“อะ...อื้อ พะ...พี่มาร์คอย่าทำแบบนี้กับไวน์ค่ะ ยะ...อย่า อื้อ...” แล้วเสียงพูดของคนตัวเล็กก็ถูกกลืนหายเข้าไปในลำคอ เธอแค่จะเข้ามาดูเขาเท่านั้นเอง เห็นแม่บอกว่าเขาดื่มหนักมาจากข้างนอก แต่พอเข้ามาเขาก็คว้าเธอลงไปยังเตียงแล้วคร่อมทับ ทุกอย่างมันเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว
“อ่า...อื้อ” เสียงครางอู้อี้ดังลอดจากริมฝีปากทั้งสอง จูบร้อนรุ่มของมโนภฤศฉุดกระชากลมหายใจของวรนิษฐ์ไปอย่างจำยอม จูบแรกของเธอถูกเขาฉกฉวยโอกาสไปอย่างง่ายดาย หล่อนพยายามดิ้นขัดขืนหนีจากใต้ร่างใหญ่ แต่ไม่เป็นผล เสื้อผ้าของเธอถูกเขาปลดเปลื้องหลุดลุ่ยออกอย่างรวดเร็ว
“อ่า...แพร ผมคิดถึงคุณ” เขาผละปากหนาออกจากปากเธอพร้อมครางเรียกชื่อหญิงอื่น หัวใจหล่อนจุกเจ็บแปลบ ดันเขาออกห่างแต่ไม่ได้ผล เขาจับข้อมือเธอกดตรึงไว้ข้างลำตัวพร้อมกับใบหน้าหล่อของเขาซุกไซ้ลงมายังซอกคอระหงของเธอ
“อ่า...ไม่ไหวแล้ว ขอนะทูนหัวของผม อ่า...” คนเมาไม่ได้สติมองคนใต้ร่างเป็นหน้าแพรไหม แฟนสาวที่รักของตน มาร์ค หรือมโนภฤศ พันแสงเดือน วัย 36 ปี เขาเดินทางมาทำธุระให้พ่อของเขาที่สวีเดน พอทำธุระเสร็จเขาก็ดื่มผ่อนคลาย แต่ดื่มจนเมามายจ้างคนมาส่งที่บ้านพักของท่านทูตทรงพล เพื่อนรักของพ่อของตน
“แพร...” น้ำเสียงแหบแห้งครางพร่าแล้วจ้องมองหน้าสวยของคนที่ตนปล้ำจูบทาบทับ ตอนนี้มันไม่ใช่หน้าของแพรไหม แฟนสาวของตน เขาจึงสะบัดหัวแรงๆ มองใหม่อีกครั้งเป็นวรนิษฐ์ เรืองกระจ่าง หรือไวน์ วัย 25 ปี ลูกสาวของเพื่อนพ่อเขานั่นเอง เขาเคลื่อนตัวออกจากร่างเล็กใต้ร่างทันที เมื่อเริ่มมีสติและแทบจะสร่างเมา
“เข้ามาในห้องพี่ได้ยังไงไวน์” เขาลุกขึ้นหันหลังให้เธอเมื่อไม่อยากมองร่างกึ่งเปลือยของน้องน้อย
“พะ...พี่มาร์ค” เธอเอ่ยเสียงแผ่วพร้อมกับดันตัวเองลุกขึ้นจากเตียงของเขาแล้วก้าวลงจากเตียงจัดเสื้อผ้าของตัวเองจะออกไปจากห้อง แต่แล้วก็ถูกเขาคว้าเอวเล็กรั้งไว้แล้วเหวี่ยงกลับไปยังเตียงอีกครั้ง
แม่งเอ้ย!
เขาสบถหยาบออกมาเมื่อตอนนี้อารมณ์ของเขามันกู่ไม่กลับแล้ว เขาตื่นตัวปวดร้าวและต้องการใครสักคนมารองรับความเจ็บปวดที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ และตอนนี้มีเพียงวรนิษฐ์เท่านั้นที่จะช่วยตนได้ แม้จะไม่ชอบหน้า ไม่ชอบที่เธอมักมาวุ่นวายกับตน แต่นาทีนี้ต้องพึ่งหล่อน
ว้าย!
“พะ...พี่มาร์คจะทำอะไรคะ ปะ...ปล่อยไวน์นะคะ ไวน์ไม่ใช่แฟนพี่ ไวน์มะ...อ่า...อื้อ” แล้วปากน้อยก็ถูกบดกระแทกจูบอีกครั้ง เรียวลิ้นสากของมโนภฤศสอดแทรกไปในโพรงปากเล็กเพื่อควานกลืนกินความหวานในโพรงปากเล็ก ปากหนาและเรียวลิ้นสากกระทำอุกอาจไม่อาจหยุดยั้งการกระทำตัวเองได้ตอนนี้ เสื้อผ้าของเธอที่แต่งกลับเข้าไปใหม่ก็ถูกกระชากหลุดออกอีกครั้ง เพียงเวลาไม่นานเธอก็เปลือยกายให้เขาได้คร่อมทับ
“อ่า...หวานเหลือเกิน ปากไวน์หวานมาก” เขาผละออกมาเอ่ยเสียงพร่าพร้อมกับสองมือใหญ่กอบกุมเต้าเต่งตึงที่อวดโชว์ตรงหน้าตน
“อ่ะ...เจ็บนะพี่มาร์ค พอได้แล้ว อย่าทำกับไวน์แบบนี้ อ่า...เจ็บ อื้อ...” เธอจับมือใหญ่ที่บีบนวดหน้าอกตนให้หยุด แต่ยิ่งห้ามเขายิ่งบีบแรง
“เธอเข้ามาหาพี่เองนะไวน์ ไม่ใช่ว่าอยากได้พี่เหรอถึงมาหาพี่เวลาแบบนี้ และตอนนี้พี่ก็ดื่มมาด้วย พี่คงหยุดไม่ได้หรอกนะ เพราะตอนนี้พี่มีอารมณ์แล้ว พี่ต้องปลดปล่อย” น้ำเสียงทุ้มแหบพร่าเปล่งลอดออกมาจากริมฝีปากหนากระด้างของคนตัวโต คำพูดของเขามันทำให้เธอเจ็บปวดจนต้องดิ้นสุดแรงเกิดเพื่อหาทางเอาตัวรอดไปจากสถานการณ์นี้
“อือ...ปล่อยนะ พี่มาร์คไม่มีสิทธิ์มาทำแบบนี้กับไวน์ ไวน์ไม่ได้ต้องการ อ่ะ...อื้อ เจ็บนะ” เธอถีบเท้ายันตัวเองหนีจากใต้ร่างใหญ่ แต่ไปไหนไม่รอด สองมือใหญ่หยาบกร้านยังคงขยุ้มขยำหน้าอกของเธอ เขาไม่ถนอมเธอเลย เธอเจ็บทุกครั้งที่เขาบีบเต้าตนจนรู้สึกว่ามันจะแตกคามือเขาเสียให้ได้
หึ!
