ตอนที่ 1. ความทรงจำสีดำ
เมษาถูกตรึงให้ยืนอยู่กับที่ ด้วยสิ่งยืนยันที่ปรากฏในรายงานผลการตรวจครรภ์ในมือ มันเกิดขึ้นเพียงครั้งเดียวเท่านั้นเองนะ! แล้วเธอทำไมเธอถึงซวย จนท้องได้ละ?!!
จากนี้ไปเธอจะทำอย่างไรกับชีวิตของตัวเองดีนะ?
เมษาควรบอกเรื่องนี้กับปกป้องดีหรือไม่? ไม่ไม่มีทางที่เธอจะปริปากบอกเขาเรื่องนี้ เขาจะปฏิเสธการแต่งงานกับมายาเพราะเรื่องที่เธอท้องกะทันหันหรือเปล่า มันคงเป็นไปไม่ได้หรอก! เขาจะต้องคิดว่าเธอต้องการจะใช้เด็กคนนี้เป็นข้ออ้างอย่างไร้ยางอาย เพื่อที่จะแบล็กเมล์เขาแน่ๆ
เมษาระงับความคับข้องใจที่ฝังแน่นในหัวใจ เธอยัดแท่งตรวจครรภ์ใส่กระเป๋าสะพายไหล่ ขณะเดินออกจากห้องน้ำภายในโรงพยาบาลพร้อมกับความสับสนเต็มหัวใจ
รถยนต์คันเล็กของเธอจอดอยู่ที่ลานจอดรถของโรงพยาบาล เมษาหลุบเปลือกตาลง เธอนึกถึงเขาไม่ได้ ชายหนุ่มท่าทางทรงเสน่ห์คนหนึ่งที่มีสีหน้าเยือกเย็นเป็นประจำ
ชายหนุ่มรูปงามกับโปรไฟล์หรู ย่อมเป็นจุดสนใจของทุกคนที่ได้พบเห็นอย่างไม่ต้องสงสัย
ปกป้อง ภักดีวินิจ เป็นตัวอย่างที่ดีของผู้ชายที่เกิดมาในครอบครัวที่มั่งคั่งและรูปลักษณ์อันทรงเสน่ห์ เมษาคุ้นเคยกับการแอบมองที่เต็มไปด้วยความอยากรู้อยากเห็นเป็นเวลานานแล้ว เธอไม่ได้อยากสนใจคนคนนั้นเลย ผู้ชายคนเดียวที่ดึงความสนใจเธอได้คือ เขา ติดตรงที่ว่า เมษาไม่สามารถแสดงตัวได้ ปกป้องกลายเป็นผู้ชายต้องห้ามสำหรับเธอ เพราะปกป้อง ขึ้นชื่อว่า เป็นว่าที่สามีของน้องสาวตนเอง
มายาคือผู้หญิงที่โชคดี น้องสาวของเธอสามารถครอบครองหัวใจล้ำค่าของปกป้องไว้ทั้งดวง
“ทุกอย่างต้องเรียบร้อยดีสิ?”
เมษากำมือแน่น เธอต้องผ่านช่วงเวลาวิกฤตินี้ไปให้ได้ โดยที่ความลับของเธอ ยังคงเป็นความลับอยู่
เธอขับเคลื่อนรถยนต์คันเล็กเข้าสู่ย่านใจกลางเมือง ขณะนี้เป็นเวลาหัวค่ำ เมษากำลังสับสน เธอควรไปที่ไหนดีเพื่อสงบความคิดสับสนที่เกิดขึ้น ในที่สุดเมษาก็ตัดสินใจได้ ตอนนี้เธอไม่ควรรีบกลับไปที่บ้าน ที่นั่นไม่มีคนรอต้อนรับเธอ นอกจากความเหงาแล้ว ตอนนี้เธอมีบางสิ่งที่ช่วยให้การมีชีวิตอยู่ไม่ได้ว่างเปล่าเหมือนเคย
“เธอเก่งจะตายเมษา แค่ท้องเองนะ ไม่ใช่เรื่องใหญ่สักหน่อย!” เมษาพูดโพล่งขึ้นเพื่อปลอบใจตัวเอง ทั้งที่ฝ่ามือของเธอชื้นไปด้วยเหงื่อ เธอกำพวงมาลัยรถยนต์ไว้แน่น จากนี้ไปเธอไม่ควรเครียด เพราะอาจมีผลกับ ‘ลูก’ ที่อยู่ในครรภ์ เวลานี้เธอควรใส่ใจเขาเป็นอันดับแรก นอกจากพาฝันเพื่อนสนิทของเธอแล้ว เมษาก็ไม่คิดจะบอกใครอีก
ตืดดดดดดดด...
