ตอนที่ 1
5 ปีก่อน
“อะไรนะ นายโกหกฉันเหรอ นิค” มิคาเอลพูดอย่างเดือดดาล เขารีบบินกลับมาที่เซนต์ปีเตอร์สเบิร์กเมื่อได้รับข้อความที่พี่ชายฝากเพื่อนมาถึง
พ่อแม่ป่วยหนักให้รีบกลับมา แต่พอมาถึงก็พบว่าพ่อแม่บินไปพักผ่อนที่ออสเตรีย แถมพี่ชายตัวดีต้องการให้เขาแต่งงานกับผู้หญิงที่เลือกให้เนื่องจากผลประโยชน์ทางธุรกิจอีกต่างหาก
“ถ้าไม่โกหกนายคงไม่กลับมา” นิโคลัสพูดสั้นๆ และไม่สนใจท่าทีโมโหของน้องชายเลยแม้แต่น้อย
“นายรู้ไหมว่า นายทำให้ฉันต้องพรากจากผู้หญิงที่ฉันรัก” มิคาเอลต่อว่าอย่างเหลืออดด้วยความโมโห
“นายทำผิดก่อน นายไปเมืองไทย หลงรักผู้หญิงที่นั่น ไม่ส่งข่าวให้ครอบครัวรู้ว่าเป็นตายร้ายดีอย่างไร ถ้าฉันไม่เจอเพื่อนนาย ป่านนี้นายก็คงไม่กลับมาแน่ๆ”
“ก็เพราะแบบนี้ไงฉันถึงไม่อยากให้นายรู้ว่า ฉันทำอะไรที่ไหน แล้วฉันก็พลาดหลงกลนายจนได้ นายจะบ้าหรือไงที่จะจับคู่ให้ฉันกับคนที่ไม่รู้จักกันเลยแม้แต่นิดเดียว” การกลับบ้านไม่ใช่ปัญหา แต่เรื่องที่ทำให้มิคาเอลโมโหก็คือ คำสั่งบ้าๆ ของพี่ชายจอมเพี้ยนต่างหาก
“โอลีเวียร์เหมาะกับนายทุกอย่าง เธอเป็นผู้หญิงมีชื่อเสียง สวย มีการศึกษา และครอบครัวของเธอก็เอื้อกับผลประโยชน์ของเรา” นิโคลัสชื่นชมอย่างออกนอกหน้า
“แล้วทำไมนายไม่แต่งซะเอง” มิคาเอลย้อน
เขาไม่สนว่าผู้หญิงคนนั้นจะสวยหยาดฟ้าแค่ไหน เหมาะสมกับตนอย่างไร แค่ใช้เวลาร่วมกันไม่กี่ชั่วโมงแล้วแยกกันก็พอแล้ว สิ่งที่ต้องทำคือกลับเมืองไทยไปหาสุดที่รักให้เร็วที่สุด
“แต่งกับฉันก็ต้องฮันนีมูนที่ทำงาน เพราะชีวิตฉันมีแต่งาน และฉันไม่ใช่คนโรแมนติกแบบนาย”
“ฉันไม่มีวันแต่งงานกับผู้หญิงคนไหนทั้งนั้น ฉันแต่งงานกับพุดกรองแล้ว” มิคาเอลพูดช้าๆ ชัดๆ และนั่นทำให้อีกฝ่ายแทบจะลุกเป็นไฟขึ้นมาเผาความรักที่ไม่เข้าตาในทันที
“ผู้หญิงคนนั้นหวังจะปอกลอกนาย เธอต้องการยกระดับตัวเองเท่านั้น” นิโคลัสดูแคลนคนที่น้องชายรักสุดหัวใจ เขาไม่เชื่อหรอกว่าความรักมีจริงในโลกใบนี้
“ฉันจะไม่ทนให้ใครมาว่าเมียของฉัน นายไม่เคยรู้จักพุดกรองไม่เคยเห็นหน้ากันเลยด้วยซ้ำ นายไม่ควรไปตัดสินเธอ พุดกรองเป็นคนดีเรียบร้อย อ่อนโยน น่าทะนุถนอมและให้เกียรติฉัน เธอมีหลายอย่างที่ผู้หญิงคนอื่นไม่มี” สายตาและน้ำเสียงยามที่พูดถึงคนรักของมิคาเอล เต็มไปด้วยความสุขอย่างเห็นได้ชัด
“แต่ครอบครัวของโอลิเวียร์ก็สำคัญกับธุรกิจใหม่ของเรานะ” คนเป็นพี่ย้ำถึงความสำคัญเรื่องนี้
“อย่างนั้นนายก็แต่งเสียเอง อย่าดึงฉันมายุ่งกับธุรกิจของนาย” มิคาเอลสวนกลับทันที
นิโคลัสจ้องหน้าน้องชายพยายามระงับความโกรธ สักพักก็เดินออกไปจากห้องเงียบๆ รู้ดีว่าถ้าพูดอะไรอีกจะต้องทะเลาะกันอีกแน่ ดังนั้นต้องแกล้งยอมถอยออกมาก่อน แต่เขาไม่มีทางยอมแพ้เด็ดขาด อย่างไรก็ตามจะต้องทำทุกทางเพื่อให้มิคาเอลแต่งงานกับคนที่หาไว้ให้จนได้ และจะไม่ยอมให้เงินหลายร้อยล้านดอลลาร์หายไปต่อหน้าแน่ๆ
5 ปีต่อมา
หิมะเริ่มโปรยปรายลงมาทั่วเมืองเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก อุณหภูมิในเวลานี้ใกล้จะติดลบ บุรุษร่างสูงใหญ่เจ้าของใบหน้าหล่อเหลาราวกับอาโดนิสผู้งดงามในตำนานของกรีกกลับนั่งมองกระดาษที่ถือในมือด้วยสีหน้าเคร่งเครียด อากาศที่หนาวเย็นไม่สามารถทำให้ไฟร้อนในใจของเขาสงบลงได้เลย
เขาคือนิโคลัส ชาโรนอฟ หรือ นิโคลัส อเล็กซิส ชาโรนอฟ นักธุรกิจชื่อดังลูกครึ่งรัสเซีย–ไทย เจ้าของผมสีน้ำตาลทองเป็นประกายและดวงตาสีเขียวราวกับมรกตเนื้อดีที่คมดุจพญาอินทรีย์ ผู้ที่ปัจจุบันเป็นผู้บริหารระดับสูงของชาโรนอฟกรุ๊ปที่ร่ำรวยจากการเงินการธนาคารและการทำเหมืองแร่ทองคำในรัสเซีย ครอบครัวของเขามีอิทธิพลในประเทศนี้
