ตอน 1

บ้านหลังเล็กกะทัดรัด ร่มรื่นด้วยต้นไม้กินผลอยู่เบื้องหลังงามฟ้ากับลูกน้อย หญิงสาวหันมองเป็นครั้งสุดท้ายตั้งปณิธานแน่วแน่จะเอากลับมาเป็นเจ้าของให้ได้ ยอมทุกอย่างเพียงเพื่อให้ปู่ได้ตายตาหลับ

“แม่คาบไปไหนคาบ” เด็กชายดินอายุสี่ขวบกว่า แหงนใบหน้าถาม งามฟ้าละจากภาพเบื้องหลัง

“แม่จะพาลูกไปเที่ยวสักพักนะครับ ไม่นานเราจะกลับมาบ้านกันนะลูก”

“แม่งามตาแดง…” เด็กชายดินวัยอยากรู้อยากเห็นถามพาซื่อ

งามฟ้ายิ้มย่อตัวลงกอดลูก “แม่ไม่เป็นไรสักหน่อย ไปกันเถอะ” บีบจมูกเล็กเบาๆ ก่อนจะยืนขึ้นจูงมือตัวอวบ แก้มยุ้ยออกเดิน

แท็กซี่ที่มารอรับขนกระเป๋าเรียบร้อย สองแม่ลูกขึ้นนั่งบนรถ

ครู่ใหญ่ๆ ต่อมา แท็กซี่จอดลงหน้าคฤหาสน์หลังใหญ่ข้างเคียงก็มีคฤหาสน์คล้ายคลึงกัน

งามฟ้าล้วงเงินจากกระเป๋าใบเล็กที่สะพายอยู่จ่ายเงินค่าโดยสาร มองลุงแท็กซี่ลำเลียงกระเป๋าลงจากรถ ก้าวเดินไปกดกริ่ง เด็กรับใช้เปิดประตูเล็ก เดินออกมาเหมือนคอยท่าเนิ่นนานแล้ว แต่ไม่มีใครช่วยหิ้วกระเป๋าแม้แต่คนเดียว

“ตามเด็กไปนะ” แม่บ้านที่งามฟ้าคุ้นหน้าบอกว่าที่พักเธออยู่ที่ไหนก่อนให้เด็กคนหนึ่งเดินนำไป งามฟ้าอุ้มลูกไว้ในอกเพราะจอมซนหลับ กระเป๋าที่พามาจึงนำไปได้แค่ใบเล็กใบเดียว

บ้านหลังเล็กร่มรื่นด้วยต้นไม้อยู่หลังตึกทรงยุโรป ห่างพอสมควร

“ของที่ต้องใช้” เด็กรับใช้คนหนึ่งบอกก่อนเดินจากไป งามฟ้ามองไม่ถูพื้น กะละมัง ผ้าขี้ริ้วที่เด็กนำมาให้ เข้าใจความหมาย แต่หญิงสาวยังทำความสะอาดไม่ได้ต้องรอให้ลูกชายตื่นเสียก่อน ร่วมยี่สิบนาทีงามฟ้านั่งที่เก้าอี้ตรงระเบียงไม้เตี้ยขนานพื้นกอดลูก รู้สึกดีใจที่ดินไม่งอแงเมื่อตื่นจึงหาของเล่นจากกระเป๋าเพื่อให้ลูกเล่น ตัวน้อยได้ของเล่นไม่ดื้อไม่ซน งามฟ้าเดินไปเปิดหน้าต่างทุกบานเริ่มทำความสะอาด ซึ่งภายในบ้านมีเพียงฝุ่นนิดหน่อยเกาะทั่วเฟอร์นิเจอร์

คงคิดว่าเธอสุขสบายเพราะเป็นสะใภ้คนร่ำรวยสินะ มาถึงก็เริ่มกลั่นแกล้งกันแบบนี้ อยากบอกเขานักการเป็นสะใภ้ที่นั่นปีกว่าๆ ชีวิตไม่ได้สุขสบายเลย

ทำความสะอาดเหงื่อท่วมตัว งามฟ้าคิดถึงคนที่สร้างเรื่องราวทุกอย่างขึ้น ใจหมองเศร้าเป็นริ้วแปลบปลาบคล้ายหนามแหลมแล่นทำร้ายหัวใจที่ยังเต้น…

เจ็บ! ไม่เคยลืมเขา แต่ไม่ทำให้เธอเจ็บกว่าที่เคยเจออีกแล้ว

หญิงสาวยกมือเช็ดเหงื่อบริเวณหน้าผากก้มหน้าก้มตารีบทำให้เสร็จ บ้านหลังเล็กวาววับสะอาดสะอ้าน งามฟ้าล้างมือตรงก๊อกน้ำหน้าบ้านก่อนจะชวนลูกชายไปหิ้วกระเป๋าอีกสองใบ

“หิวนมคาบแม่งาม” เด็กชายร้องหานม งามฟ้าล้วงขวดนมที่ใส่น้ำอุ่นมาด้วยชงนมให้ลูกก่อนจะไป

“รอเดี๋ยวนะลูก”

เด็กชายดินตบมือดีใจ งามฟ้าตักนมจากกระป่องผสมน้ำต้มสุกที่ยังอุ่นซึ่งใส่เตรียมมา เขย่าเร็วๆ ยื่นให้ลูก

“ขอบคุงคาบ” ดินรับหลังจากนั้นเดินดูดนมตามหลังแม่ไปหิ้วกระเป๋า

“เที่ยวไหนคาบแม่งาม” เด็กชายดินถาม สายตามองโน่นนี่เพราะตอนมาถึงหลับ

“เที่ยวหาเงินครับลูก เอาไว้ซื้อขนมให้ลูกไงครับ” งามฟ้าคิดได้รวดเร็ว

ลูกชายถามไปอย่างนั้นตามวัยที่อยากรู้อยากเห็นไปเสียทุกอย่าง เมื่อเป็นอย่างนั้นงามฟ้าก็โล่งใจที่ไม่ต้องสรรหาคำโกหกอีก

ติด ติด ติด

ครู่ต่อมาเสียงมือถือดังขึ้น งามฟ้ามองหน้าจอเห็นว่าใครโทรมามือเล็กสั่นเทา วางผ้าขนหนูผืนเล็กซึ่งกำลังเช็ดผมที่เปียกชื้น “ค่ะมาถึงแล้ว” เธอรายงานความเป็นไป เขาวางสายไป งามฟ้านั่งชันเข่าข้างเตียงที่ลูกหลับใหลอยู่