มโนภฤศแสยะยกยิ้มมองสาวใต้ร่างแล้วก็เอ่ยออกมา
“พี่ไม่มีสิทธิ์ก็จริง แต่ไวน์แจ้นมาเสนอให้พี่ถึงห้องเอง อีกอย่างไม่ใช่ว่ารักพี่เหรอ ไม่ใช่ว่าต้องการพี่อยู่แล้วเหรอไวน์” เขาบอกหล่อนแล้วก็บดปากหนาไปกับกลีบปากอวบอิ่มสีระเรื่อที่กำลังจะโต้ตอบตนกลับ มโนภฤศรู้สึกชอบโพรงปากน้อยของน้องน้อยใต้ร่างเหลือเกินตอนนี้ เขาชอบที่มันหวานและน่าค้นหา เรียวลิ้นสากลากไล้ไปในโพรงปากเล็กกอดเกี่ยวรั้งเรียวลิ้นเล็กหยอกเย้า
“อ่ะ...อื้อ” เสียงครางดังลอดออกมาจากริมฝีปากที่บดกระแทกจูบกัน มือใหญ่ก็นวดเต้าอวบหยุ่นพอดีมือตน มันนุ่มนิ่มจนเขาหลงใหลจนไม่อยากผละมือสากกร้านตัวเองออก ปากหนาเคลื่อนผละจากปากอวบอิ่มจูบไล้มายังซอกคอระหงแล้วเคลื่อนมาขบเม้นเนินอกอวบอูม
“อือ...มะ...ไม่นะพี่มาร์ค อย่าทำแบบนี้กับไวน์ อ่ะ...อ่อย” ตอนนี้ในหัวของวรนิษฐ์ขาวโพลนไปหมด ร่างกายที่ดิ้นต่อต้านก็อ่อนระทวยไปกับรสจูบดุดันเห็นแก่ตัวของคนเหนือร่าง
“ตอนนี้คงไม่ได้แล้ว หยุดไม่ได้แล้ว ไวน์กำลังแฉะให้พี่” เขาพูดพลางลูบมือเสียดสีไปกับเนินสวาทอวบอูมกลางหว่างขาของหล่อนที่เขาปลดเปลื้องกางเกงชั้นในและกางเกงซับในของเธอออกอย่างรวดเร็ว หล่อนใส่ชุดเดรสตัวยาวเลยง่ายต่อการถอดของเขา
“อะ...อย่าทำแบบนี้พี่มาร์ค อ่า...อื้อ เอามือออกไปนะคะ” เธอบิดขาทั้งสองข้างตัวเองพาดไขว้ปิดความเป็นสาวที่มือหนาของเขาวนเวียนอยู่ แต่เขาก็ใช้มือทั้งสองข้างดึงขาเล็กแยกกว้างออกจากกันโดยมีเขาแทรกตัวอยู่กลางหว่างขาของหล่อน
“พี่กำลังจะทำให้ความต้องการของไวน์เป็นจริงยังไงล่ะ ต้องการไม่ใช่เหรอ ต้องการให้พี่ทำแบบนี้ไม่ใช่เหรอไวน์” น้ำเสียงทุ้มห้าวดังขึ้นพร้อมกับมือใหญ่ลูบไล้ไปมากับความเป็นสาวอวบอูมสวยงาม มันสวยมาก โหนกนูนน่ากระแทกเร่า และมีสนามหญ้าเป็นหย่อมเล็กน้อยที่เนินสวาท
“อ่ะ...ยะ...อย่านะพี่มาร์ค อย่าทำแบบนี้กับไวน์ ไวน์ไม่ต้องการแบบนี้”
“แล้วรักพี่ทำไมล่ะ รักทั้งๆ ที่รู้ว่าพี่ไม่ได้รักเรา ไม่ชอบเรา รักทั้งๆ ที่รู้ว่าพี่มีคนที่พี่รักอยู่แล้ว แต่ไหนๆ ก็ไหนๆ แล้ว พี่จะสนองให้จะได้เลิกยุ่งกับพี่สักที” น้ำเสียงห้าวทุ้มเปล่งพร่าดังออกมาพร้อมกับปลดกระดุมกางเกงตัวเองพร้อมรูดซิปกางเกงสแล็คตัวเองลงเล็กน้อยแล้วล้วงไปในกางเกงนำความแข็งร้อนของตนออกมาข้างนอก
“มะ...ไม่นะ ไวน์ไม่ต้องการแบบนี้พี่มาร์ค” เธอดิ้นถอยหนีเมื่อเห็นว่าตอนนี้เขาได้นำความใหญ่โตออกมา เธออ้าปากค้างตกตะลึงไปกับความใหญ่โตของเพศชาย ไม่อยากเชื่อว่ามันจะใหญ่ขนาดนี้ เธอพยายามดิ้นถอยหนีจนหัวไปชนหัวเตียงแล้วขาทั้งสองก็ถูกมือใหญ่จับดึงลากกลับไปหาเขาอีกครั้ง
“พี่จะสนองให้ไม่ดีใจเหรอไวน์” เขาพูดพร้อมกับเสียดสีท่อนเอ็นดุ้นร้อนอวบใหญ่ตัวเองที่ตื่นเต็มตัวและตามท่อนเนื้อก็เต็มไปด้วยเส้นเลือดฝอยขดตัวตามลำกายแข็งใหญ่ของตน เสียดสีถูไถไปตามกลีบสวาทฉ่ำแฉะ แล้วเคลื่อนตัวไปคร่อมทับปิดปากน้อยของเธออีกครั้ง ด้วยความหวานที่ได้ลิ้มรสทำให้อยากจูบอีกครั้ง
“อ่ะ...อื้อ” เสียงครางกระเส่าดังลอดออกมาจากริมฝีปากของทั้งสองอีกครั้ง และครั้งนี้เธอก็ดิ้นหนีไม่ได้เมื่อเขากดข้อมือเธอไว้ทั้งสองข้างพร้อมกับหน้าท้องแบนราบเปลือยมีความอุ่นร้อนของเขาบดเบียดถูไถตามร่างเขาที่เคลื่อนไหวเหนือร่างเธอ
“อ่า...หวานเหลือเกินไวน์ ไม่อยากเชื่อว่าจะปากหวานขนาดนี้ อืม...” เขาผละออกมาละเลียปลายลิ้นไปกับริมฝีปากสวยระเรื่อของหล่อนพร้อมกับโน้มลงไปซบซุกไซ้ซอกคอระหง กัดดึงติ่งหูเล็กแล้วเคลื่อนไถมายังแอ่งชีพจรที่เคลื่อนไหวขึ้นลงตามแรงหอบหายใจของเจ้าของร่างเปลือยใต้ร่าง
“อ่า...พะ...พอได้แล้วพี่มาร์ค อย่าทำแบบนี้กับไวน์ อ่ะ...อื้อ” ปากห้ามแต่ร่างกายกลับเผลอแอ่นเด้งเร่ายกขึ้นเบียดไปกับร่างใหญ่เหนือร่าง สองเต้าอวบหยุ่นเบียดไปกับหน้าอกแกร่งพร้อมกับที่เขาเคลื่อนเอวสอบนำเอ็นเนื้อร้อนมาบดเบียดหยอกเย้ากับความเป็นสาวฉ่ำแฉะของหล่อนไปมา
