เขาหล่อจนลืมหายใจ หล่อราวกับไม่ใช่มนุษย์ ชุดสูทไร้ที่ติสีถ่านช่วยเน้นรูปร่างใหญ่โตนั้นให้น่าเกรงขาม ไหล่กว้างสง่างามบ่งบอกได้ถึงความแข็งแกร่งและพละกำลังที่เขามีอยู่ในตัวได้เป็นอย่างดี
หญิงสาวกวาดสายตามองใบหน้าของเขาอย่างลืมตัว เส้นผมสีดำสนิทตัดสั้นแนบชิดสีศีรษะทุยได้รูปสวย เส้นคิ้วหนาดกดำพาดอยู่เหนือดวงตาสีนิลเนื้อดีคมกล้า ที่มันเจิดจ้าอยู่ใต้แพขนตาดกดำที่ทั้งยาวและงอนราวกับสตรี ทุกสิ่งทุกอย่างที่รวมอยู่บนใบหน้าสี่เหลี่ยมนั้น ช่างขับให้ใบหน้าคมสันนั้นดูโดดเด่นมากขึ้นอย่างน่าอัศจรรย์
ตยาคีย์พยายามกลืนน้ำลายลงลำคอที่แห้งผากด้วยความยากลำบาก ภาพของบุรุษที่หล่อระเบิดเถิดเทิงตรงหน้าทำให้เนื้อตัวสาวร้อนผ่าวอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน ความรู้สึกแปลกประหลาดที่ไม่เคยเกิดขึ้นกำลังวิ่งวนไปทั่วร่างก่อนจะไปอัดแน่นที่บริเวณช่องท้อง มันค่อยๆ ร้อนรุ่มขึ้นอย่างน่าหวาดกลัว และยิ่งเขาใช้สายตาคมกล้ามองจ้องมาเหมือนกับกำลังจะถอดเสื้อผ้าของหล่อนให้หลุดออกไปจากร่างทีละชิ้นทีละชิ้นด้วยแล้ว หัวใจของหญิงสาวก็เต้นรัวราวกับกลองที่ถูกกระหน่ำตี
หญิงสาวค่อยๆ เลื่อนสายตามองต่ำลงไปที่ริมฝีปากหยักได้รูปสีสวยที่อยู่ภายใต้จมูกโด่งเป็นสันงดงาม กรามแข็งแกร่งของเขามีไรเคราสีเขียวขึ้นอยู่ อยากจะรู้นัก หากริมฝีปากสวยคู่นั้นแนบสนิทลงมากับเรียวปากอิ่มของตนเองมันจะให้ความรู้สึกเช่นไร จะมีความสุข หรือว่าทุกข์ทรมาน
แต่ที่รู้แน่ๆ อยู่เต็มหัวใจก็คือ...
เขาคือตัวอันตราย
อันตรายทั้งต่อร่างกาย และหัวใจของหล่อน
หญิงสาวได้ยินเสียงลมหนักๆ ที่ผู้ชายหล่อเหลือร้ายตรงหน้าพ่นออกมาจากริมฝีปากหยักสวยคู่นั้น ก่อนที่ร่างกำยำ สูงใหญ่ราวกับยักษ์ตัวโตจะลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ยืนค้ำตระหง่านอยู่เหนือศีรษะของหล่อน ตยาคีย์รีบผุดลุกขึ้นยืน ก่อนจะรีบถอยหลังหนีจากอำนาจอำมหิตที่เปล่งประกายออกมาจากสายตาสีนิลคู่นั้นอย่างหวาดกลัว
เขามีอะไรบางอย่าง ที่เป็นอันตรายต่อหัวใจที่ตายด้านของหล่อน...
