ตอน 1

เดอะบลูมรีสอร์ต, เขาใหญ่ จังหวัดนครราชสีมา ประเทศไทย

สายลมเย็นกลางป่าไม้อุดมสมบูรณ์บนเขาใหญ่ นำพากลิ่นไม้ดอกนานาพรรณมาให้ได้รับรู้ถึงความหอมละมุน ทอดสายตามองออกไปนั้นมีกุหลาบพันปีสีสวยดอกโตส่งกลิ่นหอมอ่อนๆ เจืออยู่ในอากาศ อุโมงค์ดอกวิสทีเรียสีขาวบานสะพรั่งตระการตา รวมทั้งช่วงนี้ดอกไม้เมืองหนาวที่ประดับประดาอยู่เต็มทุ่งดอกไม้กำลังเบ่งบาน อวดโฉมความงดงามของมัน มวลผีเสื้อต่างโบยบินฉวัดเฉวียน จากดอกนี้ไปดอกนั้น บ้างก็เกาะดูดน้ำหวานที่ดอกไม้ดอกโต พลางขยับปีกด้วยจังหวะเชื่องช้า

ถัดไปนั้นเป็นตัวอาคารทรงสูง โดยรอบทำด้วยกระจก ออกแบบให้เป็นโดมขนาดใหญ่ ภายในสามารถมองทิวทัศน์ด้านนอกได้แบบสามร้อยหกสิบองศา เพื่อจัดงานเลี้ยงต้อนรับผู้หลักผู้ใหญ่ กรุ๊ปสัมมนา หรือแม้แต่งานแต่งงานก็มาจัดที่นี่บ่อยๆ เพราะนอกจากจะได้บรรยากาศท่ามกลางทิวเขาที่โอบล้อมรอบโดยมีรีสอร์ตคล้ายแอ่งกระทะน้อยๆ และปลูกประดับด้วยเหล่ามวลหมู่ไม้ดอกไม้ประดับที่สวยงามตระการตาแล้ว ยังเป็นที่เลื่องลือว่าที่นี่มีการบริการที่ยอดเยี่ยม อาหารอร่อยหลากหลายเมนูชนิดที่ไม่แพ้ที่ใดในประเทศไทย หากที่สำคัญกว่านั้นคือพนักงานสาวฝ่ายจัดเลี้ยงของที่นี่ขึ้นชื่อลือชาเรื่องการบริการด้วยใจและมีความสวยน่ารักการันตี เพราะนอกจากทิวทัศน์จะทำให้แขกผู้มาเยี่ยมเยือนรู้สึกเจริญตาเจริญใจแล้ว พนักงานสาวๆ สวยๆ ก็เป็นอีกปัจจัยหนึ่งซึ่งดึงดูดนักท่องเที่ยวมาจากทั่วสารทิศ

พนักงานสาวเจ้าของรูปร่างแบบบางแลดูสมส่วนในกางเกงยีนส์รัดรูปสีดำ เข้ากันดีกับเชิ้ตแขนยาวสีขาวพับแขนครึ่งท่อน ผมยาวสีดำที่เคยยาวสลวยวันนี้ถูกรวบตึงทรงหางม้า รองเท้าบูตหนังกระชับเท้า ส่งให้ทุกก้าวย่างของหญิงสาวเต็มไปด้วยความมั่นใจ รูปลักษณ์เรียบแต่หรู น้อยแต่สวยลงตัว ดูทะมัดทะแมง เธอก้าวเท้าอย่างฉับไว มาดกระตือรือร้นเพื่อดูแลสั่งงานเจ้าหน้าที่แต่ละแผนกอย่างขะมักเขม้น เพราะในวันนี้จะมีกรุ๊ปสัมมนากรุ๊ปใหญ่เดินทางมาจากกรุงเทพฯ มหานคร

หญิงสาวสั่งงานอย่างเป็นงานเป็นการ ก่อนยกนาฬิกาข้อมือขึ้นมาดูเวลา นาฬิกาข้อมือเรือนเล็กบอกเวลาว่าเธอจะช้าไม่ได้

”ใกล้เวลาที่ลูกค้าจะมาถึงแล้ว พวกเราทุกคนพร้อมนะคะ” เจ้าของร่างแบบบางเงยหน้าสบตาพนักงานทุกคนพร้อมคำถามที่ฟังดูปลุกเร้า เหมือนเรียกกำลังใจจากทีมนักกีฬาก่อนลงสนามแข่งขัน

”พร้อมค่ะ/ พร้อมครับ”

“ดีมากค่ะ งั้นพวกเราประจำหน้าที่กันได้เลยนะคะ ตอนนี้ลูกค้าคงใกล้เข้ามาภายในรีสอร์ตแล้ว ส่วนรินจะดูงานอยู่รอบๆ เพื่อรอต้อนรับลูกค้า หลังจากลูกค้าเข้าพักแล้ว หากใครมีปัญหาอะไรให้วิทยุเรียกรินทันที ต้องรีบแจ้งนะคะ อย่าดองปัญหาโอเคไหมคะ” รินรุ้งเป็นพนักงานบริหารระดับกลาง ในตำแหน่ง Sale Coordinator Manager กำลังมอบหมายงานให้กับเหล่าพนักงานที่คล้ายการประชุมน้อยๆ ก่อนที่ลูกค้ากรุ๊ปใหญ่จะมาถึง

การดูแลต้อนรับงานรีสอร์ต เป็นเรื่องที่ไม่ยากหากก็ไม่ง่าย อาจจะมีปัญหาหยุมหยิมจุกจิกชวนเวียนหัวมากกว่า เพราะต้องไม่ลืมว่าในการลงกรุ๊ปทัวร์ สัมมนาแต่ละครั้งนั้นก็เหมือนจับปูใส่กระด้ง แขกที่ต่างคนต่างมาร้อยพ่อพันแม่แต่ต้องมาอยู่รวมกันในเวลาเดียวกัน คนหนึ่งจะเอาแบบหนึ่ง อีกคนจะเอาอีกแบบหนึ่ง ปัญหามันต้องมีอยู่แล้วเป็นธรรมดา หากมีการจัดการที่ดี ปัญหาต่างๆ ก็จะคลี่คลายไปได้ และทุกครั้งปัญหาที่เกิด รินรุ้งก็จะแก้ไขได้ด้วยดีมาโดยตลอด เธอจึงเป็นพนักงานที่ได้รับความไว้วางใจจากผู้เป็นนายอย่างไม่ต้องสงสัย

แต่โบราณว่าคนรักเท่าผืนหนังคนชังเท่าผืนเสื่อฉันใดก็ฉันนั้น ในเมื่อเธอเป็นพนักงานดาวรุ่ง ก็ย่อมมีคนเกลียดเป็นธรรมดา เพราะมีความดีความชอบเกินหน้านี่ล่ะ ที่ทำเอาพนักงานรุ่นพี่บางคนถึงกับหมั่นไส้ๆ หากรินรุ้งหาได้สนใจไม่ กลับตั้งหน้าตั้งตาทำงานของตัวเองอย่างตั้งใจต่อไป

”ครับ/ ค่ะ” เหล่าพนักงานชั้นผู้น้อยรับคำด้วยน้ำเสียงแข็งขัน สีหน้าแต่ละคนตื่นเต้นและเบิกบานรอการมาของลูกค้ากรุ๊ปใหญ่ที่แว่วว่าในนี้มีบางส่วนมาจากต่างประเทศ

”งั้นแยกย้ายทำงานได้แล้วค่ะ สู้ๆ นะคะพวกเรา!” รินรุ้งส่งเสียงปลุกใจเพื่อนร่วมงานด้วยใบหน้ายิ้มแย้มแจ่มใสหลังจากสั่งงานแล้ว ร่างเล็กก็เดินไปที่ฟรอนต์เพื่อดูเรื่องเอกสารและคุยกับพนักงานส่วนหน้า

ตื๊ดๆๆๆๆ จู่ๆ โทรศัพท์มือถือของหญิงสาวก็ดังขึ้น

“ค่ะแม่” เสียงหวานเอ่ยเมื่อเธอกดรับสาย

“แกจะกลับบ้านเมื่อไหร่” เสียงเจ้าอารมณ์กรอกมาตามสาย

“อีกสามวันค่ะแม่ วันนี้มีกรุ๊ปลง รินขายฟังก์ชั่นได้ค่าคอมเยอะเลยนะแม่ เดือนนี้น่ะ” รินรุ้งอวดอย่างภูมิใจ และขณะนี้เธอเองก็กำลังยุ่งเสียด้วย ปกติแล้วรินรุ้งมักจะไม่รับสายใครในเวลางาน

“แกจะบ้างานอะไรนักหา แล้วไอ้งานที่แกทำเนี่ยเขาเห็นค่าแกบ้างไหม ทำงานจนไม่มีเวลาพัก เงินเดือนนิดเดียว”

“แต่มันก็พอใช้จ่ายนี่คะแม่ อีกอย่างรินก็สนุกกับงานนี้ด้วย”

“สนุกกับงาน แล้วมันกินได้เรอะ ไอ้ความสนุกน่ะ เงินทองพอใช้ไหมล่ะหา”

“...” รินรุ้งถึงกับสะอึกไม่รู้จะตอบกลับไปอย่างไรดี

“ฉันบอกแกกี่ครั้งแล้วให้หางานในกรุงเทพฯ ทำซะ แล้วไอ้พวกรีสอร์ตหรือไม่ก็โรงแรมที่อยู่ในกรุงเทพฯ ทำไมไม่หา ดอดไปทำงานทำไมถึงเขาใหญ่ อยากมีผัวเป็นช้างรึไง” เสียงอีกฝ่ายตวาดเสียงแว้ดชวนแสบแก้วหูจนหญิงสาวต้องผินหน้าออกมาจากลำโพงโทรศัพท์มือถือ

“แม่ก็... สมัยนี้งานเลือกได้ที่ไหนกันล่ะ” รินรุ้งเถียงบ้าง ปกติก็ไม่อยากมีปากมีเสียงนักหรอก เพราะอย่างน้อยท่านก็เป็นผู้หญิงที่พ่อรัก

“แล้วที่ฉันฝากงานให้ทำไมแกไม่ทำ”

“ถ้าที่นั่นเป็นโรงแรมปกติเหมือนที่อื่นๆ ก็โอเคหรอกค่ะ แต่ข้างในเป็นกาสิโนของคนมีอิทธิพล หนูไม่อยากทำหรอกแม่”

“อย่ามาทำเป็นใสซื่อบริสุทธิ์นักเลย มันก็ได้เงินเหมือนกันนั่นล่ะ”

“แม่อยากให้รินทำงานในนั้น เพื่อที่แม่จะได้เข้าออกได้สบายๆ ใช่ไหมล่ะ” รินรุ้งพูดแทงใจดำเข้า ปลายสายถึงกับเงียบไปครู่หนึ่งก่อนที่เสียงตวาดแว้ดๆ จะกรอกมาตามสายอีกครั้ง คราวนี้คนเป็นลูกตั้งรับแทบไม่ทัน

“นี่แกอย่ามาดูถูกฉันนะ ไม่ต้องอาศัยแก เจ้าของเขาก็สนิทกับฉันอยู่แล้ว ไม่งั้นจะฝากฝังแกทำงานกับเขาได้ไง อีนังลูกไม่รักดี”

“โธ่แม่... ถ้ารินทำงานในนั้นก็เท่ากับแม่ส่งรินไปตายทั้งเป็น เท่ากับฝังรินทั้งเป็นเลยนะ เงินที่ได้มาจากที่อย่างนั้นมันก็ไม่ต่างจากการทำบาปหรอกนะแม่ รินไม่เอาด้วยหรอก”

