ตอน 1

ร่างสูงหกฟุตสามนิ้วยืนสงบนิ่งอยู่หน้าเจดีย์ของน้องสาวเพียงคนเดียวที่จากไปอย่างไม่มีวันกลับด้วยสายตาอาลัยเศร้าหมอง ชุดสูทไร้ที่ติกลืนไปกับเส้นผมสีดำสนิทที่ถูกสายลมโชยพัดแผ่วๆ จนปรกหน้าผาก

ไหล่กว้างซ่อนอยู่ในเสื้อเชิ้ตสีขาวพอดีตัวช่วยเน้นให้เห็นกล้ามเนื้อกำยำแสดงถึงความแข็งแรงและมีพละกำลังอย่างน่าทึ่ง แสงตะวันกล้ายามสนธยาที่อาบไร้ลงสู่พื้นเบื้องล่าง ช่วยเน้นรูปหน้าหล่อเข้มคมคายให้คล้ายกับหินสลักที่ไร้ชีวิต

ดวงตาสีนิลถูกห้อมล้อมด้วยขนตาดกดำเป็นประกายดุดันพร้อมจะฟาดฟันกับผู้ที่เป็นศัตรูให้ย่อยยับอย่างไม่ปรานี สันจมูกโด่งตรงช่วยเสริมให้ใบหน้าหล่อกระชากใจนั้นสมบูรณ์แบบราวกับถูกปั้นแต่งโดยจิตรกรเอกของโลก

โหนกแก้มสูงและกรามสี่เหลี่ยมมีไรเคราเขียวครึ้มที่ทำให้เขาดูแกร่งกระด้าง น่ากลัว และต่ำลงไปกว่านั้นคือริมฝีปากหยักสีสดบางได้รูปที่ปราศจากรอยยิ้มแห่งความสุขมาเนิ่นนาน นับตั้งแต่การสูญเสียบุคคลอันเป็นที่รักไป ด้วยการกระทำที่น่ารังเกียจของหญิงชายคู่นั้น

รัชชานนท์ วนิชเจริญกุล ทายาทที่เหลืออยู่เพียงคนเดียวของโรงแรมหรูห้าดาวในเครือ วนิชกรุ๊ป ชายหนุ่มสูญเสียบิดาและมารดาไปกับอุบัติเหตุบนท้องถนนเมื่อสิบปีก่อน ซึ่งตอนนั้นเขาพึ่งจะเรียนจบปริญญาโทจากมหาลัยชื่อดังในอังกฤษใหม่ๆ และเมื่อไม่นานมานี้เอง เขาก็ต้องสูญเสียญาติสนิทที่เหลือเพียงคนเดียวไปอีกคน

รฎาพร วนิชเจริญกุล น้องสาวอันเป็นทุกสิ่งทุกอย่างของเขา ต้องมาตายจากไปอย่างไร้ค่าเพราะความโลเลและสับปลับของผู้ชายคนนั้น

กรามแกร่งขบกันเป็นสันจนเนื้อข้างแก้มกระตุกเป็นริ้ว ดวงตาที่ดุกระด้างจ้องมองรูปหน้าเจดีย์เก็บกระดูกของน้องสาวนิ่ง ก่อนจะฝืนยิ้มน้อยๆ ให้กับรูปของรฎาพร

“พี่มาแล้ว... พี่มาเยี่ยมพรแล้ว...”

สายพระพายที่พัดแผ่วๆ มาปะทะผิวสีคล้ามแดดไม่ได้ทำให้ชายหนุ่มรู้สึกหนาวสั่นแม้แต่น้อยทั้งๆ ที่อากาศยามเย็นย่ำและใกล้กับชายทะเลแบบนี้จะเหน็บหนาวแค่ไหนก็ตาม

“วันนี้พี่นำของที่พรชอบมาให้พรด้วย ข้าวต้มกุ้ง แล้วก็...”

น้ำเสียงห้าวขาดช่วงไปไม่อาจจะฝืนพูดจนจบได้ เมื่อก้อนสะอื้นมันจุกที่ลำคอ ความเจ็บปวดกับการสูญเสียที่ได้รับทำให้ชายหนุ่มแปลงร่างเป็นอสูรร้ายเลือดเย็นได้ในทันที และเขาได้เตรียมแผนการทุกอย่างไว้เพื่อชำระแค้นกับศัตรูที่ทำลายชีวิตของน้องสาวให้ย่อยยับคามือ

“พะโล้... องุ่นแดง...น้ำส้มคั้น...”

รัชชานนท์พยายามสะกดกลั้นอารมณ์เศร้าหมองเอาไว้อย่างที่สุด แม้มันจะผ่านมาปีกว่าแล้ว กับอุบัติเหตุครั้งนั้น อุบัติเหตุที่พรากรฎาพรไปจากเขา แต่เขาก็ไม่อาจจะลบเลือนมันออกไปจากสมองได้เลยแม้แต่วินาทีเดียว

‘พวกเขาหลอกพร... พวกเขาทำร้ายพร พรเกลียดพวกเขา...’

รฎาพรคร่ำครวญไปตลอดทางขณะที่ขับรถอยู่ในวันที่เกิดโศกนาฏกรรม ทั้งๆ ที่เขาพยายามหว่านล้อมเพื่อที่จะเป็นคนขับเองหลายต่อหลายครั้ง แต่น้องสาวก็ไม่ยินยอม จนทุกอย่างสายเกินแก้

ภาพที่รฎาพรนอนร้องโอดครวญด้วยความเจ็บปวดหลังจากที่รถเสียหลักพุ่งชนต้นไม้ข้างทางยังฝังแน่นอยู่ในสมอง เลือดสดๆ ของน้องสาวไหลออกมาจากปากและจมูก ตอนนั้นกระจกได้บาดดวงตาของเขาทั้งสองข้างจนไม่อาจจะช่วยเหลือน้องสาวได้เลย...

‘พี่นนท์...พร...เจ็บเหลือ..เกิน...พร...เจ็บ...”

แต่คำพูดของเธอยังฝังลึกอยู่ในใจ และเขาก็คงไม่อาจจะลืมมันไปได้ ถ้าความแค้นนี้ยังไม่ได้รับการชำระ เขาจะทำให้พวกมันย่อยยับราวกับตายทั้งเป็น และเมื่อถึงวันนั้นเขาจะลากพวกมันมากราบหลุมศพรฎาพรให้จงได้

“พี่สัญญา ว่าพี่จะทำลายไอ้ผู้ชายคนนั้น และคนที่มันรักทุกคน ให้มันทรมานกว่าที่พรได้รับร้อยเท่าพันเท่า” ชายหนุ่มยิ้มให้รูปอยู่นาน ก่อนรอยยิ้มจะค่อย ๆ จางลงพร้อมกับแววตากร้าวจัด

“พี่จะให้พวกมันชดใช้ทุกอย่างที่ทำไว้กับพร...!”