คิดถึงความรัก ความหลัง ความเศร้า ที่ไม่เคยลืม

ไม่คิดเลยเธอจะกลับมาเจอพ่อของลูกในสภาพแสนน่าอัปยศอดสู ทุกข์ใจเศร้าเช่นนี้ อีกเรื่องที่เศร้าเป็นที่สุดคือลูกไม่มีโอกาสเรียกเขาว่า ‘พ่อ’ มันเจ็บ เจ็บกว่าความห่างเหิน หมางเมินที่เขามอบให้กัน

ห้าปีก่อนงามฟ้าเด็กสาวธรรมดาคนหนึ่งอาศัยอยู่กับปู่ซึ่งเป็นข้าราชการกินบำนาญ สาวน้อยได้เข้าเรียนมหาวิทยาลัยมีชื่อ มีเพื่อนใหม่ สังคมใหม่ ทรายชมพู ปิยรมย์สาวน้อยน่ารักถูกชะตากันจนเป็นเพื่อนสนิท แม้ฐานะทั้งสองช่างแตกต่างแต่ทรายชมพูไม่เคยรังเกียจงามฟ้า ทว่าโชคชะตากลั่นแกล้งให้เพื่อนรักทั้งสองผิดใจกันเพราะคู่หมั้นของทรายชมพู นิธิชให้ความสนใจงามฟ้าจนทรายชมพูตีตัวออกห่างงามฟ้า มองเพื่อนรักเป็นศัตรูตัวร้าย งามฟ้าพยายามอธิบายเพื่อนก็ไม่เข้าใจ เรื่องราวเลยเถิดเมื่ออยู่ปีสองนิธิชบอกยกเลิกการหมั้นหมายที่มีมาตั้งแต่เด็กบอกว่าไม่พร้อมแต่งงาน ทุกคนพุ่งเป้าการแย่งชิงหัวใจมาที่งามฟ้า

“เพื่อนสารเลว ฉันเกลียดแก!”

ทรายชมพูผู้อ่อนหวานต่อว่าตบหน้างามฟ้าด้วยความแค้น งามฟ้าพยายามอธิบายแต่คนในบ้านปิยรมย์กีดกันจนความสัมพันธ์ระหว่างเพื่อนขาดสะบั้นลง

“พี่อย่ามายุ่งกับงามนะ เราไม่ต้องเป็นเพื่อนกันแล้ว” งามฟ้าขับไล่นิธิชซึ่งมีบ้านหลังใหญ่ใกล้บ้านหลังเล็กของเธอ แต่นิธิชยังตื้อไม่เลิก งามฟ้าเสียใจร้องไห้อยู่นานหลายวัน

ในวันหนึ่งคุณน้าของทรายชมพูมาหางามฟ้า…เขาคือผู้ชายที่ทำให้เด็กสาวใจเต้นแรง ไม่เป็นตัวของตนเองตั้งแต่แรกพบแรกสบตา สาวน้อยยอมรับเธอหลงรักน้าของเพื่อนตั้งแต่เห็นรูปถ่ายของเขายิ่งเจอตัวจริงยิ่งมีความรู้สึกชื่นชมมากกว่าเดิม

ฆนศิลา ปิยรมย์ บุตรชายคนโตของคุณหญิงรุจยา ปิยรมย์ หนุ่มนักเรียนนอกวัยสามสิบรับตำแหน่งประธานกรรมการธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ขึ้นแท่นเป็นนักธุรกิจชั้นแนวหน้าของเมืองไทย

“มีเรื่องอยากคุยด้วย คงจำฉันได้” เสียงทุ้มจากริมฝีปากหยักได้รูปฟังนุ่มหูทำให้จิตใจห่อเหี่ยวของงามฟ้าดีขึ้น งามฟ้าไม่รอช้าอธิบายทุกอย่างที่เกิดขึ้นเมื่อเขาถามตรงๆ ฆนศิลาดูเหมือนจะเชื่อในคำพูดของงามฟ้า

“น้าจะคุยกับทรายให้นะ” ฆนศิลาใช้สรรพนามสนิทสนม น้ำเสียงอ่อนโยน งามฟ้าดีใจ

“จริงนะคะ ทรายจะเข้าใจงาม ไม่โกรธงามอีกใช่ไหมคะ” งามฟ้าจับมือเขย่าอย่างลืมตัว

แววตาลุ่มลึกมองสาวน้อย งามฟ้าหลบสายตาเขินอายขอโทษ

“ขอโทษเรื่องอะไร” ท่าทางไม่ถือเนื้อถือตัวว่าเด่นดัง อยู่คนละสังคมกับงามฟ้า ทำให้เด็กสาวยิ่งปลื้มฆนศิลาเข้าไปอีก ตั้งแต่วันนั้นงามฟ้าก็มีแขกประจำบ้านเป็นผู้ชายเนื้อหอมที่สาวๆ ต่างชะเง้อหาอยากชิดใกล้ ฆนศิลามารับส่งไปมหาวิทยาลัย งามฟ้ารู้สึกตัวเองเหมือนฝันไป เธอคล้ายซินเดอเรอล่าในเทพนิยาย อยู่ใกล้เขามากเท่าไหร่หัวใจเต้นแรง ปู่ไม่ได้ยุ่งเกี่ยวกับเรื่องเพื่อนๆ ของเธออยู่แล้วเพราะเชื่อใจ เด็กที่ไม่เคยทำให้ผิดหวังไม่ว่าเรื่องเรียนและการประพฤติ งามฟ้าสาวน้อยจิตใจดีงาม มองโลกในแง่ดี จึงถูกคนหัวใจหินทำร้ายทำลายให้ตรอมตรมอย่างไม่ปราณีหลังจากนั้นไม่นาน…งามฟ้าไม่อยากโทษว่าเป็นเพราะใคร มันไม่มีอะไรดีขึ้นมาได้ เพราะช่วงเวลาโหดร้ายในชีวิตผ่านมาเนิ่นนานแล้ว

“แม่คาบ ปู่ไปไหน…ปู่คาบหาดิน…” ลูกชายละเมอ ยกสองมือสะเปะสะปะ

“ลูก” งามฟ้าตกใจคลานเข่าขึ้นบนเตียงตะกรองกอดร่างเล็กไว้ในอ้อมแขน ป้ายน้ำตาแก้มนุ่มละมุน

