ตอนที่ 2 ข้อเสนอ
ย่าบัวนั่งรถกลับมาถึงบ้านด้วยสีหน้าเคร่งเครียด จนคนเป็นลูกชายเห็นก็อดที่จะถามไถ่ไม่ได้
“แม่...หน้าเครียดเชียวมีเรื่องอะไรหรือเปล่า” วิวัฒน์คือบิดาผู้ให้กำเนิดคมสัน เป็นลูกชายของย่าบัว เอ่ยถามขึ้นด้วยความเป็นห่วง
“แม่โมโหลูกชายแกนั่นแหละ”
“มันไปทำอะไรให้แม่โมโหอีกล่ะ”
“อายุตาแสนก็ไม่น้อยแล้ว แม่ว่าจะหาเมียให้มันสักคน” ผู้เป็นแม่ไม่ได้ตอบคำถามของลูกชาย แต่เลือกที่จะพูดในสิ่งที่ตัวเองคิดมาตลอดทาง
“คิดยังไงถึงอยากจะหาเมียให้มัน”
“เถอะน่า...แม่สนใจยัยหนูน้ำขิงลูกสาวอุดม ป่านนี้น่าจะเรียนจบแล้วมั้ง” ย่าบัวสนใจลูกสาวบ้านนี้เพราะว่าเมื่อไม่กี่วันก่อน ท่านได้ทราบข่าวมาว่าครอบครัวนี้กำลังประสบปัญหาเรื่องการเงินค่อนข้างหนัก ผู้เป็นแม่กู้เงินไปลงทุนแต่ดันถูกโกง อีกทั้งยังใจดีไปค้ำประกันเงินกู้ให้เพื่อนบ้านจนตัวเองต้องเดือดร้อน
หนี้สินทั้งหมดรวมกัน ได้ข่าวมาว่าเกือบๆสองล้านบาท ทำให้เจ้าตัวรับไม่ได้กับสิ่งที่เกิดขึ้น ตรอมใจตายไปเมื่อไม่นานมานี้ ส่วนผู้เป็นสามีไม่รู้จะทำยังไง ทำได้แค่หาเงินส่งดอก แต่ก็ส่งได้ไม่มากนัก เพราะต้องส่งลูกสาวเพียงคนเดียวเรียนต่อให้จบ หนี้สินที่มีก็ไม่ได้ลดลงเลย แถมดอกยังเพิ่มขึ้นจนตอนนี้มืดแปดด้านไปหมด หลังจากที่ภรรยาได้เสียชีวิตไปแล้ว อุดมก็ได้มีภรรยาใหม่คิดแค่ว่าหาเพื่อนอยู่ด้วยในยามแก่เฒ่า
“ใครเขาจะยกลูกสาวให้แม่ง่ายๆ ฝันไปเถอะ” วิวัฒน์ค้านเสียงเข้ม เพราะเขารู้จักนิสัยของลูกชายตัวเองเป็นอย่างดี...ที่ผ่านมาก็ไม่เห็นคมสันจะจริงจังกับใครสักคน
“ก็ไม่แน่ แม่ได้ข่าวมาว่าตั้งแต่ที่แม่ของเธอเสียไป พ่อก็มีเมียใหม่ หนี้สินพะรุงพะรัง”
“เป็นหนี้จะสักเท่าไหร่กันเชียว คงไม่ถึงกับต้องขายลูกสาวกินหรอกมั้ง”
“สองล้าน” ย่าบัวแอบเสียดายความเก่งของภรรยาของอุดมที่เสียไปแล้ว เธอเป็นผู้หญิงเก่ง เป็นช้างเท้าหน้า เป็นหัวหน้าครอบครัว เป็นคนหาเงินเข้าบ้านได้ครั้งละมากๆ ส่วนสามีไม่ค่อยเก่งในเรื่องการลงทุนนัก ทำได้แค่คอยสนับสนุนอยู่ข้างหลัง แต่สุดท้ายความใจดีใจใหญ่ก็ทำให้ตัวเองเดือดร้อน
