“ ไม่ใช่หรอกเจ้าค่ะ คนไม่มีความรู้เช่นข้าจะช่วยท่านได้อย่างไร”
“ เช่นนั้นใครกันที่ช่วยข้าเอาไว้”
“ เป็นคุณหนูของข้าเจ้าค่ะ คุณหนูของข้าชอบช่วยเหลือคนนัก ไม่ว่าจะเป็นคนหรือสัตว์ก็ช่วยหมดทุกอย่าง เป็นโชคดีของท่านแล้วที่ได้เจอกับคุณหนูของข้า”
เสี่ยวชิงเริ่มพูดยกยอปอปั้นคุณหนูตนเองด้วยความน่าไม่อาย พูดทั้งวันก็ไม่จบสำหรับวีรกรรมคุณหนูของนาง
“ แล้วคุณหนูของเจ้าเป็นใคร”
ชายหนุ่มนึกใคร่รู้เมื่อได้ยินคำพูดของเสี่ยวชิง ที่เอ่ยคำสองคำก็นึกชมแต่คุณหนูตนเองไม่ขาดปาก ช่างเป็นสาวใช้ที่ภักดียิ่งนัก
‘รู้จักประจบเช่นนี้ชีวิตในจวนคงจะไม่เลวเลยทีเดียว’
“ เดี๋ยวอีกไม่เกินหนึ่งก้านธูปท่านก็จะรู้ว่าคุณหนูข้าเป็นใคร งดงามและใจบุญดุจดั่งบัวขาวมีเพียงเดียวเท่านั้น เมื่อเห็นท่านก็จะรู้ได้ทันที”
“ น่าสนใจยิ่งนัก พูดมาขนาดนี้ข้าก็อยากจะเห็นแล้วเหมือนกัน”
“ อย่าได้กะลิ้มกะเหลี่ยกับคุณหนูของข้าเชียวนะ นี่เป็นอาหารของท่าน อาการของท่านคงดีขึ้นมากแล้วท่านรีบมากินเถอะตอนที่อาหารยังร้อนๆ ข้าจะได้รีบกลับ ”
“ นางจะมาหรือ”
“ ต้องมาแน่นอนเจ้าค่ะ ถึงแม้ว่าข้าจะใส่ยาให้ท่านทุกวันแต่คุณหนูของข้าก็จะเข้ามาดูท่านวันละครั้ง”
“ เจ้าชิมรสหรือยัง”
ชายหนุ่มมองอาหารที่อยู่ในชามด้วยความระมัดระวัง เพราะเป็นนิสัยติดตัวตั้งแต่ยังเด็ก
“ เหตุใดข้าต้องชิมเจ้าคะ หรือว่าท่านกลัวตายฮ่าๆๆ คุณหนูของข้าไม่ใส่ยาพิษให้ท่านกินหรอกเจ้าค่ะไม่อย่างนั้นคุณหนูของข้าจะช่วยชีวิตท่านทำไมกัน ระแวงไม่เข้าเรื่อง รีบกินซะข้าเบื่อที่จะรอแล้ว”
เสี่ยวชิงหัวเราะอย่างไม่ไว้หน้าเมื่อเห็นท่าทีวางตัวของชายหนุ่มคนนี้
แม้เสี่ยวชิงจะไม่รู้ว่าชายหนุ่มคนนี้มีฐานะเป็นมาอย่างไร แต่คุณหนูของนางบอกว่าเขาจะต้องมีฐานะที่สูงส่งมากแน่
การปรนนิบัติที่ต้องให้ชิมอาหารก่อนที่ตัวเองจะลงมือกิน ก็ยิ่งยืนยันฐานะของเขาได้เป็นอย่างดี ‘คุณหนูของข้าฉลาดยิ่งนัก เช่นนั้นข้าจะยอมปล่อยไปก่อน’
