ตอน 1

“สวัสดีค่ะแม่ สวัสดีค่ะน้าศักดิ์” มีนาหญิงสาววัย 20 ปียกมือไหว้มารดาและสามีใหม่ ก่อนจะเอากระเป๋าและหนังสือไปเก็บบนชั้นสอง จากนั้นเธอก็สวมผ้ากันเปื้อนทับชุดนักศึกษาแล้วเดินออกมาหน้าร้านอาหารตามสั่งที่มารดาเปิดขายมาหลายปี

“วันนี้ลูกค้าเยอะไหมคะแม่”

“ก็เหมือนทุกวันจ้ะ มีนาหนูมาเหนื่อยๆ ทำไมไม่พักก่อนจะรีบออกมาช่วยทำไมล่ะลูก”

“ไม่เป็นไรค่ะแม่ แม่ยืนทั้งวันน่าจะเหนื่อยกว่าเยอะเลย”

“จะว่าเหนื่อยมันก็เหนื่อยแต่ก็ยังพอมีเวลาพัก คนไม่ได้แน่นตลอดทั้งวัน”

มุกดาและกิตติศักดิ์สามีใหม่เปิดร้านขายอาหารตามสั่ง ถึงแม้ว่าร้านจะเป็นตึกแถวเล็กๆ แต่ลูกค้าก็แวะเวียนมาไม่ขาดสายเพราะในละแวกนี้มีร้านอาหารตามสั่งอยู่เพียงไม่กี่ร้าน

ลูกค้าส่วนใหญ่ก็จะเป็นพนักงานออฟฟิศและนักศึกษามหาวิทยาลัยที่มีนาเรียนอยู่ บางครั้งจึงมีเพื่อนๆ ของเธอตามมาเป็นลูกค้าที่ร้านด้วย

“มีนาเหลือสอบอีกกี่วันล่ะลูก แม่ว่าหนูไปอ่านหนังสือก่อนดีกว่าไหมลูก” มุกดาบอกลูกสาว

“ไม่เป็นไรค่ะ เหลือสอบอีกแค่วิชาเดียวเองค่ะ มีนาอ่านมาล่วงหน้าแล้วค่ะแม่”

“งั้นก็ตามใจจ้ะ แล้วครั้งนี้จะปิดเทอมกี่เดือนล่ะลูก” มุกดาไม่ค่อยรู้เรื่องการเรียนของลูกสาวเท่าไหร่

“สี่เดือนค่ะ มีนาว่าจะหางานพิเศษทำดูค่ะ ไม่อยากอยู่บ้านเฉยๆ”

“แล้วหนูจะไปทำงานที่ไหนล่ะ หาไว้หรือยัง”

“ยังเลยค่ะแม่ ว่าจะลองถามเพื่อนๆ ดูก่อนค่ะ เทอมที่แล้วเพื่อนมีนาไปทำที่ร้านกาแฟค่ะ มีนาว่าจะลองไปสมัครตามโรงเรียนกวดวิชาดูก่อนค่ะแม่ เผื่อเขาต้องการผู้ช่วย”

“จะไปทำที่ไหนล่ะ น้าว่าหนูช่วยงานที่ร้านก็ได้เดี๋ยวน้าให้ค่าจ้างเอง” กิตติศักดิ์รีบเสนอ

“มีนาต้องช่วยงานที่ร้านอยู่แล้วล่ะค่ะ แต่ก็อยากลองไปหางานอย่างอื่นทำด้วย” มีนาไม่เกี่ยงถ้าจะต้องช่วยมารดาขายอาหารที่ร้าน แต่ที่เธออยากออกไปทำงานพิเศษก็เพราะไม่ค่อยชอบน้ากิตติศักดิ์สามีใหม่ของมารดาเท่าไหร่เพราะเขามักจะเข้ามาใกล้ๆ และมักจะแอบมองอยู่ตลอดเวลาที่เธออยู่ในร้าน

