ตอน 1

หลายปีก่อน....

"คุณพจน์คุณบอกความจริงกับฉันมาทำไมถึงกล้าทำแบบนี้" อินทิราโยนรูปถ่ายจำนวนหลายสิบใบลงบนเตียงซึ่งมันเป็นรูปที่เธอจ้างนักสืบให้ช่วยตามสืบเรื่องที่สามีของเธอ

"ผมทำอะไร" พจน์ผู้เป็นสามีถามด้วยน้ำเสียงเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นทั้งที่เห็นแล้วว่าในรูปถ่ายคือเขากับอดีตคนรักกำลังเดินออกมาจากโรงแรมด้วยกัน

"คุณรู้อยู่แก่ใจว่าทำอะไร คุณอย่าลืมว่าคุณแต่งงานกับฉันแล้วนะคุณพจน์"

"แล้วไงในเมื่อผมไม่ได้รักคุณที่ผมแต่งงานกับคุณเพราะผมถูกแม่บังคับ"

"แต่สุดท้ายคุณก็แต่งงานกับฉันไม่ใช่หรือไงแล้วตอนนี้เราก็มีลูกด้วยกันแล้วถ้ายัยอัยรู้ว่าคุณกำลังมีผู้หญิงอีกคนลูกจะรู้สึกยังไง"

"เพ็ญเขาไม่ใช่คนอื่นสำหรับผมเขาคือคนที่ผมรักถ้าผมไม่โดนบังคับให้แต่งงานกับคุณตอนนี้ผมกับเพ็ญเราก็คงได้แต่งงานกันมีความสุขกันไปแล้ว"

"คุณพูดแบบนี้ได้ยังไงกัน คุณไม่คิดถึงจิตใจของฉันบ้างเลยหรือยังไงฉันเป็นภรรยาของคุณนะ"

"ใช่คุณเป็นภรรยาของผมแต่ผมไม่เคยรักคุณเลยตลอดเวลาหลายปีที่แต่งงานกันมาคุณรู้ไหมว่าผมทรมานมากแค่ไหนที่ต้องทนอยู่กับผู้หญิงที่ผมไม่ได้รัก"

"คุณพจน์!!!!" น้ำตาของเธอเริ่มไหลออกมาด้วยความเจ็บปวด

"ผมว่าเราหย่ากันเถอะ"

"ฉันไม่หย่า คุณอย่าหวังเลยว่าจะได้ไปอยู่กับมันฉันไม่ยอมหย่ากับคุณเด็ดขาด"

"คุณไม่ยอมก็เรื่องของคุณเพราะผมจะพาเพ็ญกับลูกของเพ็ญมาอยู่ที่นี่ในฐานะภรรยาของผมอีกคนถ้าคุณคิดว่าคุณทนได้ก็ตามใจ"

"ทั้งที่ผู้หญิงคนนั้นเคยแต่งงานมีลูกกับผู้ชายคนอื่นมาแล้วคุณก็ยังรับได้อย่างงั้นเหรอ"

"ผมรับได้หมดเพราะผมรักเพ็ญและที่เพ็ญต้องไปแต่งงานกับผู้ชายคนอื่นก็เพราะเพ็ญเสียใจที่ผมต้องมาแต่งงานกับคุณ!!!!"

"คุณโยนความผิดมาให้ฉันอย่างงั้นเหรอคุณพจน์"

"ใช่มันเป็นความผิดของคุณถ้าคุณปฏิเสธเรื่องการแต่งงานตั้งแต่ตอนนั้นเรื่องมันคงไม่เป็นแบบนี้เพราะฉะนั้นผมต้องรับผิดชอบเพ็ญกับลูกของเธอเพราะตอนนี้เพ็ญไม่เหลือใครแล้ว" เท่าที่เธอสืบรู้มาหลังจากที่เธอแต่งงานกับสามีเพ็ญก็ไปแต่งงานกับผู้ชายอื่นแล้วก็มีลูกสาวด้วยกันหนึ่งคนแต่สามีของเพ็ญติดการพนันจนหมดเนื้อหมดตัวเพ็ญก็เลยหอบลูกสาวของตัวเองหนีออกมาแล้วก็กลับมาหาสามีของเธอแล้วทั้งสองคนก็แอบไปมีความสัมพันกันลับหลังเธอจนเธอเริ่มสงสัยที่สามีไม่กลับบ้านจนกระทั่งสืบรู้ความจริงทุกอย่างตอนแรกเธอคิดว่าสามีจะสำนึกผิดกับสิ่งที่ทำลงไปแต่เปล่าเลย

"คุณไม่เคยรักฉันเลยสินะ"

"ใช่ผมไม่เคยรักคุณเลยผมรักเพ็ญแค่คนเดียวเท่านั้น" คำพูดทิ่มแทงใจของสามีที่อยู่ร่วมกันมาเกือบสิบปีทำให้อินทิราทนไม่ไหวเธอเดินกลับเข้าไปในห้องนอนด้วยหัวใจที่พังสลายแม้ว่าที่ผ่านมาเธอจะรับรู้มาตลอดว่าสามีแต่งงานกับเธอเพราะถูกผู้ใหญ่บังคับแต่พอสามีเธอรู้ว่าคนรักเก่าได้เลอกกับสามีเขาก็รีบไปสานความสัมพันต่อทันทีโดยไม่สนใจว่าเธอจะรู้สึกยังไง ความเจ็บปวดผิดหวังเสียใจทำให้เธอหมดความอดทน เธอนั่งลงบนเตียงเอื้อมมือไปหยิบยานอนหลับบนโต๊ะหัวเตียงเทใส่มือก่อนจะกรอกใส่ปากทั้งหมดแล้วดื่มน้ำตามลงไป สักพักสติของเธอก็เริ่มเลือนหายไปทีละนิด

..................................................