“อ่า...แน่ใจว่าให้พี่หยุด อ่ะ...อื้อ”
“กรี๊ด! เจ็บ!” เธอดิ้นบิดเอวเล็กส่ายหนีความใหญ่โตที่กระแทกเข้ามาในร่างตัวเองทันที เธอเจ็บร้าวกลางลำตัวเมื่อเขาสอดแทรกเข้ามาฝากกายในร่างคับแน่นที่ไม่เคยผ่านการใช้งานมาก่อน น้ำตาไหลอาบล้นออกทางหางตาด้วยความทรมาน
“โอว์...ไม่อยากเชื่อว่าจะบริสุทธิ์”
แม้จะมั่นใจว่าน้องน้อยบริสุทธิ์ตั้งแต่เขาเริ่มรุกเร้าหล่อนแล้ว เพราะหล่อนจูบตอบไม่เป็นและไร้เดียงสา และเมื่อได้สอดกายจ้วงลึกเข้าหาครั้งเดียวสุดโคนเอ็นเนื้อก็ยิ่งทำให้เขาตื่นเต้นเมื่อได้ผ่านพรหมจรรย์ของหล่อนมา หัวใจของมโนภฤศเต้นเร่าผิดจังหวะอย่างบอกไม่ถูกพร้อมกับรั้งร่างเล็กใต้ร่างขึ้นมากอดแนบแน่นและจูบหางตาที่เปรอะเปื้อนน้ำตาปลอบประโลม
“ชูว์...ผ่อนคลายเด็กน้อยของพี่ อ่า...ผ่อนคลายนะ มันจะไม่เจ็บถ้าไวน์ไม่ดื้อรั้นไม่ขัดขืน พี่จะค่อยๆ เป็นค่อยๆ ไป อ่า...เชื่อพี่ ไวน์เองก็ต้องการพี่ตอนนี้ อ่า...ไม่ไหวแล้ว ไวน์กำลังทรมานพี่ตอดรัดพี่แรงมาก ผ่อนคลายนะ ทำตามคล้อยตามพี่ พี่จะเริ่มแล้ว อืม...” ร่างใหญ่ไหวโยกเคลื่อนไหวบดเร่าเข้าออกในความคับแน่นของน้องน้อย
“อือ...อา” วรนิษฐ์ปล่อยเสียงครางกระเส่าดังออกมาเมื่อทำตัวคล้อยตามเขาไม่เกร็ง ผ่อนคลายอย่างคนตัวโตบอก เรียวแขนเล็กก็ยกขึ้นโอบกอดร่างใหญ่ที่คร่อมทับตนเองไปด้วย และเผลอตัวแอ่นเด้งเร่าไปกับจังหวะเร่าร้อนของบุรุษ
“อ่า...ไม่เจ็บแล้วใช่ไหม พี่รับรู้ได้ว่าไวน์ อ่า...แน่นเป็นบ้าเด็กน้อย อูว์...”
พั่บ! พั่บ! พั่บ!
“อ่ะ...อื้อ” เธอไม่ตอบเขาแต่ครางกระเส่าซ่านไปกับจังหวะเคลื่อนไหวเสียดสีเร่าร้อนของเอวสอบที่สอดแทรกกระแทกดุดันจนเธอได้ยินเสียงเนื้อของเขาและเธอกระทบกระทั่งกัน ใบหน้าสวยเปื้อนแดงระเรื่อขึ้นพร้อมกับเหงื่อไคลอาบซึมตามแก้มนวลเนียน น้ำตาแห้งเหือดหยุดไหลเมื่อตอนนี้ความเจ็บปวดทรมานก่อนหน้านี้ได้มีความรู้สึกร้อนวาบหวามเข้ามาแทนที่
“อ่า...เห็นไหมว่าไวน์น่ะต้องการพี่ ชอบพี่ก็ต้องเจอแบบนี้แหละเด็กน้อย จำไว้อย่ามายุ่งมาอ่อยพี่อีก ไม่งั้นจะโดนทำแบบนี้ อ่า...แน่นเป็นบ้า” เขาบอกหล่อนแล้วก็เคลื่อนไหวต่อเนื่องเพื่อนำพาตัวเองและหญิงสาวไปให้ถึงความสุข เอวสอบเด้งเร่าบิดควงส่ายโยกกดแนบคลึงหนักหน่วง
วรนิษฐ์แทบล้มทั้งยืนเมื่อดูที่ทดสอบตรวจการตั้งครรภ์สามอันที่ซื้อมาตรวจและสามยี่ห้อ เธอมองแล้วมองอีกแทบล้มทั้งยืน มันเกิดขึ้นกับเธอได้ยังไง แค่คืนเดียวมันไม่น่าจะติดลูกได้เร็วขนาดนี้ เธอนั่งทรุดเข่ากับพื้นปิดหน้าร้องไห้แล้วมองที่ทดสอบการตั้งครรภ์อีกครั้ง
อึก! ฮือๆๆๆ
“พี่มาร์ค อึก! จะรู้ไหมว่าไวน์ท้อง ฮือๆๆ”
เธอร้องไห้พึมพำกับตัวเอง ตั้งแต่วันนั้นเช้ามาเขาก็เดินทางกลับประเทศไทยและไม่ติดต่อกลับมาอีกเลย และเรื่องของเธอกับเขาในคืนนั้น เขาก็ไม่พูดถึง เขาทำเหมือนกับว่ามันเป็นเรื่องปกติไม่ได้สำคัญอะไร แต่สำหรับผู้หญิงอย่างเธอ ผู้หญิงที่แอบรักพี่ชายลูกชายของเพื่อนรักพ่อมาตลอดตั้งแต่วัยเด็ก มันคือความสุขที่ได้มอบสิ่งมีค่าของลูกผู้หญิงให้เขา
“ไวน์จะไปหาพี่ จะไปบอกเรื่องลูกของเรา อึก! ฮือ”
เธอยกมือเรียวปาดน้ำตาพร้อมลูบท้องเล็กตัวเองไปมา อีกไม่นานท้องคงโตและทุกคนก็จะรู้ว่าเธอกำลังท้อง เธอลุกขึ้นยืนอย่างเข้มแข็งเพื่อไปเก็บกระเป๋าและติดต่อไปหามโนภฤศเพื่อบอกเขาว่าเธอจะเดินทางไปหาเขาที่เมืองไทย แต่พยายามติดต่อเท่าไหร่ก็ไม่มีการตอบรับ เขาไม่รับสายเธอที่โทรข้ามประเทศไปหาเขาเหมือนตลอดหนึ่งเดือนที่ผ่านมา
“พี่มาร์คไม่รักไวน์ไม่เป็นไร แต่ไวน์รักพี่มาร์ค ไวน์จะไปหาและอยากรู้จังถ้าพี่รู้เรื่องลูก พี่จะดีใจหรือเสียใจกันนะ” เธอบอกตัวเองแล้ววางโทรศัพท์ในมือไว้แล้วเดินไปหยิบกระเป๋าเดินทางใบใหญ่ของตนมาเก็บเสื้อผ้า