แต่ก่อนกิตติศักดิ์จะไม่ได้มาอยู่ที่ร้านทุกวันเพราะเขาทำงานเป็นคนขับรถให้กับบริษัทขนส่ง แต่ก็ลาออกเพราะมีปัญหากับเจ้านาย จากนั้นเขาก็ย้ายเข้ามาอยู่กับมารดาและไม่มีทีท่าว่าเขาจะไปสมัครงานที่ไหน

“ถ้าอยากทำงานจริงๆ หนูลองไปถามคุณฤดีดูหน่อยไหมลูกว่ามีงานอะไรให้ช่วยบ้าง แต่ไปช่วยฟรีนะห้ามรับเงินเด็ดขาด”

“มีนาลืมไปเลยค่ะแม่ งั้นหนูไม่ไปทำงานพิเศษแล้วนะคะ”

คุณฤดีที่มารดาพูดถึงก็ลูกสาวของคุณดวงกมลและคุณประพันธ์เจ้าของโรงเรียนเอกชนที่ให้ทุนการศึกษาแก่เธอตั้งแต่เรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 มาจนถึงตอนนี้ นับเวลาก็ 7 ปีมาแล้ว

ตอนนี้มีนาเรียนอยู่คณะศึกษาศาสตร์เอกคณิตศาสตร์ซึ่งถ้าเรียนจบเธอตั้งใจจะสอบบรรจุเป็นข้าราชการครูตามความฝันในวัยเด็ก เนื่องจากตอนที่เธอยังเป็นเด็กตัวน้อยมักจะตามบิดาไปที่โรงเรียนอยู่บ่อยครั้ง มีนาจึงอยากเป็นครูเหมือนบิดาที่เสียชีวิตไปตั้งแต่เธอเรียนอยู่ชั้น ม.1

“จะไปช่วยเขาทำไมกัน เขามีลูกน้องตั้งมากมาย ช่วยงานที่ร้านไม่ดีกว่าเหรอ” กิตติศักดิ์ไม่อยากให้ลูกเลี้ยงออกไปทำงานที่อื่น เพราะมันหมายถึงโอกาสที่เขาจะเคลมเธอก็จะลดน้อยลงไปด้วย

“เพราะบ้านนั้นเขามีบุญคุณกับมีนา ถ้าไม่มีพวกเขามีนาก็คงได้เรียนแค่ชั้น ม. 3 เองนะคะ ถ้ามีอะไรที่ตอบแทนคนบ้านนั้นได้มีนาก็อยากจะทำค่ะ” มีนาตอบกลับ เพราะลำพังเงินที่มารดาได้จากการขายอาหารก็พอแค่ค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวันกับค่าเช่าเท่านั้น

“หนูคิดถูกแล้วล่ะลูก เราไม่มีเงินทองไปตอบแทนเขา แต่เรายังพอมีแรงก็ไปช่วยงานเขาบ้าง แม่ล่ะเกรงใจเขาจริงๆ ทั้งค่าเรียนของหนูทั้งค่าเช่าที่ที่ถูกกว่าที่อื่น” เพราะตึกที่เธอเช่าเปิดร้านอยู่นี้ก็เป็นของคุณดลฤดีซึ่งค่าเช่าถูกกว่าที่อื่นถึงครึ่ง เธอจึงอยากให้ลูกสาวได้ไปช่วยงานคุณดลฤดีในช่วงปิดเทอม

“สั่งข้าวหน่อยค่ะ” เสียงลูกค้าหน้าร้านทำให้ทั้งสามคนหยุดคุยเรื่องงานพิเศษของมีนาไปก่อน

“อ้าว ชบาวันนี้ป้าแขไม่ทำกับข้าวเหรอถึงได้ออกมาซื้อได้”

“ที่บ้านมีเรื่องวุ่น ป้าแขก็เลยไม่มีเวลา”

“พี่ชบาจะกินอะไรคะเดี๋ยวมีนาทำให้”

“เอาผัดกะเพราเครื่องในไก่ ผัดผักรวม แล้วก็ต้มยำอีกอย่างจ้ะ”

“เอาข้าวเปล่าด้วยไหมคะ พี่ชบา”

“ไม่ต้องจ้ะพี่หุงข้าวแล้ว”