“สองล้านเอง ก็ไม่เท่าไหร่นี่” สำหรับครอบครัวนี้เงินสองล้านจัดว่าไม่ได้เยอะมากขนาดนั้น แต่สำหรับบางครอบครัวเงินจำนวนนี้หาทั้งชาติก็หาไม่ได้ โดยเฉพาะอุดมที่ไม่ค่อยเก่งในเรื่องลงทุน เขาทำได้แค่งานใช้แรงทั่วๆไปเท่านั้น
“รุ่ง รุ่งเอ๊ย” เมื่อคิดได้ก็ต้องลงมือทำเลย ย่าบัวส่งเสียงเรียกคนขับรถเสียงดัง
“ครับย่า รุ่งมาแล้วครับ”
“ขับรถให้ย่าหน่อย ย่าจะไปทำธุระ”
“แม่นี่ก็ขยันไปโน่นไปนี่เนอะ อยู่ให้ติดบ้านบ้างเถอะ ออกเที่ยวเป็นเด็กไปได้” วิวัฒน์บ่นแม่ตัวเอง เนื่องจากท่านชอบใช้คนงานที่ร้านให้ช่วยพาไปโน่นไปนี่อยู่เป็นประจำ จนรุ่งไม่ได้มีเวลาอยู่ทำงานในร้านเลย
“บ่นเป็นคนแก่ไปได้ ไปรุ่งไป ไม่ต้องไปสนใจ”
“ผมไม่แก่เท่าแม่หรอก”
รุ่งพาย่าบัวเดินออกจากบ้านไปขึ้นรถ หลังจากที่เพิ่งกลับมาจากบ้านสวนได้ไม่ถึงสิบนาที
“บ่นอะไรเฮีย” ทับทิมภรรยาของวิวัฒน์ มารดาของคมสัน เดินเข้ามาหาสามี ได้ยินเสียงบ่นพึมพำจึงถามดู
“ดูแม่สิ ออกเที่ยวแต่เช้า ไอ้รุ่งยังไม่ได้ช่วยงานในร้านเลยวันนี้”
“ไม่เป็นไรหรอกน่า ถ้าไม่ให้ไอ้รุ่งมันขับรถไปให้ เฮียจะให้แม่ขับไปเองหรือยังไง”
“ไม่ดีมั้ง” ย่าบัวอายุเจ็ดสิบกว่าแล้ว หูตาไม่ค่อยดีตามประสาคนแก่ แต่ความแข็งแรงนี่จัดว่าไม่เป็นสองรองใคร อาจจะเป็นเพราะว่าท่านเป็นคนหยุดไม่ได้ ว่างก็ทำโน่นทำนี่เหมือนได้ขยับร่างกายไปในตัว
“ก็นั่นน่ะสิ ไปๆ ลูกค้ากำลังทยอยเข้าร้านแล้ว วันนี้เฮียอยู่หน้าเตานะ เดี๋ยวฉันเป็นลูกมือเอง” ลูกน้องในร้านมีอยู่สามคนไม่นับรวมรุ่ง รุ่งเป็นคนขับรถคอยซื้อของและส่งอาหารตามออเดอร์ที่ลูกค้าสั่ง นับเป็นงานบริการที่ทันยุคทันสมัย แต่ช่วงไหนที่รุ่งไม่อยู่ คนอื่นก็ต้องทำหน้าที่แทน ส่วนคนที่อยู่ต่างก็แบ่งหน้าที่กันไปทำ ร้านนี้ไม่ได้ขายหลายอย่าง ขายแค่ข้าวขาหมูกับข้าวมันไก่สองอย่างเท่านั้น ขายแค่สองอย่างก็แทบไม่มีเวลาหยุดพักแล้ว ลูกค้าแน่นร้านทุกวัน ขายเช้าไปถึงเที่ยงของก็หมด ช่วงบ่ายจึงเป็นเวลาพักผ่อนกับเตรียมของไว้สำหรับขายในวันพรุ่งนี้ต่อ