“ไปเจอมันที่ไหน” นิโคลัสถามเลขาหนุ่มเสียงเครียด
“ในห้องของคุณมิคาเอลครับ คนที่เข้าไปทำความสะอาดเจอซองจดหมายตกอยู่ที่ใต้ตู้เสื้อผ้า” ดีแลนด์เลขาผู้ซื่อสัตย์ตอบคำถามของเจ้านายด้วยสีหน้าที่ตื่นเต้น แม้ไม่รู้ข้อความในจดหมายแต่เขาก็เดาได้ว่ามันคงต้องสำคัญมาก
มิคาเอล ชื่อนี้เขาไม่ได้ยินมาหลายปีแล้ว น้องชายคนเล็กที่ตั้งความหวังเอาไว้ว่าจะให้มาช่วยกิจการของครอบครัว แต่ทุกอย่างจบเมื่อมิคาเอลจากไปอย่างไม่มีวันกลับ นิโคลัสไม่เคยเหยียบย่างเข้าไปในห้องนี้อีกเลย แน่นอนว่าทุกคนในครอบครัวก็ทำเช่นนี้ เพื่อหลีกเลี่ยงความจริงอันเจ็บปวดว่ามิคาเอลจากไปแล้ว
“ไปสืบหาคนที่ชื่อพุดกรอง ไมตรีนฤนาท ฉันอยากรู้ว่าตอนนี้เธอทำอะไรอยู่ที่ไหน” นิโคลัสออกคำสั่งด้วยน้ำเสียงที่เคร่งเครียดเช่นเดิม
“หาตัวเธอหรือครับ” ดีแลนด์ถามย้ำให้แน่ใจอีกครา
“ใช่ หานักสืบที่เมืองไทยเก่งๆ สักคน สืบหาที่อยู่ให้ที แล้วดูด้วยว่ามีลูกผู้ชายหรือผู้หญิง” นิโคลัสบอกด้วยน้ำเสียงจริงจัง
“กำหนดระยะเวลาครับ”
“เร็วที่สุด เสียเงินเท่าไหร่ไม่ว่า แต่ต้องชัดเจนหาข้อมูลมาให้มากที่สุดเท่าที่จะหาได้เข้าใจไหม”
“ครับท่าน”
“ออกไปได้แล้ว” เขาเอ่ยปากไล่พร้อมทั้งเอนตัวพิงพนักเก้าอี้อย่างคนที่อ่อนแรง ถ้าเรื่องนี้ถึงหูมารดาและน้องสาวฝาแฝดแล้วละก็ ทั้งคู่คงตกใจมากอย่างแน่นอน
นิโคลัส พี่ชายจอมบงการของฉัน
ตลอดเวลาที่ผ่านมาตั้งแต่เล็กจนโต สิ่งที่ฉันทำได้และต้องทำอยู่เสมอคือทำตามคำสั่งของนายมาตลอด นายจัดการทุกอย่างและเริ่มเข้ามาควบคุมชีวิตของฉันมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการเรียน การงาน หรือแม้แต่การเลือกรองเท้าสักคู่ สิ่งที่นายชอบพูดบ่อยๆ คือทุกอย่างที่นายทำให้ฉันมันเป็นสิ่งที่ดีที่สุด
นายขีดเส้นทางชีวิตให้เดินและที่ผ่านมาฉันก็เดินตามทางนั้นโดยไม่ขัดขืน เพราะเมื่อไหร่ที่ฉันออกนอกลู่นอกทางนายจะเข้ามาจัดการทันที ฉันยอมนายมาตลอดไม่เคยตัดพ้อต่อว่าถึงแม้ว่าบางเรื่องนั้นมันจะเป็นเรื่องที่ฉันไม่ชอบเลยสักนิด
การที่ฉันยอมเพราะรู้ว่านายรักและหวังดีกับฉันมาก นายเป็นพี่ชายที่ดีมาก แต่สิ่งที่ฉันรับไม่ได้มากที่สุดคือนายหลอกให้ฉันกลับมาที่รัสเซีย จากนั้นก็พยายามหว่านล้อมจนถึงขั้นบังคับ ให้ฉันแต่งงานกับลูกสาวของนักธุรกิจคนดังที่สามารถต่อยอดธุรกิจตัวใหม่ของนายได้
พยายามสรรหาสิ่งต่างๆ มาหลอกล่อ เพราะอยากให้ฉันกับผู้หญิงที่แสนดีที่ชื่อว่าพุดกรองเลิกกัน นายหาว่าเธอต้องการจะหลอกฉันเพื่อหวังความสบาย นายกล่าวหาเธอทั้งที่ยังไม่เคยเห็นหน้ากันเลยสักครั้ง
การที่นายบังคับและฉันก็ยอมทำตามคำบงการของนายมาตลอด อาจจะทำให้นายลืมไปว่าฉันเป็นเพียงแค่คนธรรมดาคนหนึ่ง ไม่ใช่หุ่นยนต์ที่ยอมทำตามคำสั่งเพียงเพราะถูกกรอกข้อมูลใส่มาให้ นายลืมไปว่าน้องชายของนายคนนี้มีหัวใจ และเรื่องของหัวใจไม่สามารถบังคับกันได้ หัวใจของฉันอยู่กับเธอคนนั้นมาตลอด
เราจดทะเบียนสมรสกันแล้ว เธอเป็นชาโรนอฟคนหนึ่งเหมือนกัน เธอชื่อพุดกรอง ไมตรีนฤนาท ชาโรนอฟ ตอนนี้ทายาทของฉันอยู่ในท้องของเธอแล้วเช่นกัน ทั้งชีวิตของนายคิดถึงแต่เรื่องงานกับผลประโยชน์
นายเลยไม่รู้ว่าการได้รักใครสักคนและคนคนนั้นก็เป็นคนรักที่แสนดี มันมีค่ามากขนาดไหน สำหรับนายความสุขอาจจะวัดได้จากตัวเลข แต่สำหรับฉันความสุขอยู่ที่ใจ
ฉันรู้ว่านายคงไม่พอใจมากที่เห็นจดหมายฉบับนี้ นายน่าจะได้อ่านตอนที่ฉันกลับไปถึงเมืองไทยแล้ว ฉันตั้งใจจะอยู่กับเมียและลูกที่กำลังจะเกิดมาไปจนตาย ฉันอยากจะขอร้องนาย