“คุณทำงานที่นี่มานานหรือยัง”
เขาถาม ขณะก้าวเดินเข้ามาหา ไล่ต้อนจนหล่อนจนมุม แผ่นหลังบางชนกับผนังห้อง ดวงตากลมโตดำขลับ เหลือบขึ้นมองใบหน้าของเสือร้ายที่ตอนนี้หยุดอยู่ตรงหน้าด้วยความตระหนก
“ทำได้ห้าวันแล้วค่ะ ทำพาร์ทไทม์”
ตอบคำถามเสียงสั่นพร่า มองเขาอย่างหวาดระแวง ก่อนจะต้องสะดุ้งตกใจ เมื่อเขาใช้ลำแขนทั้งสองข้างเท้ากับผนังห้องกักร่างบางไว้ในนั้น ความใกล้ชิดสนิทสนมที่ไม่คุ้นเคยมาก่อนทำให้เลือดสาวร้อนระอุขึ้นมาราวกับถูกสุมเพลิง
“งั้นก็แสดงว่าคุณ นอนหลับอย่างนี้มาห้าวันเลยน่ะสิ”
เขายิ้มอย่างเจ้าเล่ห์ ในขณะที่หล่อนหน้าซีดเผือด ก่อนจะก้มหน้ายอมรับความจริง
“ฉันยอมรับค่ะ ว่าฉันแอบนอนจริงๆ แต่หากคุณจะกรุณา ก็ช่วยฟังคำอธิบายของฉันก่อนได้ไหมคะ ก่อนจะตัดสินใจไล่ฉันออก”
มาร์โคระบายยิ้มออกมา ดวงตาคมกล้าไม่เคยละจากใบหน้างามของเจ้าหล่อนเลยตั้งแต่ที่พบหน้าครั้งแรก ความรู้สึกที่ไม่เคยเกิดขึ้นกับผู้หญิงคนไหนมาก่อนกำลังก่อกวนหัวใจอย่างบ้าคลั่ง แม่นางแบบชั้นนำ หรือดาราฮอลลีวู้ดตกขอบชิดซ้ายไปทันที แค่เพียงได้เห็นเจ้าหล่อน
“ก็ลองแก้ตัวมาสิ บางทีผมอาจจะแกล้งทำเป็นไม่รู้ไม่เห็นเรื่องนี้ก็ได้”
ชายหนุ่มก้มหน้าต่ำลงอีก ปลายจมูกโด่งสวยแบบลูกครึ่งแทบจะชนกับแก้มนวลของหญิงสาวที่ยืนตัวสั่นเป็นเจ้าเข้าอยู่ในกรงแขนของเขา แก้มสาวของหล่อนแดงก่ำ
“คือว่า... ฉันเข้างานตอนหกโมงเย็น และฉันก็เลิกงานตอนเที่ยงคืน แต่หากคุณลองเช็คเวลารูดบัตรของฉัน คุณก็จะรู้ว่าฉันเลิกงานเที่ยงคืนครึ่งทุกวัน และไม่เคยเขียนโอทีเลย นี่คือความสัตย์จริงค่ะ”
มาร์โคอมยิ้มขณะหลุบตามองเรียวปากอิ่มสีแดงสดของสาวน้อยที่ขยับไปมาอย่างคาดหมาย เขาแทบไม่รู้เรื่องเลยด้วยซ้ำว่าเมื่อกี้หล่อนพูดว่าอะไร หรือถ้าจะพูดให้ถูกเขาไม่ได้ใส่ใจจะฟังคำอธิบายพวกนั้นเลยสักนิด
แต่เจ้าเรียวปากอิ่มสีสวยน่าจูบนี่ต่างหากที่เขากำลังใส่ใจ... อยากจะลิ้มลองมันใจจะขาด
เมื่อเห็นเขาไม่ตอบมัวแต่จ้องมองหล่อน ตยาคีย์จึงถามเขาออกไป
“คุณเข้าใจที่ฉันพูดใช่ไหมคะ และหากคุณจะกรุณาฉัน ได้โปรดอย่ารายงานสิ่งที่คุณเห็นนี้กับบริษัทของฉันหรือเจ้านายของคุณเลยนะคะ”
มาร์โคเลิกคิ้วขึ้นอย่างแปลกใจ
“เจ้านายของผมหรือ? แล้วคุณคิดว่าผมเป็นใครกัน”
ชายหนุ่มอมยิ้ม เมื่อพึ่งรู้ว่าแม่สาวตรงหน้าซื่อชนิดที่หาตัวจับยาก
มีผู้หญิงคนไหนบ้างนะที่ไม่รู้จักเขา...