ประเทศไทย จังหวัดเพชรบูรณ์
ณ ไร่พันแสงเดือน ไร่สตรอว์เบอร์รีที่มีพื้นที่นับ 500 ไร่ และมีพื้นที่กว้างออกไปตามภูเขา และภูเขาใหญ่หลังบ้านก็เป็นเหมือนสมบัติของครอบครัวเขา บ้านเรือนไทยหลังใหญ่ประยุกต์กลางไร่สตรอว์เบอร์รีกำลังมีเจ้าของบ้านและแฟนสาวที่กำลังเล่นรักกันบนเตียงนุ่ม
“อือ...ไม่เอานะคะมาร์ค แพรเหนื่อยแล้ว” เสียงแฟนสาวเอ่ยกระเง้ากระงอดเล็กน้อยเมื่อมือใหญ่ของแฟนหนุ่มกำลังซุกซน
“นะครับแพร ขออีกรอบนะ” เขาบอกเธอพร้อมกับเคลื่อนตัวคร่อมทับหล่อน
“มาร์คน่ะ หื่นเกินไปแล้วนะคะ แพรไม่ไหวแล้วนะคะ”
“แต่ผมไหว วันนี้ผมอยู่ในไร่ทั้งวันเลย เหนื่อยมากด้วย ขอกำลังใจอีกนิดนะ”
“ไม่แล้วมาร์ค แพรไม่ไหวแล้ว อีกอย่างแพรต้องกลับบ้านแล้วนะคะ เดี๋ยวแม่ของแพรจะว่าเอาได้ค่ะ”
“ท่านรู้ว่าคุณมาอยู่กับผม ท่านไม่ว่าหรอก อีกหน่อยเราก็จะแต่งงานกันแล้วนะแพร” เขาบอกแฟนสาว
“แล้วเมื่อไหร่คะ คุณย่ากับคุณพ่อของคุณไม่ชอบแพร แล้วเราจะได้แต่งงานกันจริงๆ เหรอคะ”
“คุณก็ลองท้องสิ ปล่อยตัวเองท้อง ยังไงคุณย่ากับพ่อของผมก็ต้องยอมรับคุณ”
“แต่มาร์คคะ แพรยังไม่อยากมีลูกตอนนี้ แพรยังไม่พร้อม” เธอบอกแฟนหนุ่ม
“ทำไมล่ะแพร ผมอายุเยอะแล้วนะ และผมอยากมีลูกกับคุณนะแพร” เขาบอกหล่อน
“แต่แพรยังอยากให้เราอยู่กันสองคนก่อนค่ะถ้าแต่งงานกัน แล้วเรื่องลูกเราค่อยมีตอนไหนก็ได้”
“ครับ สรุปคุณจะกลับใช่ไหม” เขาถามพร้อมเคลื่อนตัวไปนอนข้างๆ แทน
“งอนแพรเหรอคะ ไม่งอนนะคะ” เธอขยับตัวมานอนเกยทับบนอกของเขาพร้อมจูบที่หน้าอกเขาหนึ่งที
“ไม่ครับ แพรแต่งตัวเถอะ ผมจะไปส่งคุณที่บ้านเอง” เขาบอกแฟนสาว
“ค่ะ แพรรักมาร์คนะคะ”
“ผมก็รักแพรครับ” เขาบอกหล่อนแล้วลุกขึ้นลงจากเตียงไปแต่งตัวเหมือนกัน ตอนนี้เพิ่งจะสามทุ่ม
เช้าวันใหม่มาทักทาย อากาศแจ่มใสแต่เช้า แดดแรงแต่เช้า เมื่อเดินมายังชานของเรือนไทยที่เป็นเหมือนที่ชมบรรยากาศของไร่พันแสงเดือนแล้วก็ต้องยิ้มกับภาพตรงหน้าเมื่อตอนนี้เหล่าคนงานกำลังทำงานกันในไร่ มีเสียงร้องดังตะโกนข้ามหากันดูคึกคักทำให้มุมปากเหี่ยวย่นของคนวัย 72 ปี ยกยิ้มตามภาพที่เห็น
“คุณแม่ตื่นเช้าจังเลยนะครับวันนี้” เสียงแหบแห้งตามวัยของมนัสวินเอ่ยทักทายคุณแม่ที่รักของตนในตอนเช้า
“อือ...ก็บรรยากาศที่บ้านเราดีนี่ ว่าแต่เราเถอะพ่อวิน ไปไหนมาแต่เช้าฮึ” นางสะอางถามลูกชายคนเดียวของนางที่เป็นหม้ายเมียตายจากไปตั้งแต่คลอดหลานตัวดีอย่างมโนภฤศให้นางได้เลี้ยงดู
“ไปรับหนูไวน์ ลูกของทรงพลมาน่ะครับแม่ หนูไวน์ไหว้คุณย่าสิลูก นี่แม่ของลุงเอง” เขาบอกพร้อมกับแนะนำคนที่ยืนด้านหลังตนเองให้กับแม่ที่รักได้รู้จัก
“สวัสดีค่ะคุณย่า” เธอยกมือไหว้ท่าน แม้จะไปอยู่สวีเดนตั้งแต่เด็กแต่เธอไม่เคยลืมประเพณีไทยบ้านเกิดตัวเอง
“อือ...หนูไวน์ลูกพ่อทรงพลกับแม่ลินดานั่นเรอะพ่อวิน โตขนาดนี้แล้วเหรอลูก สวยน่ารักมาก” นางยิ้มอ่อนโยนเอ็นดูเด็กสาวเมื่อนึกถึงครั้งที่เคยเห็นเธอตอนเด็ก
“คนนั้นแหละครับ หนูไวน์เพิ่งเดินทางมาเหนื่อยๆ ผมพาหนูไวน์ไปพักผ่อนก่อนนะครับ”
“แล้วห้องหับจัดไว้ให้หนูไวน์หรือยังล่ะพ่อวิน”
“ผมให้คนจัดไว้ตั้งแต่วันก่อนแล้วครับแม่ ผมให้เด็กจัดห้องติดกับห้องไอ้มาร์คนั่นแหละ” เขาบอกท่าน
“อือ...ไปเถอะ หนูไวน์มาเหนื่อยๆ ไปพักผ่อนเถอะลูก ย่าเองก็จะไปดูในครัวว่ามีอะไรทานมั่งเช้านี่ แล้วพ่อมาร์ค ลูกชายตัวดีเราล่ะ ตั้งแต่เช้าแม่ยังไม่เห็นเลย” นางถามถึงหลานชายตัวดี
“ก็คงไปหาแฟนมันนั่นแหละครับแม่ มันหลงแฟนมันจะตาย”
มนัสวินพูดแล้วก็กัดกรามเล็กน้อยเมื่อนึกถึงหน้าแฟนลูกชาย เขาไม่ชอบ ไม่ถูกชะตากับเด็กคนนั้นเสียเลย ไม่รู้อะไรดลใจให้ลูกชายเขารักนักรักหนา
ใบหน้าสวยเปื้อนยิ้มของวรนิษฐ์เปลี่ยนเป็นบึ้งตึงทันทีเมื่อได้ยินบทสนทนาของทั้งสองฝ่าย