มันเป็นคำขอร้องครั้งแรกและครั้งสุดท้าย อย่าตามหาฉันอีก อย่าพยายามทำอะไรก็ตามเพื่อที่จะพรากฉันไปจากครอบครัว โปรดเคารพการตัดสินใจของฉันด้วยและฉันขอโทษที่ทำให้ผิดหวัง หวังว่าสักวันนายจะเข้าใจในสิ่งที่ฉันทำ
รักและเคารพพี่ชายเสมอ
มิคาเอล ชาโรนอฟ (น้องชายนอกคอกของนาย)
นิโคลัสวางจดหมายลงบนโต๊ะทำงานช้าๆ ท่าทางเหมือนคนหมดแรง เขาอ่านจดหมายเป็นครั้งที่สิบแล้ว ดวงตาคมมองมายังภาพถ่ายของทั้งคู่ที่อยู่บนโต๊ะทำงานแล้วถอนหายใจออกมาเบาๆ
“นายมันโง่ มิคาเอล ผู้หญิงคนนั้นมีอะไรดีหนักหนา รัก ความรักเหรอ ความรักโง่ๆ น่ะสิ” เขาเอ่ยน้ำเสียงที่เยาะเย้ยอย่างเต็มที่อารมณ์หงุดหงิดเหลือเกิน
สิ่งที่ต้องรีบจัดการหลังจากที่ได้อ่านจดหมายก็คือ เช็กให้แน่ใจว่าผู้หญิงไทยคนนั้นมีลูกกับมิคาเอลจริงๆ ถ้าใช่ เขาจะทำทุกอย่างเพื่อพาเด็กคนนั้นมาที่นี่
นิโคลัสหยุดอยู่ที่หน้าประตูห้องของน้องชายแล้วเปิดเข้าไปช้าๆ ทุกอย่างในห้องยังเหมือนเดิมไม่เปลี่ยน เขาหยุดยืนนิ่งที่ข้างเตียงนอนก้มมองรูปถ่ายเจ้าของห้องที่วางอยู่บนโต๊ะข้างเตียงด้วยสีหน้าเคร่งเครียด
“ฉันอยากรู้นักว่าผู้หญิงที่นายรักจะดีจริงหรือเปล่า ป่านนี้คงแต่งงานใหม่ไปแล้วก็ได้” นิโคลัสคิดถึงเหตุการณ์ที่ผ่านมา วันที่เขาและมิคาเอลเถียงกันหลายครั้ง จนในที่สุดมิคาเอลตัดสินใจออกจากบ้านและจากไปอย่างไม่มีวันกลับ จวบจนกระทั่งมาถึงตอนนี้
“เอาเป็นว่า ถ้าฉันพบลูกของนายกับผู้หญิงคนนั้น ฉันจะดูแลลูกของนายอย่างดีก็แล้วกัน”
7 วันต่อมา
“รายละเอียดที่ท่านให้ดีแลนด์ไปหามาครับ ผู้หญิงไทยคนนั้น” วูฟล์ ลูกน้องคนสนิทที่ทำหน้าที่เป็นบอดี้การ์ดส่วนตัวด้วยเอ่ย ดีแลนด์ฝากเอกสารปึกใหญ่มาให้เจ้านายโดยบอกว่าจะตามเข้ามาทีหลัง
นักธุรกิจพยักหน้ารับพร้อมเปิดซองหยิบเอกสารที่อยู่ด้านในขึ้นมาอ่านเงียบๆ ดวงตาคมสีสวยดูเครียดอย่างเห็นได้ชัดหลังจากอ่านเอกสารทั้งหมดจบ
“ตอนนี้หลานของฉันอยู่กับใคร”
“อยู่กับน้องสาวของคุณพุดกรองครับ”
“มีรูปไหม”
“มีครับ ดีแลนด์บอกว่าอยู่ในแผ่นซีดี”
“ผู้หญิงคนนั้นตายหลังจากมิคาเอลจากไปไม่ถึงปี” นิโคลัสเอ่ยเสียงเบาเมื่ออ่านข้อมูลคร่าวๆ
“เธอเสียชีวิตหลังจากคลอดลูกได้ไม่กี่วันครับ ท่าน” วูฟล์อธิบายตามข้อมูลที่รู้มา
“ไปบอกนักบินของเราให้เตรียมตัว” ท่านประธานหนุ่มเสียงเข้ม
“ท่านจะไปไหนครับ”
“เมืองไทย ไปตามหาหลานฉัน ฉันคิดว่าเด็กไม่น่าจะมีชีวิตที่สุขสบายเท่าไหร่นัก ตามข้อมูลบอกว่าหลานฉันอยู่กับน้องเมียมิคาเอล แม่นั่นคงไม่มีปัญญาเลี้ยงได้ดีแน่ หลานของฉันควรจะได้มีชีวิตที่สุขสบาย ฉันอยากชดเชยให้เขา” ในใจของนิโคลัสรู้สึกผิดกับน้องชายที่จากไปตลอดมา และนี่อาจเป็นหนทางหนึ่งที่จะชดเชยความผิดในครั้งนั้นได้
“แล้วงานที่นี่ล่ะครับ”
“ให้ดีแลนด์ดูแลงานทางนี้ ทุกอย่างมันเป็นไปตามแผนอยู่แล้ว แต่ถ้ามีปัญหาจริงๆ ให้ดีแลนด์โทร.หาฉัน ส่วนเรื่องการประชุมกับนักธุรกิจสเปนคนนั้นให้นาเดียเข้าประชุมแทน ส่วนฟลิ้นต์ให้ช่วยงานดีแลนด์และคอยนาเดียอยู่ที่นี่แหละ”
“ไปกันสองคนแบบนี้จะดีหรือครับ ท่าน” ฟลิ้นต์ บอดี้การ์ดร่างใหญ่อีกคนที่เพิ่งเดินเข้ามาพร้อมกับดีแลนด์พูดขึ้น
“ไม่ต้องกังวลน่า ฟลิ้นต์ นายอยู่ที่นี่คอยดูแลนาเดียจะดีกว่า เรื่องที่เมืองไทยไม่ใช่เรื่องที่ใหญ่โตอะไรนายไม่ต้องห่วง” นิโคลัสเอ่ย
“แล้วท่านทราบหรือครับว่าจะไปหาพวกเขาที่ไหน” ดีแลนด์ถามต่อ
“ที่อยู่ก็ตามเอกสารไง ฉันว่าคงหาไม่ยากหรอก อีกอย่างมีเดฟเพื่อนของมิคาเอลอยู่ที่เมืองไทย ฉันจะติดต่อเขาเอง ไม่ต้องห่วง” นิโคลัสวางแผนไว้
“ท่านจะไปกี่วันครับ”
“ไม่แน่ใจ แต่คิดว่าคงไม่นาน นายไปเตรียมตัวเถอะ วูฟล์”
“ท่านจะไปวันไหนครับ” ดีแลนด์ถาม