มาร์โค เบอร์ลัสโคนิ
เศรษฐีหนุ่มผู้มั่งคั่งและหล่อเหลา มาร์โคเป็นเลือดผสมที่ลงตัวของไทยและอิตาลี เขาคือศูนย์รวมแห่งความหล่อร้าย ความอำมหิตและไร้หัวใจของมาร์โคเด่นชัดออกมาจากสองตาคมกล้า ชายหนุ่มจะเด็ดขาด ไร้เมตตาเสมอในโลกของธุรกิจ และจะดุดัน ดิบเถื่อนทุกครั้งที่ร่วมเตียงกับสตรี กิตติศัพท์ความเป็นเสือผู้หญิงของเขาเลื่องชื่อลือชา แต่กระนั้นสาวๆ กว่าค่อนโลกก็ยังอยากจะเสี่ยงเพื่อให้ได้ใกล้ชิดกับเสือร้ายอย่างมาร์โค
หากแต่ใครจะรู้บ้างล่ะ ว่ามาร์โคนั้นอันตรายยิ่งกว่าราชสีห์ตอนหิวโซเสียอีก เขาไม่เคยต้องการผู้หญิงหน้าไหน เขาเกลียดผู้หญิงราวกับกิ้งกือไส้เดือน เพราะผู้หญิงคือมนุษย์ที่หิวเงิน และพวกหล่อนจ้องจะทำทุกวิถีทางเพื่อที่จะให้ได้สิ่งที่ตนต้องการ ไม่ว่าการกระทำนั้นมันจะทำให้ใครเสียใจ หรือว่าสูญเสียมากน้อยแค่ไหนก็ตาม พวกหล่อนเจ้าเล่ห์ได้อย่างน่าเดียดฉันท์
เขาจะใช้พวกหล่อนเหมือนผ้าขี้ริ้ว ใช้เสร็จก็จะโยนทิ้งลงพื้นอย่างไม่ใยดี และก็ใช้เงินฟาดหัวไปสักเล็กน้อย แค่นี้พวกหล่อนก็ดีใจจนไอ้ยางบนหน้าหนาขึ้นอีกหลายนิ้วแล้ว
แม่ผู้หญิงแพศยาพวกนั้นไม่มีทางจะมาสั่นคลอนอิสรภาพที่เขาหวงแหนมันยิ่งกว่าทองคำที่มันอยู่เต็มปราสาทของเขาได้แม้แต่น้อย ผู้หญิงหาความสำคัญไม่ได้เลยในเศษเสี้ยวชีวิตของเขา พวกหล่อนเหมาะเจาะเฉพาะยามที่เขาเปล่าเปลี่ยวและต้องการปลดปล่อยพลังเซ็กซ์เท่านั้น ใช้จนเบื่อแล้วก็ปาทิ้ง แค่นั้นมันก็เพียงพอแล้ว สำหรับพวกผู้หญิงที่ซื้อได้ด้วยเงินพวกนั้น
ภาพของมารดาที่ร้องไห้เพราะตรอมใจที่ถูกผู้หญิงแพศยาอีกคนหนึ่งแย่งสามีไปยังติดตรึงใจ มาร์โคยกโค้งเรียวปากขึ้นเป็นรอยยิ้มหยัน ความหลังเมื่อครั้งเยาว์วัยกลับมาอีกครั้ง
ภาพที่เขาต้องระหกระเหินอพยพตามมารดาที่เป็นหญิงอิตาเลี่ยนแท้มาอยู่ในเมืองฟลอเรนซ์นานเกือบยี่สิบปี มาร์โคจำได้ว่าอิสซาเบลแม่แท้ๆ เลิกกับ เมศวร พ่อของเขาซึ่งเป็นนักธุรกิจชาวไทย ตั้งแต่เขาอายุได้ 13 ปี ด้วยเหตุผลที่น่าสังเวชใจ คือ เมศวรมีเมียน้อย และหลังจากที่แม่ของเขาหย่าขาดจากบิดา แม่เมียน้อยที่หวังจะเป็นเมียหลวงก็ได้ขึ้นตำแหน่งเป็นเมียเอกทันที พร้อมกับลูกชายที่มีสายเลือดของเมศวร ชื่อ ฉัตรนคร ที่อายุ 10 ขวบพอดิบพอดี สถานการณ์ตรงหน้าทำให้รู้ว่าพ่อนอกใจแม่ของเขามานานถึง 10 ปีเต็ม หรือบางทีอาจจะนานกว่านั้น...