ทางด้านย่าบัว รถคันที่ท่านนั่งมาจอดสนิทลงที่หน้าบ้านไม้หลังหนึ่ง ขนาดบ้านค่อนข้างใหญ่ เมื่อก่อนบริเวณบ้านจะเต็มไปด้วยต้นไม้ดอกไม้สวยงาม แต่บัดนี้ดูทรุดโทรมลงไปมาก ต้นไม้ใหญ่ทยอยตาย ส่วนต้นไม้เล็กๆก็แทบไม่มีเหลือให้เห็น อาจจะเป็นเพราะคนดูแลได้เสียชีวิตจากโลกนี้ไปแล้ว
“นั่นใครมาน่ะ น้าบัวเองหรอกรึ” เสียงรถจอดสนิทลงที่หน้าบ้าน ทำให้เจ้าของบ้านต้องโผล่หน้าออกมาดู เห็นหญิงชราคนหนึ่งที่ครั้งก่อนเคยไปมาหาสู่กันตลอด ถึงแม้ว่าเวลาจะผ่านไปนานมากแล้ว แต่ความคุ้นเคยในอดีตก็ยังพอจดจำกันได้
“อุดมน้าเอง มีธุระจะคุยด้วยหน่อย ขอเข้าไปคุยในบ้านได้มั้ย” ย่าบัวนั่งรถมาไกล ใช้เวลาราวๆสองชั่วโมงกว่าจะถึงบ้านหลังนี้ เนื่องจากอยู่คนละจังหวัดระยะทางค่อนข้างไกล
“เชิญครับเชิญ” ย่าบัวรีบเดินเข้าไปด้านในบ้าน ครั้งหนึ่งท่านเคยมาที่นี่ สภาพบ้านตอนนั้นดีกว่าตอนนี้มาก ไม่ว่าจะเป็นความสะอาดทั้งด้านนอกและด้านใน บ่งบอกได้ถึงสภาพจิตใจของผู้อาศัยได้เป็นอย่างดี
“รกหน่อยนะครับ ช่วงนี้ยุ่งๆไม่ค่อยมีเวลาทำความสะอาดบ้านเลย” หนี้สินพะรุงพะรังจะไปเอากะจิตกะใจที่ไหนมาทำความสะอาดบ้าน อุดมมีภรรยาใหม่อยู่ด้วยกันก็จริง แต่เจ้าหล่อนก็ไม่คิดจะช่วยหยิบจับอะไรเลยเหมือนอยู่ไปวันๆ
“น้าบัวมีธุระอะไรกับผมหรือเปล่าครับ ถึงขับรถมาถึงที่นี่ได้” อุดมจำได้ว่าตั้งแต่สามีของน้าบัวเสียไปเขาก็ไม่เคยไปมาหาสู่กับคนบ้านนั้นอีกเลย เพราะส่วนตัวสนิทกับน้าผู้ชายมากกว่า ซึ่งก็น่าจะราวๆสิบปีแล้วเห็นจะได้
“ขอพูดเข้าเรื่องเลยแล้วกัน ลูกสาวเรามีแฟนหรือยัง พอดีน้าอยากจะมาสู่ขอยัยหนูน้ำขิงให้ตาแสนหลานชายน้าน่ะ” สิ่งที่ได้ยินทำเอาคนเป็นพ่อถึงกลับงุนงง เด็กสองคนนี้ไม่เคยเจอหน้ากันเลยสักครั้ง แถมอายุของทั้งสองยังดูห่างกันมาก...การสู่ขอนี้หมายความว่ายังไง?
“ผมไม่เข้าใจ” ความรู้สึกงุนงงของอุดมบ่งบอกออกมาทางสีหน้าอย่างชัดเจน
“ก็ไม่มีอะไรมาก แค่อยากจะหาเมียดีๆให้หลานชายสักคน น้าได้ข่าวมาว่าเรามีหนี้ตั้งสองล้าน ยกลูกสาวให้น้าสิ แล้วเอาเงินสองล้านไปใช้หนี้ ถือว่าเงินนี้เป็นค่าสินสอดสู่ขอยัยหนูน้ำขิง"
".........." อุดมทำท่าคิด ย่าบัวจึงพูดต่อว่า...