ชายหนุ่มเน้นหนักทุกคำพูด พร้อมกับยิ้มให้กับรูปอีกครั้ง แต่คราวนี้กลับเป็นรอยยิ้มที่ดูโหดเหี้ยมและน่ากลัวที่สุด

มือหนาสีแทนตวัดแว่นดำขึ้นปกปิดดวงตาคมกล้าราวกับคมมีดของตนเอง ก่อนจะหมุนตัวเดินจากเจดีย์ของรฎาพรออกมาช้าๆ ริมฝีปากหยักสีสดที่บางเฉียบเม้มเข้าหากันแน่น ทุกย่างก้าวที่เหยียบย่ำไปข้างหน้าเต็มไปด้วยความเคียดแค้น

เขาจะทำให้ไอ้คนที่ทำลายชีวิตที่กำลังสวยงามของรฎาพรให้มันย่อยยับไม่มีชิ้นดี เขาจะทำให้โลกใบนี้คือบ้านที่ไม่น่าอยู่ของพวกมัน

“อดิเทพ... นทิชา ถึงเวลาแล้วที่พวกแกจะต้องชดใช้...”

เสียงเครื่องยนต์ที่คำรามเข้ามาใกล้และดับสนิทลงในระยะเวลาไม่ถึงหนึ่งนาที นทิชาพยุงร่างบอบบางที่พึ่งฟื้นไข้ของตนเองถลันมาเกาะขอบหน้าต่างในห้องหอของตนเอง...

ร่างสูงใหญ่ กำยำ น่าเกรงขามของรัชชานนท์ก้าวลงมาจากรถลีมูซีนสีดำเงาวับ หัวใจสาวเต้นระรัวแทบจะกระดอนออกมาจากอก ลมหายใจชะงักติดอยู่แค่ลำคอ จะมองกี่ครั้งต่อกี่ครั้ง เขา... รัชชานนท์ก็ยังคงทำให้ร่างกายของเธอมีปฏิกิริยาแปลกประหลาด คลื่นความร้อนเดือดพล่านไปทั่วร่างสาว

เหตุการณ์เมื่อหนึ่งอาทิตย์ที่ผ่านมากลับเข้ามาในสมองอีกครั้ง คล้ายกับสายน้ำเชี่ยวที่ไหลเปลี่ยนทิศทาง มันน่าจะมีแต่ความยินดีไม่ใช่หรือ... หากว่าการแต่งงานในครั้งนี้จะไม่ได้เกิดขึ้นเพราะความใจร้ายของผู้ชายที่ชื่อ รัชชานนท์

‘อย่าคิดว่าที่ฉันจัดงานแต่งงานในครั้งนี้เพราะฉันรักเธอ...ฉันแค่ต้องการทำให้ไอ้อดิเทพมันรู้เท่านั้นแหละของสิ่งไหนคือของๆ ฉัน และมันไม่มีสิทธิ์แตะต้อง...!’

นี่คือคำพูดของเขาที่กระซิบแผ่วเบามาที่ใบหูของเธอ และมันก็ทำให้หัวใจที่เบิกบานอยู่เมื่อครู่นี้แฟบลงได้ทันตา หญิงสาวจำได้ว่าต้องฉาบใบหน้าด้วยรอยยิ้มหวานทุกครั้งที่มีแขกเดินเข้ามาในงาน และเมื่อไม่อาจจะทานทนต่อความเจ็บปวดจากคมมีดที่รัชชานนท์จ้วงใส่อกได้อีกต่อไป น้ำตาก็ไหลเอ่อล้นขอบตาจนหล่อนต้องรีบเช็ดมันออกไปอย่างรวดเร็ว

บรรยากาศภายในงานแต่งที่แขกเหรื่อทุกคนร่วมกันอวยพรให้เขาและเธอมีความสุข แต่ใครจะรู้บ้างเล่าว่าจริงๆ แล้วผู้ชายที่แสร้งทำเป็นยิ้มอบอุ่นให้กับหล่อนนี้จะร้ายกาจราวกับอสูรร้าย

เพราะหลังจากที่ผู้ใหญ่ส่งตัวบ่าวสาวทั้งคู่เข้าหอแล้ว เธอและเขาก็ถูกทิ้งให้อยู่ในห้องหอที่จัดแต่งด้วยสีชมพูทั่วทั้งห้องตามลำพัง กลิ่นดอกกุหลาบหอมละมุนทำให้นทิชาอดเคลิ้มฝันถึงคืนวิวาห์อันแสนโรแมนติกไม่ได้ แต่สำหรับรัชชานนท์มันคงไม่ได้เป็นเช่นนั้น เพราะเพียงไม่นานเขาก็เผยธาตุแท้ออกมา

คำพูดที่เต็มไปด้วยความขยะแขยงชิงชังระดมกันโพยพุ่งออกมาจากริมฝีปากหยักสวยสีสดของเขาไม่ขาดสาย และทุกคำพูดมันก็ทำให้หล่อนได้แต่ปล่อยน้ำตาออกมาด้วยความเจ็บปวด

‘เธอจะต้องอุ้มท้องลูกของฉัน และเมื่อคลอดแล้วเธอก็ต้องไปจากชีวิตฉันกับลูกในทันที...’ น้ำเสียงกระด้างที่เต็มไปด้วยความรังเกียจของเขาในวันนั้นยังฝังใจไม่คลาย

‘และอย่าได้กลับมาให้ฉันเห็นหน้าอีก เพราะฉันเกลียดเธอ...!’