“ฉันขอยื่นคำขาดเลย สิ้นเดือนนี้แกต้องลาออกแล้วไปทำงานในที่ที่ฉันหาให้”

“ทำไมล่ะแม่”

“ไม่ทำไมหรอกน่า ถึงแกไม่ทำที่โรงแรมนั่น ฉันก็มีงานอื่นให้แกไปทำ อย่าเซ้าซี้ ฉันสั่งให้ทำอะไรแกก็ต้องทำ!” อัมพาผู้เป็นแม่เลี้ยงยื่นคำขาด นางก้าวเข้ามาในครอบครัวหงสกรพงษาเมื่อสี่ปีที่แล้ว ในเวลาที่เธออายุครบยี่สิบปี ซึ่งการที่บิดาตัดสินใจแต่งงานใหม่นั่นก็เพราะเห็นว่ารินรุ้งเติบโตพอที่จะดูแลตนเองได้ บรรลุนิติภาวะในทางกฎหมายแล้ว

“แม่ก็รู้นี่ การลาออกจากงานต้องแจ้งล่วงหน้าสามสิบวัน ไม่งั้นบริษัทเขาจะไม่คืนเงินประกันนะ” รินรุ้งอ้าง

“ทิ้งมันไปเลย เงินไม่กี่พันนั่นน่ะ งานใหม่ที่ฉันหาให้แก รายได้หลายร้อยเท่าเงินประกันกระจอกๆ นั่นเสียอีก” นางมิวายส่งเสียงตะคอกกลับมา จนคนฟังเริ่มใจเสีย

ความจริงแล้วรินรุ้งมีนิสัยไม่ยอมคนสักเท่าไหร่ หากเธอยอมละเว้นให้แม่เลี้ยงก็เพราะเห็นแก่พ่อ แม้ว่าท่านจะจากไปแล้ว หญิงสาวก็ยังให้เกียรติคนเป็นแม่เลี้ยงว่าอย่างน้อยนางก็คือผู้หญิงที่พ่อของตนรักและใช้ชีวิตร่วมกันในเวลาบั้นปลายช่วงสุดท้าย

ในวันที่อภิชาติผู้เป็นพ่อล่วงลับไป มรดกที่ข้าราชการผู้ซื่อสัตย์อย่างท่านจะพึงมีได้ ท่านก็ได้จัดสรรเอาไว้ให้แม่เลี้ยงอย่างยุติธรรม แต่มันก็ไม่ได้ทำให้อัมพาพอใจ เพราะนับวันเธอเอาแต่จะเข้ามายุ่มย่าม วุ่นวาย ทำตัวเจ้ากี้เจ้าการกับรินรุ้งจนหญิงสาวอ่อนใจ

“งานอะไรเหรอแม่”

“แกไม่ต้องถามมาก ถ้าแกไม่ทำตามที่ฉันสั่ง ชาตินี้ไม่ต้องมาเรียกฉันว่าแม่” คนเป็นแม่เลี้ยงตวาดเสียงดังมาตามสาย

“แม่!” ไม่ทันแล้ว ปลายสายวางไปอย่างหงุดหงิดเสียแล้ว

หญิงสาวทำอะไรไม่ได้มากไปกว่าส่ายหน้าอย่างเซ็งๆ เธอรู้ดีว่า หลังจากการจากไปของพ่อ ก็ดูเหมือนจะทำให้ชีวิตเธอยากลำบากมากขึ้นไปด้วย เพราะแม่เลี้ยงและพี่สาวต่างมารดานั้นจ้องแต่จะหาเรื่องไม่เว้นวัน แม้เธอจะพยายามบอกตัวเองให้ชินชา หากก็ไร้ผล

“พี่รินคะ เชิญทางนี้ได้ไหมคะ ลูกค้าวีไอพีมีปัญหาค่ะ” จุ๊บแจงหรือจีรนันท์กึ่งเดินกึ่งวิ่งหน้าตาตื่น ตรงรี่เขามาบอก ทำเอารินรุ้งหลุดออกมาจากห้วงคำนึง พอตั้งสติได้ก็รีบตอบกลับไป

“แย่จริง ปัญหาอะไรอีกล่ะ คนเดิมหรือเปล่า” รินรุ้งหมายถึงอบิเกล แขกสาวที่มาเดินทางมาเข้าพักเพื่อรอคนรักนักธุรกิจหนุ่มสเปนที่จะตามมาทีหลัง แต่ปัญหาคือเมื่อวานห้องพักของเธอแอร์เสีย ขอเปลี่ยนห้อง หญิงสาวจัดการเปลี่ยนห้องในราคาเท่ากันให้ ซึ่งอีกฝ่ายไม่ยอม ต้องการให้ทางรีสอร์ตชดเชยในระดับที่เธอพอใจ

เจ้าหล่อนต้องการห้องในโซนที่มีสระว่ายน้ำ ซึ่งไม่มีห้องว่าง และโวยวายจนกลายเป็นเรื่องเป็นราวจนเมื่อวานรินรุ้งโดนเจ้านายตำหนิ แต่โชคดีที่มีลูกค้ารายหนึ่งเช็กเอาต์เนื่องจากมีธุระด่วนต้องรีบกลับกรุงเทพฯ เธอจึงพอจะแก้ไขสถานการณ์ไปได้อย่างเฉียดฉิว หากนั่นก็ไม่ได้ทำให้แขกคนสวยแต่ขี้เหวี่ยงพึงพอใจนัก ที่แสบกว่านั้นคือเจ้าหล่อนยังส่งใบประเมินพนักงานและการบริการให้เจ้านาย แถมยังคอมเพลนรินรุ้งจนเสียหาย ซึ่งมันล้วนแต่เป็นการกล่าวหาทั้งนั้น รินรุ้งต้องใช้ความอดทนเป็นอย่างมากกับสถานการณ์ที่กำลังเผชิญ

“ใช่ค่ะ คนเมื่อวาน...” จีรนันท์ เพื่อนร่วมงานรุ่นน้องตอบหน้าก็พลันซีดเผือด

“เอาอีกแล้ว” รินรุ้งกลอกตาอย่างเหนื่อยหน่ายกับปัญหาที่ไม่จบไม่สิ้น

“พี่รีบไปที่โซนวิลล่าเถอะค่ะ ตอนนี้ไอ้มี่กำลังแย่แล้ว” พนักงานรุ่นน้องกำลังหมายถึง มี่ หรือรัศมี พนักงานเออีน้องใหม่ซึ่งนับว่าสนิทกับรินรุ้งในระดับหนึ่ง เธอมีหน้าที่ขายกรุ๊ปทัวร์สัมมนาและขายฟังก์ชั่น และในวันนี้พนักงานเออีทุกคนก็กำลังวิ่งวุ่นหัวปั่นกับการเตรียมต้อนรับกรุ๊ปทัวร์

“ได้จ้ะ พี่ไปเดี๋ยวนี้” หญิงสาวรีบเดินไปขึ้นรถกอล์ฟที่มีพนักงานขับรถพาเธอไปยังโซนท้ายรีสอร์ต สายตาคู่หนึ่งมองตามหญิงสาวขึ้นนั่งบนรถกอล์ฟจวบจนกระทั่งลับตาไป...

***

ณ โดมชมวิว

เรือนร่างสูงมีเสน่ห์อย่างสมบูรณ์แบบ ยืนตระหง่านทอดสายตามองออกไปยังทิวเขาห่างไกลสุดลูกหูลูกตาเบื้องหน้า ด้วยความรู้สึกผ่อนคลายยากหาสิ่งใดเปรียบได้ ชายหนุ่มเพิ่งเดินทางมาถึงที่พัก เขาไม่ได้เหยียบย่างลงบนผืนแผ่นดินนี้นานกว่าแปดปีแล้ว เพราะถ้าไม่เพราะมาเพื่อเจรจาธุรกิจ เขาเองก็พยายามเลี่ยงที่จะมาที่นี่โดยไม่จำเป็น

เซคิโอ ด็อพบาร์ กอนซาเลซ นักธุรกิจหนุ่มไฟแรงวัยสามสิบสี่ เชื้อสายไทย-สโลวัก-สแปนิช เขามีแม่เป็นคนไทย ส่วนผู้เป็นพ่อนั้น เป็นนักธุรกิจชาวสเปน เชื้อสายสโลวัก ผู้คร่ำหวอดอยู่ในโลกธุรกิจการบินพาณิชย์อันดับต้นๆ ของโลก เป็นที่แน่นอนว่าธุรกิจสายการบินที่ดีที่สุดแห่งยุโรปต้องอยู่ภายใต้กับบริหารของเขาในฐานะทายาทเพียงคนเดียวอย่างไม่ต้องสงสัย

โลกรู้จักเขาในฐานะผู้บริหารหนุ่มที่ประสบความสำเร็จอย่างยอดเยี่ยมแม้อายุยังน้อย โดยก้าวเข้ามาช่วยผู้เป็นบิดาบริหารสายการบินตั้งแต่วัยเพียงยี่หกปีเท่านั้น

“เซคิโอ... คิดอะไรอยู่” จู่ๆ อบิเกล หญิงสาวมาดเปรี้ยว เจ้าของดวงหน้าสวยเฉี่ยวก็ส่งเสียงทักทายขึ้น พร้อมสวมกอดร่างสูงจากด้านหลัง ก่อนซบหน้าแนบกับแผ่นหลังกว้างอย่างเสน่หา ฉุดเขาออกมาจากห้วงคำนึงที่ในนั้นมีแต่ภาพความทรงจำเก่าๆ ระหว่างเขากับคู่หมั้นสาวผู้จากไปอย่างไม่มีวันกลับเมื่อแปดปีที่ผ่านมา

ชายหนุ่มนักธุรกิจมาดเพลย์บอยอย่างเขาหากแท้จริงคือ เขาไม่ใช่ผู้ชายเจ้าชู้เลยแม้แต่น้อย เซคิโอไม่เคยเป็นฝ่ายเข้าหาผู้หญิงก่อนเลยสักครั้งตั้งแต่แตกเนื้อหนุ่ม สะพานที่ทอดให้สาวๆ แม้เพียงครั้งยังไม่เคย ขณะเดียวกันเขาก็ไม่ใช่พวกที่ถูกล่าง่ายๆ จากสาวสวยล่าสวาท ทายาทไฮโซตระกูลดังแม้สักนิด ความสัมพันธ์ระหว่างเขากับสาวๆ นอกจากเกิดขึ้นเพราะไม่อยากปฏิเสธ ทำให้พวกหล่อนเสียน้ำใจแล้ว ต่างฝ่ายยังสนุกกันภายใต้พื้นฐานของความพึงพอใจมากกว่าการผูกมัดและครั้งนี้ก็เช่นกัน

“คุณก็รู้ไม่ใช่เหรอ สำหรับผมจะคิดถึงอะไรได้อีกนอกจากงาน” ชายหนุ่มตอบน้ำเสียงนิ่งเฉยพอๆ กับสายตาเขาที่ทอดมองไกลออกไปยังทิวเขาสีเทาสุดลูกหูลูกตา

“คุณบ้างานมากเกินไปแล้ว” นางแบบสาวคู่ควงเริ่มทำเสียงงอน นับเป็นความไม่พอใจเรื่องที่สอง เนื่องจากเขาปล่อยให้เธอรอนาน โดยอ้างว่าติดต่อการเจรจาทางธุรกิจที่ภูเก็ต ทั้งที่ฝ่ายผู้ใหญ่ต้องการให้การมาเมืองไทยครั้งนี้เป็นการมาเพื่อพัฒนาความสัมพันธ์ของคนทั้งสอง ในฐานะทายาทธุรกิจยักษ์ใหญ่ที่ในอนาคตจะต้องแต่งงานกัน แต่...

