวกเราแน่ ๆ”
“ทะ...ทำไมล่ะคะป้า ทำไมเขาต้องฆ่าพวกเรา”
“ฟังนะนินี...ที่พี่สาวแกหายไปน่ะ มันเป็นความตั้งใจที่เขาจะไม่แต่งงานคืนนี้ วรรษมลหนีไปกับแฟนเก่า เขาโทรมาบอกป้าเมื่อกี๊...โธ่เอ๊ย! ป้านึกว่ามันจะลืมไอ้ผู้ชายเฮงซวยคนนั้นได้แล้วซะอีก ดูมันทำ หนีตามกันไปแถมทิ้งจดหมายนี่ไว้ให้”
แววลียื่นซองสีขาวให้หลานสาวรับไป รชนิชลก้มลงมองซองจดหมายในมือแล้วขมวดคิ้ว
“จดหมายอะไรคะป้า?”
“เป็นจดหมายที่วรรษมลตั้งใจเขียนให้คาร์ลอส...ตอนนี้เขาอยู่ที่นี่ แต่ป้าไม่กล้าเอาไปให้เขาหรอก”
หญิงวัยกลางคนมีสีหน้าไม่สบายใจและตาแดงก่ำเหมือนจะร้องไห้ออกมา หญิงสาวกุมซองในมือไว้แน่นเพราะเธอก็สับสนมากกว่าเกินกว่าจะคิดอะไรได้ มันเป็นเรื่องใหญ่มากจริง ๆ ที่จู่ ๆ เจ้าสาวก็หายไป แต่เธอจะทำเช่นไรในสถานการณ์วุ่นวายแบบนี้ กระทั่งได้ยินเสียงแวววลีร้องไห้ออกมา
“ฮือ...ป้าผิดเอง...นึกว่าลูกสาวของป้ามันจะรักดี อุตส่าห์พบรักกับมหาเศรษฐีแล้วยังกลับไปพบแฟนเก่าเสียอีก ป้าไม่รู้ว่าจะทำยังไงกับเรื่องนี้ดีแล้วนินี ถ้าคาร์ลอสรู้เข้าก็ไม่รู้ว่าเขาจะทำยังไง เขาต้องฆ่าพวกเราให้ตายหมดคืนนี้แน่ๆ”
“ป้าคะ...ใจเย็นนะคะ...อืม...เอางี้แล้วกันค่ะ จดหมายของพี่วี นินีจะเอาไปให้คุณคาร์ลเองนะคะ”
พอได้ยินเช่นนั้นแวววลีก็ถึงกับหยุดสะอื้น นางจับไหล่หลานสาวไว้แน่น
“หา...จริงเหรอ นินีจะช่วยป้าจริง ๆ เหรอลูก นินีไม่กลัวเหรอว่าถ้าเขาโกรธขึ้นมาแล้วจะเป็นยังไง”
“ไม่เป็นไรค่ะ...นินีจะอธิบายให้เขาฟังนะคะ ป้าไม่ต้องกังวล ถ้าเราพูดดีกับคาร์ล เขาคงจะเข้าใจเพราะเมื่อก่อนนี้เขาก็เคยดีกับเรามาก”
“โอ...หลานรักของป้า” แวววลีดึงร่างหลายสาวเข้าไปกอด “ลูกช่างดีกับป้าและลูกสาวของป้าจริง ๆ ไม่เสียแรงที่ป้าเลี้ยงหนูมาแต่อ้อนแต่ออก”
“แล้วตอนนี้คาร์ลอยู่ที่ไหนคะ?”