ลำคอตีบตันรวดร้าวเพราะน้ำตาที่นทิชาพยายามสะกดกลั้นมันเอาไว้ หล่อนไม่เข้าใจเลยว่าแค่หล่อนติดหนี้เขาเพียงแค่สามแสน ทำไมรัชชานนท์ถึงได้ใจร้ายกับหล่อนมากนัก ทำไมถึงต้องเหยียบย่ำศักดิ์ศรีกันมากมายขนาดนี้

ทั้งๆ ที่ตอนแรกที่เขาเอ่ยปากบอกว่าจะจัดงานแต่งงานให้นั้น หล่อนคิดว่าเขาเริ่มรู้สึกดีกับตัวเองขึ้นมาบ้างแล้ว แต่ผิดคาด เพราะนอกจากเขาจะตอกย้ำถึงจุดประสงค์ที่จัดงานแต่งแล้ว เขายังทำให้ความฝันของหล่อนที่มีเขาอยู่ในนั้นพังทลายลงอย่างไม่เหลือชิ้นดี

หล่อนโง่เองที่หลงรักเขาอย่างหัวปักหัวปำ ปิดหูปิดตาไม่สนใจความจริงที่ชายหนุ่มแสดงออกมาอย่างไม่ปิดบังเวลาที่เผชิญหน้ากันว่ารังเกียจและขยะแขยงหล่อนเพียงไหน

นทิชายกหลังมือขึ้นป้ายน้ำตาที่ไหลเอ่อออกมาจากดวงตากลมโตที่ตอนนี้ฉ่ำเยิ้มไปด้วยน้ำใสๆ ที่มันจะไหลออกมาพร้อมๆ กับความเสียใจเสมอด้วยความรวดร้าว ถึงเวลาแล้วที่หล่อนควรจะต่อต้านเขาเสียที หล่อนจะไม่ยอมเป็นเบี้ยล่างให้ผู้ชายที่ทั้งตาบอดและหัวใจบอดคนนี้ทำราวกับว่าหล่อนไม่มีหัวใจอีกแล้ว

หญิงสาวตลบผ้าม่านลงอย่างรวดเร็ว เมื่อรับรู้ถึงกระแสสายตาคมกล้าที่ถูกปิดบังด้วยแว่นตาสีดำแหงนเงยขึ้นมายังตำแหน่งที่หล่อนยืนอยู่ แม้เขาจะยังคงมองไม่เห็น แต่กระนั้นอิทธิพลจากเขาก็ทำให้หล่อนสั่นสะท้านได้อย่างง่ายดาย

ระยะเวลาหนึ่งอาทิตย์หลังจากแต่งงาน หล่อนป่วยเป็นไข้ทับระดูทำให้รัชชานนท์ไม่ทวงสิทธิ์กับร่างกายของหล่อนได้ แต่วันนี้ประจำเดือนก็ได้หมดลงแล้ว และไอ้อาการตัวร้อนจากพิษไข้ก็ทุเลาลงจนแทบจะเรียกได้ว่าหายสนิทแล้ว เนื้อตัวสาวสั่นสะท้านด้วยความหวาดกลัวขึ้นมาทันที

คืนนี้รัชชานนท์จะใช้สิทธิ์นั้นกับเรือนร่างของหล่อนไหมนะ...

แล้วถ้าเขาคิดจะใช้สิทธิ์นั้นจริงๆ หล่อนควรจะทำยังไงดี... หล่อนจะทำใจได้แค่ไหนกันกับการที่ต้องปล่อยให้ผู้ชายที่เกลียดหล่อนเต็มหัวใจทำลายสิ่งล้ำค่าของชีวิตผู้หญิง...

แต่หล่อนมีทางเลือกอย่างนั้นหรือ...

เงินจำนวนสามแสนบาทที่หล่อนขอยืมไปจากเขา โดยใช้เรือนร่างของหล่อนและการผลิตลูกให้เขาเป็นเครื่องรับประกัน เขาคงดีใจจนเนื้อเต้นที่ได้สิ่งที่หวัง แต่สำหรับหล่อนมันคือฝันร้ายที่คงจะเฝ้าหลอกหลอนไปตลอดชีวิต จนกระทั่งบัดนี้หญิงสาวยังคิดไม่ออกเลยว่าตัวเองจะทิ้งลูกน้อยไว้กับผู้ชายที่เห็นหล่อนเป็นเพียงขยะข้างทางที่ซื้อหาได้ด้วยเงินได้อย่างไร

หล่อนจะใจร้ายถึงขั้นนั้นเลยหรือ... จะทอดทิ้งสายเลือดของตัวได้จริงๆ หรือ...

ยาคุมกำเนิด...!

ทางออกเพียงทางเดียวที่พระเจ้าประทานใส่มือมาให้ ใช่... หากหล่อนไม่ต้องการที่จะเจ็บปวดในอนาคตด้วยการที่ต้องระเห็จไปอยู่ในฐานะแม่ใจร้ายที่ทอดทิ้งลูกน้อยไว้กับพ่อใจยักษ์ล่ะก็ หล่อนก็จะต้องคุมกำเนิด และก็จะให้เขาล่วงรู้ไม่ได้...

และในระหว่างที่อยู่ด้วยกัน หล่อนก็จะต้องหางานทำ ต้องเก็บเงินมาใช้หนี้รัชชานนท์ให้ครบทั้งต้นและดอก เพื่อชีวิตของหล่อนจะได้หลุดพ้นจากเจ้าบ่าวอสูรอย่างเขาเสียที

“แม้มีนจะรักคุณ แต่มีนก็ยอมทำตามความต้องการของคุณไม่ได้ค่ะ คุณนนท์...”

เมื่อหลุดจากภวังค์สาวน้อยที่แสนจะอาภัพนักอย่างนทิชาก็พึมพำออกมาด้วยน้ำเสียงเศร้าหมอง หัวใจปวดร้าวราวกับถูกกลุ่มเข็มนับพันเล่มทิ่มแทง

“มีนยอมทิ้งลูกไว้กับคุณไม่ได้ มีนรู้ดีว่าคุณไม่มีทางรักแก พอๆ กับที่คุณไม่เคยรักมีน...”

ยิ่งคิดความเจ็บปวดร้าวลึกก็ทะลวงเข้าไปในหัวใจ หยาดน้ำตาใสๆ เอ่อคลอดวงตากลมโตหวานฉ่ำของหล่อนจนแทบจะมองฝ่าอากาศไปไม่เห็น หญิงสาวพยายามกล้ำกลืนก้อนสะอื้นลงคอไปอย่างยากลำบาก ก่อนที่จะรวบรวมพลังเฮือกสุดท้ายเพื่อพยุงกายที่อ่อนล้าให้ลุกขึ้นยืน เพื่อเตรียมตัวให้พร้อมกับการที่จะต้องเผชิญหน้ากับอสูรร้ายอย่างรัชชานนท์

ตอน 2

“คุณมีนไปไหน ส้มโอ...”