“แม่อยู่นี่ครับดิน อย่ากลัวนะ โอ๋ ไม่ร้องนะ” งามฟ้าปลอบลูก

เด็กชายดินผ่อนคลายซุกอกแม่ งามฟ้าลูบแก้มตุ้ยนุ้ย “ขอโทษนะลูก ที่ความลับของลูกจะต้องตายไปกับแม่ด้วย” เธอกระซิบขอโทษลูก ที่ไม่สามารถมอบใครสักคนมาแทนปู่ที่ลูกรักมาก… เพราะคนเป็นพ่อไม่ต้องการให้ลูกเกิดมา ทำไมเธอต้องไปวอนขอให้เขารับรู้เรื่องนี้ละ อย่าทำเช่นนั้นเลย

บนตึกใหญ่ฆนศิลายืนอยู่ริมระเบียงห้องนอนซึ่งอยู่ด้านหลังตึก ดวงตาสีถ่านมองลงไปยังบ้านหลังเล็ก ใจครุ่นคิดป่านนี้ผู้หญิงคนนั้นจะทำอะไรอยู่

ทำอะไรก็ช่างทำไมเขาต้องสนใจด้วย ได้พามาแก้แค้นให้สาแก่ใจก็เพียงพอแล้วไม่ใช่หรือ และจะมีเวลาอีกหนึ่งปีให้ทำเรื่องนี้

ร่างสูงร้อยแปดสิบห้าเซ็นฯ ในชุดเสื้อคลุมสีเทา หยิบหนังสือที่อ่านค้างไว้ขึ้นมา รู้สึกครึมใจเมื่อคิดถึงการรายงาน ว่าการต้อนรับผู้อาศัยวันนี้เป็นไปตามที่ต้องการ สะใจทำให้หญิงสาวพลัดพรากจากไอ้ผู้ชายคนใหม่ที่รู้สึกชังน้ำหน้า เขาจะทำให้เธอพลาดจากทุกอย่างที่หวัง แต่อ่านหนังสือไม่กี่บรรทัดใจก็วุ่นวายไม่เลิก ร่ำๆ อยากเริ่มเรื่องที่ตกลงกันไว้ตั้งแต่คืนนี้เสียเลย ร่างสูงจึงเดินขึ้นเตียงนอน ข่มตาหลับเพื่อจะได้เลิกฟุ้งซ่านเสียที ร่างสูงจึงเดินลงจากห้องนอนไปยังสวนหลังตึกซึ่งมีบ้านหลังเล็กอยู่ใกล้

ตอน 2

เช้าตรู่อากาศเย็นเฉียบ งามฟ้ากระชับผ้าห่มลูกชายถึงต้นคอลูก หอมแก้มอวบหนึ่งครั้ง เดินไปอาบน้ำก่อนจะรีบสวมเสื้อผ้าเพื่อลงไปช่วยในครัวเตรียมอาหารเช้าให้เจ้าของบ้าน

“อย่าช้าละ อย่าให้คุณหินต้องโมโหเพราะเด็กใหม่อู้งาน” ดาหลาสั่ง ก่อนเดินจากไปเมื่อวานตอนพลบค่ำ

เป็นห่วงลูกก็ห่วงแต่งามฟ้าได้แต่หวังดินจะไม่ตื่นอย่างที่เคยเป็นเสมอ เพราะลูกชายจะตื่นราวๆ หกโมงแทบทุกเช้า

งานในครัวมีเด็กมากถึงสามคนกำลังช่วยกันเตรียมเมนูแรกของวัน งามฟ้าหายข้องใจว่าทำไมวุ่นวายมากขนาดนี้เมื่อได้ยินเด็กคนหนึ่งบอกว่าอาหารจะส่งไปตึกใหญ่ที่อยู่ริมแม่น้ำด้วยทุกมื้อ งามฟ้าเผลอมองไปทางนั้นเมื่อคิดว่าตอนนี้ทรายชมพูจะเป็นยังไงบ้าง

“อย่ามัวเหม่อรีบเข้าหน่อยคุณหญิงไม่ชอบตั้งโต๊ะเลยเวลา” ดาหลาเสียงเข้ม งามฟ้ารีบตั้งหน้าตั้งตาล้างผัก เตรียมปลากะพงอีกเมนูหนึ่งที่ได้รับหน้าที่

ไม่ถึงชั่วโมงอาหารเช้าเรียบร้อย

“งามขอตัวไปดูลูกหน่อยนะคะ” คุณแม่ยังสาวขออนุญาตกับแม่บ้าน ดาหลาไม่ว่าอะไร หญิงสาวรีบเดินกลับบ้านหลังเล็ก เธอก้มมองนาฬิกา เห็นว่าใกล้หกโมงเช้าจึงรีบเดินเร็วกว่าปกติ

ในจังหวะนั้นงามฟ้าจึงปะทะกับเรือนร่างสูงใหญ่ “ โอ๊ะ!” เธออุทานตกใจ แหงนหน้ามองเจอฆนศิลาใบหน้าสวยเกลี้ยงเกลาซีด “คุณน้า…” งามฟ้าเผลอเรียกคำที่เคยใช้กับเขาในวันวานออกมา

คนเคยรักหมดหัวใจ วันนี้ยังหล่อเหลา ดูดี กลิ่นหอมจากเรือนกายสูงใหญ่ไม่ได้เปลี่ยนไป หญิงสาวจำได้แม่น

“จะไปไหนก็ไปสิ อย่ามายืนขวางทางฉัน” ท่าทีถือเนื้อถือตัวทำให้งามฟ้าหลบตาคม

ตอนนี้เขาไม่ใช่ผู้ชายคนนั้นอีกแล้ว เธอจะไม่เผลอลืมอีก

“ขอโทษคะคุณน้า…” เสียงสั่นละลำละลัก

“ฉันเป็นเจ้านาย เธอไม่ได้เป็นญาติฉัน หวังว่าจะไม่ได้ยินแบบนั้นอีก ที่จริงเราควรเป็นเพียงคนรวมโลกกันเท่านั้นถ้าฉันไม่สงสารคนใกล้ตายที่น่าเวทนา เธอไม่มีวันได้มาเหยียบที่นี่ อยู่ในรัศมีสายตาฉัน”