“เขาอยู่ที่ห้องชั้นบน...ป้าจะพาหนูไป แต่เราต้องไม่บอกเรื่องนี้กับใครเลยนะจ๊ะ”
“ค่ะ...ถ้าอย่างนั้นเราไปกันเลยนะคะ แล้วนินีจะเป็นคนเอาจดหมายนี้ให้กับคาร์ลเองค่ะ”
หญิงสาวรับคำทั้งที่ในส่วนลึกก็ไม่แน่ใจเลยว่าเธอจะทำได้ดีแค่ไหนและว่าที่เจ้าบ่าวจะเข้าใจในสิ่งที่เกิดขึ้นหรือไม่เพราะมันเป็นเรื่องซับซ้อนที่ต้องสะเทือนความรู้สึกของเขาแน่นอน
คาร์ลอส อเล็กซานเดอร์
มหาเศรษฐีหนุ่มเจ้าของกิจการปิโตรเลียมยักษ์ใหญ่ของอเมริกา เป็นบุคคลซึ่งทรงอิทธิพลในแวดวงนักธุรกิจ รชนิชลรู้จักเขามาเป็นเวลาเกือบปีเพราะคาร์ลอสมาติดพันอยู่กับ วรรษมล ลูกสาวของแวววลี ป้าแท้ ๆ ที่เลี้ยงดูหลานกำพร้าพ่อแม่อย่างเธอมาตั้งแต่เกิด
ดูจากภายนอกคาร์ลอสเป็นสุภาพบุรุษมาก เขาไม่ได้มีแค่ความหล่อเหลาและทรัพย์สมบัติมหาศาลเท่านั้น แต่เขายังเป็นผู้ชายที่ให้เกียรติผู้หญิงซึ่งข้อนี้เธอเห็นจากการที่เขาแวะเวียนมาหาวรรษมลแทบทุกวันโดยไม่แสดงท่าทีรุ่มร่ามแต่อย่างใด เขาให้เกียรติแม้กระทั่งกับเธอซึ่งมีศักดิ์เป็นลูกน้องของวรรษมล แต่สิ่งหนึ่งที่คาร์ลอสไม่เคยล่วงรู้นั่นคือลูกพี่ของเธอเคยมีแฟนก่อนจะมาคบกับมหาเศรษฐีหนุ่มผู้นี้
และผู้ชายคนนั้นก็ไม่ใช่ใครที่ไหน แต่คือ อัครพล แฟนเก่าของรชนิชลที่เคยคบกันในระยะเวลาไม่นานก่อนที่เขาจะเปลี่ยนใจไปชอบลูกพี่ของเธอ รชนิชลยอมหลีกทางให้คนทั้งสองเพราะเธอรักวรรษมลเหมือนพี่สาวแท้ ๆ เธออยากตอบแทนบุญคุณของแวววลี ป้าแท้ ๆ ที่เลี้ยงดูเธอมา ฉะนั้นแล้วหากลูกสาวของแวววลีต้องการอะไรเธอก็จะไม่ขัดใจและยอมสละให้ทุกอย่าง
รวมถึงความรักครั้งที่สองของเธอที่เกิดขึ้นในวันนั้น วันที่มีหนุ่มอเมริกันคนหนึ่งแวะเข้าไปซื้อดอกไม้ในร้านขายดอกไม้ย่านดาวทาวน์ซึ่งแวววลีเป็นเจ้าของ เขาเป็นหนุ่มอเมริกันรูปร่างสูงใหญ่น่าเกรงขามซึ่งรชนิชลรู้จักเขาในภายหลัง เขาชื่อ คาร์ลอส อเล็กซานเดอร์ และไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเขาเป็นมหาเศรษฐีที่มีฐานะร่ำรวยมหาศาล แต่เขาจะมีผู้ติดตามมาด้วยทุกครั้ง หญิงสาวแอบมองคาร์ลอสที่เริ่มแวะเวียนมาที่ร้านเกือบทุกวัน เธอเริ่มรู้ใจตัวเองว่าชอบผู้ชายคนนี้เข้าแล้วก็เมื่อเขาได้พบกับวรรษมลซึ่งเพิ่งเลิกกับอัครพลก่อนหน้านั้นไม่ถึงอาทิตย์
แล้วเหตุการณ์ทุกอย่างก็ไม่ต่างไปจากเดิม วรรษมลแสดงออกอย่างชัดเจนว่าชอบคาร์ลอส ยิ่งเมื่อได้รู้ว่าเขาเป็นเจ้าของบริษัทปิโตรลี่ยมที่มีมูลค่าการลงทุนมหาศาลจัดได้ว่าเข้าขั้นเศรษฐีอันดับต้น ๆ ของสหรัฐก็ยิ่งทำให้ลูกพี่ของรชนิชลจับเขาไว้มั่นไม่ยอมปล่อย สุดท้ายรชนิชลก็ยินดีถอยห่างจากความรักของตัวเองอีกครั้ง แม้ครั้งนี้เธอจะนึกเสียใจแต่ก็คงไม่มีอะไรดีไปกว่าการกตัญญูต่อผู้มีพระคุณ