"อย่าหาว่าน้าดูถูกเลยนะ น้าไม่ได้มีเจตนาไม่ดี แค่อยากหาหลานสะใภ้ที่ถูกใจสักคน” อุดมเคยเห็นคมสันหลานชายที่ย่าบัวพูดถึง แต่กระนั้นก็นานมากแล้ว คมสันเป็นผู้ชายหน้าตาดี รูปร่างสูงโปร่ง ถูกปู่กับย่าเลี้ยงมาเหมือนลูกคนเล็ก คำพูดของย่าบัวอุดมไม่ได้ติดใจอะไร คิดว่าผู้เป็นย่าน่าจะเป็นห่วงหลานชาย จึงมาสู่ขอลูกสาวที่ตนรักดั่งแก้วตาดวงใจไปให้หลานชายที่รักของท่าน
“แต่ลูกสาวผมทำอะไรไม่ค่อยเป็น งานบ้านก็ไม่ค่อยเก่ง เกรงว่าเอาไปแล้วจะเป็นภาระ...” น้ำขิงถูกเลี้ยงดูมาเป็นอย่างดีตลอด ตั้งแต่เล็กจนโต แม้กระทั่งหลังจากที่มารดาผู้ให้กำเนิดของเธอเสียไป อุดมก็ยังฟูมฟักเลี้ยงดูส่งเสียร่ำเรียนจนจบ ถึงแม้ว่าการเงินจะติดลบก็ตาม แต่คนเป็นพ่อก็ยังคงทำหน้าที่อย่างสุดความสามารถ เพื่อส่งลูกขึ้นฝั่งได้จนสำเร็จ
“ของแบบนี้มันฝึกกันได้ แล้วเจ้าตัวอยู่บ้านหรือเปล่าล่ะ”
“ไม่อยู่หรอกครับ แกเข้ากรุงเทพไปหางานทำ วันเสาร์เห็นว่าจะกลับมาบ้าน”
“เรียนจบแล้วสินะ”
“ครับน้า แกเพิ่งเรียนจบ”
“ไม่ได้เจอนานมากเลย คงโตเป็นสาวแล้ว ตกลงอุดมจะยกลูกสาวให้น้ามั้ย” อุดมหันไปมองหน้าภรรยาที่นั่งฟังอยู่ด้านข้าง เจ้าหล่อนพยักหน้าเบาๆให้เป็นคำตอบ จากนั้นก็พูดเสริมขึ้นว่า...
“น้ำขิงยังไม่มีใคร บ้านเราก็หนี้สินท่วมหัว ยกลูกสาวให้เขาไปก็ดี จะได้มีคนช่วยดูแลด้วย ดีมั้ยคะพี่”
“แต่พี่ว่าเราน่าจะลองถามลูกดูก่อน” อุดมหันไปพูดกับภรรยาใหม่ของเขา อีกใจก็อยากยกลูกสาวให้ไปอยู่ในที่สุขสบาย เพราะรู้ฐานะทางการเงินของครอบครัวนี้ดี ส่วนอีกใจก็กลัวว่าลูกสาวจะโกรธหาว่าพ่อผลักไส
“น้ำขิงพูดง่าย ยังไงแกก็ยอม อีกอย่างถือว่าช่วยพี่ใช้หนี้ด้วยไง หนี้สินที่เกิดขึ้น ก็เป็นเพราะแม่ของเธอไม่ใช่เหรอ...”