เสียงโทรศัพท์ดังเตือน เมษาเบนหัวรถยนต์หาที่ว่างเหมาะๆ เพื่อจอด คนปลายสายคือคนที่เธอไว้ใจได้ บางทีเรื่องนี้ ควรมีอีกสักคนที่รู้
“ยัยเมษา แกคิดอะไรอยู่หะ แกทำเรื่องย้ายที่ทำงานทำไม ที่นั่นไกลจะตายไป!!” เสียงแหวของพาฝันดังผ่านลำโพงโทรศัพท์ออกมา
“ฉัน...ท้อง”
เพียงสองคำเท่านั้นที่เมษาพูดออกไป
พาฝันสะอึก เธอเบนโทรศัพท์ออกห่างหู แววตาเต็มไปด้วยคำถาม พาฝันรู้ดี เมษาไม่ใช่คนที่พูดล้อเล่นด้วยเรื่องที่กระทบความรู้สึกคนฟังได้ เมษาเป็นคนมีหลักการและมากไปด้วยเหตุผล
“แกอยู่ไหน?” พาฝันเลยถามกลับไปแทน
“กำลังขับรถกลับจากโรงพยาบาล...” สถานที่แห่งนั่นอยู่ห่างจากโรงพยาบาลที่เธอกับเมษาทำงานอยู่ไม่เท่าไหร่ พาฝันขมวดคิ้ว เรื่องที่เมษาบอก คงไม่ใช่แค่เรื่องโจ๊กแล้วละ
“มาหาฉันด่วนเลย เตรียมคำอธิบายมาดีๆ ด้วยละ ไม่อย่างนั้น แกกับฉันเลิกเป็นเพื่อนกัน”
ทันทีที่การสนทนาสิ้นสุดลง ความเยือกเย็นก็กลับเข้ามาแทนที่ เมษากลืนน้ำลายลงคอฝืดๆ เธอรู้ว่าพาฝันกำลังเดือดจัด มันเป็นเรื่องเลวร้ายที่สุดเท่าที่เธอกับพาฝันเคยเจอมา
“ฉันจะปกป้องเธอเอง เมษา” พาฝันพึมพำ
เมษาไม่ใช่คนเหลวไหล เรื่องที่เกิดขึ้นต้องผ่านการตัดสินใจของเมษามาแล้ว
เมษาสูดลมหายใจลึกๆ จากนี้ไปเธอตั้งใจจะมีชีวิตอยู่เพื่อใครอีกคนหนึ่ง ซึ่งสำคัญกับเธอมากที่สุด
การแต่งงานระหว่างมายาและปกป้องกำลังจะเกิดขึ้นในเร็วๆ นี้เพราะโชคชะตาอันบิดเบี้ยวของเธอ และคำว่ารัก ปกป้องมีไว้มอบให้แค่มายาเพียงผู้เดียว
ปกป้องมีมายาในใจอยู่ก่อนแล้ว เมษาหรือผู้หญิงคนอื่น ที่เคยเขามาพัวพันกับเขาจึงกลายเป็นส่วนเกิน บางที มันอาจจะเรียกได้ว่าเป็นอุปสรรคเลยล่ะ
เมษาแค่นยิ้มเมื่อนึกถึงเรื่องราวในอดีต
เมื่อหลายปีก่อน ญาติผู้ใหญ่ของปกป้องต้องเขาโรงพยาบาลแบบฉุกเฉิน และอยู่พักรักษาตัวในโรงพยาบาลที่เธอทำงานอยู่เป็นเวลานานมาก ด้วยสาเหตุคืออาการป่วย ป่วยด้วยโรคร้าย มีอาการเป็นโรคหัวใจทำงานได้ไม่สม่ำเสมอ ในขณะที่พักรักษาตัวในโรงพยาบาลนั้น ปกป้องได้บังเอิญเจอ ทั้งเธอและน้องสาว มายาเป็นนางพยาบาลผู้อารี จิตใจดีและสวยสะดุดตา ส่วนเมษาเป็นคุณหมอที่สีหน้าติดเคร่งขรึมไปสักหน่อย
ปกป้องสานสัมพันธ์กับมายา ผ่านการเฝ้าแอบมองของเธอ