“ว่าแต่หนูไวน์ทานข้าวเช้ามารึยังลูก” สะอางถาม
“คุณลุงพาหนูแวะทานก่อนจะมาที่ไร่แล้วค่ะคุณย่า” เธอตอบท่าน
“อือ...งั้นย่าไม่กวนแล้ว ไปพักผ่อนเถอะลูก ว่าแต่จะมาอยู่นี่กี่วันกันลูก” นางถามกลับ
“ยังไม่รู้เหมือนกันค่ะ ว่าจะมาลองสมัครงานที่ไร่ของคุณลุงวินและคุณย่าดูค่ะ”
“หืม! หนูไวน์พูดเล่นอีกแล้ว ไปพักเถอะ เดี๋ยวลุงพาไปดูห้อง อีกอย่างพ่อกับแม่เรากำชับนักกำชับหนาให้ลุงดูแลหนูไวน์อย่างดี” มนัสวินก็แปลกใจเหมือนกันที่อยู่ๆ วรนิษฐ์อยากมาพักผ่อนที่ไร่ของตน
“ก็ไวน์ว่างงานตั้งแต่เรียนจบ พอจะทำงานคุณแม่กับคุณพ่อก็ไม่ยอมให้ไปสมัครงาน บอกว่าให้พักก่อน จนตอนนี้หนูจบมาได้สามปีแล้วค่ะ ยังไม่ได้ทำงานเลย ที่เรียนมาก็ลืมหมดแล้วมั้งตอนนี้” เธอบอกติดตลก
“งั้นถ้าอยากทำงานก็ทำได้ เดี๋ยวลุงจะหางานที่เหมาะกับเราให้ทำ แต่ต้องถามพี่มาร์คเขาก่อนว่ามีตำแหน่งไหนว่างให้หนูไหม”
“พูดกันอยู่นี่แหละ แล้วเมื่อไหร่จะได้พักผ่อน ไปได้แล้วพ่อวินพาหลานไปพักผ่อนได้แล้ว” สะอางเอ่ยไล่พร้อมกับเดินเข้าไปในบ้านเพื่อจะไปดูในครัวว่าเช้านี้มีอะไรทานบ้าง ส่วนมนัสวินกับวรนิษฐ์ก็พากันเดินเข้าบ้านไปเหมือนกัน แต่ไปอีกทาง และมีเด็กรับใช้อีกคนที่ลากกระเป๋าเดินตามไปด้วยเช่นกัน
ด้านมโนภฤศที่ออกไปไร่แต่เช้า ดูปุ๋ยหมักที่โรงหมักปุ๋ยและโรงงานอบสตรอว์เบอร์รีของตนเองที่อยู่อีกมุมหนึ่งของไร่ก็กลับมาบ้านในตอนบ่ายโมง เพราะต้องกลับมาอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าเพื่อจะไปหาแฟนสาวในเมือง แพรไหมเป็นเจ้าของร้านคาเฟ่เล็กๆ ในเมือง เมื่อก่อนเธอทำงานออฟฟิศในกรุงเทพฯ แต่ลาออกมาเปิดร้านคาเฟ่ที่บ้าน เนื่องด้วยระบบการท่องเที่ยวของจังหวัดดีและเป็นที่นิยมของผู้คนด้วยที่จะเดินทางมาเที่ยวเขาค้อ
“ป้าพร ห้องนี้ใครมาอยู่ครับ ผมเห็นคุณพ่อให้มาทำความสะอาดห้องให้วันก่อนน่ะ” เขาถามป้าพรที่เพิ่งเดินออกมาจากห้องข้างๆ ตน ก่อนจะบิดลูกบิดประตูเปิดเข้าห้องตน
“อ้อ...ลูกสาวของเพื่อนคุณวินน่ะคุณมาร์ค หนูไวน์ น่ารักมากเลยค่ะ” คำตอบของป้าพรแม่บ้านเก่าแก่คู่หูของคุณย่าตนเอ่ยตอบกลับมาทำให้เขานิ่งอึ้ง เพราะคนที่ไม่คิดว่าจะได้เจออีกกลับมาอยู่ห้องข้างๆ ของตน
“ไวน์ เธอมาอยู่ที่นี่ตั้งแต่เมื่อไหร่ครับ” เขาถามท่านกลับ
“เมื่อเช้าค่ะ คุณวินไปรับหนูไวน์มาเมื่อเช้าค่ะ ถ้าไม่มีอะไรแล้วป้าพรไปก่อนนะ เดี๋ยวคุณท่านจะรอค่ะ” นางตอบแล้วเดินจากไป ทิ้งให้มโนภฤศยืนนิ่งอยู่หน้าห้องตนและมองไปยังประตูห้องข้างๆ ที่ปิดสนิท ก่อนจะเดินมาหน้าห้องของแขกที่มาอยู่ข้างห้องตนแล้วยกมือขึ้นเคาะประตูสามครั้งติดต่อกันดังๆ
ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!
ด้านเจ้าของห้องเมื่อได้ยินเสียงเคาะประตูห้องก็รีบลุกเดินมาเปิดประตูห้องทันทีด้วยคิดว่าเป็นป้าพรที่เพิ่งนำขนมตาลมาให้กลับมาอีก แต่พอเปิดประตูออกกว้างก็เห็นคนที่ตนเองคิดถึงและตั้งใจมาหายืนอยู่หน้าห้อง สาวเจ้าก็โถมกายเข้าโอบกอดเขาแน่นทันที ส่วนคนที่โดนจู่โจมแบบไม่ทันตั้งตัวก็ดิ้นขัดขืนดันเธอออกห่าง
“ปล่อยพี่ก่อนไวน์ ปล่อยพี่ก่อน เดี๋ยวใครมาเห็นเข้ามันไม่ดี” เขาดิ้นและดันเธอออกห่างและเธอก็ยอมปล่อย
“ก็ไวน์คิดถึงพี่มาร์ค ทำไมคะ ทำไมไม่รับสายไวน์เลยตั้งแต่กลับมา ไวน์เป็นมะ...อื้อ...”
“ไปคุยกันในห้อง”
เขายกมือขึ้นปิดปากเธอเมื่อเธอจะพูดสิ่งที่เขาไม่อยากได้ยินออกมาพร้อมดันเธอเข้าไปในห้องและปิดล็อกประตูเรียบร้อย ก่อนจะปล่อยมือเธอ
“ทำไมคะ ก็ไวน์เป็นเมียพี่มาร์ค ยังไงทุกคนก็ต้องรู้” เธอบอกเขาทันทีเมื่อปากเป็นอิสระ
“แต่พี่ไม่ได้รักไวน์ และพี่ก็มีแฟนแล้ว เธอเลิกยุ่งกับพี่สักทีได้ไหม”
“ไม่มีทาง ไวน์ไม่มีทางเลิกยุ่งกับพี่มาร์ค พี่เป็นของไวน์แล้ว และไวน์ก็เป็นเมียพี่แล้ว พี่ต้องรับผิดชอบ” เธอตอบอย่างคนดื้อดึง
หึ!