เสี่ยวชิงยกยิ้มด้วยความพอใจ เมื่อนึกถึงความเฉลียวฉลาดของตนเอง
“ ข้าก็แค่ถามเจ้า ไม่เห็นต้องมีท่าทีดุร้ายเช่นนี้”
ชายหนุ่มเม้มปากแล้วตักโจ๊กขึ้นชิมรสก็รู้สึกพอใจเมื่อรู้สึกได้ว่ารสมือถูกปากเขาอย่างมาก ‘นานๆทีได้กินอาหารพื้นบ้านเช่นนี้ก็ดีเหมือนกัน’
“ อาหารพวกนี้เป็นคุณหนูของข้าที่ลงมือทำเจ้าค่ะ ส่วนมากจะใช้สมุนไพรล้ำค่าเป็นเครื่องปรุง หวานปากท่านแล้ว”
“ จะล้ำค่าแค่ไหนกันเชียว”
“ แค่ไหนนะหรือ แม้ว่าท่านจะขายเรือนท่านมาซื้อก็ไม่รู้ว่าจะพอซื้อหรือไม่”
“ แค่กๆๆ”
ชายหนุ่มสำลักโจ๊กที่กำลังกลืนลงคอเมื่อได้ยินคำพูดของเสี่ยวชิง
บ้านของเขาออกจะใหญ่โตและร่ำรวย สมุนไพรแค่นี้มีหรือที่เขาจะไม่มีปัญญาซื้อได้อย่างไร ‘ปากช่างพูดนักสาวใช้คนนี้ แม้ต่าข้าเจ้าก็ไม่ละเว้น’
“ อ้อ แล้วข้าก็ชื่อเสี่ยวชิง ถ้าหากท่านอยากได้อะไรท่านก็ไม่ต้องเกรงใจ ท่านสามารถบอกข้าได้ตลอดเวลา เพราะคุณหนูของข้าสั่งข้าเอาไว้แล้ว”
“ อะไรก็ได้หรือ”
“ ใช่”
“ ข้าอยากกลับบ้าน”
“ นี่ก็ไม่ได้ ท่านพึ่งจะฟื้นท่านจะเดินทางได้อย่างไร”
“ ก็ไหนเจ้าบอกกับข้าว่าอะไรก็ได้”
“ นั่นก็ใช่ ถ้าอย่างนั้นข้าขอไปถามคุณหนูของข้าก่อน”
ยังไม่ทันที่ชายหนุ่มจะได้อ้าปากห้ามปรามเสี่ยวชิงก็วิ่งออกไปจากกระท่อมเสียแล้ว
“ คุณหนูเจ้าคะ”
“ ว่าอย่างไรเสี่ยวชิง”
มือเล็กที่กำลังตากสมุนไพรชะงักเล็กน้อยเมื่อเห็นเสี่ยวชิงที่วิ่งมาด้วยความเหนื่อยหอบ ‘เด็กคนนี้ไม่รู้จักสำรวมเลยจริงๆ’
“ชายหนุ่มคนนั้นอยากกลับบ้านเจ้าค่ะ”
“ อะไรนะ เขาฟื้นแล้วอย่างนั้นหรือ”
“ ใช่เจ้าค่ะ”
“ แล้วเขาได้บอกหรือไม่ว่าจะตอบแทนพวกเราอย่างไร”
เสี่ยวชิงยืนครุ่นคิด ก็ไม่เห็นว่าชายหนุ่มจะพูดถึงเรื่องนี้เลยแม้แต่น้อย
“ ไม่มีนะเจ้าคะ”
“ น่าสนใจยิ่งนัก ตื่นขึ้นมาอ้าปากได้ก็ร้องบอกจะกลับบ้าน คิดจะจากไปโดยที่ไม่ได้ตอบแทนข้าหรือ ฝันไปเถอะ!”