และตั้งแต่นั้นมาเขากับเมศวรก็ไม่เคยติดต่อกันอีกเลย เขากับพ่อไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกันอีก สมบัติพัสถานใดๆ มาร์โคก็ไม่เคยต้องการ เพราะเท่าที่มีอยู่ มันก็มากมายมหาศาล จะมีก็แค่สิ่งเดียวเท่านั้น... สิ่งเดียวที่ทำให้เขากับเมศวรยังคงเกี่ยวข้องกันอยู่ นั่นก็คือ สายเลือด
มาร์โคกัดกรามแน่น ดวงตากร้าวขึ้นอย่างน่ากลัว
หากไม่ติดว่าต้องมาบริหารห้างสรรพสินค้าสาขาใหม่ในเมืองไทยล่ะก็ ต่อให้เอาช้างมาฉุดเขาก็ไม่มีวันจะมาเหยียบแผ่นดินเกิดของบิดาอย่างเด็ดขาด
“ก็คุณคือคนที่มีหน้าที่ตรวจตราการทำงานของพวกฉันไม่ใช่หรือคะ”
น้ำเสียงหวานดังระฆังแก้วของแม่สาวน้อยคนสวย ทำให้มาร์โคถูกดึงกลับสู่ปัจจุบัน ชายหนุ่มจับอดีตอันชอกช้ำใส่หลุมและกลบดินทับอย่างแน่นหนา ก่อนจะหันมาจ้องมองหญิงสาวตรงหน้านิ่ง ดวงตากลมโตใสแจ๋วของเจ้าหล่อนทำให้ชายหนุ่มอดอมยิ้มออกมาไม่ได้ หัวใจของเขาตอนนี้เต้นระส่ำเป็นจังหวะระทึกใจ แม่สาวน้อยหน้าหวานช่างเปิดเผยทุกอย่างบนใบหน้าเสียจนหมดสิ้น
ปกติเขาจะไม่เคยคุยกับผู้หญิงคนไหนนานเกิน 5 นาที ยกเว้นบนเตียง แต่เจ้าหล่อนทำให้เขาเพลิดเพลินเหลือเกินในการสดับตรับฟังวาจาไพเราะของหล่อน แกล้มด้วยใบหน้างามเป็นอาหารตา
เขาเกลียดผู้หญิงทุกคน... แต่กับหล่อน ทำไมมันช่างห่างไกลจากคำนั้นนักนะ
ไร้เล่ห์เหลี่ยม และไร้มารยา คำนี้ต่างหากที่คู่ควรกับแม่สาวน้อยคนนี้
“ไม่ใช่! นี่คุณไม่รู้จักผมจริงๆ หรือ”
นิ้วแกร่งยกขึ้นปัดปอยผมที่หลุดลงมาบังความงามของใบหน้านวลให้อย่างอ่อนโยน ความร้อนจากสัมผัสของเขาแม้จะเพียงปลายนิ้วก็ตาม ทำให้เนื้อตัวหล่อนวูบวาบ หญิงสาวพยายามทำใจให้มั่นคง หล่อนจะไม่ยอมอ่อนไหวกับผู้ชายคนไหนง่ายๆ เหมือนกับแม่หรอก...