“สั่งหลายเลยเดี๋ยวพี่แถมหมูยอทอดให้นะ” มุกดารีบหยิบหมูยอใส่ถุงให้กับชบา ปกติแล้วชบาไม่ค่อยได้สั่งอาหารที่ร้านของเธอบ่อย เพราะที่บ้านจะมีแม่ครัวชื่อป้าแขทำอาหารให้ทานอยู่แล้ว นอกเสียจากว่าป้าแขไม่ว่างหรือเจ้านายไม่อยู่บ้าน

มีนาช่วยมารดาทำอาหารระหว่างนั้นชบาก็ชวนสองแม่ลูกคุยถึงเรื่องที่คุณนฤดลเจ้านายของเธอประสบอุบัติเหตุ ทำให้ตอนนี้เจ้านายของเธอไม่มีใครอยู่บ้านสักคน

“ชบาล่ะสงสารคุณท่านมากพอได้ข่าวก็เป็นลมไปเลย”

“แล้วตอนนี้อาการเป็นยังไงบ้างล่ะชบา”

“ชบาก็ไม่รู้เหมือนกัน แต่คงหนักเอาการเพราะคุณๆ ไม่มีใครกลับบ้านเลย”

“พี่ชบารู้ไหมคะว่าตอนนี้คุณนฤดลเขาอยู่ที่โรงพยาบาลไหน” มีนาถามอย่างเป็นห่วง เธอเคยเจอกับคุณนฤดลมาหลายครั้งเพราะเขามักจะเป็นตัวแทนไปมอบทุนการศึกษาและเขาก็เป็นเหตุผลหนึ่งที่ทำให้เธอตั้งใจเรียนและตัดสินใจยื่นขอทุนซึ่งปกติแล้วทางโรงเรียนจะคัดเลือกนักเรียนทั้งหมด ปีละ 5 คนเพื่อรับทุนการศึกษาโดยจะเอาคะแนนในชั้นเรียน ม.2 และม.3 เป็นเกณฑ์

ตอน 2

ร้านอาหารตามสั่งปิดในเวลาหนึ่งทุ่ม หลังจากช่วยมารดาเก็บร้านเสร็จแล้วมีนาก็ขอตัวไปอาบน้ำ ก่อนที่กิตติศักดิ์ซึ่งออกไปดื่มเหล้ากับเพื่อนจะกลับ เธอรู้สึกไม่ค่อยปลอดภัยเท่าไหร่ตั้งแต่เขาย้ายเข้ามาอยู่ด้วย เกือบสามเดือนที่ผ่านมามีนาไม่เคยนอนหลับสนิทเพราะรู้สึกระแวงไปหมด เนื่องจากมีอยู่ครั้งหนึ่งกิตติศักดิ์เมาแล้วเดินเข้าในห้องของเธอ แต่พอหญิงสาวโวยวายเขาก็บอกว่าเมาแล้วเข้าห้องผิด

มีนาไม่ได้บอกเรื่องนี้กับมารดาเพราะเห็นว่ามันไม่ใช่เรื่องสำคัญเท่าไหร่ แต่จากนั้นมากเธอก็ระวังตัวมากขึ้น มีหลายครั้งที่เธอเห็นว่าสามีใหม่ของมารดาชอบแอบมอง แต่ก่อนมีนาชอบใส่กางเกงขาสั้นกับเสื้อกล้ามเวลานอน แต่พอเห็นสายตาของเขาที่จ้องมาแล้วมหญิงสาวก็เปลี่ยนเป็นใส่กางเกงขายาวและเสื้อยืดแทน เธอไม่กล้าบอกเรื่องนี้กับมารดา เพราะคิดว่าตัวเองจะเอาตัวรอดจากเขาได้ และหลังจากเรียนจบก็จะขอมารดาออกไปอยู่ตามลำพัง

หลังจากอาบน้ำเสร็จมีนาก็มานั่งอยู่หน้าทีวีเพื่อจะคุยกับมารดา

“แม่คะ พรุ่งนี้มีนาสอบเสร็จตั้งแต่เที่ยงมีนาขอไปเยี่ยมคุณดลที่โรงพยาบาลได้ไหมคะ”

“พี่ชบาไลน์มาบอกแล้วเหรอว่าเขาอยู่โรงพยาบาลไหน”