“เป็นเรื่องที่ช่วยไม่ได้จริงๆ” เขาเสริม หากอบิเกลส่ายหน้ามองมาด้วยดวงตาพราว กอดคอเขา เหนี่ยวดวงหน้าหล่อเข้ามาจุมพิต

“รู้ค่ะ... แอบบี้อยากถ่ายรูป” หญิงสาวเอ่ยน้ำเสียงออดอ้อน “...กับคุณ” แววตาเต็มไปด้วยประกายเชิญชวน เธอมีเสน่ห์ชวนมองก็จริง หากสำหรับเซคิโอแล้วนั่นไม่ใช่ความปลุกเร้าที่ชวนตื่นเต้นสักนิด

“คุณก็รู้... ผมไม่ถ่ายรูปร่วมกับใคร อบิเกล” ซีอีโอหนุ่มเอ่ยตอบเสียงเย็นชา ไม่เพียงแต่ไม่ชอบออกสื่อเพราะหวงความเป็นส่วนตัวเท่านั้น เซคิโอยังไม่นิยมร่วมถ่ายภาพกับบรรดาคู่ขาคู่ควงเสียด้วย เพราะถ้าเมื่อไหร่ที่ภาพพวกนั้นหลุดไปอยู่ในมือสื่อ ขบวนการใช้สื่อเป็นเครื่องมือในการผูกมัดเขาก็จะคุกคามความอิสระของเขาโดยทันที

เพื่อหลีกเลี่ยงหายนะแห่งความโสด เขาจึงปฏิเสธมันเสียตั้งแต่ต้นด้วยประการทั้งปวง

“งั้น... ฉันเป็นนางแบบ คุณเป็นช่างภาพให้ได้ไหมคะ” คู่ควงสาวสวยยังไม่หยุดอ้อน ปากสีแดงเลือดนกโค้งขึ้นเป็นรอยยิ้มสุดยั่วยวน หากแปลกตรงที่มันไม่ได้สร้างความปั่นป่วนในเรือนกายเขาเอาเสียเลย เขาอาจจะชินกับการทอดสะพานสารพัดของสาวๆ สวยๆ ที่เต็มไปด้วยจริตจะก้าน ต่างๆ นานา แต่ที่มาก็เพื่อจุดประสงค์เดียวกัน คือจ้องจับเขา ความจริงข้อนี้เซคิโอรู้เป็นอย่างดีและรับมือได้อย่างไม่ยี่หระ

“นั่นไม่มีปัญหาอยู่แล้ว” ชายหนุ่มส่งยิ้มตอบกลับมาอย่างตามใจ

‘หวงตัวนัก ระวังไว้เถอะ!’ เธอคิดในใจอย่างอยากเอาชนะ ชวนถ่ายรูปท่ามกลางบรรยากาศสวนสวยดีๆ ไม่ชอบ ระวังจะได้นอนถ่ายรูปบนเตียงกับฉันในสภาพเปลือยเปล่า... นั่นคือสิ่งที่อบิเกลหมายมาดเอาไว้และไม่เคยคิดที่จะลดละ

นางแบบสาวควงแขนชายหนุ่มเดินไปยังจุดที่เป็นแลนด์มาร์กของรีสอร์ตแล้วให้เขาถ่ายภาพให้ด้วยสมาร์ตโฟนของเขา โดยอ้างว่ามือถือตัวเองแบ็ตหมดเพราะลืมชาร์จทั้งคืน แต่เจตนาที่แท้จริงแล้ว อยากให้ภาพตนปรากฏอยู่ในเครื่องของเขา หลังจากนี้เธอจะได้มีเรื่องตอแยเขา อย่างน้อยก็ทวงรูปก็แล้วกัน

หากช่างภาพสมัครเล่นอย่างเซคิโอกลับสับสนตัวเองตลอดทั้งเช้า ภาพเหตุการณ์เมื่อคืนที่ผ่านมากลับวนเวียนอยู่ในสมองไม่จางหาย แม้แต่ภาพนางแบบหุ่นสวยตรงหน้าก็มิอาจลบความทรงจำที่ผ่านมาเพียงชั่วคืนนั้นได้

เขาถ่ายภาพให้นางแบบคู่ควงไปเรื่อยๆ กระทั่งภาพล่าสุดที่มีฉากหลังเป็นทิวเขาสุดลูกหูลูกตา มีไอหมอกลอยอยู่จางๆ เพราะเป็นยามเช้า มันจะสวยกว่านี้มากหากไม่ติดตรงที่มีรถกอล์ฟสีขาววิ่งเข้ามาในเฟลมแบบนี้!

***

นางแบบสาวสายเลือดละตินรับสมาร์ตโฟนของชายหนุ่มมาเลื่อนดูภาพถ่ายอย่างเพลิดเพลิน พยายามออดอ้อนขอถ่ายเซลฟี่กับชายหนุ่มก็ได้รับการปฏิเสธเช่นเคย

‘เย็นชากับฉันไปเถอะ เซคิโอ สักวันคุณต้องคุกเข่าขอฉันแต่งงาน!’ นางแบบสาวคิดอย่างหมายมาด

ทั้งที่ชายหนุ่มเพิ่งเดินทางมาถึง เขากลับต้องอยู่เป็นเพื่อนอบิเกลตามบัญชาของมารดาที่ต่อสายตรงมาจากมาดริด เขานั้นไม่อยากขัดใจผู้เป็นแม่ อีกไม่กี่ชั่วโมงเขาและเธอก็จะบินกลับมาตุภูมิแล้ว อันที่จริงอบิเกลก็ไม่ได้น่ารังเกียจอะไรนักหรอก แต่จะให้รักก็คงจะไม่ใช่ คนเคมีไม่ตรงกัน มันยากที่จะพัฒนาความสัมพันธ์

ทุกครั้งเซคิโอจึงพยายามเว้นระยะห่างกับหญิงสาวมากพอสมควร จนนางแบบสาวที่อารมณ์ค้างจากการหงุดหงิดพนักงานที่นี่หลายครั้งหลายคราอดทำหน้างอใส่ไม่ได้ เธอต้องการการดูแลเอาใจมากกว่านี้ มันถึงจะคู่ควรกับการแต่งงานที่ทางผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายตั้งใจเอาไว้

จะว่าไปก็มีแต่ฝ่ายทางแม่ของคนทั้งสองเท่านั้นที่เห็นว่าเขากับอบิเกลเหมาะสมกัน นอกจากนั้นก็เป็นที่รู้ๆ กันอยู่ว่าธุรกิจของสองตระกูลนั้นเป็นคู่แข่งกันยิ่งกว่าไม้เบื่อไม้เมาเสียอีก

หลังจากพนักงานนำสัมภาระของชายหนุ่มไปเก็บที่วิลล่าที่พัก ทั้งสองหนุ่มสาวก็นั่งรับประทานอาหารเช้าของทางรีสอร์ตกระทั่งอิ่ม การสนทนาระหว่างมื้อดูจะราบเรียบ ติดจะน่าเบื่อสำหรับเขาเสียด้วยซ้ำ บางครั้งเขาก็แสดงออกชัดเจนจนเกินไปว่าถูกบังคับให้มาอยู่ที่นี่ ตรงนี้ กับผู้หญิงที่ให้ตายเขาก็ไม่มีวันรักเธอได้

ช่วงสายๆ ทั้งอบิเกลและเซคิโอก็ออกไปเที่ยวไร่ใกล้เคียง กินอาหารเมนูไทยในมื้อกลางวันที่ไร่ชื่อดัง ที่นี่ปลูกองุ่นพันธุ์ดี แล้วยังเปิดไร่เพื่อนักท่องเที่ยวเข้ามาศึกษาการผลิตไวน์ทุกขึ้นตอน มีวิทยากรคอยให้คำอธิบายอีกด้วย ชายหนุ่มคิดว่าไวน์องุ่นที่ผลิตที่นี่มีรสชาติไม่เลวเลย มีความเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่น่าสนใจ เห็นทีเขาจะต้องสั่งซื้อกลับสเปนสักจำนวนหนึ่ง แม้เทียบไม่ได้แม้แต่กับไวน์เกรดนิวเวิร์ล[ New World Wines (ไวน์โลกใหม่) – คือไวน์ที่ไม่ได้ผลิตในประเทศที่มีการผลิตไวน์เป็นวัฒนธรรมดั้งเดิม ส่วนใหญ่เป็นประเทศนอกทวีปยุโรปที่เพิ่งมีการผลิตไวน์ไม่เกิน 500 ปี เช่น ชิลี อาร์เจนตินา ออสเตรเลีย อเมริกาเป็นต้น แม้ในกระบวนการผลิตมีลักษณะ Innovation ไม่ยึดติดกับเกณฑ์ดั้งเดิมเช่นพันธุ์องุ่น ดิน และสภาพอากาศ หากแต่ผลิตเพื่อสนองความต้องการของตลาดที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ แต่ไม่ว่าจะเป็นไวน์โลกเก่า หรือไวน์โลกใหม่ ต่างก็มีเอกลักษณ์พิเศษในแบบเฉพาะตัว ที่กลุ่มนักดื่มไวน์พึงพอใจ ] แต่เขาก็อยากจะนำติดไม้ติดมือกลับไปเป็นของฝากบ้าง ทั้งสองหนุ่มสาวใช้เวลาด้วยกันทั้งวัน กว่าจะกลับที่พักในตอนเย็น

“แอบบี้ ผมอยากสำรวจแถวนี้หน่อยน่ะ คุณไปพักผ่อนก่อนนะ” เขาว่า

“ฉันไปด้วยสิคะ” เธออ้อนขอติดตาม

“อย่าดีกว่า ผมจะไปดูงานสักหน่อย... ผมกับเฟอร์นันโดกำลังมองหาลู่ทางขยายธุรกิจอยู่ ในอนาคตย่านนี้จะมีรถไฟความเร็วสูง อาจจะกระทบสายการบินโลว์คอสที่ผมมีหุ้นส่วน...” เขาตัดบท ก่อนหันไปพยักหน้าชวนคนของเขาแล้วก็แยกตัวเดินออกไปเฉยๆ อบิเกลทำได้เพียงยืนหน้างอด้วยความไม่พอใจ

***

กว่าเซคิโอจะกลับมาถึงวิลล่าที่พักก็มืดมาก เขาสังเกตว่าพนักงานหลายคนกำลังวุ่นวายหน้าตาตื่น เหมือนเกิดเรื่องราวใหญ่โตอะไรสักอย่าง แต่เขาก็ต้องสลัดความสงสัยนั้นทิ้งไปทันทีเมื่อรถกอล์ฟมารับเขาไปส่งยังด้านหน้าที่พัก เนื่องจากระยะทางจากหน้าฟรอนต์ไปถึงวิลล่าไกลเกินกว่าจะเดินด้วยเท้าเปล่า

เมื่อถึงด้านหน้าวิลล่า สายตาคมกล้ามองเข้าไปยังที่พักซึ่งเงียบผิดปกติ เขาเดาว่าอบิเกลอาจจะกำลังใช้เวลาส่วนตัวในการประทินความงามในยามค่ำ เท้ายาวจึงก้าวพาตนเองไปยืนตรงหน้าประตู ก่อนหยิบคีย์การ์ดเตรียมจะเปิดเข้าไป หากแต่...