“น้า…หิน” งามฟ้ากระพริบตา กลั้นน้ำตาไม่ให้ไหลให้อับอาย เธอไม่เข้มแข็งอย่างที่ใจคิดเลยเมื่อเจอกันอีก ทั้งที่พยายามบอกตนเองอย่าเป็นอย่างนั้น

“ครั้งนี้จะเป็นครั้งสุดท้ายที่จะทำตัวสนิทสนม เธอต้องเรียกฉันเหมือนเด็กในบ้านคนอื่น” ฆนศิลาดวงตาราบเรียบไม่แม้จะจ้องคนที่สนทนาด้วย ก่อนจะเบี่ยงตัวหลบ

งามฟ้าหันมองแผ่นหลังกว้าง สูดหายใจสูดความเศร้าลงในอก

“ฮือ ฮือ…แม่คาบ แม่…!” เสียงร้องดังมาจากบ้านหลังเล็ก งามฟ้าตกใจรีบวิ่งไปหาลูก

“ดิน ดิน แม่มาแล้วลูก” เท้าวิ่งแต่ตะโกนเสียงไปก่อน หวังให้ลูกได้ยิน

เบื้องหลังพองามฟ้าจากไป ฆนศิลาซึ่งลงมาจ๊อกกิ้งหันกลับไป มองด้วยสายตาเหยียด…

ลูกชายของนายนิธิชสินะ ไม่อยากอคติกับเด็กเลยให้ตายสิ ยังไงตนจะหลีกเลี่ยงไม่พบหน้าเจ้าหนูคนนั้นก็แล้วกัน!

ปลอบโยนด้วยนมหนึ่งขวดกับหน้าอกนิ่มอุ่นมือ ลูกชายก็ยิ้มได้ “ไปใส่บาตรกันนะลูก” งามฟ้าชวนตัวน้อยออกไปหน้ารั้วบ้านเพื่อใส่บาตรพระสงฆ์ ลูกชายลุกขึ้นว่าง่าย เธอจึงเตรียมนมกล่อง ปลากระป๋องของแห้งที่เอาติดตัวมาด้วยจัดใส่ถาดเล็กที่มีอยู่ในบ้าน ออกไปตัดดอกไม้สดหน้าบ้านหลังเล็กสองช่อ จูงมือลูกลงจากบ้าน

หญิงสาวคิดถึงปู่จับหัวใจ พยายามไม่โทษปู่ที่ทำให้เธอต้องมาเจอคนใจร้ายอีก หนทางข้างหน้าอีกยาวไกลเธอต้องเข้มแข็ง

งามฟ้าก้มกราบพระสงฆ์เมื่อใส่บาตรเสร็จ ดินทำตามแม่เก้ๆ กังๆ แม้จะเคยใส่บาตรแทบทุกเช้าแต่เด็กชายก็ยังไม่ชินซะที

จูงมือลูกชายกลับบ้านหลังเล็ก ระหว่างทางเดินรถคันหรูวิ่งมาด้วยความเร็วสูงหลังจากเด็กไปเปิดประตู

“โอ๊ะ!”

งามฟ้าตกใจฉุดลูกชายเห็นรถคันดังกล่าวพุ่งมาหาเหมือนไม่เห็นว่ามีคนเดินอยู่ “ดิน! ลูกเป็นไรไหม” งามฟ้าสำรวจลูกด้วยความตกใจเมื่อทั้งสองล้มลุกลงไปคลุกอยู่บนสนามหญ้าข้างทางเดิน

“แม่คาบ ดินเจ็บ” เด็กชายดินงอแง นัยน์ตามีน้ำตา

งามฟ้าสำรวจลูกชายด้วยความตกใจ เห็นแผลที่ฝ่ามือโดนพื้นถนนเสียดสีจนถลอกกอดลูกแน่น รีบอุ้มเดินกลับ งามฟ้าลืมความเจ็บที่ขาตนเองเพราะตกใจ

“เดินยังไงมาขวางรถ” ปานขวัญคู่หมั้นฆนศิลาลงมาจากรถพูดด้วยน้ำเสียงไม่พอใจ งามฟ้าหยุดหันไปมองนิดเดียว ก่อนจะรีบเดินกลับบ้าน เรียกความไม่พอใจให้ปานขวัญเป็นอย่างมาก

“ดาหลานั่นใครกัน ฉันพูดด้วยก็ทำหยิ่งเด็กใหม่เหรอ สั่งสอนใหม่ด้วยนะ บอกว่าฉันเป็นใคร ไม่อย่างนั้นฉันจะฟ้องพี่หิน” ปานขวัญหันไปเจอแม่บ้านเดินมาจึงซักถาม ฝากข้อความไป

“เพิ่งมาใหม่คะ” ดาหลาตอบคำถาม “เชิญคุณขวัญคะ เจ้านายรออยู่” แม้บ้านรีบเชิญคนที่เจ้านายชวนมาร่วมทานมื้อเช้าด้วย ไม่อยากให้คนมาใหม่มีเรื่องมีราวกับว่าที่เจ้านายอีกคน

“พี่หินรออยู่เหรอ” ปานขวัญก้มมองเสื้อผ้าว่าดูดีหรือยังใบหน้าเปลี่ยนเป็นสดใสขึ้นทันตา รีบก้าวเดินเข้าบ้าน ดาหลามองตามสองแม่ลูกก่อนจะเรียกเด็กคนหนึ่งให้เอายาสามัญประจำบ้านไปบ้านหลังเล็ก

เด็กรับใช้หน้าเดิมเข้ามาดูแลเรื่องมื้อเช้า ฆนศิลาเลิกคิ้วหันไปทางแม่บ้าน ดาหลาเข้าไปใกล้เจ้านายบอกกล่าวบางอย่าง ฆนศิลาหันไปมองคู่หมั้น

“มีอะไรหรือเปล่าคะ” ปานขวัญยิ้มหวานให้ฆนศิลา

“ไม่มีอะไร ทานกันเลยครับ” ฆนศิลาเชิญคู่หมั้น ปานขวัญมัวแต่ดีใจที่ได้รับเชิญครั้งแรกให้ทานมื้อเช้าที่คู่หมั้นเคยบอกว่าไม่สำคัญ ลงมือทานจึงไม่ได้สังเกตความผิดปรกติของฆนศิลา

“อร่อยมากค่ะ” ปานขวัญเอาใจแม่บ้านคนสำคัญของคู่หมั้น

“ขอบคุณค่ะ” ดาหลาขอบคุณว่าที่เจ้านายอีกคน ฆนศิลาเสียอีกที่ทานได้น้อยเพราะมัวคิดถึงคำพูดที่ดาหลาบอกกล่าว