“ค่ะแม่ พี่ชบาบอกว่าตอนนี้คุณดลออกจากห้องผ่าตัดแล้ว ย้ายมาอยู่ห้องพักฟื้น มีนาว่าพรุ่งนี้จะซื้อผลไม้ไปเยี่ยมเขาดีไหมคะ แต่ไม่รู้ว่าหมอให้เขากินอะไรได้หรือยัง”

“ดีจ้ะ นี่ก็ดึกแล้วแม่ว่าหนูรีบเข้านอนดีกว่าไหม พรุ่งนี้จะได้ไม่ง่วงในห้องสอบ”

“ยังไม่ดึกสักหน่อย มีนาว่าจะอ่านหนังสือต่ออีกนิดแล้วค่อยนอนค่ะ แม่ล่ะคะ จะนอนเลยหรือว่าจะรอน้าศักดิ์คะ”

“แม่จะดูละครจบก็คงเข้านอน”

“แม่คะ แม่ไม่โกรธเหรอคะที่น้าศักดิ์กลับดึกแบบนี้”

“ไม่หรอกจ้ะ ถ้าไม่กลับเลยก็ยิ่งดี”

“แม่ค่ะ มีอะไรหรือเปล่าทำไมแม่ถึงพูดแบบนี้คะ หรือแม่กับเขาทะเลาะกัน”

“เปล่าจ้ะ แม่ไม่ได้ทะเลาะกับเขา แต่ที่แม่ไม่อยากให้เขากลับเพราะแม่เป็นห่วงหนู มีนาของแม่โตขึ้นและสวยขึ้น แม่กลัวว่าเขาจะมองหนูเป็นอย่างอื่น ไม่รู้ว่าแม่คิดไปเองหรือเปล่า แต่แม่เห็นสายตาที่เขามองหนู มันดูไม่น่าไว้ใจ แม่กลัวว่าเขาจะทำอะไรหนู แม่ขอโทษนะมีนาที่พาเขาเข้ามาอยู่ในบ้าน” มุกดาเสียใจที่พากิตติศักดิ์เข้ามาอยู่ในบ้าน

“แม่ขา มีนารู้ว่าแม่กังวลเรื่องอะไร แต่มีนาดูแลตัวเองได้ค่ะ เขาไม่มีทางทำอะไรมีนาได้อย่างแน่นอน”

“บางทีแม่ก็อยากให้เขาไปอยู่ที่อื่น แต่ไม่รู้จะไล่ยังไง แม่ไม่อยากให้เขาคิดว่าพอเขาตกต่ำแล้วเราก็ถีบหัวส่ง”

“มีนาเข้าใจค่ะ แต่ก่อนตอนที่น้าศักดิ์เขายังมีงานประจำทำ เขาก็ดีกับเราสองแม่ลูกมาก ถ้าตอนที่เขาตกงานแล้วเราไล่เขาไปอยู่ที่อื่นมันก็คงดูใจร้ายมาก”

“น้าศักดิ์เขาก็ไม่ได้เลวร้ายอะไร ถึงเขาจะตกงานแต่เขาก็ยังช่วยแม่ขายของ แม่ก็จะได้ไม่เหนื่อย สัญญากับแม่นะมีนา ถ้าเขาทำอะไรหนู หนูต้องรีบบอกแม่ทันที”

“ค่ะแม่”

12.00 น. มหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง

“มีนา พลอย สอบเสร็จแล้วไปดูหนังกันไหม” กัลยากรหรือแก้วเพื่อนที่เรียนเอกเดียวกันเอ่ยชวน

“เอาสิ” พลอยหรือณัฐชารีบตอบตกลงทันที

“เราขอตัวนะพลอย แก้ว พอดีมีธุระน่ะ”

“อ้าว วันก่อนยังบอกว่าว่างอยู่เลยนะมีนาหรือว่าแอบนัดหนุ่มที่ไหนเดตหรือเปล่า”

“ไม่ได้นัดเดตใครหรอกหรอก เราแค่จะไปโรงพยาบาล”