ทุกอย่างกำลังจะไปได้ดีสำหรับครอบครัวของแวววลีเพราะคาร์ลอสเป็นผู้ชายที่จริงใจและจริงจังมาก เขาไม่ต้องการแค่คบหรือควงกับวรรษมลเฉย ๆ แต่ยังตั้งใจมาขอหมั้นและจัดงานแต่งให้อย่างสมฐานะ ถึงตอนนี้รชนิชลกลับต้องย้อนมองสิ่งที่เคยเกิดขึ้นอีกครั้ง เธอนึกไม่ถึงเลยว่าวรรษมลจะกลับไปคืนดีกับอัครพล ผู้ชายที่ไม่มีความจริงใจคนนั้นแถมทั้งคู่ยังสร้างปัญหาใหญ่ให้คนที่อยู่ข้างหลังอีกด้วย
“นินี...คาร์ลอยู่ในห้องนี้”
แวววลีหันไปบอกหลานสาวเมื่อเดินมาหยุดที่หน้าห้องหนึ่งซึ่งอยู่ฝั่งตรงข้ามกับสนามที่ใช้จัดงานแต่งส่วนหน้าของคฤหาสน์ ที่นั่นเงียบสงบและได้ยินเสียงเพลงบรรเลงแว่วเข้ามาเพียงเบา ๆ เท่านั้น แต่บรรยากาศรอบตัวคนทั้งสองก็ดูเหมือนอึมครึมโดยเฉพาะแวววลีที่น้ำกบนัยน์ตาแดงก่ำตลอดเวลา
“นินีช่วยป้าด้วยนะ...คาร์ลเป็นคนที่มีอิทธิพล ถ้าเกิดเขาไม่พอใจขึ้นมาแล้วจับพวกเราไปขังล่ะก็...”
“ป้าอย่าคิดอย่างนั้นสิคะ”
รชนิชลปลอบใจด้วยการดึงมือของอีกฝ่ายมากุมไว้ทั้งที่ตอนนี้เธอเองก็อยากร้องไห้ไม่ต่างกัน
“นินีจะเข้าไปพบคาร์ลนะคะ...ป้ารออยู่ข้างนอก นินีเข้าใจค่ะว่าป้าไม่สบายใจมาก ไม่เป็นไรหรอกนะคะ ถ้าเขาโกรธขึ้นมาจริง ๆ นินีก็จะขอรับโทษทุกอย่างแทนพี่วีเองค่ะ”
“ป้าจะรอนะ...นินี”
แวววลีมองตามหลานสาวที่ค่อย ๆ เปิดประตูเข้าไปในห้องกว้างพอ ๆ กับห้องโถงขนาดใหญ่ได้เลยทีเดียว ภายในนั้นเงียบเชียบขณะที่รชนิชลกำซองจดหมายไว้แน่น เธอปั่นป่วนไปหมดในช่องท้องและกำลังเรียบเรียงคำพูดของตัวเองกระทั่งเสียงหนึ่งดังขึ้น
“ใคร...บอกแล้วใช่ไหมว่าไม่อนุญาตให้เข้ามาตอนนี้”
ร่างบอบบางหันกลับไปตามเสียงทุ้มห้าวในช่วงจังหวะที่เจ้าของเสียงนั้นเดินเข้ามาหยุดตรงหน้าเธอพอดี หญิงสาวสะดุ้งเล็กน้อยแต่แล้วก็พยายามเก็บซ่อนอาการตื่นเต้นที่ดูแล้วไม่ค่อยมิดชิดเท่าไหร่ รชนิชลช้อนตามองเจ้าของร่างสูงสง่าซึ่งอยู่ในชุดสูทสีงาช้าง ใบหน้าคร้ามเข้มเอียงมองหญิงสาวพลางย่นคิ้ว
“นีนี่”
ชายหนุ่มเรียกชื่อหญิงสาวตามความเคยชินของเขา น้ำเสียงนั้นก็ยังเป็นปกติขณะที่ร่างเล็กพยายามเก็บซ่อนความประหม่ายามอยู่ต่อหน้าเขาทุกครั้ง มันเป็นเช่นนี้มานานแล้วเวลาที่เธอต้องเผชิญหน้ากับ คาร์ลอส อเล็กซานเดอร์ หนุ่มหล่ออายุสามสิบห้าที่ความหล่อเหลาของเขาราวเทพบุตรในเทพนิยายปกรณัม เจ้าของเรือนร่างสูงใหญ่กำยำและเรือนผมสีบรูเน็ต ใบหน้าของคาร์ลอสคมเข้ม จมูกโด่งยาวเป็นสันรับกับริมฝีปากเป็นกระจับหยักหนาได้รูป ทว่านัยน์ตาสีอำพันเจิดจรัสคู่นั้นช่วยลดทอนความดุดันของเขาลงได้กว่าครึ่ง
“คาร์ล...เอ้อ...ฉัน...”