“ช่วยด้วย... ช่วยด้วยค่ะ” แว่วเสียงราวกระซิบดังมาตามสายลม

“...” ชายหนุ่มหยุดเพื่อเงี่ยฟังเสียงที่เบาแผ่วอยู่ไกลๆ และไม่ใช่ภาษาสเปนและก็ไม่ใช่ภาษาที่เขาคุ้นชิน หากแต่รับรู้ได้ว่าน่าจะเป็นเสียงร้องขอความช่วยเหลือ ซีอีโอหนุ่มหยุดรอฟังเพื่อให้แน่ใจอีกครั้งจึงไม่ทันได้ไขกุญแจประตูที่พัก

“ช่วยด้วย... มีใครอยู่ตรงนั้นไหม”

ร่างสูงหันหลังมองออกไปยังลานกว้างด้านหน้าวิลล่าที่พัก เสียงแว่วๆ ที่เขาได้ยินเหมือนเป็นการร้องขอความช่วยเหลือ สายตาที่มองออกไปนั้นมืดสนิท เพราะวิลล่าวีไอพีที่เขาเข้าพักนั้นอยู่ไกลออกมาจากโซนอื่นมาก เพื่อความเป็นส่วนตัวนั่นเอง

ซีอีโอหนุ่ม ไม่รอให้ได้ยินเสียงเป็นครั้งที่สาม เซคิโอตัดสินใจเดินลงจากวิลล่าเพื่อไปตามเสียงดังกล่าวท่ามกลางความมืด มีเพียงแสงแปลบปลาบของสายฟ้าแลบในระยะไกล นั่นทำให้เขาพอจะเดาได้ว่าอีกไม่นานจากนี้ที่นี่คงมีฝนเทลงมาแน่นอน... เขาจึงควรเร่งช่วยเจ้าของเสียงเรียกนั้นให้ปลอดภัยโดยเร็วที่สุด

“ช่วยด้วย... ช่วยด้วยค่ะ ใครอยู่ตรงนั้น ช่วยฉันด้วยนะคะได้โปรด...”

สิ่งที่แน่ใจได้ในตอนนี้คือเสียงมนุษย์ ชายหนุ่มเร่งฝีเท้า เขาจำต้องรวบรวมสมาธิฟังเสียงและคาดเดาว่ามันมาจากทางไหนกันแน่ ท่ามกลางความมืดของรีสอร์ตใจกลางขุนเขาแบบนี้ มีแสงไฟเพียงริบหรี่จากเสาไฟหลอดเล็กๆ เพียงไม่กี่ต้น เพราะบริเวณนี้ห่างไกลจากส่วนสำนักงานและวิลล่าที่พักของนักท่องเที่ยว

เท้ายาวในรองเท้าสำหรับเดินเที่ยวก้าวมาหยุดอยู่หน้าสิ่งปลูกสร้างที่น่าจะเป็นเรือนเก็บของ อุปกรณ์ก่อสร้างหรืออะไรก็แล้วแต่ นาสิกประสาทรับรู้ได้ถึงกลิ่นคล้ายน้ำมัน ยาง และผงซักฟอก มันน่าจะเป็นที่เก็บอุปกรณ์ทำความสะอาดหรือไม่ก็เป็นบางส่วนของแผนกซักล้างของรีสอร์ต

“ช่วยด้วยค่ะ มีใครอยู่ตรงนั้น...”

แน่ใจในทันที เขาเอ่ยถามออกไปด้วยภาษาอังกฤษ “มีคนติดอยู่ในนั้นใช่ไหม”

“...”

แม้ไม่มีเสียงตอบกลับมา แต่เขาก็แน่ใจแล้วว่ามีคนกำลังรอความช่วยเหลือติดอยู่ในนั้น

ปัง!!

หลังจากกระชากสุดแรงจนประตูเปิดออก ร่างสูงก็พุ่งพรวดเข้าไปด้านใน ความมืดทำให้เขามองไม่เห็นอะไร และโชคร้ายที่เขาลืมโทรศัพท์มือถือเอาไว้กับคนสนิทตั้งแต่แยกทางกันเมื่อหลายนาทีก่อน

เซคิโอก้าวเข้าไปข้างในอย่างช้าๆ เขาไม่รู้ว่าสวิตซ์ไฟอยู่ตรงไหน จึงปล่อยให้สายตาค่อยๆ ปรับสภาพในที่มืดจนภาพสิ่งของเริ่มชัดขึ้น

กึก!

ทันใดนั้นชายหนุ่มก็สะดุดเข้ากับอะไรบางอย่างที่นุ่มๆ จึงย่อตัวลงแล้วเอื้อมไปจับวัตถุนั้น มันอุ่นๆ และมีผ้าห่อหุ้มเอาไว้ ทำให้เขามั่นใจว่าเป็นร่างกายมนุษย์

“คุณ!”

“...”

เซคิโอมองไปรอบๆ แล้วเข้าไปประคองร่างที่หมดสติเข้ามากอดเอาไว้ ร่างนั้นยังหายใจหากหมดสติไปแล้ว อาจจะเป็นเพราะความอ่อนเพลียที่ติดอยู่ในนี้นานหลายชั่วโมง ขาดน้ำ ขาดอาหาร กลิ่นหอมบางอย่างที่ได้สูดดมทำให้เขารู้ในทันทีว่าร่างนั้นคือผู้หญิง ด้วยสัญชาติญาณแห่งการปกป้อง ทำให้เขาตัดสินใจคลำหาร่องรอยบาดแผลและเลือดจากการถูกทำร้าย ไม่ว่าจะจากคนหรือสัตว์ แต่ก็ไม่พบอะไร

‘น่าจะยังปลอดภัย’ เขาคิดอย่างโล่งอก

ครืน ครืน!!

ลำแสงแปลบปลาบที่ปรากฏขึ้นก่อนจะตามด้วยเสียงฟ้าคะนองดังมาแต่ไกล แต่ละครั้งทำเอาพื้นดินสะเทือนเลื่อนลั่น ไม่ทันที่จะคิดอะไรออก ฝนก็เทลงมาอย่างไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ย ประตูที่เปิดค้างเอาไว้ก็ถูกกระแสลมแรงพัดจนมันปิดกระแทกดังปัง

‘...ในระหว่างสัปดาห์นี้ภายใต้อิทธิพลของลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้กำลังแรงเข้าปกคลุมทะเลอันดามันและประเทศไทยตลอดทุกพื้นที่ ส่งผลให้ประเทศไทยมีฝนตกชุก เกิดพายุฝนฟ้าคะนองและลมกระโชกแรงในบางพื้นที่ โดยเฉพาะฝั่งตะวันตกของประเทศ ภาคกลางตอนบนและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ...’

เซคิโอนึกถึงรายละเอียดข่าวพยากรณ์อากาศที่เขาติดตามมาระหว่างทางจากคลื่นวิทยุภาษาอังกฤษเพียงไม่กี่สถานีในประเทศไทย เขารู้อยู่แล้วว่าต้องเผชิญกับสภาพอากาศแบบนี้ หากไม่คาดเดามาก่อนว่าฝนมันจะกระหน่ำขนาดนี้!

“พับผ่า แล้วก็เทลงมาจนได้” เขาสบถ “เราคงติดฝนอยู่ในนี้อีกยาวเลยหนูน้อย... ใครทำกับเธอแบบนี้ ทำไมมาติดในนี้อยู่ได้” เขาไม่เข้าใจเลยจริงๆ ได้แต่ส่ายหน้าช้าๆ หลังจากพึมพำกับตนเองเบาๆ พร้อมทอดสายตาฝ่าความมืดมองร่างน้อยที่ให้ความรู้สึกอุ่นๆ ในอ้อมแขนเขา

***

เวลาผ่านไปมากกว่าสามชั่วโมง เมื่อฝนขาดเม็ด ชายหนุ่มยกข้อมือขึ้นดูนาฬิกาท่ามกลางแสงสลัว เวลาเกือบตีสามเข้าไปแล้ว ชายหนุ่มส่ายศีรษะอย่างหงุดหงิดเมื่อสภาพดินฟ้าอากาศช่างไม่เป็นใจ ร่างกายเขาเองก็อ่อนเพลียและรู้สึกง่วง หากไม่เพราะกลิ่นหอมอ่อนๆ ของหญิงสาวที่เจือจางในอากาศชื้นๆ ยามหลังฝนแบบนี้ที่ช่างปลุกเร้าอารมณ์อย่างบอกไม่ถูก หากไม่เพราะสำนึกแห่งความเป็นพลเมืองดีมีมนุษยธรรมแล้วละก็... ป่านนี้เขาคงหลับบนเตียงนุ่มหลังออกกำลังกายกับแม่นางแบบปากแดงไปนานแล้ว

ชายหนุ่มระบายยิ้มกับตัวเอง ก่อนมองไปยังคนที่นอนอยู่ใกล้ๆ ร่างเล็กเริ่มขยับ ไม่นานจากนั้นดวงตากลมโตก็ลืมขึ้นมาอย่างช้าๆ

“กรี๊ดดด!!!” เสียงร้องลั่นทำคนอยู่ใกล้หูแทบดับ

“เฮ้! เดี๋ยวก่อน ใจเย็นๆ ฟังก่อน” เขายังพยายามใจเย็น แต่ดูเหมือนหญิงสาวจะไม่ฟังอะไรทั้งนั้น ในสายตาเธอแล้ว เขาคงไม่ต่างจากโจรปล้นสวาทกระมัง เซคิโอกดไหล่บอบบางเอาไว้ แต่เธอก็ยังดิ้น

“แกเป็นใคร แกคิดจะทำอะไรฉัน” หญิงสาวโวยวาย มองเห็นสีหน้าหวั่นหวาดและตื่นกลัวในความมืด

“หยุด!” เขามองเห็นหน้าเธอไม่ชัดนัก มีเพียงแสงสลัวจากเสาไฟที่อยู่ลิบๆ ภายนอก นั่นไม่มากพอที่จะทำให้มองเห็นอะไรชัดนัก รวมทั้งรูปร่างหน้าตาของหญิงสาวที่กำลังโวยวายเพราะความเข้าใจผิด

“ไม่หยุด!” เธอตะเบ็งเสียงดังยิ่งขึ้น

“บอกให้หยุด!”

“ไม่หยุด! แกออกไปให้พ้นนะ!”

“นี่ผมเป็นคนเข้ามาช่วยคุณนะ” เขาคำราม

“ช่วยงั้นเหรอ คนฉวยโอกาสแบบนี้ยังเรียกว่าช่วยงั้นเหรอ”

“ผมมันหน้าเหมือนคนโกหกอย่างงั้นเหรอ”

“ใช่! โรคจิตด้วย ออกไปเดี๋ยวนี้นะไอ้โจรชั่ว!!!” หญิงสาวตะโกนไล่เขาอย่างสุดเสียง หัวใจเต้นรัวระทึกไปด้วยความกลัว เหงื่อผุดพรายทั่วสรรพางค์ รวมทั้งฝ่ามือน้อยๆ ของเธอก็เปียกชุ่ม ทั้งที่อากาศภายนอกนั้นค่อนข้างเย็นเนื่องจากฝนเพิ่งหยุดตก

“รู้ว่าจะเป็นแบบนี้ผมจะไม่มาช่วยเลย” เขาตวาดกลับอย่างรู้สึกผิดหวัง

“ช่วยด้วยค่า ช่วยด้วย มีคนลวนลามฉัน” เธอไม่ฟัง แถมยังตะโกนก้องแข่งกับเสียงฟ้าร้องครืนๆ ด้านนอก

“ผมเปล่านะ!”