“มีนาเป็นอะไร ไม่สบายตรงไหนเดี๋ยวเราขับรถไปส่งนะ” กัลยากรรีบถามด้วยความเป็นห่วง

“เราสบายดี แค่จะไปเยี่ยมคนรู้จักที่โรงพยาบาลแค่นั้นเอง”

“อ๋อ ถามได้ไหมใครเหรอ”

“คุณนฤดล ลูกชายของคนที่ให้ทุนเราเรียน เราได้ข่าวว่าเขาเข้าโรงพยาบาลเมื่อวานก็เลยจะไปเยี่ยมสักหน่อย”

“ถ้าอย่างนั้นมีนาก็แวะไปเยี่ยมแล้วก็ไปดูหนังต่อก็ได้นี่เดี๋ยวไปรถเราเลย คงเยี่ยมไม่นานหรอกมั้ง”

“เราไม่แน่ใจ พลอยกับแก้วอย่าเสียเวลาเลย ไปดูกันสองคนเถอะ”

“เอางั้นก็ได้” กัลยากรไม่อยากเซ้าซี้เพราะเห็นท่าทางไม่สะดวกใจของมีนา

“มีนา เป็นห่วงเขามากเหรอ”

“ก็นิดหน่อยน่ะพลอย เราไม่รู้ว่าเขาเจ็บเยอะไหม”

“ถ้าเป็นห่วงมากก็รีบขึ้นเลยรถเลย เดี๋ยวเราส่งมีนาที่โรงพยาบาลแล้วค่อยไปดูหนังกันต่อดีไหมพลอย” กัลยากรรีบเสนอเพราะดูแล้วเพื่อนคงไม่มีอารมณ์จะไปดูหนังแน่ๆ

“ดีสิ ถ้านั่งรถเมล์ไปกว่าจะถึงก็ช้า” ณัฐชารีบเดินนำไปที่รถของกัลยากรที่จอดอยู่ข้างตึก

ใช่เวลาครึ่งชั่วโมงมีนาก็มาถึงยังโรงพยาบาลเอกชนขนาดใหญ่ หญิงสาวเป็นห่วงเขาจนลืมแวะซื้อผลไม้อย่างที่คิดไว้

เธอมายืนอยู่หน้าห้องพักวีไอตามหมายเลขห้องที่ได้จากพี่ชบา แต่ไม่กล้าเปิดประตูเข้าไปเพราะไม่รู้ว่าเหมาะสมไหมที่เด็กทุนอยากเธอจะมาเยี่ยมลูกชายของเจ้าของทุน

มีนาเดินวนเวียนอยู่หน้าห้อง จากนั้นก็นั่งบนเก้าอี้ ในใจได้แต่ภาวนาให้คนที่อยู่ในห้องไม่เป็นอะไรมากจนกระทั่งเวลาผ่านไปเกือบครึ่งชั่วโมง หญิงสาวก็ยังไม่กล้าเคาะประตู

ตอน 3

คุณดวงกมลและลูกสาวที่เพิ่งกลับมาจากการทานอาหารกลางวัน อดแปลกใจไม่ได้ที่เห็นว่าตอนนี้หน้าห้องของลูกชายมีผู้หญิงสวมชุดนักศึกษานั่งรออยู่ แต่พอเดินเข้ามาใกล้หายสงสัย

“มีนา”

“สวัสดีค่ะคุณดวงกมล คุณฤดี มีนามาเยี่ยมคุณดลค่ะ”

“มาเยี่ยมแล้วทำไมไม่เข้าไปในห้องล่ะ มานั่งอยู่ตรงนี้ทำไมแล้วมาถึงนานหรือยัง”

“มาถึงได้สักพักแล้วค่ะ มีนาไม่กล้าเข้าไปเยี่ยม”

“กลัวอะไร”

“มีนาไม่รู้ว่าเหมาะสมไหมที่มีนามาเยี่ยม มีนาเป็นแค่เด็กทุนไม่ได้เป็นญาติก็เลยไม่กล้าเข้าไปค่ะ”