“ลูกเธอโดนรถคุณปานขวัญเฉี่ยวชน แต่ไม่โดนจังๆ หรอกค่ะ แค่ตกใจหกล้มกันทั้งแม่ทั้งลูก ดิฉันเลยอนุญาตให้เธอดูแลลูก คุณหินคงไม่ว่าอะไรใช่ไหมคะ”

“พี่หินคะ พี่หิน” ปานขวัญเรียกคู่หมั้นเมื่อชายหนุ่มไม่ยอมตอบ

“ว่าไงครับ” ฆนศิลาเพิ่งได้ยิน

“เดือนนี้พี่ต้องไปที่ฟาร์มหรือเปล่าคะ”

ฟาร์มหอยนางรมของตระกูลปิยรมย์อยู่ที่ภูเก็ต ฆนากร น้องชายคู่หมั้นดูแลอยู่แต่คนเป็นพี่ใหญ่ก็ลงไปทุกเดือนเพื่อตรวจงาน อีกอย่างเพราะชอบทะเล ชอบธรรมชาติเป็นทุนอยู่แล้ว

“ไม่แน่ใจครับ” ชายหนุ่มตอบไม่ตรงกับใจ แต่ปานขวัญดีใจมากที่ได้ยิน เพราะเธอไม่ชอบที่นั่นเลย บ้านนอก น่าเบื่อมาก

“ถ้าอย่างนั้นขวัญจะมาทานมื้อเช้ากับหินบ่อยๆ นะคะ”

ฆนศิลาพยักหน้าทั้งที่ไม่เคยคิดต้องการแบบนี้มาก่อน

งามฟ้านั่งมองลูกชายดูดนมจากขวด ขวดนมหลุดจากปากจิ้มลิ้ม บ่งบอกว่าหลับสนิทแล้วจึงคลายมือเล็กที่กำไว้มองดูแผลที่ปลุกปล้ำนานแสนนานเพื่อจะทายาแดงให้ ยิ่งเห็นแผลลูกน้อยหญิงสาวรู้สึกโกรธผู้หญิงคนนั้นที่ทำให้ลูกชายเจ็บ

“คู่หมั้นคุณหิน จะใครละจ๊ะคุณแม่ วันหลังเลี่ยงเธอหน่อยก็ดี ฉันยังไม่กล้าทำอะไรขัดใจ”

วาริคนรับใช้คนหนึ่งที่เอายาพร้อมอาหารมาให้บอกเมื่อเธอซักถาม งามฟ้ารู้สึกแน่นในอก แต่จะมานั่งเสียใจมันไม่ใช่เรื่อง ตอนนี้เธอไม่มีสิทธิ์อะไรทั้งนั้น อยู่ที่นี่เพื่อรอเวลาจากไปก็เท่านั้น งามฟ้าเตือนตนเองก่อนจะลุกขึ้นไปช่วยงานในครัวตามที่แม่บ้านสั่งมา เพราะหน้าที่ดูแลที่โต๊ะอาหารเมื่อเช้าก็ขอช่วยให้คนอื่นทำหน้าที่แทนแล้ว

“อ้าวเธอเองเหรอ เพิ่งมาอยู่ละสิ คราวหน้าคราวหลังเดินดีๆ นะ ลูกเธอเหมือนกัน อะไรมายืนขวางทางรถวิ่ง” ปานขวัญเห็นงามฟ้าว่ากล่าวตักเตือน

งามฟ้ากำลังช่วยเก็บโต๊ะหันมอง ด้วยความเหม่อลอยเธอจึงไม่ได้ตอบรับคำสั่งนั้น ปานขวัญเห็นคนใช้ใหม่สวยแล้วรู้สึกไม่ถูกชะตา นอกจากสั่งสอนแล้วยังมองด้วยสายตาระแวง

งามฟ้าเดินออกจากห้องอาหาร

“เอ๊ะ ไม่ได้ยินฉันรึไง!” ปานขวัญเสียงสูง ดาหลาได้ยินเสียงเอะอะเข้ามาดู

“ขอโทษคุณขวัญสิ” ดาหลาบอกงามฟ้า

“เรื่องอะไรคะ” งามฟ้าถาม เธอยังไม่ทำอะไรผิดเลย

“ว้าย! คุณแม่บ้านสั่งสอนชุดใหญ่เลยนะคะ นี่คุณหญิงแม่เจอรึยัง ให้ไปฝึกกับท่านก็ดีนะ”

ดาหลาโดนตำหนิทางอ้อม งามฟ้าไม่อยากให้เรื่องนี้ถึงคุณหญิงรุจยา ตัวเธอเองยังไม่พร้อมเผชิญหน้ากับฝ่ายนั้น จึงกัดฟันขอโทษ

“ขอโทษค่ะ หากทำอะไรให้ไม่พอใจ”

ปานขวัญยิ้มพอใจ

“มีอะไรกันขวัญ” ฆนศิลาเดินเข้ามาใบหน้าราบเรียบ

ต่อมน้ำตาคุณแม่ห่วงลูกตื้นเพียงเจอใบหน้าเย็นชาของฆนศิลา จึงรีบเดินหนีไปล้างทำความสะอาดจานในมือ

คนรักเขาทำลูกเธอเจ็บ แค่นึกว่าถ้าตอนนั้นเธอไม่คว้าลูกหลบ ป่านนี้ดินอาจบาดเจ็บมากแต่เธอยังมาโดนตำหนิ ใจจะยิ้มแย้มก็คงแปลกนัก

“ไม่มีอะไรหรอกค่ะ” ปานขวัญตอบ

ฆนศิลาไม่ซักถามต่อ มองตามหลังบางในชุดเด็กรับใช้ สุดสายตา

ตอน 3

งามฟ้าทำงานในครัวใจกังวลห่วงลูกเสร็จงานในครัวรีบวิ่งไปหา ดินงอแงร้องไห้เพราะเจ็บมือจนหญิงสาวต้องคอยโอ๋ลูกใกล้ๆ งามฟ้าไม่สนใจอะไรอื่นร้องเพลงที่ลูกฟังแล้วมักหยุดงอแงให้ฟังเบาๆ