แม่... แม่นอนกับผู้ชายไม่เลือกหน้า เพียงเพราะแค่ต้องการเงินมาซื้อยาเสพติด หล่อนกับน้องอีกสองคนไม่เคยเห็นหน้าพ่อ และก็ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าพ่อของตัวเองคือใคร หรือแม้แต่แม่ของหล่อนก็ไม่อาจจะตอบคำถามของลูกๆ ได้ว่าพ่อชื่ออะไร
และไม่ช้าแม่ก็จากไปด้วยอาการเสพยาเกินขนาด ทิ้งหล่อนกับน้องๆ ให้เผชิญชะตากรรมอันโหดร้ายตามลำพัง
ตยาคีย์ออกจากโรงเรียนแค่มัธยมปีที่ 3 เพื่อที่จะได้ออกมาทำงานได้เต็มที่ และสามารถส่งน้องสาวและน้องชายที่พึ่งอยู่ในวัยเรียนให้มีโอกาสศึกษาต่อไป แม้หล่อนจะต้องลำบากมากมายแค่ไหนก็ตาม
“ฉันจะไปรู้จักคุณได้ยังไงล่ะคะ คุณก็ถามแปลกๆ”
พยายามฝืนทำเสียงตลกโปกฮาเข้าไว้ ขณะพยายามขยับตัวให้ออกมาจากวงแขนของเขา แต่ก็เซทำท่าจะร่วงไปกองกับพื้น มาร์โคจึงต้องรวบหล่อนเข้าไปไว้ในอ้อมแขน ตยาคีย์แก้มแดงระเรื่อ เนื้อตัวปั่นป่วนวาบหวิวแปลกประหลาด พยายามขยับตัวให้เขาปล่อย แต่เขากลับดันร่างบางของหล่อนให้กลับไปนั่งลงกบนโซฟาตัวเดิม โดยมีเขานั่งบนส้นเท้าจ้องมองหล่อนอยู่ตรงหน้า
“คุณไปอดหลับอดนอนที่ไหนมาหรือเปล่า ทำไมถึงได้อ่อนเพลียขนาดนี้ หรือว่าหิวข้าว”
มาร์โคจ้องมองสาวน้อยตรงหน้าด้วยความเป็นห่วง และก็อดแปลกใจตัวเองไม่ได้ว่า ทำไมเขาถึงได้ห่วงใยหล่อนนัก ทั้งๆ ที่เจ้าหล่อนก็เป็นเพียงพนักงานทำความสะอาดที่แสนต่ำต้อย ระดับชีวิตของเขากับหล่อนก็ห่างกันราวฟ้ากับก้นเหว
“เปล่าค่ะ ฉันแค่ทำงานเยอะไปเท่านั้นเองไม่มีอะไรหรอก คุณไปตรวจที่อื่นต่อเถอะค่ะ เดี๋ยวฉันก็จะทำงานของฉันแล้ว อู้มาเกือบครึ่งชั่วโมงแล้ว”
หญิงสาวยิ้มให้เขา ทำท่าจะลุก แต่เขาใช้มือหนาเพียงข้างเดียวกดไหล่หล่อนไว้
“วันนี้ผมว่าคุณกลับบ้านไปเถอะ ไม่ต้องทำแล้ว เดี๋ยวไม่สบายมาจะลำบากเปล่าๆ”
ตยาคีย์รีบส่ายหน้าดิก ไม่เอาหรอก หล่อนจะกลับบ้านได้ยังไง หากกลับไปค่าแรงคืนนี้หล่อนก็ไม่ได้น่ะสิ เขาไม่มีวันรู้หรอกว่ามันสำคัญต่อหล่อนขนาดไหน
“ฉันทำไหวค่ะ อย่าไล่ฉันกลับเลยนะคะ นี่ดูสิ ฉันแข็งแรง”
หญิงสาวพยายามหัวเราะ และยกแขนขึ้นโยกไปมาให้เขาดู มาร์โคหัวเราะออกมาอย่างเอ็นดู