“เร็วที่สุด” นิโคลัสเอ่ยเสียงเครียดแล้วกำชับต่อว่า
“เรื่องนี้รู้กันแค่ฉันและนายสามคนเท่านั้น อย่าเพิ่งให้พ่อแม่และน้องสาวฝาแฝดของฉันรู้เป็นอันขาด ถ้าพวกเขาถามก็บอกไปแค่ว่าติดธุระสำคัญแค่นั้นพอ”
“ครับ ท่าน” ทุกคนรับคำหนักแน่น รู้ดีว่าควรทำตัวเช่นไรเพื่อให้เรื่องนี้จบลงโดยเร็วและเงียบสงบที่สุด
ตอนที่ 2
“ใครพามาหาน้าที่นี่คะ อีวาน” พุดแก้วถามหลานชายด้วยน้ำเสียงอ่อนหวาน เธออ้าแขนรับกอดของเด็กชายวัยสี่ขวบด้วยความรักเหมือนเช่นทุกครั้ง
“ลุงเดฟครับ” เด็กชายตอบและชี้ไปหาชายต่างชาติรูปร่างสูงใหญ่หน้าตาคมคายที่ยืนอยู่ไม่ไกลนัก
พุดแก้วเงยหน้าขึ้นมองคนที่เดินเข้ามาใกล้ด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยคำขอบคุณ เดฟคือสามีของเพื่อนรัก อีกทั้งเขายังเป็นเพื่อนสนิทที่สุดของมิคาเอลอีกด้วย
ชายหนุ่มคอยช่วยเหลือดูแลสองน้าหลานมาตลอด เดฟชื่นชมพุดแก้วมากเพราะเป็นผู้หญิงที่สู้ชีวิตและไม่ยอมแพ้อะไรง่ายๆ อาจเพราะพุดแก้วสูญเสียบิดามารดาไปตั้งแต่ยังเรียนไม่จบมัธยม แถมญาติคนเดียวที่เหลืออยู่อย่างพุดกรองก็ต้องมาจากไปก่อนวัยอันควร แถมทิ้งลูกน้อยไว้ให้ดูแลทำให้ต้องเข้มแข็งมากกว่าคนอื่น
โชคดีที่พุดแก้วมีสวนผลไม้หลายร้อยไร่ และมีอาชีพเป็นครูสอนศิลปะการป้องกันตัวอย่างเทควันโด แต่การที่ผู้หญิงคนเดียวต้องรับผิดชอบภาระต่างๆ มากมายขนาดนี้ก็น่าเป็นห่วง ดังนั้นเดฟและภรรยาจึงเข้ามาช่วยบ้างในบางโอกาสถึงแม้ว่าพุดแก้วจะไม่เคยเอ่ยปากก็ตาม
“ขอบคุณมากนะคะ พี่เดฟ” พุดแก้วทักทายอย่างสนิทสนม
“ด้วยความยินดีแก้ว วันนี้ทำไมเลิกสอนเร็วจัง”
“วันนี้สอนก่อนเวลาค่ะ ทางโรงเรียนมีกิจกรรม”
“แล้วแก้วต้องร่วมกิจกรรมไหม”
“ไม่ต้องค่ะ”
“พรุ่งนี้พี่จะเข้ากรุงเทพอยากได้อะไรหรือเปล่า” เดฟเอ่ยถาม
“ไม่ค่ะ ขอบคุณพี่เดฟมากนะคะ” พุดแก้วหันมาเล่นกับหลานชายตัวน้อยต่อ
นิโคลัสมาถึงเมืองไทยได้เกือบสามชั่วโมงแล้ว แต่คนที่บอกว่าจะมารับยังมาไม่ถึงเสียที เขามองนาฬิกาข้อมือเรือนหรูก่อนที่จะหันมามองหน้าบอดี้การ์ดอย่างเบื่อหน่าย วูฟล์มองสบตาคมของผู้เป็นนายรู้ดีว่าตอนนี้รู้สึกอย่างไร นิโคลัสไม่ชอบอะไรที่ผิดเวลา เขาเป็นคนตรงต่อเวลามาตลอด ไม่ชอบการรอคอย และไม่ชอบคนที่ไม่รักษาเวลาด้วย
ทั้งสองเดินลากกระเป๋ามายังร้านอาหารภายในสนามบิน พร้อมทั้งสั่งอาหารมารองท้องเนื่องจากเลยเวลามาสักพักแล้ว
“อยู่ที่ร้านอาหาร” นิโคลัสรับสายโทรศัพท์ที่ดังขึ้นแล้วตอบเพียงสั้นๆ ไม่ช้าคนที่บอกว่าจะมารับก็ปรากฏตัวขึ้น
“ขอโทษนะนิค รถติด” เดฟเอ่ยคำขอโทษด้วยความเกรงใจ
“ไม่เป็นไร” นิโคลัสตัดความหงุดหงิดทิ้งไปในทันที
“เสร็จแล้วเราไปกันเลยไหม กว่าจะถึงก็อีกหลายชั่วโมง” นิโคลัสพยักหน้าแทนคำตอบแล้วลุกขึ้น ทั้งสามออกจากร้านอาหารไปโดยเร็ว
“กิจการของนายเป็นอย่างไรบ้าง” นิโคลัสเอ่ยถามหลังจากที่ออกมาจากสนามบินได้สักพักใหญ่
“ก็ดี โรงแรมอยู่ตัวแล้ว ช่วงท่องเที่ยวคนมากต้องโทรมาจองก่อน ส่วนรีสอร์ตที่อยู่ใกล้กัน ตอนนี้ก็ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี” เดฟเอ่ยอย่างภาคภูมิใจ
“อย่างนั้นเหรอ”
“เดี๋ยวนายกับวูฟล์พักที่รีสอร์ตดีกว่านะ ฉันให้คนงานจัดห้องไว้ให้แล้ว”
“แล้วฉันจะได้เจอหลานเมื่อไหร่” นิโคลัสวกเข้าเรื่องสำคัญ
“คงจะต้องเป็นพรุ่งนี้เพราะกว่าจะถึงก็คงค่ำแล้ว นายเดินทางมาเหนื่อยๆ น่าจะพักผ่อนก่อน”
“คนที่เลี้ยงหลานฉัน เธอเป็นคนอย่างไร” นิโคลัสถามต่อ
“พุดแก้วเหรอ เธอเป็นผู้หญิงเก่งคนหนึ่งเลยแหละ ทั้งสวย เก่ง ฉลาด” เดฟชื่นชม
“ท่าทางนายจะชื่นชมผู้หญิงคนนั้นมากนะ” คนฟังประชดในที