มโนภฤศแค่นยิ้มแล้วเดินไปทิ้งตัวนั่งยังเตียงนุ่มของเธอแล้วพูดตอบกลับ
“ถ้าต้องรับผิดชอบ พี่คงมีเมียเป็นร้อยคนแล้วไวน์ อย่ามาโลกสวย แค่นอนด้วยกันเอากันครั้งเดียว มันไม่ได้ทำให้พี่เรียกเธอว่าเมียหรอกนะไวน์ อีกอย่างพี่ไม่ได้คิดอะไรกับเธอด้วย ที่ทำไปวันนั้นเพราะอยากสั่งสอนเธอและเห็นว่าเธออยากได้เลยสนองให้ เธอควรดีใจที่พี่สนองให้นะไวน์ แล้วเก็บของกลับสวีเดนไปซะ! อย่ามาอยู่ให้รกหูรกตาน่ารำคาญที่ไร่ของพี่ อยู่ไปก็ไม่มีประโยชน์หรอก”
“ไวน์ไม่กลับ ไวน์จะอยู่ที่นี่ พี่มาร์คต้องรับผิดชอบไวน์ก่อนที่ท้องไวน์จะโต” เธอตอบกลับเสียงดังพร้อมเดินมายืนตรงหน้าเขา
“ว่าไงนะ?” เขาเลิกคิ้วสงสัยในคำพูดของหล่อนพร้อมกับแหงนหน้าขึ้นมองจ้องดวงตาแข็งกร้าวของเธอที่จ้องมายังตนเหมือนกัน
“พี่มาร์คต้องรับผิดชอบไวน์ก่อนที่ไวน์จะท้องโต ตอนนี้ไวน์ท้องค่ะ”
เธอบอกเขาให้กระจ่าง ด้านคนที่ได้ฟังถึงกับมึนตึ้บไปหมด อยากจะล้มตัวลงนอนให้มันเป็นเพียงฝัน คนที่เขาอยากให้อุ้มท้องลูกของเขากลับไม่ยอม คนที่เขาแสนชังแสนเกลียดไม่ชอบหน้ากลับอุ้มท้องลูกของเขา ให้ต่ายสิ ทำไมวันนั้นเขาพลาดได้ เขาพลาดถึงขั้นให้เธอมีลูกมาต่อรองเข้ามาในชีวิตเขาได้ยังไง
“พี่จะแน่ใจได้ยังไงว่าเธอท้อง”
“พี่มาร์คก็พาไวน์ไปตรวจสิคะ และก็พาฝากท้องด้วย ที่ไวน์มาที่นี่เพราะไวน์มาหาพ่อให้ลูก ไวน์ยังไม่ได้บอกทุกคนหรอกค่ะว่าไวน์ท้อง”
“ยังไงพี่ก็รับผิดชอบเธอไม่ได้ พี่ไม่ได้รักเธอไวน์ ได้ยินไหม พี่ไม่ได้รักเธอ พี่มีแฟนแล้วและพี่ก็รักเธอมาก ถึงไวน์จะท้อง พี่ก็จะรับแค่ลูก แต่ตัวไวน์ พี่ไม่ต้องการ เรื่องลูกถ้าท้องจริงพี่ยินดีรับแน่นอน” เขาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง พูดตามที่สมองประมวลผลออกมาอย่างรวดเร็ว เขาไม่อาจยอมรับวรนิษฐ์ได้ เขาไม่ได้รักเธอและไม่เคยคิดจะรักด้วย
“หมายความว่ายังไงคะ พี่มาร์คจะไม่รับผิดชอบไวน์เหรอคะ พี่มาร์คได้ไวน์แล้วและพรากพรหมจรรย์ไวน์ไปด้วย”
“ผู้ชายสมัยนี้เขาไม่แคร์พรหมจรรย์กันแล้วไวน์ ไวน์เองก็น่าจะรู้ดีว่ายุคนี้มันยุคไหนแล้ว ไวน์ก็โตที่เมืองนอก ไวน์น่าจะรู้ดี”
“สำหรับคนอื่นไวน์ไม่รู้ แต่สำหรับไวน์มันสำคัญมาก ยังไงพี่มาร์คก็ต้องรับผิดชอบไวน์ แต่งงานกับไวน์ ถ้าพี่มาร์ครับผิดชอบ ไวน์จะบอกคุณย่ากับคุณพ่อว่าไวน์ท้อง”
“อย่ามาขู่พี่”
“ไม่ได้ขู่ ไวน์พูดจริงทำจริง”
“คิดว่าพ่อกับคุณย่าจะบังคับพี่ได้งั้นเหรอ จำไว้ว่าพี่ไม่มีวันรักเธอ เรื่องลูกพี่จะรอเขาคลอดแล้วเอามาเลี้ยงเอง ผู้หญิงคนเดียวที่พี่รักคือแพร” พูดจบแล้วเขาก็ลุกเดินออกจากห้องของเธอไปด้วยความเดือดดาล กล้านัก กล้าขู่เขาว่าจะบอกพ่อกับคุณย่า คิดว่าเขาแคร์เขาสนใจรึไง เชิญเลย แต่ถ้าจะให้รับผิดชอบไม่มีทาง เขาไม่ได้รักวรนิษฐ์
“พี่ต้องการแบบนี้ใช่ไหม ไวน์หอบผ้าข้ามน้ำข้ามทะเลมาขนาดนี้ พี่ต้องรักไวน์ พี่ต้องมีไวน์คนเดียว ผู้หญิงคนอื่นไม่มีทาง ไม่มีทางที่จะได้พี่ไป ถ้าฉันไม่ยกให้” เธอบอกกับตัวเองอย่างหมายมาด ก่อนจะเดินไปยังห้องน้ำเพื่ออาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าใหม่
ในห้องรับประทานอาหารของบ้านไม้เรือนไทยประยุกต์หลังใหญ่กลางไร่สตรอว์เบอร์รีจัดโต๊ะทุกวันเวลาหกโมงครึ่ง สะอาง มนัสวินลูกชายคนเดียวของตนนั่งรอวรนิษฐ์ที่ให้เด็กรับใช้ขึ้นไปตามมาทานมื้อเย็นด้วย และรอไม่นานเธอก็เดินเข้ามาในห้องรับประทานอาหาร พร้อมกับเด็กรับใช้เลื่อนเก้าอี้ออกให้เธอนั่งลง
“แล้วตามาร์ค ลูกชายตัวดีของเราไปไหนพ่อวิน อย่าบอกนะว่าไปเฝ้าแม่นั่นอีกแล้ว” เมื่อตอนนี้ไม่เห็นหลานชายมาทานข้าวกับตน เพราะนี่ก็หลายวันแล้วที่ไม่มาร่วมทานมื้อเย็นกับตน เพราะออกไปทานข้างนอกกับแฟนสาวทุกวัน
“คุณแม่ถามผมทั้งๆ ที่รู้คำตอบอยู่แล้วยังจะถามอีก มันก็ไปของมันทุกวัน ก็แฟนมันนี่ครับ มันรักของมัน”
“ไม่ได้เรื่องทั้งลูกชายและหลานชาย ตักข้าวเถอะแม่พร” แล้วก็หันไปสั่งแม่พร คนสนิทของตนให้ตักข้าวเมื่อตอนนี้วรนิษฐ์ก็มาแล้ว
วรนิษฐ์ปิดปากตัวเองตั้งแต่นั่งลง เธอมองกับข้าวหลายอย่าง อาหารตรงหน้าทุกอย่างน่าทานมาก แต่กลิ่นของมันช่างทรมานเธอเหลือเกิน เธออยากจะอาเจียนตอนนี้
“เป็นอะไรหนูไวน์ หนูไม่กินอาหารไทยเหรอลูก” สะอางถามเมื่อเห็นเด็กสาวปิดปากคล้ายเหม็นอาหารบนโต๊ะ
“ไม่ค่ะ หนูชอบอาหารไทย แต่ทำไมวันนี้อาหารถึงได้เหม็นแบบนี้ ห้องน้ำไปทางไหนคะคุณย่า”
“ทางขวามือจ้ะ เดินออกจากห้องก็เจอ” นางบอกหญิงสาว
“งั้นหนูขอตัวนะคะ และขอโทษด้วยนะคะ หนูทานไม่ได้จริงๆ มันเหม็นมาก” เธอรีบปิดปากตัวเองลุกออกจากห้องรับประทานอาหารโดยไม่สนใจรอฟังคำโต้ตอบกลับของอีกฝ่าย