ร่างสูงสง่าในชุดสูทที่ผ่านการตัดเย็บอย่างดีจากช่างมืออาชีพเดินเข้ามาหยุดยืนตระหง่านอยู่กลางห้องโถงใหญ่ ขณะตวัดสายตาที่ซ่อนอยู่ภายในแว่นดำมองร่างอ้วนตุ้ยนุ้ยของสาวใช้ที่ชื่อส้มโอ ที่กำลังยืนก้มหน้ารอรับคำสั่งจากเขาด้วยน้ำเสียงเย็นชาสุดขั้ว โดยลืมไปว่าตัวเองนั้นยังอยู่ในบทบาทของคนตาบอดมองไม่เห็น

“คุณนนท์มองเห็นส้มโอด้วยหรือคะ...”

เสียงเหน่อแบบสุพรรณของส้มโอถามออกมาด้วยความสงสัย ก่อนจะก้มหน้านิ่ง เมื่อถูกรัชชานนท์ดุเสียงกร้าว

“แล้วคิดว่าฉันแกล้งตาบอดอย่างนั้นหรือ...”

ส้มโอหันไปมองหน้ามะนาวน้องสาวฝาแฝดที่มีน้ำหนักเกินร้อยไม่แพ้กันด้วยใบหน้ากังขา ก่อนจะรีบตอบชายหนุ่มผู้เป็นเจ้านายด้วยความหวาดเกรง

เมื่อก่อนรัชชานนท์ไม่เคยอารมณ์ร้ายแบบนี้ แต่พอรฎาพรเสียชีวิตไป ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาชายหนุ่มก็โมโหร้าย ดุกร้าวจนน่ากลัว จนใครๆ ก็ไม่สามารถเข้าหน้าได้ติด ขนาดลำไยแม่ของหล่อนที่เลี้ยงรัชชานนท์มาตั้งแต่ยังแบเบาะยังไม่กล้าขัดใจเขาแม้แต่ครั้งเดียว

“คุณมีนอยู่ในห้องค่ะ เธอยังไม่สร่างไข้ดี...”

ชายหนุ่มกระตุกยิ้มเยาะด้วยความชิงชัง นัยน์ตาคมกร้าวกระด้างน่ากลัว “สำออยไม่ว่า เป็นมาเกือบอาทิตย์แล้วยังไม่คิดจะหายอีก...”

ทั้งส้มโอและมะนาวสาวใช้ต่างพากันอึ้งพูดไม่ออกเมื่อได้ยินเจ้านายหนุ่มพูดถึงภรรยาสาวที่พึ่งแต่งงานกันมาได้เพียงอาทิตย์เดียวด้วยท่าทางรังเกียจอย่างเห็นได้ชัดแบบนี้ นี่ยังไม่รวมถึงการแยกห้องกันนอนระหว่างรัชชานนท์กับนทิชาตั้งแต่คืนแรกของการเข้าหออีกด้วยนะ

“คุณนนท์พูดเหมือน...”

“หุบปากได้แล้วส้มโอ แล้วไปตามคุณมีนมาพบฉันที่ห้องหนังสือ...”

พูดจบร่างสูงใหญ่น่าเกรงขามของรัชชานนท์ก็หมุนตัวเดินมุ่งหน้าไปยังห้องหนังสือที่อยู่ชั้นล่างปีกซ้ายของตัวคฤหาสน์ด้วยความคล่องแคล่ว โดยไม่ต้องให้ใครบอกทาง

ส้มโอทำหน้าทึ่ง ก่อนจะพึมพำออกมาด้วยความแปลกประหลาดใจ

“ฉันว่าคุณนนท์แกเหมือนคนมองเห็นทุกอย่างเลย ว่าไหมมะนาว... ไปห้องหนังสือได้โดยที่ไม่ต้องมีคนช่วยนำทาง... ” ส้มโอหันไปถามน้องสาวอย่างเคลือบแคลง

“ก็คุณนนท์เคยบอกพี่ตั้งหลายครั้งแล้วไม่ใช่เหรอ ตอนที่พี่ถามน่ะ ว่าเธอทำทุกอย่างได้ เพราะที่นี่คือบ้านของเธอ และเธอก็จำได้ทุกซอกทุกมุมของบ้าน แม้จะมองไม่เห็นก็ตาม...” ผู้เป็นแฝดน้องเตือนความจำของพี่สาวด้วยเสียงรำคาญ

“แต่เมื่อก่อนตอนที่คุณนนท์ตาบอดใหม่ๆ ทำไมไม่คล่องแคล่วแบบนี้ล่ะ”

ส้มโอยังไม่เลิกสงสัย มะนาวจึงตัดบท เพราะเป็นห่วงในความปลอดภัยของนทิชา หล่อนรู้ดีว่ารัชชานนท์เจ้านายของหล่อนนั้นเจ้าอารมณ์ขนาดไหน

“เราเลิกพูดเรื่องของเจ้านายดีกว่า รีบไปตามคุณมีนเถอะ ชักช้าเดี๋ยวคุณมีนจะเดือดร้อน”

“แล้วเรื่องคุณมีนอีก ไม่รู้ว่าโกรธแค้นกันมาแต่ชาติปางไหน ฉันก็นึกว่ารักกันถึงได้แต่งงานกัน แต่ที่ไหนได้พอแต่งกันปุ๊บก็แยกห้องนอนกันทันที แถมคุณนนท์นะยังทำท่าทางราวกับขยะแขยงคุณมีนอีก...”

ไม่ใช่แค่ส้มโอคนเดียวหรอกที่คิดแบบนั้นแม้แต่มะนาวเองก็คิดอย่างนั้นเช่นกัน เพราะท่าทีของรัชชานนท์นั้นแสดงออกมาอย่างไม่คิดจะปิดบังแม้แต่น้อยว่ารังเกียจนทิชา จะมีก็แต่คุณมีนของหล่อนนั่นแหละที่แสดงท่าทีว่าหลงรักรัชชานนท์จนโงหัวไม่ขึ้น

“เรื่องของเจ้านายน่ะ ไปตามคุณมีนเถอะ ไปสิพี่ส้มโอ...”

ส้มโอพยักหน้ารับ ก่อนจะรีบวิ่งขึ้นบันไดมุ่งหน้าไปยังห้องหอที่นทิชาพักอยู่อย่างรวดเร็ว เพราะหากมัวชักช้าอยู่ บ้านทั้งหลังได้ระเบิดแน่

“เข้ามาได้...”