“ใช่ ฉันเห็นพุดกรองมาตั้งแต่เป็นเด็กเรียนมัธยมปลายเตรียมสอบเข้ามหาวิทยาลัย ตอนมิคาเอลตัดสินใจมาช่วยพุดกรองทำงานในไร่ ฉันก็เข้าไปช่วยอีกแรงเลยทำให้สนิทกัน พุดแก้วเป็นเหมือนน้องสาวอีกคน ที่สำคัญเมียฉันกับพุดแก้วเป็นเพื่อนรักกัน” เดฟอธิบายยาวเหยียด
“ฉันชักอยากจะเห็นหน้าแม่คนเก่งของนายเสียแล้ว” น้ำเสียงนิโคลัสคล้ายกับประชดเล็กน้อย
“นายได้พบแน่ ฉันยังไม่ได้บอกกับแก้วกับอีวานเลยว่านายจะมา”
“ไม่เป็นไร ให้รู้ตอนเจอกันเลยดีกว่า หลานฉันชื่ออีวานใช่ไหม” คราวนี้น้ำเสียงเขาดูสดใสขึ้น
“ใช่ อายุสี่ขวบกว่าแล้ว ตอนมิคาเอลจากไปพุดกรองท้องได้ห้าเดือนพอดี” เดฟหวนคิดถึงเรื่องราวที่ผ่านมา
“อย่างนั้นเหรอ” น้ำเสียงนิโคลัสเบาลงเล็กน้อย
“หลานชายนายคนนี้น่ารักที่สุด นายจะหลงรักเขาแน่ๆ พูดก็พูดนะพุดแก้วสอนหลานได้ดีมาก ใครที่ได้รู้จักต่างก็พูดเป็นเสียงเดียวกันว่าน่ารักทุกคน” เดฟยิ้มเมื่อพูดถึงเด็กน้อยแสนฉลาด
“นายช่วยเล่าเรื่องของมิคาเอลกับคนที่นี่ให้ฟังหน่อยว่าเป็นมาอย่างไร ทำไมน้องชายฉันถึงได้คิดปักหลักที่นี่จนตาย” นิโคลัสพูดขึ้นมาเบาๆ
“ได้” เดฟเล่าเรื่องทั้งหมดให้พี่ชายเพื่อนรักฟังอย่างหมดเปลือก
มิคาเอลกับพุดกรองพบกันเมื่อหลายปีก่อน ตอนที่มิคาเอลมาเที่ยวเมืองไทยและได้รู้จักพุดกรองในฐานะไกด์ ความน่ารักอ่อนหวานอ่อนโยนและมองโลกในแง่ดีของเธอทำให้มิคาเอลหลงรัก
ต่อมาครอบครัวของพุดกรองและพุดแก้วขาดเสาหลักไปกะทันหัน ภาระทั้งหมดในไร่ต้องตกมาอยู่ที่มือของสองพี่น้อง พุดกรองต้องลาออกจากงานและเข้ามาดูแลกิจการของทางบ้าน ต้องลงมาทำสวนและดูแลพุดแก้วที่เพิ่งจะเข้าเรียนมหาวิทยาลัยปีสอง พอมิคาเอลรู้ก็เข้ามาช่วยเต็มที่และขอพุดกรองแต่งงาน ทั้งสองเลยจดทะเบียนสมรสและจัดงานเล็กๆ โดยมีแขกไม่ถึงสิบคน
“ต่อมามิคาเอลมีความคิดว่าจะขยายไร่ เลยขอซื้อที่ดินจากชาวบ้านแถวนั้นเพิ่มมาอีกห้าสิบกว่าไร่ ตอนนี้พุดแก้วก็ดูแลทุกอย่าง” เดฟเล่ามาจนถึงปัจจุบัน
“แสดงว่าที่ดินบางส่วนในไร่นั้น น้องชายฉันซื้อไว้ด้วยเหรอ” นิโคลัสถามอย่างสนใจ
“ถ้าอย่างนั้นฉันก็มีสิทธิ์ที่จะอยู่ที่ไร่นั้นเหมือนกัน” ในหัวของนิโคลัสเริ่มมีแผนการบางอย่าง
“นายจะไปอยู่ที่ไร่อุ่นรักเหรอ” เดฟถามด้วยความตกใจ
“ถ้าแม่คนนั้นไม่ยอมให้หลานไปกับฉันง่ายๆ ฉันก็คงต้องอยู่ที่เมืองไทยต่ออีกสักระยะ”
“นายจะพาหลานกลับไปเหรอ” เดฟเพิ่งรู้จุดประสงค์ที่แท้จริงในการมาของนิโคลัส
“แก้วไม่ยอมแน่ อีวานเองก็รักน้ามาก รับรองว่าไม่มีทางห่างจากพุดแก้วแน่ ถ้านายคิดจะพาเด็กกลับไป ฉันว่าไม่น่าจะง่ายหรอก ไม่มีทางเป็นไปได้เลยด้วยซ้ำ”
“มันคงไม่มีอะไรที่ยากมากหรอกมั้ง แค่ให้เงินก้อนใหญ่สักก้อน ผู้หญิงคนนั้นคงรีบคว้าเงินแล้วปล่อยหลานมาแบบง่ายๆ” ปลายเสียงนิโคลัสเยาะเย้ยเล็กน้อย
“ฉันจะคอยดูก็แล้วกัน แต่ขอเตือนพุดแก้วไม่ใช่ผู้หญิงที่เห็นแก่เงินอย่างที่คิด ผู้หญิงคนนี้หยิ่งทะนงมากกว่าที่นายคิดไว้มาก” เดฟเตือนด้วยความหวังดี
“จะหยิ่งสักแค่ไหนเชียว ฉันไม่เชื่อหรอกนะว่าในโลกนี้จะมีอะไรที่เงินซื้อไม่ได้ บางทีฉันอาจจะยังไม่ต้องพูดอะไร ผู้หญิงคนนั้นก็อาจจะยื่นข้อเสนอออกมาเองก็ได้”
เดฟได้แต่ส่ายหน้าด้วยความระอา นิโคลัสยังคงเหมือนเดิมถนัดใช้เงินซื้อทุกอย่างที่ต้องการ
นิโคลัสมองที่พักของตัวเองเงียบๆ รู้สึกพอใจพอสมควร ถึงจะไม่ได้หรูหรามากแต่มันก็ค่อนข้างสงบไม่มีความวุ่นวาย ส่วนบอดี้การ์ดคนสนิทนั้นพักอยู่ใกล้ๆ ชายหนุ่มมองดูทิวทัศน์รอบตัวมันสวยงามกว่าที่คิดไว้มาก แสงอาทิตย์ที่กำลังจะลับทิวเขาช่างน่าประทับใจ
“ถ้านายมีอะไรโทรหาฉันได้เลย หรือไม่ก็เดินไปที่บ้านฉันได้” เดฟเอ่ยเมื่อเห็นว่าทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว
“บ้านนายอยู่แถวนี้เหรอ” นิโคลัสถาม
“เห็นรั้วที่มีต้นไม้นั่นไหม และเห็นประตูไม้บานใหญ่ตรงนั้นใช่ไหม” เดฟชี้ไปที่รั้วบ้านซึ่งมีต้นไม้พุ่มสูงประมาณระดับอกเป็นรั้วอีกชั้น
“นั่นคือบ้านฉัน นายมีปัญหาหรือต้องการอะไรสามารถไปหาได้เลย”
“ตกลง” นิโคลัสพยักหน้ารับ
“ว่าแต่มีโครงการจะมาอยู่ที่นี่กี่วัน” เดฟถามอย่างสนใจ
“คิดว่าคงไม่เกินสองอาทิตย์ แต่ถ้าทุกอย่างไม่เป็นไปตามที่คิดก็คงจะต้องอยู่นานหน่อย”
“ตั้งใจมาเรื่องหลานอย่างเดียวเลยใช่ไหม”
“ใช่ ตั้งใจจะมาพาลูกของมิคาเอลกลับไปด้วยกัน” นิโคลัสย้ำถึงความต้องการของตนเองอีกครั้ง
“ความตั้งใจสูง ความมั่นใจก็คงสูงมากเช่นกัน” เดฟพูดอย่างรู้ทัน
เขารู้ดีว่าผู้ชายคนนี้ร้ายกาจขนาดไหน และอะไรที่ต้องการนิโคลัสไม่เคยผิดหวัง ทำได้ทุกอย่างเพื่อให้ตัวเองสมความปรารถนา พอคิดถึงเรื่องนี้ก็อดที่จะเป็นห่วงพุดแก้วขึ้นมาไม่ได้
“เอาเถอะ เอาไว้ให้เจอกับพุดแก้วก่อนแล้วจะรู้ว่าสิ่งที่นายต้องการจะเป็นไปได้ไหม”
“ฉันต้องการเจอผู้หญิงคนนั้นและหลานชายของฉันให้เร็วที่สุด”
“พรุ่งนี้แน่นอน” เดฟยืนยันหนักแน่น
“ดี” นิโคลัสไม่อยากให้เสียเวลาไปมากกว่านี้แล้ว ตอนนี้เขาต้องการจัดการเรื่องต่างๆ ให้มันเรียบร้อยเสียที
พุดแก้วหอมแก้มหลานชายที่กำลังนอนอยู่บนเตียงอย่างอ่อนโยน เด็กน้อยคนนี้คือแก้วตาดวงใจ อีวานเปรียบเสมือนตัวแทนของพี่สาวที่จากไป คือคนที่เธอต้องปกป้อง หญิงสาวห่มผ้าให้หลานอย่างเบามือก่อนจะลุกขึ้นจากเตียง
“น้าแก้วจะไปไหนครับ” เด็กน้อยถามพร้อมทั้งจับมือของผู้เป็นน้าไว้ พุดแก้วอมยิ้มแล้วโน้มตัวลงไปหาหลานชายตัวน้อยของเธออีกครั้ง
“น้าจะออกไปทำงานต่ออีกนิดหน่อยจ้ะ” พุดแก้วตอบ เด็กน้อยพยักหน้ารับหลับตาลงอีกครั้ง พุดแก้วยิ้มมองหน้าหลานด้วยความรัก อีวานไม่เคยดื้อหรืองอแงให้รู้สึกลำบากใจเลยสักครั้ง
“น้าแก้วอย่านอนดึกนะครับ” เด็กน้อยพูดทั้งที่ยังหลับตา
“จ้า นอนไปก่อนนะ เดี๋ยวน้ามานอนด้วยนะตัวแสบ” หญิงสาวก้มลงหอมแก้มหลานชายอีกครั้ง
ตอนที่ 3
พุดแก้วมองคนที่เดินเข้ามาพร้อมเดฟด้วยความแปลกใจ เธอไม่รู้จักพวกเขามาก่อน โดยเฉพาะชายที่มีผมสีน้ำตาลประกายทองและดวงตาเป็นสีมรกตซึ่งกำลังจ้องมองอย่างไม่ละสายตา
พุดแก้วไม่ชอบสายตาของชายคนดังกล่าวแต่ก็พยายามสงบสติอารมณ์ไว้ ในขณะที่อีกคนที่เดินตามหลังท่าทางสุภาพและเป็นมิตรมากกว่า เจ้าของบ้านคนสวยยกมือไหว้ทักทายและยิ้มให้เดฟเหมือนเคย
นิโคลัสนิ่งไม่รับไหว้หรือแม้แต่ส่งยิ้มตอบ เขาไม่คิดว่าคนดูแลหลานจะเป็นสาวรุ่นเช่นนี้ ที่สำคัญต่างจากในภาพถ่ายที่เห็นมาก่อนหน้าเหลือเกิน ตัวจริงของพุดแก้วดูสวยกว่าภาพที่นักสืบส่งไปให้ เขาพิจารณาคนตรงหน้าอย่างละเอียด นิโคลัสชอบดวงตาคู่นั้น แม้จะดูหวานแต่แฝงไปด้วยความเด็ดเดี่ยว นี่กระมังที่เดฟหรือใครอีกหลายคนบอกว่าเธอน่าสนใจ
“พี่เดฟไม่บอกว่าจะมา แก้วจะได้ให้คนทำกับข้าวไว้ให้” พุดแก้วส่งยิ้มให้คนคุ้นเคยอย่างเป็นกันเอง
“ไม่ต้องหรอก อาหารที่นี่อร่อยทุกอย่างอยู่แล้ว ยิ่งเป็นฝีมือป้าสมใจยิ่งอร่อย” เดฟพูดถึงแม่บ้านของพุดแก้วอย่างอารมณ์ดี
“ปากหวานกับคนแก่นะคะ” ป้าสมใจที่ถูกพูดถึงเดินผ่านมาพอดี
“ก็อร่อยจริงๆ นี่ครับ แต่ขอร้องว่าอย่าให้แก้วทำนะ ผมไม่อยากท้องเสียอีก” เดฟล้อเลียนด้วยสายตาและคำพูด ทำเอาพุดแก้วอดหัวเราะไม่ได้
“ป้าไปจัดโต๊ะดีกว่า เดี๋ยวกินข้าวด้วยกันเลยนะคะ ป้าทำไว้หลายอย่างเลย” ป้าสมใจบอกพร้อมทั้งเดินจากไปทันที
“พี่เดฟพาใครมาคะ” พุดแก้วกระซิบถามชายหนุ่ม พร้อมชำเลืองมองคนมาใหม่ที่ไม่พูดไม่จาเอาแต่จ้องหน้าเธอ