“พอเถอะ หยุดพูดได้แล้ว น้าบัวครับ เอาเป็นว่าผมยกลูกสาวให้ เดี๋ยวเรื่องนี้ผมจะคุยกับลูกเอง ขอเวลาผมสักหน่อย ถ้าได้เรื่องยังไงแล้วจะติดต่อกลับไปนะครับ” ย่าบัวเห็นว่าอีกฝ่ายมีความเป็นกังวลใจอยู่ไม่น้อย จึงขอพูดอีกสักประโยคทิ้งท้ายก่อนกลับ
“อุดม...ถ้าอุดมยอมยกลูกสาวให้น้า น้าสัญญาว่าจะดูแลยัยหนูน้ำขิงให้เป็นอย่างดี”
“ขอบคุณครับน้า ผมมีลูกสาวคนเดียว ถ้าหลานชายน้าไม่เจ้าชู้ เป็นคนดี ผมก็เบาใจ” สิ่งที่อุดมพูดทำเอาย่าบัวต้องรีบปั้นหน้าฝืนยิ้มให้คู่สนทนาทันที แต่กระนั้นก็คิดเข้าข้างหลานชายตัวเองว่า...นิสัยมันเปลี่ยนกันได้!
“ถ้ายัยหนูตกลง โทรไปบอกน้านะ อ่ะนี่เบอร์โทร” ย่าบัวยื่นกระดาษที่มีเบอร์โทรติดต่อให้อุดมไป
“ครับ” ทั้งสองฝ่ายแลกเบอร์มือถือกัน โดยมีภรรยาใหม่ของอุดมเป็นคนจัดการให้
“ทันทีที่มีการจดทะเบียนสมรส หนี้สินทั้งหมดน้าจะจัดการให้”
“ขอบคุณครับน้าบัว ผมจะรีบคุยกับลูกสาวทันทีที่น้ำขิงกลับมาบ้าน”
“เอาล่ะ หมดธุระแล้ว น้าต้องขอตัวกลับก่อน จะรอฟังข่าวดีจากโทรศัพท์นะ”
“สวัสดีครับน้า”
“สวัสดีค่ะน้า”
“สวัสดีจ้า” ร่ำลากันเสร็จย่าบัวก็เดินทางกลับบ้านด้วยรอยยิ้ม การเจรจาในวันนี้ถือว่าสำเร็จไปหนึ่งขั้น
ตอนที่ 3 ย่าบัวเอาจริง
“ย่าครับ ย่าคิดว่าจะได้ลูกสาวบ้านนี้ไปเป็นหลานสะใภ้มั้ยครับ” รุ่งอยากรู้ความคิดของย่า รุ่งนั่งฟังอยู่ด้วยตลอด เขาคิดว่าผู้เป็นพ่อดูจะเป็นห่วงความรู้สึกของลูกสาวมากกว่าสิ่งอื่นใด ส่วนความคิดของย่าบัวนั้น การที่อุดมได้ตกลงรับคำยอมยกลูกสาวให้แล้ว นั่นก็แปลว่าคนเป็นพ่อได้ตัดสินใจแล้ว ส่วนที่เหลือก็น่าจะเป็นการตัดสินใจของคนเป็นลูกสาว ฉะนั้นการที่ย่าบัวจะได้น้ำขิงมาเป็นหลานสะใภ้หรือไม่นั้น ก็ต้องดูการตัดสินใจของเจ้าตัวอีกที ว่าจะเต็มใจช่วยผู้เป็นบิดาปลดหนี้หรือเปล่า ส่วนเรื่องเต็มใจแต่งนั้น คงไม่มีใครเต็มใจแน่นอน