ฟางเซียนมีสีหน้าบูดบึ้งเมื่อนึกได้ว่าตนเองช่วยคนเสียเปล่า ทำบุญไม่ขึ้นจริงๆ
ช่วยหมาช่วยแมวยังได้บางอย่างเป็นสิ่งตอบแทนบ้าง แต่ชายหนุ่มคนนี้กลับไม่ได้อะไร
ช่างไม่คุ้มค่ากับแรงที่เสียเปล่ายิ่งนัก ไหนจะสมุนไพรที่ล้ำค่าของนางอีก ยิ่งคิดก็ยิ่งรู้สึกถึงความไม่ยุติธรรม
“ ไม่ได้ ข้าจะปล่อยให้ทองอันล้ำค่าของข้าหลุดมือไปไม่ได้”
ว่าแล้วฟางเซียนก็รีบตากสมุนไพรให้เสร็จแล้วมุ่งหน้าไปที่กระท่อมน้อย
“ ข้าได้ข่าวว่าท่านอยากจะกลับบ้านหรือ”
ฟางเซียนเคาะประตูเสร็จก็ยืนพิงที่ประตูด้วยท่าทีไว้ตัวปากก็ถามชายหนุ่มด้วยสีหน้าเรียบเฉย
“ ใช่ ไม่รู้ว่าข้าหลับไปกี่วัน ป่านนี้คนที่บ้านของข้าก็คงจะตามหาแล้ว”
ชายหนุ่มไม่กล้าพูดว่าป่านนี้องครักษ์ของเขาคงจะตามหากันให้วุ่นเพราะเขาหายไปจากการถูกลอบสังหารบนเรือ
ยังดีที่หญิงสาวนางนี้ยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือพอดี
“ ข้าเข้าใจ ท่านอยากให้ข้าช่วยเหลืออะไรอีกหรือไม่ อย่างเช่นหาทางติดต่อกับคนของท่าน”
เห็นหน้าข้ายังจะพูดถึงเรื่องกลับบ้านอันไร้สาระ คำขอบคุณก็ไม่เอ่ยถึงซักคำ ช่างหน้าหนายิ่งนักคนผู้นี้
ฟางเซียนได้แต่บ่นในใจแต่ใบหน้ายังคงยิ้มน้อยๆแสดงถึงภาพลักษณ์อันอ่อนโยนของนาง
“ นี่ก็…ข้าจะหาทางติดต่อเองดีกว่า ไม่รบกวนเจ้า”
“ ก็ดีเหมือนกัน เพราะข้างานยุ่งยิ่งนัก ถ้าอย่างนั้นข้าก็ขอตัวก่อน..”
“ เดี๋ยวก่อน!!”
“ คุณชายมีอันใดอีกหรือเจ้าค่ะ ถึงได้หยุดข้าไว้”
“ เจ้าจะมาดูอาการของข้าไม่ใช่หรือ”
ชายหนุ่มรู้สึกงุนงงกับท่าทีของหญิงสาวผู้นี้ยิ่งนัก นิสัยที่แปลกประหลาดแต่กับน่าดูชมนัก
“ อ้อใช่ อาการของท่านดีขึ้นมากแล้วหลังจากนี้ข้าคงไม่ต้องให้สาวใช้ของข้ามาใส่ยาให้ท่านอีก เหลือก็แต่ยาพิษในร่างกายท่าน”
หลังจากที่ตรวจดูบาดแผลแล้วฟางเซียนก็เห็นว่าบาดแผลของชายหนุ่มหายแล้วจริงๆ
แต่นางกลับคาดการณ์ผิดพลาดไปหน่อย เมื่อชายหนุ่มพึ่งจะฟื้นในวันนี้ทั้งๆที่น่าจะฟื้นขึ้นมาตั้งนานแล้ว
อาจจะมีผลมาจากร่างกายของเขาที่มียาพิษอ่อนๆหลายชนิด ที่คาดว่าน่าจะถูกวางยาให้กินเป็นเวลานาน
“ เรื่องนั้นเจ้าไม่ต้องเป็นห่วงข้ารู้มานานแล้ว ยาพิษแค่นี้ทำอะไรข้าไม่ได้หรอก”