“หมอไม่ได้ห้ามเยี่ยมสักหน่อยเข้าไปเถอะ” ดลฤดีชวน

หญิงสาวเข้ามาในห้องพักผู้ป่วยที่ตอนนี้บนเตียงมีผู้ชายร่างสูงนอนอยู่ แขนของเขาเข้าเฝือกยาวตั้งแต่ข้อมือถึงข้อศอก ส่วนจุดอื่นเธอไม่เห็นบาดแผลเพราะเขาห่มผ้าไว้

“คุณฤดีคะ มีนาถามได้ไหมว่าคุณดลเป็นอะไรมากหรือเปล่าคะ”

“ไม่เป็นอะไรมากหรอกจ้ะ ก็แค่กระดูกแขนกับกระดูกหน้าแข้งและกระดูกข้อเท้าร้าว แล้วก็มีแผลไฟไหม้ที่หัวไหล่”

“ไฟไหม้เหรอคะ มีนานึกว่าคุณดลโดนรถชน” ตอนที่คุยกับพี่ชบาเธอรู้แค่ว่าเขาเกิดอุบัติเหตุก็คิดเอาเองว่าจากรถยนต์

“จ้ะ พอดีไฟไหมที่โรงงานน่ะ แล้วมีนารู้ได้ยังไง”

“เมื่อวานพี่ชบาไปที่ร้านค่ะ มีนาเป็นห่วงก็เลยมาเยี่ยม มีนาขอโทษนะคะ ที่ไม่ได้ซื้ออะไรมาเยี่ยมเลย”

“ขอบใจจ้ะ แค่มาเยี่ยมก็พอแล้ว ของเยี่ยมน่ะเยอะแยะไปหมด” ดลฤดีชี้ไปยังมุมห้องที่มีกระเช้าของเยี่ยมอยู่เต็มไปหมด

“นี่ยังแบ่งให้พยาบาลไปหลายกระเช้าแล้วนะ แล้วยังใส่ชุดนักศึกษาอยู่เลยจะต้องกลับไปเรียนไหม” คุณดวงกมลถามอย่างเอ็นดู

“ไม่ต้องแล้วค่ะ มีนาสอบเสร็จวันนี้วันสุดท้ายพอดี”

“เรียนปีไหนแล้วนะมีนา” คุณดวงกมลถามต่อ

“ปี 2 แล้วค่ะคุณท่าน”

“อีกแค่สองปีเอง ตั้งใจเรียนนะ แล้วเมื่อไหร่จะเลิกเรียกป้าว่าคุณท่านสักที คนอื่นที่ได้ทุนเขาเรียกป้ากันทั้งนั้น มีแต่มีนานี่แหละเรียกคุณท่านตลอด ฟังดูเหมือนเราห่างเกินกว่าคนอื่นเลยนะ”

“มีนาเกรงใจนี่ค่ะ”

“จะเกรงใจอะไร ต่อไปเรียกป้านะ แล้วก็เรียกพี่ฤดี ไม่ต้องเรียกคุณแล้ว”

“ได้เหรอคะ”

“ได้สิ ป้าอนุญาต”

“ขอบคุณค่ะ”

“มีนา หนูปิดเทอมกี่เดือน” ดลฤดีถาม

“4 เดือนค่ะ ตอนแรกมีนาว่าจะไปทำงานพิเศษ แต่แม่บอกให้มีนามาถามพี่ฤดีก่อนค่ะว่ามีงานอะไรให้มีนาช่วยทำไม แต่ไม่ให้รับเงินค่าจ้างนะคะ”

“ถ้ามาช่วยงานก็ต้องได้ค่าจ้างสิ เดี๋ยวพี่ดูก่อนนะว่ามีอะไรที่มีนาช่วยได้บ้าง”

“ถ้าไม่มีงานที่เหมาะสมให้มีนาทำ มีนาช่วยเฝ้าคุณดลให้ก็ได้นะคะ” มีนารีบอาสา

“ดีเหมือนกันนะ ให้มีนาช่วยเฝ้าอีกคน” คุณดวงกมลเห็นด้วยกับความคิดเด็กสาว ถึงแม้ว่าเธอจะจ้างพยาบาลพิเศษไว้แล้ว แต่ก็มีบางอยากที่อยากหาใครสักคนคอยอยู่ใกล้ๆ เพราะเรื่องไฟไหมโรงงานเธอก็ยังหาคนผิดไม่ได้ แต่ครั้นจะจ้างคนอื่นก็กลัวว่าเรื่องจะไปเป็นความลับ