“ถ้ากลัวถูกหักค่าแรง ผมจะจัดการเรื่องนั้นให้ รับรองว่าคุณได้ค่าแรงคืนนี้แน่”
“ฉันไม่ได้งกนะ แต่ฉันจำเป็นต้องใช้เงินจริงๆ”
ใบหน้าของหล่อนเศร้าหมองลง มาร์โครู้สึกสงสารขึ้นมาอย่างไม่ทราบสาเหตุ หล่อนน่ารัก และขยันเสียจริงๆ
“ผมไม่ได้ว่าอะไรคุณสักหน่อย ไปเถอะ เดี๋ยวผมไปส่งบ้าน”
เขาลุกขึ้นพร้อมๆ กับเกี่ยวร่างของหล่อนให้ลุกขึ้นยืนด้วย ศีรษะของหล่อนสูงแค่ปลายคางของเขาเท่านั้นเอง ทำไมเขาถึงตัวโตนักนะ ดูสิสูงจนหล่อนกลายเป็นคนแคระไปเลย
“อย่าเลยค่ะ อย่าลำบากเพราะฉันเลย คุณทำงานของคุณไปเถอะ อย่าให้ฉันทำคุณเสียงานเลย”
คำพูดที่จริงจังของหญิงสาวทำให้มาร์โคอมยิ้มออกมา นานๆ จะเจอผู้หญิงที่ชอบยืนบนลำแข้งของตนเองสักที และนี่ก็ทำให้เขาชื่นชมหล่อนมากขึ้นไปอีก
“ผมก็จะกลับพอดี ไปเถอะ อย่าดื้อสิ”
เขารั้งเอวบางให้เดินออกมาพร้อมๆ กับตัวเอง แม้หญิงสาวจะพยายามฝืนขนาดไหนแต่ก็สู้แรงผู้ชายตัวโตแบบเขาไม่ได้ จำต้องก้าวไปพร้อมๆ กับเขา
“แต่ฉันยังทำความสะอาดห้องท่านประธานไม่เรียบร้อยเลย ฉันเกรงว่า....”
แม้จะถูกรั้งตัวให้เดินออกไป แต่สาวน้อยก็ยังมิวายเหลียวกลับมามองห้องที่ตนเองยังทำไม่เสร็จด้วยความกังวล
มาร์โคหัวเราะเบาๆ ในลำคอ รู้สึกเอ็นดูแม่สาวน้อยคนนี้ขึ้นมาอย่างประหลาด
“ผมรับรองว่าท่านประธานไม่มีทางว่าคุณแน่ เชื่อผมสิ”
ชายหนุ่มดันหล่อนให้เดินเข้าไปในลิฟท์
“คุณทราบได้ยังไงล่ะคะ”
เงยหน้าถามเขาด้วยความสงสัย แต่ก็เจอสายตาคมกล้าที่จ้องมองอยู่ก่อนแล้ว ความอึดอัดบริเวณช่องท้องที่พึ่งจางหายไป ระเบิดตูมขึ้นมาใหม่ หัวใจเต้นระทึกราวจังหวะเพลงร็อค เรียวปากอิ่มแห้งผากราวกับขาดน้ำหล่อเลี้ยงมาเป็นปี พลังอำนาจที่ซ่อนอยู่ในเรือนกายของเขานั้นช่างน่าสะพรึงกลัว รัศมีความดุดัน หิวกระหายระบายเด่นชัดบนใบหน้าหล่อเลิศเลอทำเอาร่างบางสั่นระริก
“ฉันคงถามมากเกินไป...”
รีบก้มหน้าหลบตา แต่ไม่นานก็ต้องร้องออกมาอย่างตกใจ เมื่อเขารวบร่างของหล่อนเข้าไปกอดรัดแน่น หญิงสาวหน้าแดงก่ำ เมื่อเรือนกายสาวปะทะเข้ากับความเป็นชายที่ตื่นตัวเต็มที่ที่หน้าขา สองมือบางรีบยกขึ้นแทรกกลางระหว่างแผงอกกว้างกับทรวงอกนิ่มหยุ่นของตัวเองเอาไว้ตามสัญชาตญาณ
“ใช่! มากเกินไป...”