“มีอะไรหรือเปล่าถึงได้เข้ามาที่นี่...ผมกำลังจะออกไปข้างนอกอีกห้านาทีนี่แล้ว วีคงแต่งตัวรอผมอยู่ที่ห้องแล้วสินะ”
“พี่วี...”
เสียงหวานแต่แผ่วเหลือเกินนั้นหลุดออกจากปากของหญิงสาวที่เผยอออกอย่างไม่แน่ใจ ถึงตอนนี้แล้วเธอจะทำยังไงต่อ เธอควรจะบอกเขาว่ายังไง
“คาร์ล...คือว่า...เอ้อ...ฉันมีเรื่องที่ต้องคุยกับคุณค่ะ”
“เรื่องอะไร สำคัญมากมั้ย”
“ฉันอยากให้คุณอ่านจดหมายฉบับนี้ก่อนค่ะ”
ในที่สุดเธอก็ตัดสินใจยื่นซองจดหมายในมือให้คาร์ลอส เขามองมันด้วยประกายตาบอกความสงสัยแต่ก็รับไปทว่าก่อนจะเปิดซองจดหมายก็ถูกมือเรียวบางจับข้อมือเขาไว้เสียก่อน
“คาร์ล...เอ้อ...สัญญาได้ไหมคะว่า...เมื่อคุณอ่านจดหมายฉบับนี้แล้ว...คุณจะต้อง...ใจเย็น”
เขาจ้องหญิงสาวและรับรู้ถึงแรงบีบจากมือเรียวที่จับข้อมือของเขาไว้แน่น
“นีนี่...ผมยังไม่รู้ว่ามันคืออะไร คุณยังไม่ได้บอกผมด้วยซ้ำว่าใครให้จดหมายฉบับนี้มา ฉะนั้นแล้วผมก็จะขออ่านมันก่อน”
ตอนที่ 4
เสียงนั้นมั่นคงมากเกินกว่าคำร้องขอของหญิงสาวจะช่วยหน่วงความรู้สึกของเขา คาร์ลอสเปิดซองจดหมายและดึงกระดาษข้างในออกมาขณะที่รชนิชลจ้องมองด้วยแววตาที่ไม่อาจซ่อนเร้นความตื่นเต้นของตัวเองไว้ได้ และขณะที่เขาคลี่กระดาษแผ่นเล็กนั่นออกก็ยิ่งทำให้หัวใจของเธอเต้นเร็วและแรงขึ้นเรื่อย ๆ มือของเธอเย็น นี่เธอกำลังตื่นเต้นเหมือนตัวเองเป็นเจ้าของจดหมายเสียเองทั้งที่ไม่รู้เลยว่าในจดหมายฉบับนั้นเขียนอะไรไว้บ้าง
แต่ที่แน่ ๆ มันจะต้องเป็นเรื่องที่แย่สำหรับคาร์ลอสเพราะชายหนุ่มอ่านมันสักครู่แล้วแววตาของเขาก็เริ่มเปลี่ยนไป เรียกได้ว่าแทบจะในฉับพลันทันใดที่รชนิชลเห็นความเคร่งเครียดกระจายอยู่เต็มนัยน์ตาสีอำพันคู่นั้น เธอได้ยินเสียงเขาขบกรามเข้ากันก่อนเขาจะเหลือบกลับมามองหญิงสาว เขาเหยียดมุมปากออกแต่ปื้นคิ้วหนาสีน้ำตาลกลับขมวดเข้าหากันจนแทบจะผูกเป็นเงื่อนได้