“มีนาไหวแน่นะ”

“ค่ะ”

“ถ้าอยากดูแลจริงๆ เดี๋ยวพี่จะให้มีนาคุยกับคุณพยาบาลดูนะว่าต้องดูแลยังไงบ้าง มีนาไม่กลัวเลือดใช่ไหม”

“ไม่ค่ะ”

“ถ้าอย่างงั้นก็ดี เพราะบางทีมีนาอาจจะต้องเป็นคนทำแผลให้ เดี๋ยวตอนเย็นพยาบาลจะมาเปลี่ยนผ้าก๊อซ มีนาก็ดูตัวอย่างไว้ ถ้าคิดว่าไหวพี่จะให้ไปฝึกทำแผลเพิ่ม”

“ค่ะพี่ฤดี”

“เดี๋ยวพี่กับแม่จะคุยกับหมอนะ มีนาอยู่เฝ้าพี่เขาไปก่อนนะ ถ้ามีอะไรก็กดออดที่หัวเตียงนะ”

หลังจากทั้งสองคนเดินออกไปแล้วมีนาก็ยืนมองหน้านฤดลอย่างไม่ยอมละสายตา มันนานมาแล้วที่เธอไม่เจอเขา จำได้ว่าครั้งสุดท้ายที่ได้เจอก็ตอนที่เธอเรียนจบชั้น ม.6 แม้เวลาจะผ่านมาสองปีแล้วแต่ดูเหมือนหน้าของเขาจะไม่แก่เลยสักนิด

ไม่รู้ว่าเผลอจ้องเขานานไปหน่อยจนเขารู้สึกตัวตื่นหรือเพราะถึงเวลาที่เขาตื่นกันแน่ แต่ที่รู้ๆ คือตอนนี้เขากำลังมองเธอด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยคำถาม

“เธอ...” นฤดลตกใจที่ตื่นมาก็เจอกับหญิงสาวที่มีใบหน้าสวยหวาน ดวงตากมลโตกำลังจ้องมองอยู่

“คุณดลตื่นแล้วเหรอคะ”

“ใช่สิ ฉันตื่นแล้ว แล้วเธอเป็นใคร มาอยู่ในห้องนี้ได้ยังไง เป็นพยาบาลเหรอ” เขาถามพลางสำรวจหญิงสาวตัวแต่หัวจรดเท้าอีกครั้ง

ผู้หญิงคนนี้เขาคุ้นหน้ามาก แต่นึกไม่ออกว่าเคยเจอที่ไหน เธอยังสาวชุดนักศึกษาอยู่ก็ไม่น่าจะใช่พยาบาล เพราะเมื่อเช้าพยาบาลที่มารดาของเขาจ้างมาเฝ้าไข้ขอลาช่วงบ่าย

“คุณดลจำมีนาไม่ได้เหรอคะ” เสียงถามแผ่วเบาเมื่อคิดว่าเขาจำตนเองไม่ได้ ถึงแม้ที่ผ่านมาจะได้คุยกันเป็นการส่วนตัวแต่ก็เคยเจอกันอยู่หลายครั้ง

“มีนาเองเหรอ ขอโทษที ฉันไม่เจอเธอนานก็เลยนึกไม่ออก” ใช่เขานึกไม่ออก แต่พอเธอบอกชื่อก็เลยรู้ว่าหญิงสาวเป็นหนึ่งในเด็กทุนที่มารดาเขามอบให้ ก็เมื่อก่อนเธอไม่ได้สวยขนาดนี้หรือเพราะเขาไม่ได้ตั้งใจมองกันแน่

“ไม่เป็นหรอกค่ะ เราไม่ค่อยได้เจอกัน คุณดลจำไม่ได้ก็ไม่แปลก”

“ฉันว่าเธอสวยขึ้น ฉันเลยจำไม่ได้ แล้วนี่มาเยี่ยมฉันเหรอ”