“จริงสิลืมไปเลย นี่นิโคลัส อเล็กซิส ชาโรนอฟเป็นพี่ชายของมิคาเอล ส่วนคนนี้วูฟล์เป็นบอดี้การ์ด” เดฟแนะนำอย่างเป็นทางการ
พุดแก้วสบตาคนที่เดฟแนะนำ เมื่อรู้ว่าเขาเป็นใครและทำอะไรไว้กับพี่สาวบ้าง ถึงจะรู้สึกไม่ดีด้วยแต่ก็ไม่พูดอะไรนอกจากรอฟังว่า อีกฝ่ายจะเอ่ยอะไรออกมา
“สวัสดีค่ะ” พุดแก้วทักทายก่อนด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
“สวัสดี” นิโคลัสโต้ตอบเป็นภาษาไทยได้อย่างชัดเจน
“คุณพูดไทยชัดนะคะ”
“ผมมีแม่เป็นคนไทย ดังนั้นก็ต้องเรียนภาษาไทยไว้บ้าง เผื่อมีคนด่าจะได้รู้” นิโคลัสตอบหน้าตาย
“พวกเขามาทำไมคะ พี่เดฟ” พุดแก้วหันมาถามเดฟด้วยความสงสัย คงไม่ใช่แค่มาทำความรู้จักแน่ๆ มันต้องมีบางอย่างและน่าจะเป็นเรื่องไม่ดีสักเท่าไหร่
“ผมขอให้เดฟพามาเอง ผมมีเรื่องต้องพูดกับคุณ แต่อยากคุยเป็นการส่วนตัว พอจะมีเวลาไหม”
“คุณมีธุระจะคุยกับฉันหรือคะ” พุดแก้วย้อนถามด้วยความแปลกใจ สีหน้าและน้ำเสียงของนิโคลัสดูจริงจังมากจนรู้สึกได้ หญิงสาวหันมาสบตาเดฟเป็นเชิงปรึกษา ชายหนุ่มเลือกที่จะนิ่งไม่พูดอะไร เพราะรู้จุดประสงค์การมาของนิโคลัส และรู้ว่าหากพุดแก้วรู้เรื่องนี้ก็คงไม่ลงเอยง่ายๆ แน่
“ใช่ ถ้าคุณสะดวกก็คุยตอนนี้เลย” นิโคลัสเร่ง
ยังไม่ทันที่พุดแก้วจะตอบ เด็กชายวัยสี่ขวบก็วิ่งเข้ามากอดเธอไว้แน่น สองน้าหลานหัวเราะกันอย่างมีความสุข สร้างรอยยิ้มให้กับเดฟและวูฟล์ที่เพิ่งเห็นเด็กชายเป็นครั้งแรก ยิ่งนิโคลัสนั้นไม่ต้องพูดถึงแค่เห็นหน้าเขาก็หลงรักหลานชายตนเองแล้ว
“วันนี้พลาดทำน้าแก้วล้มไม่ได้” เด็กชายพูดจบก็หัวเราะลั่น
“เราล้มน้าไม่ได้หรอกน่าตัวแสบ ว่าแต่สวัสดีทุกคนหรือยัง” พุดแก้วแกล้งทำหน้าดุใส่หลานพร้อมหันเด็กน้อยมาหาทุกคนที่อยู่ตรงนั้น
อีวานพนมมือไหว้ทุกคนอย่างนอบน้อมและหยุดยืนมองหน้านิโคลัส สองลุงหลานสบตากันตามสัญชาตญาณ นิโคลัสรู้สึกคิดถึงใครคนหนึ่งที่จากไปอย่างไม่มีวันกลับเมื่อสบตาคู่นั้น พุดแก้วบอกหลานชายพร้อมทั้งจับเด็กน้อยให้หันไปทางเดฟ นิโคลัส และวูฟล์
“สวัสดีครับทุกคน” เด็กชายทักทายแล้วหันมาหาเดฟ
“ลุงเดฟ ช็อกโกแลตล่ะครับ”
“ทวงเลยนะ ไอ้เสือ” เดฟหัวเราะเบาๆ
“แล้วลุงสองคนนี้เป็นใครครับ” เด็กชายถามต่อ
“ลุงชื่อนิโคลัส อเล็กซิส ชาโรนอฟ เป็นพี่ชายของมิคาเอล อเล็กซิส ชาโรนอฟ รู้จักไหม” นิโคลัสย่อตัวลงมาถามเด็กชายตรงหน้าด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยนมากขึ้น
“ชื่อยาวจังครับ แต่คล้ายชื่อพ่อผมเลย” แล้วอีวานก็หันมาพูดกับพุดแก้วที่ยืนอยู่ข้างๆ ว่า
“ชื่อยาวเหมือนพ่อเลยนะ น้าแก้ว”
“ต้องเหมือนสิ เพราะลุงเป็นพี่ชายของพ่อหนู” นิโคลัสบอกพร้อมทั้งทำท่าจะกอดอีวานแต่พุดแก้วแทรกตัวเข้ามาขวางเสียก่อน หญิงสาวสบตาเขาเป็นเชิงว่าให้หยุดแล้วหันมาพูดกับหลานชายว่า
“ไปอาบน้ำได้แล้ว เดี๋ยวจะได้มากินข้าวกัน” พุดแก้วตัดบท
“ครับ น้าแก้ว” เด็กชายรับคำแล้ววิ่งไปทันที
“คุณเสียมารยาทกับแขก” นิโคลัสเอ่ยคำแรกด้วยน้ำเสียงไม่พอใจเล็กน้อย เมื่อครู่เขารู้สึกได้ว่าพุดแก้วพยายามจะกันหลานให้ออกห่าง
“ขอโทษนะคะแต่ตอนนี้ใกล้เที่ยงแล้ว อีวานควรจะอาบน้ำเพื่อเตรียมตัวกินข้าว” หญิงสาวอธิบายตามจริง
“ถึงอย่างนั้นคุณก็ควรให้ผมพูดคุยกับเขาก่อน” นิโคลัสยังไม่ยอมแพ้
“คุณได้พบอีวานแน่ค่ะ แต่หลังจากที่หลานฉันกินข้าวกลางวันเรียบร้อยแล้ว” พุดแก้วตัดบทสั้นๆ แล้วเดินนำทุกคนไปที่ห้องอาหารโดยไม่สนใจว่าใครจะรู้สึกเช่นไร
“เดฟ นายกลับไปก่อนก็ได้นะ เดี๋ยวเสร็จธุระแล้วฉันจะโทรไปบอก” นิโคลัสหันมาหาเดฟที่ยืนยิ้มอยู่
“เดี๋ยวฉันต้องกินข้าวกับแก้วก่อน ป้าสมใจสั่งไว้” เดฟตอบสั้นๆ แล้วส่งยิ้มให้เล็กน้อยก่อนจะเดินตามพุดแก้วไปอีกคน ทิ้งให้นิโคลัสยืนหงุดหงิดต่อไปคนเดียว