น้ำเสียงกระด้างที่ยังคงมีผลให้สันหลังของหล่อนเย็นเยือกได้ทุกครั้งที่ได้ฟังของรัชชานนท์เอ่ยขึ้นเมื่อหล่อนได้เคาะประตูไม้สักแกะสลักงดงามบานใหญ่สองครั้ง

หญิงสาวรู้สึกได้ว่าขาของตนเองสั่นเทาแทบจะไม่มีเรี่ยวแรงในการก้าวเดินไปข้างหน้า ลมหายใจที่ถูกสูดเข้าไปเพื่อเรียกความมั่นใจหลายต่อหลายครั้งไม่ได้ทำให้ต่อมความกล้าหาญของหล่อนทำงานดีขึ้นเลย มันทั้งกลัว มันทั้งสั่น ยิ่งการเผชิญหน้ากันครั้งนี้เป็นครั้งแรกในรอบเจ็ดวันด้วยแล้ว หล่อนก็ยิ่งสั่นสะท้าน

สมองคิดไปต่างๆ นานาว่ารัชชานนท์กำลังคิดจะทำอะไรกับหล่อน กำลังจะทวงสิทธิ์ในร่างกายของหล่อนหรือเปล่า หรือว่าบางทีเขาอาจจะหาทางกลั่นแกล้งหล่อนอีกก็ได้

นทิชากระพริบตากลมโตหลายครั้งติดกันเพื่อขับไล่น้ำตาที่เอ่อล้นขอบตาให้เหือดแห้งหรือไม่ก็ให้มันไหลกลับลงไปในหัวอก คิดไม่ออกจริงๆ เลยว่ารัชชานนท์เกลียดชังอะไรตัวเองนักหนา ทำไมถึงได้ทำเหมือนกับว่าการแต่งงานในครั้งนี้คือบทหนึ่งของความแค้นยังไงยังงั้นแหละ

หรือว่าเขาต้องการเห็นหล่อน ผู้หญิงที่เขาซื้อได้ด้วยเงินเพียงสามแสนบาท ทรมาน เจ็บปวด และขาดใจตายไปอย่างทุกข์ทรมาน ผู้ชายอย่างเขาถึงจะพอใจ

กลีบปากที่มีสีสันขึ้นมาเล็กน้อยหลังจากไข้ลดลงเม้มเข้าหากันจนเป็นเส้นตรง ก่อนจะตัดสินใจยื่นมือไปจับลูกบิดทองเหลืองที่เย็นเฉียบพอๆ กับอุ้งมือของหล่อนแน่น และไม่ช้าประตูบานนั้นก็ถูกเปิดออกจนกว้างและอสูรร้ายที่นั่งอยู่บนรถเข็นตรงกลางห้องก็ปรากฏขึ้นแก่สายตา

รัชชานนท์ยังหล่อเหลาอย่างร้ายกาจเสมอในสายตาของหล่อน หญิงสาวไล่สายตาบนใบหน้ารูปสี่เหลี่ยมที่ดูคล้ายกับรูปปั้นไร้ชีวิตของบุรุษตรงหน้าด้วยสายตาชื่นชม

แม้ดวงตาคมกล้าที่หล่อนเคยได้พิศมองน้อยครั้งนักยังคงซ่อนอยู่ในเลนส์แว่นสีดำสนิท แต่แค่ปลายจมูกโด่งเป็นสัน และริมฝีปากบางสีสดที่หยักได้รูปก็ทำให้ใบหน้าของรัชชานนท์สมบูรณ์แบบ หรือบางทีอาจจะพูดได้อย่างเต็มปากว่าชายหนุ่มช่างดูหล่อเหลาราวกับไม่ใช่คนจริงๆ เป็นรูปปั้นที่จิตกรฝีมือเอกบรรจงสร้างสรรค์ขึ้นมา

แต่เขามีเลือดเนื้อ... มีชีวิตจริงๆ

ความปรารถนาในบางสิ่งบางอย่างระเบิดตูมครอบคลุมกายสาวในทันที และมันก็แผ่ซ่านมุ่งหน้าเข้าจู่โจมที่แก่นกลางลำตัวอย่างน่าละอาย

ทำไมหล่อนถึงได้คิดอะไรบ้าบอ ไร้ยางอายแบบนี้ได้ทุกครั้ง ยามที่เผชิญหน้ากับผู้ชายคนนี้นะ...

“คิดว่าต้องให้คนตาบอดอย่างฉันเดินไปเปิดประตูให้ถึงจะยอมเข้ามา...”

นี่คือคำพูดคำแรกที่เขาทักขึ้น น้ำเสียงยังเย็นกระด้างไม่เคยเปลี่ยนแปลง

“คุณนนท์มีอะไรกับมีนหรือคะ ถึงได้...”

น้ำเสียงตะกุกตะกัก ขณะก้าวถอยหลังอย่างอัตโนมัติเมื่อรัชชานนท์ที่นั่งไขว่ห้างอยู่บนเก้าอี้ใกล้หน้าต่างห้องขยับเข้ามาใกล้ ราวกับตาเห็น

ปฏิกิริยาเคมีระหว่างเขากับหล่อนทำไมมันถึงได้ตึงเครียดแบบนี้นะ และมันก็ทำให้หญิงสาวมึนงงสุดขีด เนื้อตัวร้อนผ่าวได้อย่างน่าหวาดกลัว

หล่อนจะต้องเก็บความรู้สึกที่มีต่อเขาให้ลึกมากกว่านี้ ต้องเก็บมันให้พ้นจากความรับรู้ของเขา...

“ผัวอยากจะเจอเมียต้องมีเรื่องอะไรด้วยหรือ...”

ชายหนุ่มระบายเสียงหัวเราะออกมาอย่างขบขัน แต่มันกลับทำให้หญิงสาวเย็นยะเยือกไปถึงไขสันหลัง หัวใจเต้นกระหน่ำแทบจะกระดอนออกมานอกทรวงอกกับคำพูดคำจาที่ตรงไปตรงมาของเขา

“ไม่ต้องถอยหนีหรอก เพราะฉันตาบอดแบบนี้จะไปทำอะไรเธอได้...”

หญิงสาวกลืนน้ำลายลงคอด้วยความยากลำบาก รู้สึกได้ถึงอันตรายที่เต้นเร่าอยู่ในบรรยากาศรอบตัว หล่อนไม่อาจจะล่วงรู้ได้เลยว่าชายหนุ่มคิดยังไง เมื่อดวงตาทั้งคู่ของเขาถูกปิดบังไว้ด้วยแว่นสีดำอย่างแน่นหนา แถมท่าทางของเขาทั้งหมดก็ถูกเคลือบทับไว้ด้วยความเย็นชา ห่างเหิน ไม่แยแสอย่างร้ายกาจ

“แต่คุณนนท์ทำเหมือนมองเห็นมีน... คุณนนท์รู้ว่ามีนอยู่ตรงไหน...”