"แม่ขาาาหนูกลับมาแล้วววค่าาาา"

"คุณหนูวิ่งช้าๆ ค่า"

"หนูจะรีบเอาใบเกรดไปให้แม่ดูแม่ต้องดีใจมากๆ เลยที่หนูสอบได้ที่หนึ่ง^^" เด็กเด็กหญิงอัยวาในวัยหกขวบพูดกับพี่เลี้ยงด้วยความดีใจเพราะแม่เคยสัญญาว่าถ้าเด็กหญิงสอบได้ที่หนึ่งจะพาไปซื้อตุ๊กตาตัวใหม่

เด็กหญิงวิ่งขึ้นไปยังห้องนอนของแม่อันเป็นที่รัก เด็กหญิงเคาะห้องอยู่นานแต่แม่ของเธอก็ไม่ยอมเปิดสักทีเธอก็เลยเปิดเข้าไปแล้วสิ่งที่เด็กหญิงเห็นก็คือแม่ของเธอนอนหมดสติอยู่บนเตียงข้างตัวของแม่มียาหล่นเต็มไปหมดแตไม่เพียงเท่านั้นแม่ของเธอมีน้ำไหลออกมาจากปากเด็กหญิงตกใจมากเรียกแม่ให้ตื่นแต่แม่ก็ไม่ยอมตื่น เด็กหญิงเริ่มใจไม่ดีร้องไห้ออกมาด้วยความตกใจ

"ฮืออออแม่จ๋าแม่ตื่นมาพูดกับหนูสิ ฮืออออทำไมือแม่เย็นจัง ฮืออแม่จ๋าแม่" เสียงร้องไห้องเด็กหญิงทำให้คนทั้งบ้านรีบวิ่งขึ้นมาดู

เวลาต่อมา....

"ฮืออออ แม่จ๋า แม่จ๋าาาาา ฮืออออ" เด็กหญิงนั่งร้องไห้อยู่หน้าโลงศพของแม่ด้วยหัวใจที่แตกสลาย

"คุณแม่ท่านไปสบายแล้วนะคะคุณหนูอย่าร้องไห้เลยนะคะ"

"ฮืออออ อัยอยากไปหาแม่ ฮือออ อัยคิดถึงแม่ค่าาาา ฮึก ฮึก ฮึก"

"ยัยอัยแกหยุดร้องซักทีพ่อชักจะรำคาญแล้วนะไม่เหนื่อยบ้างหรือไงร้องตั้งแต่เช้า" พ่อของเด็กหญิงเอ่ยขึ้นอย่างรำคาญ

"อัยคิดถึงแม่นี่คะ ฮึก ฮึกพ่อไม่คิดถึงแม่เหรอคะฮือออ ทำไมพ่อไม่ร้องไห้บ้าง ฮึก ฮึก" เด็กน้อยถามพ่อของตนเองด้วยความสงสัยเพราะเธอไม่เห็นพ่อมีอาการเสียใจต่อการจากไปของแม่เธอเลย

และในเวลาต่อมาไม่นานความสงสัยของเด็กน้อยก็เริ่มหายไปหลังจากที่งานศพของแม่ผ่านไป พ่อของเด็กหญิงก็พาผู้หญิงคนหนึ่งเข้ามาอยู่ในบ้านพร้อมกับเด็กผู้หญิงอีกคนหนึ่งที่อายุพอๆ กับเธอ

"ยัยอัยมาไหว้น้าเพ็ญสิน้าเพ็ญจะมาเป็นแม่ของเรา" เด็กหญิงเงยหน้ามองผู้หญิงคนนั้นที่ถึงแม้ว่าจะมีรอยยิ้มสดใสส่งมาให้แต่เด็กหญิงก็รับรู้ได้ถึงความรู้สึกเกลียดชังที่ถูกส่งผ่านมายังดวงตาคู่นั้น

"สวัสดีจ๊ะน้องอัยต่อไปเรียกน้าว่าแม่ก็ได้นะจ๊ะส่วนนี้น้องเอินเป็นน้องสาวของหนูนะลูก^^"

"............" เด็กหญิงไม่ได้ตอบอะไรกลับไป

"มาให้น้ากอดหน่อยสิลูก" เด็กหญิงถูกกระชากเข้าไปกอดแต่การกอดมันไม่ได้รู้สึกอบอุ่นเลยสักนิด เด็กหญิงร้องด้วยความเจ็บปวดเพราะถูกผู้หญิงที่ได้ชื่อว่าเป็นภรรยาใหม่ของพ่อหยิกเข้าที่เอวอย่างแรงพร้อมกับกระซิบข้างหูว่า

"แกทำไมไม่ตายไปพร้อมแม่ของแกซะห๊ะนังเด็กเวร" เด็กหญิงตกใจไม่คิดว่าจะได้ยินคำพูดแบบนี้จากปากของผู้หญิงที่หน้าตาสะสวย

..........................................................

หลายปีต่อมา....

อัยวา.....

"จะไปไหนแต่เช้ายะ" ฉันที่เดินลงบันไดมาอย่างอารมณ์ดีเพราะฉันกำลังจะไปหาพี่ภูผาว่าที่คู่หมั้นของฉันที่ตอนนี้เขาเรียนจบกลับมาแล้วแต่ก็ต้องมาอารมณ์เสียกับแม่เลี้ยงใจร้ายที่ยืนกอดอกจ้องหน้าถามฉันด้วยน้ำเสียงทรงอำนาจคิดว่าฉันกลัวหรือยังไงถ้าฉันกลัวฉันคงไม่อยู่ที่บ้านหลังนี้หรอก

"..........." ฉันเลือกที่จะไม่ตอบแล้วก็เดินผ่านหน้าไปเหมือนธาตุอากาศที่มองไม่เห็น

"เอ๊ะฉันถามว่าจะไปไหนถามทำไมไม่ตอบห๊ะนังหมาหัวเน่า" ฉันกัดฟันด้วยความโกรธแต่ฉันไม่แสดงออกว่ากำลังโกรธเพราะมันจะเข้าทางยัยแม่เลี้ยง

"ก็ไม่อยากตอบทำไมมีอะไร"

"แกนี่มันเป็นเด็กไร้มารยาทซะจริงๆสู้ลูกเอินของฉันก็ไม่ได้ใครเห็นก็พากันเอ็นดูเพราะลูกเอินทั้งน่ารักอ่อนหวานนิสัยดีไม่นิสัยเสียแบบแก"

"แล้วไง เธอจะอวยลูกเธอว่าดีวิเศษวิโสยังไงฉันไม่สนใจหรอกนะเพราะเธอก็น่าจะรู้อยู่เต็มอกว่าจริงๆแล้วยัยนั่นนิสัยเป็นยังไงแล้วที่ว่าฉันไร้มารยาทฉันก็ไร้มารยาทแค่กับผู้ใหญ่บางคนที่ไม่น่าเคารพนับถือเท่านั้นยกตัวอย่างเช่น เธอยังไงล่ะ" ฉันชี้หน้าอย่างไม่กลัว

"แกนังอัยวา!!!"