“แม่พรไปดูหนูไวน์สิ ส่วนพวกหล่อนตักข้าวให้ฉันได้แล้ว” นางสั่งให้คนสนิทของตนให้ตามหญิงสาวไป พร้อมสั่งให้เด็กรับใช้คนอื่นตักข้าวแทน พรก็รีบทำตามคำสั่งนายท่านของตนทันที
“แปลก กับข้าวบนโต๊ะแม่สะอางทำอร่อยทุกอย่าง หอมๆ ทั้งนั้น หนูไวน์บอกว่าเหม็นได้ยังไง” มนัสวินเอ่ยพลางก้มลงไปสูดดมกลิ่นอาหารตรงหน้าตนก็หอมๆ ทั้งนั้น
“นั่นสิ แม่ทำเองกับมือเลยนะ ก็ทำเหมือนทุกวัน กลิ่นหอมออกปานนี้ เอ๊ะ! แต่อาการแบบนี้ เหม็นอาหารมันเหมือนคนท้องเลยนะพ่อวิน หรือว่าหนูไวน์ท้อง” เมื่อนึกถึงอาการที่เด็กสาวเป็นแล้วมันชัดเจนเลย อาการแบบนี้แพ้ท้องแน่นอน นางรู้ดี เพราะสมัยตั้งครรภ์มนัสวินก็เหม็นอาหารแบบนี้ ทานอะไรไม่ได้ตั้งสามเดือน
“ไม่ใช่หรอกมั้งแม่สะอาง ผมว่าไม่ได้ท้องหรอก หนูไวน์คงเพลียน่ะครับ เดินทางมาตั้งไกลนะครับ อย่าลืมสิ”
“ถ้าเพลียไม่เหม็นอาหารหรอกพ่อวิน แม่ว่าหนูไวน์ต้องท้องแน่นอน รีบกินข้าวกันเถอะ กินเสร็จแม่จะให้เด็กชงยาหอมให้หนูไวน์แล้วซักถามหนูไวน์ว่าเป็นอะไรกันแน่ และแม่จะถามด้วยว่าท้องจริงไหม แม่ไม่อยากอยู่กับความสงสัยหรอกนะพ่อวิน”
“ครับผม งั้นคุณแม่ทานปลาราดพริกนะครับ” แล้วเขาก็ตักปลาพร้อมเลาะก้างออกให้เรียบร้อยส่งไปยังจานของหัวเรือใหญ่ที่หัวโต๊ะทานข้าว
“ขอบคุณนะลูกรักของแม่ ถึงจะมีหลายเรื่องที่ทำให้แม่ไม่พอใจและหงุดหงิด แต่พ่อวินก็ใส่ใจแม่เสมอ”
“ก็ผมรักแม่สะอางนี่ครับ” มนัสวินตอบพร้อมกับตักปลาให้ตนเองและหยิบกุ้งมาแกะแล้วส่งให้แม่ด้วย สะอางยิ้มรับกุ้งจากมือลูกชาย นางมองลูกชายที่ครองตัวเป็นโสดตั้งแต่แม่ของหลานชายจากไป นางเคยถามลูกชายว่าเหงาและเบื่อบ้างไหมที่ต้องอยู่คนเดียวแบบนี้ แต่มนัสวินก็บอกว่ามีความสุขดี และดีใจที่ได้อยู่กับตนและลูกชาย
“หนูขอโทษคุณย่าและคุณลุงด้วยนะคะ ที่เมื่อกี้เสียมารยาทบนโต๊ะอาหาร” เธอยกมือไหว้ขอโทษท่านทั้งสองพร้อมหยิบยาหอมขึ้นมาดื่มจนหมดแก้ว แม้จะไม่ชอบรสชาติแต่ก็ต้องดื่ม ท่านบอกว่าจะได้รู้สึกดี
“ไม่เป็นไรหรอกลูก หนูไวน์เป็นแบบนี้นานรึยังลูก เหม็นอาหารแบบนี้ แล้วอยากกินอะไรไหม ย่าจะสั่งให้เด็กทำให้ใหม่”
“หนูอยากกินข้าวผัดไข่ค่ะ” เธอบอกท่าน
“แม่พรไปสั่งเด็กทำข้าวผัดไข่ให้หนูไวน์หน่อย” แล้วนางก็หันไปสั่งพร คนสนิทของตน
“ค่ะ คุณท่าน” แล้วพรก็รับคำเดินจากไป เหลือแต่สะอาง วรนิษฐ์และมนัสวินในห้องนั่งเล่น
“หนูไวน์บอกย่ามาซิว่าหนูท้องใช่ไหม หนูเหม็นอาหารเหมือนคนแพ้ท้องเลยนะ บอกย่ามาเถอะว่าจริงหรือไม่จริง และที่มาที่เมืองไทยครั้งนี้ พ่อกับแม่ยังไม่รู้ใช่ไหมลูก” นางซักถามทันที และหญิงสาวก็พยักหน้าเป็นคำตอบ ส่วนมนัสวินนั้นไม่อยากเชื่อว่าเด็กสาวน่ารักอย่างวรนิษฐ์จะตั้งครรภ์ และผู้ชายคนนั้นเป็นใคร
“แล้วหนูท้องกับใครลูก พ่อของเด็กรู้รึยังลูก” นางสะอางถามต่อ ส่วนมนัสวินก็นั่งเงียบๆ เป็นผู้ฟังที่ดี
“หนูบอกเขาแล้วค่ะ เขาไม่รับผิดชอบหนู แต่เขาจะรับแค่ลูก”
“เลว!” มนัสวินเอ่ยแทรกขึ้นเสียงดังแล้วพูดต่อ
“บอกลุงมาซิหนูไวน์ว่ามันเป็นใคร ไอ้ผู้ชายสารเลวพรรค์นั้น ลุงจะจัดการมันให้เอง” เขาเอ่ยอย่างเดือดดาล กล้ามากที่มารังแกหลานสาวตนแบบนี้
“คือว่า...” เธออ้ำอึ้งพร้อมกับมองสบตาของคุณย่าและคุณลุงก่อนที่จะพูด
“พี่มาร์คค่ะ หนูท้องกับพี่มาร์ค” ชื่อที่วรนิษฐ์เอ่ยออกมาทำให้ทั้งสองอึ้งไปอีก และไม่อยากเชื่อ แต่เมื่อมองดูดวงตากลมโตหม่นเศร้าของวรนิษฐ์แล้วมันไม่มีแววโกหก
“หนูท้องกับตามาร์คเหรอลูก แสดงว่าในท้องก็เหลนย่า” สะอางถามอย่างดีใจพร้อมกับหันไปหาลูกชาย
“ไอ้ลูกเลว หนูไวน์ไม่ต้องห่วง เดี๋ยวลุงจัดการไอ้มาร์คให้เอง มันไม่อยากรับผิดชอบใช่ไหม ไม่อยากรับผิดชอบหนู เดี๋ยวลุงจัดการเอง แล้วเรื่องนี้บอกทรงพลกับลินดารึยังหนูไวน์ ถ้ายังเดี๋ยวลุงจะบอกทั้งสองเอง” มนัสวินไม่เคยสอนให้ลูกชายไร้ความรับผิดชอบแบบนี้มาก่อน และยิ่งตอนนี้วรนิษฐ์กำลังอุ้มท้องหลานตนด้วย เขาไม่ยอมปล่อยผ่านเลยไปแน่แล้วเขาก็ล้วงโทรศัพท์ในกระเป๋ากางเกงมากดต่อสายหาลูกชายตัวดีของตนทันที
“หนูยังไม่ได้บอกพ่อกับแม่ค่ะ หนูมาที่นี่ก่อน ตอนรู้ว่าท้อง หนูก็ตัดสินใจบินมาที่ไทยทันทีค่ะ และขอให้พ่อกับแม่ขอร้องให้ลุงวินไปรับค่ะ” เธอบอกตอบและมองคนที่เดินออกไปคุยโทรศัพท์
“ไม่ต้องห่วงเรื่องนี้ เดี๋ยวย่ากับพ่อวินจัดการให้เอง ต่อไปหนูก็ดูแลตัวเองและเหลนย่าดีๆ นะหนูไวน์ ย่าดีใจนะ ที่จะได้หนูไวน์มาเป็นหลานสะใภ้ เพราะย่าไม่ชอบแฟนของตามาร์ค แล้วเรื่องไปไงมาไงเล่าให้ย่าฟังได้ไหม ทำไมถึงได้เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นฮึ”
วรนิษฐ์ก้มหน้าซ่อนยิ้มเมื่อตอนนี้ทุกคนเข้าข้างตนและต้อนรับตนมากกว่าแฟนสาวของมโนภฤศ ก่อนจะเงยหน้าที่ตีสีหน้าเศร้าสร้อยบอกเรื่องระหว่างตนกับพ่อของลูกในท้องให้ท่านฟังและแสร้งร้องไห้ไปด้วย
พลั่ก!