เขาลากเสียงแหบพร่า ขณะก้มลงใช้ปลายจมูกโด่งชนกับแก้มเนียนไร้เครื่องสำอางอย่างฉวยโอกาส ตยาคีย์ราวกับถูกมนต์สะกด เลือดสาวในกายร้อนผ่าว ยอดทรวงบวมเบ่งปวดร้าว ความต้องการที่ไม่มีที่มากำลังทำให้หล่อนเจ็บปวด
แม้เสียงร่ำร้องภายในกายจะบอกให้หล่อนต่อต้านสัมผัสอันแปลกใหม่นี้ แต่ร่างกายกลับทรยศมันตื่นเร้าตอบสนองเขาด้วยความเต็มใจ
“ปากสวยๆ ของคุณทำอย่างอื่นได้ตั้งเยอะ อย่างเช่น...”
ดวงตาคมกล้าไม่ได้ละไปจากเรียวปากอิ่มสีสตอเบอรี่ของตยาคีย์แม้แต่น้อย ศีรษะที่ปกคลุมด้วยเส้นผมสีดำก้มต่ำลงมาเรื่อยๆ จนลมหายใจอุ่นๆ เป่ารดพวงแก้มสาวนั่นแหละ ตยาคีย์ถึงได้สติ หล่อนรีบละล่ำละลักห้ามปรามเขาออกไป
“ยะ อย่าทำ... อย่างนี้นะคะ ฉันไม่ใช่ผู้หญิงขายตัวนะ”
“ผมก็พอจะมองออก...” เขาพูดเสียงพร่า
“แต่ผมห้ามตัวเองไม่ได้เลย อย่าโกรธผมนะ”
และเมื่อเขาพูดจบ เรียวปากอิ่มเต็มของหญิงสาวก็ถูกเขาบดขยี้ด้วยความหิวกระหาย ดุดัน ร้อนแรง ราวกับว่าเขาไม่อาจจะห้ามปรามไอ้เจ้าความปรารถนาที่มันมีแน่นล้นอกได้ เลย
ทุกอย่างมันเกิดขึ้นเร็วจนไม่สามารถตั้งตัวได้ทัน ตยาคีย์คิดอย่างละเหี่ยใจ แม้สมองจะสั่งให้ปฏิเสธเขายังไง แต่ร่างกายที่ไร้เดียงสาของหล่อนกลับตอบสนองเขาด้วยความเต็มใจอย่างไร้ความละอาย ขณะแหงนเงยศีรษะขึ้นรองรับริมฝีปากอุ่นร้อนที่บดเคล้าลงมาด้วยความยินดี แม้จะไร้ประสบการณ์แต่หล่อนก็กระตือรือร้นที่จะเรียนบทเรียนรักนี้จากเขาอย่างน่าชื่นชม
มาร์โคครางในลำคออย่างพึงพอใจกับรสชาติหวานล้ำของกลีบปากสาว เสียงสัญญาณเตือนว่าประตูลิฟท์กำลังจะเปิดออกเนื่องจากถึงชั้นเป้าหมายแล้ว ทำให้ชายหนุ่มตัดใจถอนจุมพิตออก เขาจ้องมองใบหน้าหวานฉ่ำที่หลับตาพริ้มอย่างหลงใหล ก่อนจะตัดสินใจกดลิฟท์ให้วิ่งขึ้นชั้นบนอีกครั้ง เพื่อที่เขาจะได้มีเวลาดูดดื่มกับแม่สาวน้อยที่กำลังหลับตาพริ้มอยู่ในอ้อมแขนอีกสักพักหนึ่ง
“คุณน่ารักจัง...”