เสียงหัวเราะคล้ายมาจากขุมนรกดังออกมาจากลำคอแกร่ง “ประสาทสัมผัสของคนเรามีตั้งหลายอย่าง เธออย่ามาตัดสินว่าคนตาบอดจะไม่มีทางรับรู้เรื่องใดๆ เพราะแม้ว่าจะมองไม่เห็น แต่กลิ่นและความเน่าเฟะของมันก็เข้ามาทางจมูกอยู่ดี...”

คิ้วโก่งที่ไร้การตกแต่งแต่งดงามราวกับถูกเขียนด้วยช่างฝีมือเอกระดับโลกขมวดเข้าหากัน “คุณนนท์ต้องการจะพูดอะไรกับมีนคะ...”

“ยังไม่ถึงเวลาหรอกเมียของฉัน...”

‘เมียของฉันเหรอ’

นี่เขาพูดคำนี้ออกมาได้เต็มปากได้ยังไง ในเมื่อการกระทำของเขาไม่ได้ตรงกับคำพูดเลยแม้แต่น้อย หล่อนมันก็แค่แม่พันธุ์ที่เตรียมไว้ผลิตลูกให้เขามากกว่า

“ฉันแค่ต้องการจะบอกให้เธอเตรียมตัวให้พร้อม สำหรับค่ำคืนนี้ของเรา...”

ใบหน้างามเต็มไปด้วยความตกใจ กลีบปากสีสดเผยอออกจากกันอยู่ในสภาพค้างเติ่ง ขณะที่สมองอันน้อยนิดของตัวเองเตลิดคิดไปไกลถึงสิ่งที่เขาจะทำกับหล่อนบนเตียงนอน และจากเจ้าความคิดที่ไปไกลสุดกู่นี้ก็ทำให้แก้มสาวที่ซีดเซียวอยู่เมื่อครู่ซับเลือดฝาดขึ้น

“หลังจากที่ฉันใจดี... ปล่อยให้เธอนอนหลับอย่างเป็นสุขมาตลอดหนึ่งอาทิตย์...”

เขาพูดช้าๆ ชัดถ้อยชัดคำทั้งประโยค นทิชารู้สึกวูบวาบแปลกๆ ในช่องท้อง ทรวงอกอวบใหญ่คล้ายกับเบ่งขยายเต็มที่ กับคำพูดตรงไปตรงมาของรัชชานนท์

“เอ่อ... คือ... คุณนนท์...คือมีนอยาก...จะขอเวลา...” เอ่ยออกไปด้วยความหวาดหวั่น

ตอน 3

รัชชานนท์หัวเราะออกมาคล้ายกับกำลังขบขัน ขณะเดินเข้ามาใกล้ขึ้นอีก สาวน้อยกำลังจะผละหนี แต่มือหนาสีแทนก็ตวัดรอบเอวดึงเอาร่างอรชรที่อวบอิ่มยิ่งนักเข้าไปกอดรัดแน่น พร้อมๆ กับก้มหน้าลงมาหา

หญิงสาวตกใจกับการกระทำถึงเนื้อถึงตัวของชายหนุ่มไม่น้อย “คุณ...นนท์... จะทำอะไรคะ...”

ถามออกไปด้วยความร้อนรน แม้จะหลงรักเขาหัวปักหัวปำ แต่หากจะให้ยอมนอนกับเขาโดยที่เขาไม่เห็นค่าล่ะก็ มันก็ไม่ใช่สิ่งที่หล่อนต้องการ

แต่ในเมื่อหล่อนเลี่ยงไม่ได้... ก็ควรจะถ่วงเวลาให้ได้นานที่สุด

“ทำเป็นไม่เคยไปได้...”

มือหนาเลื่อนไปกุมสะโพกผายที่ซ่อนอยู่ในกางเกงขายาวผ้าฝ้าย ก่อนจะรั้งร่างอรชรให้สนิทแน่นมากขึ้น หญิงสาวรู้สึกหายใจไม่ออกกับสัมผัสของเรือนกายแข็งแกร่งทรงพลังที่แนบชิดเรือนกายนั้น

“อย่าทำอย่างนี้กับมีนเลยค่ะ คุณนนท์ ปล่อยมีน...”

หญิงสาวอดรู้สึกแปลกใจไม่ได้กับคำพูดที่เต็มไปด้วยการอ้อนวอนของตนเองถึงทำให้เสียงหัวเราะคล้ายเย้ยหยันหลุดออกมาจากลำคอแกร่งของรัชชานนท์ได้

“อย่าดิ้นสิ เดี๋ยวครั้งแรกระหว่างเราจะไม่ได้ทำกันบนเตียง...”

เขาหัวเราะเสียงน่ากลัว ขณะจับร่างบางของหล่อนให้ถูไถ เสียดสีกับเนื้อตัวของเขามากยิ่งขึ้น และสาวน้อยก็แทบจะหายใจไม่ออก เมื่อหน้าท้องของหล่อนสัมผัสได้ถึงความแข็งแกร่งที่พองใหญ่อยู่ที่หน้าขาของเขา

“คะ คุณ... นนท์...”

หญิงสาวตัวแข็งทื่อ ใบหน้างดงามแดงก่ำเป็นลูกตำลึงสด เมื่อสมองตีความหมายให้เรียบร้อยแล้วว่าสิ่งที่แข็งๆ ที่ดุนดันอยู่ที่หน้าท้องของหล่อนมันคือ...

“ทำไมล่ะ... ไม่ชอบมันหรือ... ฉันว่าเธอโปรดมันมากพอๆ กับการกินข้าวเลยแหละ จริงไหม...”

ชายหนุ่มนึกไปถึงผู้ชายอีกคนหนึ่ง ผู้ชายที่เขาเคียดแค้น

ไอ้อดิเทพ...!

“ทำไมคุณนนท์พูดกับมีนแบบนี้ล่ะคะ...”

แม้น้ำเสียงของสาวน้อยจะเต็มไปด้วยความเสียใจมากมายแค่ไหน แต่กระนั้นมันก็ไม่อาจจะปิดกั้นเสียงหัวเราะอย่างสะใจของรัชชานนท์ให้หยุดลงได้

“ทำไมล่ะ รับไม่ได้หรือไง”

รัชชานนท์กดสะโพกของหญิงสาวลงกับความแข็งขืนร้อนผ่าวของตนเองอย่างจงใจ ขณะมอบรอยยิ้มเพชฌฆาตให้กับสาวน้อยในอ้อมแขน

“จำไว้ ฉันซื้อตัวเธอมาเพื่อทำหน้าที่เป็นแม่พันธุ์ ดังนั้นฉันไม่สนหรอกว่าเธอจะรู้สึกยังไง เพราะถ้าฉันต้องการจะจูบเธอ จะจับลูบไล้เนื้อตัวของเธอ หรือแม้แต่จะจับเธอเปลื้องผ้าเพื่อมีเซ็กซ์ด้วย เธอก็ไม่มีสิทธิ์จะมาอุทธรณ์ใดๆ ทั้งนั้น เพราะสิ่งที่ฉันต้องการ ฉันจะต้องทำให้ได้ และจะต้องทำมันให้เต็มที่ด้วย...”