โอ้ย เขาอยากจะบ้า นี่เขามันเหมือนโจรจริงๆ ใช่ไหม แล้วไอ้ตำแหน่งสุดยอดหนุ่มในฝันสาวๆ ที่เขาได้รับหลายปีซ้อนนั่นมันอะไร มายาใช่ไหม ทำไมความหล่อลากมากเสน่ห์ใช้กับผู้หญิงคนนี้ไม่ได้เลย

เขาคือฮีโร่ผู้ช่วยชีวิตเธอ เธอควรตอบแทนเขาดีๆ ต่างหาก อย่างน้อยๆ ก็สักจูบหนึ่ง พระเจ้า!

“แล้วเสื้อผ้าฉันอยู่ในสภาพนี้ได้ยังไง” เชิ้ตกระดุมหลุด ขากางเกงถูกพับขึ้นเกือบเหนือเข่า ชายหนุ่มมองตามสภาพเสื้อผ้าที่หลุดลุ่ย เขาเพียงต้องการตรวจร่างกายเธอว่าไม่ได้ถูกสัตว์มีพิษกัด เขาพลาดตรงที่ไม่ได้จัดการพวกมันให้กลับไปอยู่ในสภาพเดิม เธอไม่มีวันรู้หรอกว่าเขาต้องอดทนอดกลั้นสักแค่ไหนกับเรือนร่างที่แสนจะนุ่มนิ่ม แล้วก็หอมไปทั้งเนื้อทั้งตัวอย่างนี้ ไม่อย่างนั้นล่ะก็... ป่านนี้เธอเสร็จเขาไปแล้ว

“ไม่ บอกว่าไม่ก็ไม่สิ! ผู้หญิงอย่างคุณ ต่อให้แก้ผ้าผมยังไม่สนเลย” ถ้อยคำสบประมาทเปล่งออกมาอย่างหงุดหงิด โทษฐานที่ทำคุณบูชาโทษ หากนั่นเขากำลังปดคำโตออกไป

“ไอ้บ้า! คนลามก! ฉันไม่เชื่อคุณหรอก”

“บอกว่าไม่ไง ผมบอกว่าไม่ได้ลวนลาม ถ้าลวนลามจริงๆ ต้องแบบนี้!” เขาเลือดขึ้นหน้าด้วยความโมโห พลันคว้าร่างเล็กเข้ามาใกล้ ก่อนกดจุมพิตร้อนแรงลงไปปิดปากเธอเสียมิด และมันเป็นเป็นห้องเก็บเสียงชั้นดี เซคิโอเพิ่งรู้ในนาทีนี้เองว่า การปราบคนขี้โวยวายนั้นไม่มีอะไรได้ผลดีเท่าจูบร้อนๆ สักครั้งสองครั้งอีกแล้ว

แม่เจ้า! เขาคิดว่าเธอจะหวานแค่ในจินตนาการ แต่เมื่อลิ้มรสปากอิ่มสวยจริงๆ ถึงได้รู้ว่าไม่มีอะไรจะหวานได้เท่านี้อีกแล้ว ชายหนุ่มคิดด้วยหัวใจลำพองขณะละเลียดจูบ จู่โจมหญิงสาวโดยที่เธอไม่มีโอกาสขัดขืนได้เลย จุมพิตเขาไม่เพียงปิดเสียงโวยวายได้เสียจนมิด หากรินรุ้งกลับรู้สึกเหมือนว่าสติตนเองล่องลอยหายไป หูอื้อตาลายไม่ได้ยินเสียงฝนฟ้าคะนองที่กำลังประกาศศักดาอยางกึกก้องเลยด้วยซ้ำ

เพียะ! ทันใดนั้น ร่างน้อยก็ดึงสติเฮือกสุดท้ายกลับมาได้ ก่อนออกแรงที่เหลืออยู่เพียงนิด ฟาดฝ่ามือลงบนแก้มสากๆ ของโจรปล้นจุมพิตจนหน้าหัน ก่อนถ้อยคำผรุสวาทจะตามมาติดๆ

“เลว! แกมันเลว รังแกได้แม้ผู้หญิงไม่มีทางสู้” สิ้นถ้อยคำบริภาษหญิงสาวก็สูดลมหายใจเข้ายาวลึก และเป็นลมหมดสติไปอีกครั้งด้วยความอ่อนแรง

เซคิโอหมดปัญญาจะอธิบายใดๆ อีกต่อไปแล้ว หากมีสิ่งเดียวที่เขาคิดจะทำตอนนี้ คือพาเธอออกไปจากที่นี่โดยเร็วที่สุด ในขณะที่ฝนกำลังขาดช่วง ก่อนที่มันจะเทลงมาอีกครั้ง

เขาไม่รู้หรอกว่าเธอติดในนี้มานานเท่าไหร่แล้ว แม้การช่วยครั้งนี้จะดูเป็นเรื่องตลกร้าย เพราะเธอไม่ได้คิดว่าเขาเป็นฮีโร่ หากเป็นคนโรคจิตก็เถอะ กระนั้นเขาก็ยังมีมนุษยธรรมและคิดว่าความสำคัญเร่งด่วนตอนนี้คือช่วยพาเธอออกไปส่งให้ส่วนออฟฟิศของรีสอร์ต

***

วันรุ่งขึ้น

หญิงสาวตื่นนอนขึ้นมาในห้องพักสำรองสำหรับพนักงาน ไม่มีใครรู้ว่ารินรุ้งหายตัวไปไหนตั้งแต่บ่าย รู้เพียงเธอไม่ได้อยู่รอต้อนรับลูกค้ากรุ๊ปใหญ่จนทุกคนวุ่นวายกันไปหมด พนักงานบางส่วนก็ออกตามหาจนทั่ว แต่ก็ไม่พบ แถมตอนตกดึกฝนที่เทลงมาก็เป็นอุปสรรคในการออกตามหาอีก โดยเฉพาะกระท่อมเก็บของท้ายรีสอร์ตก็อยู่ไกลออกไปจนทุกๆ คนต่างมองข้าม

“ผมพบเธอหมดสติอยู่ในเรือนเก็บของท้ายรีสอร์ต เธอถูกขังไว้ที่นั่น“ นั่นคือคำบอกเล่าจากชายหนุ่มรูปร่างสูง หน้าตาดี มีดีกรีเป็นถึงซีอีโอสายการบินใหญ่จากยุโรป ก่อนที่เขาจะเช็กเอาต์ออกจากที่พักในเช้าตรู่ของวันนี้พร้อมคนรัก!

รินรุ้งปลอดภัย เพียงแต่ร่างกายอ่อนเพลียมากเท่านั้น ดูเหมือนว่าเรื่องที่เกิดขึ้นจะไม่ใช่อุบัติเหตุเสียแล้ว ว่าแต่ใครล่ะที่ขังเธอเอาไว้แบบนั้น แต่โชคยังดีที่มีคนไปเจอและช่วยเอาไว้

แล้วความรู้สึกนั้น... จูบแรกที่เขาประทับเอาไว้ มันเป็นความรู้สึกที่ยากจะลืม ‘จูบจริง หรือเพียงฝันไป...’

ในขณะที่ฝ่ายบุคคลที่ต้องรับผิดชอบเรื่องนี้เองก็จับมือใครดมไม่ได้ แถมรินรุ้งที่ถูกกระทำแท้ๆ ยังโดนข้อหาทิ้งลูกค้า ขาดความรับผิดชอบ มีอันต้องรับโทษอีกกระทงจากเดิมที่เพิ่งถูกตำหนิไปหมาดๆ นี่มันคืออะไร ใครช่วยอธิบายได้ไหม ทำไมชีวิตรินรุ้งถึงได้ซวยซ้ำซวยซ้อนแบบนี้ แล้วนี่ยังจะมีอะไรเลวร้ายไปกว่านี้อีกไหม

แต่กระนั้น... ในความโชคร้ายก็ยังพอมีสิ่งดีๆ เหลืออยู่บ้าง เมื่อรัศมีพนักงานรุ่นน้องเล่าให้เธอฟังอย่างตื่นเต้นว่า

“แขกที่ไปเจอและช่วยชีวิตพี่รินเอาไว้หล่อมากเลยนะคะ แต่คุณเค้าเช็กเอาต์ออกไปแล้วแต่เช้า” พนักงานสาวรุ่นน้องรายงานเสียงเจื้อยแจ้ว

‘ใครนะผู้มีพระคุณที่ช่วยเธอเอาไว้’ หญิงสาวครุ่นคิด หลังจากมีพนักงานมาแจ้งว่าแขกที่เข้าพักโซนวีไอพีมีปัญหา รินรุ้งก็รีบนั่งรถกอล์ฟเพื่อไปที่ห้องพักของแขก แต่ยังไม่ทันพบใคร จู่ๆ ก็มีใครบางคนใช้ผ้าป้ายยาสลบมาปิดจมูกเธอจากด้านหลัง จนกระทั่งไปรู้สึกตัวในเรือนเก็บของ รินรุ้งจำได้เท่านี้...

“งั้นเหรอ”

“พี่รินคงไม่ทันได้เจอ เขาพักห้องเดียวกับแขกที่วีนพี่รินนั่นแหละ”

“จริงเหรอ”

“อืม...” พยักหน้ารัวๆ แล้วว่าต่อ “น่าเสียดายเนอะ คนหล่อๆ ไม่น่าไปเป็นแฟนกับผู้หญิงนิสัยเหวี่ยงๆ แบบนั้นเลย”

“...”

“พี่รินเป็นไงบ้าง ต้องหาหมอไหมคะ”

“พี่ดีขึ้นแล้ว”

“สรุปว่าใครกันนะที่มันแกล้งพี่ริน แล้วทำไมต้องทำกันขนาดนี้ด้วย” รัศมีว่า สีหน้าไม่พอใจเพราะโกรธแทนรินรุ้ง

“นั่นสิ พี่นึกไม่ออกไปมีศัตรูที่ไหน”

“ว่าแต่... พี่รินไม่เป็นไรแน่นะ”

“แน่จ้ะ”

โชคดีก็จริงที่เธอไม่เป็นอะไร... แต่ข่าวร้ายยิ่งไปกว่านั้นคือ...