พุดแก้วรู้สึกไม่สบายใจที่เห็นอีวานพูดคุยอย่างสนิทสนมกับนิโคลัสในเวลานี้ เธอเดินไปหาเดฟที่นั่งจิบกาแฟอยู่ที่มุมห้องด้วยสีหน้าไม่สู้ดีนัก
“พี่เดฟ เขามาทำไมคะ” พุดแก้วถามคำแรก เดฟแทบสำลักกาแฟที่กำลังดื่ม และได้แต่ถอนหายใจเบาๆ เพราะไม่รู้จะพูดอย่างไรดี
“พี่ว่าเรื่องนี้แก้วคุยกับเขาเองดีกว่า” เดฟยังพูดไม่ทันจบ นิโคลัสก็เดินมาหาทั้งสองด้วยสีหน้าจริงจัง
“ผมคิดว่าเราต้องคุยกัน” ชายหนุ่มเอ่ยคำแรกพร้อมสบตาพุดแก้ว
“ค่ะ” หญิงสาวพยักหน้ารับพร้อมรับฟังสิ่งที่เขาจะพูดต่อไปนี้
“ผมต้องการคุยกับคุณเป็นการส่วนตัว” นิโคลัสเอ่ยเสียงเรียบ เดฟเฉไฉหันหน้าไปทางอื่น
“ถ้าอย่างนั้นเชิญที่ห้องทำงานค่ะ” พุดแก้วเดินนำไปก่อนทันที นิโคลัสจึงหันมาถามเดฟว่า
“นายจะอยู่รอใช่ไหม”
“คิดว่ารอดีกว่า” เดฟตัดสินใจเช่นนั้น เขาเองก็อยากรู้ว่าผลลัพธ์ของเรื่องนี้จะออกมาเป็นเช่นไร นิโคลัสแค่พยักหน้าแล้วเดินตามพุดแก้วไปทันที
ห้องทำงานของพุดแก้วเรียบร้อยและสะอาดสะอ้าน ในห้องมีรูปถ่ายของมิคาเอลกับสุภาพสตรีคนหนึ่ง ซึ่งไม่ต้องถามก็รู้ว่าเป็นผู้หญิงที่ชื่อพุดกรองนั่นเอง สิ่งที่เห็นจากรูปนี้ก็คือความสุขที่นิโคลัสไม่เคยเห็นจากน้องชายตัวเอง
“คุณมีธุระอะไรก็ว่ามาค่ะ” พุดแก้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงจริงจัง
“ก่อนผมจะคุยธุระ ขอถามอะไรหน่อยได้ไหม ภาพนี้ถ่ายตั้งแต่เมื่อไหร่” นิโคลัสยังคงจ้องไปที่รูปนั้นอย่างไม่วางตา
“ก่อนที่พี่เขยจะกลับเซนต์ปีเตอร์สเบิร์กได้สองเดือน” พุดแก้วตอบ
“ผู้หญิงในภาพคงจะเป็นพี่สาวของคุณสินะ หน้าตาธรรมดา ผมนึกว่าจะสวยหยาดเยิ้มเสียอีก” น้ำเสียงที่นิโคลัสเอ่ยถึงพี่สาวสุดที่รักทำให้พุดแก้วรู้สึกไม่พอใจ แต่ก็พยายามเก็บอารมณ์เพื่อรักษามารยาท
“คนเรารักกันที่ใจหน้าตาไม่เกี่ยวหรอก การมองคนแค่เพียงรูปลักษณ์ภายนอกมันฉาบฉวยเกินไป และเราก็ไม่อาจใช้มันตัดสินได้ว่าคนคนนั้นเป็นเช่นไร”
“แหม เข้าใจพูดนะ” ชายหนุ่มไม่วายประชด
“คุณจะมาหาเรื่องฉัน หรือว่าจะมาคุยธุระกับฉันกันแน่ คุณนิโคลัส อเล็กซิส ชาโรนอฟ” พุดแก้วเรียกชื่อเต็มของเขาอย่างเป็นทางการ ความไม่พอใจเริ่มไต่ระดับสูงขึ้นมาอีกเล็กน้อย
“ผมถามเพราะไม่เคยเห็นพี่สาวของคุณ ความจริงตอนที่น้องชายของผมอยู่รัสเซียมีผู้หญิงที่สวยและอยู่ในตระกูลผู้ดีหลายคนมาชอบเขา แต่หมอนั่นกลับมารักผู้หญิงธรรมดาอย่างพุดกรอง”
“ขอโทษนะคะ กรุณาพูดธุระของคุณมาดีกว่า” พุดแก้วขัดขึ้นเพราะถ้าฟังต่อไปอีก เขาก็คงหาเรื่องว่าพี่สาวที่แสนดีของเธอเป็นแน่ และอาจจะคุยกันต่อไม่รู้เรื่อง
“พี่สาวคุณ...” นิโคลัสตั้งท่าจะเอ่ยถึงพุดกรองอีกแต่คราวนี้พุดแก้วขัดขึ้นมาก่อน
“คุณควรจะพูดธุระของคุณมาได้แล้ว ฉันไม่มีเวลามากนักหรอกนะ ฉันมีงานต้องทำหลายอย่าง ไม่ใช่พวกเศรษฐีที่จะได้ลอยไปลอยมาไร้สาระได้นานๆ” พุดแก้วเหน็บแนมเล็กน้อย
“คุณควรจะมีมารยาทกับแขกมากกว่านี้” นิโคลัสต่อว่าทันที
“ถ้าคุณไม่พูดธุระ ฉันจะไม่ฟังแล้วนะ” พุดแก้วเสียงแข็งขึ้น
“มารยาทไม่ไหว” ชายหนุ่มแกล้งทำเป็นส่ายหน้า ซึ่งพุดแก้วพยายามนับหนึ่งถึงสิบในใจแล้วบอกว่า
“เข้าเรื่องได้แล้ว”
“ที่ผมมาวันนี้ก็เพื่อพบหลานชายตัวเอง” นิโคลัสเอ่ย
“ก็ได้พบแล้วนี่คะ”
“ใช่ เขาเหมือนมิคาเอลมาก”
“ค่ะ ผมสีเดียวกัน ตาก็สีเดียวกัน” หญิงสาวเห็นด้วยในเรื่องนี้
“โอเค ที่นี้เข้าเรื่องเลยแล้วกัน ผมจะไม่อ้อมค้อมกับคุณให้เสียเวลาแล้วนะ” นิโคลัสพูดอย่างจริงจังและตรงไปตรงมา พุดแก้วเงยหน้าขึ้นสบตาเขาอย่างไม่หวั่นเกรงเช่นกัน
ว่าไงก็ว่ากันล่ะ งานนี้!