ทันทีที่เดินพ้นหัวบันไดเรือนขึ้นมาก็โดนหมัดหนักๆ ของคนเป็นพ่อกระแทกใส่หน้าทันที จนเขาเกือบหงายหลังตกบันได แต่โชคดีที่จับราวบันไดไว้ได้ทัน
โอ๊ย!
“พ่อมาต่อยผมทำไมเนี่ย ผมพลัดตกบันไดขึ้นมาจะทำยังไง”
“ดี ให้มันตายไปไอ้ลูกชั่ว! ไอ้ลูกเวร! กูเคยสั่งเคยสอนให้มึงทำตัวไร้ความรับผิดชอบเหรอไอ้มาร์ค” น้ำเสียงแหบแห้งเปล่งลอดออกมาด้วยความเกรี้ยวกราด
“ดะ...เดี๋ยวก่อนนะครับ พ่อโกรธอะไรผม ผมทำอะไรอีกครับ” เขายกมือขึ้นห้ามกำปั้นของคนเป็นพ่อที่ตั้งท่าจะต่อยซ้ำอีกครั้ง
“มึงยังไม่รู้อีกเหรอว่ากูต่อยมึงทำไมไอ้มาร์ค มึงคิดให้ดีซิว่าพ่อต่อยมึงทำไมไอ้ลูกหมา! พลั่ก!” แล้วมนัสวินก็กระแทกหมัดไปอีกครั้ง
โอ๊ย!
“พ่อโกรธอะไรผมเนี่ย แล้วเนี่ยต่อยผมทำไม ผมจะบอกคุณย่า” เขายกคุณย่าขึ้นมาขู่พ่อของตน
“เออ! ไปฟ้องเลย ครั้งนี้คุณย่าให้กูจัดการมึงได้ตามใจ พรุ่งนี้ไปจดทะเบียนสมรสกับหนูไวน์ซะ แล้วงานแต่งงานของมึงกับหนูไวน์ กูกับคุณย่าจะจัดให้มึงและหนูไวน์เร็วที่สุด ก่อนที่หลานกูจะเกิด” คำสั่งเฉียบขาดของพ่อทำให้เขาเดือดดาลไม่แพ้กัน
“ยัยนั่นบอกเหรอครับว่าท้องกับผม แล้วพ่อกับคุณย่าจะมาบังคับให้ผมแต่งงานเนี่ยนะ ไม่มีทาง ผมไม่แต่ง ลูก...ผมรับผิดชอบได้ แต่แม่ของลูก ผมไม่ต้องการ” เขาตอบกลับอย่างไม่ยอมเช่นกัน
“มึงไม่รับผิดชอบดูสิ กูถีบมึงตกบันไดตายวันนี้แหละไอ้มาร์ค มึงทำแล้วก็ควรรับผิดชอบ นั่นลูกสาวเพื่อนกู อีกอย่างมึงไม่รักไม่ชอบ มึงไปทำน้องท้องทำไม มึงรู้ไหมว่าที่น้องมาที่นี่ลำบากแค่ไหน ไม่บอกพ่อกับแม่ด้วยว่าท้อง หนูไวน์ไม่เคยเดินทางมาไทยคนเดียวและมาเพชรบูรณ์อีก มึงรู้ไหมว่าหนูไวน์น่าสงสารแค่ไหน”
“ไม่ว่ายังไง ผมก็ต้องแต่งงานกับเด็กนั่นใช่ไหม”
“เออ! ย่ามึงก็เห็นด้วย ครั้งนี้มึงต้องรับผิดชอบ ส่วนเรื่องระหว่างมึงกับแฟนน่ะไปจัดการให้เรียบร้อยซะ และพรุ่งนี้ต้องไปจดทะเบียนสมรสให้เรียบร้อย หลานกูต้องมีทั้งพ่อและแม่ที่อยู่ด้วยกัน มึงก็รู้ดีว่าเด็กที่โตมากับพ่อหรือแม่แค่คนเดียว มันเหงาแค่ไหน มึงก็โตมาไม่มีแม่ อย่าสร้างปมให้ลูกตัวเองตั้งแต่ยังไม่เกิดไอ้มาร์ค กูไม่เคยสอนให้มึงทำตัวแบบนี้ มึงเป็นลูกกู เป็นหลานคุณย่าก็ควรจะมีความรับผิดชอบกับสิ่งที่มึงทำลงไป ในเมื่อเกิดขึ้นแล้วใช่จะพูดหมาๆ เห็นแก่ตัวแบบนี้”
“ผมไม่ได้รักยัยนั่น”
“ไม่รักแล้วทำเขาท้องทำไมไอ้ลูกหมา!”
“ผมพลาด พลั่ก!” พูดจบก็โดนหมัดหนักๆ ของพ่อกระแทกเข้าอีกครั้งตรงที่เดิม
โอ๊ย!
“อย่าพูดคำว่าพลาดให้กูได้ยินอีก พรุ่งนี้มึงต้องไปจดทะเบียนสมรสกับน้อง เรื่องนี้กูยังไม่ได้บอกทรงพลกับลินดา” พูดจบเขาก็เดินจากไปทันที ทิ้งให้มโนภฤศยืนกำหมัดแน่นนึกเคืองแค้นโกรธวรนิษฐ์ ก่อนจะเดินลงส้นเท้าหนักๆ เข้าไปในบ้าน