"ทำม่ะฉันพูดผิดตรงไหนไม่ทราบ จะบอกอะไรให้นะว่าแม่บ้านแม่ครัวคนสวนคนขับรถยังน่านับถือว่าเธอส่วนเธอในสายตาของฉันก็เป็นแค่ผู้หญิงหน้าด้านไร้ยางอายที่มาแย่งพ่อไปจากแม่ของฉันเท่านั้นเอง" 

"แล้วไงในเมื่อตอนนี้ฉันกับพ่อแกก็แต่งงานกันแล้วแล้วส่วนแกมันก็แค่ลูกเมียเก่าแค่หมาหัวเน่าที่พ่อของแกเค้าต้องการ อันที่จริงแกน่าจะย้ายไปอยู่กับย่าแกที่บ้านสวนนะเพราะที่นี่ไม่มีใครต้องการแล้วแม้แต่พ่อของแกเอง"  ฉันกำหมัดแน่นด้วยความโกรธฉันรู้ว่ายัยแม่เลี้ยงกำลังยั่วให้ฉันโกรธพอฉันโกรธฉันก็จะอาละวาดแล้วพ่อก็จะทำโทษฉันเหมือนที่ผ่านมาโดยการส่งฉันไปเรียนโรงเรียนประจำตั้งแต่ชั้นประถมจนถึงมอต้น ตอนแรกยัยแม่เลี้ยงไม่ยอมให้ฉันกลับมาอยู่ที่บ้านพยายามโน้มน้าวบอกให้พ่อว่าให้ฉันอยู่โรงเรียนประจำต่อจนกว่าจะเรียนจบมอปลายแต่ย่าของฉันท่านไม่ยอมท่านสงสารถ้าฉันต้องไปอยู่ที่โรงเรียนประจำต่ออีกหลายปีพ่อก็เลยต้องทำตามใจย่าเพราะไม่อย่างงั้นย่าจะตักพ่อตัดลูกซึ่งยัยแม่เลี้ยงของฉันก็ไม่กล้าหืออะไรเพราะรู้ว่าย่าฉันเองจริง

"ฉันไม่ไปไหนทั้งนั้นฉันจะอยู่ที่นี่เพราะที่นี่คือบ้านของฉันบ้านของพ่อกับแม่ส่วนเธอมันก็แค่เมียน้อยที่มาชุบมือเปิบฉันไม่มีทางให้เธอสมหวังหรอก" ฉันรู้ว่าแม่เลี้ยงของฉันหวังสมบัติของพ่อ ย่าบอกว่าเคยเตือนพ่อแล้วแต่พ่อไม่ยอมฟังย่าก็เลยย้ายไปอยู่บ้านสวนนอกเมืองแทนเพราะไม่อยากทะเลาะกับพ่อเรื่องที่พ่อแต่งงานใหม่กับผู้หญิงคนนี้ซึ่งย่าก็รู้จักเป็นอย่างดี

ย่าเคยเล่าให้ฉันฟังว่าผู้หญิงคนนี้เป็นผู้หญิงหิวเงินไม่ได้รักพ่อของฉันจริงๆแต่เพราะรู้ว่าพ่อรวยก็เลยพยายามทำทุกอย่างเพื่อให้พ่อสนใจจนกระทั่งพ่อตกหลุมรักและอยากจะแต่งงานด้วยแม้ว่าย่าจะพูดอะไรพ่อก็ไม่เชื่อ ย่าก็เลยบังคับให้พ่อแต่งงานกับแม่ถ้าไม่ยอมแต่งก็จะไม่ให้อะไรพ่อเลยให้พ่อไปแต่ตัวสุดท้ายพ่อก็เลยยอมแต่งงานกับแม่ส่วนผู้หญิงคนนั้นพอรู้ว่าพ่อแต่งงานกับแม่ก็ประชดพ่อด้วยการแต่งงานกับผู้ชายอีกคนที่มาจีบเพื่อให้พ่อเสียใจ  

ย่าเคยบอกกับฉันว่าถ้าฉันอยู่ที่บ้านหลังนี้ไม่ไหวไม่อยากจะอยู่ก็ให้ไปอยู่กับท่านแต่ฉันไม่ยอมไปเองเพราะฉันรู้ว่าถ้าฉันไปทุกสิ่งทุกอย่างที่เป็นของแม่ที่ผู้หญิงคนนี้ก็จะเอาไปหมดทุกอย่างฉันต้องอยู่เพื่อรักษาทุกอย่างที่เป็นของแม่รวมถึงบ้านหลังนี้ด้วย

"เอะอะอะไรกันแต่เช้าเสียงดังไปถึงห้องรับแขก" พ่อเดินหน้าตึงลงมายัยแม่เลี้ยงก็รีบเดินเข้าไปเกาะแขนทันที

"พี่พจน์มาก็ดีแล้วค่ะพี่มาดูลูกสาวคนดีของพี่สิมาด่าเพ็ญว่าเป็นเมียน้อยอีกแล้ว เพ็ญแค่ถามแกดีๆว่าจะไปไหนแต่เช้าเท่านั้นเอง"