ความร้อนผ่าวจากคำพูดประหัตประหารของเขาพุ่งขึ้นมาจากลำคอ และวิ่งมาตามเส้นเลือดมุ่งหน้าขึ้นมายังพวงแก้มนวลที่ซีดเผือดเพราะตกใจกับคำพูดน่ารังเกียจจากปากของเขาให้แดงก่ำ

“มีนคงไร้ค่ามากใช่ไหมคะในสายตาของคุณนนท์...”

น้ำตาเอ่อคลอหน่วยตา พยายามอย่างที่สุดเพื่อจะก้มหน้ารับสภาพที่น่าสังเวชจากน้ำมือของผู้ชายที่ตัวเองหลงรักหมดใจให้ได้ แต่ดูเหมือนว่ามันจะยากเย็นเหลือเกินเพราะยิ่งหล่อนอ่อนแอ ยอมเขามากเท่าไหร่ รัชชานนท์ก็ยิ่งตอกย้ำความไร้ค่าของหล่อนด้วยวาจาเราะร้าย

“ม่าย... อย่าคิดว่าเธอไร้ค่านักสิ อย่างน้อยก็ควรจะดีใจที่เนื้อตัวของเธอยังขายทอดตลาดได้ตั้งสามแสนบาท...”

น้ำตาร่วงลงมาอาบแก้มนวล สาวน้อยกลั้นสะอื้นไว้สุดกำลังแต่ก็ไม่อาจจะเก็บมันเอาไว้ได้ ความเจ็บปวดที่รัชชานนท์สาดซัดเข้าใส่ทำให้หัวใจของหล่อนเลือดโซก ร่างบางที่ยืนนิ่งให้ชายหนุ่มที่มีร่างกายเป็นเทพบุตรแต่จิตใจเป็นอสูรกอดรัดอยู่เมื่อครู่นี้เริ่มดิ้นรน

“ปล่อยนะ... ปล่อยมีนเดี๋ยวนี้ ถ้าเกลียดกันนักจะมากอดกันทำไม...”

“ก็เพราะเกลียดยังไงล่ะ ถึงได้ทำอย่างนี้ ไม่มีผู้ชายคนไหนหรอกนะที่คิดจะจริงจังกับผู้หญิงน่ารังเกียจแบบเธอได้ นทิชา... เธอมันน่ารังเกียจ” ทุกคำพูดถูกบีบเค้นออกมาจากจิตวิญญาณ

“แต่ฉันก็ยังต้องการเนื้อตัวของเธอ ยังต้องการจะเข้าไปอยู่ในตัวเธอ อยากจะรู้นักว่าไอ้อดิเทพหน้าจืดมันยังจะต้องการเธออีกไหม หลังจากที่ฉันใช้งานร่างกายของเธอจนค่าเสื่อมติดลบ...”

ไอเย็นฉ่ำจากเครื่องปรับอากาศชั้นดีไม่ได้ดับความร้อนรุ่มด้วยเพลิงแค้นในใจของรัชชานนท์ลงได้เลย เขาจ้องมองสตรีในอ้อมแขนผ่านเลนส์ดำของแว่นด้วยความรังเกียจ

แม้จะปฏิเสธไม่ออกก็ตามว่าเจ้าหล่อนงดงามอย่างน่าทึ่งแม้จะอยู่ในสภาพเสื้อตัวโคร่งกับกางเกงขายาวรุ่มร่าม แถมผมสีดำหยักศกที่ยาวถึงกลางหลังยังยุ่งเหยิงอย่างไม่น่าให้อภัยนั่นอีก

แต่เขาก็ต้องการหล่อน...

โอ้ให้ตายสิ หล่อนกำลังจะทำให้เขาคลั่ง แม้จะคิดว่าหล่อนคือสาเหตุที่ทำให้น้องสาวต้องจบชีวิตลงด้วยอุบัติเหตุในวันนั้น แต่นทิชาก็งดงามจนเขาไม่อาจจะต้านทานเสน่หาความเป็นหญิงที่พริ้มเพราได้อีกต่อไป

คืนนี้เขาจะจัดการให้หล่อนเป็นของเขาอย่างไม่มีข้อแม้... และจากนั้นก็จะทรมานหล่อนด้วยวิธีที่เขาเฝ้าคิดมาตลอดเวลาหลังจากที่เห็นหน้าหล่อนที่มหาวิทยาลัย

“คุณนนท์หยาบคาย...”

ดวงตากลมโตเบิกกว้างกับคำพูดที่ไม่มีมูลความจริงของเขา กำลังจะอ้าปากปฏิเสธ แต่ก็ต้องตกใจมากยิ่งขึ้นกว่าเดิม เพราะใบหน้าหล่อกระชากลมหายใจของผู้ชายที่บอกเสมอว่ายังมองไม่เห็นก้มต่ำลงมาจนปลายจมูกโด่งเป็นสันของเขาชนเข้ากับแก้มนวลเข้าอย่างจัง

และประจุไฟฟ้ามากมายก็ลุกลามไปทั่วทั้งร่างกายจนสั่นสะท้าน เมื่อเขาประกบปากลงมาบดขยี้กลีบปากที่เผยอค้างของหล่อนด้วยความรุนแรง ปลายประสาทแข็งขึงจนแทบจะขาดผึงออกจากกัน

รสสัมผัสของรัชชานนท์นั้นเต็มไปด้วยความหิวกระหายที่ซ่อนเร้นและโทสะแรงกล้า ร่างบางถูกกอดรัดแนบแน่นจนอากาศก็ยากจะผ่านเข้าไปได้

หญิงสาวรู้สึกคล้ายกับตนเองลอยเคว้งอยู่นอกโลกกับความเร่าร้อนแผดเผาที่เขาเป็นคนก่อขึ้น และไม่ช้าร่างกายที่อ่อนด้อยประสบการณ์ก็ตอบสนองสัมผัสเจนจัดของคนตัวโตที่กำลังรุกรานทั้งปากและร่างกายของหล่อนอยู่ด้วยความเต็มอกเต็มใจ

“เธอหวานอย่างนี้นี่เอง... ไอ้อดิเทพมันถึงเลือกเธอ...”