ช่วงเวลาสองปีนั่น คือความสุขเล็กๆ ของเมษา แม้จะมีความทรมานแทรกอยู่บ้างเล็กน้อยด้วยก็ตาม เมษาทนได้ ขอแค่เพียงได้พบเขาเป็นบางโอกาส
แม้ปกป้องจะทำเหมือนเมษาไม่มีตัวตน แต่ก็ไม่ได้ปฏิเสธออกมาตรงๆ เลยนับว่าชายผู้นั้นยังให้เกียรติเธอบ้าง ถึงมันจะน้อยนิดแทบมองไม่เห็นเลยก็ตาม
ความสัมพันธ์นั่นผ่านไปด้วยดี มาถึงตอนนี้ ญาติผู้ใหญ่ท่านนั้นของเขาได้จากไปแล้ว ปกป้องก็ไม่รีรอที่จะให้ผู้หลักผู้ใหญ่ของเขา เข้ามาทาบทามมายาไว้ เขาต้องการยกย่องเชิดชูเธอ
“แกตั้งใจไว้แบบนั้นจริงๆ ใช่มั้ย?” คำถามแรกของพาฝันตอนที่เมษาโผล่หน้าเข้าไปในห้องทำงานของเธอ
“อืม...” เมษาพยักหน้ารับ
“ฉันจะไม่ถามหาเหตุผลนะ ฉันแน่ใจว่าแกตัดสินใจดีแล้ว เรื่อง ‘เด็ก’ แกคิดไว้แล้วหรือยัง”
เมษาส่ายหน้า เธอเองก็ยังตั้งตัวไม่ติด
“ไม่เป็นไร แกยังมีฉัน ในเมื่อแกตัดสินใจแล้ว ฉันจะไปด้วย” พาฝันยัดซองเอกสารของตัวเองใส่มือเมษา
บางทีการเริ่มต้นใหม่ มีเพื่อนรู้ใจอยู่ข้างๆ ก็ไม่ได้เลวร้ายนัก
“ฉันจะรอวันที่แกเล่าให้ฉันฟังทั้งหมดนะ” พาฝันกระซิบบอก ตอนที่เดินมาส่งเมษาที่รถยนต์ของเธอ เมษายิ้มออก เธอกรีดม่านน้ำตาที่ไหลเอ่อออกมาทิ้ง วันนี้ไม่ใช่วันโลกแตกสักหน่อย เธอไม่ควรร้องไห้ ในเมื่อมีเรื่องที่น่ายินดีรออยู่
ตอนที่ 2. ความจริงมักโหดร้ายเสมอ
สองเดือนก่อน...
เมษาแค่นยิ้ม ในที่สุดเธอก็เดินทางกลับมาถึงบ้าน ฟ้ามืดลงเล็กน้อย มีฝนพร่ำปละปลายตลอดเส้นทาง บ้านหลังใหญ่ตรงหน้านั้นว่างเปล่าดูราวกับบ้านร้าง อาจเพราะบางที คนที่นี่กำลังมีความสุขกับบ้านหลังใหม่ ที่ใหญ่กว่าบ้านหลังเดิมถึงสามเท่า
บ้านหลังนั้น คือของขวัญที่ปกป้องมอบให้กับคนที่เขารัก
เพราะเหนื่อยหนักหลังอยู่เวรข้ามวัน ดังนั้น เธอจึงเดินตรงไปที่ห้องนอนเลย เมษอาบน้ำชำระกาย และยุติความคิดสับสนในสมองทิ้ง
ในความสะลืมสะลือจวนจะหลับไม่หลับแหล่ เมษาได้ยินเสียงเครื่องยนต์ของรถยนต์ดังเบาๆ รถคันนี้แล่นมาจอดที่ลานด้านหน้า
ใครมาที่บ้านหลังนี้นะ?
เมษาถามตัวเอง หนังตาเธอหนักอึ้งและขี้เกียจที่จะลงมาดู เธอหลุบเปลือกตาลงเตรียมจะหลับต่อ
เมษาเงี่ยหูฟัง...เสียงรถยนต์ที่เสียงเบาแบบนี้ มีแค่คันเดียวเท่านั้นแหละที่เธอรู้จัก รถหรูของปกป้องไง ว่าแต่เขามาที่นี่ทำไมนะ?
เขาควรจะอยู่กับมายา และครอบครัวของเธอไม่ใช่หรือ?