“ถ้าไม่เป็นไรก็ดีแล้ว... ว่าแต่พี่ริน... นายบอกว่าพอพี่รินตื่นแล้วให้ไปเขียนใบลาออกด้วยนะ” รัศมีจำใจเอ่ย ทั้งที่ในใจเองก็รู้สึกโหวงๆ กับข่าวร้ายที่ตนต้องเป็นตัวแทนฝ่ายบุคคลให้มาบอกเพื่อนร่วมงานที่สนิทที่สุด

$$$$$$$$

ตอน 2

“สงสัยว่ารินจะต้องไปทำงานตามที่แม่หาให้จริงๆ แล้วสินะ” หญิงสาวพึมพำกับตัวเองเบาๆ หลังฟังข่าวร้ายที่มาแบบไม่ทันตั้งตัวจากปากของเพื่อนร่วมงานรุ่นน้องอย่างรัศมี พลางทอดถอนใจอย่างเหนื่อยหน่ายกับสิ่งที่เจอ

“แต่พี่รินจะยอมลาออกง่ายๆ เหรอ มันไม่ใช่ความผิดพี่รินเลยนะ”

“ใช่ มันไม่ใช่ความผิดของรินเลย” จู่ๆ เสียงห้าวลึกของชายหนุ่มคนหนึ่งก็พูดขึ้นเป็นเชิงสนับสนุนขึ้น ก่อนที่เขาจะเดินเข้ามาในห้องพัก หลังจากมีคนไปบอกว่ารินรุ้งตื่นแล้ว

วารินทร์เป็นพนักงานรุ่นพี่ อยู่ในตำแหน่งผู้จัดการที่รินรุ้งค่อนข้างสนิท แต่สำหรับชายหนุ่มแล้ว เขายังมองว่ารินรุ้งคือคนพิเศษที่เขาคอยให้คำปรึกษาและให้ความช่วยเหลือทุกอย่างมาโดยตลอด จนใครๆ ก็มองออกว่าระหว่างคนทั้งสอง อาจไม่ใช่แค่เพื่อนร่วมงานหรือหัวหน้าลูกน้องธรรมดาๆ เท่านั้น

“พี่วา...” รินรุ้งครางชื่อเขาเบาแผ่ว

“พี่ไม่ยอมให้รินลาออกง่ายๆ หรอก แล้วอย่างที่มี่พูดก็ถูก ปัญหาทุกอย่างไม่ใช่ความผิดรินเลย”

“ใช่ค่ะ ใครใช้ให้ขังพี่รินเอาไว้แบบนั้น”

“แล้วสรุปว่านี่มในฝีมือใครกันแน่คะ รินไม่เคยไปทำอะไรให้ใครเลยนะ”

“ตอนนี้พี่ก็กำลังสืบอยู่ แต่น่าเสียดายที่กล้องวงจรปิดส่วนท้ายรีสอร์ตดันเสียซะได้ แถมตัวที่ติดอยู่ที่เรือนเก็บของยังถูกถุงดำครอบไว้” วารินทร์บอกด้วยสีหน้าเคร่งเครียด

“แล้วจะทำยังไงกันต่อไปคะ เพราะนายสั่งฝ่ายบุคคลไปแล้วว่าให้พี่รินไปเขียนใบลาออก” มี่ถามต่อ

“ริน... ไปกับพี่” ผู้จัดการหนุ่มเจ้าของรูปร่างสูงโปร่งจับจูงรุ่นน้องคนสนิทเดินฉับไวออกจากห้องพัก รินรุ้งก้าวตามแทบไม่ทัน ไม่เคยเห็นวารินทร์โมโหและหุนหันพลันแล่นอย่างนี้มาก่อนเลยนับตั้งแต่รู้จักกันมา

***

ฝ่ายบุคคล

“มาเขียนใบลาออกเหรอจ๊ะ หนูริน” เสียงพนักงานฝ่ายบุคคลคนหนึ่งร้องทักขึ้น ข่าวล่ามาไวจนคนในแผนกเมาท์ไปได้สักพักแล้ว เรื่องที่รินรุ้งถูกไล่ออกอย่างละมุนละม่อม เพียงนั่งรอดูกันเท่านั้นว่าเจ้าตัวจะมารายงานตัวและกรอกเอกสารเมื่อไหร่

“ไม่ครับ มาเขียนบันทึกภายใน เรียกร้องความเป็นธรรม” วารินทร์ว่า สีหน้าผู้จัดการหนุ่มโกรธจัด หากกระนั้นก็ยังดูหล่อในสายตาสาวน้อยสาวใหญ่ของคนที่นี่ วารินทร์นั้นเป็นหนุ่มนักบริหารไฟแรง ทำงานเก่ง มีความเป็นผู้นำและฐานะที่บ้านก็ไม่ธรรมดาหรอก เป็นธรรมดาที่สาวๆ เพื่อนร่วมงานหลายต่อหลายคนต่างหมายปองเขา แต่เป็นที่น่าเสียดายที่สายตาของวารินทร์ไม่มีไว้เพื่อมองใครอื่น... นอกจากรินรุ้ง!

“เรียกร้องกับใครล่ะ นายไปเมืองนอกแล้ว จะกลับมาก็อีกสามเดือนโน่น” เสียงสาวใหญ่จอมเฮี้ยบซึ่งเป็นผู้จัดการฝ่ายบุคคล ร้องตอบแทนลูกน้องของเธอ

“ตายจริง... แล้วจะทำไงดีคะพี่วา” รินรุ้งครางแผ่ว สมองน้อยๆ คิดอะไรไม่ออกเสียแล้ว เพิ่งฟื้นยังไม่พอ ยังต้องมาเจอเรื่องเสียความรู้สึกอย่างนี้อีก นี่เธอจะต้องกลายเป็นคนตกงานจริงๆ ใช่ไหมเนี่ย

“ก็ทำตามคำสั่งนายน่ะสิ เค้ายอมจ่ายล่วงหน้าให้เธอสามเดือนด้วยนะ สงสัยเธอคงไม่มีที่ยืนที่นี่แล้วล่ะ” จู่ๆ เปรมสินี เพื่อนพนักงานที่เป็นคู่แข่งกันมาตลอดของรินรุ้ง ซึ่งไม่รู้ว่าเข้ามาอยู่ในห้องฝ่ายบุคคลเมื่อไหร่ ก็พูดเยาะขึ้น

เปรมสินีไม่เคยมีทีท่าเป็นมิตรกับหญิงสาวมาแต่ไหนแต่ไรแล้ว นี่ยังไม่นับเรื่องทำดีเอาหน้า แย่งลูกค้าแบบหน้าด้านๆ แล้วยังถนัดเรื่องฟ้องนาย พูดเอาดีเข้าตัว เอาชั่วโยนให้คนอื่นอีกด้วย อันที่จริงดูเหมือนเปรมสินีเองจะสร้างศัตรูไปเสียรอบด้าน แต่ก็ไม่มีใครทำอะไรเจ้าหล่อนได้ เพราะเป็นเด็กเส้น ทายาทไฮโซนามสกุลดังนั่นเอง

“ไม่ได้หรอก พี่ว่ามันไม่ยุติธรรมกับริน” วารินทร์โต้ เขาจะช่วยรินรุ้งอย่างเต็มที่ เพราะรู้ว่าเหตุการณ์ทั้งหมดที่เกิดขึ้นเมื่อวาน มันต้องไม่ใช่เรื่องบังเอิญ มีคนวางแผนและจงใจให้รินติดอยู่ในนั้น เพื่อที่จะทำให้เธอถูกไล่ออก

“พี่วากำลังจะบอกว่ารินมันถูกแกล้งงั้นเหรอ” เปรมสินีตวาดถาม เสียงดังจนแทบจะเป็นเสียงกรีดร้อง แถมหน้าสวยๆ ขณะนี้ยังบูดบึ้งจนหมดสวยไปเสียอีก

“พี่ไม่ได้พูด แต่ดูเหมือนใครแถวนี้จะร้อนตัวนะ” ผู้จัดการหนุ่มโต้ ทั้งสองฝ่ายสบตากันอย่างหมายเอาชนะ

“พี่วา!” เปรมสินีตะเบ็งเสียงเรียกชื่อเขาจนลั่นห้องฝ่ายบุคคล ทำเอาบรรดาป้าๆ ที่ง่วนกับเอกสารต้องเงยหน้าขึ้นมามองหาคนต้นเสียงที่มาทำตัวโวยวายพอกันกับนางอิจฉาในละครก็ไม่ปาน พอรู้ว่าเป็นเปรมสินีก็ไม่ได้สนใจ เพราะรู้กันทั้งบริษัทว่ามีอยู่คนเดียวนี่ล่ะที่เหวี่ยงวีนได้ทุกโอกาส ทุกสถานการณ์ จนทุกคนต่าง

“เอาเถอะค่ะ รินกรอกใบลาออกก็ได้ พอดี...” รินรุ้งสบตาวารินทร์ครู่หนึ่ง เม้มปากแน่นเป็นเชิงคิดว่าจะบอกดีหรือเปล่า สุดท้ายก็ตัดสินใจเอ่ยขึ้น “พอดีรินมีงานอื่นรออยู่แล้ว ไม่เป็นไรหรอกค่ะพี่วา” พูดจบ หญิงสาวก็นั่งลงและหยิบใบลาออกมากรอกเงียบๆ

วารินทร์ได้แต่นั่งลงที่เก้าอี้ตรงข้าม มองเธอตาละห้อย ไม่คิดว่าผู้หญิงที่ตัวเองชอบจะต้องไปทำงานที่อื่น นี่ถ้าเขารู้ว่ารินรุ้งต้องไปทำงานที่ไหน วารินทร์คงคลั่งตายในป่าเขาใหญ่นั่นแน่ๆ

***

รินรุ้ง หงสกรพงษา หญิงสาวชาวไทยวัยยี่สิบสี่ จบการศึกษาปริญญาโทด้านการจัดการโรงแรม ปริญญาตรีด้านมนุษยศาสตร์จากมหาวิทยาลัยรัฐอันดับต้นๆ เธอเป็นลูกสาวเพียงคนเดียวของข้าราชการใจซื่อมือสะอาดอย่างอภิชาติ หงสกรพงษา ส่วนนภาภรณ์ผู้เป็นแม่บังเกิดเกล้านั้นจากโลกนี้ไปตั้งแต่รินรุ้งอายุเพียงแปดขวบด้วยโรคประจำตัว หญิงสาวจึงเติบโตมาด้วยการเลี้ยงดูของผู้เป็นพ่อ

จนกระทั่งหญิงสาวอายุยี่สิบปี เขาก็ตัดสินใจแต่งงานใหม่กับอัมพาที่มีลูกติดกับสามีเก่า รินรุ้งจึงมีพี่สาวต่างพ่อแม่อย่างนาตาลีเพิ่มเข้ามาเป็นหนึ่งในสมาชิกครอบครัว สำหรับรินรุ้งแล้วไม่คิดว่านั่นจะกลายเป็นปัญหาในเวลาต่อมา หลังจากการจากไปของบิดาในช่วงสองปีที่ผ่านมา

หลังจากผู้เป็นพ่อล่วงลับไปแล้ว ก็ดูเหมือนแม่เลี้ยงและพี่สาวจะมีสิทธิ์มีเสียงมากขึ้นทุกวัน รินรุ้งก็พยายามที่จะไม่ถือสา แต่ความอึดอัดที่เกิดขึ้นในบางครั้ง ทำให้เธอตัดสินใจออกไปหางานทำที่ต่างจังหวัด และย้ายมาพักที่โคราชในฐานะพนักงานของรีสอร์ตสวยระดับประเทศ แต่กระนั้นก็มิวายที่แม่เลี้ยงจะหาทางเคี่ยวเข็ญให้เธอทำงานตามใจ และข่าวร้ายที่เพิ่งได้ยินก็ทำให้หญิงสาวถึงกับนั่งงัน

“แกต้องไปทำงานที่สเปน” แม่เลี้ยงของเธอบอกในเย็นวันที่หญิงสาวเขียนใบลาออกและขับรถกลับกรุงเทพฯ

“สเปนเหรอคะ”

“ใช่”

“งานอะไรของแม่ งานผิดกฎหมายหรือเปล่า” รินรุ้งถาม

“เอ๊ะนังนี่ แกเห็นหน้าฉันเหมือนแม่เล้ารึยังไง งานสุจริตหรอกย่ะ ฉันรู้จักผู้หลักผู้ใหญ่ที่นั่น ไม่ดีหรือไง ฉันฝากงานดีๆ ให้แก ได้เงินแล้วก็รู้จักส่งกลับบ้านด้วยนะ” คนเป็นแม่เลี้ยงเจ้ากี้เจ้าการ

รินรุ้งได้แต่กลืนน้ำลายลงคออย่างฝืดๆ สมองพลันนึกถึงวันที่บิดายังมีชีวิตอยู่เป็นเสาหลักและที่พึ่งให้ลูกอย่างเธอได้รู้สึกอุ่นใจและปลอดภัย แต่เมื่อไม่มีพ่อแล้ว ชีวิตเธอก็เหมือนใบไม้ร่วงในลำธารกลางป่า ไม่รู้ว่ากระแสน้ำจะพัดพาไปยังแห่งหนตำบลใด...