“อุ่นใดใด โลกนี้ไม่มีเทียบเทียมอุ่นอกอ้อมแขน อ้อมกอดแม่ตระกรองรักเจ้าจึงผูกรักลูกแม่ย่อมห่วงใยไม่อยากจากไปไกลแม้เพียงสักวัน ให้กายเราใกล้กัน ให้ดวงตาใกล้ตา ให้ดวงใจเราสองเชื่อมโยงผูกพัน ใช่เพียงอิ่มท้องที่ลูกร่ำร้องเพราะต้องการไออุ่น อุ่นไอรักอุ่นละมุน ขอน้ำนมอุ่น จากอกให้ลูกดื่มกิน”

(เพลง อิ่มอุ่น ขับร้องโดยศุ บุญเลี้ยง)

ร้องไม่ทันจบรู้สึกคล้ายมีใครจ้องมองอยู่งามฟ้าหันไปดู

“คุณ”

ฆนศิลายืนพิงกรอบหน้าประตูห้องนอน ใบหน้าเฉยชา

“มีอะไรคะ…คุณ” งามฟ้าห่มผ้าให้ลูกชาย เดินลงจากเตียง

“คุยกันหน่อย” ฆนศิลาเมินจากเด็กชายอวบอ้วน งามฟ้าทันเห็นสายตาไม่ใยดีพยายามไม่สนใจ เดินตามร่างสูงออกนอกห้อง

ฆนศิลานั่งลงตรงโซฟาชุดเล็ก งามฟ้ายังยืนนิ่ง

“จะยืนค้ำหัวฉันหรือไงนั่งลงสิ” ฆนศิลาเสียงกร้าว ร่างบางจึงได้ทรุดนั่ง

“บ้านหลังนี้มีรถเข้าออกตลอดคราวหน้าคราวหลังดูแลลูกเธอให้ดีด้วย” เสียงเข้มเริ่มเรื่อง งามฟ้ารู้สึกใจชุ่มชื้นคิดว่าเขาเป็นห่วงลูกของเธอแต่เมื่อได้ยินประโยคต่อไป ใบหน้าเริ่มซีดเซียว

“ฉันไม่ต้องการให้ใครมาเจ็บในบ้านฉันอีก แค่คนพิการคนเดียวก็เพียงพอแล้ว” ว่าแล้วตั้งท่าลุกขึ้นจากไป ไม่แม้จะมองหน้างามฟ้าอีก

นี่เขากระทบเธอใช่ไหม ผ่านไปนานแค่ไหน เธอยังเป็นคนเลว คนผิด แต่เธอไม่มีวันยอมรับ ไม่มีวัน “ฉันไม่ได้ทำอะไร ฉันไม่ผิดอะไรทั้งนั้น กรุณาอย่ามาพูดกระทบกันอีกเลยค่ะ”

ฆนศิลาหันหน้าหางามฟ้าใบหน้าเรียบเฉยเมื่อครู่เปลี่ยนเป็นบูดบึ้ง เสียงเข้มคำรามลอดไรฟัน “ผู้หญิงอย่างเธอมีสิทธิ์อะไรมาสั่งฉันงามฟ้า”

งามฟ้าเม้มปากที่กำลังสั่นระริก

“อย่าเผลอแสดงตัวว่าเป็นคนสำคัญกับฉันให้คนอื่นหัวเราะเลยน่าและจำไว้ไม่มีสิทธิ์มาขึ้นเสียงกับฉัน ออ…คู่หมั้นฉันก็เหมือนกัน” ฆนศิลาเดินเข้าใกล้ร่างที่สั่นเทายกยิ้มเหยียด มือแกร่งทั้งสองบีบแขนเล็กแน่น

งามฟ้าหรุบตามองพื้น กัดริมฝีปากอดทน

“น้ำตาคนบาปอย่างเธอ ต่อให้ไหลลงแถวนี้มากมายแค่ไหนก็ไม่ทำให้ต้นไม้ใบหญ้าได้รับประโยชน์ มีแต่จะทำให้พวกมันเหี่ยวเฉา” พูดจบร่างสูงเดินเสียงดังจากไป

บาปโดยที่ไม่ตั้งใจ ไม่อยากให้เกิด กับบาปที่ตั้งใจ วางแผนไว้อย่างเลือดเย็น …งามก็อยากรู้เหมือนกันสุดท้ายใครจะเจ็บ ทรมานมากกว่ากัน งามฟ้ากระชับสองมือที่กำกันอยู่แน่นมองแผ่นหลังกว้างผ่านม่านน้ำตาจนสุดสายตา

บ้านหลังเล็กมีดอกไม้รอบบ้านเป็นสีชมพู…งามฟ้าตกใจเมื่อได้ยินปู่บอกบางอย่าง ปู่อยากให้เธอแต่งงานกับลูกชายคุณนายนิลเนตร ซึ่งคนนั้นก็คือนิธิช

“แต่หนูยังเด็ก อยากอยู่กับปู่ไปนานๆ และไม่รักเค้าค่ะ” สาวน้อยหาคำพูดหลบเลี่ยง

“เรียนจบก่อนสิลูก อีกสองปี เทียวไปเทียวมาแบบนี้คงรักได้ไม่ยากหรอก” ปู่หว่านล้อม

งามฟ้าหยุดพรวนกระถางดอกไม้ ครุ่นคิดจะบอกปู่ดีหรือไม่ว่าเธอมีคนที่มอบหัวใจให้ไปแล้ว ไม่ใช่รักแบบเด็กๆ เธอมั่นใจ รักแท้ของเธอมีได้แค่คนเดียวคือฆนศิลา

“ว่าไงลูก” ดวงตาปู่มีความหวัง รอคอย

“ปู่” งามฟ้าเลยพูดไม่ออก ปู่ยิ้มเดินจากไป งามฟ้านั่งทบทวน ต้องค่อยๆ กล่อมปู่ ถ้าปู่รู้ว่าคนรักของเธอไม่ใช่หนุ่มน้อยอย่างนิธิช ซึ่งแก่กว่าเธอแค่สามปีแต่เป็นผู้ชายที่เพียบพร้อมอย่างหาตัวจับยาก บางทีปู่อาจจะเปลี่ยนใจ

แต่ทุกอย่างเป็นแค่ฝันลมๆ แล้งๆ ของเด็กสาวอ่อนต่อโลกที่ใฝ่หารักตามประสาเด็กกำพร้าคนหนึ่งเท่านั้น วันที่รู้ว่าตนเองไม่ใช่ตัวคนเดียวอีกแล้วอุ้มเลือดเนื้อของตระกูลผู้ดีเก่าไว้ในท้อง เธอได้รู้ความจริงโลกนี้โหดร้ายกว่าที่เคยคิดเยอะ