"ทำไมเราพูดแบบนี้ล่ะพ่อเคยบอกแล้วใช่ไหมว่าอย่าเรียกน้าเพ็ญเค้าแบบนั้น"

"ก็มันจริงมั้ยล่ะคะผู้หญิงคนนี้เป็นเมียน้อยพ่อเพราะพ่อเพราะผู้หญิงคนนี้แม่ถึงคิดสั้นฆ่าตัวตายทิ้งอัยไป พอแม่ตายพ่อก็แต่งงานใหม่กับผู้หญิงคนนี้แล้วก็พาเข้ามาในบ้านทันทีทั้งที่แม่ตายยังไม่ครบร้อยวันเลยด้วยซ้ำ อัยบอกเลยว่าอัยเกลียดผู้หญิงคนนี้แล้วอัยก็เกลียดพ่อด้วย!!!!เพราะพ่อกับมันทำให้แม่ต้องตาย!!!!" ฉันตะโกนใส่หน้าพ่อพยายามห้ามไม่ให้น้ำตาไหลออกมาเพราะไม่อยากให้ใครมองว่าฉันอ่อนแอ 

"ยัยอัย!!!!" ฉันรู้ว่าพ่อกำลังโกรธและไม่พอใจที่ฉันพูดเรื่องนี้แต่มันคือความจริงความจริงที่พ่อต้องยอมรับว่าพ่อเป็นสาเหตุทำให้แม่ต้องฆ่าตัวตาย ฉันเกลียดพ่อมากแต่ก็ทำอะไรไม่ได้

"อัยขอตัวนะคะ" ฉันพยายามทำใจให้เข้มแข็งไม่อ่อนแอร้องไห้ใครเห็นแล้วเดินออกมาจากบ้าน

ฉันเดินลัดสวนหลังบ้านมาจนถึงรั้วไม้ต่ำสีขาวซึ่งเป็นรั้วแบ่งเขตระหว่างบ้านฉันกับบ้านพี่ภู บ้านเราสองคนติดกันแม่ฉันกับแม่พี่ภูเป็นเพื่อนรักที่สนิทกันมาตั้งแต่สมัยเรียน และที่ฉันจะได้หมั้นกับพี่ภูก็เพราะแม่ของฉันกับคุณป้าพิมพ์แม่พี่ภูเคยสัญญากันไว้ว่าถ้ามีลูกจะให้หมั้นกันซึ่งฉันกับพี่ภูมีฤกษ์หมั้นกันหลังจากที่พี่ภูเรียนจบแล้วซึ่งตอนนี้พี่ภูก็เรียนจบกลับมาแล้วฉันดีใจมากเพราะฉันคิดถึงพี่ภูมากไม่ได้เจอกันนานหลายปี

ป้าพิมพ์รู้ว่าฉันคิดถึงพี่ภูมากแค่ไหนเพราะฉันมักจะไปขลุกอยู่ที่บ้านป้าพิมพ์แทบทุกวันบ่นกับป้าพิมพ์ทุกวันว่าพี่ภูไม่เคยติดต่อหรือส่งข้อความมาหาเลยสักครั้งป้าพิมพ์ก็เลยส่งรูปพี่ภูมาให้ฉันทางไลน์มันก็พอทำให้ฉันหายคิดถึงเขาได้บ้าง ตลอดหลายปีที่พี่ภูไปเรียนต่อเขาไม่เคยติดต่อฉันมาเลยสักครั้งฉันโทรไปเขาก็ไม่รับข้อความที่ฉันส่งไปเขาก็ไม่เคยอ่านจนฉันแอบน้อยใจอยู่บ่อยครั้ง 

ฉันรับรู้มาตลอดว่าเรื่องหมั้นระหว่างฉันกับพี่ภูเขาค่อนข้างที่จะไม่พอใจเขาบอกว่าเขาไม่ชอบถูกจับคลุมถุงชนแต่ก็ขัดใจป้าพิมพ์ไม่ได้

"พี่ภูขาเอินดีใจจังที่พี่ภูกลับมาเอินคิดถึ๊งคิดถึงพี่ภูที่สุดเลยค่ะ^^" น้ำเสียงคุ้นหูของคนที่ฉันเกลียดดังแว่วเข้ามายัยเอินลูกแม่เลี้ยงฉันเองแต่ว่ามันมาทำไมที่บ้านพี่ภูแต่เช้าแล้วมันรู้ได้ยังไงว่าพี่ภูกลับมาแล้วจะบอกว่าป้าพิมพ์บอกก็ไม่น่าใช่เพราะยัยนั่นไม่เคยมาบ้านพี่ภูเลยสักครั้งตั้งแต่พี่ภูไปเรียนต่อ

"พี่ก็คิดถึงเราเหมือนกันไม่เจอกันตั้งหลายปีสวยขึ้นนะ" ฉันไม่โอเคที่ได้ยินแบบนั้น

"จริงเหรอคะ เอินเขินนะคะเนี่ยพี่ภูชมต่อหน้าแบบนี้" น้ำเสียงดัดจริตทำให้ฉันรู้สึกหมั่นไส้อย่างบอกไม่ถูก

ตอน 2

อัยวา.....