“ยังไงก็ต้องไปใช่ไหมคะ”

“หรือแกจะทำงานที่ไทย เป็นลูกจ้างธรรมดาๆ รายได้แบบชักหน้าไม่ถึงหลังแบบนี้ไปจนตายรึยังไง เมื่อไหร่จะลืมตาอ้าปากได้ นี่ตั้งแต่พ่อแกตาย เงินทองก็ร่อยหรอลงทุกวัน”

‘เงินร่อยหรอลงเพราะใครล่ะ ตั้งแต่พ่อจากไปแม่ก็ไม่เห็นจะเพลาๆ เรื่องใช้เงินเลย’ รินรุ้งบ่นในใจ ก็ไอ้ที่ชักหน้าไม่ถึงหลังก็เพราะมีคนมาช่วยเธอใช้เงินอย่างไรล่ะ จะต้องให้เอ่ยชื่อไหมว่าใคร

“แล้วพี่ลีล่ะ ไปด้วยกันหรือเปล่า” รินรุ้งหมายถึงพี่สาวซึ่งก็คือลูกติดของอีกฝ่าย

นาตาลีเป็นสาวสวย แต่เหยียบขี้ไก่ไม่ฝ่อ ทำงานจับจดไม่เป็นชิ้นเป็นอันกับเขาสักครั้ง จนบางครั้งตกเป็นขี้ปากชาวบ้านว่าไม่ทำงานทำการแต่มีเงินใช้แบบไม่บันยะบันยังแบบนี้ เห็นทีว่าจะมีเสี่ยเลี้ยง หรือไม่ก็เป็นเมียเก็บเศรษฐีกระเป๋าหนักที่ไหนเป็นแน่

รินรุ้งเองก็เจอกับตัว ชาวบ้านชอบถามข่าวคราวพี่สาวเธออยู่เรื่อย เธออยากจะบอกจริงๆ ว่าไม่รู้อะไรทั้งนั้น เพราะเธอก็ทำงานที่เขาใหญ่ จะกลับมากรุงเทพฯ ทีก็เดือนละครั้งสองครั้งตอนเงินเดือนออก เพื่อเยี่ยมแม่เลี้ยงนั่นแหละ

ล่าสุดเห็นว่านาตาลีไปรับจ้างทำงานผ่านโลกออนไลน์ โดยใช้ต้นทุนที่มีติดตัวมาตั้งแต่เกิดนั่นก็คือความสวย และหน้าอกหน้าใจที่มีน้ำหนักมากกว่าสมอง แต่งหน้าทาปาก ใส่เสื้อผ้าเผยเนื้อหนังมังสาวับๆ แวมๆ แล้วก็รีวิวสินค้าต่างๆ ออกสื่อ

แต่ถึงปากจะบอกว่ารายได้ดี แต่นาตาลียังแบมือขอเงินแม่อยู่เป็นประจำ อย่าเรียกว่าขอเลย เรียกว่ารีดไถน่าจะเหมาะกว่า แล้วอัมพาก็มารีดไถจากรินรุ้งอีกต่อหนึ่ง อย่างกับห่วงโซ่อาหารในระบบนิเวศวิทยาอย่างนั้นล่ะ

“นังนี่ ไปกันหมดแล้วใครจะดูแลฉันเผื่อเจ็บไข้ได้ป่วยขึ้นมา” คนเป็นแม่ตวาดแว้ด ยกน้ำขึ้นมากระดกเอื๊อกๆ ก่อนจะเช็ดปากด้วยหลังมือแล้วพูดต่อ “แกคงไม่คิดจะให้ฉันอยู่คนเดียวจริงๆ ใช่ไหม นังริน”

“โธ่แม่... รินก็ถามเท่านั้น พี่เค้าอยู่ที่นี่ก็ดีเหมือนกัน ว่าแต่งานอะไร แล้วไปกี่ปี”

“พี่เลี้ยงเด็กน่ะ นายจ้างใหม่แกมีลูกสาว น่าจะเจ็ดแปดขวบ แล้วก็ต้องการพี่เลี้ยงคนไทย”

“ทำไมต้องคนไทยล่ะแม่”

“นี่แกจะถามอะไรนักหนาล่ะ เตรียมเนื้อเตรียมตัวเดินทางเข้าเถอะ ไปถึงนู่นก็ไปถามเขาเอาเองละกัน”

“ด่วนขนาดนั้นเลยเหรอแม่”

“ก็ทางนายจ้างแกเขาเดินเรื่องให้หมด เห็นว่ารู้จักผู้หลักผู้ใหญ่ที่เมืองไทย อะไรๆ ก็เลยง่าย แกแค่รอตั๋วเครื่องบินเท่านั้น ตอนนี้ก็เก็บเสื้อผ้าจัดกระเป๋าเดินทางไปพลางๆ ก่อนก็แล้วกัน”

“ค่ะ”

“แล้วแกไปลาออกทางนั้นยัง ได้เงินชดเชยอะไรไหม”

“เงินชดเชยอะไรล่ะแม่ เค้าให้เขียนใบลาออก เค้าจะจ่ายเงินเราทำไม”

“เฮ้ย! อะไรกัน แบบนี้ฟ้องกรมแรงงานไปเลย มันเท่ากับบังคับให้ออกเลยนะนั่น”

“ไม่หรอกแม่ แล้วไหนแม่บอกทางนั้นเร่งมา ตอนโทรหารินก็เห็นบอกว่าไม่ต้องเสียดายเงินประกันไม่ใช่เหรอคะ แล้วนี่จะให้รินฟ้องอีก”

“ก็แหม... เงินใครก็อยากได้ ฉันก็เสียดายแทนแก”

“ไม่เป็นไรหรอกค่ะ เงินทองของนอกกาย ไม่ตายก็หาใหม่ได้ รินมาเหนื่อยๆ ขอไปพักผ่อนก่อนนะคะแม่” พูดจบก็ไม่รอฟังคำตอบ แต่เดินแยกตัวขึ้นไปยังห้องนอนของเธอทันที

ตอน 3

มาดริด, ราชอาณาจักรสเปน

ยามความอบอุ่นของฤดูร้อนย่างเข้ามาทักทายมาดริด แสงแดดอันนุ่มนวลก็ช่วยให้สีของดอกไม้เพิ่มความสดใสมากยิ่งขึ้น ไม้ดอกไม้ใบหลากสีสันต่างก็พากันชูช่อเบ่งบาน ส่งให้บรรยากาศรอบข้างดูสวยงามไปหมด

ภายในตึกสูงที่ก่อสร้างด้วยสถาปัตยกรรมอันตระการตาคือที่ตั้งสำนักงานใหญ่ของสายการบินอันดับต้นๆ ของโลกอย่างสายการบินเทียร่าแอร์ไลน์

ในห้องประชุมที่ด้านหนึ่งเป็นกระจกใสสามารถมองเห็นทิวทัศน์ของกรุงมาดริดในมุมสูงได้อย่างทั่วถึง ขณะนี้มีคณะกรรมการบริษัทประชุมอยู่จนเต็ม ต่างคนต่างมีสีหน้าเคร่งเครียด จนกระทั่งการประชุมเสร็จสิ้นลง ซีอีโอหนุ่มจึงลุกขึ้นจากหัวโต๊ะและเดินกลับไปยังห้องทำงานส่วนตัวที่อยู่ไม่ไกลกันนัก

ชายหนุ่มทิ้งตัวลงนั่ง เอนหลังพิงพนักแล้วพักสายตาอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนที่เฟอร์นันโด เลขานุการหนุ่มคนสนิทจะเข้ามา

“ปัญหาการคว่ำบาตรของบางประเทศที่กำลังเผชิญ อาจกระทบสายการบินเรา” การหารือเรื่องธุรกิจเริ่มขึ้นทันทีเมื่อเลขานุการหนุ่มนั่งลงตรงข้ามเขา

“ฉันรู้...” ซีอีโอหนุ่มเอ่ยน้ำเสียงเรียบนิ่งทั้งที่ยังหลับตาอยู่อย่างนั้น

“ครับ เราอาจจะต้องเปลี่ยนเส้นทางการบิน” อีกฝ่ายรายงาน

“นายจัดการรวบรวมรายละเอียดทั้งหมดทำเป็นรีพอร์ตให้ฉันก่อนที่จะประชุมใหญ่อีกครั้งก็แล้วกัน” เขาสั่งพร้อมลืมตาขึ้น ก่อนขยับท่านั่งเอนหลังพิงพนักเก้าอี้อย่างสบายๆ

“ส่วนเรื่องมาตรฐานการบินของประเทศที่เราจะเปิดเส้นทางใหม่ๆ ก็เป็นที่น่าพอใจดีอยู่ครับ”

“ดีแล้ว” เขาตอบสั้นๆ

“ครับ”

“แล้วนายอย่าลืมโปรเจกต์ที่เคยคุยกันที่เขาใหญ่ล่ะ “

“เรื่องนั้นไม่ต้องห่วงครับ บอส”

“แล้วจับตาความเคลื่อนไหวของคู่แข่งเราด้วย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง สายการบินเวลคัมแอร์ไลน์ของอิริคก้า พ่อของอบิเกล ฉันไม่อยากให้ฝ่ายนั้นรู้แผนงานของเรา รวมทั้งเรื่องที่เรากำลังจะขยายธุรกิจสายการบินโลว์คอสต์ในเครือ”

ถึงแม้ว่ามารดาของทั้งทางเขาและอบิเกลต่างก็ต้องการให้ทั้งคู่แต่งงานกัน หากในความจริงแล้ว ทั้งเวลคัมและเทียร่าต่างเป็นคู่แข่งทางธุรกิจที่แทบจะเรียกว่าคู่แค้นเลยด้วย แต่มาดามพอลล่ากลับมีความหวังว่า การแต่งงานของลูกๆ จะช่วยให้ทั้งสองบริษัทหันมาร่วมมือกันแล้วสยบคู่แข่งรายอื่นๆ มากกว่า

แต่เซคิโอไม่คิดเช่นนั้น เขาไม่เคยเห็นด้วยกับเรื่องการแต่งงานเพื่อธุรกิจ เขาไม่มีวันร่วมหอกับผู้หญิงคนไหนแน่ๆ ถ้าเขาไม่ได้รัก แต่ถ้าเป็นแค่การร่วมเตียง เขาไม่คิดว่าจะเสียหายอะไร

“ไม่มีปัญหาครับ” เฟอร์นันโดตอบชัดถ้อยชัดคำ

“ส่วนเรื่องระบบรักษาความปลอดภัย ต้องเพิ่มมาตรการความระมัดระวังมากเป็นพิเศษ เพราะภัยจากการก่อการร้ายมีมากขึ้นทุกวัน เข้าใจไหม”

“ครับบอส”

“ดี” ซีอีโอหนุ่มไล่สายตาตรวจเอกสารสักพักก็เอ่ยถามเลขานุการหนุ่มเมื่อนึกขึ้นได้ถึงอีกเรื่องที่สำคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าธุรกิจ “เรื่องที่ให้ตามไปถึงไหนแล้ว” ซีอีโอหนุ่มเอ่ยถามถึงการสะสางความแค้นด้วยน้ำเสียงจริงจัง

“เจอตัวแล้วครับ” เฟอร์นันโดตอบ อดนึกทึ่งกับแผนการของซีอีโอหนุ่มอย่างเซคิโอไม่ได้ “ผมจะเร่งดำเนินการ พาเธอมาให้เร็วที่สุดครับ” เลขานุการหนุ่มบอกต่ออย่างนอบน้อม หลังจากพบเป้าหมายเขาก็วางแผนอย่างแนบเนียน รัดกุมจนเหยื่อตายใจ และเร็วๆ นี้เขาจะต้องได้ตัวเธอมาให้ผู้เป็นเจ้านายอย่างแน่นอน

“ดีมาก” เขาหรี่ตาแคบ “นายจะจัดการยังไงก็ได้ ขอแค่เอาตัวผู้หญิงคนนั้นมารับผลกรรมของเธอก็พอ” แววตาคมกล้าเปล่งประกายวาวโรจน์ “เพราะความแค้นของฉันมันรอไม่ได้”

“ครับบอส”

“งั้นก็ออกไปทำงานของนายได้แล้ว” เขาสั่งก่อนที่จะหยิบเอกสารบางอย่างขึ้นมาพินิจ ซึ่งมันก็คือภาพถ่ายขนาดใหญ่ใบหนึ่ง “ถึงเวลาชำระแค้นระหว่างเรากันแล้วสินะ” เขาจ้องมองสิ่งที่อยู่ในมืออย่างหมายมาด แม้ว่าลึกๆ แล้วจะรู้สึกคุ้นหน้าคนในภาพนั้น คลับคล้ายคลับคลาว่าเคยเห็นที่ไหนมาก่อน หากนึกอย่างไรก็นึกไม่ออก!