“ค่ะ มีนามาเยี่ยม” หญิงสาวตอบแต่ไม่กล้าสบตาคมคู่นั้น ตอนนี้หัวใจเธอเต้นแรงจนแทบจะหลุดออกมาจากออกเพราะได้ยินเขาชมว่าสวย

“ช่วยปรับเตียงให้หน่อยได้ไหม นอนคุยไม่ถนัดเลย”

“ค่ะ” มีนาเดินมาปรับหัวเตียงให้สูงขึ้น ก่อนจะขยับเก้าอี้มานั่งข้างๆ เตียง

“ไม่เจอกันนานเลย น่าจะสองปีแล้วนะ แม่เป็นไงบ้างสบายดีไหม ฉันขับรถผ่านเห็นที่ร้านขายดีตลอด”

“แม่สบายดีค่ะ คุณดลเจ็บตรงไหนบ้างคะ” มีนายิ้มออกเมื่อเขาพูดถึงแม่เพราะนั้นหมายความว่าเขาจำเธอได้จริงๆ หญิงสาวจึงชวนเขาคุยต่อ

“ก็เจ็บหลายที่อยู่เหมือนกันทั้งขาท่อนล่าง ข้อเท้า แขนแล้วก็แผลที่หัวไหล่”

“ก่อนที่คุณดลจะตื่นมีนาบอกแม่คุณดลว่าจะเฝ้าคุณดลเอง”

“แต่แม่ฉันจ้างพยาบาลแล้วนะ ไม่รบกวนเธอหรอก”

“มีนารู้ แต่มีนาก็อยากเฝ้า เผื่อว่าพยาบาลไม่ว่างเหมือนตอนนี้ไงคะ”

“มาเฝ้าฉันแล้วไม่ไปเรียนเหรอ” นฤดลมองคนที่อยู่ในชุดนักศึกษาแล้วถามขึ้น นี่เป็นครั้งแรกที่เขาเห็นเธอสวมชุดแบบนี้ เมื่อนึกย้อนไปตอนที่เธอยังอยู่ในชุดนักเรียนมันแตกต่างกันจนเขาได้แต่มองอย่างชื่นชม มีนาสวยขึ้นมากและไม่ใช่แค่สวยเพียงอย่างเดียวหากแต่รูปร่างของเธอก็เปลี่ยนไปมากเหมือนกัน

หญิงสาวไม่ได้สูงเก้งก้างอย่างเดิมแต่หุ่นของเธอมีส่วนเว้าส่วนโค้งที่ใครเห็นก็ต้องมองอย่างห้ามไม่ได้

“สอบเสร็จแล้วค่ะ”

“ถ้าเธอมาเฝ้าฉันเธอจะได้อะไร ปิดเทอมทั้งทีเธอน่าจะพักผ่อนนะมีนา”

“ไม่เป็นไรหรอกค่ะ ให้มีนามาเฝ้านะคะ รับรองจะไม่กวนใจคุณดลค่ะ”

“งั้นก็ตามใจ” ที่นฤดลยอมให้มีนามาเฝ้าเพราะเขาอาจจะต้องให้เธอช่วยเหลืองานเอกสารบางอย่าง เนื่องจากตัวเองคงยังทำอะไรไม่ค่อยถนัดเท่าไหร่

อ่านต่อเลย
ร่วมสนับสนุนนักเขียนเพื่อเป็นกำลังใจในการสร้างสรรค์ผลงานสุดสนุกต่อไป Moboreader
ปลดล็อกทุกตอน
ตอน
ปรับแต่ง
บทถัดไป
Minishorts Logo
อ่านนิยายออนไลน์ นิยายเว็บ และเรื่องราวโรแมนติกสุดฮิตบน MiniShorts พบกับนิยายโรแมนติกท่านประธาน นิยายแฟนตาซีมนุษย์หมาป่า ดราม่า และแฟนตาซี พร้อมคอนเทนต์ซีรีส์สั้นคัดสรรพิเศษที่สร้างจากเทรนด์เรื่องราวยอดนิยม
MiniShorts YouTube
©2026 MiniShorts All Rights Reserved. CHASINGTOP HK LIMITED