“บอกแม่สิหิน ชอบกินเด็กตั้งแต่เมื่อไหร่ แต่ละคนที่เห็นควงทั้งสวย เริ่ด เด็กนั้นเทียบไม่ติดฝุ่นเลย” คุณหญิงรุจยาถามคนที่เธอรัก วันที่งามฟ้ารีบร้อนไปปรึกษาเรื่องสำคัญ งามฟ้าชะงักเท้าที่กำลังจะก้าวเข้าไปในคอนโดของฆนศิลา

“โธ่! คุณแม่ครับ เด็กบ้านเราเดี๋ยวนี้เหมือนต่างชาติแล้ว เขาไปถึงไหนต่อไหน ใครจะมามัวเหนียมอาย หวงเนื้อหวงตัว ผู้ชายก็เหมือนกัน อดได้หรือครับเจอของหวานน่ากิน”

“พ่อคนหัวนอกทำตัวเหมือนเด็กหนุ่มก็ไม่ปาน อย่าให้ป่องก็แล้วกัน อยากแก้เผ็ดให้หลานก็ไม่ว่า แต่ถ้าเผลอมีหลานย่า แม่ไม่ยกให้เด็กนั่นนะ แต่เอาแค่หลานนะหิน”

เสียงหัวเราะของคนรักบาดใจ ซ้ำเขายังยืนยันคุณหญิงว่าเธอไม่มีวันตั้งท้อง ถ้าท้องก็ไม่ใช่ลูกของเขาแน่ แค่สนุกแล้วอาจจากกันเหมือนผู้หญิงคนอื่น มาแรงหน่ายเร็วอย่างที่เคยเป็นเสมอ งามตากุมท้องที่มีก้อนเลือดคนใจดำ ปวดร้าวไปทั้งหัวใจ น้ำตาไหลพรากฝันทุกอย่างสลายหมดสิ้น…

น้าของเพื่อนทำทุกอย่างเพื่อเอาคืนให้หลานสาว เห็นเธอเป็นของง่าย เธอก็หลงคิดว่าเขารัก เขาหวง ที่แท้เขาหลอกล่อ ลวงหลอกกันทุกเรื่องราว ช่างน่าเวทนาตนเองสิ้นดี

หลายคืนงามฟ้านอนสะอื้นหวาดกลัว โทษตนเองที่ทำให้ปู่ต้องเสียใจ ผิดหวัง นิธิชยังแวะเวียนมาหาเหมือนกับโกเมนเพื่อนชายอีกคน งามฟ้าฝืนยิ้มพูดคุย นานวันเข้าเด็กในท้องโตขึ้น สาวน้อยอ่อนเพลียเกิดอาการแพ้มากจึงตัดสินใจตอบรับคำขอของปู่เพราะความหวาดกลัว ยกเลิกความฝันเรื่องเรียน อนาคตไว้ คนเละแทะใจง่ายอย่างเธอ ไม่มีคุณค่าให้ใฝ่ฝันสิ่งใดอีก แต่ใจหนึ่งก็ร้อนเหมือนไฟเผา เธออยากแก้แค้นผู้ชายใจดำคนนั้น ไม่ใช่ตัวเขา แต่ทรายชมพูเจ็บเขาก็คงไม่มีความสุข

เธอตกลงแต่งงานกับนิธิช

ในคืนแต่งงานงามฟ้าได้รู้ว่านิธิชไม่ได้พิศวาสอะไรเธอ เขายื่นข้อเสนอให้อยู่กันอย่างสามีภรรยาในนามเท่านั้น นิธิชชื่นชอบเพศเดียวกัน นั่นคือโกเมน

“ทำไมต้องเป็นงามละคะ” ในความตกใจ งามฟ้าก็รู้สึกดีใจถามสามีทางนิตินัย

“งามเป็นเด็กดี งามไม่ได้รักพี่และข้อนี้สำคัญพี่มีข้อแลกเปลี่ยนให้เธอและปู่”

งามฟ้าหวาดระแวงว่านิธิชจะรู้เรื่องเด็กในครรภ์แต่เมื่อเขาบอกบางอย่างหญิงสาวก็โล่งใจ แต่เรื่องนี้เธอแปลกใจทำไมปู่ไม่ยอมบอกความจริงกับเธอนะ ให้เธอมารู้กับนิธิชเอง

ปู่หวังจะเอาที่ดิน บ้านที่เอามาจำนองกับคุณนายแม่ของนิธิชคืนจึงรับข้อเสนอเมื่อลูกชายคุณนายมาติดพันหลานสาวและทาบทามขอแต่งงาน

“เข้าใจหรือยัง ว่าพี่ไม่อยากทำร้ายทราย พี่รักฝ่ายนั้นเหมือนน้อง แต่กับงามเรามีผลประโยชน์แต่งกันสักพักค่อยเลิกก็ได้ ถ้าพี่อ้างว่าตัวเองเป็นหมันคุณแม่จะเลิกจับคู่พี่กับคนอื่นเอง งามเข้าใจนะ อาจฟังดูเหมือนเห็นแก่ตัวแต่งามจะเสียแค่ชื่อ แค่ต้องเป็นหม้ายแน่ๆ เท่านั้น อย่างอื่นไม่ต้องบอกนะว่างามจะยังเหมือนเดิม”

ถ้าเป็นช่วงเวลาอื่นงามว่าไม่รู้ว่าตนเองจะโวยวาย ร้องไห้หรือเปล่าเมื่อนิธิชทำแบบนี้ แต่ตอนนี้งามฟ้าดีใจที่ไม่ต้องปิดบังเรื่องของตนเอง

คนทั้งสามจึงหาทางแก้ไขเรื่องลูกกันอีกเปราะหลังจากนิธิชรู้เรื่องเธอท้อง วันที่งามฟ้าคลอดคุณนายนิลเนตรก็ดีใจโอ๋เด็กชายดินได้ไม่นาน เพราะลูกสาวคนรองจากนิธิชที่ไม่มีวี่แววจะตั้งท้องก็มีข่าวดี