ฉันแอบมองอยู่นานพอสมควรพยายามทำใจให้เย็นไม่เหวี่ยงไม่วีนกับสิ่งที่ได้ยิน

"อ้าวน้องอัยมาพอดีเลยมานี่สิลูก" ป้าพิมพ์คงจะเห็นว่าฉันยืนดูอยู่ก็เลยเดินมาจูงมือฉันแล้วพาไปนั่งข้างๆพี่ภู ยัยนั่นมองมาที่ฉันด้วยสีหน้าไม่พอใจ ต้องเป็นฉันมากกว่าหรือเปล่าที่ไม่พอใจยัยนี่มีสิทธิ์อะไรมานั่งใกล้พี่ภูขนาดนี้

"ภูน้องอัยมาหาน่ะลูก" ป้าพิมพ์บอกพี่ภูแต่ดูเหมือนเขาจะไม่ได้สนใจการมาของฉันเลยสักนิด

"ครับ" พี่ภูตอบแค่นั้นจริงๆไม่พูดอะไรกับฉันเลยสักคำแม้แต่หน้าฉันก็ยังไม่ยอมหันมามองแต่กลับคุยกับยัยนั่นต่อ ยัยนั่นก็หันมองมาที่ฉันอีกรอบแล้วยิ้มเยาะใส่ ฉันกำหมัดแน่นด้วยความโกรธและน้อยใจพี่ภูทั้งที่ฉันเป็นว่าที่คู่หมั้นแต่เขากลับไม่สนใจไปสนใจยัยนั่นแทน

"ว่าแต่ตอนนี้เอินเรียนปีไหนแล้ว" น้ำเสียงที่พี่ภูคุยกับยัยนั่นเต็มไปด้วยความเอ็นดูอย่างเห็นได้ชัด

"ปีสองแล้วค่ะพี่ภู เอินลงเรียนบริหารธุรกิจสาขาเดียวกับที่พี่ภูเรียนเลยนะคะ^^" น้ำเสียงออดอ้อนทำให้ฉันอดหมั่นไส้ไม่ได้

"อ่าวเหรอพี่จำได้ว่าเราเคยบอกกับพี่ว่าเราไม่ชอบเรียนบริหารอยากเรียนนิเทศมากกว่าไม่ใช่หรือไง"

"ก็ใช่ค่ะตอนแรกเอินไม่อยากเรียนเพราะคิดว่ามันคงยากเอินหัวไม่ค่อยดีแต่พอรู้ว่าพี่ภูเรียนสาขานี้เอินก็เกิดแรงบันดาลใจค่ะเอินคิดว่าถ้าเอินเรียนจบเอินจะได้ไปช่วยงานพี่ภูที่บริษัทได้ยังไงล่ะคะคุณลุงกับคุณแม่ก็เห็นด้วยมากๆ^^"

"อื้มมมม" 

"พี่ภูอัยมีเรื่องจะคุยด้วยหน่อย" ฉันพูดแทรกขึ้นมาโดยไม่สนใจว่าใครจะมองว่าฉันไร้มารยาท

"มีเรื่องอะไรก็พูดมาตรงนี้" น้ำเสียงที่พี่ภูพูดกับฉันมันช่างต่างกันกับที่คุยกับยัยเอินราวฟ้ากับเหว

"แต่อัยอยากคุยกับพี่แค่สองคนคนอื่นไม่เกี่ยว"  ฉันพูดจงใจให้ยัยนั่นรู้ตัวว่าคนอื่นที่ฉันหมายถึงคือตัวมันเอง

"อัยว่าเอินหรือเปล่า" ฉันโคตรเกลียดเลยกับน้ำเสียงตอแหลของยัยนี่

"............" แต่ฉันไม่ตอบแล้วก็ไม่มองหน้าด้วย

"เอ่อ ถ้าเอินเป็นส่วนเกินเอินกลับก่อนนะคะพี่ภู><"  ยัยนั่นพูดด้วยน้ำเสียงเศร้าสร้อยแต่ฉันรู้ดีว่ามันกำลังตอแหลให้พี่ภูเห็นใจมันฉันอยู่กับมันมาตั้งแต่เด็กทำไมฉันจะไม่รู้นิสัยว่ายัยเอินเป็นคนแบบไหน ฉันจะบอกให้ว่าแม่เป็นยังไงลูกก็เป็นอย่างงั้นแล่ะ

"เอินไม่ต้องไปไหนทั้งนั้นอยู่ที่นี่แล่ะ เดี๋ยวพี่มานะ" พี่ภูยิ้มสดใสให้กับมันก่อนจะหันมามองหน้าฉันด้วยสายตารำคาญอย่างเห็นได้ชัด

"ได้ค่ะพี่ภู^^"   ยัยนั่นหันมายิ้มเยาะใส่ฉันอีกรอบฉันพยายามระงับความโกรธป้าพิมพ์ก็เหมือนจะรู้ว่าตอนนี้ฉันกำลังไม่พอใจท่านรีบเดินมาจับมือฉันไว้แล้วก็ลูบมือฉันเบาๆ เพื่อให้ฉันใจเย็น  พอพี่ภูลุกออกไปฉันก็รีบเดินตามออกมาทันที

"มีอะไรจะพูดก็พูดมาฉันจะออกไปข้างนอก" น้ำเสียงเย็นชาของเขารวมถึงสรรพนามที่เรียกทำให้ฉันอดน้อยใจไม่ได้เลยจริงๆวันนี้ฉันน้อยใจพี่ภูไปกี่รอบแล้วก็ไม่รู้

"พี่จะไปกับใครไปกับยัยนั่นเหรอ"

"............." พี่ภูเงียบไม่ตอบแล้วก็หันหน้าออกไปอีกทางเหมือนเขาไม่อยากมองหน้าฉัน

"พี่ภูอัยถามทำไมไม่ตอบ พี่จะไปกับนังเอินมันใช่ไหม" ฉันดึงแขนพี่ภูเพื่อให้เขาหันหน้ามาคุยกับฉัน

"ถ้าใช่แล้วจะทำไมมีปัญหาอะไร" สายตาที่ส่งมามันเกือบทำให้ฉันร้องไห้ออกมาแต่ฉันก็ต้องกลั้นน้ำตาเอาไว้

"อัยไม่ให้ไป"

"มีสิทธิ์อะไรมาสั่ง"

"อัยเป็นว่าที่คู่หมั้นพี่นะ"

"ก็แค่ว่าที่ป่ะ ยังไม่ได้หมั้นเพราะฉะนั้นฉันจะไปไหนกับใครมันก็สิทธิ์ของฉันไม่เกี่ยวกับเธอ"

"มีสิทธิ์หรือไม่มีสิทธิ์อัยไม่สนแต่อัยไม่ยอมพี่ห้ามไปไหนกับมันเด็ดขาด"

"อย่าทำตัวงี่เง่าได้ป่ะวะโคตรน่ารำคาญ"

"พี่ว่าอัยงี่เง่าเหรอ"

"แล้วตรงนี้มีใครอยู่หรือเปล่าล่ะ"

"พี่ภู"

"ไม่ว่าจะผ่านไปกี่ปีก็ยังนิสัยเหมือนเดิมหัดทำตัวให้น่ารักมั่งเผื่อคนอื่นเขาจะได้เอ็นดูไม่ใช่ทำนิสัยแบบนี้"

"ใช่สิอัยมันนิสัยไม่ดีไม่เหมือนยัยนั่นนี่ดีทุกอย่างอัยมันไม่เคยดีเลยในสายตาพี่ภู ใช่ไหม"

"..........."