แววตาของชายหนุ่มเปลี่ยนไปเล็กน้อยเมื่อนึกถึงผู้ไม่หวังดีที่วางแผนอยู่เบื้องหลัง คงอยากจะให้เขาตายโดยไม่เหลือแม้แต่ซาก
‘ ความอำมหิตที่ได้รับมา ข้าจะต้องตอบแทนให้สาสมอย่างแน่นอน’
“ ท่านชะล่าใจเกินไปแล้ว ถึงแม้ว่ายาพิษอ่อนๆจะยังทำอะไรท่านไม่ได้ในตอนนี้ แต่นานวันเข้าก็อาจจะทำให้ท่านตายได้โดยที่ไม่รู้ตัว เมื่อพิษถูกสะสมมาเป็นเวลานาน”
ช่างไร้เดียงสานัก ขึ้นชื่อว่ายาพิษในวันใดวันนึงก็ต้องมีผลที่ร้ายแรงอยู่แล้ว
ชะล่าใจปล่อยไว้เช่นนี้ ถือว่าเป็นคนโง่คนหนึ่งจริงๆในความคิดของฟางเซียน
“ ข้าอยากไปเดินรับลมซักหน่อย เจ้าพาข้าไปได้หรือไม่”
“ ..ก็ต้องดูว่า”
“ เจ้าอยากได้อะไร”
“ ข้าอยากจะได้อะไรท่านเข้าใจผิดแล้ว การที่ข้าช่วยคนข้าก็ไม่เคยหวังสิ่งตอบแทนใดมาก่อน ไม่เช่นนั้นข้าคงจะร่ำรวยที่สุดในเป่ยหมางแล้ว”
ใบหน้าที่เสแสร้งของฟางเซียนทำเอาชายหนุ่มเกือบจะหลุดหัวเราะออกมา ความโลภในแววตาของนางช่างน่าเอ็นดูนัก
“ ข้ามีแค่ป้ายหยกติดตัว ข้าคิดว่าน่าจะพอ…”
“ พอ แค่นี้ก็พอแล้ว”
ฟางเซียนคว้าป้ายหยกจากมือชายหนุ่มด้วยความว่องไวแล้วยกแขนเสื้อขึ้นปิดใบหน้า เพื่อแอบกัดพิสูจน์ว่าหยกเป็นของแท้หรือไม่
“ หยกข้าเป็นของแท้ เจ้าไม่ต้องพิสูจน์หรอก”
“ พิสูจน์อะไรกัน ข้าก็อยากชิมรสสัมผัสของหยกแท้ก็เท่านั้น รสชาติของหยกช่างเลิศรสยิ่งนัก”
“ อ้อ คงเป็นข้าที่คิดมากไปเอง”
ชายหนุ่มก้มหน้าแล้วแอบยิ้มกับการกระทำที่น่ารักของฟางเซียน
เป็นครั้งแรกที่เขารู้สึกว่าการกระทำที่ไม่สำรวมมันช่างน่าดูชมยิ่งกว่าการวางตัวตามค่านิยมของแคว้นเป่ยเฉินยิ่งนัก
“ ข้าชื่อฟางเซียน นางฟ้าผู้มีกลิ่นหอม ท่านล่ะชื่ออะไร”
“ ข้าชื่อ…เอ่อเฟยเจิน”
“ เฟยเจิน บินไปสู่สมบัติ เป็นชื่อที่ดี”
ใช่แล้วชายหนุ่มคนนี้เป็นสมบัติล้ำค่าที่นางเก็บได้จริงๆ
“ จะว่าอย่างนั้นก็ได้”
“ มาเถอะ ข้าจะพาท่านไปเดินเล่นที่ริมธาร”
“ เจ้าต้องมารับข้าไปเดินเล่นทุกวัน”
“ ได้เลยๆนายท่าน ข้าจะมารับท่านทุกวันอย่างแน่นอน”
“ ค่อยคุ้มกับหยกที่เสียไปหน่อย”
“ หึ หยกชิ้นเดียวใช้จนคุ้มเชียวนะ”
ฟางเซียนเบ้ปากเมื่อถูกใช้งานเยี่ยงทาส