“งามไม่เป็นไรหรอกพี่ธิช ดีซะอีกเมื่อเราหย่ากันลูกจะได้ไม่โดนแย่ง อีกอย่างดินไม่มีสิทธิ์ในทรัพย์สมบัติของพี่ พี่ไม่ต้องห่วงเรานะจ๊ะ แค่พี่ดูแลกันมาก็ขอบคุณมากแล้ว” งามฟ้าบอกสามีเมื่อฝ่ายนั้นเป็นห่วงความรู้สึกเธอ

“แต่เรื่องที่ดินปู่พี่ให้สัญญาจะคุยกับคุณแม่อีกครั้ง ท่านรับปากแล้วจะโอนให้พี่ แล้วพี่จะคืนให้งามเมื่อเราหย่ากันนะ พี่ว่ารอให้ลูกนิชดาคลอด ตอนนั้นแหละเหมาะที่สุด”

งามฟ้าพยักหน้ามองหน้าลูกน้อย รู้สึกว้าเหว่ขึ้นมา แม้จะเป็นเมียแค่ในนามแต่เธอก็อยากให้ลูกมีพ่อ สาวน้อยชักกลัวการหย่าร้างขึ้นมาเพราะเธอยังอ่อนประสบการณ์ในทุกๆ สิ่ง แต่เธอก็ไม่มีทางเลี่ยง

วันที่หวาดกลัวและรอคอยปะปนกันเหมือนฟ้าจะกลั่นแกล้งนิธิชประสบอุบัติเหตุจากไป คุณหญิงร้องไห้ได้สักพักได้หลานชายคนใหม่มารักษาแผลใจ งามฟ้าซะอีกกลายเป็นหม้ายตั้งแต่ยังสาว เธอพาลูกน้อยวัยห้าเดือนกลับไปอยู่กับปู่พร้อมพาความผิดหวังไปฝาก

ที่ดินที่เคยหวังได้กลับคืนไม่มีหน้าไปขอคุณนายอีก ปู่เคยไปพูดคุยได้ถ้อยคำดูถูกกลับมา งามฟ้าแอบร้องไห้ แต่ยังดีที่เธอมีเงินเก็บจากนิธิชที่ทิ้งไว้ให้ได้ใช้จ่าย ครอบครัวเล็กๆ จึงอยู่ได้ด้วยความไม่ขัดสน

“ปู่มีเงินก้อนสุดท้ายอยู่เท่านี้ ไปขอซื้อคืนดีกว่า”

วันหนึ่งปู่ที่โศกเศร้า เครียด มีอาการหลงๆ ลืมๆ หยิบสมุดธนาคารมาให้งามฟ้าดู ท่านคงทนไม่ไหวอีกต่อไป เอาเงินที่เก็บมาทั้งชีวิตมอบให้งามฟ้าเพื่อแลกกับบ้านและที่ดินซึ่งรักมาก งามฟ้าบากหน้าไปขอคุณนายอีกครั้ง

“ฉันขายไปแล้วมีคนมาเสนอราคาดี” คุณนายนิลเนตรบอก งามฟ้าตกใจถามหาเจ้าของใหม่ เมื่อรู้กลับมาบอกปู่ความจริงกับปู่

“ปู่จะไปหาเขาเองชื่ออะไรนะ”

“ปู่คะ งามไปเองดีกว่า”

งามฟ้าไปหาเจ้าของคนใหม่ กลับมาหน้าเศร้าจะโกหกปู่ก็ได้ว่าไปแล้วแต่เจ้าของใหม่ไม่ขาย เพราะได้รู้ว่าแท้ที่จริงเจ้าของไม่ได้เป็นของบุคคลแรกที่ซื้อไป แท้จริงเจ้าของคือ ฆนศิลา ปิยรมย์

เขาทำแบบนี้ทำไม ให้เลขาไปเสนอราคาซื้อบ้านและที่ดินของเธอ หญิงสาวบอกความประสงค์กับเลขาเขาไปว่าต้องการพบ ต้องตกใจกับข้อเสนอที่ฆนศิลาฝากใส่เศษกระดาษมาให้

“ไปนะงาม แค่ไปทำงานเปลี่ยนแรงเป็นเงินให้เขา เพราะเงินปู่ไม่พอ แค่ปีเดียวเท่านั้น”

เรื่องนี้งามฟ้าบอกปู่เท่าที่ทำได้เหมือนกัน ไม่ได้บอกว่าในเศษกระดาษแผ่นนั้นฆนศิลายื่นข้อเสนอให้เธอไปเป็นนางบำเรอของเขา ปู่คะยันคะยอ สีหน้ายินดีว่าพอมีหนทางได้บ้านคืน

อย่าให้งามไปเลย เธอตะโกนในใจ แต่เห็นแววตาเปี่ยมสุขของปู่ในคืนนั้น คืนสุดท้ายก่อนท่านจะหมดลม ขอให้เธอสัญญาด้วยลมหายใจติดๆ ขัดๆ

เธอก็ยอมแพ้ ตกลงรับคำปู่

แม้ไม่รู้ว่าเขาทำแบบนี้ต้องการอะไร มีแผนอะไร แต่งามฟ้าก็จะทำเพื่อปู่…แต่ตอนนี้สองวันที่เหยียบย่างเข้ามาเพื่อใช้แรงงาน เสมือนสองปีเห็นจะได้

งามฟ้าทรุดนั่งทับรอยคนใจดำชันเข่าซุกหน้าสะอื้น เธอจะทนได้ถึงหนึ่งปีหรือเปล่านะ รู้สึกกังวลขนาดนี้ทั้งที่ยังไม่ได้เริ่มทำหน้าที่ นางบำเรอแทนเงิน ถ้าเริ่มทำงานเธอจะทุกข์ใจขนาดไหน!

อ่านต่อเลย
ร่วมสนับสนุนนักเขียนเพื่อเป็นกำลังใจในการสร้างสรรค์ผลงานสุดสนุกต่อไป Moboreader
ปลดล็อกทุกตอน
ตอน
ปรับแต่ง
บทถัดไป
Minishorts Logo
อ่านนิยายออนไลน์ นิยายเว็บ และเรื่องราวโรแมนติกสุดฮิตบน MiniShorts พบกับนิยายโรแมนติกท่านประธาน นิยายแฟนตาซีมนุษย์หมาป่า ดราม่า และแฟนตาซี พร้อมคอนเทนต์ซีรีส์สั้นคัดสรรพิเศษที่สร้างจากเทรนด์เรื่องราวยอดนิยม
MiniShorts YouTube
©2026 MiniShorts All Rights Reserved. CHASINGTOP HK LIMITED