"อัยถามว่าใช่ไหม"

"เออใช่แล้วไง"

"พี่ภู!!!!" 

"อย่ามาขึ้นเสียงใส่แล้วก็เลิกทำตัวแบบนี้ซักทีรู้หรือเปล่าว่าเธอแม่งโคตรน่ารำคาญ" พูดเสร็จพี่ภูก็เดินกลับเข้าไปในบ้านฉันก็รีบเดินตาม

"ป่ะเอินไปข้างนอกกัน" พี่ภูเดินไปหายัยนั่นแล้วก็จูงมือพากันเดินออกไปฉันรีบเดินเข้าไปขวางทางไม่ยอมให้ไป

"พี่ภูจะพานังลูกเมียน้อยนั่นไปไหนไม่ได้ทัังนัันอัยไม่ให้ไป" 

"เป็นแค่ว่าที่คู่หมั้นไม่ใช่เมียอย่ามาสั่ง" 

"อัยจะสั่งอัยมีสิทธิ์ ส่วนแกนังลูกเมียน้อยแกอย่ามาใกล้พี่ภูนะ ออกไป!!!"  ยัยนั่นยิ้มเยาะฉันเบะปากใส่ฉันทำลอยหน้าลอยตาจนฉันทนไม่ไหวตรงเข้าไปกระชากแขนพี่ภูออกมา

"โอ๊ยพี่ภูเอินเจ็บจังเลยค่ะ><" แต่กลับกลายเป็นยัยนั่นล้มลงไปกองที่พื้นแล้วก็ร้องครวญครางราวกับเจ็บปวดเจียนตายสำออยชัดๆ ซึ่งนี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ยัยนี่ทำแบบนี้ มันทำแบบนี้มาหลายครั้งแล้วและทุกครั้งก็จะต้องเป็นฉันที่เป็นฝ่ายผิดตลอดเพราะพ่อเข้าข้างสองแม่ลูกนั่นจนบางครั้งฉันก็รู้สึกน้อยใจที่พ่อเชื่อสองแม่ลูกนั่นมากกว่าลูกแท้ๆของตัวเอง

"อย่ามาสำออยให้มากฉันรู้ว่าแกแกล้งล้ม"

"เอินเปล่าสำออยนะก็อัยดึงแขนพี่ภูไปมันเลยทำให้เอินล้ม พี่ภูคะเอินเจ็บขาเดินไม่ไหวค่ะพี่ภูสงสัยขาจะพลิก โอ๊ยเอินเจ็บ ฮือออ ฮือออพี่ภูขาาพี่ภู" พี่ภูกำลังตั้งท่าจะเดินเข้าไปอุ้มมันซึ่งฉันไม่ยอมเป็นอันขาดฉันรีบดึงแขนพี่ภูไว้แต่พี่ภูกลับสะบัดแขนฉันออกอย่างแรงจนฉันเซไปทางด้านหลังโชคดีที่ป้าพิมพ์มาประคองหลังเอาไว้ทันไม่อย่างงั้นฉันคงล้มหัวฟาดพื้นไปแล้ว ฉันยืนมองพี่ภูที่กำลังอุ้มนังเอินขึ้นมาสายตายัยนั่นจ้องมองมาที่ฉันอย่างคนที่เหนือกว่าแล้วมันก็ซบลงไปที่อกของพี่ภูต่อหน้าฉันทำให้ฉันทนไม่ไหว

"พี่ภูปล่อยมันลงเดี๋ยวนี้นะ!!!!นังลูกเมียน้อยแกมันชอบสำออยพี่ภูอย่าไปเชื่อมัน"  

"เลิกโวยวายซักทีได้มั้ยวะ!!!" พี่ภูตะคอกใส่ฉันเสียงดังลั่นบ้าน

"ภูทำไมพูดกับน้องแบบนี้ห๊ะ" ป้าพิมพ์ต่อว่าพี่ภูซึ่งมันยิ่งทำให้พี่ภูโกรธมากกว่าเดิม

"แม่ก็ดีแต่เข้าข้างยัยเด็กนี่ตลอด"

"พี่ภูอย่าว่าป้าพิมพ์นะ" ฉันปกป้องป้าพิมพ์เพราะยอมไม่ได้ที่พี่ภูว่าป้าพิมพ์แบบนี้

"เธอก็เหมือนกันนิสัยก็ไม่ดีชอบดูถูกคนอื่นไม่แปลกใจเลยที่ไม่มีใครรักไม่มีสนใจชอบเรียกร้องความสนใจรู้บ้างหรือเปล่าว่ามีแต่คนเขาเอือมละอา" ถึงจะเจ็บกับคำพูดของพี่ภูแต่ฉันก็จะไม่ยอมอ่อนแอให้เขาเห็นเป็นอันขาด

"แล้วไงใครแคร์" ฉันพยายามทำเหมือนไม่แคร์แต่จริงๆ แล้วไม่ใช่เลย

ตอน 3

อัยวา....