ประตูห้องนอนของเมษาถูกผลักเข้ามาอย่างรวดเร็ว ก่อนที่เมษาจะตั้งสติ หรือได้คิดอะไรไปมากกว่านี้ มีใครบางคนยืนขวางอยู่กลางประตูด้วยท่าทางคุกคาม เนื้อตัวเขาเปียกปอน และเมษาได้ยินเสียงฝนที่กระหน่ำลงมาแบบไม่ลืมหูลืมตาอยู่ด้านนอก
เธอผุดลุกขึ้นนั่งแล้วก็รีบตรงดิ่งไปปิดบานหน้าต่าง ก่อนที่ฝนห่าใหญ่จะสาดละอองฝนเข้ามาด้านในห้อง
ไฟฟ้าถูกกดเปิด “หึ!!” มีเสียงกระแทกลมหายใจแรงดังออกมาจากปากสีเข้มของผู้ชายที่มาพร้อมกับสายฝน
“คุณอยู่ที่นี่ด้วยเหรอ?” ปกป้องมองตามเมษา
ดูเธอไม่ได้ยี่หระกับการที่เขาปรากฏตัวที่นี่เท่าไหร่เลย
เมษาเป็นผู้หญิงแปลก หล่อนสามารถสนทนากับผู้คนได้ทุกคน ยกเว้นเขา
ริมฝีปากสีระเรื่อนั่นจะเม้มสนิท หากบริเวณใกล้ๆ มีเขาอยู่ด้วย
ปกป้องเคยแอบสังเกต ท่าทางของหล่อนเหมือนตั้งใจเป็นปรปักษ์ แต่หลายครั้งแววตาของเธอก็แปลกออกไป คล้ายๆ กับ...ปกป้องรีบสะบัดศีรษะ ขับไล่ความฟุ้งซ่านของตนเอง เขากำลังไขว่เขว้เพราะผู้หญิงตรงหน้า
ซึ่งมันไม่ควรเป็นแบบนั้น...
ตอนนี้เป็นฤดูมรสุม ฝนเริ่มตกห่าใหญ่อยู่ภายนอก ท้องฟ้าดำมืด มีเสียงฟ้าร้องเป็นระยะ เสียงเม็ดฝนกระทบกับหลังคากระเบื้องได้ยินรางๆ
“พอดีฝนตกหนัก ผมไม่อยากขับรถฝ่าฝนออกไป” ปกป้องเปรยลอยๆ
เมษาสูดลมหายใจลึกๆ “คุณมาผิดห้องค่ะ นี่ห้องนอนฉันไม่ใช่ห้องนอนของยัยหยา!!”
ปกป้องขมวดคิ้ว มองสีหน้าไร้ความรู้สึกจนยากที่จะเดาออก
สิ่งเดียวที่ปกป้องจับสังเกตได้ ผู้หญิงตรงหน้าเก็บความรู้สึกเก่ง หล่อนซ่อนอะไรๆ หลายๆ อย่างไว้ใต้สีหน้าสงบเงียบนั่น
เขาสังเกตเห็นว่าเมษาแอบชำเลืองมองอยู่ เขาจึงเหลือบตามองเมษาด้วยคิ้วที่ขมวดน้อยๆ “ทำไมคุณไม่ย้ายไปอยู่ที่บ้านหลังนั้นด้วยกันกับหยาละครับ?”
เมษาคุ้นเคยกับความเย็นชาของปกป้องมานานแล้ว แต่เธอไม่คิดว่าปกป้องจะยอมพูดกับเธอด้วยน้ำเสียงแบบนี้ เสียงทุ้มนุ่มที่เขาใช้กับมายาแค่เพียงผู้เดียว
“ฉันกลับบ้านไม่เป็นเวลาค่ะ เลยไม่อยากให้ใครต้องคอยเป็นห่วง” ข้อแก้ตัวของเธอฟังไม่ขึ้น เมษารู้ดี การที่เธอไม่ยอมย้ายเป็นเพราะอะไรกันแน่
เธอเกลียดการเป็นส่วนเกิน
ความรู้สึกริษยาเกิดขึ้นทุกครั้ง หากเธอได้เห็นภาพความสนิทสนมระหว่างน้องสาวกับปกป้อง ความรู้สึกนั่นบั่นทอนกำลังใจของเธอ บางครั้งเมษาก็ท้อแท้ จนไม่อยากมีชีวิตอยู่
มายาเกิดมาพร้อมกับความโชคดี
ในขณะที่เธอรู้สึกตรงกันข้าม เมษากระเสือกกระสนแทบตายกว่าจะมีเสียงชื่นชม มายากลับได้รับโอกาสดีๆ ไปแบบง่ายดาย โดยที่บางครั้งไม่ต้องทำอะไรเลย ขอแค่เพียงมายายิ้ม...