น้ำเสียงห้าวพร่าของเขาทำให้ตยาคีย์ลืมตาขึ้น พอเห็นใบหน้าหล่อเหลาก้มมองลงมาด้วยสายตาล้อเลียน ความอับอายทั่วทุกมุมโลกก็วิ่งเข้าใส่ไม่ยั้ง หญิงสาวกำลังจะอ้าปากต่อว่าเขา แต่ก็ช้าไป เพราะชายหนุ่มสุดหล่อได้ก้มลงปิดปากของหล่อนด้วยริมฝีปากหยักสวยนุ่มลื่นของตนเองอีกครั้ง และหนนี้ก็ดูเหมือนจะยาวนานจนไร้ที่สิ้นสุด
ความสุขล้ำช่างมีอำนาจเหลือล้น จนสามารถสะกดกลั้นเสียงเล็กๆ ที่ร้องตะโกนว่า มันไม่ถูกต้อง ให้เงียบหายไปกลับคลื่นความปรารถนาที่เขาจับหล่อนโยนเข้าใส่
มาร์โคดันร่างบางไปจนชิดผนัง มือหนาเลื่อนจากบั้นท้ายอวบขึ้นไปที่หน้าอกอิ่ม ก่อนจะรูดซิปลงช้าๆ ขณะสอดมือหนาเข้าไปลูบไล้เนื้อนวลที่ซ่อนอยู่ใต้บราเซียตัวเก่าเก็บของหล่อน ตยาคีย์แทบจำตัวเองไม่ได้เลยว่าตอนนี้หล่อนคือใคร เพราะเท่าที่เห็นก็จะมีแต่ผู้หญิงกระหายเซ็กซ์คนหนึ่งเท่านั้นที่กำลังเล่นรักอยู่กับผู้ชายที่พึ่งเจอกันเพียงแค่ไม่ถึงชั่วโมง
หล่อนมันแพศยา ไร้ยางอาย อย่างน่าสมเพช
หล่อนมันก็ไม่ได้มีอะไรแตกต่างไปจากโสเภณีแม้แต่น้อย...
หล่อนยอมให้ผู้ชายที่พึ่งรู้จักสำรวจตรวจตราเรือนร่างได้สนิทชิดเชื้ออย่างนี้
หญิงสาวพยายามหาเหตุผลเพื่อมาหยุดการสมยอมที่น่าละอายของตนเอง... แต่พอปลายนิ้วแกร่งสีอำพันของมาร์โคสะกิดยอดทรวงผ่านบราเซียเท่านั้น สาวน้อยก็หลงลืมสติที่เพียรเรียกกลับมาจนหมดสิ้น เผยอเรียวปากอิ่มตอบสนองจุมพิตของเขาด้วยความร้อนแรงทัดเทียมกัน มือบางยกขึ้นประคองศีรษะทุยได้รูปสวยของเขาอย่างชื่นชม ก่อนจะเลื่อนต่ำลงมายังช่วงไหล่สง่างาม
สัมผัสจากปลายนิ้วเรียวนิ่มที่เคลื่อนไหวอยู่บริเวณไหล่กว้าง เรียกเสียงคำรามด้วยความพึงพอใจของมาร์โคออกมาอย่างต่อเนื่อง ชายหนุ่มอยากจะเนรมิตให้ภายในลิฟท์นี้คือเตียงนอนนัก อยากจะจับหล่อนโยนลงไปบนเตียง และก็จัดการให้หายคลั่ง
“ผมชอบคุณมากนะ...”
คำพูดของเขามีผลทำให้หัวใจอิ่มเอิบ ความร้อนที่หน้าท้องขยายตัวอย่างรุนแรง จนหญิงสาวไม่อาจจะหยุดตัวเองให้ยืนนิ่งเฉยอยู่ได้ ยิ่งเมื่อเขาแทรกปลายลิ้นแกร่งล่วงล้ำเข้ามาในอุ้งปากด้วยแล้ว ไฟร้อนๆ ก็ระเบิดตูมตาม แผดเผาจนหัวใจไหม้เกรียม เฝ้ารอบางอย่างจากเขา
เสียงสัญญาณเตือนอีกครั้งว่าประตูลิฟท์กำลังจะเปิด...
“ถ้าอยู่บนเตียงผมจะทำมากกว่านี้...”