"เธอก็เหมือนกันนิสัยก็ไม่ดีชอบดูถูกคนอื่นไม่แปลกใจเลยที่ไม่มีใครรักชอบเรียกร้องความสนใจรู้บ้างหรือเปล่าว่ามีแต่คนเขาเอือมระอา" ถึงจะเจ็บกับคำพูดของพี่ภูแต่ฉันก็จะไม่ยอมอ่อนแอให้เขาเห็นเป็นอันขาด

"แล้วไงใครแคร์" ฉันพยายามทำเหมือนไม่แคร์แต่จริงๆ แล้วไม่ใช่เลย

"ทำตัวแบบนี้อย่าหวังเลยว่าฉันจะหมั้นกับเด็กนิสัยแย่ๆแบบเธอ" ฉันกำหมัดแน่นด้วยความโกรธและน้อยใจถ้าพี่ภูจะพูดต่อหน้าฉันฉันจะไม่รู้สึกอะไรขนาดนี้เพราะรู้ว่าเขาไม่ชอบที่โดนจับคลุมถุงชนแต่นี่เขาพูดต่อหน้ายัยนั่นทั้งๆที่รู้ว่าฉันกับมันไม่ถูกกัน

"ภูพูดแบบนั้นมันเกินไปหรือเปล่าพูดอะไรหัดนึกถึงจิตใจน้องบ้าง"

"แล้วแม่ไม่เห็นเหรอว่าคนดีของแม่ทำอะไรเอินบ้าง ที่เอินต้องมาเจ็บตัวไม่ใช่เพราะหลานสาวสุดที่รักของแม่หรือไงยิ่งแม่เข้าข้างยัยนั่นแบบนี้ผมก็ยิ่งไม่ชอบเข้าไปใหญ่  ผมไม่อยากทะเลาะกับแม่เพราะคนอื่น ผมขอตัวพาเอินไปหาหมอก่อนนะครับ" พี่ภูจ้องมาที่ฉันด้วยสายตาโกรธไม่พอใจก่อนจะอุ้มยัยนั่นเดินออกไป แต่ก็มิวายที่จะมีสายตาเยาะเย้ยราวกับว่าตัวเองเป็นผู้ชนะส่งมาให้ฉัน ฉันทำได้แค่ยืนมองพี่ภูอุ้มยัยนั่นออกไป

"อัยอย่าคิดมากเลยนะลูก" พอพี่ภูอุ้มยัยเอินออกไปป้าพิมพ์ก็เดินเข้ามากอดฉันแล้วพูดปลอบ

"ทำไมพี่ภูถึงดีแต่กับยัยนั่นแต่กับอัยพี่ภูไม่เคยพูดดีด้วยเลยคะ อัยมันนิสัยไม่ดีนิสัยแย่มากๆเลยใช่มั้ยคะป้าพิมพ์ ฮึก ฮึก ฮือออ" ฉันว่าจะไม่ร้องแล้วแต่ก็อดไม่ได้ ฉันไม่เคยร้องไห้ต่อหน้าใครเลยถ้าไม่เหลืออดจริงๆ

"ไม่ร้องนะคะคนเก่งของป้าไม่ร้องน๊าาา" ป้าพิมพ์เช็ดน้ำตาให้ฉันอย่างอ่อนโยนทำให้ฉันอดคิดถึงแม่ไม่ได้ตอนที่ฉันเป็นเด็กเวลาฉันร้องไห้แม่ก็จะคอยปลอบฉันแบบที่ป้าพิมพ์ทำ

"ฮึก ฮึก ขอบคุณนะคะป้าพิมพ์ที่ดีกับอัยมาตลอดตั้งแต่เด็กจนโต ตั้งแต่แม่จากไปอัยก็เหมือนตัวคนเดียวพ่อก็เอาอกเอาใจแต่กับผู้หญิงคนนั้น ฮือออ ฮือออออ อัยพูดอะไรพ่อก็ไม่เคยเชื่อทั้งที่อัยโดนสองแม่ลูกนั่นรังแกมาตลอด"

ฉันจำเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในตอนนั้นได้เป็นอย่างดีแล้วก็จำฝังใจมาจนถึงทุกวันนี้โดยเฉพาะเหตุการณ์ในวันนั้นที่ทำให้ฉันกลายเป็นคนที่กลัวความมืดมาจนถึงทุกวันนี้ฉันไม่สามารถนอนหลับได้เลยถ้าห้องมืดสนิท ทุกคืนฉันจะต้องเปิดไฟหัวเตียง

 ในตอนนั้นฉันอายุราวๆเจ็ดแปดขวบพ่อไปทำธุระที่ต่างประเทศส่วนย่าก็ย้ายไปอยู่ที่บ้านสวนของท่านที่ต่างจังหวัด ด้วยความที่ฉันยังเด็กเคยอยู่พร้อมหน้าพร้อมตาพ่อแม่ลูกแต่พอไม่มีใครฉันก็รู้สึกโดดเดี่ยวฉันคิดถึงแม่มากๆฉันก็เลยเข้าไปนอนในห้องนอนของแม่ที่ถูกปิดตายเอาไว้ฉันนอนร้องไห้บนเตียงนอนของแม่จนเผลอหลับไปจนกระทั่งฉันตื่นขึ้นมากลางดึกห้องทั้งห้องมืดสนิทฉันเดินไปที่สวิตไฟเพื่อเปิดไฟแต่ไฟก็เปิดไม่ติดฉันคิดในตอนนั้นว่าไฟห้องแม่อาจจะเสียเพราะไม่ได้เปิดใช้เป็นเวลานานก็เลยเดินไปที่ประตูเพื่อจะกลับไปที่ห้องของตัวเองแต่แล้วเปิดประตูก็เปิดไม่ออกฉันพยายามเปิดพยายามเขย่าแต่ทำยังไงมันก็เปิดไม่ออกเหมือนกับว่ามันถูกล็อกกุญแจจากด้านนอก ฉันตะโกนเรียกทุกคนแต่ก็ไม่มีใครได้ยินจนกระทั่งฉันได้ยินเสียงแม่เลี้ยงกับลูกของนางยืนคุยกันอยู่ดังลอดเข้ามาในห้องโดยที่ฉันจับใจความไม่ได้