***

เขาไม่มีวันลืมเหตุการณ์เลวร้ายที่สุดในชีวิตเขาเมื่อแปดปีที่แล้วได้เลย ในเวลานั้นเขากำลังมีความสุขอย่างล้นหัวใจ และกำลังเตรียมตัวจะเข้าพิธีวิวาห์กับแฟนสาวลูกครึ่งไทย-อเมริกัน ผู้ที่ครอบครัวมาตั้งรกรากอยู่ที่สเปนนานเกินสิบปี

ทั้งเขาและเธอบังเอิญรู้จักกันที่เมืองไทย โดยคราวนั้นเขาไปเที่ยวพร้อมกับหาโอกาสดูลู่ทางทำธุรกิจในฐานะของทายาทสายการบิน จากนั้นก็คบหา พัฒนาความสัมพันธ์ จนได้รู้ว่าเธอเป็นทายาทของโรงงานผลิตเครื่องบินยักษ์ใหญ่ที่ต่างก็เป็นบริษัทคู่ค้ามาตั้งแต่รุ่นปู่

มันเป็นเรื่องที่น่าประหลาดใจว่า ทำไมคนรุ่นหลานจึงไม่รู้จักกันมาก่อน หากนั่นไม่ใช่ประเด็นสำคัญ เพราะทั้งคู่ก็ได้ตกหลุมรักและคบหากันจนถึงขั้นหมั้นหมาย และมีโครงการจะแต่งงาน ซึ่งนั่นจะถือเป็นการแต่งงานของสองกลุ่มธุรกิจที่ยิ่งใหญ่อันดับต้นๆ ของยุโรปเลยก็ว่าได้

แต่สุดท้าย ทุกอย่างที่วาดฝันไว้กลับพังครืนลงมาราวปราสาททรายที่ถูกคลื่นซัด เมื่อคู่หมั้นสาวกลับประสบอุบัติเหตุและเสียชีวิตไปต่อหน้าต่อตาเขา อย่างที่ชายหนุ่มไม่สามารถช่วยอะไรเธอได้

ทุกครั้งที่เซคิโอคิดถึงอดีตคนรักที่จากไปอย่างไม่มีวันกลับ น้ำตาลูกผู้ชายก็พานไหลออกมาทุกครั้ง มันเป็นความอ่อนแอที่เขาได้แต่เก็บซ่อนเอาไว้ไม่ให้ใครรู้...

ด้วยความที่คู่หมั้นสาวเป็นผู้มีใจรักการปั่นจักรยานเป็นชีวิตจิตใจ ก่อนแต่งงานเธอจึงอ้อนวอน ขออนุญาตเขาตระเวนเที่ยวรอบโลกพร้อมจักรยานคันเก่งของเธอเสียก่อน แน่นอนว่าการเที่ยวรอบโลกของเธอ หนึ่งในนั้นก็คือประเทศไทยที่ที่ทั้งคู่ได้พบกันครั้งแรก ซึ่งเขาเองก็ไม่ได้ปล่อยให้เธอมาเพียงลำพังกับเพื่อนๆ

แต่แล้วในวันหนึ่ง ขณะที่ทั้งคู่กำลังปั่นจักรยานระยะไกลอยู่นั้น ก็เกิดอุบัติเหตุขึ้นอย่างไม่คาดฝัน เมื่อคู่หมั้นของเขาถูกชนแล้วหนี เธอถูกส่งตัวเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาล หากหญิงสาวทนพิษบาดแผลไม่ไหวจึงเสียชีวิตระหว่างทาง โดยที่เขากำลังกอบกุมมือเธอเอาไว้ ในเวลานั้นความเจ็บปวดจากการสูญเสียแล่นปลาบไปทั้งหัวใจ ชายหนุ่มเคว้งคว้างและระคนความแค้น เขาต้องการจับคนผิดมาลงโทษให้ได้ แต่กลายเป็นว่ารถยนต์คันนั้นชนแล้วหนีไปอย่างไร้ร่องรอย

นับจากนั้นเขาจึงใช้เงินมหาศาลจ้างสำนักงานนักสืบเอกชนทั้งเมืองไทยและต่างประเทศจนกระทั่งรู้เบาะแส เพราะในเมื่อกฎหมายไทยไม่สามารถหาตัวคนร้ายมารับโทษได้ เขานี่ล่ะจะพิพากษาคนคนนั้นเอง

แล้วในที่สุด วันที่รอคอยก็มาถึง ‘รินรุ้ง’ คือคนร้ายในวันนั้น แม้หลักฐานวันเกิดเหตุที่มีไม่มาก แต่นักสืบก็ตามสืบประวัติของเจ้าหล่อนมาให้เขาได้ ดวงตาคมกล้าเพ่งภาพถ่ายใบหน้าหญิงสาวอย่างเคียดแค้น แม้จะต้องใช้เวลานาน แต่เพื่อการล้างแค้น สิบปีก็ยังไม่สายมิใช่หรือ!

“แล้วเราจะได้เห็นดีกัน... รินรุ้ง!”

***

“ฮัดชิ้ว!”

หญิงสาวรีบควานหาผ้าเช็ดหน้ามาปิดจมูก นี่ถ้าไม่เพราะมีใครเอ่ยถึงก็คงเพราะจะไม่สบายแน่ๆ แย่จริง “ฉันชื่อรินรุ้งค่ะ” หญิงสาวเงยหน้า รายงานตัวกับชายหนุ่มรูปร่างสูง ซึ่งก็คือเฟอร์นันโด เลขานุการคนสนิทของเซคิโอที่มีหน้าที่ไปรับเจ้าหล่อนที่สนามบิน จากนั้นก็นำตัวขึ้นรถยนต์กระทั่งมาถึงคฤหาสน์โดยสวัสดิภาพ

รินรุ้งเดินทางมาถึงที่ทำงานแห่งใหม่ของเธอ มันคือคฤหาสน์หลังใหญ่ในพื้นที่หลายร้อยเอเคอร์ สวนสวยประดับประดาด้วยต้นไซเปรสสูงใหญ่เรียงกันเป็นทิวแถว ตกแต่งอาณาบริเวณโดยรอบด้วยสวนสไตล์เรขาคณิตแบบสเปนที่ได้รับอิทธิพลมาจากสวนยุคโรมัน

หญิงสาวสูดลมหายใจเข้าลึกแล้วนับหนึ่งถึงสิบในใจอย่างตั้งสติ

“มาแล้วเหรอ” หญิงวัยกลางคนถาม หากดวงหน้านิ่งแน่วเรียบตึงของนาง กอรปกับแววตาที่ไม่เป็นมิตร บอกชัดว่าไม่ต้อนรับหญิงสาวผู้มาจากต่างแดนเลยแม้แต่น้อย

“มิสหงสกรพงษา นี่คือมาดามวิเวียน แม่บ้านใหญ่ของที่นี่” ชายหนุ่มแนะนำให้รู้จัก วิเวียนก็คือคนเก่าคนแก่ของตระกูลกอนซาเลซ นางได้รับมอบหมายจากมาดามพอลลา ผู้เป็นมารดาของเซคิโอ ให้มาคอยดูแลเรื่องอยู่เรื่องความเป็นอยู่ของลูกชายหัวแก้วหัวแหวน

“สวัสดีค่ะ” หญิงสาวเอ่ยทักทายด้วยภาษาอังกฤษพลางยื่นมือให้ตามธรรมเนียมฝรั่ง หากอีกฝ่ายกลับไม่ยินดียินร้าย นอกจากทำหน้าตึง ส่งแววตาเหยียดหมิ่นดูแล้วชวนอึดอัด

“เอาล่ะ มาก็ดีแล้ว รีบเข้ามาข้างใน เธอจะต้องคุยกับฉันยาว” วิเวียนเอ่ยสั้นๆ สีหน้าไม่บ่งบอกอารมณ์เช่นเดิม

“เอ่อ...” หญิงสาวพยักหน้าช้าๆ

“รีบตามมาสิยะ!” เสียงนั้นแสดงอำนาจบาตรใหญ่และจงใจข่มขวัญผู้มาใหม่อย่างเห็นได้ชัด

“อ้อค่ะ” เธอได้แต่เดินตามเจ้าหล่อนเข้าไป

เพียงก้าวแรกที่มาถึงรินรุ้งก็รู้สึกอึดอัดเสียแล้ว นี่ขนาดยังไม่เจอเจ้านายตัวจริง เธอยังรู้สึกอึดอัดพาให้ใจฝ่อได้ถึงเพียงนี้ ถ้าเจ้านายเกิดเป็นเหมือนแม่บ้านคนนี้ล่ะ เธอจะทำงานอย่างมีความสุขที่นี่ได้อย่างไรกัน หญิงสาวคิดขณะพาตัวเองมาถึงภายในห้องโถง ซึ่งก็ดูอลังการแบบที่เธอไม่เคยเห็นที่ไหนมาก่อนเลย

ที่นี่เป็นบ้านมหาเศรษฐี จากคำบอกเล่าของมารดา นายจ้างเธอรวยมาก และท่านมีพระคุณกับแม่เลี้ยงของเธอ งานที่เธอต้องมาทำงานที่นี่ นอกจากจะเพื่อเลี้ยงชีพตัวเองในยามตกงานแล้ว ก็เพราะรายได้มากถึงหลักแสนต่อเดือน ซึ่งแน่ล่ะว่าเงินบางส่วนเธอก็ต้องส่งกลับไปให้อัมพาด้วย

$$$$$$$$

อ่านต่อเลย
ร่วมสนับสนุนนักเขียนเพื่อเป็นกำลังใจในการสร้างสรรค์ผลงานสุดสนุกต่อไป Moboreader
ปลดล็อกทุกตอน
ตอน
ปรับแต่ง
บทถัดไป
Minishorts Logo
อ่านนิยายออนไลน์ นิยายเว็บ และเรื่องราวโรแมนติกสุดฮิตบน MiniShorts พบกับนิยายโรแมนติกท่านประธาน นิยายแฟนตาซีมนุษย์หมาป่า ดราม่า และแฟนตาซี พร้อมคอนเทนต์ซีรีส์สั้นคัดสรรพิเศษที่สร้างจากเทรนด์เรื่องราวยอดนิยม
MiniShorts YouTube
©2026 MiniShorts All Rights Reserved. CHASINGTOP HK LIMITED