“ไม่ได้ลูกสาวบ้านนี้ก็หาลูกสาวบ้านอื่น แต่ยัยหนูคนนี้ย่าเคยเจอ แกน่ารักดี แม่ของเธอก็เป็นคนดี ที่ถูกโกงก็เพราะเป็นคนดีเกินไปนี่แหละ” ย่าบัวไม่ได้สักแต่จะหาหลานสะใภ้อย่างเดียว แต่ท่านดูไปถึงนิสัยใจคอของพ่อกับแม่ อีกอย่างท่านเคยเจอน้ำขิง ถึงแม้ว่าจะผ่านไปนานหลายปี แต่ใบหน้าสะสวยของเด็กผู้หญิงตัวเล็กในวันวาน คงไม่เปลี่ยนไปมากนัก ถึงจะเปลี่ยนก็น่าจะเปลี่ยนจากเด็กหญิงเป็นหญิงสาวสะพรั่งตามอายุตามวัย
“แบบนี้ใช่มั้ยครับ ที่คนโบราณเขาว่า ดูวัวให้ดูหาง ดูนางให้ดูแม่”
“ไม่ได้หมายถึงถูกโกงนะ” เอ็นดูเขาเอ็นเราขาด คนใจดีส่วนมากมักจะถูกเอาเปรียบ แม่ของน้ำขิงโชคร้ายที่เจอคนไม่ดี
“ครับ ผมรู้”
“ไปๆกลับได้แล้ว” รุ่งจัดการขับรถพาย่าบัวกลับบ้านตามหน้าที่
ช่วงเย็นคมสันขับรถไปรับลูกชายกลับจากโรงเรียน วันนี้แสบเห็นพ่อมารับที่หน้าโรงเรียนก็ดีใจใหญ่ ส่วนวันอื่นๆจะเป็นปู่ไปรับหรือไม่ก็รุ่งคนขับรถที่ร้าน แล้วแต่ว่าช่วงไหนใครว่าง
“พ่อครับ วันนี้มีการบ้านคณิต พ่อช่วยสอนการบ้านให้แสบหน่อยได้มั้ยครับ” แสบเป็นลูกของน้องชายที่เสียไปแล้วด้วยอุบัติเหตุ ตั้งแต่แสบตัวเล็กๆคลอดออกมาได้ไม่กี่เดือน ปัจจุบันแม่ของแสบได้มีสามีใหม่ ทิ้งแสบไว้ให้ปู่กับย่าเลี้ยง ส่วนคมสันหรือแสน ที่เป็นลุงแท้ๆจึงอาสาเป็นพ่อให้กับหลานชายตัวเล็กของเขา ปัจจุบันแสบอายุห้าขวบแล้ว เริ่มเข้าใจเรื่องพ่อกับแม่บ้างแล้ว เนื่องจากทุกคนในครอบครัวไม่ได้คิดที่จะปิดบังความจริงกับแสบอยู่แล้ว ซึ่งแสบก็ยังมีอาอีกหนึ่งคนชื่อว่าอาฟ้า คอยช่วยเลี้ยงแสบมาตลอดตั้งแต่พ่อแท้ๆของแกเสียไป
“ได้สิ”
“แสบอยากไปนอนกับพ่อที่บ้านสวนด้วยจัง”
“ไม่ได้หรอก แสบต้องไปโรงเรียน อยู่กับย่านั่นแหละดีแล้ว”
“ว้า...งั้นเสาร์อาทิตย์ ขอแสบไปนอนกับพ่อด้วยได้มั้ยครับ”
“เอางี้ คืนนี้พ่อนอนกับแสบที่บ้านย่าดีมั้ย เรานอนด้วยกันที่นี่” คมสันยอมเป็นพ่อให้หลานชายก็จริง แต่เขาไม่ได้มีสัญชาตญาณความเป็นพ่อขนาดนั้น การเลี้ยงเด็กจึงเป็นเรื่องยากสำหรับเขา ทุกครั้งเวลาที่แสบร้องตาม เขาก็มักจะใช้วิธีนี้หรือไม่ก็หนีกลับ แต่ถึงอย่างนั้นหน้าที่บางอย่างที่พ่อควรทำให้ลูกเขาก็ทำให้ เช่นไปรับลูกที่โรงเรียน สอนการบ้าน นอนค้างกับลูก และพาไปเที่ยวบ้างตามโอกาส