ปั้ง ปั้ง ปั้ง

"ใครอยู่ข้างนอกเปิดประตูให้อัยหน่อยค่าอัยออกไปไม่ได้" ฉันทั้งทุบประตูทั้งตะโกนจนแทบหมดแรง

"แกไม่ต้องออกมาหรอกนังอัยวานอนอยู่ในห้องนั่นแม่แกแล่ะคิดถึงแม่แกมากไม่ใช่หรือไง555555"

"ใช่ค่ะแม่ขังมันไว้ในนั้นแล่ะไม่ต้องให้มันออกมาเอินเกลียดมัน"

"เปิดประตูให้อัยเถอะคะอัยกลัว ฮือออ ฮือออ ข้างในมันมืด ฮือออ" ฉันรู้ว่าสองแม่ลูกนั่นเกลียดฉันแต่ตอนนี้ฉันต้องขอร้องพวกเขา

"จะกลัวทำไมแกก็เรียกแม่แกมาอยู่เป็นเพื่อนสิ"

"ฮือออ ฮือออ ทำไมคุณใจร้ายทำแบบนี้ ฮือออ ถ้าพ่อกลับมาอัยจะฟ้องพ่อฮือออ ฮืออออ"

"ฟ้องเลยถ้าพ่อแกเชื่อแกอ่ะนะ55555 ที่แกถามว่าทำไมฉันถึงใจร้ายกับแกน่ะเหรอเพราะฉันเกลียดแกกับแม่ของแกไง แกรู้มั้ยว่าย่าแกบังคับให้พ่อแกแต่งงานกับแม่ของแกทั้งที่พ่อแกกับฉันรักกัน ถ้าไม่มีแม่แกฉันคงสุขสบายไปตั้งนานแล้ว!!!!! เพราะฉะนั้นแกก็นอนอยู่ในนั้นแล่ะอยู่กับความมืดไปเลยรอจนกว่าพ่อแกจะกลับมาก็แล้วกัน ถ้าพ่อแกกลับมาฉันก็จะบอกว่าแกมันดื้อด้านไม่ฟังซ้ำยังทำร้ายลูกเอินของฉันอีกฉันก็เลยต้องขังแกเอาไว้ เป็นไงแผนของฉันดีใช่มั้ยล่ะ5555"

"ฮือออ ฮืออออ เปิดประตูให้อัยที ฮือออ ฮือออออ"  ฉันถูกขังไว้ในห้องสองวันเต็มๆ โดยที่ไม่ได้กินข้าวฉันอาศัยน้ำจากก๊อกในห้องน้ำกินประทังความหิวจนกระทั่งป้าแม่บ้านทนไม่ไหวช่วยฉันออกมา จากนั้นป้าแม่บ้านคนนั้นก็ถูกไล่ออกแล้วก็สั่งห้ามไม่ให้คนในบ้านทุกคนบอกเรื่องนี้กับพ่อถ้าไม่อย่างงั้นจะไล่ออกให้หมดทำให้ทุกคนไม่กล้าพูดเรื่องนี้ แต่พอพ่อกลับมาฉันก็เล่าทุกอย่างให้ท่านฟังแต่ท่านกลับหาว่าฉันโกหกสร้างเรื่องและยังสั่งให้ฉันขอโทษแม่เลี้ยงกับนังเอินด้วยทำให้ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาฉันก็เกลียดสองคนแม่ลูกนั่นมาโดยตลอด

"ไม่เอานะลูกไม่ร้องแล้วน๊าาาา" ฉันกอดป้าเพ็ญแล้วก็ร้องไห้ไม่หยุด

ภูผา....

ผมรีบอุ้มเอินขึ้นรถเพื่อจะพาเอินไปส่งโรงพยาบาลเพราะเห็นบอกว่าปวดข้อเท้าแต่ยังไม่ถึงโรงพยาบาลเอินก็บอกกับผมว่าอาการดีขึ้นแล้วไม่ต้องไปโรงพยาบาล

"พี่ภูไม่ต้องพาเอินไปโรงพยาบาลแล้วก็ได้ค่ะเอินหายเจ็บแล้ว"

"หายเจ็บแล้ว??" ผมถามด้วยความสงสัยเพราะก่อนหน้านี้ยังร้องไห้อยู่เลย

"ค่ะแต่ก็ยังปวดๆ นิดๆ ไว้ทายาก็คงจะดีขึ้น"

"แต่พี่ว่าเอินไปให้คุณหมอตรวจดูอาการสักหน่อยก็น่าจะดีนะ" ผมบอกด้วยความหวังดี

"ไม่เป็นไรค่ะ ตอนนี้เอินหายเจ็บบ้างแล้ว ว่าแต่พี่ภูจะพาเอินไปไหนเหรอคะ"

"ไป......." นั่นสิผมจะพาเอินไปไหนวะ คือตอนแรกผมก็ไม่ได้มีแพลนจะพาเอินไปไหนหรอกผมเพิ่งกลับมากะจะนอนเอาแรงเพราะคืนนี้มีนัดกับกลุ่มเพื่อนผมที่ผับ แต่ผมแค่ทำประชดหลานรักของแม่เท่านั้น เด็กอะไรนิสัยไม่ดีเอาแต่ใจชอบดูถูกคนอื่น

อ่านต่อเลย
ร่วมสนับสนุนนักเขียนเพื่อเป็นกำลังใจในการสร้างสรรค์ผลงานสุดสนุกต่อไป Moboreader
ปลดล็อกทุกตอน
ตอน
ปรับแต่ง
บทถัดไป
Minishorts Logo
อ่านนิยายออนไลน์ นิยายเว็บ และเรื่องราวโรแมนติกสุดฮิตบน MiniShorts พบกับนิยายโรแมนติกท่านประธาน นิยายแฟนตาซีมนุษย์หมาป่า ดราม่า และแฟนตาซี พร้อมคอนเทนต์ซีรีส์สั้นคัดสรรพิเศษที่สร้างจากเทรนด์เรื่องราวยอดนิยม
MiniShorts YouTube
©2026 MiniShorts All Rights Reserved. CHASINGTOP HK LIMITED