โลกโหดร้ายกับเมษาเหลือเกิน
“อ้อ” ปกป้องครางในลำคอ และเขาก็ไม่พูดอะไรออกมาอีกเลย
เมษารู้ดีว่าเขาไม่ต้องการพูดคุยกับเธอหรอก ปกป้องเว้นระยะห่างจากเธอจนเห็นได้ชัด เมษาจึงเดินออกมาด้านนอก พร้อมกับเอียงคอมองปกป้อง
“เชิญคุณปกป้องไปพักที่ห้องของยัยหยาดีกว่ามั้ยคะ” เธอไม่ได้จงใจไล่เขา แต่การมีปกป้องในห้องส่วนตัวของเธอ มันออกจะเกินเลยไปหน่อย เธอรู้ว่าชายตรงหน้าไม่มีทางปริปากพูดให้คนอื่นได้ยิน แต่การกันไว้ ก็ปลอดภัยกับตัวเอง ในเมื่อเธอแอบมีใจให้เขา หากเกิดอะไรผิดพลาดขึ้นมา คนที่เสียหายคือเธอ ไม่ใช่ปกป้องสักหน่อย
“โทษทีนะ ผมลืมไป”
ปกป้องเดินออกจากห้องนอนของเมษา เธอแตกต่างจากภาพที่เขาคิดไว้เกินคาด ผู้หญิงที่เคร่งครัดในระเบียบ ไม่น่าเชื่อว่าห้องนอนของเธอจะหวานได้แบบนี้ เขาเห็นตุ๊กตาจำนวนมากในห้องนอนของเธอ ซึ่งต่างจากท่าทางเคร่งขรึมที่เห็นจนชินตา
เมษาสูดลมหายใจลึกๆ มองตามแผ่นหลังเหยียดตรงจนปกป้องหายลับไปจากสายตา เธอเดินกลับเข้าห้อง ตั้งใจจะนอนพักให้เต็มตา แต่ความรู้สึกบางอย่างที่เกิดขึ้นในใจ เมษากลับข่มตาให้หลับไม่ลง
บ้านทั้งหลังมีแค่เธอกับปกป้องเท่านั้น
ตึกๆ เสียงหัวใจเธอเต้นกระหน่ำจนต้องรีบปรามตัวเอง “เธอดีใจอะไรยะ เขาไม่ได้มาที่นี่เพราะเธอหรอกนะ เขามาเพราะเขาเกรงว่าตัวเองจะมีอันตราย เขาแค่อยากมีชีวิตอยู่ถึงวันที่เขาสมรัก กับคนที่เขารักต่างหาก”
เป็นการตอกย้ำให้ตัวเองเจ็บปวดมากขึ้น
เมษาแค่นยิ้ม ความเจ็บปวดนี่จะยังติดค้างอยู่ในใจจนกว่าความรู้สึกของเธอจะเปลี่ยนไปนั่นแหละ “เห้อ!!” เสียงถอนหายใจดังท่ามกลางความมืด เพราะเมษารู้ไง เธอไม่มีทางทำเช่นนั้นได้ ความรู้สึกแบบนี้จะอยู่กับเธอไปจนวันตาย
บางที เธอควรจัดการบางอย่าง
เธออยู่แบบนี้ไม่ได้ เธอกลัวว่าสักวันจะเผยพิรุธออกมา
และนั่นจะเป็นหายนะสำหรับเธอ
เธอควรทบทวนเรื่องการ ‘ย้าย’ ให้จริงจังกว่านี้ หากเธอเลือกที่จะหลบหน้าเพื่อรักษาแผลใจ นั่นอาจเป็นทางออกที่ดีก็ได้
“จริงสิ เราควรไปจากที่นี่สักพัก” เมษาพึมพำ เธอทรงตัวลุกขึ้นนั่ง มองเลยไปที่โต๊ะทำงานที่ยังมีดวงไฟเปิดอยู่ เมษาเบี่ยงปลายเท้าลงยืนที่พื้น เธอลุกขึ้นยืน เดินไปควานหาเอกสารบางอย่างที่ถือติดมือมาด้วย
เมษาใช้เวลากว่าชั่วโมงในการอ่านทบทวนข้อสัญญาบนเอกสาร
ข้อเสนอไม่เลวเลย แม้เธอต้องเริ่มต้นทำงานในที่ทำงานใหม่ แต่ตำแหน่งและเงินเดือนสูงขึ้น
เธอก้มมองวันเริ่มงานซ้ำอีกครั้ง เมษาแค่นยิ้ม มันเป็นเรื่องบังเอิญที่ค่อนข้างใจร้ายกับเธอไปสักหน่อย เธอคงไม่มีวันลืมวันแห่งความเศร้านี้ได้ วันที่นั้น คือวันที่มายากับปกป้องจะแต่งงานกันนี่นา เธอจะลืมได้ไง
เมษาคว้าปากกามาจรดลงบนช่องว่างนั่นแบบไม่ต้องคิดซ้ำอีก
เธอตกลงปลงใจเลือกทางนี้ เพื่อตัวเองและน้องสาว