“เป็นแบบนี้ทุกที...เฮ่อเด็กเซ็ง!” เมื่อแสบเริ่มโตขึ้น แกเริ่มรู้ทันคนเป็นพ่อ แสบเป็นเด็กมีเหตุผลเข้าใจง่าย ยิ่งรู้ว่าคนที่เรียกว่าพ่อมาตลอดคือลุง แสบจึงไม่เคยงอแงเกินความจำเป็นเลย
“เอาน่า เด็กอะไรขี้บ่นจัง”
“เมื่อไหร่พ่อจะหาแม่ให้แสบครับ แสบอยากมีแม่”
“ก็แม่หวานไง พักนี้มาหาแสบบ้างหรือเปล่า” แม่หวานคือแม่แท้ๆของแสบ เธอมักจะแวะเวียนมาเยี่ยมลูกตลอด การไปของหวานไม่มีใครว่าอะไร หวานอายุยังน้อย สามีเก่าเสียชีวิต มีสามีใหม่ก็ถือว่าเป็นเรื่องปกติธรรมดา
“ไม่มาเลยครับ”
“คิดถึงแม่มั้ยล่ะ”
“คิดถึงครับ”
“ให้พ่อโทรไปบอกแม่หวานให้เอามั้ย”
“ไม่ต้องหรอกครับ ย่าบอกว่าแม่ต้องทำงาน อย่าไปรบกวนเขา ถ้าคิดถึงให้แสบโทรหาแม่ได้” เสียงเล็กๆของเด็กชายวัยห้าขวบพูดบอกพ่อด้วยรอยยิ้ม
“แล้วได้โทรไปหาแม่บ้างหรือเปล่า”
“แสบไม่ได้โทรไป แต่แม่โทรมาครับ”
“แค่นี้ก็ดีแล้ว แม่หวานต้องทำงาน ทุกคนรักแสบ แสบมีพ่อ มีอาฟ้า มีปู่ มีย่า แล้วก็มีทวด ไม่เหงาหรอกจริงมั้ย”
“ครับ แต่แสบอยากมีแม่”
“อะไรอีกล่ะ ที่พูดมาตั้งนานไม่เข้าใจหรือไง”
“แสบอยากมีน้อง แสบอยากมีเพื่อนเล่นนี่ครับ” สรุปแสบไม่ได้อยากมีแม่ แต่แสบอยากมีน้องไว้เป็นเพื่อนเล่นนี่เอง
“เฮ้ย...แถไปเรื่อย ถึงบ้านแล้วไปๆลง” สองคนพ่อลูกพากันลงจากรถเดินเข้าไปในบ้าน ทันทีที่เข้าไปถึงเสียงของย่าบัวก็ร้องเรียกหลานชายดังมาแต่ไกล
“แสน...มาหาย่าหน่อย” สองคนพ่อลูกหันมองหน้ากัน จากนั้นก็พากันเดินไปตรงที่ย่าบัวนั่งอยู่
“แสบมาหาอาฟ้าเร็ว อาฟ้าจะพาไปอาบน้ำ”
“ครับ” คมสันส่งลูกให้น้องสาวไป จากนั้นเขาจึงเดินเข้าไปนั่งลงข้างๆย่าบัว
“ยิ้มอะไรครับย่า ยิ้มแปลกๆนะเนี่ย อย่าบอกนะว่าหาเมียให้ผมได้แล้ว” แสนพูดไปอย่างนั้น ตามประสาคนขี้เล่น
“ได้แล้ว รอเจ้าตัวตอบตกลง” ประโยคบอกเล่าของผู้เป็นย่าทำเอาคิ้วเข้มๆบนใบหน้าหล่อเหล่าขมวดเข้าหากันแน่นทันที
“ห๊ะ! ใครครับ ย่าอย่าพูดเล่นนะครับ ผมไม่ตลก”
“ย่าพูดจริง”
“สวยหรือเปล่า ไม่สวยผมไม่เอานะ”
“น้องอายุยี่สิบสามยี่สิบสี่ เพิ่งเรียนจบ”