ชายหนุ่มคำรามแทรกจุมพิต ใบหน้าดุดันน่าหวาดกลัว ขณะตะโบมจูบปากอิ่มที่เริ่มช้ำแล้วจากการบุกรุกที่ยาวนานของตนเองครั้งแล้วครั้งเล่า ความร้อนผ่าวจากริมฝีปากหยักของเขาทำให้เลือดในกายสาวเดือดพล่าน ถาโถมทะลักเข้าใส่ราวกับคลื่นทะเลคลั่ง

“คุณนนท์...อย่า...”

ร่างกายสะดุ้งจนตัวกระตุกเมื่อปลายลิ้นร้อนจัดบุกทะลวงเข้าไปในอุ้งปากหวานฉ่ำ ความพยายามที่จะต่อต้านให้หยุดสุดท้ายถูกรัชชานนท์เตะโด่งมันออกนอกกรอบความคิดไปจนหมดสิ้น ร่างอรชรเริ่มตอบสนองความจัดเจนของชายหนุ่มด้วยความไร้ประสบการณ์

“อย่าทำเหมือนกับว่ามันคือจูบแรกสิสาวน้อย...”

ชายหนุ่มพูดเสียงพร่า เมื่อถอนปากออกจากกลีบปากของผู้หญิงที่หวานที่สุดเท่าที่เขาเคยสัมผัสมาตลอดชีวิตสามสิบห้าปีเลยทีเดียว

รัชชานนท์สูดลมหายใจเข้าปอดช้าๆ คล้ายกำลังจะรวบรวมสติที่มันเตลิดเปิดเปิงไปตั้งแต่ปลายลิ้นได้สัมผัสกับความหอมหวานน่าคลั่งไคล้ของสาวน้อยในอ้อมแขน

เขาไม่เคยคาดคิดมาก่อนเลยว่า... ศัตรูตัวจ้อยที่คล้ายกับไม่มีทางต่อสู้อย่างนทิชา จะซ่อนพิษสงมากมายไว้ในเรือนร่างอรชรน่ากินของเจ้าหล่อนเอง

แววตายิ้มเยาะในสายตาคมกล้าสีนิลระยับทำให้หญิงสาวรู้สึกว่าตัวเองช่างไม่ต่างอะไรไปจากเศษดินที่ปลิวมาติดปลายเท้าของเขาเท่านั้น แค่สลัดเท้าแรงๆ หล่อนก็จะหลุดออกจากวงโคจรของเขาไปอย่างง่ายดาย

“คุณนนท์ใจร้ายที่สุด... มีนไปทำอะไรให้คุณคะ ถึงได้ทำกันแบบนี้...”

น้ำตาไหลพรากอย่างน่าสงสาร แต่คำว่าสงสารไม่เคยมีอยู่ในหัวใจของรัชชานนท์แม้แต่น้อย หากมันเกี่ยวข้องกับนทิชา ชายหนุ่มแสยะยิ้มเย็นชา

“อย่าร้องไห้สิคนสวย... ผมยังไม่ได้เริ่มต้นเลย...”

นิ้วแกร่งที่แข็งราวกับคีมเหล็กตรึงปลายคางมนเอาไว้แน่น บังคับให้แหงนเงยขึ้นมองใบหน้าของเขา สาวน้อยพยายามสะบัดหน้าหนี แต่ทุกครั้งที่พยายามต่อต้าน แรงบีบที่ปลายคางก็เพิ่มขึ้นทุกขณะจนหล่อนเจ็บร้าวไปทั้งใบหน้า

“มีนเกลียดคุณนนท์...”

รัชชานนท์ระบายยิ้มเหี้ยมออกมา “งั้นก็เสมอกัน เพราะฉันก็เกลียดเธอไม่น้อยไปกว่านี้หรอก หรือบางทีอาจจะมากกว่าที่เธอรู้สึกก็ได้นะ คนสวย... เลิกคิดต่อต้านฉันได้แล้ว เพราะคืนนี้เธอจะต้องรองรับความดิบเถื่อนของฉันทั้งคืนอย่างแน่นอน...”

“แต่มีนไม่ใช่ทาสของคุณนนท์นะคะ คุณนนท์จะทำอย่างนี้กับมีนไม่ได้ มีนไม่ยอม..”

พูดได้แค่นั้น หญิงสาวก็ต้องอ่อนระทวย เมื่อจูบของเขาประทับลงที่ซอกคอ ดูดเม้ม ซอนไซร้อย่างรุนแรงราวกับต้องการให้เนื้อนวลเจ็บแสบกับการรุกรานที่หักหาญน้ำใจนั้น

รัชชานนท์ตัวเครียดเขม็ง เมื่อร่างกายกำยำของเขาคล้ายถูกตรึงด้วยความปรารถนาแรงกล้า ความหิวกระหายสั่งให้เขาทำมากกว่าการลูบไล้และจุมพิต

แต่ไม่หรอก เขาจะไม่ทำอะไรที่จะทำให้แม่ผู้หญิงใจร้ายคนนี้ล่วงรู้เด็ดขาด ว่าตัวหล่อนมีอิทธิพลกับเขามากแค่ไหน เขาจะไม่มีวันยอมให้หล่อนมีความสุขเพราะความคิดที่ว่าเขาต้องการหล่อนอย่างเด็ดขาด

“แต่เธอเป็นยิ่งกว่าทาสเสียอีก... นทิชา และต้องให้ฉันบอกไหมว่าเธอเป็นอะไร...”

อ่านต่อเลย
ร่วมสนับสนุนนักเขียนเพื่อเป็นกำลังใจในการสร้างสรรค์ผลงานสุดสนุกต่อไป Moboreader
ปลดล็อกทุกตอน
ตอน
ปรับแต่ง
บทถัดไป
Minishorts Logo
อ่านนิยายออนไลน์ นิยายเว็บ และเรื่องราวโรแมนติกสุดฮิตบน MiniShorts พบกับนิยายโรแมนติกท่านประธาน นิยายแฟนตาซีมนุษย์หมาป่า ดราม่า และแฟนตาซี พร้อมคอนเทนต์ซีรีส์สั้นคัดสรรพิเศษที่สร้างจากเทรนด์เรื่องราวยอดนิยม
MiniShorts YouTube
©2026 MiniShorts All Rights Reserved. CHASINGTOP HK LIMITED