“จะเด็กจะแก่ผมไม่สนใจ ตัวดำ อ้วนพุงปลิ้น แก้มยุ้ย หน้าเป็นสิว หัวเป็นรังแคผมไม่เอานะครับ” ใบหน้าของย่าบัวถึงกลับเซ็งขึ้นมาทันที กับประโยคนี้ของหลานชาย
“แกก็พูดเกินไป ไม่รู้แหละ ย่าหาให้แล้วยังไงแกก็ต้องเอา” ย่าเองก็ยังไม่เห็นตัวจริงเสียด้วยสิ มัวแต่ดีใจจนลืมนึกถึงเรื่องเล็กๆพวกนี้ไปสนิทเลย
“ผมไม่เอา!” น้ำเสียงจริงจังไม่มีติดเล่นเหมือนทุกครั้ง ทำเอาคนแก่ที่อุตส่าห์เดินทางไปทาบทามสู่ขอให้เริ่มไม่พอใจ
“แล้วถ้าสวยล่ะ”
“สวยปานนางฟ้า แต่ถ้าหน้ากับหลังดูแล้วไม่แตกต่างผมก็ไม่เอา” เรื่องมาก! ย่าบัวคิดในใจ
“วะไอ้ลูกคนนี้ ห้าไม่เอา สิบไม่เอา วันนี้ย่าอุตส่าห์นั่งรถไปกลับตั้งสี่ชั่วโมง ไปหาเจ้าสาวให้แก เมื่อเช้าแกเป็นคนพูดเองนะว่าให้ย่าหาเมียให้”
“ผมพูดเล่น”
“แต่ย่าเอาจริง!”
“..........” คมสันกำลังจะอ้าปากพูด แต่ย่าก็ส่งเสียงไม่พอใจห้าม
“หยุดพูดเลยนะ! ถ้าน้องตอบตกลงยังไงแกก็ต้องเอา” ผู้เป็นย่าเสียงดังใส่ ทำให้คนเป็นหลานชายยอมเบาเสียงลง เสียงของสองคนย่ากับหลานทำให้สมาชิกในบ้านเดินเข้ามานั่งฟังด้วย ซึ่งก่อนหน้านี้ย่าบัวได้เล่าเรื่องนี้ให้ลูกชายและลูกสะใภ้ของท่านฟังไปบ้างแล้ว
“ลูกสาวบ้านไหนครับ”
“ลูกสาวคนเดียวของอุดม แกคงจำอุดมไม่ได้ พวกเราไม่ได้ไปมาหาสู่กันนานเป็นสิบปีแล้ว”
“ย่าเจอเธอหรือเปล่า” น้ำเสียงเบาลงอย่างเห็นได้ชัด คมสันอยากรู้ว่ารูปร่างหน้าตาของอีกฝ่ายเป็นยังไง
“ไม่เจอ เห็นว่าไปหางานทำที่กรุงเทพกลับวันเสาร์”
“ดูให้ดีก่อนสิ อย่าตกลงมั่วซั่ว เห็นแบบนี้ผมก็เลือกนะ”
“อื้อหือไอ้แสน เขาเอามึงก็บุญหัวแล้ว” ประโยคนี้เป็นวิวัฒน์บิดาผู้ให้กำเนิดคมสันพูดขึ้น
“ว่าแต่ย่าไปทำยังไง ถึงคิดว่าเธอจะเอาผม”
“ไม่บอก...”
“ใช้เงินแก้ปัญหาอีกแล้วใช่มั้ย”
“ถ้าใช่แล้วจะทำไม เอ็งเป็นหลาน หัดพูดจาเคารพย่าบ้าง”
“ผมไม่เคารพย่าตรงไหน ผมรักย่าที่สุด”
“ไม่ต้องมาปากหวาน เตรียมตัวเป็นเจ้าบ่าวให้ดี”
“ของแบบนี้มันต้องทดลองอยู่ก่อน หน้าตายังไม่รู้ นิสัยคงไม่ต้องพูดถึง เรื่องจัดงานเอาไว้ทีหลังเลย ผมไม่มีวันเข้าพิธีสมรสกับคนที่ผมไม่ได้รักแน่ แล้วย่าก็ห้ามมาบังคับผมด้วย”
❤️❤️❤️❤️❤️